บุษราอาฆาต บทที่ 25 : คนที่ต้องถูกกำจัด (Part 2)

บุษราอาฆาต บทที่ 25 : คนที่ต้องถูกกำจัด (Part 2)

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-25-

(Part 2)

 

ทำไมวันนี้ลูกค้าน้อยจังวะ คนหายไปไหนหมด”

หนุ่มวินมอเตอร์ไซค์สองคู่ซี้ต่างนั่งคร่อมอยู่บนพาหนะคู่ชีพของตน ทั้งสองออกมาทำงานตั้งแต่ช่วงเย็นเพื่อรับลูกค้า ปกติจะมีคนนั่งวินเข้าไปในซอยเกือบตลอดจนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก แต่วันนี้แปลก ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงเพิ่งจะมีลูกค้าแค่สองคนเท่านั้น พวกเขายังไม่อยากกลับบ้านเพราะยังไม่ได้รายได้ตามเป้า

“นั่นสิ เงียบเหมือนป่าช้า”

“เฮ้ย…อย่าพูด มันดึกแล้ว”

“ทำเป็นป๊อดไปได้ กูอยู่ทั้งคนมึงจะกลัวอะไร” หนุ่มวินคนนี้มีชื่อว่าชาติ เป็นคนไม่กลัวอะไร เขามีเมียแล้ว เมียเพิ่งคลอดลูกได้เพียงสองเดือน ทั้งค่านม ค่าอาหารในแต่ละเดือนทำให้ต้องมาทำอาชีพวินมอเตอร์ไซค์ แต่ดูเหมือนวันนี้แค่ค่านมลูกก็อาจจะยังไม่พอด้วยซ้ำ

“นี่เอ็งไม่กลัวผีเลยหรือไอ้ชาติ”

“ไม่กลัวโว้ย…ผีกับคนมันก็เหมือนๆ กันนั่นละ กูไม่กลัว ไม่มีผีที่ไหนกล้ามาหลอกกูหรอกเชื่อดิ”

“ไม่แน่นะโว้ย”

“กูเคยบวชเรียนมาแล้ว สมัยนั้นหลวงพ่อท่านให้ไปนั่งธุดงค์ในป่า พวกป่าช้าเลยนะโว้ย รอบตัวมีแต่หลุมศพ แต่ไม่เห็นมีผีเผอที่ไหนเลย”

“เอ็งหยุดพูดได้แล้ว ข้าขนลุกว่ะ”

“เออ…ไม่พูดก็ได้ ดูนั่นสิ ลูกค้ามานู่นแล้ว”

ลูกค้าสองคนเดินมา คนหนึ่งคือผู้หญิงแต่งตัวเซ็กซี่ สวมชุดกระโปรงสีแดงผ่าสูง ส่วนอีกคนหนึ่งสวมเสื้อกับกางเกงขายาวสีดำ

“มึงเอาคนไหน เลือกเลย” ชาติพูดขึ้น

“งั้นกูเอาสาวชุดแดงนะโว้ย ส่วนมึงมีเมียแล้ว เอาคุณผู้หญิงเสื้อดำไป”

“ได้เลย”

ชาติสตาร์ตเครื่อง เขารอจนผู้หญิงสองคนเดินมาถึง ต่างคนต่างบอกจุดหมาย เพื่อนออกรถไปก่อนโดยมีชาติมองตามพร้อมกับโบกมือยิ้มให้

“คุณจะไปไหนครับคุณผู้หญิง”

“ไปบ้านที่อยู่ในซอย”

“บ้านไหนล่ะครับ”

“บ้านของปู่เทียมไงล่ะ”

“อ๋อ…ได้เลยครับ แต่ดึกมากแล้ว ไม่รู้ว่าปู่เทียมจะนอนหรือยังนะครับ ปกติแกเข้านอนเร็วจะตายส่วนหลานสาว ก็จะกลับดึกหน่อย”

“ฉันอยากเจอใครก็ได้ในสองคนนั่น ช่วยไปส่งฉันหน่อย”

ชาติยิ้ม เขารอจนหญิงสาวขึ้นนั่งบนเบาะหลัง หล่อนเงียบมากแถมยังดูตาลอยๆ แปลกๆ ชายหนุ่มเคลื่อนรถออกไปอย่างช้าๆ เขายังไม่อยากให้ลูกค้าเป็นอันตราย ในซอยมีเพียงโคมไฟจากถนน แสงที่ส่องออกมาเป็นโทนสีเหลือง ชาติมองไปข้างหน้า จำได้ว่าบ้านปู่เทียมอยู่ด้านในสุด เขารู้สึกถึงมือที่โอบรอบเอว ทุกอย่างควรจะปกติแต่แล้วเขากลับรู้สึกว่ามือนั้นเย็นเหลือเกิน ความเย็นแผ่ทะลุเสื้อยืดที่สวมไปจนถึงผิวด้านใน สัญชาตญาณทำให้รู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้

“คุณเป็นญาติของปู่เทียมหรือ”

“เป็นคนรู้จัก”

“อ๋อ…”

เขาจอดรถหน้าบ้านปู่เทียมพอดี เมื่อมองไปด้านในก็พบว่าไฟชั้นล่างเปิดอยู่ เขาหยุดรถและหันมามอง หญิงสาวค่อยๆ เลื่อนตัวลงจากรถ หล่อนก้มหน้าเหมือนกำลังหยิบเงินในกระเป๋าสะพายแต่พอเงยหน้าขึ้น ชาติก็ต้องตกใจสุดขีด

“ตะ…ตาคุณ”

“ทำไมหรือ ตาของฉันทำไม”

ชาติอ้าปากค้าง หาเสียงตัวเองแทบไม่เจอ เขารู้แต่ว่าภาพตรงหน้าช่างน่ากลัวเหลือเกิน ตาของผู้หญิงคนนี้เป็นสีเหลืองทองคล้ายกับแววตาเสือ แถมตอนนี้ยังจ้องมองมาที่เขา

“ผะ…ผี”

เขาขยับจะหนี แต่แล้วมือเย็นเฉียบกลับคว้าเอาไว้และดึงกลับมา น้ำเสียงที่ทรงพลังอำนาจบังคับให้ชาติต้องจ้องตา

“ฉันไม่ใช่ผี…”

“มะ…ไม่เอาแล้ว ผมกลัว”

“ไม่ต้องกลัว…ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก แกแค่ต้องทำงานบางอย่างให้ฉัน”

ชาติผงะ เขาอยากจะไปให้พ้นเสียจากตรงนี้แต่แข้งขากลับรู้สึกเหมือนเป็นอัมพาต สิ่งเดียวที่ทำได้คือ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันคู่นั้น เขาเหมือนคนละเมอ พึมพำออกมาว่า

“นายต้องการให้ผมทำอะไร”

“จัดการผู้หญิงคนนั้นเสีย อย่าให้มันมีชีวิตรอดไปได้”

 

อากาศในคืนนี้หนาวเย็นกว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะณิรินเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ มุ้งลวดไม่ได้ช่วยปิดกั้นลมที่ผ่านเข้ามา หญิงสาวดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอเพื่อขับไล่ความหนาว ความอ่อนล้าจากสิ่งที่ผจญมาตลอดทั้งวันทำให้ณิรินรู้สึกเพลีย

หล่อนเหลือบมองปู่ที่นอนอยู่บนเตียง เคราะห์ดีหน่อยที่ปู่ยอมลุกขึ้นมากินข้าวต้มที่หล่อนทำ ก่อนจะขอตัวนอนต่อ ณิรินกลับไปนอนห้องตัวเอง หญิงสาวประนมมือไหว้เจ้าที่อย่างที่เคยทำประจำ ปู่เคยพูดเสมอว่าเจ้าที่ของบ้านหลังนี้คอยช่วยปกป้องคุ้มครองคนในบ้านให้ปลอดภัยเสมอ เปลือกตาหนักอึ้ง คงเพราะความเหนื่อยที่เกิดขึ้น เพียงไม่นานลมหายใจก็เริ่มสม่ำเสมอ หูสองข้างได้ยินเสียงบางอย่างรางๆ แต่หล่อนก็อ่อนแรงเกินกว่าจะหาคำตอบ

เสียงตรงประตูดังขึ้นเพียงแวบเดียว ณิรินยังไม่ได้ลืมตาขึ้น หล่อนกำลังอยู่ท่ามกลางความฝันหรือความจริง ตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้า…

…ฝีเท้างั้นหรือ…

หญิงสาวสะดุ้ง เพิ่งนึกได้ว่าบ้านนี้ไม่ควรมีเสียงฝีเท้าในตอนเที่ยงคืนแบบนี้ นั่นก็เพราะปู่คงไม่มีแรงพอจะลุกขึ้นมาเดิน แต่กว่าจะคิดได้ณิรินก็รู้สึกถึงหมอนที่กดลงบนหน้า หล่อนอึดอัด หายใจไม่ออก จนต้องพยายามผลักหมอนนั้นขึ้น หมอดูสาวรับรู้โดยสัญชาตญาณว่า มีใครบางคนต้องการฆ่าหล่อน

“อย่า”

หล่อนส่งเสียงอู้อี้อยู่ใต้หมอน มือสองข้างควานไปและพบกับท่อนแขนล่ำสัน คนร้ายน่าจะเป็นผู้ชาย หญิงสาวไม่เคยมีศัตรู ถ้าอย่างนั้นคนที่กำลังใช้หมอนกดหน้าเป็นใครกันแน่

สิ่งที่ตามมาด้วยคือกลิ่นสาบสาง ณิรินไม่แน่ใจว่าผีตายโหงบีบคอได้หรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นคน มนตร์ของปู่ก็อาจช่วยได้ หล่อนรีบตั้งสติและสวดมนต์ที่ปู่เคยสอนเพื่อไล่ผีแต่แรงกดไม่ลดลงเลย เท่านั้นเองก็รู้ได้ว่าคนที่ทำร้ายหล่อนไม่ใช่วิญญาณ แต่เป็นคน

สำนึกสุดท้ายทำให้รู้ว่าต้องช่วยตัวเอง ณิรินควานมือไปพบแขน หล่อนออกแรงข่วนสุดแรง เสียงร้องดังลั่นพร้อมกับมือที่คลายออก หญิงสาวผลักหมอนที่ปิดหน้าออก

“แกเป็นใคร”

หล่อนกระเด้งตัวขึ้นมายืนประจันหน้ากับผู้บุกรุก แต่พอเห็นว่าเป็นใครก็ตกใจสุดขีด ที่แท้คนที่บุกรุกเข้ามาคือวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยนี่เอง แต่นัยน์ตาที่เหม่อลอยไร้แววทำให้รู้ว่า คงโดนครอบงำ

ณิรินหันไปหาตัวช่วยคือคัตเตอร์ในลิ้นชักหัวเตียง พยายามหยิบของด้านในออกมาแต่เหมือนคนร้ายรู้ทันจึงหันมือมาตะปบ หญิงสาวเปิดลิ้นชักไม่ได้ จึงหันหาตัวช่วยอย่างอื่นแทน หล่อนวิ่งไปที่ประตูแต่ถูกกระชากอย่างแรงแล้วทุ่มลงบนเตียง ณิรินกลิ้งจากเตียงฝั่งหนึ่งไปจนตกเตียงอีกฝั่งหนึ่ง แต่แล้วคนร้ายก็ตามมาและใช้มือสองข้างบีบคอหล่อน

“อย่าทำฉัน…ฉันไม่ใช่ศัตรูของคุณ…ตั้งสติหน่อยสิ”

ตาของคนที่โดนสะกดยังคงเหม่อลอย ณิรินไม่มีทางเลือก หล่อนหันไปเห็นปลั๊กไฟของโคมไฟ จึงออกแรงดึงอย่างแรง โคมไฟร่วงลงจากข้างเตียงลงมาที่พื้น หล่อนดึงสายปลั๊กเพื่อดึงโคมเข้าหาตัวในจังหวะที่คนร้ายกำลังบีบคอ

“แกต้องตาย”

ณิรินคว้าจับฐานโคมไฟได้ในที่สุด หล่อนยกฟาดสุดแรง คนร้ายยกแขนขึ้นมากันเอาไว้ปัดจนโคมไฟหลุดมือจนเกิดรอยแดง หญิงสาวดิ้นรนเฮือกสุดท้ายแต่กลับถูกวินมอเตอร์ไซค์คนเดิมขึ้นมานั่งคร่อม

“อย่า…อย่าทำฉัน ได้โปรด”

มือสองข้างบีบคอณิรินจนหายใจไม่ออก ตาเริ่มพร่าพราย เมื่อออกซิเจนในปอดเหลือน้อยเต็มที หล่อนกำลังจะตาย วูบนั้นหญิงสาวคิดถึงปู่ที่สุด ท่านคงเสียใจมากถ้าหล่อนตาย มือสองข้างพยายามง้างมือออกแต่ไร้ผล คนร้ายแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

“ตายเสียเถอะแก อยากแส่ดีนัก”

“อย่า…”

“แกต้องตาย”

คนร้ายแค่นเสียง แต่แล้วจู่ๆ ด้านหลังกลับปรากฏร่างของใครคนหนึ่งซึ่งกำลังเงื้อโคมไฟขึ้นสุดแรงปู่เทียมนั่นเองที่มาช่วย

ปู่ใช้โคมไฟฟาดคนร้ายจนหัวแตก เลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผลตรงศีรษะลงมาตามหน้า คนร้ายคำรามอย่างโกรธจัด สะบัดมือตบหน้าปู่อย่างแรง เนื่องจากท่านยังอ่อนเพลียจึงเซล้มไปกระแทกกับมุมโต๊ะเครื่องแป้ง ณิรินกรีดร้องด้วยความตกใจ

“ปู่”

แม้จะเป็นห่วงปู่แต่ณิรินจะช้าไม่ได้อีก คนร้ายกำลังลุกขึ้น หากหล่อนพลาดเวลานี้คงไม่มีโอกาสรอดชีวิต ณิรินคว้าเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งฟาดใส่คนร้ายสุดแรง ร่างหนาทรุดฮวบลง ตาเหลือกลาน ณิรินสังเกตเห็นควันสีดำลอยออกจากปาก นั่นหมายถึงมนตร์สะกดได้ถูกถอดเรียบร้อยแล้ว หล่อนโผเข้าไปหาปู่

“ปู่เป็นยังไงบ้าง”

“ข้าไม่เป็นอะไร…ข้า..”

ณิรินประคองปู่ขึ้น  ด้านหลังของศีรษะปู่มีแผลแตกจากการถูกกระแทก

“ปู่อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะปู่ ณิขอโทษ ณิขอโทษ”

ปู่เทียมยิ้มอย่างอ่อนแรง ก่อนจะทรงตัวไม่อยู่และเป็นลมสลบไปในทันที…

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!