บุษราอาฆาต บทที่ 22 : ญาติเพียงคนเดียว (Part 1)

บุษราอาฆาต บทที่ 22 : ญาติเพียงคนเดียว (Part 1)

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-22-

Part 1

 

ณิรินเงยหน้าขึ้น ตอนแรกหล่อนคิดว่า เป็นลูกค้ามาให้ดูดวง แต่พอเห็นถุงขนมกุยช่ายของโปรดร่อนอยู่ตรงหน้าก็ส่งยิ้มให้

ลุงชัยมาได้ยังไง นั่งก่อนสิคะ

หญิงสาวลากเก้าอี้มาให้ยามอาวุโสนั่ง

ลุงซื้อนี่มาฝาก จำได้ว่าหนูชอบ

แหมลุง แค่แวะมาหาก็ดีใจแล้ว  ไม่เห็นต้องซื้ออะไรมาเลย ลุงมาธุระแถวนี้หรือคะ

หญิงสาวจำได้ว่า เพิ่งจะส่งข้อความไปหาลุงชัยเมื่อหลายวันก่อนว่า  หล่อนปิดร้านในห้างสรรพสินค้าและย้ายมาขายสร้อยหินและดูดวงในตลาดนัดแทน ครั้งสุดท้ายที่คุยกันลุงบอกว่า ยังไม่ได้ที่อยู่ของบุษยามณี

เปล่าหรอก ลุงตั้งใจมาหาหนูณิน่ะ

หาหนู มีอะไรหรือเปล่าคะ

ลุงมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟัง พอดีแวะมาส่งผักแถวนี้ คิดว่า ต้องคุยยาวก็เลยแวะมาเสียเลย ขี้เกียจเสียค่าโทรศัพท์

มีอะไรหรือคะ

คือว่า ครูได้ที่อยู่บ้านของหนูบุษยามณีมาแล้วนะ ลุงจดใส่กระดาษมาให้

ลุงชัยยื่นกระดาษที่มีลายมือเขียนอยู่  ณิรินรับมาแล้วอ่านดู

ลุงไปได้ที่อยู่มาจากไหนหรือคะ

ก็บังเอิญลุงได้คุยกับครูประจำชั้นห้องของหนูบุษยามณีน่ะ บังเอิญเจอกันที่งานบุญจังหวัดยโสธร ไม่คิดเลยนะว่า โลกกลมขนาดนี้ อุตส่าห์ไปตั้งไกลยังเจอกันอีก

ครูพูดว่ายังไงบ้างคะ ครูทราบไหมคะว่า ทำไมบุษยามณีถึงได้ลาออกจากโรงเรียน และเมื่อก่อนนี้เธออยู่กับใคร

นั่นละที่ลุงต้องมาเจอกับหนูณิ เพราะพอฟังแล้วก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย เล่าทางโทรศัพท์คงไม่ไหวแน่

ลุงชัยเล่าเรื่องราวที่ได้ยินจากครูประจำชั้น ใครจะนึกว่า ชีวิตของบุษยามณีนั้นน่าสงสารมาก ครอบครัวหล่อนแตกแยก พ่อกับแม่แยกกันอยู่ ขณะที่บิดาเล่นพนันแถมยังมีผู้หญิงคนอื่น แต่พอไม่มีเงินก็มักจะแอบกลับมาที่บ้านเพื่อขอเงินจากภรรยาเป็นประจำ

พ่อของบุษยามณีเป็นผีพนันหรือคะ

เห็นว่า อย่างนั้นนะ ทั้งเล่นพนัน ทั้งเจ้าชู้ มีเมียน้อย พอไม่มีเงินก็มาเอาเงินจากเมียหลวงแถมยังลงมือลงไม้กับเด็กๆ ด้วยนะ

เด็กๆ งั้นหรือคะ แสดงว่า บุษยามณีไม่ใช่ลูกคนเดียว

ไม่ใช่หรอก เห็นว่า มีน้องสาว ตอนที่พ่อกับแม่ทะเลาะกัน ร่ำๆ ว่า จะเลิกกัน เด็กสองคนก็ถูกแยกไปอยู่คนละบ้าน สลับกันเพราะยังตกลงกันไม่ได้

ตายจริง…น่าสงสารบุษยามณี

ยังมีอีกนะ ลุงยังได้ยินว่า พ่อกับแม่ของบุษยามณีเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นหนูบุษยามณีจึงต้องอยู่กับป้าแทน

อะไรนะคะ

ลุงชัยเล่าโศกนาฏกรรมของครอบครัวนี้ให้ฟัง ณิรินฟังไปน้ำตาคลอไป หล่อนไม่นึกว่า วันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์ที่ภรรยาหลวงทนไม่ไหวและใช้ปืนยิงสามีก่อนจะยิงตัวตายตาม หลังจากบุพการีทั้งคู่เสียชีวิต บุษยามณีจึงต้องอยู่ในการดูแลของป้าแทน

ณิผิดเอง ตอนนั้นไม่น่าปากหนัก น่าจะถามบุษยามณี

ปัญหาของบุษยามณีคือ ไม่มีใครคบด้วย เด็กสาวเป็นคนเงียบ ยิ่งพอถูกกลุ่มของพลอยพยัพแกล้งก็ทำให้เพื่อนคนอื่นไม่กล้าสนิทด้วย แม้ณิรินจะไม่ได้กลัวกลุ่มพลอยพยัพ แต่ตอนนั้นหล่อนก็มัวแต่วุ่นวายกับปัญหาของตัวเอง

น่าสงสารจริงๆ นั่นละ เด็กคงฝังใจมาก ไม่รู้ว่า ตอนที่เกิดเหตุ เด็กๆ อยู่ด้วยหรือเปล่า

หนูไม่อยากคิดเลยค่ะลุง ขนาดหนูเสียพ่อกับแม่ไป หนูยังต้องทำใจเป็นปีเลย โชคดีที่หนูมีปู่คอยดูแล คอยเอาใจใส่ ไม่อย่างนั้นหนูคงผ่านมาไม่ได้แน่

ถ้าป้าของหนูบุษเป็นคนดีแบบปู่เทียม หนูบุษก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

ณิรินไม่ได้ตอบ หล่อนไม่กล้าบอกลุงชมว่า บุษยามณีน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้เป็นวิญญาณและกำลังแก้แค้นทุกคนที่เคยร่วมรังแกหล่อนในอดีต

ยังไงก็ขอบคุณลุงชัยมากนะคะ เดี๋ยววันนี้พอปิดร้านแล้วหนูจะแวะไปที่บ้านหลังนั้นดู ไม่แน่อาจจะเจอป้าหรือไม่ก็น้องสาวของบุษยามณีก็เป็นได้ หนูอยากรู้ว่า เมื่อหลายปีก่อนเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ขอให้โชคดีนะหนูณิ ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วย ส่งข้อความมาได้เลยนะ วันนี้ลุงต้องกลับก่อน ทิ้งบ้านมานานแล้ว

ขอบคุณมากนะคะคุณลุง เอาไว้มีเวลา ณิจะแวะไปหานะคะ

ณิรินโบกมือลาลุงชัย หล่อนมองกระดาษที่มีลายมือเขียนอยู่ ที่อยู่ของบุษยามณีไม่ไกลนัก แต่คงต้องรอให้ปิดร้านเสียก่อนถึงจะไปได้ หล่อนประนมมือขึ้นส่งความคิดไปถึงหญิงสาว

ถ้าเธอยังอยู่แถวๆ นี้ ช่วยให้ฉันได้เจอกับครอบครัวเธอด้วยนะ ถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้วิญญาณเธอสงบสุขได้ ฉันยินดีทำทุกอย่าง

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

 

อคิณขับรถมาตามแผนที่ซึ่งพิธานแชร์มาให้ทางอุปกรณ์สื่อสาร เขายอมรับว่า เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไกลไปมาก ยุคนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตไปแล้ว ทั้งข้อมูลลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ ไฟล์ข้อมูล รูปภาพ สามารถส่งถึงกันได้แม้แต่ที่อยู่ซึ่งสมัยก่อนมักจะต้องอาศัยการวาดแผนที่หรืออธิบาย แต่ปัจจุบันการส่งต่อที่อยู่หรือที่เรียกว่า แชร์โลเคชันผ่านทางโปรแกรมแช็ตที่เรียกว่า ไลน์ก็นิยมกันเป็นอย่างมาก

ชายหนุ่มตื่นเต้น ยอมรับว่า ช่วงบ่ายตอนคุยกับลูกค้าแทบไม่ค่อยมีสมาธิ นั่นก็เพราะมัวแต่พะวงว่า เมื่อเข้าไปในบ้านจะอธิบายให้เจ้าของฟังว่า อย่างไร เขายังไม่รู้ว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดิมของบุษยามณีเป็นญาติของหล่อนหรือไม่ และคนนั้นจะรู้ความเป็นไปเกี่ยวกับเรื่องในอดีตมากแค่ไหน ถึงตอนนี้อคิณก็ปักใจว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นคงส่งผลให้บุษยามณีคิดสั้น ทำให้หล่อนกลายเป็นวิญญาณอาฆาต เขายังไม่แน่ใจว่า บุษราคัมเม็ดนั้นเกี่ยวข้องยังไงกับบุษยามณีหรือเปล่า หรือเป็นเพียงสื่อกลางของวิญญาณเท่านั้น

ที่ผ่านมาอคิณไม่ได้ห้ามพลอยพยัพไม่ให้สวมสร้อยอีกก็เพราะเขาคิดว่า ภายในไม่ได้มีวิญญาณสิงอยู่อีกต่อไปแล้ว ปู่เทียมยืนยันหนักแน่นว่า บุษราคัมเป็นเพียงแค่อัญมณีชิ้นหนึ่ง อีกทั้งตอนนี้พลอยพยัพก็กลับมาเป็นคนเดิม เช้านี้น้องสาวเริ่มออกกำลังกายและหางานทำ หญิงสาวตั้งใจจะไปแคสติ้งงานที่ต่างประเทศ แต่คงต้องรอให้ตำรวจอนุญาตเสียก่อน

มือที่จับพวงมาลัยแอบเกร็งเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปในซอยซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้าน เขามองไปรอบๆ เพิ่งสังเกตว่า ส่วนใหญ่เป็นบ้านอาศัยกันเป็นครอบครัว หลายบ้านมีรถเข้ามาจอดแล้ว บ้านแต่ละหลังมีพื้นที่สวนในตัว เมื่อดูจากสีสันของบ้านคงอาศัยอยู่กันมานานมากแล้ว อคิณขับรถตรงลึกเข้าไปในซอย เลี้ยวตรงซอยตามอุปกรณ์บอกทาง พื้นที่ก่อนถึงบ้านเป็นที่ร้างต้นไม้ขึ้นค่อนข้างรก เมื่อมองไปด้านหน้าก็เห็นบ้านที่พิธานบอก

‘“บ้านหลังนี้ทาสีครีม ประตูเป็นสีน้ำตาล ดูเหมือนเพิ่งทำใหม่ได้ไม่นานนี่เอง พอไปถึงนายจะเห็นที่ว่าง ก็จอดรถตรงนั้น ฉันคิดว่า นายต้องรอถึงสักสองสามทุ่มกว่าเจ้าของบ้านจะมาถึง”’

ครั้งก่อนนั้นพิธานไปจอดรอหน้าบ้านถึงทุ่ม แต่เจ้าของบ้านก็ยังไม่กลับ ลุงข้างบ้านบอกว่า หล่อนมักจะเลิกงานสองถึงสามทุ่มถึงจะกลับมา อคิณจอดรถด้านหน้า เขาเดินลงไปสำรวจรอบๆ บ้าน เพื่อที่จะเก็บรายละเอียด

บิดาเคยสอนเสมอว่า บ้านของแต่ละคนย่อมมีลักษณะเฉพาะตัว อคิณเลือกมองไปที่สวนเป็นอย่างแรก ระหว่างที่ขับรถผ่านบ้านแต่ละหลัง ก็สังเกตว่า จะเป็นต้นไม้ที่ไม่แตกต่างกัน อาจเป็นต้นไม้เดิมจากโครงการหมู่บ้านจัดสรร แต่เมื่อมองเข้าไปในบ้านก็ต้องประหลาดใจ ต้นไม้ที่ปลูกอยู่เป็นไม้ยืนต้น ทั้งมะม่วง ชมพู่ ขนุน ต้นไม้สูง บ่งบอกว่า แต่ละต้นปลูกมานานมากแล้ว แต่ที่เขาชอบที่สุดกลับเป็นแปลงดอกกุหลาบที่อยู่หน้าบ้าน

ดอกไม้แต่ละต้นเจริญเติบโตและงอกงาม แถมยังถูกบำรุงรักษาเป็นอย่างดี สังเกตจากที่ใบไม่มีรอยเว้าแหว่งจากการถูกแมลงกัดแทะ คงผ่านการใส่ปุ๋ย ฉีดยาฆ่าแมลง ชายหนุ่มเดินไปจนสุดรั้วฝั่งหนึ่ง แล้วก็ได้กลิ่นหอมมาจากด้านบน เขาเผลอเงยหน้าขึ้นไปหาต้นตอของกลิ่น แต่เมื่อเห็นดอกไม้ชัดๆ มือก็เย็นเฉียบ

ดอกไม้สีเหลืองกลีบใหญ่หนาและแข็งแรง เขาไม่รู้ว่าคือดอกไม้อะไร รู้แต่ว่า เป็นสีเหลืองคล้ายจำปาแต่กลีบใหญ่และดอกใหญ่กว่า ต้นแข็งแรงแตกกิ่งก้านสาขา อย่างกิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับริมรั้วก็พบว่า มีดอกออกเต็ม กลิ่นหอมของมันหอมตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ จนอคิณอดที่จะยื่นหน้าขึ้นไปสูดดมไม่ได้ เขาเพิ่งรู้ว่า ตนชอบกลิ่นหอมนี้เหลือเกิน เพราะมันทำให้เขาอดนึกถึง ใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาไม่ได้

ภาพบางอย่างซ้อนทับกัน อคิณเพิ่งนึกได้ว่า เขามักจะฝันถึงใครคนหนึ่งอยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิด เขาอยากให้ลางสังหรณ์ของตนไม่เป็นจริงและบุษยามณียังมีชีวิตอยู่ หล่อนคงจะโตขึ้นเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากคนหนึ่ง เขาพลาดที่ไม่ได้ไปตามนัด และหากเขาเก็บจดหมายอย่างมิดชิดไม่ให้พลอยพยัพเห็น บางทีเรื่องคงไม่ลงเอยในรูปแบบนี้

อคิณถอนหายใจ เขาเงยหน้าขึ้นและพบว่า ตนอยู่ใต้ต้นไม้พอดิบพอดี แต่จู่ๆ ดอกไม้ก็ร่วงลงมาใส่มือ เขาก้มมองดอกไม้กลีบใหญ่ในมือ ยิ่งอยู่ใกล้กลิ่นหอมก็ยิ่งได้กลิ่นหอมรวยรินมาแตะจมูก อคิณมองเห็นบางอย่างจากทางหางตา เมื่อมองเข้าไปในบ้านก็พบว่า ไฟเปิดอยู่เรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านกลับมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เขาเห็นคนเดินไปมาอยู่ในบ้านจึงตัดสินใจเข้าไปคุยด้วย ขณะกำลังจะกดกริ่งแต่กลับพบว่า ประตูหน้าเปิดอ้าอยู่

อคิณลังเลว่า ควรจะเคาะประตูดีหรือไม่ แต่แล้วเสียงที่ดังขึ้นในบ้านคล้ายกับอะไรแตกทำให้เขาตกใจรีบเดินเข้าไปด้านในทันที วูบหนึ่งที่เขารู้สึกเป็นห่วงเจ้าของบ้าน หล่อนคือเบาะแสเดียวที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุษยามณีได้

ร่างสูงเดินรีบเข้าไปในบ้านและพบว่า ประตูด้านในเปิดอ้าไว้เช่นเดียวกัน เขาผลักประตูมุ้งลวดเข้าไปพร้อมกับร้องเรียก  

มีใครอยู่ไหมครับ ผมอคิณ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมครับ

ไม่มีเสียงตอบ อคิณถือโอกาสนั้นสำรวจ ด้านในตกแต่งอย่างน่ารัก ลักษณะภายในบอกให้รู้ชัดว่า เจ้าของบ้านเป็นคนสะอาดสะอ้าน และดูแลอย่างดีเยี่ยม เบาะโซฟามีผ้าปักที่เป็นแฮนด์เมด เกิดจากการนำผ้ามาปักต่อกันหรือที่เรียกว่า ผ้าควิลต์ หรือเรียกว่า การนวมด้วยมือ จะประกอบด้วยสามชั้น ชั้นบนเป็นลวดลายต่างๆ หรือเกิดจากการนำผ้าชิ้นเล็กๆ มาต่อกัน ส่วนชั้นกลางนั้นเป็นใยโพลีเอสเตอร์แบบฟูๆ ส่วนชั้นล่างสุดเป็นผ้ารองด้านล่างซึ่งจะเป็นสีพื้นหรือว่า ลายก็ได้ ทุกอย่างบอกว่า เจ้าของบ้านนั้นคงเก่งการบ้านการเรือน แถมยังต้องเป็นคนที่มีความละเอียดอ่อน

ลวดลายและสีสันของผ้าบ่งถึงความอ่อนหวานของผู้ทำ อีกทั้งกลิ่นหอมสะอาดๆ ที่กระจายตัวอยู่รอบบ้านก็ทำให้บ้านนี้ดูน่าอยู่มาก เขาแอบจินตนาการว่า เจ้าของบ้านคงสวยและน่ารักมากทีเดียว อคิณมองเข้าไปด้านใน เขาคิดว่า เมื่อครู่นี้ได้ยินเสียงเหมือนอะไรตกแตก เมื่อมองก็พบว่า มีจานแตกและตกอยู่บนพื้น  บางทีเจ้าของบ้านคงกำลังเข้าครัวแต่เกิดทำจานแตก

มีใครอยู่ไหมครับ

ไม่มีเสียงตอบ อคิณยืนรออยู่ในห้องรับแขก เขามั่นใจว่า อีกไม่นานเจ้าของบ้านคงจะโผล่มา ชายหนุ่มเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้เพราะกลัวว่า หล่อนจะตกใจ หากเขาถือวิสาสะเดินเข้าไปในครัวด้วย ตามองไปรอบๆ เมื่อพบกับรูปถ่ายบนชั้นตาก็เบิกกว้าง…

มันคือ ภาพชายหญิงคู่หนึ่งถ่ายกับเด็กสาว อคิณจำได้ เพราะว่า เด็กคนนั้นคือ บุษยามณีนั่นเอง เขาหยิบกรอบรูปถัดมานั่นคือ รูปถ่ายตอนเป็นนักเรียน หล่อนสวมชุดเครื่องแบบโรงเรียน ถัดมาเป็นรูปครอบครัว รอยยิ้มของเด็กสาวไม่ได้สดใสนัก อาจเป็นแบบที่ครูใหญ่บอกว่า ครอบครัวหล่อนกำลังมีปัญหา แต่พอหันไปเห็นรูปเดี่ยวอีกรูปวางตั้งอยู่ อคิณก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม

คุณอคิณมาได้ยังไงคะเนี่ย

เขาชะงัก มองรูปในกรอบและเงยหน้ามองคนตรงหน้า ชายหนุ่มเพิ่งสังเกตว่า มือของหล่อนเลือดออก หญิงสาวคงเผลอบาดมือจึงไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลลงมา

วรัญญา…นี่คุณอยู่ที่นี่งั้นหรือ

ใช่ค่ะ คุณยังไม่บอกญ่าเลยว่า มาที่นี่ได้ยังไง คุณรู้ที่อยู่บ้านญ่าได้ยังไงกันคะ

บ้านของคุณงั้นหรือ คุณอยู่ที่นี่มาตลอดงั้นหรือ

วรัญญาส่งยิ้มหวาน หล่อนมองอคิณ

ใช่ค่ะ นี่คือ บ้านป้าของญ่า ญ่าอยู่ที่นี่มาตั้งแต่พ่อกับแม่ตาย

ถ้างั้นคุณ…อคิณมองกรอบรูปที่วางอยู่ เด็กในชุดนักเรียน

อะไรหรือคะ….

คุณกับเด็กในรูป เป็นอะไรกันงั้นหรือเขาหมายถึง บุษยามณีนั่นเอง เขามองเห็นความคล้ายคลึงกันของเด็กสาวในรูปกับผู้หญิงตรงหน้า บางส่วนของตาและจมูกดูคล้ายกัน

“นั่นรูปของพี่บุษค่ะ พี่สาวแท้ๆ ของญ่าเอง”

 

Don`t copy text!