บุษราอาฆาต บทที่ 11 : หลักฐานชิ้นสำคัญ

บุษราอาฆาต บทที่ 11 : หลักฐานชิ้นสำคัญ

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-11-

อคิณเดินออกจากห้องพักของพลอยพยัพด้วยความสับสน เขาปล่อยให้พยาบาลกับแพทย์ได้ตรวจร่างกายน้องสาวเพื่อหาหลักฐานว่า หล่อนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ในที่สุดพลอยพยัพก็ยอมเปลี่ยนชุดของทางโรงพยาบาล แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะงอแงอยู่ไม่น้อย แพทย์แจ้งว่าจะต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดและนำเลือดไปตรวจหาสารเสพติด อีกทั้งต้องตรวจร่องรอยการล่วงละเมิดเพื่อให้มั่นใจว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะฝ่ายชายพยายามจะลวนลามพลอยพยัพจนเป็นเหตุให้หล่อนผลักเขาตกลงจากระเบียง เมื่อชายหนุ่มเดินออกมานอกห้องพักก็พบกับบิดาซึ่งเพิ่งเดินสวนเข้าหน้าห้องตรวจพอดี

“พลอยเป็นยังไงบ้าง”

“หมอกำลังตรวจร่างกายอยู่ครับ”

“ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้”

แม้อคิณจะขอร้องให้ตำรวจปิดข่าว แต่สุดท้ายก็ยังมีข่าวเล็ดลอดออกไปได้อยู่ดี นั่นก็เพราะตอนที่แพทริกตกตึกลงกระแทกพื้น มีการแชร์ภาพของเขาว่อนไปในอินเทอร์เน็ต อีกทั้งตอนที่ตำรวจคุมตัวพลอยพยัพออกมาจากคอนโดฯ เพื่อมาขึ้นรถโรงพยาบาล ก็มีนักข่าวสำนักหนึ่งแอบถ่ายภาพเอาไว้ได้ ยามของคอนโดฯ คนหนึ่งเกิดปากโป้งเล่าเรื่องที่พลอยพยัพติดอยู่ในห้องของแพทริกให้สื่อฟัง เรื่องจึงกระจายไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าตอนนี้ตำรวจจะยังไม่แจ้งข้อหาแต่สุดท้ายแล้วพลอยพยัพก็ยังต้องตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่ดี

“ผมก็ไม่รู้ครับ คงต้องรอให้พลอยดีขึ้นกว่านี้ก่อน แล้วให้น้องเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น”

ตำรวจที่รับผิดชอบคดีค่อนข้างเกรงใจพิรัชต์อยู่ไม่น้อย เนื่องจากเขาสนิทสนมกับท่านผู้กำกับเป็นการส่วนตัว

“แกดูแลน้องยังไงฮึ อคิณ ถึงได้ปล่อยให้ออกไปกับไอ้คนเลวอย่างแพทริกได้ ฉันยังคิดว่าพลอยกับมันเลิกเป็นเพื่อนกันแล้วเสียอีก”

พลอยพยัพเคยเล่าให้ครอบครัวฟังว่า ตัดขาดจากแพทริกเพราะเขานิสัยไม่ดี แต่หล่อนก็เลือกที่จะไม่เล่ารายละเอียด ประจวบกับหลังเรียนจบชายหนุ่มบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศทั้งสองจึงห่างกันไป ที่ผ่านมาหลังเรียนจบเพื่อนที่สนิทด้วยก็มีแค่สองคนเท่านั้น

“ผมเสียใจครับพ่อ ผมผิดเอง”

“ต่อไปนี้แกต้องส่งคนคอยตามประกบพลอย ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด นักข่าวยิ่งจ้องๆ อยู่ ฉันจะโทรหาผู้กำกับให้ช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้แล้ว ฉันจะไม่ยอมให้น้องสาวแกตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายทั้งที่ไม่ได้ทำเด็ดขาด”

“พ่อคิดว่า แพทริกกระโดดลงไปเองงั้นหรือครับ”

“เออสิ…น้องสาวแกตัวเล็กนิดเดียวจะมีแรงไปผลักไอ้แพทริกลงไปได้ยังไง หรือไม่มันก็อาจจะเมายา แกคิดว่าคนอย่างมันไม่เคยติดยางั้นหรือ”

แพทริกเคยมีประวัติเสพยาตอนอยู่โรงเรียน แต่เนื่องจากบิดามีเส้นสายอาจารย์ใหญ่จึงได้แค่ตักเตือน สมัยไปเรียนต่างประเทศก็เคยโดนจับในคดีนี้เช่นเดียวกัน  

“แต่พลอยบอกว่า แพทริกกลัวอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็ปีนลงระเบียงไปเอง”

“นั่นไง เห็นไหม มันอาจจะเห็นภาพหลอนเพราะยาเสพติดก็เป็นได้ แกก็เคยเห็นข่าวนี่ คนเสพยาบ้า ยาไอซ์ เห็นภาพหลอนกันบ่อยไป”

“แต่ผมว่า…” สิ่งที่อคิณสงสัยก็คือจะเกี่ยวอะไรกับเงาที่ซ้อนทับกับพลอยพยัพหรือไม่…ถึงแม้เขาไม่อาจปักใจเชื่อว่าน้องสาวโดนผีสิง แต่บางอย่างก็ยังสะกิดใจอยู่ดี

“ทำไม…หรือว่าแกสงสัยอะไร…”

อคิณไม่กล้าบอกบิดาว่า เคยเห็นเงาซ้อนทับกับร่างของพลอยพยัพในคืนที่ไปเที่ยวผับ ลึกๆ แล้วก็ยังสองจิตใสองใจ เขาอยากเชื่อคำเตือนของณิรินว่า เรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานี้เกี่ยวข้องกับวิญญาณ แต่อีกใจก็บอกว่า ทั้งหมดช่างไร้สาระ

“เปล่าครับพ่อ ไม่มีอะไร ผมคงคิดมากไปเอง”

“ต่อไปนี้แกต้องดูแลน้องให้ดีๆ อย่าให้ใครมาทำอะไรน้องสาวแกได้”

“ผมทราบครับพ่อ ผมจะไม่ยอมให้พลอยเป็นอันตรายอย่างเด็ดขาด”

“ดีมากอคิณ นอกจากบริษัทแล้วก็มีน้องสาวแกนี่ละที่ฉันรักและเป็นห่วงมาก พลอยเชื่อคนง่ายเกินไป อาจจะโดนคนชั่วมันหลอกเอาได้ แกในฐานะพี่ต้องคอยปกป้องน้อง และถ้ามีใครหน้าไหนที่คิดจะทำร้ายพลอยละก็ แกต้องรีบจัดการขั้นเด็ดขาด”

 

คุณพิรัชต์ไม่ได้เป็นคนเดียวที่เห็นข่าวของพลอยพยัพ แต่ในบ้านเล็กย่านชานเมือง ณิรินเองก็กำลังฟังผู้ประกาศข่าวรายงานด้วยสีหน้าเผือดสนิท  แม้สภาพศพจะถูกเซ็นเซอร์จนมองเห็นเพียงรางๆ แต่หญิงสาวก็แทบจะเดาได้ว่า ก่อนเสียชีวิตแพทริกคงได้พบกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต

คลิปการเสียชีวิตของชายหนุ่มถูกแชร์ซ้ำไปซ้ำมาในโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่ณิรินไม่สบายใจก็เพราะเนื้อข่าวบอกว่า พลอยพยัพเองก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นจากวิญญาณที่สิงหญิงสาวอยู่ และคำพูดที่กุมารทองเอ่ยเกี่ยวกับการแก้แค้นกำลังเริ่มต้นขึ้น

“เอ็งคิดอะไรอยู่หรือ ถึงได้นั่งขมวดคิ้วอย่างนั้น รู้จักผู้ชายคนนี้งั้นหรือ”

“รู้สิปู่ รุ่นพี่โรงเรียนณิเอง”

ณิรินเล่าเรื่องแพทริกให้ปู่ฟัง สมัยเรียนเขาเป็นที่รู้จักในโรงเรียน แต่ข้อเสียของเขาคือ เจ้าชู้ หญิงสาวจำได้ว่าเขาเคยจีบพลอยพยัพ แม้ว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองจะไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ก็สนิทสนมกันมาก ณิรินเคยเห็นแพทริกไปไหนมาไหนกับเพื่อนในกลุ่มของพลอยพยัพ

ชายหนุ่มขับรถสปอร์ตสุดหรูร่อนไปทั่วโรงเรียน หลายครั้งที่เขาเกือบจะเฉี่ยวนักเรียนที่เดินอยู่ข้างถนน แต่แทนที่จะขอโทษกลับชูนิ้วกลางให้เสียอีก ณิรินไม่เคยสุงสิงกับอีกฝ่ายเพราะไม่ชอบคนนิสัยแบบนี้ ส่วนแพทริกเองก็ไม่เคยมาวอแวเพราะหญิงสาวฐานะไม่ดีจึงไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่เขาอยากคุยด้วย

“เอ็งคิดว่า เป็นฝีมือของวิญญาณงั้นหรือ”

“ไม่รู้สิปู่ แต่ณิเห็นวิญญาณสิงร่างพลอยพยัพอยู่”

ณิรินเล่าเรื่องที่หล่อนเห็นวิญญาณในงานเปิดสาขาของธนาคารซึ่งเป็นคนละตนกับผีตายโหงที่ถูกปู่กับควายธนูปราบไปแล้ว อีกทั้งยังรวมถึงเรื่องที่พลอยพยัพทำร้ายหล่อนจนหัวแตกเมื่อสองวันก่อน

“นี่เอ็งโดนวิญญาณเล่นงานขนาดนี้เลยหรือ แล้วไหงบอกปู่ว่าล้มหัวไปกระแทกโดนโต๊ะไง”

ณิรินยกมือปิดปากที่เผลอพูดความลับออกไป หล่อนจำต้องโกหกเพราะไม่อยากให้ปู่เป็นห่วง ใบหน้างอง้ำของปู่ทำให้หญิงสาวเอียงไหล่เข้าไปซบ

“ณิขอโทษจ้ะ ที่โกหกปู่”

“ไม่ต้องมาขอโทษหรอก แต่เอ็งนี่มันเจ็บไม่รู้จักจำ ก็รู้อยู่ว่าไอ้ผู้คุมวิญญาณคนนั้นมันดุขนาดไหน ครั้งก่อนมันส่งผีตายโหงมาบีบคอเอ็งแล้วตอนนี้ยังมาทำร้ายเอ็งหัวแตกอีก ดังนั้นเอ็งก็ต้องเลิกยุ่งกับคนพวกนั้น อยู่ให้ห่างๆ เอาไว้เป็นดี”

“ณิก็ไม่ได้อยากยุ่งนะปู่ แต่พลอยพยัพมาหาเรื่องณิถึงที่ร้าน”

“รวมถึงไอ้หนุ่มที่มันแวะมาหาเอ็งด้วยหรือเปล่า”

พลอยพยัพหันขวับไปหากุมารทองสองตนที่ยื่นหน้ามาหลังประตู ทั้งที่กำชับนักหนาแล้วว่าไม่ให้เล่าแต่รักกับยมก็ยังปิดไม่อยู่

“เขาแค่มาดูว่า ณิตายหรือยังต่างหากล่ะปู่”

“ขอให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าไอ้หนุ่มนั่นเกิดติดใจเอ็งขึ้นมาละก็ เรื่องจะยุ่งกันใหญ่”

“ไม่มีทางหรอกปู่ คุณอคิณไม่มีทางสนใจผู้หญิงบ้านๆ อย่างณิเด็ดขาด  รอบตัวเขามีผู้หญิงเป็นโขยง”

“มันก็ไม่แน่หรอกณิ ดวงเอ็งปีนี้จะได้พบเนื้อคู่”

“ต้องไม่ใช่คุณอคิณแน่นอน เขากับเราต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะปู่”

“ต่างหรือไม่ต่างก็ต้องขึ้นกับว่าเอ็งคิดอะไรกับไอ้หนุ่มนั่นหรือเปล่าต่างหาก จำคำปู่ไว้นะ เนื้อคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันหรอก แต่ดวงของเอ็งกว่าจะลงเอยกับเนื้อคู่ต้องมีเรื่องเลือดตกยางออกกันอีกเยอะทีเดียว”

“นี่ปู่แอบดูดวงณิงั้นหรือ”

“ก็มีบ้างละ ปู่กลัวหลานสาวคนเดียวจะขึ้นคาน ปู่ขี้เกียจทำกับข้าวเลี้ยงเอ็งไปจนแก่ยังไงล่ะ”

“ณิว่าไม่มีทางเป็นไปได้หรอกปู่ ณิตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอคิณเด็ดขาด ทางใครทางมันก็แล้วกัน”

“ก็ขอให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ กรรมของใครก็ปล่อยให้คนนั้นแก้ ใครทำอะไรผิดสักวันก็ต้องชดใช้ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น”

ณิรินอยากจะปล่อยวางทุกอย่างตามที่รับปากปู่ แต่สุดท้ายความอยากรู้ความจริงก็ยังชนะทุกอย่าง แม้อคิณจะไม่อยากให้เข้าไปยุ่งแต่หญิงสาวก็ยังอยากสืบหาความจริง และคนหนึ่งที่เลือกไปสอบถามก็คือยามของโรงเรียน ซึ่งมีอยู่สามคนด้วยกัน คนหนึ่งซึ่งหล่อนสนิทด้วยที่สุดชื่อว่า ลุงกานต์ สมัยเรียนณิรินมักจะกลับบ้านดึกเป็นประจำ เวลาหล่อนเดินผ่านลุงกานต์จะพามาส่งที่ปากทางเพื่อขึ้นรถเมล์ทุกครั้ง ลุงเคยบอกว่า หล่อนหน้าตาคล้ายกับลูกสาวที่ตอนนี้ไปทำงานที่ต่างจังหวัดจึงเอ็นดูเป็นพิเศษ ตอนที่หญิงสาวตัดสินใจลาออกเพราะปัญหาการเงิน ณิรินก็ไปบอกลุงคนแรก

“หนูณิ จะอยากรู้ไปทำไม เรื่องมันก็ตั้งหลายปีมาแล้ว”

ลุงกานต์ตอนนี้ลาออกจากการเป็นยามแล้วมาปลูกผักขาย บ้านของลุงกานต์อยู่แถวตลิ่งชัน หลังคุยกับปู่เมื่อคืน หญิงสาวจึงแวะมาหาในวันรุ่งขึ้น ในบรรดายามทั้งหมดลุงกานต์เป็นคนที่ขยันที่สุด ผิดกับยามอีกสองคนที่มักจะมาอยู่เวรสายแถมยังอู้ด้วยการนั่งหลับเป็นประจำ คนที่หนักที่สุดคือยอด ซึ่งชอบดื่มเหล้าจนเมา แต่พอนักเรียนไปฟ้องครูใหญ่ก็จะโดนยอดข่มขู่

“น่านะลุง เล่าให้ฟังหน่อยว่า ลุงได้ยินอะไรมาบ้าง”

เรื่องที่บุษยามณีหายไปจากโรงเรียนโด่งดังไปทั่ว นั่นก็เพราะช่วงที่หญิงสาวหายไปคือตอนก่อนสอบ นั่นหมายถึงว่า เด็กสาวคนนั้นยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ จะบอกว่าลาออกเพราะย้ายโรงเรียนจึงไม่น่าเป็นไปได้

“ลุงก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก ได้ยินแต่ไอ้เหน่งกับไอ้ยอดมันคุยกัน”

เหน่งคือยามที่ชอบอู้งานและไม่ยอมมาเข้าเวร ส่วนยอดก็คือคนที่อยู่ยามในคืนวันนั้น

“คุยว่าไงหรือลุง”

“หนูณิ อย่าเล่าให้ใครฟังนะ ไอ้สองคนนั่นมันคุยกันว่า มีคนจ้างให้มันหุบปาก”

สิ่งที่ยอดเล่าให้ทุกคนฟังก็คือ เห็นบุษยามณีวิ่งออกมาจากโรงเรียน เขาเดาว่าหล่อนอาจจะเจอผีหรือตกใจกลัวอะไรสักอย่าง แต่เนื่องจากมืดมากอีกทั้งหญิงสาวก็วิ่งเร็วจึงไม่ได้เรียกตัวมาถาม

“แล้วใครหรือลุงที่จ่ายเงินเพื่อปิดปากยอด”

“ไม่รู้สิ ไอ้ยอดไม่ยอมบอก รู้แต่ว่าได้หลายตังค์อยู่ แถมคืนนั้นมันยังได้ไวน์มาอีกขวด แต่มันดื่มคนเดียวจนหมดในคืนวันที่อยู่ยามนั่นละ”

“นี่หมายความว่า คืนนั้นยอดเมางั้นหรือจ๊ะลุง” ณิรินซักอย่างสงสัย

“คงงั้น ไอ้ยอดมันขี้เหล้าจะตาย พอว่างมันสองคนก็ชวนกันไปดื่มเหล้าเช้าค่อยกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นมันสองคนจะผลัดกันมาสายงั้นหรือ”

“อ้าว…แต่ไหงพูดกับอาจารย์ใหญ่ว่า จำทุกอย่างได้แม่น ถ้าอย่างนั้นข้อมูลก็เชื่อไม่ได้สิ”

“ก็คงงั้นละ คำพูดของคนเมาเชื่อได้ที่ไหน ลุงคนหนึ่งละที่คิดว่าไอ้ยอดโกหก น่าเสียดายที่ลุงไม่ได้อยู่เวร ไม่อย่างนั้นอาจจะช่วยหนูบุษได้”

“หนูก็สงสารบุษ หนูอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นวันนั้น ลุงพอจะมีทางไปหลอกถามยอดให้หนูได้ไหม”

“คงไม่ได้หรอกหนูณิ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ลุงก็ลาออกนานแล้วด้วย ไอ้ยอดคงไม่รับโทรศัพท์ลุงหรอก อย่าคิดมากไปเลย ป่านนี้เด็กผู้หญิงคนนั้นอาจจะไปอยู่เมืองนอกแล้วก็เป็นได้”

เด็กในโรงเรียนอินเตอร์มักจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศหลังเรียนจบ แต่ณิรินมั่นใจว่า ต้องไม่ใช่บุษยามณีแน่ หล่อนยังปักใจว่า วิญญาณที่เห็นน่าจะเป็นเด็กสาวคนนั้น

“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ดีสิลุง แต่หนูกลัวว่าจะไม่ใช่ หนูมีลางสังหรณ์ว่าคืนนั้นต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ ต้องมีใครสักคนทำให้บุษยามณีกลัวสุดขีด”

“แล้วใครล่ะจะทำร้ายเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ลงคอ”

“หนูก็ไม่รู้ แต่หนูต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าแต่ลุงพอรู้ไหมว่า ในโรงเรียนนี้มีใครพอจะรู้จักบ้านของบุษยามณีบ้าง”

“ลุงไม่แน่ใจ เอาไว้ลุงจะลองถามคนอื่นให้ ถ้ารู้เมื่อไหร่ลุงจะรีบโทรไปบอกหนูณิก็แล้วกัน”

แพทย์อนุญาตให้พลอยพยัพกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นอคิณจึงโทร.ไปแจ้งกับคุณตำรวจ หลังจากพาพลอยพยัพไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจอยู่ถึงสองชั่วโมง เขาได้รับข่าวดีที่คาดไม่ถึง เมื่อร้อยเวรผู้รับผิดชอบคดีแจ้งว่า ทางตำรวจได้ตรวจดูเทปจากกล้องวงจรปิดตรงระเบียงของแพทริกเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืนและพบหลักฐานชิ้นสำคัญ

เนื่องจากห้องของชายหนุ่มนั้นเป็นห้องเพนต์เฮาส์กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้น แพทริกกลัวว่าจะมีใครแอบลักลอบปีนระเบียงเข้ามาในห้องพัก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเขาจึงติดกล้องวงจรปิดของตัวเองเอาไว้เพื่อสอดส่อง ชายหนุ่มเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดกับคอมพิวเตอร์ในห้องด้วยตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับทางคอนโดฯ  เมื่อรู้เช่นนี้ตำรวจจึงตามช่างเทคนิคของกรมตำรวจ มาหาวิธีแฮ็กข้อมูลในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในห้อง หลังจากพยายามอยู่นานก็ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญนั่นคือ ภาพในวันเกิดเหตุ แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจมากกว่าคือ คลิปลับที่ชายหนุ่มแอบถ่ายคู่ขาไว้เป็นจำนวนมาก

ทีมสอบสวนส่งหลักฐานทั้งหมดให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ข้อมูลที่ได้เห็นทำให้รู้ว่า พลอยพยัพยืนอยู่ตรงประตูกระจก หล่อนไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้แพทริกเลยแม้แต่น้อย แต่ชายหนุ่มกลับกลัวลนลานและเอนตัวหงายหลังลงไปเอง หลังจากชายหนุ่มตกลงไปพลอยพยัพก็ปิดหน้าร้องไห้  

นอกจากนี้ผลตรวจสอบสารเสพติดเบื้องต้นจากแพทริกก็พบว่า มีระดับของยาบางอย่างในกระแสเลือดและปัสสาวะ ทางตำรวจกำลังรอผลพิสูจน์ว่าคือยาอะไร ผิดกับในร่างกายของพลอยพยัพที่ไม่มีสารเสพติดอยู่เลยจึงทำให้ข้อสันนิษฐานว่าทั้งคู่เสพยาและพลอยพยัพผลักชายหนุ่มตกลงไปนั้นไม่มีน้ำหนัก

นอกจากนั้นภาพเหตุการณ์ตำรวจยังพบหลักฐานว่า ชายหนุ่มมักจะพาคู่ขามาจัดปาร์ตี้ในคอนโดฯ แห่งนี้เป็นประจำ ภาพส่วนหนึ่งพบว่า แพทริกมีการเสพยาพร้อมคู่ขา น่าจะเป็นโคเคน และทั้งสองคนก็มักจะออกไปเต้นรำตรงระเบียงจึงเป็นการสนับสนุนว่า ชายหนุ่มตกเป็นทาสยาเสพติด

“เรื่องรอยเล็บคุณพลอยให้การว่า เผลอจิกมือคุณแพทริกตอนที่เขาพยายามจะลวนลามเธอ แต่เธอไม่ยอม”

อคิณอ้าปากค้าง เขากัดกรามแน่น ข่มใจกลั้นความโกรธ เมื่อคิดว่าแพทริกฉวยโอกาสกับน้องสาว เขาพลาดที่ปล่อยให้พลอยพยัพออกมาเพียงลำพัง หล่อนเกือบจะตกเป็นเหยื่อด้วยซ้ำ

“แล้วพลอยบอกไหมครับว่า คืนนั้นแพทริกเสพยาหรือเปล่า”

“เห็นว่าดื่มเหล้าที่ผับ แต่เครื่องดื่มนั้นอาจจะผสมยาเสพติดก็เป็นได้ เดี๋ยวนี้ยาเสพติดมีวิธีเสพหลายวิธีครับ แต่ทางเราค้นพบของกลางในคอนโดฯ ของคุณแพทริกจำนวนหนึ่งซึ่งผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนหลักฐานจากที่ผับน่าจะหาลำบากเพราะแก้วปนกันไปหมด”

สิ่งที่ทราบจากทางตำรวจทำให้อคิณถึงกับนิ่งไป เขาคิดไม่ถึงว่า ชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกผู้ดีมีเงินใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลกถึงเพียงนี้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง น้องสาวผมก็พ้นข้อกล่าวหางั้นหรือครับ”

“ใช่ครับ คำให้การที่คุณพลอยพยัพบอกมา เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก และเรายังพบคลิปที่คุณแพทริกเคยถ่ายคู่ขาเอาไว้ด้วยครับ แสดงว่าทุกครั้งตอนเสพยาเขาก็จะมีพฤติกรรมแปลกๆ ครั้งนี้อาจจะเห็นภาพหลอนก็เลยกระโดดลงไปเอง”

สิ่งที่ตำรวจเล่าคือ แพทริกมีรสนิยมแปลกๆ เขาเคยใช้แส้เฆี่ยนตีคู่ขา อีกทั้งเขายังชอบทำกิจกรรมทางเพศแบบแปลกๆ อีกด้วย เนื่องจากคลิปมีจำนวนมากตำรวจจึงส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ หรือไม่

“แล้วที่พลอยตกใจกลัวแล้วอาละวาดล่ะครับ”

“คงเป็นเพราะเธอตกใจสุดขีดที่เห็นเพื่อนกระโดดตึกลงไปต่อหน้าต่อตาครับ”

อคิณขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลายได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่า ทุกอย่างช่างประจวบเหมาะเกินไป ทุกอย่างที่มีอยู่ตอนนี้เป็นอย่างที่พลอยพยัพบอกจริงๆ แพทริกเสพยาและกระโดดลงไปเองแต่หล่อนไม่เกี่ยว แต่ทำไมพลอยพยัพถึงเดาทุกอย่างได้

“ถ้างั้นตอนนี้ผมก็พาน้องสาวกลับบ้านได้ใช่ไหมครับ”

“แน่นอนครับ แต่ระหว่างนี้ผมคงต้องขอความร่วมมือคุณอคิณกับคุณพลอยพยัพ อย่าเพิ่งเดินทางไปต่างประเทศนะครับ หากทางเราต้องการข้อมูลอะไร จะรีบติดต่อเพื่อมาให้ปากคำอีกครั้งนะครับ”

“ได้ครับ ผมกับพลอยคงจะไม่มีแรงไปไหนเหมือนกันที่มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น สำหรับพลอยคงต้องกักตัวไว้ที่บ้านพักใหญ่เลยทีเดียว”

“ขอบคุณคุณอคิณด้วยนะครับที่ให้ความร่วมมือกับทางตำรวจเป็นอย่างดี ผมจะรีบสรุปสำนวนและนำเสนอหัวหน้า เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงไม่น่ามีผลกระทบต่องานของคุณพลอย ฝากเรียนคุณพิรัชต์ด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ได้ครับ ผมขอบพระคุณมากครับ”

อคิณประนมมือไหว้ มองคุณตำรวจที่เดินกลับเข้าห้องไป ไม่รู้เป็นยังไงเขาถึงรู้สึกว่า เรื่องไม่ได้เพิ่งจบแต่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก…

 

เมื่ออคิณพาพลอยพยัพกลับมาที่บ้าน พิรัชต์ก็ออกมาต้อนรับ ขณะที่ทุกคนมีสีหน้ายินดีแต่นิรัชชาแอบทำหน้าบึ้ง

“หมดเคราะห์หมดโศกเสียทีนะคะ ดิฉันเป็นห่วงคุณหนูมาก” แม่อิ่มโผเข้ามากอดด้วยความเป็นห่วง นับตั้งแต่มารดาของอคิณและพลอยพยัพเสียชีวิต แม่อิ่มก็เปรียบเสมือนผู้ใหญ่ในบ้าน นอกจากดูแลงานบ้านและคนงานแล้วยังคอยดูแลสองพี่น้องด้วย

“พลอยไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยแม่อิ่ม ดูสิคะสบายมาก” หญิงสาวหมุนตัวให้ดูและส่งยิ้มหวาน แม่อิ่มมองอย่างปลื้มใจ

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วลูก พ่อก็เป็นห่วงลูกเหมือนกัน”

พิรัชต์ดึงลูกสาวเข้ามากอด สีหน้าของพลอยพยัพยังดูซีดคงเพราะผ่านการสอบสวนมาถึงสองชั่วโมง มีเพียงนัยน์ตาที่เป็นประกายสดใส

“พลอยขอโทษนะคะพ่อ ที่ทำให้วุ่นวายกันไปหมด”

“ลูกไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ แต่ต่อไปจะไปไหนมาไหนต้องบอกเพชรเข้าใจไหม”

“พลอยเข็ดแล้วค่ะ ไม่คิดว่าแค่แวะที่คอนโดของแพทริกแป๊บเดียวจะกลายเป็นเรื่องแบบนี้ได้ พลอยไม่รู้เลยนะคะว่าเขาเสพยา”

“ทำไมลูกกับแพทริกถึงกลับไปสนิทกันได้ล่ะ ไหนพลอยเคยบอกพ่อว่า เลิกเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่หรือ”

“ก็เขานัดให้พลอยไปเอาของที่คอนโด ใครจะไปรู้ว่าพอไปถึงเขาก็ลวนลามพลอย จู่ๆ เขาก็กลัวอะไรไม่รู้แล้วก็เปิดประตูระเบียงแล้วกระโดดลงไป พลอยกลัวมาก”

เรื่องที่หญิงสาวเล่าให้ตำรวจฟังคือ หล่อนนัดพบกับแพทริกที่ผับแล้วเขาก็ชวนหล่อนให้ไปรับของที่คอนโดมิเนียม พลอยพยัพไม่รู้ว่าแพทริกติดยา แต่พอเขาพยายามจะลวนลามหล่อนก็เลยโกรธและจิกชายหนุ่มที่คอ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ร้องเสียงดังลั่นเหมือนกลัวอะไรก็ไม่รู้ แล้วสุดท้ายก็กระโดดลงไปจากระเบียง

“เอาเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้พูดกันวันหลัง คืนนี้พลอยเหนื่อยแล้วขึ้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่า พ่อให้แม่อิ่มเตรียมน้ำมนต์ไว้ให้แล้ว”

หญิงสาวชะงัก มองบิดา

“พ่อว่าอะไรนะคะ”

“คือ คุณท่านสั่งให้แม่อิ่มไปขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อวัดที่ไปประจำมาให้ค่ะ คุณพลอยเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มาต่อไปจะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามานะคะ”

แม่อิ่มยื่นขวดน้ำมนต์มาตรงหน้า แต่พลอยพยัพปัดออกจนขวดเกือบจะหล่นจากมือ แม่บ้านอาวุโสหน้าเสีย

“ไม่เอา พลอยไม่ต้องการ ใครใช้ให้ป้าไปขอ เอาคืนไป พลอยไม่ต้องการ”

ป้าอิ่มหน้าซีดเมื่อเห็นท่าทีของพลอยพยัพผิดไปราวกับคนละคน พิรัชต์จึงเอ็ดขึ้น

“พลอย…ทำไมต้องปฏิเสธด้วยล่ะลูก แม่อิ่มอุตส่าห์ไปหาหลวงพ่อด้วยตัวเองเลยนะ”

“ก็พลอยไม่ได้อยากได้นี่คะ ป้าอิ่มจะเอาไปไหนก็ไปเถอะค่ะ พลอยเหนื่อยอยากพักผ่อน”

หญิงสาวหน้างอง้ำ อคิณเห็นบรรยากาศตึงเครียดจึงรีบไกล่เกลี่ย เขาสงสารแม่อิ่มที่ทำตาแดงๆ เมื่อโดนปฏิเสธความหวังดี

“น้องพลอยคงเหนื่อยครับพ่อ นะครับป้าอิ่ม เอาเป็นว่าผมจะรับไว้เองนะครับ พักนี้ผมก็ดวงไม่ดีเหมือนกัน”

ป้าอิ่มพยักหน้า ส่งขวดน้ำมนต์ให้กับอคิณ พลอยพยัพยังคงหน้าบึ้งไม่ต่างจากเดิม หล่อนหันมาหาพิรัชต์

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วพลอยขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ รู้สึกปวดหัวยังไงก็ไม่รู้ คืนนี้พลอยอยากเข้านอนแต่หัวค่ำนะคะ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญละก็อย่ามารบกวน”

พิรัชต์ตบบ่าลูกสาว ส่งยิ้มให้

“พลอยไปนอนเถอะ หลับให้สบาย ไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”

อคิณมองตามแผ่นหลังของน้องสาวด้วยความประหลาดใจ เขามองขวดแก้วในมือ กำลังตัดสินใจว่า จะทำยังไงกับของสิ่งนี้ดี…

 

ชายหนุ่มเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ตอนที่เขาได้ยินเสียงเตือนจากโทรศัพท์ว่า มีข้อความเข้า ภายในโปรแกรมแชตที่เรียกว่าไลน์มีข้อความกระเด้งขึ้นมา แต่พอเห็นว่าคนที่ส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนทักมาคือ พิธาน สุดท้ายก็รีบโทร.กลับไปหา

“น้องพลอยเป็นยังไงบ้าง”

“ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังตกใจอยู่นิดหน่อย”

“ฉันเป็นห่วงมาก พอเห็นข่าวเมื่อคืนวาน ทำไมพลอยถึงออกไปกับไอ้แพทริกได้”

กิตติศัพท์ของแพทริกไม่ดีนัก เขาเจ้าชู้และยังติดยา บรรดานักเรียนผู้หญิงในโรงเรียนเคยถูกหนุ่มลูกครึ่งจีบหลายคน

“พลอยบอกว่า เจอแพทริกที่ผับ แล้วเขาก็ชวนไปเอาของที่คอนโด”

“เป็นแผนของมันน่ะสิ โชคดีแล้วที่พลอยไม่เป็นอะไร”

น้ำเสียงของพิธานเคร่งขึ้นด้วยความเป็นห่วง อคิณรู้ดีว่าเพื่อนของตนแอบชอบพลอยพยัพอยู่ แต่น้องสาวแสดงท่าทีชัดว่าไม่ใช่สเปกแถมยังแกล้งเสียอีก สุดท้ายพิธานจึงยอมถอยแต่ก็แอบถามถึงเป็นระยะๆ  

“ถ้าเป็นห่วงนัก ทำไมพรุ่งนี้นายไม่แวะมาเยี่ยมพลอยล่ะ”

“จะดีหรือ น้องพลอยคงไม่ได้อยากพบหน้าฉันสักเท่าไหร่ ขืนไปก็อาจจะนั่งกร่อย เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกัน”

“ไม่ลองก็ไม่รู้นะ”

“ฉันไม่อยากลอง บอกตรงๆ ว่ากลัวเจ็บอีกว่ะ คราวนั้นกว่าจะทำใจได้ก็เป็นเดือน”

“ฉันรู้สึกเหมือนกันว่า พลอยเปลี่ยนไป”

มีบางอย่างในตัวพลอยพยัพซึ่งแม้แต่คนเป็นพี่ก็ยังรู้สึกว่าแปลก อย่างเช่นท่าทางการพูดคุยรวมถึงอุปนิสัย จากเดิมพลอยพยัพไม่ชอบเที่ยวกลางคืน หล่อนเคยบอกว่า การนอนดึกทำให้ขอบตาดำคล้ำ งานนางแบบทำให้ต้องดูแลหน้าตาและผิวพรรณเป็นอย่างดี รวมถึงอากัปกิริยาที่แสดงความหงุดหงิดเมื่อครู่ น้องสาวเป็นคนเอาแต่ใจก็จริง แต่สำหรับแม่อิ่มซึ่งเป็นทั้งแม่บ้านและแม่นม เลี้ยงทั้งสองมาตั้งแต่เล็ก พลอยพยัพค่อนข้างเกรงใจจึงไม่เคยอาละวาดใส่เลยสักครั้ง

“อะไรหรือที่เปลี่ยน”

“ไม่รู้สิ ฉันเองก็บอกไม่ถูกพีท แต่มันรู้สึกไม่สบายใจยังไงก็ไม่รู้”

“นี่นายยังคิดอยู่อีกหรือว่าน้องนายถูกผีสิง นายนี่เพี้ยนเข้าขั้นเลยนะ”

“ฉันก็ไม่รู้ บางทีพลอยก็ดูปกติเหมือนอย่างที่เราสองคนเคยเห็น แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนว่า พลอยทำอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ”

“น้องพลอยโตแล้วนะโว้ย แม้นายจะเป็นพี่ แต่เธอก็ต้องมีมุมส่วนตัวบ้าง ยิ่งมาเกิดเรื่องแบบนี้ ฉันว่า น้องพลอยคงเข็ดไม่กล้าออกไปเที่ยวกลางคืนอีกนาน หรือไม่ถ้าจะออกไปเที่ยวจริงก็ต้องชวนนายหรือสองสาวคู่ซี้ไปด้วยหรอก”

“นายคิดอย่างนั้นหรือ”

“เออสิ…นายอย่าคิดมากเลยอคิณ น้องพลอยอาจจะแค่เครียด ก็เลยออกไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง หลังจากนี้เธอคงกลับมาเป็นไข่ในหินของนายแบบเดิมนั่นละ”

“ขอบใจมากนะโว้ยพีท ฉันคงคิดมากไปจริงๆ ละ”

“งั้นก็รีบนอนได้แล้ว แกเองก็เหนื่อยมามากแล้ว”

อคิณหัวเราะเบาๆ กับโทรศัพท์ เขากดวางสาย กำลังนำโทรศัพท์ไปเสียบกับสายชาร์จตรงหัวเตียงแต่แล้วกลับได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก ห้องนอนของเขาอยู่ชั้นสองติดกับห้องของพลอยพยัพ ความเป็นห่วงทำให้ตัดสินใจแง้มประตูออกไปดู แต่สิ่งที่เห็นทำให้ประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ร่างเพรียวที่บ่นว่าเหนื่อย อยากนอนและห้ามใครรบกวน บัดนี้อยู่ในชุดเดรสสีเหลืองทองทั้งชุด พลอยพยัพแต่งหน้าจัดราวกับคนจะไปออกงาน หล่อนสะพายกระเป๋าใบโปรดและเดินลงจากบันไดไป กลิ่นน้ำหอมที่ฟุ้งออกมาบอกว่า หญิงสาวน่าจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง...

พลอยจะไปไหนของเขานะ ไหนว่าอยากนอน ห้ามรบกวนยังไง

อคิณมีเวลาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีว่าจะทำยังไงดี จะปล่อยพลอยพยัพไปคนเดียวหรือตามไปคุ้มครองน้องสาว สุดท้ายเขาก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้ากุญแจรถแล้ววิ่งตามหญิงสาวออกไป เขาต้องการรู้ว่าคนที่เพิ่งขวัญเสียอย่างพลอยพยัพกำลังออกไปพบใครกันแน่…

Don`t copy text!