บ่วงพราย บทที่ 1 : ครูสอนดำน้ำ

บ่วงพราย บทที่ 1 : ครูสอนดำน้ำ

โดย : ทอม สิริ

บ่วงพราย เมื่อเจ้าของโฮมสเตย์ถูกพบเป็นศพเหลือครึ่งตัวลอยมาเกยหาด ใครๆ พากันลือกันว่าเธอกลายเป็นพรายทะเลกลับมาเพราะหวงห่วงสามีจอมเจ้าชู้ และที่กลางทะเลลึก…พรายทะเลมาปรากฏตัวให้ลลนาเห็น ขณะที่มาวินไม่เคยเชื่อว่าพรายมีจริง จนได้เห็นมันกับตา “บ่วงพราย” โดย ทอม สิริ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์ ได้ลงจนจบบริบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางผู้เขียนใจดีมอบ 5 บทแรกไว้ให้อ่านกันที่อ่านเอาและหากติดใจอยากอ่านต่อคุณผู้อ่านสามารถติดต่อสั่งซื้อโดยตรงได้ที่ Facebook ของนักเขียน  Facebook : Tom Siri

……………………………………………………………….

-1-

 

“เรามาถึงกันแล้วจ้า โรส โฮมสเตย์ ตำบลบ้านระทึก โอ๊เย…เย้ๆๆ”

เสียงเม้าประกาศใส่สมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ ขณะยกมันขึ้นถ่ายทำคลิปเพื่อลงเฟซบุ๊ก ลลนาได้แต่ส่ายหัวในความบ้าเห่อของเพื่อนที่ถ่ายคลิปมาตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกาแฟกับเค้กรองท้องเมื่อเช้า หรือแม้กระทั่งหมาแมวรายทาง

ลลนาลงจากรถแล้วสูดลมหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ริมทะเลเข้าปอดเต็มที่อย่างชื่นใจ เธอปล่อยให้มาวิน พี่ชายร่างยักษ์ของเม้าเป็นคนจัดการกับเป้ใบใหญ่ของทุกคนที่อยู่ท้ายรถเก๋งคันเล็ก นายนั่นยกเข่งส้มโอเป็นสิบๆ กิโลยังปลิว เรื่องเป้ของพวกเธอนี่ขี้ปะติ๋ว เขาจัดการได้น่า

“ว้าว…ดูสิ โฮมสเตย์ที่นี่บ้านติดหาดเลยนะคะ เดินสิบก้าวถึงทะเล โอ้ว…โลเคชันซู๊ดหยอด ด้านนี้เป็นบ้านหลังใหญ่สุดในบรรดาบ้านห้าหกหลังที่เห็น น่าจะเป็นบ้านพักของกลุ่มครีเอทีฟเจ้าของงานโฆษณาที่เราจะมาตามติดกันในครั้งนี้ ด้านข้างมีสนต้นใหญ่กิ่งใบไหวเอน ส่งเสียงซ่าๆ แข่งกับเสียงคลื่นกระทบหาด ร่มรื่นสุดๆ อ้อ…ที่นี่บ้านพักเป็นสไตล์ยุคหกศูนย์นะคะ ก็ยุคคุณทวดเราน่ะค่ะ มีทั้งชั้นเดียวและแบบสองชั้น เป็นเรือนแถวก็มีค่ะ งือออ…บ้านออกโบราณ สวยน่าถ่ายหนังจริงๆ อ่า” เม้าทำเสียงกระเส่าใส่สมาร์ตโฟนขณะถือมันเก็บภาพบรรยากาศรอบตัว

“อ่า…คุณปานวาดคะ ไปสวัสดีเจ้าของบ้านกันก่อนไหมคะ” ลลนาแกล้งเรียกชื่อจริงของเม้าด้วยเสียงสุภาพ

“เท่านี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมาต่อกันจ้า” อีกฝ่ายจำใจจบคลิปแต่เพียงเท่านี้ แล้วหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน “หนูนา แกนะ…ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดแทรกเข้ามาตอนฉันถ่ายคลิป”

ลลนาไม่ได้สนใจจะต่อปากต่อคำกับเพื่อน เพราะประตูบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าเปิดออก หญิงสาวผมสั้นร่างเล็กใส่แว่นตากรอบกลมเดินยิ้มมาหาเธอและพรรคพวก

“งายยย…”

“พี่บุษ สวัสดีค่ะ” ลลนาร้องทักออกไปด้วยความดีใจ เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายแล้วตรงเข้าไปกอด

“พี่บุษ สวัสดีค่า กอดด้วย…” เม้ากอดทับไปทั้งที่สองสาวยังกอดกันอยู่

“คนที่สามไม่ต้องกอดก็ได้นะค้า…แค่นี้ร่างดิฉันก็จะแหลกแล้ว” บุษบันพูดกลั้วหัวเราะขณะมองไปยังสมาชิกที่เหลืออีกคน มาวิน ชายหนุ่มรูปร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตร และตัวหนาใหญ่เหมือนหมี ผิดกับเม้าผู้เป็นน้องสาวที่เป็นสาวร่างเล็กกะทัดรัด แต่ทั้งสองผิวคล้ำเหมือนกัน

“สวัสดี บุษ สบายดีไหม” เขาทักทายบุษบันด้วยรอยยิ้มกว้าง

“สบายดีจ้า ไม่เจอกันสองปีเลยเนอะ มาวินผอมลงนิดหน่อยหรือเปล่า” หญิงสาวเลิกคิ้ว

“ผอมแผมอะไรพี่บุษ ยังหมีควายเหมือนเดิมแหละ” ลลนาทำเป็นยกมือป้องปากกระซิบ แต่มาวินก็ได้ยินอยู่ดี เขามองเธอเฉยๆ ส่งสายตาแบบ หืม…ยัยนี่นะ…

“แต่เราน่ะสวยขึ้นจมเลยนะ ยัยหนูนา เดี๋ยวนี้ตัดผมไม่ไถปัตตาเลี่ยนเกรียนๆ เป็นทอมเหมือนก่อนแล้วเหรอ หืม…แต่งหน้าด้วย” บุษบันทำตาโตด้วยความแปลกใจ

“เค้าเติมปากนิดเดียวเองน้า แล้วผมน่ะใครๆ เขาก็เลิกทรงไถปัตตาเลี่ยนกันไปนานแล้วพี่บุษ” หญิงสาวรู้สึกร้อนที่ใบหน้าเมื่อโดนจ้องเอาจริงๆ จังๆ

“เอ้า ชาวคณะเข้าบ้าน กินน้ำกินท่ากันก่อน มัวแต่เมาท์แตก นายมาวินยืนหอบกระเป๋ารออยู่ตั้งนานแล้ว” บุษบันคงเห็นเธอหน้าแดงเลยเปลี่ยนเรื่อง โอบไหล่ลลนาพาเดินเข้าไปในบ้านพักหลังเล็กอีกหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ด้านหลังบ้านหลังใหญ่ของกลุ่มครีเอทีฟ

“กินข้าวแทนน้ำท่าได้ไหมคะพี่บุษ เม้าหิวจนจะแทะขาพี่มาแล้วเนี่ย” เม้าเดินมาเกาะแขนบุษบันอย่างประจบ ปล่อยให้พี่ชายของเธอแบกเป้ใบใหญ่สามใบเดินตามหลังมา

“แหมแกนี่ตะกละจริง มาวินนั่งท้องร้องมาตลอดทาง เขายังไม่พูดเลย” ลลนาแซวเพื่อน

“ก็พูดแทนพี่มานี่ละ มันเป็นใบ้ แกก็รู้” เม้าพูดแล้วเดินหนีออกมาให้ห่างจากระยะแขนใหญ่ๆ ของพี่ชาย

เมื่อเดินเข้าไปในบ้านจะเห็นว่า ด้านในขวามือติดกับประตูทางเข้าคือเคาน์เตอร์บาร์และส่วนเตรียมอาหาร ด้านซ้ายคือบริเวณรับแขก มีโซฟายาวตัวหนึ่งตั้งชิดผนัง และมีเก้าอี้นั่งทำด้วยไม้อีกหลายตัว เฟอร์นิเจอร์พวกนี้เป็นสไตล์สแกนดิเนเวียที่มีดีไซน์เรียบแต่ดูดีและนั่งสบาย ที่ทำให้ห้องนี้มีเสน่ห์สุดๆ ก็คือหน้าต่างทรงสูงสามบาน ที่นอกจากช่องแสงด้านบนจะกรุกระจกสีเก๋ไก๋แล้ว ทั้งสามบานยังเปิดออกไปสู่วิวทะเลใกล้แค่เอื้อม ร่มรื่นเย็นสบายด้วยเงาของต้นสนข้างบ้านที่ไหวเอนไปมาเหมือนจะกล่อมให้คนที่นอนกลิ้งอยู่แถวนี้หลับใหลไปกับความสวยสงบของที่นี่

“อูยยย…สวยชะมัด ขออยู่สักสองอาทิตย์ได้ไหมเนี่ย” ลลนาชอบบ้านสไตล์นี้จริงๆ มันมีเสน่ห์ของความเรียบง่ายแต่เก๋ไก๋ ยิ่งอยู่ติดทะเลอย่างนี้ สวรรค์ชัดๆ

“แกอยู่คนเดียวนะ” เม้ากวาดสายตามองไปทั่วๆ

“อ้าว ทำไมล่ะ

“มันสวยก็จริงแหละ แต่กระจกสีที่ช่องแสงนั่นมันโบราณมากๆ ทำให้ฉันนึกถึงฉากหนังลึกลับระทึกขวัญว่ะ”

“ไอ้เม้า…เอ็งนี่ขี้ป๊อดไม่ยอมหาย ตั้งแต่เด็กจนแก่!” มาวินเอื้อมมือไปโยกหัวน้องสาวเล่น

“ใครแก่ฟระ” เม้าไม่ติดใจเรื่องปอดแหก แต่ว่าแก่นี่ใครจะไปยอมได้

“แล้วนี่ภาพใครคะพี่บุษ” ลลนาหยิบกรอบรูปที่วางประดับอยู่ตรงโต๊ะเล็กๆ ข้างโซฟา มีภาพผู้หญิงคนนี้ถ่ายริมทะเลอีกสองสามภาพที่ผนัง ซึ่งดูจากรายละเอียดของภาพก็น่าจะถ่ายที่ชายหาดที่นี่

“อ๋อ นั่นคือคุณโรส เจ้าของโฮมสเตย์นี่ละ เมื่อก่อนแกคงพักที่บ้านใหญ่หลังนี้ เลยยังมีภาพของแกหลงเหลืออยู่”

“สวยดีนะคะ รูปหน้าแกสวยแบบโบราณๆ” ลลนาวางกรอบรูปนั่นกลับเข้าที่เดิม

บุษบันชี้ไปที่ตู้เย็นหลังใหญ่ “มีขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมและก็เบียร์อยู่ในตู้เย็นหลังเคาน์เตอร์นะ ใครหิวจัดการเองเลย รองท้องไปก่อน เดี๋ยวค่อยไปกินข้าวกองถ่ายกัน วันนี้มีหลนปูทะเล”

“โอยยย…หลนปู ฆ่ากันชัดๆ ใครจะไปรองท้องตัดกำลังล่ะพี่บุษ” เม้าทำตาโต

“เม้ามันไม่สนใจบรรยากาศบ้านแล้วละพี่บุษ มันเห็นภาพปูหลนผักสดมาลอยอยู่ตรงหน้าจนต้องกลืนน้ำลายลูกกระเดือกวิ่งขึ้นวิ่งลงนั่นแน่ะ” ลลนาขยับศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อน

“แกก็เหมือนกันแหละว้า” เม้าไม่ยอมตะกละคนเดียว

“บ้านสวยจังเลย วิวสุดยอด” นานๆ มาวินจะเอ่ยปากสักที แสดงว่าบ้านหลังนี้สวยจริงดังว่า มาวินอายุพอๆ กับบุษบัน เขาจึงไม่ได้ลงท้ายประโยคด้วยครับเหมือนที่สองสาวพูดคะขากับเธอ

“แล้วพี่ๆ เขาไปไหนกันหมดล่ะคะพี่บุษ” ลลนาเอ่ยถามถึงกลุ่มครีเอทีฟเพื่อนของบุษบัน ขณะที่เม้าเริ่มยกสมาร์ตโฟนออกมาถ่ายภาพบ้านพักไปรอบๆ และมาวินเดินไปหยิบน้ำอัดลมออกมาเปิดส่งให้สองสาว

“พวกเขาอยู่ที่บ้านพักนักแสดง คงกำลังแต่งหน้าแต่งตัวนางแบบกันอยู่ เดี๋ยวเราเอากระเป๋าไปเก็บในห้องแล้วไปดูกัน” บุษบันชี้ไปยังบานประตูห้องสองบานที่อยู่ติดกัน

มาวินยกเป้ทั้งสามใบไปวางรวมกันไว้ที่ห้องหนึ่ง เพราะรู้ว่าเดี๋ยวสาวๆ จะต้องมาเลือกห้องก่อนอยู่ดี

“ไปๆ ค่ะ อยากเห็นเขาแต่งหน้าแต่งตัวนางแบบ” ลลนาตื่นเต้น

“หนูนา แกนี่เป็นสาวแล้วจริงๆ ละนะ เมื่อก่อนไม่เห็นจะสนใจเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว เก้งก้างอย่างกับทอม” บุษบันหันมายิ้มให้พลางเอื้อมมือมาขยี้ผมซอยสั้นอวดศีรษะทุยสวย

“ตอนนี้ก็ยังเป็นทอมอยู่” เสียงมาวินพูดลอยๆ

“เดี๊ยะๆ” ลลนาแยกเขี้ยวใส่เขา

“ที่แน่ๆ ยังเป็นคู่กัดคู่เดิมค่ะพี่บุษ” เม้าพูดกลั้วหัวเราะ

บุษบันอมยิ้มให้สองหนุ่มสาว เพราะรู้จักลลนาและมาวินมาก่อน พวกเขาคุยกันไม่ได้นานก็ดักคอกันเองทุกที แต่ก็ไม่มีใครโกรธใคร ยังคงคบหากันมาตลอด จะคู่รักก็ไม่ชัด แต่จะเพื่อนธรรมดาก็ไม่เชิง เพราะความรู้สึกของบุษบันบอกว่าไม่ใช่แน่ ลึกๆ แล้วเธอก็แอบเชียร์สองหนุ่มสาวคู่นี้อยู่เหมือนกัน แต่คงจะยากอยู่ ก็ตรงที่ลลนานั้นเคยประกาศจุดยืนไว้เลยว่าชอบหนุ่มที่มีผมและดวงตาสีอ่อน ยิ่งถ้าเป็นผมทอง ตาสีฟ้าละก็สเปกเลย แต่นายมาวินนั้นผมดำ ตาดำเป็นสีนิล แถมผิวยังคมเข้มคร้ามแดดเพราะเป็นเจ้าของสวนส้มโอแถวสมุทรสงคราม ที่สำคัญเขาตัวหนา สูงใหญ่เหมือนหมีควาย ไม่ได้หุ่นสูงโปร่งเป็นพระเอกอย่างที่สาวเจ้าตั้งสเปก

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ถึงจะลุ้นอยู่ แต่เธอก็ไม่เคยเชียร์มาวินจนออกนอกหน้าเหมือนที่เม้าเชียร์พี่ชาย มาวินต้องเอาชนะใจลลนาด้วยตัวของเขาเอง บุษบันคิดอย่างนั้นแล้วก็เดินเกาะไหล่สองสาวพาทุกคนตรงไปยังบ้านพักอีกหลัง

บ้านหลังนี้เป็นสไตล์หกศูนย์เช่นกัน แต่เป็นบ้านสองชั้น ขนาดเล็กกว่าบ้านของกลุ่มครีเอทีฟ ดูกะทัดรัดน่ารักมาก ด้านล่างที่เปิดโล่งรับลมทะเล มีกลุ่มคนนั่งและเดินไปเดินมาอยู่หลายคน

“พี่ภู พี่พิม พวกลิงมากันแล้วค่ะ” บุษบันตะโกนบอก เธอเรียกลลนาและเพื่อนว่าอย่างนั้น

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง รวบผมยาวเลยไหล่ไว้เป็นหางม้า และหญิงสาวหน้าตาดีไว้ผมบ๊อบสั้นที่ยืนอยู่ในกลุ่มคนต่างก็หันมามอง

“อ้าว มากันแล้วเหรอ” อภิภูผู้ซึ่งเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์และเป็นหัวหน้ากลุ่มครีเอทีฟเอ่ยทักก่อน

“กินอะไรกันมาหรือยังคะ” พิมรักซึ่งเป็นภรรยาของอภิภูและเป็นเอ.อีของบริษัทโฆษณาเดินมาต้อนรับ

‘พวกลิง’ ยกมือไหว้รุ่นพี่ ลลนาเดินไปกอดเอวพิมรัก พวกเขาทั้งหมดเคยเจอกันมาก่อน และสนิทสนมกันดี

“กะมากินข้าวกองถ่ายค่ะ ได้ข่าวว่ามีหลนปู” ลลนาป้องปากกระซิบ

“ไอ้นี่หูผีจมูกมดนะเรา” อภิภูพเยิดหน้ามาทางลลนา “แล้วรู้หรือเปล่าว่ามีโป๊ะแตกร้อนๆ มาให้ซดคล่องคอด้วย” เขาทำตาโตพูดช้าๆ ให้เธอนึกภาพตาม

“อ๊ายยย…แจ๊กเกอรีนน้ำลายไหลโกรกค่าพี่ภู”

คนที่พูดไม่ใช่ลลนา แต่กลับเป็นสาวประเภทสองที่ยืนอยู่ในกลุ่มคน เธอรูปร่างผอม สูง ผิวขาวแทบจะเรืองแสง แต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันด้วยกางเกงขาสั้นโชว์ง่ามก้นสีเขียวมะนาวและเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีดำ พอเธอพูดขึ้นมาลลนาจึงเห็นว่าคนกลุ่มนั้นกำลังนั่งล้อมวงรอบนางแบบชาวต่างชาติคนหนึ่ง พวกเขาคงเป็นช่างหน้าช่างผมของงานโฆษณา

“เอ้า…แนะนำกันหน่อย นี่หนูนา เม้าและมาวิน น้องๆ ของผมครับ ตามกองถ่ายมาเที่ยว ส่วนนั่นคุณพอลลีนนางแบบ คุณทิพย์ช่างแต่งหน้า พี่เป้ช่างผม และแจ๊กเกอรีนทำคอสตูม” อภิภูแนะนำ

เมื่อทุกคนทักทาย นางแบบเพียงหลิ่วตาให้ข้างหนึ่ง เพราะเธอกำลังให้ผู้หญิงที่เป็นช่างแต่งหน้าชื่อทิพย์ทาปากให้ สาวประเภทสองที่ทำเรื่องเสื้อผ้าชื่อแจ๊กเกอรีนรับไหว้แล้วส่งสายตาหวานเชื่อมให้มาวิน ส่วนช่างผมที่ชื่อพี่เป้ อายุมากกว่าเพื่อนและเป็นสาวประเภทสองเช่นเดียวกัน เธอไว้ผมบ๊อบไดร์สวอนออกสั้นแค่หู หน้าดุ และสีหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ เธอไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าน้อยๆ ดวงตาหลังแว่นสายตากรอบหนาจ้องมองมานิ่งๆ ยิ่งไว้หนวดกันเป็นเส้นเนี้ยบและเคราแพะด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หน้าของเธอดูเป็นคนขรึม​ ไม่รับแขก

“วั้ย! ผัวมา” เสียงอุทานเบาๆ ใส่จริตของแจ๊กเกอรีนเรียกความสนใจของทุกคนให้หันมองตามสายตาของเธอไป ทางด้านนอก ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่บ้านพัก

“พี่แจ๊กก็ เรียกผัวซะเขาเสียเลย ขี้ตู่จริงๆ” ทิพย์ช่างแต่งหน้าดักคอเบาๆ กลั้วเสียงหัวเราะ

ลลนาเพ่งมองออกไป กลางแดดเช้าสบายตาและกลิ่นไอทะเล ผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาเหมือนภาพสโลโมชันในภาพยนตร์ เขารูปร่างดีมาก สูงพอๆ กับมาวิน แต่เป็นสูงโปร่งปราดเปรียว กางเกงขาสั้นกับท่อนบนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าเช็ดตัวพาดบ่านั่นทำให้เห็นซิกซ์แพ็กกับไหล่ขนมปังปอนด์ได้ชัดเจน เธอยังมองไม่เห็นหน้าเขาชัดนัก ต่อเมื่อเขาเดินเข้ามาในร่มเงาของบ้านพัก หญิงสาวถึงกับสะดุดลมหายใจ

ใบหน้าหล่อเหลาและผมหยักศกสีอ่อนของหนุ่มลูกครึ่งทำให้เธอเผลอจ้องมองตาไม่กะพริบ ยิ่งเมื่อดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นหันมามองและสบตากับเธอเข้าอย่างจัง ยิ่งทำให้เธอร้อนขึ้นมาที่ใบหน้าและรีบหลบสายตาแทบไม่ทัน

“คุณปริญญ์ จะออกไปดำน้ำแล้วหรือคะ” พิมรักเอ่ยถาม

“อีกเดี๋ยวก็ไปแล้วครับ กำลังรอเรืออยู่ พอดีแม่ครัวกองถ่ายเห็นผมเดินมาทางนี้เลยฝากมาบอกว่า อาหารเช้าพร้อมแล้วนะครับ” เขาพูดกับพิมรัก แต่สายตากวาดมองไปยังคนที่มาใหม่

“คุณปริญญ์ครับ นี่น้องๆ ของผมเอง หนูนา เม้า และมาวิน นี่คุณปริญญ์เจ้าของ โรส โฮมสเตย์ และครูสอนดำน้ำฝีมือดี ใครสนใจติดต่อได้นะ” อภิภูทำหน้าที่แนะนำอีกครั้ง

หลังจากลลนาและเพื่อนกล่าวทักทาย อภิภูก็ชวนเขากินอาหารเช้าด้วยกัน

“ถ้าคุณปริญญ์ไม่รีบไปไหน กินข้าวเช้าด้วยกันที่เต็นท์อาหารโน่นนะครับ”

“ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมตามไป ขอตัวไปโทรตามเรือก่อน ตามสบายนะครับทุกคน” เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย

“อ่า คุณปริญญ์คะ ติดต่อคุณโรสได้หรือยังคะ” บุษบันเป็นคนถาม

ใบหน้าของปริญญ์หมองลงทันที เขาส่ายหัว ดูรู้ว่าไม่สบายใจ “ยังเลยครับ” ชายหนุ่มตอบเพียงเท่านั้นแล้วเดินจากไป

“หายใจ…ไอ้หนูนาหายใจหน่อย” เม้ากระซิบบอกเพื่อนเสียงเบาพอได้ยินกันสองคน เพราะเห็นลลนาแอบจ้องมองปริญญ์ไม่วางตา เหมือนโดนสะกดไม่รู้ตัว ดูทรงแล้ว นายปริญญ์คนนี้เป็นสเปกหนุ่มในฝันของลลนาชัดๆ

“ไอ้บ้า” ลลนารู้สึกตัว หันมาหยิกเพื่อนเบาๆ แก้เขิน

“หล่อวัวตายควายล้มว่ะ” เม้ากระซิบ

“อะไรนะ ว่าใครควาย” มาวินยื่นหน้ามาเลิกคิ้วพลางกระซิบถาม ทำเอาสองสาววงแตก

“บ้าสิ พี่มา เขาชมคุณปริญญ์ย่ะ” เม้ายู่หน้าใส่พี่ชาย

“แถวนี้จะมีก็แต่หมีควายนั่นละ” ลลนาพูดลอยๆ แต่ปรายตาไปทางมาวิน

พอดีกับตอนนั้นบุษบันชวนให้เดินกันไปที่เต็นท์ใหญ่กลางลานบ้านเพื่อกินอาหารเช้าก่อนเริ่มการถ่ายทำ สองสาวที่เดินนำหน้าไปก่อนจึงไม่ได้ยินมาวินพูดเบาๆ กับตัวเอง

“ใช่ซี้…หมีควาย”

เขาเห็นสายตาที่ลลนามองปริญญ์ และได้ยินที่สองสาวกระซิบกันทุกอย่างนั่นละ

 


บ่วงพราย_ปก

บ่วงพราย เมื่อเจ้าของโฮมสเตย์ถูกพบเป็นศพเหลือครึ่งตัวลอยมาเกยหาด ใครๆ พากันลือกันว่าเธอกลายเป็นพรายทะเลกลับมาเพราะหวงห่วงสามีจอมเจ้าชู้ และที่กลางทะเลลึก…พรายทะเลมาปรากฏตัวให้ลลนาเห็น ขณะที่มาวินไม่เคยเชื่อว่าพรายมีจริง จนได้เห็นมันกับตา “บ่วงพราย” โดย ทอม สิริ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์ ได้ลงจนจบบริบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางผู้เขียนใจดีมอบ 5 บทแรกไว้ให้อ่านกันที่อ่านเอาและหากติดใจอยากอ่านต่อคุณผู้อ่านสามารถติดต่อสั่งซื้อโดยตรงได้ที่ Facebook ของนักเขียน  Facebook : Tom Siri

——————————————

Don`t copy text!