บุษราอาฆาต บทที่ 22 : ญาติเพียงคนเดียว (Part 2)

บุษราอาฆาต บทที่ 22 : ญาติเพียงคนเดียว (Part 2)

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-22-

Part 2

 

อคิณมองเครื่องดื่มในมือ เขาเพิ่งรู้ว่านอกจากวรัญญาจะเป็นเลขาฯ ผู้ทรงประสิทธิภาพแล้ว หล่อนยังชงโกโก้ร้อนได้อร่อยมากๆ อีกด้วย แต่เรื่องราวที่ได้รับรู้จากเลขาฯ สาวทำให้เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่า โลกกลมจริงๆ

“คุณอคิณรู้จักกับพี่บุษหรือคะ”

“ใช่ เธอเคยเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนผมเอง”

ชายหนุ่มตัดสินใจเล่าเรื่องราวให้กับวรัญญาฟัง เขาได้แต่ประหลาดใจว่า ทำไมวรัญญาถึงไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันกับพี่สาว แต่ก็ได้ยินคำเฉลยในที่สุด

“งั้นคุณก็คือผู้ชายที่พี่บุษแอบชอบ น่าเสียดายที่ญ่าเรียนคนละที่กับพี่บุษ”

วรัญญาเล่าว่า พ่อกับแม่ของหล่อนตัดสินใจแยกทางกัน ต่างตัดสินใจที่จะแบ่งลูกกันเลี้ยง หล่อนต้องย้ายไปอยู่กับพ่อซึ่งมีรายได้น้อยกว่าจึงไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน ขณะที่แม่ของหล่อนเปิดร้านซื้อขายแลกเปลี่ยนอัญมณี แม่ส่งพี่สาวไปโรงเรียนอินเตอร์ ช่วงวันหยุดถ้าพ่อว่าง หล่อนถึงจะได้มาหาแม่บ้าง บางครั้งถ้าไม่มีใครว่างดูแล เด็กสาวทั้งสองก็ต้องมาอยู่กับป้า

“มิน่า ผมถึงไม่เคยเห็นคุณ แล้วทำไมถึงไม่มีรูปคุณกับบุษยามณีเลยล่ะ”

“เพราะพ่อกับแม่ไม่ชอบให้เราถ่ายรูปด้วยกันค่ะ พอถ่ายแล้วคนก็มักจะถามว่า อีกคนไปไหน สุดท้ายพ่อก็เลยไม่อนุญาต”

“คุณกับพี่สาวสนิทกันมากไหม”

“สนิทค่ะ พี่บุษส่งข้อความมาทุกวัน บางครั้งเราก็โทรไลน์คุยกันจนกระทั่งเกิดเรื่อง”

อคิณนิ่งฟัง เขาอยากรู้ว่าเมื่อหลายปีก่อนเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วสิ่งที่ได้ยินจากปากของวรัญญาทำให้อดสงสารหล่อนไม่ได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรม

“วันนั้นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน พ่อพาญ่ามาหาแม่ด้วย ทั้งสองทะเลาะกันแรงมาก เพราะแม่คิดว่า พ่อเอาเงินไปให้ผู้หญิงอีกคน ญ่าไม่คิดเลยว่าแม่จะมีปืน แล้วแม่ก็…”

พอพูดมาถึงตรงนี้วรัญญาก็น้ำตาคลอเบ้า อคิณอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบหลัง เขารู้ดีว่าวรัญญาคงเจ็บปวดที่ต้องพูดถึงเรื่องราวในอดีต

“ถ้าคุณลำบากใจไม่ต้องเล่าก็ได้นะ”

“ไม่ค่ะ ญ่าอยากเล่า ญ่าคิดว่าพี่บุษเองก็คงอยากให้ญ่าเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังเหมือนกัน พี่บุษคงเสียใจที่ไม่ได้ไปบอกลาคุณเป็นครั้งสุดท้าย”

ชายหนุ่มมือเย็นเฉียบ เขาสบตาวรัญญา หล่อนช่างน่าสงสาร

“แม่โกรธพ่อมาก สองคนเถียงกัน ญ่ากับพี่บุษ เรานั่งกอดกันอยู่ตรงมุมห้องรับแขก ญ่าคิดว่าเดี๋ยวท่านทั้งสองก็คงหยุด แต่แล้วจู่ๆ แม่ก็ชักปืนขึ้นมาแล้วก็จ่อไปที่พ่อ พี่บุษกลัวมากแต่ก็เป็นห่วงพ่อ จึงถลาเข้าไปกันเอาไว้ ส่วนญ่า…”

วรัญญาสะอื้นจนอคิณต้องดึงหล่อนมากอด เขาเห็นเลขาฯ สาวหลั่งน้ำตาอาบสองแก้ม แผ่นหลังบางสั่นไหว เขาลูบแผ่นหลัง และโอบไว้เพื่อปลอบ

“ญ่ามันขี้ขลาด ญ่าไม่กล้าแม้กระทั่งออกไปห้าม แต่พี่บุษกล้าหาญมาก เธอออกไปห้ามแล้วเธอก็…”

เสียงปืนนัดแรกดังขึ้น แต่แทนที่กระสุนจะพุ่งเข้าไปที่บิดาแต่บุษยามณีกลับเป็นผู้รับกระสุนนั้นแทน  วรัญญาเล่าว่า เห็นพี่สาวล้มลง

“หมายความว่า แม่คุณเป็นคนยิงบุษยามณีงั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ แม่ไม่ได้ตั้งใจ แม่ตั้งใจจะยิงพ่อแต่พี่บุษเข้ามาขวาง แม่เสียใจร้องไห้เหมือนคนเสียสติ พ่อยิ่งด่าแม่ สุดท้ายแม่ก็เลยทนไม่ไหว ยิงพ่ออีกนัด”

กระสุนนัดนั้นตรงเข้าสู่หัวใจพอดี วรัญญาเล่าไปสะอื้นไป หล่อนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ซุกตัวอยู่ตรงมุมห้องมองภาพที่เกิดขึ้น

“แม่เสียใจมาก แม่ก็เลย…”

มารดาของหล่อนร้องไห้ โผเข้ากอดบุษยามณี ก่อนจะหันมามองวรัญญาทั้งน้ำตาแล้วท่านก็จ่อปืนใส่หัวตัวเอง วรัญญาสะอื้นหนักขึ้น อคิณสงสารเลขาฯ สาวจับใจ ใครบ้างจะไม่เสียขวัญ ทุกอย่างคงกลายเป็นฝันร้ายสำหรับเด็กสาว วรัญญาจะอายุเท่าไหร่กันนะตอนเกิดเรื่อง น่าจะห่างกันไม่กี่ปี เขาจำไม่ได้ว่าหล่อนอายุเท่าไหร่

“คุณคงกลัวมาก”

“ค่ะ ญ่ากลัวจนทำอะไรไม่ถูก ญ่าเข้าไปดูแม่ แต่แม่ก็ไม่หายใจแล้ว รวมถึงพ่อด้วย ญ่ามัวแต่ร้องไห้ กว่าจะตั้งสติได้และโทรเรียกรถพยาบาล ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เป็นเพราะญ่าคนเดียว”

หล่อนสะอื้น อคิณลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบ เขากอดร่างที่สั่นเทาเอาไว้ บุษยามณีเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ แต่ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ถ้าอย่างนั้นเพราะอะไรวิญญาณถึงต้องการแก้แค้น

“ผมขอโทษนะที่มารื้อฟื้นเรื่องนี้ ทำให้คุณต้องเจ็บปวด”

วรัญญาปาดน้ำตาออกไป หล่อนมองอคิณ

“คุณอคิณยังไม่บอกเลยว่าทราบที่อยู่บ้านนี้ได้ยังไง ที่คุณมานี่เพราะต้องการแวะมาหาพี่บุษหรือคะ”

“ใช่…ผมอยากเจอเธอ เพราะผมคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับบุษยามณี แต่สงสัยผมคงคิดผิด”

เขาเล่าเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับวิญญาณบุษยามณีมาแก้แค้นให้วรัญญาฟัง

“ต้องไม่ใช่แน่ค่ะ พี่บุษไม่เคยโกรธใครเลยนะคะ เธอเป็นคนดี วันสุดท้ายที่เธอไปโรงเรียน เธอบอกว่ากลัวมากแค่นั้น แต่นิสัยอย่างพี่บุษไม่มีทางแก้แค้นใครแน่”

“บางทีอาจเป็นเรื่องบังเอิญ ผมคงปะติดปะต่อผิดไป”

“ญ่าเองก็ไม่เคยฝันถึงพี่บุษเลยนะคะ นับตั้งแต่เธอเสีย แต่ญ่าทำบุญตักบาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้เธอทุกวัน ญ่าอยากให้เธอไปเกิดในภพภูมิที่ดี”

“ผมก็เหมือนกัน ผมเพิ่งรู้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ คงเป็นเพราะเธอไม่สนิทกับใครเลยที่โรงเรียน ทุกคนพากันคิดว่า เธอไปเมืองนอก”

“ป้าไม่มีเงินส่งพวกเราหรอกค่ะ ป้าเป็นแค่หมอดูธรรมดา ทำงานหาเงินไปวันๆ พอพ่อกับแม่ตาย ฉันก็ย้ายมาอยู่กับป้า ฉันต้องสอบชิงทุนมาตลอดเพื่อหารายได้มาเรียน”

“คุณเก่งมากนะวรัญญา ขนาดผ่านเรื่องร้ายๆ แบบนี้ก็ยังตั้งหลักได้”

“เป็นเพราะฉันศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาโลก คนเราสักวันก็คงต้องตาย”

“แล้วตอนนี้ป้าคุณไปไหนเสียแล้ว”

“ป้าเสียไปแล้วค่ะ ท่านตกบันไดคอหัก”

น้ำเสียงหล่อนเย็น อคิณเหลือบมองหญิงสาว แต่พอเห็นหล่อนสะอื้นก็ยิ่งสงสารมากขึ้นไปอีก

“ผมเสียใจด้วยนะเรื่องครอบครัวคุณ ในฐานะที่ผมเคยรู้จักกับบุษยามณี ถึงแม้เราสองคนจะไม่ได้สนิทกัน แต่ในฐานะรุ่นพี่ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ขอคุณอย่าเกรงใจ บอกมาได้เลยนะ”

“ญ่าไม่คิดมากแล้วค่ะ ถึงตอนนี้ญ่าจะอยู่คนเดียว แต่ญ่าก็ไม่เหงา ญ่ามีงานทำ ถ้าว่างก็ปลูกต้นไม้ ทำงานฝีมือเพลินๆ ไปค่ะ”

อคิณยิ้ม เขายอมรับว่าวรัญญาจัดบ้านได้น่าอยู่จริงๆ หล่อนดูเป็นแม่บ้านแม่เรือน

“บ้านคุณสะอาดเรียบร้อยจริงๆ ผมชอบนะ”

“ถ้าชอบก็แวะมาได้นะคะ พาคุณพลอยมานั่งเล่นที่นี่ก็ได้ค่ะ มะม่วงที่บ้านญ่าดกมาก ออกลูกทีเต็มต้นเลยค่ะ ญ่าจะทำน้ำปลาหวานให้ชิม”

“ก็ได้ วันหลังผมจะพาน้องสาวมาเที่ยว นี่ก็ดึกแล้วคุณควรพักผ่อนเถอะ มือยิ่งเจ็บอยู่”

เขาเหลือบเห็นว่า วรัญญาเพิ่งติดปลาสเตอร์เสร็จก่อนลงมาด้านล่าง หล่อนเหลือบมองดอกไม้ ตอนรับเครื่องดื่มของเขาวางไว้บนโต๊ะ

“คุณอคิณชอบดอกไม้นี้หรือคะ”

ชายหนุ่มยกขึ้นมาดม เขาชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมันทำให้รู้สึกสดชื่น

“ใช่…หอมดีนะ เขาเรียกดอกอะไรหรือ”

“มนต์จำปาค่ะ เป็นต้นผสมระหว่างมณฑาทองกับจำปาบ้านค่ะ ญ่ามีดอกของมันเก็บไว้เยอะมากนะคะ ญ่าเองก็ชอบกลิ่น”

หญิงสาวเดินเข้าไปด้านในและหยิบใบตองภายในบรรจุดอกไม้อีกร่วมสิบดอก

“โอ๊ย…คุณเอาไว้เถอะ สำหรับผมแค่ดอกเดียวพอแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ญ่าเก็บไว้เยอะ เอาไว้ตรงหัวเตียงนะคะ รับรองว่าหลับสบาย”

ชายหนุ่มรับมา เขามองเลขาฯ สาวอีกครั้ง หล่อนยิ้ม

“ผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัท”

“ขับรถดีๆ นะคะคุณอคิณ พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้มีงานทั้งวัน”

อคิณเดินออกจากบ้าน แม้จะโล่งใจที่ได้รับคำตอบทุกอย่างที่ต้องการ สุดท้ายแล้วบุษยามณีไม่ใช่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด หล่อนเสียชีวิตแต่ไม่ใช่เพราะการฆ่าตัวตายแต่เป็นปัญหาครอบครัว ถ้าอย่างนั้นใครกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด อาจเป็นศัตรูคนอื่นที่คาดไม่ถึง หรือไม่ก็อาจจะเป็นความขัดแย้งทางด้านธุรกิจก็เป็นได้  บางทีเขาอาจจะต้องลองวิเคราะห์เรื่องทั้งหมดในแง่มุมใหม่อีกครั้ง

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตว่า ตอนเดินออกมาจากบ้านนั้นที่ใต้ต้นมนต์จำปา มีหญิงสาวอีกคนยืนอยู่ด้วย ณิรินมาถึงที่บ้านตั้งแต่เมื่อสิบห้านาทีก่อน หล่อนเห็นอคิณเดินเข้าไปในบ้าน ความสงสัยทำให้แอบดูจากด้านนอก

หล่อนตามที่อยู่ของลุงชัยมาจนถึงบ้าน แต่ก็พบว่ารถของชายหนุ่มจอดอยู่ แต่ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ กระตุกวูบกลับเป็นความสนิทสนมของอคิณกับผู้หญิงที่อยู่ในบ้านต่างหาก ตอนแรกณิรินตั้งใจว่าจะเข้าไปถามให้รู้เรื่อง แต่พอเห็นตอนชายหนุ่มโอบหญิงสาวก็หูอื้อตาลาย

ณิรินไม่เคยรู้ว่าตนขี้หึง…แค่เห็นอคิณใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น ก็ถึงกับโกรธจนคิดอะไรไม่ออก หลังจากยืนดูอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ของตนออกมา ขอบตาร้อนผ่าวเพราะเจ้าตัวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ณิรินจำได้ว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ในงานเปิดสาขาธนาคารนั่นเอง หล่อนอาจจะเป็นเลขาฯ หรือคนสนิท

ร่างบางนอนทิ้งตัวบนเตียงอย่างหมดแรง ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าต้องมีเหตุผล ในเมื่ออคิณบอกว่าชอบ เขาคงไม่มีทางทรยศต่อหล่อนแน่ แต่ท่าทางสนิทสนมและโอบกอดทำให้อดรู้สึกขึ้นมาไม่ได้

“ใจคอเอ็งจะไม่กินข้าวหรือไง ปู่ให้รักกับยมมาเรียกหลายทีแล้ว”

ปู่เทียมทำอาหารเย็นไว้รอ แต่หญิงสาวกลับรีบขึ้นห้อง ณิรินไม่กล้าบอกใครว่าหล่อนร้องไห้ด้วยความผิดหวัง ความรู้สึกเหมือนคนอกหักเป็นเช่นนี้เอง ผู้หญิงคนนั้นเหนือกว่าหล่อนทุกอย่าง บ้านช่องดูสะอาดสะอ้าน แถมยังหน้าตาน่ารัก ผิดกับหล่อน แม้แต่ผ้าสักผืนยังไม่เคยเย็บ ยังไม่นับท่าทางเดินเหินที่กระโดกกระเดกเหมือนผู้ชาย

“วันนี้ณิไม่หิว ปู่กินเถอะ”

“เป็นอะไรวะ ทำท่าเหมือนคนอกหัก”

“เปล่านะปู่ ณิลดน้ำหนักต่างหาก”

ปู่อมยิ้ม คงรู้ทันหลานสาวเพราะอยู่ด้วยกันมานาน

“โกหกปู่มันบาปนะโว้ย กลุ้มใจอะไรก็บอกมาเถอะ รักกับยมรายงานปู่หมดแล้ว”

ณิรินกระเด้งตัวขึ้นจากเตียง จ้องหน้าปู่

“รักกับยมกล้าฟ้องปู่งั้นหรือ” หล่อนหันไปรอบๆ เพื่อหากุมารทองน้อยจอมปากโป้ง “ออกมาเดี๋ยวนี้นะสองตัวยุ่ง มาให้พี่จัดการเสียดีๆ ใครใช้ให้ปากโป้งแบบนี้เฮอะ”

เมื่อมองไปตรงขอบตู้ก็เห็นตัวการทำคอย่น ยืนแอบอยู่ด้านหลัง ส่วนยมนั้นห้อยหัวอยู่บนเพดานยกมือปิดหน้าทำเหมือนไม่รู้เรื่อง

“ไม่ต้องมาทำไก๋หน่อยเลย ไหนสัญญากันแล้วไง นี่อะไรรายงานซี้ซั้วเดี๋ยวปู่ก็เข้าใจผิดหรอก”

“ถึงมันสองตัวไม่เล่า ปู่ก็เดาออก หน้าเอ็งอย่างกับดอกไม้โดนน้ำร้อนลวกน่ะ ทั้งซีดทั้งเหี่ยว”

“แรงอะปู่ ณิไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักหน่อย”

“ถ้าสงสัยอะไรทำไมไม่ถาม จะไปแอบดูแล้วทำตัวเป็นนางเอกละครที่มานั่งตัดพ้อน้อยใจ มันตลกว่ะ เหมือนไม่ใช่หลานปู่”

“แล้วปู่จะให้ณิถามอะไรล่ะ ถามว่าเขากอดกันทำไมงั้นหรือ” แค่พูดถึงณิรินก็เกือบจะร้องไห้ออกมาเสียแล้ว หล่อนเคยบอกตัวเองว่าไม่ควรถลำลึก แต่สิ่งที่เห็นทำให้รู้ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“ก็ถามว่า ผู้หญิงที่เห็นเป็นใคร สนิทกันระดับไหน แล้วเขาจัดวางเอ็งอยู่ตำแหน่งไหนไงล่ะ”

“ปู่” ณิรินส่งค้อนให้ปู่ เท่านี้ก็รู้แล้วว่ากุมารทองสองตนคงรายงานจนหมดหน้าตัก แถมอาจจะใส่สีตีไข่ลงไปอีกกระบุงโกย

ปู่เทียมลูบผมหลานสาว พูดขึ้น

“แค่ความรักอย่างเดียวมันไม่พอหรอก มันต้องเชื่อใจและไว้ใจด้วย การเก็บมาคิดไปเองคนเดียว จะทำให้รอยร้าวยิ่งบาดลึก ถ้าเป็นปู่ จะถามตรงๆ ไปเลย”

“ก็ปู่เป็นผู้ชายนี่นา จะถามไปโต้งๆ ก็ไม่น่าเกลียด แต่ณิเป็นผู้หญิง ทำมากไปมันจะไม่งาม”

“เอ็งก็หาวิธีเอาสิ ไหนบอกว่าเป็นหมอดูสาลิกาลิ้นทองไม่ใช่หรือ พูดกับลูกค้า ลูกค้ารัก ลูกค้าหลง แค่ถามความลับจากผู้ชายแค่นี้ทำไม่ได้หรือ”

“แต่ณิรู้สึกแปลกๆ”

“อย่าคิดมากเลย ปู่ว่าพ่อหนุ่มนั่นท่าทางใช้ได้เลยนะ เขาคงไม่คบคนเผื่อเลือกหรอก ถ้าสงสัยอะไรถามไปเลยดีกว่า อย่าปล่อยให้มันเหมือนสนิมในใจ เพราะไม่งั้นสุดท้ายแล้วความระแวงจะเป็นบ่อเกิดของความร้าวฉาน ต่อไปเอ็งกับเขาจะต่อไม่ติดเอา”

 

Don`t copy text!