แบงก์ 1,000 ที่ราคาไม่เคยเต็ม 1,000

แบงก์ 1,000 ที่ราคาไม่เคยเต็ม 1,000

โดย : Writer from Mars

Cashless Society ที่เขาว่ากัน อันนี้ดีมาก จะสะดวกจนถึงที่สุด

ตี๊ดผ่านบัตร ผ่านมือถือ จ่ายเท่าไรก็เท่านั้นเลย

เป็นเศษสตางค์ก็ยังได้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมบ่อยๆ หลายๆ ครั้งครับ ผมเดินไปที่ตู้เอทีเอ็ม กดเงินสองพัน ตู้ให้เงินมาปรากฏว่าเป็นแบงก์พันสองใบ โอเคถูกต้อง ทีนี้ มีแบงก์พันอยู่สองใบ ทำไงดี จะซื้อน้ำ น้ำขวดละ 10 บาท แม่ค้าด่าแน่ๆ หรือไม่งั้นก็ไม่มีทอนไปเลย ก็ไม่ได้กินอยู่ดี ต้องหาทางแตกแบงก์ซึ่งอยู่ๆ จะไปขอเขาแตกแบงก์เลยเนี่ย ส่วนใหญ่ไม่ได้ หรือเพราะเราเกรงใจเขาก็ไม่รู้ รู้สึกเหมือนว่าไปเบียดเบียนเขาครับ เอ้า อุดหนุนซะหน่อย  งั้นซื้อถั่วต้มละกัน ถุงละ 20 ยื่นแบงก์พัน อะ โดนตบอยู่ดี ต้องหาทางออกให้กับชีวิต ต้องหาทางแตกแบงก์ เพราะเดี๋ยวขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างเขาไม่มีทอนแน่ๆ เราต้องวิ่งหาทางแลกเองอีก วุ่นวายมาก เคยโดนมาแล้ว

ส่วนมากเข้าร้านสะดวกซื้อครับ เพราะร้านแบบนี้เงินหมุนเวียนมันเยอะ ซื้อของนิดหน่อยละกัน หมากฝรั่ง 10 บาท ยื่นแบงก์พัน มันก็เข้าอีหรอบเดิม ส่วนมากเขาจะถามว่ามีแบงค์เล็กมั้ย คือมันไม่มีไงเลยจ่ายแบงก์ใหญ่ หรือไม่ก็จะรับแต่มีทวน “ซื้อสิบบาท รับมาหนึ่งพันนะคะ!!!” มีกระแทกเสียงเบาๆ …โอ๊ย เคยโดน ไม่เอา อับอาย นี่อะไรเนี่ย แค่ใช้จ่ายทำไมคิดเยอะแบบนี้ งั้นซื้อเพิ่มหน่อยก็แล้วกันจะได้ไม่น่าเกลียด ไอ้โน่นก็น่ากินนะ อ้าวไอ้นั่นออกใหม่ อะไรไม่รู้ ลองมากิน คอแห้งแน่ๆ ซื้อน้ำด้วย นั่นนิดนี่หน่อย คิดเงินออกมาร้อยกว่าบาท นั่นไง ไม่น่าเกลียดแล้ว จ่ายแบงก์พันชิลๆ

นี่ไงครับที่ผมบอกว่าแบงก์พันราคาไม่เคยเต็มพัน อยู่ดีๆ หายไปร้อยกว่าบาทเฉยเลย ผมเอาไปซื้อของที่ผมไม่ได้ต้องการมันเลยในตอนแรก แต่ต้องทำเพื่อจะแตกแบงก์ มันออกมาเป็นแบบนี้ตลอด ซึ่งผมเองยังหาทางออกจากกรณีแบบนี้ไม่ได้ นอกจากเตรียมแบงก์ย่อยเอาไว้ให้มากพอก่อนจะจ่ายแบงก์ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันธนบัตรราคา 1,000 บาท เป็นธนบัตรที่มีมูลค่าใหญ่สุดของเรา ในบางสถาณการณ์มันยังใช้จับจ่ายไม่คล่องตัวนัก ส่วนแบงก์ร้อยนี่มูลค่าคล้ายแบงค์ยี่สิบสมัยก่อนไปแล้ว แป๊บเดียวหมด กระจายตัวเร็วมาก ยิ่งเข้าร้านสะดวกซื้อนะ บึ้ม สลาย…  รองลงมาแบงก์ 500 ก็ยังมีความใช้จ่ายไม่คล่องในบางกรณี สมมติซื้อข้าวจานละ 50 จ่ายแบงก์ 500 ดูไม่โหดเท่า 1,000 แต่ก็ยังดูหนืดๆ อยู่นิดหน่อย

ผมยังจำสมัยเด็กๆ ได้ ที่มีแบงก์สิบบาทแล้วแบบเรายิ่งใหญ่ ซื้อขนมได้หลายอย่างเลย มีสองใบนี่ยี่สิบ โอ้โฮ วันนี้นั่งสามล้อกลับบ้านได้ ไม่ต้องเดิน  แต่นั่นมันก็ผ่านมานานมากแล้ว ค่าเงินค่าของมันก็ปรับขึ้นตามกาลเวลา ผมไม่รู้ว่าตอนเขาจะออกธนบัตรราคาเท่าไรมาให้ประชาชนใช้ เขาคิดจากอะไร แต่มันต้องมีหลักการแหละ ส่วนตัวผมตอนนี้นึกเล่นๆ ว่าอยากได้แบงก์ราคา 300 บาทมากเลย ดูพกพาสะดวก ราคากลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป จับจ่ายไม่เคอะเขินแน่นอน ไม่ต้องไปแตกแบงก์ 300 บาท น่าจะมีทอนกันทุกคนแน่ๆ แต่ถ้ามีจริงๆ ขึ้นมา โอ้ อะไรหลายอย่างเปลี่ยนแน่นอน ตู้เอทีเอ็มนี่พอกด 900 บาทแล้วออกมาเป็นแบงค์ 300 สามใบอะ  คือดี ใช้จ่ายได้เลย มูลค่าไม่สูญไปไหน

แต่เอาจริงๆ ผมว่าตอนนี้โลกก้าวกระโดดมาก คงไม่ต้องพิมพ์ธนบัตรจำนวนใหม่ออกมาหรอก เพราะเรากำลังก้าวเข้าไปสู่ สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ที่เขาว่ากัน อันนี้ดีมาก จะสะดวกจนถึงที่สุด ตี๊ดผ่านบัตร ผ่านมือถือ จ่ายเท่าไรก็เท่านั้นเลย เป็นเศษสตางค์ก็ยังได้ ไม่ต้องเดินไปกดตู้เอทีเอ็ม ไม่ต้องแตกแบงค์  ซึ่งทุกวันนี้มีให้เห็นกันแพร่หลายแล้ว จะเห็นร้านค้าทั่วไปเริ่มมีตัวสัญลักษณ์ดำๆ เหลี่ยมๆ คล้ายบาร์โค้ด แต่จริงๆ เขาเรียกว่า QR code ซึ่งมันจะผูกไว้กับบัญชีของเจ้าของร้าน ที่นี้จะโอนเงินผ่านช่องทางนี้เราก็ต้องเตรียมตัวเองไปให้พร้อมก่อน โหลดแอพฯ ของธนาคารที่เราใช้อยู่เป็นประจำ สมัยนี้มีหมดทุกธนาคารแหละ โหลดมาแล้วก็ผูกบัญชีของเราไว้กับแอพฯ หรือจะเป็นพร้อมเพย์ก็ได้เช่นกัน ทีนี้แหละ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีการผูกบัญชีเข้ากับระบบไว้แล้ว การซื้อขายแบบไร้เงินสดก็จะเกิดขึ้นได้  สมมติของราคา 200 บาท ผมมีเงินสดติดตัวอยู่ 50 บาท แต่ผมมีมือถือ ผมก็สามารถซื้อของได้ โดยการเปิดแอพฯ ขึ้นมา สแกน QR code ของร้านค้า แล้วพิมพ์ว่าจ่ายเงิน 200 บาท เข้าบัญชีเขา ระบบก็จะทำการตัดเงินของเราเข้าอีกบัญชีทันที หรือจะจ่าย 150 แล้วเงินสดเติมอีก 50 บาทให้ครบ 200 ก็ได้นะ สะดวกไหมล่ะ

ที่ประเทศจีนเริ่มกระจายทั่วแล้ว เขาก้าวหน้านำเราไปมาก มีเมืองที่เป็น cashless จริงๆ คือทุกอย่างซื้อขายผ่าน QR code หมด วันๆ แทบไม่ต้องจับแบงก์เลย ผมว่าอีกไม่นานเมืองไทยก็จะตามมา ตอนนี้ร้านค้าบนห้างส่วนใหญ่มีหมดแล้ว เหลือแต่ร้านรถเข็นข้างทาง ร้านตามตลาดนัดนี่แหละที่ผมรอดูอยู่ อยากเห็นวันนั้นมาถึงเร็วๆ อยากซื้อถั่วต้ม 20 บาท ก็ตี๊ดที่มือถือ สุดยอดไปเลย อยากให้ทุกคนมีแอพฯ ติดเครื่องเอาไว้ตี๊ด หมดปัญหาไม่มีเงินทอน ผมแทบจะรอเวลานั้นไม่ไหวแล้วครับ วันที่ไม่ต้องกดแบงก์พันออกมาไม่เต็มพัน…

Don`t copy text!