บุษราอาฆาต บทที่ 18 : เหยื่อรายต่อไป

บุษราอาฆาต บทที่ 18 : เหยื่อรายต่อไป

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-18-

 

วิกานดามองหน้าอคิณอย่างสับสน หล่อนแปลกใจที่จู่ๆ พี่ชายสุดหล่อก็แวะมาหาถึงที่บ้าน แม้หล่อนจะสนิทสนมกับพลอยพยัพก็จริง แต่ก็เคยพูดกับอคิณนับครั้งได้ ชายหนุ่มเอาแต่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย

“ไม่มีใครเอาบุษราคัมมาให้จริงๆ ค่ะ แต่ถ้ามีรับรองว่าวีวี่เอาไปคืนพลอยแน่”

“พี่รู้ แต่พี่เป็นห่วง ตอนนี้พลอยเองก็ยังไม่หายดี ส่วนนาวาก็อยู่โรงพยาบาล”

“ทำไมพี่อคิณถึงคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุษราคัมล่ะคะ แล้วเขาจะเอามาให้วีวี่ทำไม ในเมื่อวีวี่ไม่ใช่เจ้าของ”

อคิณจนด้วยคำตอบ เรื่องบางเรื่องเขาก็อธิบายเป็นคำพูดออกไปไม่ได้ บางคนอาจคิดว่าเขางมงาย เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็เคยคิดว่า เรื่องผีและวิญญาณเป็นเรื่องไร้สาระ

“พี่ไม่รู้ พี่แค่เดา คนอาจคิดว่าวีวี่กับพลอยและนาวาสนิทกัน”

“พี่เพชรสบายใจได้นะคะ วีวี่ไม่มีทางเก็บของที่ไม่ใช่ของตัวเองเอาไว้แน่ ยิ่งเป็นของพลอยด้วยแล้ว เราสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ตอนนี้พลอยเป็นยังไงบ้างแล้วคะ”

“ก็เหมือนเดิม เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง”

หลังจากเกิดเรื่องพลอยพยัพก็เอาแต่นอนนิ่งบนเตียง อคิณพยายามจะถามน้องสาวแต่หล่อนก็ไม่ยอมตอบ พอพูดถึงก็พานจะร้องไห้ สุดท้ายเขาจึงไม่คาดคั้นอีก

“น่าสงสารพลอยจริงๆ เลย คงขวัญเสียมากเกี่ยวกับแพทริก วีวี่แปลกใจจริงๆ ว่าทำไมพลอยถึงได้กลับไปคุยกับแพทริกได้ ทั้งที่บอกจะเลิกคบ”

“พลอยบอกอย่างนั้นหรือ” อคิณขมวดคิ้ว เขาก็เคยได้ยินน้องสาวเล่าว่า ไม่ชอบนิสัยส่วนตัวของแพทริก หลังเรียนจบทั้งสองก็ห่างกันไป แต่สิ่งที่ชายหนุ่มไม่แน่ใจก็คือ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะเหตุใดแพทริกถึงได้ถูกเช็กบิลเป็นคนแรก

“ใช่ค่ะ พลอยโกรธแพทริกมาก เพราะ…”

วิกานดาคงรู้ตัวว่าหลุดปากจึงเงียบเสีย แต่อคิณไม่ยอม เขาคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะต้องรู้ บางทีสามสาวเพื่อนซี้รวมถึงแพทริกอาจจะปิดบังบางอย่างเอาไว้

“เพราะอะไร บอกพี่สิ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่เพชร ที่พลอยเลิกคบกับแพทริกก็เพราะเขานิสัยเสีย ทั้งเจ้าชู้ เพลย์บอย แถมยังมือไวอีกต่างหาก ใครจะไปทนคบล่ะจริงไหมคะ”

“ไม่ใช่ว่าเพราะเรื่องบุษยามณีหรอกหรือ” ชายหนุ่มตัดสินใจโยนหินถามทาง เขามั่นใจว่าวิกานดาต้องปิดบังบางอย่างเอาไว้ ผลก็คือหล่อนเบิกตากว้าง มองอคิณด้วยใบหน้าซีดเผือด หล่อนรีบหลุบตาลงพร้อมส่ายหน้า

“บุษยามณีมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะคะพี่เพชร ก็เธอลาออกจากโรงเรียนไปแล้วไม่ใช่หรือ”

“แล้ววีวี่คิดว่าจะมีอะไรเกี่ยวหรือเปล่าล่ะ พี่คิดว่ามีบางอย่างที่วีวี่ พลอย และนาวารู้แต่ไม่ยอมบอกพี่”

หญิงสาวหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม อคิณเห็นเพื่อนน้องสาวจิกมือแน่น เหงื่อซึมตรงข้างขมับ เขาก็มั่นใจว่า ต้องมีเรื่องเกิดขึ้น บางทีสามสาวอาจจะพลั้งมือแกล้งบุษยามณีก็เป็นได้ หลังจากคิดทบทวนดูแล้ว เขามั่นใจว่าการกลั่นแกล้งครั้งนี้คงต้องหนักมาก เผลอๆ อาจจะรุนแรงเกินกว่าจะคาดคิดถึงได้ส่งผลให้เด็กสาวไม่มาโรงเรียนอีกเลย

“มะ…ไม่มีค่ะ ไม่มีจริงๆ

“ถ้ามีอะไรวีวี่ควรต้องบอกพี่ เพราะพี่มีลางสังหรณ์ว่า เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตแน่ ตั้งแต่พลอยไปงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียน จนมาถึงเรื่องของแพทริก แล้วยังเรื่องที่นาวาโดนทำร้ายอีก”

“พะ…พี่เพชรคิดว่า ทั้งหมดเป็นฝีมือบุษยามณีงั้นหรือคะ”

“พี่ไม่แน่ใจ”

“งั้นวีวี่จะไปคุยกับเธอเอง ทำไมต้องมาทำเรื่องแบบนี้ด้วย ในเมื่อวีวี่ไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย”

“ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่วีวี่คงไปคุยด้วยได้ละ แต่พี่เกรงว่าบุษยามณีจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว”

วิกานดาหน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือด มือสองข้างสั่นเทา หล่อนนึกถึงตอนที่พลอยพยัพร้องลั่นหอประชุมว่าบุษยามณีเป็นผีมาหลอก อีกทั้งตอนที่หล่อนคุยกับนารีรัตน์ อีกฝ่ายก็บอกว่า ลูกสาวเพ้อว่าโดนผีหลอกเช่นเดียวกัน

“มะ…ไม่จริงใช่ไหมคะ พี่เพชรแค่ขู่วีวี่ บุษยามณีไม่ได้ตายจริงๆ”

“พี่ก็อยากให้เป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อ แต่บอกตามตรงว่าพี่เองก็ไม่แน่ใจ ตอนที่พลอยบอกว่าเห็นผี พี่ยังคิดว่าพลอยตาฝาด แต่พักหลังครอบครัวเรามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย และคนที่ได้รับเคราะห์เป็นคนใกล้ตัว ดังนั้นทางที่ดีพี่จึงอยากให้วีวี่บอกความจริงมาดีกว่า”

หญิงสาวเริ่มสองจิตสองใจ แต่เพราะหล่อนเคยสาบานกันไว้ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก หล่อนยังจำสิ่งที่พลอยพยัพพูดได้

ไม่ว่ายังไงก็ห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด เข้าใจไหม เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา

หญิงสาวสองจิตสองใจ หากบอกไปก็เท่ากับยอมรับว่า ได้ทำสิ่งที่โหดร้ายเมื่อหลายปีก่อน วิกานดายอมรับว่าทุกอย่างเป็นความใจร้อนของวัยรุ่น หล่อนเองก็เป็นคนหนึ่งที่แอบชอบอคิณแต่ไม่กล้าแสดงออก พอรู้ว่าบุษยามณีเดินหน้าจีบพี่ชายเพื่อนจึงอดที่จะโมโหไม่ได้

เด็กสาวเป็นแค่เด็กกะโปโล หน้าตาไม่โดดเด่นแต่กลับกล้าแสดงความรู้สึกต่อหน้าคนอื่นๆ ดังนั้นตอนที่พลอยพยัพชวน วิกานดาจึงไม่ลังเลอีก

“โอ๊ย…ไม่มีจริงๆ ค่ะ พี่เพชรพูดเสียวีวี่กลัวเลย วีวี่ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อบุษยามณีเลยสาบานได้ เด็กผู้หญิงคนนั้นลาออกไปเอง ทั้งพลอย นาวา และวีวี่ไม่ได้ทำอะไร”

“แน่ใจนะ”

“แน่ใจสิคะ แต่ถ้าพี่เพชรรู้สึกว่าช่วงนี้โชคไม่ดี ก็ลองไปทำบุญที่วัดสิคะ บางทีอาจจะช่วยให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีขึ้นได้ พรุ่งนี้คุณแม่ของวีวี่จะไปแก้กรรมกับหมอชื่อดัง เอาไว้วีวี่จะถามหมอให้นะคะว่ามีวิธีอะไรจะช่วยแก้ได้”

 

ชายหนุ่มกลับไปนานแล้วแต่วิกานดายังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ หล่อนยอมรับว่ากลัวเมื่อได้ยินสิ่งที่อคิณเล่า หญิงสาวตามอ่านข่าวของแพทริกจากหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ ตำรวจสรุปสำนวนคดีว่า ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ เพราะแพทริกติดยา  

เขาอาจเห็นภาพหลอนจึงกระโดดลงไปจากระเบียงคอนโดฯ พลอยพยัพนั้นก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเพื่อนโดดลงไปต่อหน้าต่อตา แต่สิ่งที่ทำให้วิกานดากลัวที่สุดกลับเป็นสภาพของนาวาที่ถูกกล้อนผมจนหมดทั้งศีรษะแถมยังมีรอยไหม้ที่หน้าผาก หล่อนแวะไปเยี่ยมเพื่อนสาวเมื่อวานนี้ พอเห็นสภาพเพื่อนรักก็อดน้ำตาซึมไม่ได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาในความคิด ต้องโทษพลอยพยัพที่หวงพี่ชายจนเกินกว่าเหตุ อคิณเป็นหนุ่มในฝันของผู้หญิงแทบทั้งโรงเรียน แต่พลอยพยัพก็ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะกีดกันผู้หญิงที่ไม่เหมาะสมไม่ให้เข้าใกล้

พี่เพชรต้องคู่กับผู้หญิงที่เหมาะสมเท่านั้น

วิกานดาเคยถามตัวเองว่า ใครกันที่เหมาะสม แต่นับตั้งแต่รู้จักกันก็ยังไม่มีใครผ่านด่านสุดหินของพลอยพยัพได้สักคน ทุกวันจะมีผู้หญิงส่งของขวัญให้อคิณ บ้างก็ส่งจดหมายรัก แต่ของเหล่านั้นแทบไม่เคยถึงมืออคิณเลยแม้แต่น้อย สาเหตุที่บุษยามณีโดนเล่นงานมากกว่าคนอื่นๆ นั่นก็เพราะเด็กสาวดื้อ แถมยังบ้าดีเดือดด้วยการนำจดหมายไปส่งให้อคิณด้วยตัวเองในโรงอาหาร

เธอกล้าดียังไงถึงทำแบบนี้ รู้ตัวไหมว่าเธอเป็นใคร พี่เพชรเป็นใคร

หญิงสาวจำได้ว่าดีว่า เด็กสาวตอบแบบมั่นใจว่า

ฉันมีสิทธิ์จะชอบใครก็ได้ พี่เพชรก็เหมือนกัน เขามีสิทธิ์เลือก

คำพูดนั้นทำให้พลอยพยัพโกรธจนควันออกหู ไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับหล่อนมาก่อน มีแต่คนพะเน้าพะนอเอาใจเพราะเห็นว่าหล่อนร่ำรวย แถมยังสวย แต่บุษยามณีก็แสดงให้รู้ว่าคิดเช่นนั้นจริงๆ ด้วยการขยันส่งของกำนัลมาให้จนพลอยพยัพต้องตามไปหาเรื่องเด็กสาวถึงห้องอีกรอบ

เธอต้องหยุดส่งของขวัญให้พี่เพชรเดี๋ยวนี้ ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีวันชอบเธอ

ไม่มีทาง ฉันจะทำให้พี่เพชรรักฉันให้ได้ เธออย่ายุ่งดีกว่า

พลอยพยัพโกรธจัดจึงเป็นสาเหตุที่หล่อนลงมือกลั่นแกล้งบุษยามณีอย่างหนักหน่วง นับตั้งแต่เอางูไปใส่ไว้ในรองเท้าของหญิงสาว รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานหลายชนิดไว้ในล็อกเกอร์บ้าง ลิ้นชักโต๊ะบ้าง ปล่อยเข้าไปในห้องอาบน้ำบ้าง แต่เด็กสาวกลับไม่กลัวพวกสัตว์เลื้อยคลานแถมยังเห็นมันเป็นเพื่อนเล่นเสียอีกโดยเฉพาะงูเขียวที่เด็กสาวนำมาชูเล่น แถมยังเดินอวดสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ไปทั่วโรงเรียน สร้างความโกรธให้กับพลอยพยัพเป็นอย่างมาก

หล่อนจึงเพิ่มดีกรีการเล่นงานให้หนักขึ้น เช่นแอบเทน้ำสกปรกลงจากชั้นบนให้ราดโดนตัวของบุษยามณี แต่จนแล้วจนรอดเด็กสาวก็ยังไม่กลัวแถมยังส่งจดหมายนัดมาให้กับอคิณเสียอีก

พลอยพยัพเห็นจดหมายนั้นโดยบังเอิญจึงส่งให้เพื่อนในกลุ่มดูในไลน์ส่วนตัว หล่อนโกรธมากและประกาศว่าจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้บุษยามณีมายุ่งกับพี่ชายอีก แพทริกเองก็ทราบเรื่องจึงอาสาจัดการให้ ดังนั้นพลอยพยัพกับเพื่อนจึงแอบตามไปที่โรงเรียน ทุกคนรู้ดีว่าอคิณจะไม่มาในเย็นวันนี้ เขามีธุระแต่บุษยามณีไม่รู้

วิกานดาจำเสียงร้องอ้อนวอนของเด็กสาวได้ ตอนที่หล่อนกับนาวาใช้ไฟแช็กลนผมเด็กสาวจนไหม้ แม้จะเป็นเพียงกระจุกเล็กๆ แต่ก็ทำให้เด็กสาวกลัวสุดขีด บุษยามณีขวัญเสียร้องไห้ ประนมมือไว้ขอร้องจนพลอยพยัพเปิดประตูห้องเข้ามา หล่อนตบหน้าบุษยามณี แต่แล้วคำพูดที่พูดมาทำให้ทุกอย่างดำเนินไปถึงขีดสุด

 

ไม่ว่าเธอจะทำยังไง ฉันก็ยังจะรักพี่เพชรต่อไป ฉันจะทำให้เขารักฉันให้ได้

 

พลอยพยัพขังบุษยามณีเอาไว้ในห้องหวังเพียงให้อีกฝ่ายกลัว แพทริกพอทราบเรื่องก็อาสาจะจัดการให้ พวกหล่อนเดินผ่านยามที่ชื่อ ยอด แต่ยามคนนั้นกลับถูกติดสินบนโดยแพทริก ดังนั้นจึงไม่ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง วิกานดาไม่รู้ว่าหลังจากพวกหล่อนออกมาแพทริกทำอะไรกับเด็กสาว แต่สิ่งที่ทำนั้นได้ผลเพราะหลังจากวันนั้นบุษยามณีก็ไม่มาโรงเรียนอีกเลย แต่ข่าวลือที่แพร่สะพัดทำให้ทั้งสามสาวต้องสาบานว่า จะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด ทุกอย่างจะเป็นความลับและลับไปตลอดกาล

ไม่เห็นเป็นอะไรเลยวีวี่ เธอไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย นาวากับพลอยแล้วก็แพทริกต่างหากที่แกล้งบุษยามณี แต่เธอไม่ได้ทำ…เธอแต่ไม่ได้ห้ามเท่านั้น

หญิงสาวยิ้มเมื่อคิดหาคำตอบให้กับตัวเองได้ หล่อนได้ยินเสียงมารดาเดินลงบันไดมาจึงเดินเข้าไปหา พร้อมเอ่ยว่า...

“แม่คะพรุ่งนี้ตอนไปแก้กรรม วีวี่ขอไปด้วยนะคะ”

“ได้เลยค่ะคุณลูก แม่กำลังหาเพื่อนไปอยู่แล้ว”

วิกานดายิ้มกว้าง ใครว่ากรรมแก้ไม่ได้ หล่อนไม่เชื่อหรอก ไม่อย่างนั้นปัจจุบันจะมีหมอดูแก้กรรมเกิดขึ้นให้เกลื่อนหรอกหรือ ทุกอย่างในโลกใบนี้ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงได้ ไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ในเมื่อหล่อนไม่ได้ลงมือก็คงไม่มีใครหรืออะไรมาทำอันตรายหล่อนได้ วิกานดาเชื่อเช่นนั้น…

 

“นี่หรือคะบ้านหมอดูแก้กรรมที่คุณแม่บอก”

วิกานดากับคุณสุมาลีเดินทางมายังบ้านของหมอดูแก้กรรม แต่พอจอดรถเห็นด้านหน้าก็ยิ่งประหลาดใจ นอกจากบ้านจะหลังใหญ่โตแล้วยังมีรถจอดเรียงรายอยู่ด้านหน้าเป็นจำนวนมาก นอกจากรถที่จอดหน้าบ้านยังมีอีกส่วนหนึ่งจอดล้นออกไปนอกซอยอีกด้วย

“ใช่จ้ะ หมอเปรี้ยวดังมากเลยนะจ๊ะ แม่ต้องรอนัดคิวอยู่เป็นเดือนๆ เลย”

มารดาของวิกานดาชื่นชอบการดูดวงเป็นอย่างมาก ที่ไหนที่ว่าแม่นก็ตามไปทุกที่ จนกระทั่งมาได้ยินกิตติศัพท์ของหมอเปรี้ยวผู้โด่งดัง หมอดูคนนี้มีชื่อจากการไปออกรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ซึ่งมีการทำนายดวงของดาราหนุ่ม หล่อนพูดกลางรายการว่า ดาราคนนี้มีเคราะห์ มีเกณฑ์เกิดอุบัติเหตุในสามวันเจ็ดวัน แต่ดาราหนุ่มไม่เชื่อ และสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริงๆ

ดาราหนุ่มบาดเจ็บปางตาย ขาหักทั้งสองข้างแถมยังได้รับบาดเจ็บที่สมองอีกด้วย สุดท้ายป้าของดาราหนุ่มจึงมาแก้กรรมกับหมอเปรี้ยวอีกครั้ง

“นี่มันบ้านหมอดูหรือคะ ทำไมใหญ่จัง แสดงว่าหมอดูคนนี้ต้องรวยมากใช่ไหมคะ”

“รวยมากเลยจ้ะ แต่แกดูแม่นนะลูก แถมยังเก่งเรื่องแก้กรรม ถ้าหนูมีเรื่องกลุ้มใจอะไรก็บอกแม่หมอได้เลย แม่เล่าให้แม่หมอฟังคร่าวๆ แล้วว่า เพื่อนในกลุ่มของหนูกำลังมีเคราะห์ กลัวว่าหนูจะโดนหางเลขไปด้วย อาจารย์เลยกำชับว่า ต้องพาหนูมาแก้กรรมวันนี้”

“แม่หมอเปรี้ยวจะช่วยได้จริงๆ หรือคะ” ลึกๆ ลงไปแล้ววิกานดายังหวั่นใจ ยิ่งเมื่อคืนนี้หล่อนฝันร้าย ฝันว่าวิญญาณของบุษยามณีมาหา พอตื่นขึ้นเหงื่อกาฬก็แตกพลั่ก

“ได้สิจ๊ะ หนูอย่าคิดมากเลยลูก เรารีบเข้าไปกันดีกว่า”

หญิงสาวเดินตามมารดาเข้าไปด้านใน ระหว่างทางเห็นลูกค้าหลายคนนั่งรออยู่ซึ่งต่างก็มาเฝ้ารอหมอเปรี้ยวด้วยกันทั้งนั้น หลายคนดูคุ้นหน้าคุ้นตาเพราะเคยเห็นในงานสังคมมาก่อน แต่วันนี้ทุกคนต่างพากันก้มหน้าทำเป็นไม่สนใจ คงเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่ามาหาหมอดูที่แก้กรรม จะว่าไปแล้ว คนทุกคนล้วนแต่มีอดีตด้วยกันทั้งนั้น แต่จะร้ายหรือดีแตกต่างกันไป เมื่อไปถึงหน้าห้อง ลูกศิษย์ก็เดินเข้ามาทัก

“คุณสุ มาตรงเวลาเลยนะคะ”

หล่อนทักเหมือนจำได้อยู่แล้ว สุมาลีฉีกยิ้มหวานส่งขนมให้เป็นใบเบิกทาง

“ใช่ค่ะ พี่กลัวว่าจะเลยคิว กว่าจะได้พบคุณหมอเปรี้ยวต้องรอตั้งนาน”

“คุณหมอคิวแน่นมากค่ะ แต่ดิฉันล็อกไว้ให้คุณสุมาลีกับลูกเลยนะคะ จะได้เข้าคนแรก”

“ตายจริง ขอบคุณมากนะคะ ขนมนี่พี่ซื้อมาฝากนะคะเป็นมาการองจากร้านฝรั่งเศสแท้ๆ เลยนะคะ คุณน้องลองชิมดู อร่อยมากค่ะ ส่วนของคุณหมอพี่มีนี่อีกถุง”

สุมาลีให้คนรถไปซื้อขนมที่ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมือง ทั้งนี้เพื่อเอามาฝากแต่ก็ไม่ลืมฝากลูกศิษย์ที่เฝ้าหน้าห้องด้วยเพื่ออำนวยความสะดวก

“คุณสุใจดีจริงๆ ขอบพระคุณมากนะคะ เชิญข้างในดีกว่า คุณหมอรออยู่แล้ว”

ลูกศิษย์เดินนำสองแม่ลูกเข้าไปด้านใน ห้องดูดวงของหมอเปรี้ยวนั้นจัดเป็นสัดส่วนภายในกว้างขวางและติดเครื่องอากาศเย็นฉ่ำ วิกานดามองผ่านประตูห้องเข้าไปด้านในและเห็นว่าบนโต๊ะตัวใหญ่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ความที่ภายในห้องเปิดไฟแบบสลัวจึงมองเห็นหน้าไม่ชัด

“เชิญนั่งค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเอาน้ำมาเสิร์ฟนะคะ”

ลูกศิษย์เดินปลีกตัวออกไป ทิ้งให้สองแม่ลูกอยู่ในห้องกับหมอดูสาวเพียงลำพัง วิกานดาเพิ่งมีโอกาสได้เห็นตัวจริงของหมอเปรี้ยวผู้โด่งดังก็วันนี้ หล่อนเคยคิดว่าหมอดูคงจะต้องอายุมากแต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอายุราวสามสิบ ผิวขาว หน้าตาดี แต่งหน้าจัด หมอเปรี้ยวสวมชุดสีดำทั้งชุดและตรงข้อมือมีสร้อยหินใส่อยู่เต็มแขนทั้งสองข้าง สุมาลีประนมมือไหว้ ส่งยิ้มหวาน

“สวัสดีค่ะคุณหมอเปรี้ยว ดิฉันสุมาลีนะคะ ที่เราคุยกันวันนั้น”

“อ๋อ…ดิฉันจำคุณพี่ได้ เชิญนั่งค่ะ นี่คงเป็นหนูวิกานดาใช่ไหมคะ”

วิกานดาประนมมือไหว้ อันที่จริงหล่อนเองก็ไม่ได้เลื่อมใส่หมอดูแก้กรรมสักเท่าไหร่ แต่เพราะตอนนี้ไม่มีทางเลือก ที่พึ่งทางใจอย่างเดียวก็คือ หาหมอแก้กรรม

“ใช่ค่ะ ลูกสาวดิฉันเอง วีวี่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจก็เลยพามาหาหมอด้วยค่ะ”

หมอดูสาวจ้อง นัยน์ตากวาดมองอย่างสำรวจจนวิกานดาอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ไม่รู้เป็นยังไงพอก้าวเข้ามาในห้องนี้หล่อนถึงรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ อาการขนลุกซู่มีให้รู้สึกเป็นระยะๆ วิกานดาเดาว่า คงเป็นเพราะในห้องนี้ปรับอุณหภูมิจนเย็นฉ่ำ แต่คงเป็นเพราะไฟโคมที่วางอยู่กลางโต๊ะทำให้บรรยากาศในห้องกลายเป็นสีเหลืองเรื่อเรือง

“คุณวีวี่กำลังมีเคราะห์”

จู่ๆ หมอดูสาวก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็น วิกานดาเงยหน้ามองและสบตาคนตรงหน้าแต่หล่อนก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่า นัยน์ตาของหมอเปรี้ยวเป็นสีเหลืองอำพันหมดทั้งสองข้าง อาจเป็นคอนแทกต์เลนส์หรือไม่ก็แสงสะท้อน แต่นัยน์ตาที่มองมาทำให้หล่อนอดกลัวไม่ได้

“แม่หมอทราบได้ยังไงคะ”

“ฉันรู้ทุกเรื่องนั่นละค่ะ สิ่งที่คุณกังวลเป็นเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นนานแล้ว แต่คุณยังรู้สึกผิด”

“วีวี่ไม่ได้รู้สึกผิดสักหน่อย แค่หงุดหงิดที่คนคอยแต่พูดถึงเรื่องไร้สาระอยู่เรื่อย” หญิงสาวโต้ ใจไม่อยากยอมรับ หล่อนพยายามหาเหตุผลแก้ต่างให้ตัวเองว่าไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ทำให้บุษยามณีลาออกไปก็คือแพทริกนั่นเอง และตอนนี้เขาก็ได้รับเคราะห์กรรมไปแล้ว

“ไร้สาระงั้นหรือ เรื่องการแกล้งคนเนี่ยนะไร้สาระ”

วิกานดาอึ้ง มองกิริยาของแม่หมอที่เปลี่ยนไป น้ำเสียงที่เคยนุ่มและพูดอย่างช้าๆ กลับเป็นดุดันในเสี้ยววินาที

“มะ…แม่หมอรู้ได้ยังไง”

“ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ใครทำอะไรไว้ ก็ไม่มีวันหนีกรรมพ้น”

มีความยะเยือกเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่หมอเปรี้ยวพูดจบ และคนที่รู้สึกมากที่สุดก็คือวิกานดานั่นเอง หล่อนรู้สึกเหมือนตนกำลังตกอยู่ภายใต้สายตาของใครบางคน ความรู้สึกเหมือนมีคนยืนโอบล้อมอยู่จนต้องหันขวับไป จู่ๆ ขนก็พลันลุกชันขึ้น

“เอ๊ะ...”

“มีอะไรหรือเปล่าลูก นั่นมองอะไร”

“เปล่าค่ะแม่ หนูเอ่อ…คงตาฝาด”

“เชิญหมอเปรี้ยวพูดต่อเลยดีกว่าค่ะ ถ้าเป็นอย่างที่คุณหมอพูดจริง แล้วเราจะมีวิธีแก้กรรมได้ยังไงบ้างคะ”

“ไม่ยากหรอกค่ะ แค่ให้คุณวีวี่ปล่อยปลาลงน้ำทุกวันอาทิตย์ พร้อมทั้งกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร”

“โอ๊ยเรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ลูกดิฉันทำได้อยู่แล้ว”

“แต่มีข้อแม้นะคะว่า คุณวีวี่ต้องขออโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรแล้วถึงจะหลุดพ้น แต่ถ้าทำด้วยความไม่จริงใจ อะไรๆ ก็ช่วยไม่ได้”

“คุณหมอหมายความว่ายังไงคะ ที่ว่าไม่จริงใจ”

จู่ๆ วิกานดาก็โพล่งขึ้น หล่อนรู้สึกเหมือนกำลังถูกหมอดูสาวแดกดัน ยิ่งพอสบนัยน์ตาสีอำพันตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกกลัว

“ดิฉันก็พูดไปตามที่เห็นค่ะ ถ้าคุณวีวี่ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร”

“เปล่าค่ะ วีวี่เพียงแต่รู้สึกว่าลำบาก บางครั้งวันอาทิตย์วีวี่ก็ไม่ได้ว่างทุกวัน ไม่มีวิธีอื่นที่มันง่ายๆ บ้างหรือคะ”

หมอดูสาวนิ่งไปแบบใช้ความคิดก่อนจะยิ้มออกมา

“ก็พอมีนะคะ ทางหนึ่งที่จะช่วยแก้กรรมให้ก็คือ คุณต้องถวายพานพุ่มต่อหน้าองค์พระสามรอบ”

วิกานดาอมยิ้ม ถ้าเทียบกับการต้องปล่อยปลาทุกอาทิตย์วิธีนี้ดีกว่ามาก

“งั้นวีวี่เอาวิธีนี้ดีกว่าค่ะ ง่าย สะดวกกว่ากันเยอะ เราจะทำกันได้เมื่อไหร่คะแม่หมอ”

“เดี๋ยวนี้ ตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ หมอเตรียมของทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้ว”

คุณสุมาลีส่งยิ้มหวาน มองแม่หมอเปรี้ยวอย่างชื่นชม

“เห็นไหมวีวี่ แม่บอกแล้วว่าหมอเปรี้ยวเก่งมาก ท่านรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าแล้วก็เตรียมของไว้ให้เราหมดแล้ว”

“ถ้าคุณวีวี่พร้อมแล้วก็เชิญทางด้านนู้นเลยนะคะ”

หมอเปรี้ยวเดินนำวิกานดาไปยังหน้ารูปหล่อซึ่งทำจากโลหะ หญิงสาวเพ่งมองแต่มองไม่ออกว่า รูปนี้ปั้นเป็นรูปอะไร ดูคล้ายกับรูปปั้นของเขมร หมอดูสาวก้มลงกราบรูปบูชาก่อนที่จะยกพานซึ่งภายในมีดอกไม้เก้าอย่างพร้อมกับไก่ดำอีกหนึ่งตัวยื่นให้วิกานดา พานจัดเรียงอย่างสวยงามด้วยดอกไม้สีสันสดใสแต่พอยกขึ้นจมูกก็ได้กลิ่นบางอย่าง

“ยกนี้ขึ้นจบบนศีรษะสามครั้งนะคะ แล้วก็คิดถึงเจ้ากรรมนายเวร ขอให้เขาอโหสิกรรมให้”

วิกานดามองพานตรงหน้าอย่างสับสน หล่อนได้กลิ่นแปลกๆ โชยมาเข้าจมูกแต่ไม่รู้ว่ากลิ่นอะไร น่าแปลกที่พานนั้นหนักอึ้งเหลือเกิน

“ทำสิจ๊ะลูก แม่หมอคิวแน่นนะ ถ้าเสร็จเรื่องของลูกจะได้ดูให้แม่บ้าง เราสองคนได้คิวแค่ครึ่งชั่วโมงนะจ๊ะ”

หญิงสาวรับพานนั้นไปด้วยสองมือ แม่หมอเปรี้ยวเป็นฝ่ายเดินไปที่หน้ารูปปั้นและหยิบเทียนซึ่งจุดอยู่ออกมา วิกานดาเทินขึ้นเหนือหัวคิดถึงเจ้ากรรมนายเวรอย่างที่แม่หมอบอก แต่ขณะที่เทินพานขึ้นนั่นเองจู่ๆ วิกานดาก็รู้สึกเหมือนกับมีของเหลวไหลจากพานลงมาบนศีรษะ ของเหลวไหลผ่านเส้นผมลงมาตามมือทั้งสองข้างรวมถึงเสื้อผ้า ลางสังหรณ์ทำให้หล่อนตกใจรีบวางพานลง

“นี่น้ำอะไรคะแม่ กลิ่นแปลกๆ”

สุมาลียื่นหน้ามาใกล้เพื่อดมกลิ่นแต่แล้วกลับพูดขึ้น

“เหมือนไม่ใช่น้ำนะลูก กลิ่นเหมือน…”

ผู้หญิงสองคนกำลังหาเหตุผล ขณะที่แม่หมอยังคงปิดตาบริกรรมคาถาอย่างต่อเนื่อง หล่อนวนเทียนไปรอบศีรษะวิกานดาแล้วใช้ธูปดอกหนึ่งสะบัดบนศีรษะของหญิงสาว

“ใจเย็นๆ นะวีวี่ แม่ว่าพิธีคงใกล้จะเสร็จแล้วละ ลูกต้องอดทนอีกนิด ขืนโวยวายพิธีจะเสีย”

วิกานดาไม่มีทางเลือกนอกจากยังถือพานขึ้นสูง หล่อนแอบมองแม่หมอเปรี้ยวที่เดินวนเป็นวงกลมรอบๆ ตัว แต่ในวินาทีที่อีกฝ่ายยื่นเทียนเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็คิดอะไรขึ้นมาได้ หล่อนหันมองคุณสุมาลีด้วยความตกใจ จังหวะนั้นเองที่จู่ๆ แม่หมอเปรี้ยวยื่นเทียนที่ยังมีเปลวไฟอยู่เข้ามาใกล้ วิกานดาเบิกตากว้าง สิ่งที่เห็นคือเปลวไฟจากเทียนที่ไหลลามพุ่งเข้ามาหาหล่อน ความร้อนเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในเสี้ยววินาที วิกานดากรีดร้องเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อน

“แม่คะ…แอลกอฮอล์ค่ะ…ช่วยวีวี่ด้วย”

หล่อนเพิ่งรู้ว่าของเหลวที่ถูกราดไว้จนชุ่มคืออะไร แต่ก็ช้าเกินไป เนื่องจากตัวชุ่มไปด้วยแอลกอฮอล์จากการยกพานขึ้นเทินหัว พอเจอกับเปลวเทียนและธูปจึงเกิดติดไฟขึ้น หญิงสาวผุดลุกขึ้นและพยายามปัดทั้งหมดออกจากตัวแต่ไฟกลับลามจากเสื้อผ้าจนลุกท่วม

“นี่มันอะไรกันคะแม่หมอ ทำไมถึงทำแบบนี้ ช่วยด้วย”

สุมาลีพยายามจะช่วยลูกสาว หล่อนรีบพุ่งไปหาผ้าม่านในห้องและพยายามกระชากออก แต่เนื่องจากแรงมีน้อยจึงกระชากไม่หลุด พอหันไปเห็นผ้าที่ปูโต๊ะอยู่จึงรีบกระชากมาตบตามตัวลูกสาวเพื่อดับไฟ วิกานดาส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อเปลวไฟลามเลียไปทั่วตัว ลูกศิษย์คนเดิมวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงเอะอะ และเป็นฝ่ายช่วยดึงผ้าม่านลงมาห่อตัวเพื่อดับไฟ หญิงสาวร้องโหยหวนเมื่อผิวกายทั่วตัวถูกไฟเผาไม้ หล่อนนอนครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น สุมาลีชี้มือไปที่แม่หมอ

“แกทำแบบนี้ทำไม แกจงใจทำร้ายลูกฉันใช่ไหม” สุมาลีเปลี่ยนสรรพนามทันที หมอดูสาวยืนงง หล่อนสังเกตเห็นว่านัยน์ตาของหมอเปรี้ยวกลายเป็นสีดำเหมือนดังเดิม เจ้าตัวมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงหน้า

“นะ…นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณวีวี่เป็นแบบนั้น”

“ไม่ต้องมาทำไก๋ แกจงใจใช้แอลกอฮอล์ราดเอาไว้บนพาน เพื่อให้รดใส่ตัวลูกสาวฉัน แล้วแกก็จุดไฟเองกับมือ”

หมอเปรี้ยวยืนหน้าซีดเผือด มองเทียนในมือตน เบื้องหน้าคือวิกานดาที่ส่งเสียงร้องโอดโอย ลูกศิษย์สาวรีบห้าม

“อย่าเพิ่งเถียงกันเลยค่ะ เราต้องรีบพาคุณวิกานดาไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

หมอดูสาวพึมพำพร้อมสั่นศีรษะ

“ฉะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันจำไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

สุมาลีชี้หน้าด่า โต้ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ฉันรู้นะว่าแกตั้งใจ คอยดูนะ ฉันจะจับแกเข้าคุกให้ได้คอยดู”

สุมาลีมือสั่นกอดลูกสาวเอาไว้ ลูกศิษย์โทร.เรียกรถพยาบาล วิกานดาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด หล่อนปรือตาขึ้นมองไปที่หมอดูสาวที่ดูตกใจไม่แพ้กัน แต่พอเห็นสร้อยคอที่หมอดูสาวสวมใส่ วิกานดาก็ละล่ำละลักออกมาอีกรอบ

“มะ…แม่คะ นะ..นั่นมันจี้”

ทั้งสองมองไปตรงคอของแม่หมอเปรี้ยวพร้อมๆ กัน สิ่งที่เห็นคือจี้บุษราคัมซึ่งเป็นของพลอยพยัพ  หล่อนนึกถึงคำพูดของอคิณที่มาเตือนก่อนที่จะเกิดเรื่อง หญิงสาวนึกถึงเรื่องกฎแห่งกรรมขึ้นมาทันที แต่ครั้งนี้กรรมตามมาทันราวกับติดจรวด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อหลายปีก่อน วิกานดาร้องไห้โฮออกมา

“ฉันขอโทษ…ฉันผิดไปแล้ว”

Don`t copy text!