ลงเรียน Reading สิ รออะไร

ลงเรียน Reading สิ รออะไร

นิยายออนไลน์ หลากหลายสไตล์ที่มอบความสนุกๆ ให้กับผู้อ่าน ‘อ่านเอา’ ยังมีคอลัมน์ ‘Opinion เขียนขำๆ’ โดย Writer from Mars นักคิด นักเดินทาง ผู้ที่อยากจะร่วมแชร์ประสบการณ์และมุมมองของเรื่องราวต่างๆ สารพัดสารพัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ยันเรื่องใหญ่ๆ ให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………………………………………

 

นึกย้อนไปถึงสมัยที่ผมไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ ก่อนเริ่มเรียนจริง จะให้มีลงเรียนภาษาก่อน เพื่อปรับพื้นฐานให้สามารถอยู่รอดได้ในการเรียนด้านวิชาการ ซึ่งเอาจริงๆ มันไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไร เพราะเวลาเราเรียนภาษา เจอแต่คนจีน คนเอเชียนี่แหละ เราก็คุยกับเขารู้เรื่องไง ภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ไปเที่ยวก็เฮกันไป เออ นึกว่าเราโอเคแล้ว พูดได้สบายๆ พอเปิดเทอมจริง โอ๊ย ของจริงค่ะ นรกแตก เพื่อนเป็นฝรั่งทั้งนั้น มันยิงปืนกลเราถือปืนแก๊ป เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ พูดกับเขา เขาก็ไม่เข้าใจ ผมอยากจะตีตั๋วกลับไทยเดี๋ยวนั้นเลย

ตอนเรียนจะมีวิชาให้เลือกลงเองด้วยนอกจากวิชาบังคับ ก็แล้วแต่ว่าใครสนใจจะเรียนอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ อันนี้ไม่มีคะแนนให้ แล้วแต่ความขยัน ซึ่งแน่นอน ความขยันคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก วิชาไหนไม่บังคับเรียน ผมตั้งใจจะไม่เรียนมันเลยสักคาบ เอาเวลาไปนอนกลิ้งอาบแดดที่ Regent Park ยังจะคุ้มกว่า แต่เอาเข้าจริงผมก็ทนแรงเสียดทานไม่ไหวหรอกครับ เพราะเพื่อนๆ ลงกันใหญ่เลย ความกดดันเข้าครอบงำ เอ้า ลงสักวิชาก็ได้

ซึ่งผมก็ต้องเลือกอะไรที่มันน่าจะมีประโยชน์ เอาไปใช้ต่อได้ ก็เลยว่าจะลงวิชา Reading เออ ผมอ่านไม่ค่อยคล่องไง ภาษาไทยยังแย่ จะไปนับประสาอะไรกับภาษาอังกฤษเขา นี่ลงป้ายรถไฟถูกก็บุญถมเถแล้วนะ เลยคิดว่าถ้าได้พัฒนาหน่อยคงจะดีมาก แต่… เต็ม! เฮ้ย เต็มได้ไง ใครมันจะมาขยันใจตรงกันแบบนี้ เพิ่งมารู้ว่าระบบมันเป็นแบบนี้ครับ วิชานี้มีดีมานด์สูงมาก ใครๆ ก็อยากลง เวลาลงต้องไปลงชื่อว่าจะเรียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ไป กดลงชื่อในเน็ต ถ้าลงไม่ทันก็อด รอไปลงสัปดาห์หน้า อ้าว อะไรมันจะฮอตขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นที่ฮือฮา กลายเป็นกระแสว่าใครได้ลงเรียน Reading นี่เทพมาก… โห อิจฉาอะ ไม่ได้สัปดาห์หน้าเราต้องลงให้ทัน

สัปดาห์ต่อมา ก็ไม่ทันอีก… อะไรวะ พวกนี้มันจะขยันกดไปไหน วันๆ ไม่ได้หลับได้นอนหรือไง  ตอนนั้นความอยากเรียนมันมากแล้ว โอ๊ย คนอื่นเรียนไปสองสัปดาห์แล้วอะ ป่านนี้คงอ่านคล่องปรื๊ดๆ แล้วเนี่ย  เรายังอ่านออกแค่ป้ายรถเมล์อยู่เลย ทำไงดี จิตมันก็คิดปรุงแต่งไปเรื่อย ผมถึงกับวางแผนว่าจะต้องทำยังไงถึงจะกดลงชื่อได้ทัน อยู่รอเลย เที่ยงคืนระบบเปิดปุ๊บ ผมล็อกอินคนแรก จะรีบกดแย่ง… อ้าว error สงสัยคนเข้าพร้อมกันเยอะเกินเหมือนสมัยประกาศผลสอบเอนทรานซ์ระบบล่ม  ผมไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา กดรีเฟรช กดแล้วกดอีก เข้าไม่ได้ ผมไม่ยอม ไปๆ มาๆ ผมก็ทำสำเร็จครับ ประมาณตีสี่ ผมเหมือนผู้ชนะ ได้เข้าไปอยู่ในคลาสเรียน Reading เเล้วในวีกที่สี่ของการเรียนการสอน เปิดเพลง จุดพลุสิ รออะไร เฮๆๆ ทุกคนปรบมือ เราคือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

ถึงเวลาเรียนผมตั้งใจมาก อันนี้คือเราชนะไงเลยได้เข้ามาเรียน เมพขิงๆ ซึ่งอาจารย์ก็เหมือนรู้นะ ว่าวิชาเขามีความต้องการสูงเลยจะเฮี้ยบๆ หน่อย เสียงดังๆ พูดห้วนๆ แจกชีตแล้วก็เริ่มสอน เออ มันมีคนที่แฮตทริกในคลาสเหมือนกันนะ คือเขากดชื่อได้ตั้งแต่วีกแรกยันวีคสาม มาวีกสี่ก็ยังได้อีก อาจารย์ก็จะกดๆ หน่อย ประมาณว่า เรียนมาตั้งหลายครั้งแล้วทำไมยังแปลไม่ได้อีก ให้ไปอ่านเป็นการบ้านมาไม่ใช่เหรอ อ้าว ซวยแล้ว นี่อ่านแล้วต้องแปลด้วยเหรอ จะแปลยังไง แปลภาษาอังกฤษเป็นอังกฤษ จะแปลทำไมเนี่ย แล้วผมจะรอดได้ยังไง ทั้งคาบผมนั่งคิดตลอด อาจารย์อย่าเรียกผมเลย ผมเพิ่งมา ยังงงอยู่ ซึ่งเอาจริงๆ ผมนั่งเหวอทั้งคาบจริงๆ เพราะสิ่งที่เรียนคือการเรียนอ่านจริงครับ แต่เป็นการอ่านนิยายของเชกสเปียร์ โอ้โฮ!! แบบนี้ไงมันเลยต้องแปล เพราะคำส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้แล้วล่ะในสมัยนี้ และก็เป็นสำนวนในรูปแบบของนิยาย ซึ่งผมไม่ได้มีความสนใจอะไรอยู่แล้ว และผมจะไม่ได้ใช้มันแน่ๆ

หลังจากสามชั่วโมงอันแสนทรมาน ผมกลับมานั่งคิดได้ว่าที่ผ่านมาคืออะไร ทำไมเราต้องไปนั่งวางแผนกดลงชื่อ อดหลับอดนอน เพื่อให้ได้อะไรที่เรายังไม่รู้เลยว่ามันดียังไง เอามาเพื่ออะไร เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นกับผมบ่อยมาก ซึ่งจริงๆ อาจจะเกิดกับทุกคนแหละ โดนคนหมู่มากลากไป เราก็เฮตามไปด้วย โดยลืม… ลืมไปว่านั่นมันคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ หรือเปล่า หรือเราอยากจะทำอะไรตามกระแส หรือจริงๆ แล้วเราแค่ต้องการเอาชนะ ต้องการเป็นคนที่ลงชื่อทัน ตอนนั้นผมคงต้องการแค่นั้นแหละ ประมาณว่า เจ๋งป่ะล่ะ กดลงชื่อทันเว้ย สุดยอดมั้ย เอาจริงๆ มันไม่ได้สุดยอดอะไรเลย เพราะสิ่งที่ผมได้มานั้นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ ผมไม่ได้ต้องการอ่านคล่องรวดเร็วอะไรหรอก อ่านพอประมาณผมก็พอใจแล้ว แต่ตอนนั้นมโนไปไกลว่าได้แล้วมันจะเทพ มันดีแบบโน้นแบบนี้ สุดท้ายเหรียญมันออกคนละด้านเลย นั่นแหละเป็นเหมือนกับเวลาที่นั่งดูทีวีแล้วมีโฆษณาแบบที่เร่งความต้องการเราเยอะๆ “ต้องโทร.ในสิบนาทีนี้เท่านั้น แล้วคุณจะได้นั่นนี่ บวกโน่น บวกนี่ มันสุดยอดไปเลย” เอาจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร ชีวิตผมก็ปกติ ผมไม่ได้ต้องการมัน แต่พอดูโฆษณาจบ รู้สึกตัวอีกที ของในทีวีมันก็มาวางหมอบให้ฝุ่นเกาะเล่นแล้วครับ

ตัดภาพมาที่วีกต่อมา ผมไม่ได้ไปแข่งขันกดชื่อแต่อย่างใด กลับมานั่งคิดด้วยว่าที่ผมกดได้ตอนนั้นไม่ใช่เพราะว่าผมไวหรอกนะ แต่คนที่กดได้วีกก่อนๆ มันเลิกแล้วไง ก็เลยมีที่ว่างให้ผม เออ… ทำไมคิดไม่ได้นะ ทำไมไม่กรองก่อนว่ามันคืออะไรกันแน่ ถ้าของมันดีจริงคงเต็มยาวไปแล้วสิ จะเหลือรอดมาได้ไง… ระหว่างที่คิดผมก็นั่งให้อาหารกระรอก ดูมันเดินมางับถั่วจากมือ ดูมันตีลังกาสามตลบ แล้วผมก็เงยหน้ามองก้อนเมฆที่ล่องลอยไปตามแรงลมอยู่ใน Regent Park

ก่อนเอนตัวลงนอน… หลับ… สบายใจ…

Don`t copy text!