บุษราอาฆาต บทที่ 24 : แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

บุษราอาฆาต บทที่ 24 : แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-24-

 

การหาโอกาสให้อคิณอยู่ตามลำพังช่างยากเหลือเกิน นั่นก็เพราะงานของชายหนุ่มทำให้เขาต้องพบปะผู้คนตลอดเวลา ทั้งลูกค้า ผู้จัดการธนาคาร รวมถึงเลขาฯ สาว ในที่สุดณิรินก็รู้แล้วว่า ผู้หญิงที่อยู่ใกล้ชิดเขามากที่สุดตอนนี้ชื่อว่า วรัญญา

หล่อนเป็นเลขาฯ คนสนิทของอคิณ สังเกตได้จากการออกไปไหนด้วยกันบ่อยครั้ง ทั้งช่วงพักเที่ยงที่ทั้งสองมักจะออกไปกินข้าวด้วยกัน รวมถึงช่วงเย็นที่ชายหนุ่มมักจะแวะไปส่งที่บ้าน ณิรินเพิ่งรู้ว่าเจ้านายอย่างเขานิยมทำตัวติดกับเลขาฯ ราวกับปลากระป๋องแบบนี้

“พี่สุดหล่อดูเอาใจผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน หนูละหมั่นไส้ที่สุด อยากจะแกล้งทำผีหลอกเสียให้เข็ด” รัก หนึ่งในกุมารทองตัวน้อย สายสืบของณิรินพูด แต่ทั้งคู่คงไม่รู้หรอกว่าการนำข่าวแบบนี้มาบอกจะทำให้ณิรินต้องเจ็บปวดขนาดไหน

“จริงจ้ะ เดินดู๋ดี๋ จู๋จี๋ เห็นแล้วมันอยากจะแอบถอนผมเล่น”

“แกล้งทำผีหัวขาดให้เห็นเลยเป็นไง จะได้วิ่งหางชี้ไปเลย” รักผสมโรง

“หางชี้นั่นมันหมานะรัก แต่นี่มันคน สวยเสียด้วย ออดอ้อนออเซาะกันเหลือเกิน เวลาเดินทำเหมือนไม่มีกระดูกกระเดี้ยว ชอบเกาะแขนพี่สุดหล่ออยู่เรื่อย”

ยมเองก็พลอยไม่ชอบหน้าวรัญญาไปด้วย ถึงแม้ว่าหล่อนจะดูสุภาพอ่อนโยนและเป็นมิตร

“ใช่…พูดจาก็คุณอคิณคะ คุณอคิณขา” รักแสร้งพูดจีบปากจีบคอ ณิรินฟังแล้วนึกภาพตามจนต้องโบกมือให้สองคนหยุด

“พอเถอะรัก ยม พี่ฟังแล้วปวดหัว เขาจะทำอะไรก็ช่าง”

“ช่างได้ยังไงกันจ๊ะ ก็พี่สุดหล่อเป็นแฟนของพี่ณินี่นา”

“คงไม่ใช่แล้วละ พี่คงเข้าใจผิดไปเอง”

กุมารทองสองตนลอยตัวมาเกาะบ่าคนละข้าง ณิรินเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนอกหักก็ตอนนี้ หล่อนไม่อยากกินข้าว ไม่อยากทำอะไรเลย ยิ่งได้ยินทั้งสองเล่าถึงความสนิทสนมของอคิณกับเลขาฯ สาวที่ชื่อวรัญญาก็อดที่จะเจ็บปวดไม่ได้ ครั้งหนึ่งชายหนุ่มเคยบอกรักทำให้ณิรินรู้สึกเป็นคนพิเศษ แต่แล้วจู่ๆ เขาก็เลือกที่จะทิ้งหล่อนไปเสียอย่างนั้น

“อย่าเพิ่งคิดมากนะพี่ณิ ตอนนี้พี่สุดหล่ออาจจะหลงผิดอยู่ก็เป็นได้”

“พี่ว่า คงเป็นเพราะเลขาคนนั้นน่ารักตรงสเปกเสียมากกว่า”

หญิงสาวจำได้ดีว่า สมัยเรียนผู้หญิงทั้งโรงเรียนต่างถูกกรอกหูให้ท่องจำว่า สเปกของอคิณต้องเป็นผู้หญิงน่ารักและเรียบร้อย เป็นแม่บ้านแม่เรือน สิ่งที่วรัญญาเป็นนั้นตรงแทบทุกข้อ หล่อนแอบเห็นเลขาฯ สาวทำอาหารเช้าใส่กล่องมาให้อคิณ หรือแม้แต่ทำอาหารว่าง พอเลิกงานทั้งสองก็พากันกลับบ้าน ท่าทางพูดคุยกะหนุงกะหนิงทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้

“พี่ณิจะถอดใจแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ เสียชื่อหลานปู่เทียมหมด ทำไมพี่ไม่ใช้เสน่ห์ยาแฝดบ้างล่ะจ๊ะ”

“นั่นมันอวิชชา ปู่เราเคยสอนที่ไหนกันล่ะ”

“จริงสิ…หนูลืมไป” รักย่นคออย่างรู้สึกผิด เอียงหน้าเข้ามาซบ

“แต่หนูว่า พี่ณิควรจะลองสู้ดูสักตั้งนะจ๊ะ เพราะเท่าที่หนูแอบได้ยินเขาสองคนคุยกัน พรุ่งนี้เขาจะไปเที่ยวด้วยกัน”

“ที่ไหนหรือ”

“เห็นว่าจะไปดูหนังนะจ๊ะ”

“คนเยอะขนาดนั้น แล้วพี่จะหาโอกาสคุยกับอคิณสองคนได้ยังไงกันล่ะ”

“หนูมีวิธีนะจ๊ะ แต่ไม่รู้ว่าพี่ณิจะกล้าหรือเปล่า”

ยมเอียงหน้ามากระซิบแผนการ ณิรินขมวดคิ้ว

“จะดีหรือ แล้วเธอจะยอมออกมาหรือ”

“ยอมสิจ๊ะ เพียงแต่พี่ณิต้องกล้าทำเหมือนกัน”

“ไหนลองว่ามาสิ จะได้ดูว่าใช้ได้ไหม”

“ง่ายนิดเดียว…พี่ณิก็แอบไปดักรอพี่สุดหล่อที่หน้าโรงหนัง แล้วเราก็โทรไปเรียกเธอออกมา หนูสองคนจะถ่วงเวลา ไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นกลับเข้าไปด้านในดีไหมจ๊ะ”

“เราสองคนจะถ่วงเวลายังไงหรือ”

“พวกหนูมีวิธีน่าพี่ณิ ไม่ต้องห่วงหรอก พี่แค่ทำตามวิธีของปู่เท่านั้น ถ้าสำเร็จก็โป๊ะเชะ”

ณิรินยังไม่ได้ถามต่อว่า กุมารทองน้อยสองตนมีแผนการยังไง แต่นี่คงเป็นโอกาสดีที่หล่อนจะได้อยู่กับอคิณสองต่อสอง ขอเพียงแต่ให้ทุกอย่างสำเร็จเท่านั้น

“งั้นตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เราจะได้รู้กันแล้วว่า ที่อคิณเปลี่ยนไป มันเป็นเพราะเขาเองหรือเพราะว่า มนตร์ดำกันแน่”

“พี่ณิ พูดเหมือนยังไม่เชื่อมั่นในตัวพี่สุดหล่ออย่างนั้นละ”

“ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก รัก ยม โดยเฉพาะหัวใจผู้ชาย พี่เองก็เตรียมใจไว้บ้างแล้ว ถ้าหากวันหนึ่งเขาเลือกที่จะทิ้งพี่ไปละก็ พี่คงไม่มีแรงไปยื้อไว้อีก”

 

พลอยพยัพไม่เคยคิดว่าตนจะต้องมาพึ่งไสยศาสตร์แขนงนี้ แต่เพราะช่วงที่ผ่านมาชีวิตของหล่อนต้องพบกับเรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย นางแบบสาวขอให้วรัญญาช่วยหาหมอดูร่างทรงที่ไว้ใจได้ คนที่อยู่เบื้องหน้านุ่งขาวห่มขาวทั้งชุด ตรงคอมีลูกประคำสีดำสวมอยู่ หลังจากดูดวงของตนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วแม่นยำราวกับตาเห็น หมอดูบอกว่าชีวิตหล่อนจะดีขึ้น จะมีงานทำ ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่บริษัทเอเจนซีจากต่างประเทศติดต่อมา วันนี้หล่อนจึงนำวันเดือนปีเกิดของอคิณมาดูด้วย

“ดวงของพี่เพชรเป็นยังไงบ้างคะหมอ”

“ดวงของคนคนนี้ดีมาก เกณฑ์จะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีลูกน้อง ลูกน้องก็รัก เข้าผู้ใหญ่ทุกคนก็เอ็นดู”

“ใช่ค่ะ พี่เพชรเก่งมาก คุณพ่อยังชมเลยว่า กิจการบริษัทไปได้รุ่งก็เพราะพี่เพชร สาขาของธนาคารที่เปิดใหม่ก็กำลังไปได้สวย”

“เขาเป็นคนที่มุมานะ ทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ เรียกว่าตั้งใจจริง แต่ว่า…”

“แต่อะไรหรือคะ..” พลอยพยัพถามย้ำ

“จะต้องมีคนมาเกื้อหนุน คนที่เป็นมือเป็นเท้า ทำอะไรให้ทุกอย่าง” แม่หมอพูด

“ผู้ชายหรือผู้หญิงคะ”

“ก็ทั้งสองนั่นละ แต่คนที่ใกล้ชิด ควรจะต้องเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า เป็นคนขยันทำงาน”

พลอยพยัพคิดตาม ก่อนจะยิ้มออกมา

“มีค่ะ ก็คุณญ่าไงคะ เธอเป็นเลขาของพี่เพชร คนนี้ละค่ะแม่หมอที่พลอยอยากรู้ว่า ดวงเป็นเนื้อคู่กับพี่เพชรหรือเปล่า”

“แล้ววันเดือนปีเกิดของเธอล่ะ คุณเอามาไหม”

นางแบบสาวส่ายหน้า หล่อนมัวแต่รีบเลยไม่ได้ขอวรัญญามา

“ไม่มีค่ะ รู้แต่ว่าเธอเกิดเดือนสิงหาคม เฮ้อ ทำยังไงดี หรือว่าพลอยจะกลับไปขอคุณญ่ามาก่อนดีคะ พลอยใจร้อนอยากรู้ว่า เขาทั้งสองใช่เนื้อคู่กันไหม”

“ไม่เป็นไรหรอก จากพื้นดวง ปีนี้พี่ชายคุณกำลังจะเจอเนื้อคู่พอดี ราศีที่เหมาะจะเป็นเนื้อคู่ ได้แก่ มังกร มีน ถ้าได้ราศีสิงห์ก็จะดีมากๆ เพราะจะเสริมดวงซึ่งกันและกัน”

“งั้นก็เข้าได้กับคุณญ่าสิคะ เธอเกิดเดือนสิงหาคม พลอยจำได้”

“แต่อาจจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคหน่อยนะ เพราะคนรอบตัวเขาเยอะ อาจมีบางคนที่ไม่หวังดี”

“จริงค่ะ มีผู้หญิงมาชอบพี่เพชรเยอะ”

“แต่ทุกคนก็จะแคล้วคลาดกันไป ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ แต่สิ่งที่คุณต้องระวังให้ดีคือ พวกคนเล่นของ”

พลอยพยัพขมวดคิ้ว ภาพของหมอดูสาวผุดขึ้นมาในความคิด

“คนเล่นของหรือคะ รวมถึงอาชีพหมอดูด้วยหรือเปล่า” พลอยพยัพกำลังหมายถึงณิริน แต่พักหลังหล่อนก็ไม่ค่อยได้ยินอคิณพูดถึงบ่อยนัก

“ใช่…คนนี้จะเป็นตัวอันตราย ต้องหลีกให้ห่าง และตามลัคนาราศีเกิด ตอนนี้พี่ชายคุณควรจะรีบแต่งงานภายในปีนี้ ให้เร็วที่สุดได้ยิ่งดี”

“แต่งงานหรือคะ”

“ใช่แล้ว หมอดูไม่ผิดหรอก พี่ชายคุณจะได้รับการเกื้อกูลจากผู้หญิงคนหนึ่ง เธอคนนี้จะนำความสุขทุกอย่างเข้ามาในชีวิต ขอเพียงให้พี่ชายคุณเลือกสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นเอง”

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

“กลับมาแล้วหรือพลอย วันนี้ไปไหนมา ถึงได้กลับค่ำ”

พลอยพยัพเดินเข้ามาในห้องรับแขก และเห็นพิรัชต์กับนิรัชชานั่งอยู่ หล่อนจึงโผเข้าไปนั่งข้างบิดา

“พลอยออกไปธุระมาค่ะพ่อ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้โทรบอก พอดีกว่าจะรู้ว่านัดก็ช่วงบ่ายแล้ว แถมตอนกลับรถก็ติดเลยมาถึงค่ำ”

“ไม่เป็นไรหรอก ที่พ่อถามก็เพราะเป็นห่วง ได้ข่าวว่าลูกได้งานทำแล้วใช่ไหม”

เอเจนซีจากต่างประเทศติดต่อมา แต่ตอนนี้ติดปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องคดีของแพทริก หล่อนจึงขอให้อคิณคุยกับทางตำรวจให้ หากได้รับอนุญาตให้เดินทางก็จะไปทันที

“ค่ะพ่อ พลอยดีใจมากที่มีคนเห็นคุณค่าของพลอย”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ พลอยของพ่อออกจะสวย มีแต่คนแย่งกันเสนองานให้ละไม่ว่า ถ้าไม่ใช่เพราะนักข่าวบ้าๆ ที่คอยขุดคุ้ยเรื่องไร้สาระก็คงไม่แย่อย่างนี้หรอก”

“ช่างเถอะค่ะ นั่นเป็นหน้าที่ของเขา พลอยเข้าใจดี ตอนนี้พลอยก็รอแต่คุณตำรวจอนุญาต ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย พลอยอาจไปทำงานที่อเมริกาสักระยะ”

“เอาไว้ให้พ่อผ่าตัดและพักฟื้นเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่อจะตามไปนะ”

“ดีเหมือนกันนะคะคุณพี่ นิจะได้ไปชอปปิงด้วย ไม่ได้ไปอเมริกานานแล้ว ได้ข่าวว่าช่วงเซลของถูกมาก”

“นี่คุณยังคิดจะชอปอีกหรือ เมื่อเดือนก่อนก็รูดบัตรไปเป็นแสนแล้วนะ” พิรัชต์หันมาเอ็ดภรรยาสาว เขายังไม่ได้เล่นงานหล่อนเรื่องจี้บุษราคัมเลย เพราะเท่าที่รู้จากนาวา นิรัชชาเป็นคนเอาจี้พร้อมสร้อยไปให้ แต่สุดท้ายกลับปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น

“ก็นิเบื่อนี่คะ อยู่แต่บ้านทั้งวัน แล้วอาทิตย์หน้าคุณก็จะผ่าตัดแล้ว นิก็ต้องอยู่โยงที่โรงพยาบาลทั้งวัน”

“ถ้าไงให้พลอยไปเฝ้าบ้างก็ได้นะคะคุณพ่อ พลอยอยู่ว่างๆ” พลอยพยัพเสนอ เหลือบตามองแม่เลี้ยง

“ไม่ต้อง…ฉันเฝ้าเองได้ หน้าที่ฉัน”

“นี่คุณ อย่ามาเถียงเรื่องไร้สาระน่า ก็ไหนบ่นว่าเบื่อไง”

“แต่มันหน้าที่นินี่คะ นิเป็นภรรยาคุณ” นิรัชชาแหวใส่ พลอยพยัพได้แต่ส่ายหัว พักหลังหล่อนเลือกที่จะเถียงกับแม่เลี้ยงสาวน้อยลง นั่นก็เพราะรู้ว่านิรัชชาเป็นคนยังไง แม้จะเถียงชนะเรื่องนี้ก็อาจจะยกเรื่องอื่นขึ้นมาถกเถียงกันอีกก็เป็นได้

“แล้วพี่เพชรล่ะคะ ยังไม่กลับมาอีกหรือ”

“เห็นว่าออกไปกับคุณวรัญญานะ ไปกินข้าวกับลูกค้าหรือยังไงเนี่ยละ”

พลอยพยัพตาเป็นประกาย การได้คำยืนยันจากหมอดูทำให้หล่อนมั่นใจมากขึ้นว่ามองไม่ผิด ลึกๆ ลงไปแล้วหญิงสาวถูกใจเลขาฯ สาวเป็นอย่างมากจึงตั้งตัวเป็นกองเชียร์

“พี่เพชรชักจะยังไงๆ แล้วนะคะ แสดงว่าเริ่มถูกใจคุณญ่าเข้าให้แล้ว”

พิรัชต์หรี่ตามองลูกสาว อมยิ้ม สมัยก่อนพลอยพยัพมักจะโมโหปึงปังทุกครั้งที่มีคนมาใกล้ชิดอคิณ

“พ่อไม่ยักรู้ว่า ลูกชอบผู้หญิงคนนี้”

“ชอบสิคะพ่อ ชอบมากๆ เลย พลอยเพิ่งไปดูดวงให้พี่เพชรมาวันนี้ หมอดูยังบอกเลยนะคะว่า คุณญ่าเป็นเนื้อคู่ของพี่เพชรอย่างแน่นอน”

นิรัชชาซึ่งนั่งฟังอยู่ กอดอกเบ้ปาก

“หมอดูจะรู้ลึกขนาดนั้นเลยหรือ เขาอาจจะไปกินข้าวด้วยกันเพราะเป็นเจ้านายกับเลขาก็ได้”

“รู้สิคะ หมอดูคนนี้แม่นมาก เขายังบอกด้วยนะคะว่า ดวงของพี่เพชรจะเจอเนื้อคู่ในปีนี้ และถ้าให้ดีควรจะรีบแต่งงาน ดวงของผู้หญิงจะเสริมดวงพี่เพชร กิจการของเราจะยิ่งรุ่งขึ้นไปกว่านี้”

“นี่ลูกหัดชอบดูดวงตั้งแต่เมื่อไหร่” พิรัชต์ถามอย่างสงสัย

“เมื่อก่อนก็ไม่ชอบหรอกค่ะ แต่หมอดูคนนี้มีเพื่อนแนะนำมา เขาทายเรื่องของพลอยได้ตรงมาก ที่สำคัญคือ ทำให้พลอยสบายใจ”

“ถ้าอะไรที่ลูกทำแล้วสบายใจก็ทำเถอะ แต่ถ้าเป็นเรื่องเนื้อคู่ของเพชร พ่อว่าคงต้องให้เจ้าตัวเขาตัดสินใจ”

“พ่อเชื่อพลอยไหมล่ะคะ พลอยมีลางสังหรณ์ว่าเร็วๆ นี้พี่เพชรต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ และถ้าเป็นเรื่องของคุณญ่าละก็ พลอยเชียร์ขาดใจเลยทีเดียว”

 

อคิณเพิ่งจะซื้อป๊อปคอร์นหนึ่งถังพร้อมกับน้ำดื่มสองแก้ว วันนี้เขาพาวรัญญามาดูหนังแอ็กชันเรื่องหนึ่ง พักนี้เขาใช้เวลากับเลขาฯ สาวแทบทุกวัน เริ่มต้นเป็นเพราะคำขอร้องของบุษยามณี แต่พอได้อยู่ด้วยกัน เขากลับรู้สึกว่าวรัญญามีบางอย่างที่ถูกใจ

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากได้ยินเสียง อยากเห็นหน้า เขาคิดถึงวรัญญาวันละหลายครั้ง ร่างบางสวมชุดกระโปรงลายดอกไม้สีสันสดใส หล่อนแต่งหน้าเพียงเบาๆ พวงแก้มนวลที่แดงระเรื่อด้วยความเขิน

“เยอะอย่างนี้จะกินหมดหรือคะคุณเพชร ญ่าช่วยไม่ไหวนะคะ”

เมื่อเริ่มสนิทสนมกัน หญิงสาวจึงเปลี่ยนไปเรียกชื่อเล่นของอคิณแทน

“หมดสิ นี่ละของโปรดผมเลย เรารีบเข้าไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันหนังตัวอย่าง”

วรัญญาสอดแขนมาคล้องแขนชายหนุ่ม ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้าไปในโรงหนัง เมื่อพนักงานตรวจตั๋วเรียบร้อยแล้ว อคิณก็พาหล่อนไปนั่ง ชายหนุ่มเหลือบมองมือบอบบางที่คล้องแขนด้วยหัวใจพองโต น่าแปลกที่เขารู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก พลังงานบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่างทำให้เขารู้สึกว่า การคุยกับวรัญญาช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

เขาหลงรักทุกอย่างที่เป็นหล่อน การพูดคุย น้ำเสียง ท่าทางเดินเหิน แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ทำนี้ดูจะแปลกสักหน่อย อีกทั้งยังไม่ยุติธรรมกับณิริน แต่ไม่รู้เพราะอะไรยามคิดถึงหมอดูสาว ก็มีเสียงในใจค้านขึ้นทุกครั้งว่า หล่อนคือคนที่นำความเดือดร้อนมาให้

อย่างครั้งแรกที่เจอหญิงสาวทักว่า พลอยพยัพโดนผีสิง อคิณไม่รู้ว่านั่นคือเรื่องจริงหรือไม่ แต่หลังจากนั้นชีวิตของเขากับครอบครัวก็ต้องพบเรื่องราวแปลกๆ มากมาย บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อบุษยามณีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ จะเป็นไปได้ไหมว่า ทั้งหมดนี้เกิดจากฝีมือของณิรินที่เข้ามาตีสนิท ความรู้สึกในแง่ลบผุดขึ้นจนอคิณเผลอขมวดคิ้ว

“เครียดอะไรหรือคะเพชร หรือว่าคิดถึงเรื่องงาน”

“เปล่าหรอก ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ อย่าสนใจเลย ดูหนังกันเถอะ”

ไฟในโรงหนังดับลงและเริ่มมีการฉายหนังตัวอย่าง อคิณหยิบป๊อปคอร์นใส่ปาก มองไปที่จอด้านหน้าแต่สมาธิเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เขายังคงวนเวียนกับความคิดในหัว มือถือของวรัญญาที่ปรับเป็นระบบสั่นดังขึ้น อคิณหันไปถาม

“ใครโทรมาหรือ”

“ไม่รู้ค่ะ เบอร์ไม่คุ้นเลย”

“สงสัยโทรผิดมั้ง”

“อาจจะใช่ค่ะ ญ่าปิดมือถือดีกว่า”

วรัญญากำลังจะปิดมือถือแต่แล้วกลับมีข้อความส่งเข้ามา หญิงสาวอ่านดูแล้วก็ตกใจสุดขีด

“มีอะไรหรือเปล่า”

“เพื่อนบ้านของญ่าค่ะ โทรบอกว่าในซอยไฟไหม้”

“อะไรนะ งั้นเรารีบออกไปดีกว่า”

หญิงสาวส่ายหน้า หล่อนแตะมือตรงหลังมืออคิณ

“อย่าเพิ่งค่ะคุณเพชร ขอญ่าเช็กข่าวนิดหนึ่ง ญ่าว่ามันแปลกๆ นะคะ คุณเพชรนั่งดูไปก่อนนะคะถ้ามีอะไรจะโทรมาเรียก ญ่ากลัวว่าจะเป็นเด็กในซอยโทรมาป่วนเสียมากกว่า”

น้ำเสียงของหล่อนเยือกเย็น อคิณเหลือบมองสุดท้ายก็พยักหน้า

“ตามใจคุณ แต่ถ้าเกิดเรื่องจริงๆ ละก็ รีบโทรหาผมเลยนะ ไม่ต้องเสียดายค่าตั๋วหรอก เรามีโอกาสอีกเยอะที่จะมาดูด้วยกัน”

วรัญญาเอียงหน้ามาหอมแก้มชายหนุ่มฟอดใหญ่ หล่อนซบหน้ากับบ่าเขา

“ขอบคุณมากนะคะ คุณเพชรใจดีกับญ่ามากๆ ญ่าออกไปจัดการประเดี๋ยวเดียวก็กลับมา”

อคิณมองตาม เขายังไม่มีสมาธิจะดูหนังต่อ แต่เนื่องจากวรัญญาขอเอาไว้จึงไม่ได้ลุกตามไป ภาพบนจอเป็นการเริ่มต้นหนัง แต่แล้วครู่หนึ่งก็มีหญิงสาวเดินเข้ามาตรงที่ของวรัญญา ชายหนุ่มเพ่งมองในความมืด พอเห็นว่าเป็นใคร ตาก็เบิกกว้าง

“คุณมาได้ยังไง”

ชายหนุ่มยังไม่ได้รับคำตอบ ตอนที่จู่ๆ ของเหลวก็ถูกราดลงบนหัว ความเย็นของน้ำทำให้ชายหนุ่มสะดุ้ง ก่อนจะผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธจัดแล้วตะคอกออกมาเสียงดังลั่น

“คุณทำอะไรของคุณ จะบ้าหรือไง”

 

ณิรินไม่ได้สนใจข้อมือที่ถูกบีบจนเจ็บเพราะถูกชายหนุ่มลากออกจากโรงหนัง แต่สิ่งที่หล่อนต้องการรู้คืออคิณรู้สึกยังไง มนตร์ดำนั้นคลายฤทธิ์ลงหรือเปล่า แต่สีหน้าบึ้งตึงเหมือนโกรธจัดทำให้หญิงสาวมือเย็น

“คุณทำแบบนี้ทำไม จู่ๆ เอาน้ำมาราดผมทำไม”

“เอ่อ…ฉัน…”

“ถ้าคุณมัวแต่อึ้งอย่างนี้ละก็ เราก็ไปโรงพัก”

มือที่บีบตรงข้อมือเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นไปอีก ความเจ็บทำให้ณิรินส่งเสียงประท้วง หล่อนสะบัดออก

“บอกฉันมาสิว่า ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง คุณเป็นปกติแล้วใช่ไหม”

อคิณหน้าถมึงทึง เขาจ้องมองหล่อนนัยน์ตาวาวโรจน์

“ผมน่ะปกติ แต่คุณมันบ้า ใครใช้ให้คุณเอาน้ำมาราดผมในโรงหนังแบบนี้ ดูสิเสื้อผ้าผมเปียกหมด คุณต้องการอะไร จะบอกว่าผมดวงตกอีกงั้นสิ”

ณิรินอ้าปากค้างเหมือนคนหาลิ้นตัวเองไม่เจอ ขณะเดียวกันก็รู้สึกท้อแท้สุดขีด น้ำมนตร์ของปู่เคยแก้อาถรรพณ์ได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม สีหน้าของอคิณบ่งชัดว่าเกลียดหล่อน เขาไม่ได้มีหล่อนอยู่ในหัวใจอีกต่อไปแล้ว

“ใช่…คุณไม่ใช่แค่ดวงตกนะ แต่คุณกำลังโดนของ หรืออาจจะโดนเสน่ห์ยาแฝดก็เป็นได้ ฉันขอร้องนะคุณอคิณ คุณต้องไปพบปู่ฉันเดี๋ยวนี้”

“ไม่…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ผมไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น เลิกเพ้อเจ้อเสียที”

“ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อนะ แต่ฉันเป็นห่วงคุณ คุณจำไม่ได้หรือว่า คุณเคยบอกว่าเราสองคนเป็นเพื่อน” ณิรินพ้อ สายตาของชายหนุ่มบอกให้รู้ว่าเขาคงลืมคำพูดนั้นไปหมดแล้ว สำหรับอคิณหล่อนคงเหมือนคนแปลกหน้าที่มาก่อความวุ่นวายเท่านั้น

“ผมเคยคิด แต่ตอนนี้คงเปลี่ยนใจแล้ว คุณมันบ้าเข้าขั้น สงสัยดูดวงจนเพี้ยนละมั้ง ปู่ของคุณก็เหมือนกัน แก่ไม่อยู่ส่วนแก่ มาวุ่นวายอะไรกับคนอื่น”

ณิรินเม้มปากแน่น เขาด่าหล่อนได้แต่ไม่ควรพูดจาลบหลู่ปู่ แม้จะคิดว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นเพราะมนตร์ดำแต่ก็อดน้อยใจไม่ได้

“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ ปู่ไม่เกี่ยว ท่านแค่เป็นห่วงคุณ”

“ถ้างั้นก็ฝากบอกปู่ของคุณด้วย ว่าไม่ต้องมายุ่ง ผมสบายดีและตอนนี้ชีวิตผมก็มีความสุขดีมากด้วย ผมพบคนที่ถูกใจแล้ว”

หญิงสาวมือเย็นเฉียบ มองชายหนุ่มด้วยแววตาตัดพ้อ

“คะ…คุณว่าอะไรนะ”

“ผมก็บอกว่า ผมพบคนที่ถูกใจแล้วน่ะสิ ผมรักวรัญญา และผมต้องการแต่งงานกับเธอ”

“คุณอคิณ”

ณิรินเข่าอ่อน รู้สึกเหมือนจะขาดใจ หล่อนสบสายตาเย็นชาของชายหนุ่ม

“คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าพูดอะไรออกมา ผู้หญิงคนนั้นต้องทำของใส่คุณแน่ๆ”

“คุณนี่เพ้อเจ้อจริงๆ เลยนะ วันๆ ไม่รู้จักคิดเรื่องอื่นหรือไง…วรัญญาไม่ได้ทำอะไรผม เธอทำให้ผมรู้จักความรักต่างหาก ความรักที่เป็นเรื่องของการให้ ส่วนคุณ ตั้งแต่เจอกันก็ทำให้ชีวิตผมวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน”

“ชีวิตฉันก็ยุ่งเพราะคุณเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะน้องสาวคุณ เพื่อนน้องสาวคุณ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้” ณิรินโต้ ขอบตาแดงก่ำ

“แน่ใจหรือว่าเป็นเพราะน้องสาวผม ผมว่ามันอาจจะเป็นแผนการของคุณตั้งแต่แรก ทั้งทำของหรือสะกดวิญญาณผีตายโหงให้มาเล่นงานพวกเรา”

“แต่ฉันไม่ได้ทำ ฉันจะคิดร้ายกับคุณและพลอยไปทำไม”

“ผมจะไปรู้หรือ คนบ้าอย่างคุณ คิดจะทำอะไรก็ได้”

ณิรินกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ สาเหตุหนึ่งที่หล่อนไม่มีเพื่อนสนิทก็เพราะสัมผัสพิเศษของตน ยิ่งบอกคนอื่นว่าเห็นอะไรก็ยิ่งรู้สึกแปลกแยก บ่อยครั้งที่หญิงสาวถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้าก็เพราะเหตุนี้

“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณคิดยังไงกับฉัน”

“รู้ก็ดีแล้ว ตอนนี้ก็ไปให้พ้น ผมไม่ต้องการเห็นหน้าคุณอีก”

หญิงสาวมองอคิณอย่างตัดพ้อ หล่อนเคยรักชายหนุ่มแต่ตอนนี้หญิงสาวเพิ่งรู้ว่า นั่นก็แค่ความหลง นี่สินะความในใจที่เขาไม่เคยบอก หล่อนมันโง่เองที่เผลอตัวไปรักผู้ชายรูปหล่อและสุดท้ายเขาก็สลัดหล่อนทิ้งราวกับผ้าขี้ริ้วเน่าๆ ผืนหนึ่ง ณิรินปาดน้ำตาออกไปจากแก้ม

“ก็ดีเหมือนกัน ต่อไปนี้เราสองคนถือว่าไม่รู้จักกันอีก คุณกับฉันไม่ต้องเจอกันอีกตลอดชีวิต”

 

อคิณไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงร้องไห้ แต่หลังจากเดินกลับเข้ามาในโรงหนัง เขาก็พบว่าวรัญญานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางเบียดมาซบพร้อมกับกระซิบว่า คนที่โทร.เข้ามือถือนั้นเป็นการกลั่นแกล้ง หล่อนเช็กข้อมูลแล้วพบว่าในซอยบ้านไม่ได้ไฟไหม้แต่อย่างใด ทั้งสองจึงตัดสินใจดูหนังต่อ

ภาพบนจอเคลื่อนไหวและเต็มไปด้วยเรื่องราว แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกสมาธิไม่ได้อยู่กับภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ขอบตาร้อนผ่าว เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียของสำคัญที่สุดในชีวิตไป ชายหนุ่มพยายามบังคับใจให้กลับมาที่ภาพยนตร์ตรงหน้าแต่ทำไม่ได้

เขาแตะที่ริมฝีปาก ความทรงจำของเรื่องในอดีตประดุจถูกเมฆหมอกบดบัง ยิ่งนึกทุกอย่างก็ยิ่งขมุกขมัว แถมพอพยายามจะต่อต้านอาการปวดหัวก็ทวีเพิ่มมากขึ้น จนสุดท้ายเขาต้องนั่งนิ่งๆ ฝืนมองไปที่จอ

มือที่ถือป๊อปคอร์นนิ่ง ลำคอแห้งผาก รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังจะขาดใจตาย อคิณไม่เข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้น

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ นั่งนิ่งเชียว หนังไม่สนุกหรือ”

“เปล่า”

เขาไม่อยากพูดกับวรัญญา จึงเพียงแต่กระซิบเบาๆ มือที่แตะบนหลังมือหล่อน รับรู้ถึงผิวกายที่เย็นเฉียบราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็ง เขาเผลอมองและเห็นว่า ดวงตาของหญิงสาวเป็นประกายท่ามกลางความมืด

“ตาคุณ…”

ภาพนั้นเกิดขึ้นเพียงแวบเดียวแล้วก็หายไป วรัญญาหรี่ตามอง

“ตาฉันเป็นอะไรหรือคะ”

“ปะ…เปล่าหรอก ผมตาฝาดน่ะ สงสัยเมื่อคืนอ่านรายงานดึกไปหน่อย”

เขาดึงมือหญิงสาวมาคล้องแขนตนเอาไว้ ตาแสร้งทำเป็นมองไปที่ภาพบนจอ อคิณเห็นจากหางตาว่าวรัญญากำลังมองภาพบนจอเช่นเดียวกัน และตอนที่เหลือบมองหล่อนจากด้านข้างนั่นเอง อคิณก็สังเกตเห็นบางอย่าง…

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!