บุษราอาฆาต บทที่ 14 : สิ่งที่ซ่อนอยู่

บุษราอาฆาต บทที่ 14 : สิ่งที่ซ่อนอยู่

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-14-

 

ณิรินทำความสะอาดห้องไปร้องไห้ไป ยิ่งเมื่อเหลียวมองชายสูงวัยที่นอนหลับอยู่บนเตียงก็ยิ่งรู้สึกผิด ปู่เทียมนอนนิ่งๆ แบบนี้มาเกือบสองชั่วโมงแล้วจนหญิงสาวใจคอไม่ดี หล่อนต้องคอยเอานิ้วอังตรงจมูกของปู่เป็นระยะๆ เมื่อพบว่ายังมีลมหายใจออกมาอย่างสม่ำเสมอก็ค่อยโล่งใจ  

รักกับยมเองก็คงเป็นห่วง จึงไม่ออกไปเล่นซนเหมือนอย่างเคย แถมนั่งเฝ้าปู่อยู่ข้างเตียงด้วย แทบไม่ต้องเดาว่า กุมารทองน้อยสองตนคงรู้สึกผิดไม่ต่างจากหล่อน

หล่อนพลาดที่คิดว่าจะจัดการของชิ้นนั้นได้ด้วยอาคมอันน้อยนิดที่มีอยู่ แต่เปล่าเลย นอกจากจัดการไม่ได้แล้วยังทำให้ปู่ต้องบาดเจ็บเสียอีก แม้แต่รักกับยมที่มีอิทธิฤทธิ์แต่ก็ยังถูกหล่อนมัดไว้ แต่ที่กุมารทองสองตนไม่โต้ตอบก็เพราะกลัวว่าจะทำให้ณิรินบาดเจ็บ

หญิงสาวปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม รัก ยม ลอยตัวมาข้างๆ ราวกับจะรู้ว่าณิรินกำลังกลุ้มพร้อมกับเอียงมาซบบ่า มือเล็กป้อมโอบไหล่เพื่อให้กำลังใจ

“อย่าร้องไห้เลยพี่ณิ ปู่ไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่เหนื่อยเฉยๆ”

หญิงสาวไม่อยากคิดมาก แต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ ปู่เคยย้ำเสมอว่าอย่าประมาท เพราะคนที่ควบคุมวิญญาณผีตายโหงนั้นมีอาคมแกร่งกล้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์แล้วว่า คำเตือนของปู่ถูกต้องทุกอย่าง ณิรินมองบ้านที่เลอะไปด้วยเลือดสกปรก วิญญาณที่เข้าสิงหล่อนคงไปหามาเพื่อต้องการถอนอาคมที่คุ้มครองบ้านอยู่ ตอนนี้ณิริน รักและยมจึงต้องเร่งทำความสะอาดบ้านเป็นการด่วน

“พี่สงสารปู่ ปู่คงเหนื่อยมาก”

ณิรินน้ำตาซึม กว่าปู่จะปราบอาคมของคนชั่วได้ก็ใช้พลังไปจนแทบหมดตัว อันเป็นเหตุให้ปู่นอนนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อนเป็นเวลานานแบบนี้

“พี่ผิดเอง พี่น่าจะระวังให้มากกว่านี้”

“ไม่ต้องคิดมากนะจ๊ะ ปู่แข็งแรง นอนพักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว” ยมโผล่เข้ามาอีกฝั่งหนึ่งและเอียงหน้ามาแนบชิดเพื่อปลอบ

“พี่ขอโทษนะรักกับยม ที่มัดหนูไว้”

“โธ่พี่ณิ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องคิดมาก หนูสองคนไม่เป็นอะไรสักหน่อย ว่าแต่พี่ณิเอาของสกปรกมาจากไหนหรือจ๊ะ”

ณิรินเองก็สงสัยว่า เจ้าของห่อผ้าในกระเป๋าเสื้อสูทของอคิณเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ คนนั้นคงไม่ได้ประสงค์ดีต่อชายหนุ่มแน่ จากที่เขาเล่าว่าโดนผู้จัดการสาขาฯ โทร.ตามจึงทำให้หญิงสาวอดสังหรณ์ใจไม่ได้ว่า ผู้จัดการมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้หรือเปล่า

“มีคนแอบใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อนอกของอคิณ”

“กระเป๋าของพี่สุดหล่อหรือ แล้วใครใส่ลงไปล่ะจ๊ะ”

สองกุมารทองขมวดคิ้ว นั่งไขว่ห้างกลางอากาศด้วยกันทั้งคู่แบบใช้ความคิด

“พี่สุดหล่อไปทำให้ใครโกรธหรือเปล่า ถึงได้เล่นหนักถึงขนาดนี้”

สิ่งที่หญิงสาวคิดก็คือ อาจมีคู่แข่งทางการค้า หรือคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อครอบครัวต้องการทำของใส่ถึงได้นำมาหย่อนเอาไว้โดยที่ชายหนุ่มไม่รู้

“นั่นสิ…พี่ก็คิดไม่ตก ว่าทำไมเขาถึงมีของแบบนี้อยู่ในกระเป๋า นี่ดีนะที่เขายังไม่ได้กลับบ้าน ไม่อย่างนั้น…”

หากอคิณกลับบ้าน อาจทำให้เกิดอันตรายกับคนในครอบครัวก็เป็นได้ หล่อนไม่เข้าใจว่า เพราะอะไรถึงได้มีวิญญาณติดตามชายหนุ่มแถมยังสิงร่างของพลอยพยัพ หมอดูสาวมั่นใจว่า ทุกอย่างเกิดจากความจงใจของใครบางคน รวมถึงการตายของแพทริกด้วย และบางทีต้นเหตุคงเกี่ยวข้องกับเรื่องของบุษยามณีเมื่อหลายปีก่อน

“ถ้างั้นเราก็ต้องหาว่าใครทำ ใครที่อยากจะทำร้ายสุดหล่อแฟนพี่ณิได้ลงคอ”

ณิรินอ้าปากค้าง เหลือบมองรักกับยมที่ทำสีหน้าล้อเลียน

“เอ๊ะยม พี่บอกแล้วไงว่าพี่กับอคิณไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะจ๊ะ อย่างนี้หรือเปล่าที่ผู้ใหญ่เขาพูดกันว่า มีพิรุธ” กุมารทองน้อยเอียงคอไปมา ยักคิ้วแบบรู้ทัน

“ไม่มีอะไรจริงๆ รัก ยม ต่อไปนี้ห้ามล้อพี่เรื่องนี้อีกนะ พี่ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอคิณอีก พี่ไม่อยากให้ปู่เดือดร้อน”

“ไม่เห็นเกี่ยวกันสักหน่อย ถ้าพี่ณิไม่อยากให้ปู่เดือดร้อนก็ต้องรีบสืบสิว่า ของชิ้นนี้มาจากใครกันแน่”

“แล้วรัก ยมคิดว่าพี่ควรจะสืบจากใครดีล่ะ”

“พี่บอกว่าเจอพี่สุดหล่อที่ธนาคารไม่ใช่หรือ ถ้างั้นก็ต้องเริ่มจากที่นั่นละ”

“เออ…จริงด้วย ทำไมพี่คิดไม่ถึงนะ ขอบใจมากนะรัก ยม”

“หนูสองคนจะช่วยอีกแรง ถ้ารู้ว่าใครทำให้ปู่เจ็บ หนูสองคนจะคิดบัญชีกับมันสักตั้ง เอาให้จับไข้หัวโกร๋นกันไปเลย”

 

ขณะที่ณิรินต้องการหาต้นตอของห่อผ้า อคิณก็กำลังสับสนกับความคิดของตนเองเช่นเดียวกัน เขายอมรับยันต์มาก็เพราะเห็นแก่ความจริงใจของหญิงสาว ชายหนุ่มเคยมองณิรินในแง่ร้ายมาตลอด แต่พอได้มีโอกาสพูดคุยกันถึงรู้ว่า แท้จริงแล้วหมอดูสาวเป็นคนดีคนหนึ่ง หล่อนเป็นหลานกตัญญูทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว

คนอื่นอาจจะมองว่าอาชีพหมอดูนั้นมีแต่ความลวงโลก คอยใช้คำพูดโป้ปดหากินไปวันๆ แต่ณิรินต่างจากคนอื่น เขายอมรับว่ามีความสุขยามได้คุยกับหญิงสาว ณิรินเป็นคนตรงไปตรงมา สิ่งที่หล่อนพูดทำให้รู้ว่า หญิงสาวไม่ใช่ศัตรู หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ เขาก็ตรงกลับบ้าน อคิณยอมรับว่าหลับสนิทเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ อาทิตย์ ดังนั้นพอตื่นขึ้นมาเช้านี้จึงมีแต่ความสดชื่น แต่พอเดินลงมาชั้นล่างก็พบว่า พลอยพยัพนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“เมื่อวานตอนบ่าย พี่เพชรหายไปไหนมา”

ชายหนุ่มสบตา แค่มองก็รู้ว่าน้องสาวกำลังหงุดหงิด

“พี่เหนื่อยก็เลยขอกลับบ้านเร็วหน่อย แต่ตอนที่มาถึงไม่เจอพลอย ก็เลยไม่ได้บอก”

ตอนที่ชายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน แม่อิ่มก็แจ้งว่าพลอยพยัพก็ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว ด้วยความอ่อนเพลียพอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายและไม่ได้ตื่นขึ้นมากินมื้อดึกอีก

“แต่พี่เพชรไม่ได้ตรงกลับมาบ้าน พลอยรู้นะ แล้วทำไมถึงต้องปิดโทรศัพท์ด้วย”

“นี่พลอยโทรหาพี่งั้นหรือ”

อคิณขมวดคิ้ว มองพลอยพยัพด้วยความประหลาดใจ เขาเดาว่าวรัญญาคงจะรายงานน้องสาวว่า เขากลับบ้านเร็วกว่าปกติ

“ก็พี่กินข้าวกับเพื่อนอยู่ก็เลยปิดโทรศัพท์ ไม่เห็นต้องซีเรียสเลยนี่ อย่าบอกนะว่าตอนนี้กินข้าวกับใครก็ต้องรายงานพลอยด้วย”

“เพื่อนคนไหน พลอยรู้จักหรือเปล่า”

นับวันอคิณก็ยิ่งรู้สึกว่าน้องสาวเปลี่ยนไป สมัยก่อนพลอยพยัพอาจจะหวงเขาก็จริง แต่หล่อนไม่เคยแสดงอาการคาดคั้นอย่างนี้มาก่อน

“พลอยไม่รู้จักหรอก”

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“จะหญิงหรือชาย ต่างกันยังไงหรือ พี่เองก็โตแล้ว จะออกไปกินข้าวกับใครมันผิดตรงไหน”

“ผิดตรงที่พี่อาจจะไปหลงคบใครผิดๆ หรือเอาอะไรสกปรกเข้ามาในบ้านน่ะสิ”

“พลอยหมายถึงอะไร”

อคิณหรี่ตามอง เขาไม่แน่ใจว่าพลอยพยัพกำลังพูดถึงห่อผ้าชิ้นนั้นหรือไม่ หากเป็นจริงหล่อนรู้ได้ยังไงว่ามีคนแอบใส่ในกระเป๋าเขา ชายหนุ่มคิดถึงสิ่งที่ณิรินเคยเตือน

“น้องสาวคุณถูกวิญญาณสิง”

“พลอยไปได้ยินอะไรมาหรือ ช่วยพูดให้พี่เข้าใจหน่อย”

“พลอยไม่ได้รู้อะไรหรอกค่ะ แค่เป็นห่วง กลัวว่าพี่เพชรจะถูกเขาหลอก”

“แล้วใครล่ะที่จะมาหลอกพี่”

“ก็หมอดูคนนั้นยังไงล่ะคะ เขาพยายามยุยงให้เราสองพี่น้องแตกคอกัน”

“ณิรินน่ะหรือ แต่เขาไม่เคยพูดถึงพลอยในทางเสียๆ หายๆ เลยนะ”

“นั่นไง พี่เพชรยอมรับออกมาแล้วว่าออกไปกินข้าวกับมันมา ไหนพี่สัญญากับพลอยว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นแล้วไงคะ แล้วทำไมยังต้องนัดเจอกันอีก”

“พี่ได้เจอกับณิรินโดยบังเอิญ”

เขาเล่าเรื่องที่ไปหาผู้จัดการสาขาธนาคารและบังเอิญเจอณิรินขายของอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเดียวกัน พลอยพยัพหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม

“พลอยนึกแล้ว ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องหาทางมาดักเจอพี่เพชรแน่”

“มีเหตุผลหน่อยสิพลอย ณิรินจะมาดักเจอพี่ได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่จะไปที่ธนาคาร ตอนนี้เธอไม่ได้ขายหินที่ห้างเดิมแล้วแต่ไปขายที่ตลาดนัดแทน เราสองคนบังเอิญเจอกันต่างหาก”

“นี่พี่เพชรกำลังแก้ตัวแทนมันงั้นหรือคะ”

“พลอย” อคิณเอ็ดเสียงแข็ง ไม่รู้เป็นยังไง เขาถึงรู้สึกว่าพลอยพยัพดูก้าวร้าวกว่าปกติ ที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยแทนคนอื่นว่า มัน เลยสักครั้ง

“ไม่รู้ละ พี่เพชรห้ามไปพบมันอีกเด็ดขาด พี่เคยสัญญากับพลอยเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงเพี้ยนๆ แบบนั้นอีก”

“แต่ตอนนี้พี่เปลี่ยนใจแล้ว พี่คิดว่าณิรินไม่ใช่คนร้าย”

“นี่พี่เพชรลืมแล้วหรือคะ ว่าผู้หญิงคนนั้นเคยพูดจาให้ร้ายพลอยด้วย”

“ไม่จริงนะ ณิรินเป็นห่วงพลอยมาก”

“แต่พลอยไม่ต้องการ พลอยอยู่ของพลอยดีๆ ทำไมต้องมาแส่ด้วย”

อคิณหน้าบึ้ง ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกโกรธยามพลอยพยัพพูดถึงณิริน อาจเป็นเพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาเปลี่ยนความคิด

“เกินไปหรือเปล่า ณิรินก็แค่เป็นห่วง”

“ทำไมต้องห่วง ในเมื่อพลอยสบายดี เผลอๆ จะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมพลอยต้องโมโหขนาดนี้ด้วย บางทีพลอยน่าจะลองเปิดใจมองณิรินใหม่ เธอไม่ใช่คนร้ายแถมยังมีน้ำใจมากๆ ด้วย”

“พี่เพชรไปสนิทกับมันตอนไหน ทำไมถึงต้องแก้ตัวแทนมันตลอดแบบนี้ด้วย”

“เอาเป็นว่าพี่รู้ก็แล้วกัน และพี่ไม่อยากให้พลอยคิดมาก รู้ตัวไหมว่าพักนี้พลอยหงุดหงิดกว่าปกติ ใครๆ ก็เข้าหน้าไม่ติด แม้แต่ป้าอิ่ม รวมถึงแม่บ้าน แล้วเรื่องเที่ยวกลางคืนให้มันเพลาๆ ลงบ้าง”

บ่อยครั้งที่พลอยพยัพอาละวาดใส่แม่บ้าน จนทุกคนพากันตกใจ แต่อคิณก็พยายามอธิบายให้ทุกคนฟังว่า เป็นเพราะน้องสาวกำลังเครียด การพักผ่อนน้อยอาจส่งผลให้อารมณ์ฉุนเฉียวกว่าที่เคย

“พลอยจะออกไปข้างนอกมันผิดตรงไหน ในเมื่อพี่อคิณบอกว่าตัวเองโตแล้ว พลอยก็เหมือนกัน ถ้าพี่ไม่อยากให้พลอยคิดมากก็เลิกคุยกับผู้หญิงคนนั้นสิคะ”

“พี่คงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะณิรินคือ เพื่อน”

“นี่พี่เพชรคิดจะคบมันเป็นเพื่อนเลยหรือ เมื่อก่อนพี่เพชรไม่เคยเป็นอย่างนี้ ไม่ได้การแล้ว นังนั่นมันเป็นหมอดู ปู่ของมันต้องทำเสน่ห์ยาแฝดใส่พี่เพชรแน่ๆ คอยดูนะพลอยจะไปจัดการมันเอง”

“หยุดพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ณิรินไม่ได้ทำอะไรพี่เลย เราแค่คุยกันเฉยๆ”

“พี่เพชรหาว่าพลอยเพ้อเจ้องั้นหรือ”

พลอยพยัพเอ่ยเสียงพร่า ขอบตาหล่อนแดงก่ำ มองพี่ชายด้วยแววตาตัดพ้อก่อนจะพูดว่า

“พี่เพชรเปลี่ยนไป เมื่อก่อนพี่ไม่เคยว่าพลอย แต่แค่ไปกินข้าวกับมันครั้งเดียว พี่ถึงกับตำหนิพลอย ตามใจ พี่จะทำอะไรก็ช่าง ต่อไปพลอยจะไม่สนใจอีก”

“พลอย…ฟังพี่สักหน่อยได้ไหม ก็แค่เรื่องกินข้าวทำไมถึงต้องโมโหมากขนาดนี้ มีเหตุผลหน่อยสิ”

“ใช่สิ…พลอยมันไม่มีเหตุผล พี่เพชรเริ่มหลงผู้หญิงคนนั้นแล้ว ต่อไปก็คงไม่สนใจน้องคนนี้อีก พลอยจะไปตามทางของพลอย ส่วนพี่ถ้าจะอยากให้หมอดูนั่นหลอกก็ตามใจ พลอยจะไม่ยุ่ง”

ร่างบางหุนหันออกจากบ้านไป อคิณมองตาม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมพลอยพยัพต้องโกรธขนาดนี้ บางทีอาจจะต้องรอให้หล่อนอารมณ์เย็นแล้วคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง…

 

อคิณนั่งรอน้องสาวอยู่ตรงห้องรับแขกมาหลายชั่วโมงแล้ว วันนี้เขาเลิกงานตรงเวลาและรีบกลับบ้าน แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของพลอยพยัพ ครั้นโทร.เข้ามือถือก็พบว่าหญิงสาวปิดเครื่อง นาฬิกาบนผนังบอกว่าดึกมากแล้ว แต่น้องสาวก็ยังไม่กลับ เขายอมรับว่าเมื่อเช้าใจร้อนเกินไปถึงได้ตำหนิหล่อนเรื่องเที่ยว น้องสาวอาจจะเครียดจึงต้องหาทางระบายด้วยการออกไปนอกบ้าน นับตั้งแต่แพทริกเสียชีวิต พลอยพยัพก็ไม่ได้ไปทำงานอีก

ร่างสูงผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วยความร้อนใจ พิรัชต์เองเมื่อทราบเรื่องก็พลอยเป็นห่วงตามไปด้วย

“จนป่านนี้พลอยยังไม่กลับอีกหรือ แกไปพูดอะไรกับน้องหรือเปล่า”

เรื่องที่สองพี่น้องโต้เถียงกันในห้องอาหารเมื่อเช้าเป็นที่พูดกันในบรรดาแม่บ้าน โดยเฉพาะแม่อิ่มที่มาได้ยินตอนทั้งสองทะเลาะกันพอดิบพอดี อคิณเองก็คิดเรื่องนี้ตลอดทั้งวันตอนอยู่บริษัท

“เมื่อเช้าเราทะเลาะกันนิดหน่อยครับพ่อ”

“นี่แกดุน้องอย่างนั้นหรือ พ่อบอกแล้วไงว่าให้ใจเย็นๆ น้องสาวแกเพิ่งจะเจอเรื่องเครียดๆ มา”

นักข่าวหลายสำนักพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ บ้างก็พยายามขุดคุ้ยรูปภาพเก่าๆ ของพลอยพยัพกับผู้ตายสมัยเรียนเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ หญิงสาวต้องปิดมือถือเพื่อหลบนักข่าว แม้แต่งานต่างๆ ก็ถูกยกเลิกไปด้วย เนื่องจากเจ้าของสินค้าเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ ครั้นจะส่งพลอยพยัพไปต่างประเทศก็ทำไม่ได้เพราะติดที่ทางตำรวจขอเอาไว้

“ผมทราบครับ ผมผิดเอง เราสองคนแค่มีความเห็นไม่ตรงกันบางอย่าง”

“ไม่รู้ละ พ่อจะออกไปตามพลอย นี่ก็ใกล้เที่ยงคืนแล้วทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ แกพอจะรู้ไหมว่าน้องออกไปที่ไหน”

อคิณเองก็เป็นห่วงน้องสาว เขาไม่กล้าบอกบิดาว่าที่ผ่านมาพลอยพยัพมักจะออกไปเที่ยวผับเป็นประจำ หล่อนเต้นรำกับผู้ชายมากหน้าหลายตา แถมยังแสดงท่าทีสนิทสนมเกินกว่าเหตุอีกด้วย

“ผมทราบครับพ่อ ผมจะไปตามให้เอง พ่อพักผ่อนเถอะ”

“แกต้องพาน้องกลับมาให้ได้นะ พลอยน่าสงสาร คงเสียขวัญน่าดู เฮ้อ ทำไมถึงต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับน้องสาวแกด้วยนะ”

“ผมผิดเอง ไม่น่าไปตำหนิพลอย เอาเป็นว่าผมจะรีบออกไปตามน้องเดี๋ยวนี้ พ่อไม่ต้องเป็นห่วง”

 

ชายหนุ่มขับรถไปยังผับเดิมที่เคยแอบตามพลอยพยัพมาเมื่อวันก่อน เขาสังเกตว่าพักหลังน้องสาวมักจะเลือกมาที่แห่งนี้แทน นับตั้งแต่เกิดเรื่องวิกานดากับนาวาก็พลอยหายหน้าไปด้วย คงเพราะกลัวว่าจะถูกนักข่าวขุดคุ้ยเรื่องของแพทริก

เมื่อก้าวเข้าไปในผับ อคิณก็สอดส่ายสายตามองหาน้องสาวทันที สุดปลายสายตาร่างเพรียวของพลอยพยัพกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกเต้นรำอยู่กลางฟลอร์ โดยมีชายหนุ่มอีกห้าคนเต้นรำอยู่ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้อคิณโมโหสุดขีดกลับเป็นชุดที่วาบหวิวของน้องสาว

เขาไม่เคยคิดว่าพลอยพยัพจะยอมเปิดเผยเนื้อตัวมากขนาดนี้ ชุดที่สวมเป็นแค่ซับในผ้าเนื้อบางเบาแถมยังสั้นกุดอวดเรียวขาเนียน เขามองเห็นชุดราตรีถูกถอดโยนไว้ทางฝั่งหนึ่งจึงเดาว่าหล่อนเมาและถูกเชียร์ให้เต้นระบำเปลื้องผ้า แต่ที่น่าหวาดเสียวยิ่งกว่าคือ มือของผู้ชายที่ปาดป่ายไปตามเนื้อตัวของน้องสาวต่างหาก คนเป็นพี่โกรธจัดเดินเข้าไปหาทันที

“พลอย…กลับบ้าน”

หญิงสาวหันมามองด้วยหางตาและโต้ว่า

“ไม่…พลอยไม่กลับ”

“พลอยทำอะไร ทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนี้ นี่พลอยเมาใช่ไหม”

นักเที่ยวที่นั่งอยู่รอบๆ ต่างก็ส่งเสียงร้องเชียร์เป็นระยะ ขณะที่พลอยพยัพเต้นรำด้วยท่าทางยั่วยวน

“พี่เพชรไม่ต้องมายุ่ง พลอยเกลียดพี่ พี่เพชรใจร้าย”

“กลับบ้านกันเถอะพลอย พ่อเป็นห่วงมากนะ มีอะไรไว้ไปคุยกันที่บ้าน”

อคิณเอื้อมไปจับมือน้องสาว แต่หล่อนสะบัดออก เมื่อเห็นเขาเข้าใกล้ ผู้ชายที่เหลือต่างก็กรูกันเข้ามาด้วยท่าทางหาเรื่อง

“แกเป็นใคร มายุ่งอะไรกับคุณพลอย”

“ผมเป็นพี่ชายพลอย มาตามน้องสาวกลับบ้าน ทางที่ดีพวกคุณอย่ายุ่งดีกว่า”

ใบหน้าที่บึ้งตึงทำให้ผู้ชายที่เหลือได้แต่ยืนนิ่งคุมเชิงอยู่ แต่พลอยพยัพส่ายหน้าอย่างไม่ยี่หระ

“แต่พลอยยังไม่อยากกลับ พี่เพชรจะไปไหนก็ไปเถอะ จำไม่ได้หรือว่าเราสัญญากันแล้วว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องของกันและกัน”

“แต่พี่ยอมให้พลอยทำตัวแบบนี้ไม่ได้ ไม่รู้หรือว่าผู้ชายพวกนี้ต้องการอะไร”

“รู้สิ…แต่ร่างกายนี้เป็นของพลอย ถ้าพี่เพชรอยากให้พลอยเชื่อฟัง ก็ต้องเลิกคบกับนังณิริน พลอยเกลียดมัน”

“มีเหตุผลหน่อยสิ ทำไมต้องเอาณิรินมาเกี่ยวอยู่เรื่อย พี่กับเธอเป็นแค่เพื่อนกัน”

“ไม่!…พลอยไม่ฟัง” หญิงสาวสะบัดหน้า หันไปทางผู้ชายทั้งห้าคน คืนนี้ใครอยากค้างคืนกับฉันบ้างคะ ฉันพร้อมจะไปกับทุกคนเลย”

หนุ่มรอบตัวพากันยกมือสลอน สีหน้าบ่งบอกถึงความปรารถนาที่ปิดไม่มิด พลอยพยัพโผเข้าไปหาหนุ่มที่ตัวโตที่สุดและยื่นหน้าไปจูบที่ข้างแก้ม

“จะบ้าไปแล้วหรือพลอย กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้”

มือที่เอื้อมไปคว้าข้อมือน้องสาวเอาไว้ แต่หล่อนสะบัดออก พร้อมกับตะคอกใส่

“ปล่อยนะ พี่เพชรไม่มีสิทธิ์มาห้าม พลอยจะทำอะไรก็ได้ นี่คือชีวิตพลอย”

พลอยพยัพหันไปฉุดมือชายคนหนึ่งแล้ววิ่งออกจากผับ อคิณวิ่งตาม เขาไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับน้องสาวดี สุดท้ายจึงนึกถึงยันต์ของณิรินขึ้นมา ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งตามไปคว้ามือพลอยพยัพเอาไว้และควักยันต์ออกมาตรงหน้า หญิงสาวพอเห็นยันต์ก็กรีดร้อง ดิ้นรน สะบัดออก

“พี่เพชร ทำอะไร เอาออกไปนะ”

อคิณไม่ยอมคลายมือ เขารู้สึกถึงผิวกายของพลอยพยัพที่เย็นมากกว่าปกติ ไม่ต่างจากวันนั้น วันที่หล่อนหนีเที่ยวครั้งแรก หรือว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ณิรินพูดจะเป็นความจริง มีวิญญาณสิงอยู่ในร่างของพลอยพยัพและเป็นต้นเหตุให้น้องสาวทำเรื่องที่น่าละอายเหมือนเช่นนี้

“ไม่…ถ้าพลอยไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ทำไมต้องกลัวของสิ่งนี้ด้วย กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้”

เขายื่นยันต์ออกไปตรงหน้า แต่พอยิ่งเข้าใกล้พลอยพยัพก็ยิ่งดิ้น หล่อนทั้งจิกทั้งข่วนเพื่อให้อคิณปล่อยมือ แต่เขาไม่ยอมแพ้ออกแรงจับและตรึงไว้ หนุ่มที่ถูกฉุดให้วิ่งตามมาด้วยเห็นท่าไม่ดีจึงสะบัดแขนออกแล้วเดินกลับเข้าไปในผับเหมือนเดิม ตอนนี้ในซอยเหลือเพียงอคิณและหญิงสาว พลอยพยัพสะบัดหลุดในที่สุด หล่อนวิ่งเข้าไปในซอย ขณะที่อคิณวิ่งตามไป สุดซอยคือทางตัน เขายืนขวางทางเอาไว้

“พี่ไม่รู้ว่าพลอยเป็นอะไร แต่พลอยไม่ปกติแน่ๆ น้องสาวพี่ไม่เคยทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ กลับบ้านกับพี่”

“ไม่ไป…พี่เพชรออกไปนะ พลอยร้อน”

ร่างของหล่อนถอยหลังไปเรื่อยๆ อคิณเดินย่างเข้าไปหา หล่อนยกมือมาลูบตามตัว ชายหนุ่มสังเกตว่าผิวกายของพลอยพยัพเริ่มเปลี่ยนสี ตามเนื้อตัวคล้ายมีรอยแดงๆ เกิดขึ้น

“พลอยเป็นอะไรกันแน่ บอกพี่มาสิ มีอะไรอยู่ในตัวพลอยใช่ไหม”

“ไม่…ออกไป…อย่าเข้ามา ออกไป”

อคิณยื่นยันต์เข้าไปใกล้ หล่อนกรีดร้องเหมือนกำลังทรมานอย่างที่สุด ร่างบางตัดสินใจในเสี้ยววินาทีที่จะวิ่งหนี แต่ชายหนุ่มรอจังหวะอยู่แล้วจึงกระโดดเข้าไปชาร์จ มือข้างหนึ่งกอดเอวน้องสาวเอาไว้เพื่อให้หยุด ขณะที่มืออีกข้างนำยันต์แปะลงไปบนหน้าผาก

แสงสีแดงสว่างวาบตรงจุดที่ยันต์สัมผัสผิวตามด้วยเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของพลอยพยัพ เขาอึ้ง ไม่เคยเห็นน้องสาวเป็นแบบนี้มาก่อน อากัปกิริยาของหล่อนบ่งถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส พลอยพยัพทรุดตัวลงกับพื้น งอตัวพร้อมกับชักกระตุกอย่างทุรนทุราย หล่อนพยายามดึงยันต์ออกแต่ด้วยฤทธิ์อาคมจึงทำไม่ได้

ร่างบางกระตุกเฮือก กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด มือตะกุยลงกับพื้น ตาเหลือกลาน อคิณจ้องมองภาพตรงหน้า เขาไม่เคยเชื่อเรื่องผีและวิญญาณมาก่อน แต่สิ่งที่กำลังเห็นอยู่ตรงหน้าอธิบายเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากว่า ในตัวของพลอยพยัพมีบางอย่างสิงอยู่จริงๆ

เงาสีดำกำลังถูกดูดออกจากร่างของพลอยพยัพ ขณะที่เจ้ากลุ่มพลังงานกำลังต่อสู้สุดฤทธิ์กับแสงสีแดงจากยันต์ ร่างที่แท้จริงก็ปรากฏตัวขึ้น อคิณเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นสิ่งนั้นชัดๆ ร่างที่มีผมเผ้ารุงรังใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเต็มไปหมด มันคือวิญญาณของผีตายโหงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดกำลังยืนประจันหน้ากับแสงสีแดงที่แผ่ออกมาจากยันต์ เขาได้แต่เฝ้ามองการต่อสู้ของพลังงานแห่งความดีและความชั่ว

แสงสีแดงพยายามฉุดกระชากเมื่อวิญญาณทำท่าจะกลับเข้าไปในร่างของพลอยพยัพอีกครั้ง ทั้งสองต่อสู้กันอยู่พักใหญ่จนในที่สุดอาคมจากยันต์ก็เป็นฝ่ายชนะ วิญญาณผีตายโหงลอยตัวขึ้นสูงคล้ายกลุ่มควันเพื่อหนีแต่กลับถูกอาคมสาดแสงคล้ายกับเลเซอร์ยิงทะลุกึ่งกลางร่าง วิญญาณร้ายกระตุกส่งเสียงร้องแหบห้าว ก่อนที่แสงสีแดงจะแตกกระจายเป็นรังสีออกทุกทิศทุกทาง เงาจึงถูกเผาจนระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และหายวับไปต่อหน้าต่อตา

อคิณมองผ่านกลุ่มควันไปด้านหลัง และเห็นพลอยพยัพนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เขาตรงเข้าไปประคองน้องสาว ตรงคอมีรอยแดงคล้ายกับไฟไหม้อยู่ด้านหลังของจี้ ชายหนุ่มตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นที่จะถอดออก เขากอดน้องสาวเอาไว้แน่น เขย่าตัวหล่อน

“พลอย…เป็นยังไงบ้าง พลอย…ตื่นสิ”

Don`t copy text!