บุษราอาฆาต บทที่ 23 : มนตร์สะกด (Part 2)

บุษราอาฆาต บทที่ 23 : มนตร์สะกด (Part 2)

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-23-

Part 2

 

ถ้าหากณิรินอยากสื่อสารกับวิญญาณ หล่อนจำเป็นต้องเลือกวันที่เป็นคืนวันเพ็ญ เพราะนั่นเท่ากับว่าประสาทรับรู้ของหล่อนจะดีที่สุด แม้จะเป็นโรคกลัววิญญาณสารพัดรูปแบบที่แวะเวียนมาทักทาย แต่เพื่ออคิณหล่อนต้องทำ

ลึกๆ แล้วหญิงสาวยังไม่อยากเชื่อว่าอคิณจะเปลี่ยนไป สมองด้านเหตุผลพยายามคิดว่า เขาอาจถูกวิญญาณร้ายครอบงำเหมือนกับที่ครั้งหนึ่งพลอยพยัพเคยเป็น ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าสาเหตุที่ชายหนุ่มเปลี่ยนไปเกี่ยวข้องกับวิญญาณบุษยามณีหรือเปล่า หล่อนจึงไปดักรอที่หน้าบ้าน

หญิงสาวตั้งใจจะไม่ใส่แว่นลงยันต์ของปู่ เพื่อให้ประสาทสัมผัสเปิดรับได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะรู้สึกขยาดกับภาพที่เห็น อย่างเช่นตอนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในซอยบ้าน หล่อนก็เห็นวิญญาณเด็กแว้นคู่หนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ พอเห็นหล่อนมองทั้งสองก็โบกมือทักทายราวกับรู้จักกันมาแรมปี ณิรินเบือนหน้าหนี ไม่ใช่ไม่อยากเป็นมิตร แต่เพราะสภาพของทั้งสองที่แขนหักห้อยต่องแต่ง รวมถึงกะโหลกที่เปิดจนเห็นสมองที่อยู่ด้านใน

หล่อนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาและก็พบว่า มีป้าคนหนึ่งเดินถือถุงของสดเหมือนไปจ่ายตลาด กำลังเอะใจว่าดึกป่านนี้ป้าไปซื้อของสดจากไหน แต่พอหันไปเห็นว่าศีรษะป้าอีกครึ่งถูกรถทับจนบี้แบน ก็รีบยกมือประนมทันที ป้าพยายามเล่าว่าถูกรถชนตอนออกมาซื้อของไปทำกับข้าวให้ลูกตอนตีสี่ กว่าคนจะรู้ว่า ป้าเสียชีวิตก็ผ่านไปหลายชั่วโมง วิญญาณจึงผูกพันและคิดว่าตนต้องออกมาซื้อกับข้าวทุกวัน

เมื่อเข้ามาถึงกลางซอยณิรินก็เห็นวิญญาณมากมาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกคนต่างดีใจเมื่อรู้ว่า หล่อนเห็น ต่างกรูกันเข้ามาแต่หมอดูสาวรีบสวดมนต์แผ่เมตตาทันที หล่อนจำต้องก้มหน้าก้มตาขี่มอเตอร์ไซค์จนถึงบ้าน ณิรินมองบ้านหลังใหญ่ตรงหน้า ไม่แปลกหรอกที่อคิณจะพักอยู่ในบ้านหรูหราขนาดนี้ บิดาของเขามีเงินสดในธนาคารและสินทรัพย์จำนวนมาก น่าจะถึงพันล้านเสียด้วยซ้ำ

บ้านนี้เป็นบ้านสองชั้น แบ่งเป็นปีกซ้ายและขวา ด้านหน้ามุขมีน้ำพุอยู่ เจ้าของคงเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย น้ำที่พุ่งขึ้นบนบอกถึงความเจริญรุ่งเรือง ณิรินเพิ่งสังเกตว่ารอบบ้านเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงของสุนัขหรือแมวเลยแม้แต่น้อย

หล่อนกวาดตาไปยังห้องชั้นบน เดาว่าน่าจะมีสักห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นของอคิณแต่ไม่รู้ว่าห้องไหน เสียงรถที่แล่นเข้ามาทำให้ต้องรีบหลบ โชคดีที่รถแล่นเข้าไปในบ้านเลย จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าหญิงสาวยืนอยู่ข้างกำแพง หล่อนมองลอดช่องตรงกำแพงและเห็นอคิณก้าวลงจากรถ แต่แล้วก็มีเงาโปร่งบางของหญิงสาวก้าวตามลงมาด้วย

หญิงสาวแปลกใจว่าเพราะอะไรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านถึงได้ยอมให้วิญญาณสาวซึ่งไม่ใช่เจ้าของบ้านเข้าไปด้านใน ทั้งที่ปกติแล้วเจ้าที่จะปกป้องคนในบ้านจากอันตรายทั้งปวง หล่อนรอให้ประตูหน้าปิดด้วยรีโมต หลังจากนั้นจึงเดินเลาะริมรั้ว ณิรินเพิ่งเห็นว่าศาลพระภูมิตั้งอยู่ทางขวาของบ้าน หล่อนชะโงกหน้าผ่านช่องตรงกำแพงเพื่อดู แต่พอเห็นสภาพด้านในมือก็เย็นเฉียบ

ศาลพระภูมิซึ่งเป็นสีขาวหมดทั้งหลัง ปกติจะมีรูปบูชาตั้งไว้ด้านใน เจ้าของบ้านมักจุดธูปเพื่อบูชาแต่สิ่งที่เห็นตอนนี้ช่างน่าหดหู ศาลพระภูมิเลอะเทอะไปด้วยคราบเลือดที่แห้งกรัง ทุกอย่างตอกย้ำว่ามีคนนำของสกปรกมาเทเพื่อทำลายการปกป้องนั้นลง นอกจากนั้นด้านในยังมีผ้าสีกระดำกระด่างถูกซุกอยู่ หมอดูสาวเดาว่าน่าจะเป็นมนตร์ดำ แต่ปัญหาก็คือใครทำ และเพราะอะไรคนในบ้านถึงไม่มีใครระแคะระคายอะไรเลย

ขณะกำลังมองอยู่นั้นจู่ๆ ก็เห็นเงาโปร่งเดินผ่านไป ณิรินจำหญิงสาวคนนั้นได้ หล่อนรีบวิ่งตามและร้องเรียก

“บุษยามณี หยุดนะ…ฉันรู้ว่าเป็นเธอ”

วิญญาณสาวหันขวับกลับมา สีหน้าที่มองไม่ดุดันเหมือนเคย

“เธอมาทำไม”

“ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ ออกมาคุยกันหน่อยได้ไหม”

“ไม่…เธอต้องไปเดี๋ยวนี้”

เงาโปร่งลอยผ่านแต่ณิรินตะโกนเรียกอย่างไม่ยอมแพ้ หล่อนต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไรวิญญาณที่อคิณบอกว่าไปเกิดเรียบร้อยแล้ว ถึงได้ยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้แถมยังติดตามอคิณต้อยๆ

“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ความจริง บอกฉันมาก่อนว่าทำไมเธอถึงต้องคอยติดตามอคิณด้วย”

วิญญาณสาวหน้าเศร้า หล่อนส่ายหน้าแต่ไม่ยอมตอบ

“มีใครบังคับเธอใช่ไหม”

สิ่งที่ณิรินเดาก็คือมีคนใช้มนตร์บังคับวิญญาณของบุษยามณี ส่งผลให้หล่อนไม่ได้ไปผุดไปเกิด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แสดงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทุกอย่างนั้นยังคงชักใยอยู่

“เธอไปเสีย…ไปก่อนที่จะไปไม่ได้”

“หมายความว่ายังไง มีคนคิดจะฆ่าฉันหรือ”

บุษยามณีส่ายหน้า หล่อนเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง

“ฉันบอกให้ไปยังไงล่ะ”

เงาโปร่งบางลอยเข้าไปในบ้าน แต่ณิรินกลับตะโกนเรียก

“ฉันช่วยเธอได้นะ มีคนสะกดวิญญาณเธอไว้ใช่ไหม บอกฉันมาสิว่ามันเป็นใคร ใครบังคับเธอ”

“ฝีมืออ่อนหัดอย่างเธอช่วยฉันไม่ได้หรอก”

ณิรินส่ายหน้า หล่อนเพิ่งรู้ตัวเองพลาดที่ไม่ตั้งใจศึกษาอาคม หากหล่อนเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของปู่เทียม ป่านนี้คงจัดการอะไรต่อมิอะไรได้แล้ว

“แต่ปู่ฉันช่วยได้”

“ปู่เธอก็สู้เขาไม่ได้”

“เขาเป็นใครล่ะ ใครกันที่สะกดเธอไว้ ป้าของเธอใช่ไหม ป้าเธอยังอยู่แต่แกล้งทำเป็นตายใช่ไหม”

บุษยามณีไม่ตอบ หล่อนเอาแต่ส่ายหน้า ณิรินพูดต่อ หล่อนต้องหาทางเกลี้ยกล่อมวิญญาณสาวให้ยอมบอกความจริง

“ไม่…เธอไม่มีทางรู้หรอก ไปเสีย เธอกำลังทำให้ฉันถูกลงโทษ”

มีลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง จนใบไม้ก่อตัวเป็นวงกลม ทุกอย่างเหมือนเป็นการเตือน บุษยามณีก้มหน้า หล่อนส่ายหน้าและยกมือไหว้ปลกๆ พร้อมกับลอยเข้าไปด้านใน

“ฉันกลัวแล้ว…ฉันไม่ได้ทำ”

คราวนี้ไม่ว่าณิรินจะโบกมือเรียกยังไง อีกฝ่ายก็ไม่ยอมลอยมาใกล้รั้วอีก ณิรินเดาว่าบ้านของอคิณน่าจะมีระบบกันขโมย ดังนั้นการเสี่ยงปีนเข้าไปคงทำไม่ได้

“ไปเสียแล้ว ยังคุยไม่รู้เรื่องเลย”

ณิรินได้แต่มองเข้าไปแต่ก็พบว่าตรงสนามว่างเปล่า หล่อนเดินย้อนกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ของตัวเอง แต่แล้วกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หญิงสาวรีบหันไปมองแต่เหมือนเห็นเงาผ่านไป หล่อนนึกถึงสิ่งที่วิญญาณสาวพูดว่ากลัว หรือว่า…

หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและกำสิ่งของหนึ่งเอาไว้ พร้อมทั้งนับในใจก่อนจะหันมาและชูสิ่งนั้นออกไปตรงหน้า กลุ่มพลังงานชั่วร้ายที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีหญิงสาวชะงัก กรีดร้องด้วยความโหยหวนเมื่อเจอกับยันต์ของปู่

“ไม่ได้แอ้มฉันหรอก เจอยันต์ปู่แล้วเป็นไงล่ะ”

เบื้องหน้าคือวิญญาณของผีตายโหง มันกอบตัวลุกขึ้นจากพื้น เดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างอาฆาต

“คิดว่าจะทำอะไรฉันได้หรือ งั้นเอานี่ไป”

ณิรินหยิบข้าวสารเสกของปู่ออกมาและเขวี้ยงออกไป เมื่อข้าวโดนตัวผิวของมันก็ลุกเป็นไฟทีละจุด ผีตายโหงคำรามอย่างโกรธจัด มันเตรียมพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ณิรินควักยันต์แผ่นออกมาพร้อมกับมีดลงอาคม หล่อนจ่อไปตรงหน้าผาก เพียงครู่เดียวแผ่นยันต์ก็ลุกเป็นไฟ ผีตายโหงพยายามแกะยันต์นั้นออกแต่พลังของยันต์ทำให้ร่างของมันโดนเผาเป็นจุณจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

“เฮอะ…คิดว่าจะแน่”

หล่อนหันกลับมาและพบว่า เบื้องหน้ามีวิญญาณอีกสามตนกำลังดาหน้าเข้ามา หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและเริ่มต้นจัดการกับวิญญาณทีละตัว…

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

“เอ็งบอกว่า มีวิญญาณล้อมบ้านไอ้หนุ่มนั่นอยู่งั้นหรือ”

ณิรินกลับบ้านตอนเกือบเช้า หล่อนเสียพลังงานไปกับการต่อสู้กับวิญญาณผีตายโหง เคราะห์ดีรักกับยมมาช่วย ทำให้หล่อนรอดพ้นจากพวกมันได้ แต่ยันต์ของปู่ก็ถูกใช้ไปจนหมด ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ขณะที่ปู่เทียมยื่นน้ำให้ดื่ม

“ใช่ปู่…เป็นกองทัพเลย ทำอย่างกับว่าที่นั่นเป็นฐานทัพงั้นละ”

แรกทีเดียวหญิงสาวก็กลัว แต่พอมีกุมารทองสองตนมาช่วยก็ยิ่งฮึกเหิม แต่ผีตายโหงที่ดาหน้ากันเข้ามามีจำนวนมากเหลือเกิน สุดท้ายจึงตัดสินใจถอยกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ณิรินไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรในบ้านของอคิณถึงได้มีภูตผีวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก แถมศาลพระภูมิยังถูกทำการลบหลู่อย่างไม่บังควรอีกด้วย

“แสดงว่า มีคนส่งพวกมันไปที่นั่น”

“ที่แปลกกว่าคือ ณิเจอบุษยามณีที่นั่นด้วย”

หญิงสาวเล่าเรื่องที่หล่อนพยายามถามข้อมูลจากบุษยามณี แต่วิญญาณสาวไม่ยอมตอบและมีท่าทางหวาดกลัว

“ก็ไหนเอ็งบอกว่า พ่อหนุ่มนั่นบอกว่าวิญญาณไปเกิดแล้วยังไงล่ะ”

“นั่นละที่ณิคิดไม่ตก ทั้งที่คุณอคิณบอกว่าเห็นบุษยามณีหายไปต่อหน้าต่อตา แต่ที่ณิเห็นมันไม่ใช่เลย ณิคิดว่า วิญญาณของบุษถูกสะกดอยู่ที่นั่น”

“ถ้าเป็นจริงก็อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง แสดงว่าคนที่มีคาถาอาคมคอยบงการวิญญาณพวกนี้ ดังนั้นไม่ว่าเราจะถามยังไงวิญญาณก็คงไม่ยอมบอก”

“อย่างนี้ก็แย่สิปู่ สืบอะไรไม่ได้สักอย่าง”

“ทำไมเอ็งไม่บอกแฟนเอ็งให้รู้ล่ะ เผื่อเขาจะช่วย”

ณิรินนิ่ง หล่อนถอนหายใจ อคิณไม่เพียงไม่ฟังแต่เขายังทำท่าเหมือนโกรธหล่อนอีกด้วย

“เราคงเลิกกันแล้วละปู่”

“เฮ้ย…เพิ่งเป็นแฟนกัน ไหงเลิกเร็วนักวะ”

“ณิก็งงอยู่เนี่ยปู่ สงสัยโดนเทไม่รู้เนื้อรู้ตัว”

ปู่เทียมกระเถิบมานั่งใกล้ๆ โอบบ่าหลานสาวเอาไว้

“บางทีไอ้หนุ่มนั่นอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้ เขาอาจตกอยู่ในมนตร์ดำเหมือนกัน”

ณิรินเหลือบมองปู่ด้วยความตกใจ

“เออ…จริงด้วย มิน่าเขาถึงเพี้ยนๆ”

“รู้อย่างนี้แล้วเอ็งก็อย่าไปคิดมากนะณิ คนที่ถูกมนตร์ดำ บางทีทำอะไรไปก็ไม่รู้ตัวหรอก เขาจะไม่รู้ผิดชอบชั่วดี รู้แต่ว่าตัวเองต้องทำแบบนี้เท่านั้น”

“มนตร์ดำหรือปู่ แล้วคุณอคิณไปถูกมนตร์ดำตอนไหนล่ะ”

“มันก็ได้ทั้งนั้นนั่นละ ทั้งต่อหน้า ทั้งทางอาหาร หรือแม้แต่น้ำหอมที่มาแตะตัว กลิ่นหอมแปลกๆ”

หญิงสาวนึกถึงตอนที่หล่อนได้เจอกับอคิณครั้งล่าสุด ตัวเขามีกลิ่นบางอย่างรวยรินมาเข้าจมูก ณิรินจำได้ว่าตรงกระเป๋าเสื้อของชายหนุ่มมีดอกไม้เสียบอยู่

“ดอกไม้ได้ไหมปู่”

“ไม่รู้แหะ ปู่ไม่เคยลอง เอ็งจะมาคิดหาเหตุผลทำไม สู้หาทางแก้ดีกว่า”

“แล้วณิจะแก้มนตร์ยังไงล่ะ”

“เอ็งก็ต้องเอาน้ำมนต์ไปราด คนที่ถูกสะกดจะรู้สึกตัวขึ้น หลังจากนั้นเอ็งก็ต้องท่องมนตร์ที่ข้าสอน มนตร์นั้นจะได้ถูกกำจัด จำเอาไว้นะว่าจะต้องทำทุกอย่างต่อเนื่องกัน มนตร์สะกดถึงจะคลายได้ยังไงล่ะ ตอนนี้เราสองคนต้องมาช่วยกันวางแผน ว่าทำยังไงไอ้หนุ่มนั่นถึงจะได้อยู่ตามลำพังโดยไม่มีคนอื่น”

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!