บุษราอาฆาต บทที่ 23 : มนตร์สะกด (Part 1)

บุษราอาฆาต บทที่ 23 : มนตร์สะกด (Part 1)

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-23-

Part 1

 

อคิณเข้านอนตามปกติ แต่ต่างกันตรงที่คืนนี้ความอ่อนล้าทำให้เขาลืมสวดมนต์ก่อนนอน ชายหนุ่มคงไม่ทันสังเกตว่าบรรยากาศในห้องเงียบกว่าทุกวัน เขาวางดอกมนต์จำปาเอาไว้ตรงหัวเตียง กลิ่นของมันหอมรวยรินไปทั่วห้อง

นับตั้งแต่กลับจากบ้านของวรัญญา เขาก็คิดถึงเลขาฯ สาวขึ้นมาบ่อยครั้ง ภาพหญิงสาวกำลังร้องไห้ทำให้อดสงสารไม่ได้ เขาอยากจะกอดหล่อนเพื่อปลอบให้หายเศร้า อคิณเพิ่งเห็นว่าวรัญญาเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง คิ้วโก่ง จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มที่มีเพียงลิปสติกแต้มอยู่เพียงบางๆ กลิ่นกายของหล่อนหอมไม่ต่างจากกลิ่นของมนต์จำปาดอกนี้ ชายหนุ่มนำดอกไม้มาวางข้างหมอน สูดกลิ่นเข้าไปอีกเต็มปอดแค่นี้ใบหน้าก็แต้มไปด้วยรอยยิ้ม

ห้องที่มีเพียงแสงจากโคมเปิดเอาไว้ แต่ถ้าเพ่งมองให้ดีจะรู้ว่า ไฟกลางห้องกลายเป็นสีเหลืองมลังเมลืองไปทั่ว ชายหนุ่มหลับตาลงเพียงไม่นานเขาก็เริ่มหลับลึก รอบเตียงปรากฏแสงสีทองโรยตัวอยู่โดยรอบ อคิณคงไม่รู้ว่าเขาถูกชักนำให้เข้าสู่ภวังค์ด้วยมนตร์บางอย่าง

ในฝันเขากำลังอยู่ในโรงเรียนแห่งเดิม อคิณเงยหน้าขึ้นมองประตูห้อง เขาก้มมองจดหมายในมืออีกครั้ง บุษยามณีนัดเขาให้มาพบที่ห้องแห่งนี้ ชายหนุ่มตัดสินใจผลักประตูเข้าไป และก็พบว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ เขาเคยฝันถึงช่วงเวลานี้มานานมากแล้ว มันคือสิ่งที่จะชดเชยความรู้สึกผิดในใจ

“น้องบุษ”

เขาเอ่ยขึ้น หญิงสาวหันมาส่งยิ้มให้ นัยน์ตาทั้งคู่เต้นระริกด้วยความดีใจสุดขีด

“พี่อคิณมาแล้ว”

“น้องพาพี่มาที่นี่ทำไม”

“คือว่า บุษอยากบอกลาพี่อคิณ ต่อไปนี้เราสองคนคงไม่ได้เจอกันอีก”

อคิณไม่แปลกใจเพราะเขาได้ยินเรื่องทั้งหมดจากวรัญญามาก่อนแล้ว แต่ทุกบทสนทนาตอนนี้คล้ายกับเป็นการเติมเต็มในความรู้สึก เขารู้ว่าวิญญาณของบุษยามณีอาจจะยังผูกพันกับเรื่องบนโลกมนุษย์จึงยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด หากว่าการกระทำในคืนนี้จะทำให้เด็กสาวพ้นทุกข์ได้เขาก็ยินดี

“พี่ขอโทษที่ตอนนั้นไม่ไปตามนัด”

“ไม่เป็นไรค่ะ บุษเข้าใจ พี่อคิณไม่ผิด บุษบุญน้อย ไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้พี่อคิณอีก ต่อไปนี้บุษคงต้องไปตามทางของบุษสักที”

“บุษไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ พี่จะทำบุญไปให้”

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะตรงเส้นผม น่าแปลกที่เขารู้สึกว่ากำลังสัมผัสกับหล่อนจริงๆ คงเป็นเพราะกลุ่มพลังงานตรงหน้ามีความเข้มข้นมากจนแตะต้องได้

“ขอบคุณพี่อคิณมากๆ บุษจะไม่มีวันลืมพี่อคิณ แต่บุษมีเรื่องอยากขอร้อง…”

“ว่ามาสิ...”

“บุษเป็นห่วงน้องสาว ถ้าพี่อคิณ…”

“ไม่ต้องห่วงหรอก วรัญญาเป็นเลขาของพี่ พี่จะดูแลเขาแทนน้องบุษเอง”

บุษยามณีส่งยิ้มกว้าง หล่อนประนมมือไหว้แนบอกอคิณ เขามองเห็นน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ใบหน้าของหล่อนจากที่เคยเศร้าหมองพลันเกิดประกายเรืองรอง ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออก แสงสว่างจ้าส่องเข้ามา

“บุษต้องไปแล้วค่ะ พี่อคิณสัญญาแล้วนะคะ”

“ไม่ต้องห่วง ไปเถอะ พี่รักษาสัญญาแน่นอน”

บุษยามณีเดินช้าๆ ไปที่ประตู อคิณมองตาม เขาเห็นเงาของหล่อนค่อยๆ ถูกกลืนไปกับแสงสีขาวที่ปลายทาง นี่หรือเปล่าคือประตูไปสู่อีกภพหนึ่ง ชายหนุ่มยิ้ม รู้สึกถึงการถูกปลดปล่อยจากความรู้สึกผิดที่สะสมมาหลายปี ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว เขารู้สึกถึงพลังอันอบอุ่นจากแสงสีเหลืองตรงหน้าก่อนที่พลังนั้นจะค่อยๆ แผ่ครอบคลุมไปทั่วร่าง อคิณยิ้มและปล่อยตัวเองให้หลับลงอย่างเป็นสุข...

ภายในห้องนอนแห่งเดิม เงาโปร่งบางจ้องมองชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่บนเตียง เจ้าของเงาไม่ได้อยู่ตรงนี้จริงๆ แต่เพียงแค่ถอดจิตมาดูผลงานของตนเท่านั้น ตาจ้องไปที่ดอกมนต์จำปาซึ่งบัดนี้แห้งเหี่ยวจนเหลือเพียงแต่ซากสีดำคล้ำ เงานั้นเคลื่อนเข้าไปใกล้เตียงจนถึงร่างของอคิณ มือสองข้างยื่นไปเหนือนัยน์ตาทั้งสองข้าง ปากขมุบขมิบท่องมนตร์

จู่ๆ ชายหนุ่มซึ่งกำลังหลับลึกก็ลืมตาขึ้น จ้องมองเพดานอย่างเลื่อนลอย เงาโปร่งท่องมนตร์ต่อจนกระทั่งนัยน์ตาของชายหนุ่มแปรเป็นสีเหลืองอำพันหมดทั้งสองข้าง เจ้าของมนตร์ยิ้มอย่างพอใจและปล่อยให้แสงสีเหลืองครอบงำร่างของอคิณจนหมด...

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ณิรินมองโทรศัพท์ที่ไม่มีสายโทร.เข้ามาเกือบอาทิตย์แล้ว อคิณไม่โทร.มา แถมยังไม่ส่งข้อความมาหากันด้วย หมอดูสาวลองปิดเปิดมือถือใหม่เพราะคิดว่าระบบอาจจะรวนจนรับข้อความไม่ได้ หรือลองแม้กระทั่งโทร.ไปที่บริษัทมือถือเพื่อเช็กสัญญาณแต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม อคิณเงียบหายไปตั้งแต่เขาไปที่บ้านของผู้หญิงคนนั้น...

หล่อนนำคำพูดของปู่เทียมมาคิดจนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ณิรินต้องบ้าตายแน่หากไม่ถามให้รู้เรื่อง แม้จะรู้สึกว่ามันออกจะพิลึกไปสักหน่อยในการบุกไปหาชายหนุ่มถึงบริษัท แต่หล่อนก็ต้องทำ ร่างเพรียวบางจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ด้านหน้า หล่อนจำได้ว่ารถของอคิณมักจะจอดอยู่ คนขับรถของชายหนุ่มก็จำหล่อนได้

“รอตรงนี้ละครับ ประเดี๋ยวคุณอคิณก็ลงมา”

ณิรินกระวนกระวาย เพราะไม่รู้จะเริ่มพูดกับชายหนุ่มว่าอย่างไรดี

เขาโกรธหล่อนหรือเปล่า หรือว่างานยุ่งก็ไม่น่าใช่ เพราะเมื่อก่อนนี้อคิณยังโทร.หาวันละหลายครั้ง ไม่รวมส่งข้อความหากันตลอดทั้งวัน หรือว่า เขาเปลี่ยนใจแล้ว…

ความคิดนี้ประดุจคมมีดกรีดบนหัวใจอ่อนๆ จนณิรินต้องเลือกที่จะไม่คิดถึงมัน ปู่พูดถูก หล่อนไม่ใช่นางเอกละครหลังข่าวที่จะเข้าใจผิดโดยไม่ถามอะไรสักคำ หลังจากยืนรออยู่เกือบชั่วโมงอคิณก็เดินลงมาพอดี เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีผู้หญิงอีกคนเดินมาด้วย

หญิงสาวคนนั้นรูปร่างบอบบาง ผมยาว แต่งตัวเรียบร้อย ชุดกระโปรงลายดอกไม้ทำให้ดูน่าทะนุถนอม แต่พอก้มมองตัวเอง ณิรินก็ยิ่งรู้สึกว่าแพ้ พอเห็นณิริน หญิงสาวคนนั้นก็เดินย้อนกลับเข้าไปในบริษัท คงมีเพียงอคิณเดินออกมา

“คุณมาทำไม”

หมอดูสาวหาลิ้นตัวเองแทบไม่เจอ กลืนน้ำลายลงคอ พยายามหาเหตุผลว่าอคิณอาจจะหงุดหงิดเรื่องงานก็เป็นได้ แต่ใบหน้าเย็นชาทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า แฟนหนุ่มที่ขโมยจูบหล่อนเมื่ออาทิตย์ก่อนหายไปไหนเสียแล้ว หรือว่า เขาจะเบื่อ...

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นเงียบไป”

“ไม่เป็นไร ผมยุ่ง แค่นี้ใช่ไหม”

ณิรินต่างหากที่เกิดอาการใบ้กิน คิดหาคำพูดไม่ออก ที่แย่ที่สุดคือขอบตาเจ้ากรรมดันร้อนผ่าวเหมือนคนจะร้องไห้เสียอย่างนั้น

“ยุ่งมากจนถึงกับไม่โทรหากันทั้งอาทิตย์เลยหรือ”

“ก็ใช่สิ…ผมต้องทำงานคุณก็รู้ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วผมกลับบ้านก่อนนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

เขาเดินกระแทกไหล่หญิงสาวไปที่รถ ณิรินกลั้นใจ หล่อนเอื้อมมือไปแตะบ่า

“เดี๋ยวสิ ฉันมีเรื่องอยากจะถาม สรุปว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับบุษยามณี”

หมอดูสาวตามไปที่บ้านแห่งนั้นด้วย แต่หล่อนไม่ได้เข้าไปในบ้านเพราะเห็นภาพบาดตาเสียก่อน สิ่งที่หล่อนสงสัยก็คือ เพราะอะไรผู้หญิงคนที่อาศัยอยู่บ้านเดิมของบุษยามณีถึงบังเอิญมาทำงานเป็นเลขาฯ ของอคิณพอดิบพอดี

“วรัญญาเป็นน้องสาวแท้ๆ ของบุษยามณี”

อคิณไม่พูดอะไรต่อ สีหน้าเขาเหมือนไม่อยากเสวนากับณิรินเลยแม้แต่น้อย

“แล้วคุณได้ถามเธอไหมว่า ป้าของบุษยามณียังอยู่หรือเปล่า และใครที่เป็นคนทำคุณไสยใส่คุณ”

“ทำไมผมต้องถาม วรัญญาไม่ใช่คนร้าย เธอเป็นเลขาที่ดี รู้ใจผมทุกอย่าง”

ณิรินไม่รู้ว่าตัวเองน้อยใจประโยคไหนมากกว่ากัน ระหว่างคำที่ว่า วรัญญาไม่ใช่คนร้ายแถมยังต่อด้วยคำว่า ผู้หญิงคนนั้นรู้ใจทุกอย่าง...แล้วหล่อนล่ะ ยืนอยู่จุดไหนในหัวใจเขากันแน่ หรือว่าที่ผ่านมาเป็นแค่ลมปากของคนรวยๆ พอเบื่อแล้วเขาก็เขี่ยทิ้ง หญิงสาวกำมือแน่น เชิดหน้าขึ้นบอกตัวเองว่าต้องเข็มแข็ง หล่อนจะร้องไห้โฮต่อหน้าเขาไม่ได้

“คุณไม่สงสัยบ้างเลยหรือว่า ทำไมจู่ๆ บุษยามณีมีน้องสาว ไม่แน่เธออาจจะเป็นคนทำคุณไสยใส่คุณก็ได้ บุษยามณียังไม่ไปผุดไปเกิดก็เพราะมีห่วง คุณน่าจะถาม…”

“นี่คุณหมอดู ผมไม่รู้นะว่าคุณจะฝังใจอะไรกับเรื่องนี้นัก แต่สำหรับผมเรื่องมันจบแล้ว บุษยามณีไปเกิดแล้ว”

หมอดูสาวเลิกคิ้ว มองอคิณ

“คุณรู้ได้ยังไงว่าบุษยามณีไปเกิดแล้ว”

“ก็ผมเห็นมากับตาตัวเองน่ะสิ เธอเดินเข้าไปในแสงสว่าง แล้วก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา”

ณิรินสั่นศีรษะ คนทั่วไปอาจคิดว่าประตูเชื่อมระหว่างนรก สวรรค์ และโลก เหมือนอย่างในละครที่เห็นกันดาษดื่น แต่ณิรินรู้ดีว่าไม่ใช่ ทุกอย่างเป็นแค่ภาพจินตนาการของคนสร้างหนังและละครเท่านั้น

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ไม่มีทางที่คุณจะเห็น…” หล่อนพูดกลั้วหัวเราะแต่อคิณไม่ขำด้วย สีหน้าเขาบึ้งตึ้ง มองหล่อนด้วยความเหยียดหยัน

“คุณจะว่าผมเพ้อหรืออะไรก็ได้ หมดธุระแค่นี้ใช่ไหม งั้นผมไปละ”

อคิณเดินตรงไปที่รถ ปล่อยให้ณิรินยืนอึ้ง อากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนทำให้หญิงสาวจับต้นชนปลายไม่ถูก หล่อนได้แต่มองเขาขึ้นไปนั่งด้านหลัง เพียงไม่นานคนขับก็ออกรถ แต่ตอนที่รถเลี้ยวผ่านตำแหน่งที่หล่อนยืนอยู่นั่นเอง ณิรินก็ได้เห็นบางอย่าง มือบางเย็นเฉียบเมื่อเพ่งมองไปที่เบาะหลังรถ ณิรินพยายามวิ่งตามรถแต่ช้าเกินไปเสียแล้ว รถแล่นไปด้วยความเร็วสูงจนลับสายตา หมอดูสาวพึมพำกับตัวเอง

เป็นไปได้ไง ก็ไหนอคิณบอกว่าบุษยามณีไปผุดไปเกิดแล้วไงล่ะ แต่ทำไม..

อคิณคงไม่รู้หรอกว่าบนเบาะหลังนอกจากเขาแล้ว ยังมีวิญญาณสาวนั่งอยู่ด้วย สีหน้าของบุษยามณีดูเศร้ามาก หรือว่าหล่อนถูกบังคับ อะไรกันที่ทำให้บุษยามณีมีท่าทางแบบนั้น ณิรินบอกตัวเองว่าต้องรู้ให้ได้…

 

Don`t copy text!