บุษราอาฆาต บทที่ 27 : วิญญาณที่ถูกขัง

บุษราอาฆาต บทที่ 27 : วิญญาณที่ถูกขัง

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-27-

 

หมอดูสาวยังไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหนดี ปู่ให้หล่อนคิดว่าอะไรที่อยากทำมากที่สุดตอนนี้ ณิรินคิดไม่ออก…

หล่อนเป็นห่วงความปลอดภัยของปู่ และอยากรู้ว่าใครกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด หลังจากคิดทบทวนดู ณิรินก็มั่นใจว่าทุกอย่างต้องเริ่มจากบุษยามณี หล่อนเชื่อว่าวิญญาณสาวต้องปิดบังความจริงบางอย่างอยู่ มีคนคอยควบคุมและบงการ แต่จะเป็นใครกันแน่

ณิรินยังไม่เชื่อว่าป้าของบุษยามณีเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ บางทีป้าอาจจะแอบซ่อนตัวอยู่ก็เป็นได้ แต่ครั้นหล่อนจะผลีผลามเข้าไปค้นในบ้านย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หญิงสาวคงไม่รู้หรอกว่าการมุ่งมั่นกับการคิดถึงบางอย่างจะทำให้หล่อนปรากฏตัวขึ้นในที่แห่งหนึ่ง

ด้านนอกดูคล้ายกับบ้านพักอาศัยทั่วๆ ไป แต่สำหรับคนที่มีสัมผัสพิเศษอย่างณิรินแล้วกลับพบว่า มันไม่ธรรมดาเลย ครั้งก่อนตอนหล่อนแอบตามมา ก็เห็นอคิณยืนคุยกับวรัญญาอยู่ แต่คืนนี้บรรยากาศต่างออกไป ภายใต้ความเงียบกลับมีเสียงหนึ่งดังหึ่งๆ อยู่โดยรอบ ตอนแรกณิรินคิดว่าเป็นเสียงของพวกจักจั่น เรไร หรือแมลงที่อยู่ในอากาศ แต่เปล่าเลย เสียงนั้นเล็กเกินกว่าที่หูของมนุษย์จะได้ยิน แต่เนื่องจากตอนนี้หล่อนมีแค่จิตปราศจากกายหยาบ ดังนั้นณิรินจึงรับรู้ทุกอย่างชัดขึ้น

เสียงนั้นคือบทสวดคล้ายการบริกรรมคาถาซ้ำไปซ้ำมา เสียงนั้นทรมานและทำให้จิตของหล่อนอึดอัดจนต้องปิดหู ณิรินเดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงริมรั้ว หล่อนคิดว่าคาถานั้นดังมาจากด้านใน แต่พอเพ่งมองในสนามหญ้าที่เคยเห็นว่าเรียบร้อย บัดนี้กลับพบสิ่งที่ต่างออกไป

เงาโปร่งบางปรากฏอยู่บนผืนหญ้าในสภาพที่แตกต่างกัน บ้างก็ยืน บ้างก็คุกเข่า และบ้างก็เดิน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ วิญญาณเหล่านั้นต่างอยู่ในสภาพอันน่าเวทนา บ้างก็ร้องโหยหวนอย่างทุรนทุราย บ้างก็ประสบเคราะห์กรรมก่อนเสียชีวิต มากกว่าครึ่งเป็นผีตายโหง

หลายตนดุร้าย พอรู้ว่ามีผู้มาใหม่แถมยังเป็นคนแปลกหน้าก็หันขวับมาอย่างประสงค์ร้าย ณิรินสะดุ้ง แต่หล่อนก็ยังอยากมองเข้าไป เพราะอะไรในบ้านของวรัญญาถึงได้มีวิญญาณสิงอยู่เต็มไปหมด วิญญาณส่วนใหญ่ตายอย่างทรมานและยังติดอยู่กับบ่วงกรรมจนไม่ยอมไปผุดไปเกิด

“เธอมาทำอะไรที่นี่”

เสียงคุ้นหูทำให้หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“บุษ เธอยังอยู่จริงๆ ด้วย”

“กลับไปเสีย” บุษยามณีตะคอก หน้าบึ้งตึง หล่อนเหลียวซ้ายและขวาราวกับกลัวว่า จะมีใครมาเห็น

“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ ใครทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เขาขังเธอใช่ไหม”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมายุ่ง กลับไปเสีย”

หล่อนชี้นิ้วไล่ ณิรินส่ายหน้า หล่อนสู้อุตส่าห์มาถึงที่นี่และจะไม่มีวันยอมไปเฉยๆ เด็ดขาด หล่อนต้องรู้ให้ได้ว่า ใครกันที่ทำร้ายบุษยามณี

ณิรินมั่นใจว่าคนนั้นน่าจะเป็นญาติสนิท บางทีบุษยามณีอาจโดนกักขังเอาไว้ด้วยวิชาอาคม หล่อนถึงไม่ยอมไปผุดไปเกิดจนทำให้เกิดเรื่องราวเลวร้ายตามมา

“ฉันช่วยเธอได้นะ”

บุษยามณียักไหล่ มองหล่อนอย่างดูถูก

“เธอเนี่ยนะ เธอแทบไม่รู้อาคมเสียด้วยซ้ำ”

“ฉันอาจจะช่วยเธอไม่ได้ แต่ปู่ช่วยได้”

“ปู่เธอก็ช่วยฉันไม่ได้หรอก บอกแล้วไง ไปเสีย”

ณิรินไม่ยอมแพ้ หล่อนเดินเข้าไปหา คว้าข้อมือบุษยามณีเอาไว้ แต่พอสัมผัสกลับพบว่าร้อนผ่าวเหมือนดั่งไฟ เท่านั้นเองณิรินก็เดาทุกอย่างได้

“เธอถูกสะกดวิญญาณไว้ใช่ไหม ใครทำเธอ ป้าเธอใช่ไหม หรือว่าวรัญญา”

“ไม่…ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้น…ไปเสีย”

บุษยามณีหันหลังหนี แต่ณิรินไม่ยอม หล่อนเคลื่อนกายไปขวางเอาไว้ กางแขนป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนีได้

“ฉันไม่ให้เธอไป วันนี้ต้องคุยให้รู้เรื่อง เธอต้องบอกฉันว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เพราะอะไรเธอถึงต้องกลับมาแก้แค้น”

“ฉันไม่รู้…ฉันไม่อยากคุยกับเธอ”

“พาฉันเข้าไปสิบุษ ทำให้ฉันรู้ว่าเมื่อหลายปีก่อนเกิดอะไรขึ้น เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนมุ่งมั่นขนาดไหน ฉันไม่มีวันทนเห็นเธอต้องลำบาก”

ณิรินจับมือบุษยามณีเอาไว้ หล่อนสะบัดมือออกแต่หมอดูสาวก็ถลันไปขวางทาง

“ฉันขอร้องณิริน เธอไม่ควรมายุ่งเรื่องนี้ คนที่เป็นศัตรูกับเธอ คือคนที่ไม่มีวันแพ้”

เสียงลมพัดอื้ออึงจนต้นไม้เอนไหว เช่นเดียวกับบทสวดที่ทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ ลมจากที่พัดเบาๆ จนพัดแรงขึ้น ต้นไม้ภายในบ้านเอนลู่ราวกับต้องพายุ ณิรินต้องพยายามทรงตัวต้านลม

“เขารู้แล้ว เขากำลังจะมาจัดการเธอ รีบไปเสีย”

บุษยามณีดุนหลังหญิงสาวให้หันหลัง หล่อนละล่ำละลัก

“ได้โปรดบอกฉันหน่อยเถอะ”

“ฉันไม่พูดอะไรทั้งนั้น ไปให้พ้น ฉันเกลียดเธอณิริน เธอมันดื้อ เธอมันรั้นไม่มีเหตุผล เธอไม่รู้หรอกว่ากำลังต่อกรกับอะไร ลืมมันเสียและปล่อยให้มันเป็นแค่อดีต”

เสียงลมพัดอื้ออึงมากขึ้นกว่าเดิม ณิรินเห็นกลุ่มใบไม้ที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของคน หล่อนเพ่งมองและพบว่าเงานั้นกำลังเดินเข้ามาหา ความตกใจทำให้เผลอถอยหลังกรูด หล่อนยกมือขึ้นปัดป้องเมื่อกลุ่มใบไม้ค่อยๆ ยืดยาวออกในแนวยาว ปลายแหลมจ่อมาหาหล่อนอย่างรวดเร็วคล้ายกับปลายใบมีดที่พุ่งเข้าใส่ ณิรินยืนอึ้ง มองอาวุธปลายแหลมที่พุ่งเข้าใส่

“บ้าน่าณิ ก็แค่ใบไม้”

หล่อนมัวแต่ยืนตะลึงแต่แล้วปลายแหลมก็พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วคล้ายกับฉมวก หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบในเสี้ยววินาทีแต่ปลายแหลมก็ยังเฉี่ยวต้นแขนไปอย่างหวุดหวิด แขนเสื้อค่อยๆ ปรากฏรอยเลือดขึ้นทีละน้อยจนในที่สุดก็กลายเป็นวงปื้นใหญ่ ณิรินร้องเสียงหลงเมื่อรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกมีดแทงจริงๆ

หญิงสาวสะดุ้ง ทะลึ่งพรวดขึ้นมา มองไปรอบๆ หล่อนยังอยู่ในห้องพักคนป่วยเหมือนเคย แต่ต่างกันตรงที่ว่าตอนนี้ตรงแขนมีเลือดเปื้อนอยู่ ณิรินคิดหาเหตุผลอะไรไม่ออก นอกจากว่าหล่อนโดนผู้มีอาคมเล่นงานอีกครั้ง ผู้บงการรู้แล้วและคงต้องส่งคนมาเล่นงานหล่อนอีก แต่คราวนี้ณิรินตั้งใจว่าจะสู้จนกว่าจะชนะ…

 

เมื่อบิดายื่นคำขาดว่าต้องขอฤกษ์แต่งงานจากอาจารย์ธนูเท่านั้น ทำให้อคิณต้องรีบหาตัวช่วย เขารู้ดีว่าคิวดูดวงของอาจารย์ธนูนั้นยาวมาก จากที่ให้คนเช็กคร่าวๆ ยาวไปถึงปีหน้าเลยทีเดียว ดังนั้นสิ่งที่เขาทำคือ ขอความช่วยเหลือจากคู่ค้าที่รู้จักให้ช่วยลัดคิวให้แต่ก็ได้คำตอบว่า ไม่ได้…

ลูกศิษย์ของอาจารย์ธนูชื่อว่า กรวิก เป็นคนจัดการทุกอย่างโดยที่หมอดูคนดังไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของกรวิกเท่านั้น อคิณพยายามติดสินบนโดยอ้างว่า ยินดีจ่ายเงินแพงกว่าคนอื่นสิบเท่าเพื่อจะได้ในเดือนนี้ แต่ก็ยังได้คำตอบเช่นเดิม

“ทำไมพ่อคุณถึงต้องให้รอฤกษ์จากอาจารย์ธนูด้วยล่ะคะ ทั้งที่หมอดูคนอื่นก็มีตั้งเยอะแยะ ญ่ารู้จักหมอดูคนหนึ่ง แม่นพอๆ กัน”

วรัญญากำลังหมายถึงหมอดูคนที่พลอยพยัพไปดูดวงด้วย

“ผมไม่รู้ แต่พ่อยืนยันว่าต้องเป็นคนนี้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่ยอมจัดงานแต่งงานให้”

“หรือว่า คุณพ่อคุณไม่ชอบญ่า ท่านก็เลยหาเรื่องบ่ายเบี่ยง”

“ใจเย็นๆ นะญ่า ผมคงใจร้อนเกินไป เมื่อวันนั้นเลยโต้เถียงกับคุณพ่อ แต่ไม่เป็นไร ผมจะลองคุยกับท่านดูอีกครั้ง ระหว่างนี้เราก็ต้องหาทางเข้าพบอาจารย์ธนูให้ได้”

“แต่คิวของหมอดูคนนี้ยาวมากไม่ใช่หรือคะ ถ้าอย่างนั้นไม่เท่ากับว่าเราต้องรอไปจนถึงปีหน้านู่นเลยหรือคะ”

“ผมเองก็ร้อนใจไม่ต่างจากคุณ อยากจะแต่งสักวันนี้วันพรุ่งด้วยซ้ำ”

ชายหนุ่มดึงมือนุ่มมาจุมพิตสบตาหญิงสาว พักนี้อคิณไม่มีเรี่ยวแรงจะทำงาน คอยแต่จะคิดถึงวรัญญาวันละหลายครั้ง เช้าพอตื่นขึ้นก็ต้องรีบเข้าบริษัทเพื่อมาเจอหล่อน

“ญ่าก็อยากแต่งงานกับคุณค่ะ ญ่ากลัวจะมีคนมาขัดขวาง…”

“ไม่มีใครขวางผมได้ ถ้าคุณพ่อบังคับผมนัก ผมก็จะย้ายไปอยู่ข้างนอก” อคิณพูดด้วยความมุ่งมั่น วรัญญาแตะมือตรงแขน

“อย่าค่ะคุณเพชร เกรงใจคุณพิรัชต์ ท่านยิ่งไม่สบายอยู่”

“ก็พ่อจงใจทำให้เราต้องยุ่งยากนี่”

“ท่านคงเป็นห่วงคุณนะ อย่าทำอย่างนั้นเลยนะคะ ญ่าไม่อยากให้คนอื่นมองว่า คุณเป็นลูกอกตัญญู มันจะเสียการปกครอง”

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ ถ้าหากไม่ได้คิวเสียที”

“เอาไว้ญ่าจะลองถามเพื่อนดูนะคะ เผื่อว่าจะมีทาง”

“ผมละท้อใจจริงๆ ลูกศิษย์ของอาจารย์ธนูก็บอกว่า จะได้คิวก็ต่อเมื่อมีคนยอมให้แทนที่โดยสมัครใจเท่านั้นละ แล้วเราจะไปหาใครที่ไหนที่อยากดูหมอ แต่มายอมให้เราแซงคิว”

“ยอมให้แทนที่หรือคะ”

อคิณพยักหน้า วรัญญาคลี่ยิ้ม หล่อนบีบมือชายหนุ่มเพื่อปลอบ และยกมือไปแตะสันกรามแข็งแรง มองเขาด้วยความรัก

“อย่าเพิ่งเป็นห่วงเรื่องนี้เลยนะคะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของญ่าจะดีกว่า วันนี้คุณเครียดมามากแล้ว ดื่มรังนกของญ่าหน่อยนะคะ ญ่าอุ่นให้กำลังร้อนๆ เลย”

ชายหนุ่มมองชามรังนกตรงหน้า เขามักรู้สึกสดชื่นหลังดื่มรังนกของวรัญญาทุกครั้งและหล่อนก็รู้ใจจึงจัดเตรียมให้ทุกวัน

“ผมกำลังอยากกินอยู่พอดี ขอบคุณมากนะ คุณน่ารักจริงๆ”

เขาหอมแก้มหล่อน และหยิบชามรังนกขึ้นตักทีละคำอย่างช้าๆ วรัญญามองแล้วยิ้ม หล่อนแตะตรงไหล่อคิณบีบนวดเบาๆ

“ค่อยๆ กินนะคะ ไม่ต้องรีบ แล้วก็ไม่ต้องเครียดด้วย ญ่าคิดออกแล้วว่าจะจัดการเรื่องคิวอาจารย์ธนูยังไงดี”

“คุณมีทางหรือ”

“มีสิคะ เพื่อที่จะได้อยู่กับคุณแล้ว ญ่าทำได้ทุกอย่างล่ะค่ะ ญ่ารักคุณนะคะคุณเพชร รักมานานมากแล้ว”

วรัญญากอดคอชายหนุ่มไว้จากด้านหลัง ซบหน้าลงบนบ่า ตาจ้องไปที่เบอร์โทรศัพท์ของอาจารย์ธนูที่จดอยู่บนโต๊ะพร้อมกับคลี่ยิ้ม…

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

“ปู่ยังกลับบ้านไม่ได้หรือคะ”

ณิรินเพิ่งจะมีโอกาสได้คุยกับแพทย์เจ้าของไข้เช้าวันนี้ ตอนแรกหล่อนคิดว่าจะกลับบ้านได้แต่ก็ต้องผิดหวัง

“คือ ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจของปู่เทียมมีผิดปกติ วันนี้ผมเลยอยากจะให้หมอด้านโรคหัวใจมาตรวจดูอีกครั้งครับ”

“ปู่เป็นโรคหัวใจด้วยหรือคะ” ณิรินถามด้วยความเป็นห่วง

“ยังครับ เพียงแต่เราตรวจเจอหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดังนั้นผมคิดว่าควรจะตรวจให้ละเอียด บางทีอาจจะต้องติดเครื่องติดตามการเต้นหัวใจอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง”

เท่าที่ณิรินทราบ อาการเต้นหัวใจผิดจังหวะอันตรายมาก หลายครั้งอาจส่งผลให้คนป่วยเหนื่อยหรือแม้แต่มีอาการหน้ามืด วูบได้

“แต่ผมสบายดี ไม่ตรวจไม่ได้หรือ”

ปู่เทียมคงเป็นห่วงค่าใช้จ่าย แม้ณิรินจะมีเงินเก็บบ้างแต่การอยู่โรงพยาบาลต่ออีกวันก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ยิ่งหลานสาวไม่ได้ไปเปิดร้านขายหินกับดูดวงรายได้เข้าบ้านก็คงไม่มี

“ไม่ได้จริงๆ ครับปู่เทียม เชื่อหมอเถอะ”

“ปู่ต้องเชื่อหมอสิจ๊ะ ไม่ต้องเสียดายเงินหรอก ณิเตรียมเอาไว้แล้ว”

“แต่มันหลายเงินอยู่นะ ปู่สบายดีแล้วจริงๆ เรื่องหัวใจเอาไว้ค่อยตรวจวันหลังก็ได้” ปู่เทียมพูดขึ้น

ณิรินแตะแขนปู่

“ไม่ได้นะปู่ สุขภาพสำคัญที่สุด ไหนๆ ก็อยู่โรงพยาบาลแล้วก็ต้องตรวจให้รู้เรื่อง เกิดเป็นลมขึ้นมาตอนที่ณิไม่อยู่จะทำยังไง”

“จริงของคุณณิรินครับปู่ ตรวจให้รู้ จะได้รักษาได้ทันท่วงที”

“สรุปตามที่หมอบอกนะปู่ ไม่ต้องรีบกลับบ้านหรอก”

ณิรินรีบตัดบท หล่อนรู้ว่าแพทย์เจ้าของไข้รอคำตอบอยู่ พอปู่เทียมยอมพยักหน้าแม้จะไม่เต็มใจนัก แพทย์จึงยิ้ม

“งั้นผมขอไปโทรส่งเวรบอกหมอหัวใจก่อนนะครับ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะให้คุณพยาบาลมาแจ้งอีกที”

“ขอบคุณหมอมากนะคะ”

แพทย์เดินออกจากห้องไป ปู่เทียมยังหน้าหงิกเพราะเสียดายเงิน

“อยู่โรงพยาบาลนี่ละปู่ เกิดใครอยากมาเยี่ยมจะได้เดินทางสะดวก”

“แล้วใครจะมาเยี่ยมข้า เอ็งก็รู้ว่าข้ามีเพื่อนแค่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็เป็นคนในหมู่บ้านทั้งนั้น”

“ก็ไม่รู้สิปู่ อาจจะมีใครที่รู้ว่าปู่ไม่สบาย แล้วอยากแวะมาหาก็ได้ เลิกบ่นได้แล้ว ตอนนี้ปู่ต้องนอนพักก่อน เดี๋ยวหมอหัวใจมาตรวจจะได้ฟิตปั๋ง”

“เออ เอ็งไม่ต้องมาสั่งข้าเลย ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ”

“ณิเป็นห่วงปู่นะ”

“ข้าก็เป็นห่วงเอ็งเหมือนกัน”

ณิรินเหลือบมองปู่ หล่อนไม่แน่ใจว่าปู่เทียมจะโกรธหรือเปล่าที่เมื่อคืนนี้หล่อนแอบศึกษาตำราถอดจิต

“เสื้อที่ปู่ให้ณิไปเอา ณิเอาแขวนไว้ในตู้เรียบร้อยแล้วนะ ปู่อยากจะเปลี่ยนเลยหรือยัง”

“ยังหรอก ข้าชอบใส่ชุดโรงพยาบาลมากกว่า” ปู่พูดกลั้วหัวเราะ ณิรินหรี่ตามองแล้วยิ้ม

“แสดงว่า ที่ปู่ให้ณิกลับไปเอาของเพราะต้องการให้ณิเห็นของสิ่งนี้สินะ”

หล่อนยื่นหนังสือตำราถอดจิตคืนให้ ปู่พยักหน้าพูดต่อ

“ไม่ต้องมาคืนข้าหรอก ถึงเวลาแล้วที่เอ็งควรจะศึกษาวิชาเสียที”

หญิงสาวเงยหน้าสบตา ถ้าเป็นเมื่อก่อนหล่อนคงเถียงคอเป็นเอ็น แต่หลังจากเกิดเรื่องมากมายขึ้น ณิรินถึงได้รู้ว่า การที่หล่อนคอยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเรียนรู้อะไรทำให้ส่งผลเสียมาถึงตอนนี้ หากหล่อนรู้อาคมได้สักครึ่งของปู่ คงจะช่วยดูแลปู่ได้

“แต่เรียนตอนนี้มันจะไม่สายเกินไปหรือปู่”

“ไม่มีอะไรที่สายเกินไปหรอก ถ้าเอ็งตั้งใจเรียน จำคำปู่ไว้นะ เอ็งเป็นคนมีพรสวรรค์ ขาดก็แต่การหมั่นศึกษาเท่านั้น ขืนมัวแต่ขี้เกียจแบบนี้เกิดวันหนึ่งปู่ไม่อยู่แล้วเอ็งจะทำยังไง”

ณิรินชะงัก มองปู่อีกครั้ง ขอบตาสองข้างร้อนผ่าว หล่อนไม่รู้ว่าปู่ตั้งใจพูดเป็นลางหรือเปล่า แต่พอได้ยินเช่นนี้หัวใจก็ตกลงไปถึงตาตุ่มเลยทีเดียว

“ทำไมปู่ต้องพูดอย่างนี้ด้วย ณิใจคอไม่ดีเลย”

“ข้าก็พูดไปอย่างนั้นละ เอ็งอย่ามาจริงจังนักเลย ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังหน่อยสิว่า เมื่อคืนนี้ถอดจิตไปเจออะไรบ้าง”

“ปู่รู้”

“เออ…ข้ารู้ทุกเรื่องนั่นละ แล้วก็ไม่ต้องมาดุข้าว่าข้าต้องนอน เล่ามาเสียดีๆ อย่าให้ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว เล่าอย่างละเอียด”

 

กรวิกกำลังปิดล็อกประตูตำหนักอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน เขาเป็นลูกศิษย์คนโปรดของอาจารย์ธนู หมอดูอันดับหนึ่งของเมืองไทยตอนนี้ หลังจากเกิดเรื่องของนายทหารที่มีอาการคลุ้มคลั่งโดยหาสาเหตุไม่ได้ แต่สุดท้ายด้วยคำชี้แนะของอาจารย์ธนูจนกลับมาเป็นปกติทำให้ประชาชนต่างแห่กันมาดูดวงกับอาจารย์ธนูกันหมด

หน้าที่ของกรวิกก็คือ ช่วยเรื่องการนัดหมายอีกทั้งจะช่วยเรื่องการอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้กับลูกค้าที่มาปรึกษาเรื่องต่างๆ เขามองอาคารพาณิชย์สองชั้นตรงหน้า ทั้งหมดนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงของอาจารย์ธนูเพียงคนเดียว ของกำนัลมากมายที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะรับรอง บ่งถึงว่าคนชื่นชอบอาจารย์ธนูมากแค่ไหน ชื่อเสียงของท่านกำลังติดลมบน ยิ่งคนอยากนัดพบกับอาจารย์ธนูมากเท่าไหร่ งานของกรวิกก็หนักมากขึ้นเท่านั้น

ทุกวันเขาจะต้องรับโทรศัพท์จากผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศที่ต่างต้องการเข้าพบเกจิอาจารย์ชื่อดัง บ้างก็ต้องการดูดวง บ้างก็ต้องการสะเดาะเคราะห์ อาจารย์ธนูเพิ่งจะขับรถออกจากตำหนักไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่เอง แต่กรวิกต้องตรวจดูความเรียบร้อยอีกพักใหญ่ ทุกครั้งเมื่อปิดตำหนักแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาด เตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับต้อนรับลูกค้าในวันถัดไป แต่พอหันหลังมากลับพบว่า มีใครคนหนึ่งยืนรออยู่

หล่อนเป็นหญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีดำตรงคอมีประคำห้อยอยู่ แต่ที่สะดุดตาคือเขี้ยวเสือที่อยู่ตรงกลาง

“มาหาอาจารย์ธนูหรือครับ วันนี้เราปิดแล้วนะครับ ถ้าไงคุณคงต้องนัดล่วงหน้า”

“ฉันทราบ ฉันไม่ได้มาหาอาจารย์ธนู”

หญิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ กรวิกหรี่ตามองอย่างสำรวจ ผู้หญิงคนนี้แต่งตัวสไตล์โบฮีเมียนสวมชุดกระโปรงดำยาวกรอมเท้า ริมฝีปากทาลิปสติกสีดำ ตรงแขนทั้งสองข้างมีลูกประคำสวมอยู่ เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นหล่อนมาก่อน

“อ้าว แล้วคุณมาทำไมล่ะครับ หรือว่าอยากจะบูชายันต์ คงต้องเป็นพรุ่งนี้แล้วละครับ เพราะผมปิดประตูลงกลอนไปแล้ว”

“ฉันก็ไม่ได้ต้องการมาเช่ายันต์ แต่ฉันต้องการพบคุณ…คุณกรวิก”

ชายหนุ่มอดประหลาดใจไม่ได้ หล่อนตรงหน้ารู้จักชื่อเขา แต่ก็ไม่แปลกเพราะตอนนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการนัดคิวกับอาจารย์ธนูจะต้องผ่านกรวิกแทบทั้งสิ้น

“คุณมีธุระอะไรกับผมก็ว่ามาเถอะ วันนี้ผมเหนื่อย อยากจะกลับบ้านเต็มที”

วันนี้มีลูกค้าล้นคิวที่นัดไว้ อย่างคนหลังสุดที่โดนผีเข้าอาจารย์ธนูต้องใช้เวลารักษาอยู่เกือบสองชั่วโมง หลายครั้งที่กรวิกก็อดสงสารอาจารย์ธนูไม่ได้ เขาเป็นชายอายุสามสิบห้าที่แทบไม่มีเวลาส่วนตัว ทุกเช้าจะมีนัดหมายตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ผู้ที่เลื่อมใสบางคนก็มาตั้งแต่ตำหนักยังไม่เปิดด้วยซ้ำเพื่อมานั่งรอ

“ฉันได้ยินมาว่า ถ้าใครอยากจะพบอาจารย์ธนู ต้องผ่านคุณก่อน”

กรวิกยิ้มอย่างภูมิใจ หน้าที่เขาคือจัดสรรทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อาจารย์ธนูเคยชมเสมอว่า เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ท่านจึงวางใจให้ดูแลเรื่องนี้

“ครับ แต่ถ้าคิดจะมาเพื่อขอลัดคิวละก็ ผมคงทำไม่ได้ คุณก็รู้ว่าลูกศิษย์ลูกหาและคนที่ศรัทธาอาจารย์ธนูเยอะมาก และทุกคนต่างก็มีเรื่องด่วนด้วยกันทั้งนั้น”

“ฉันแค่อยากถามว่า คุณพอมีทางช่วยฉันบ้างไหม คือเพื่อนของฉันต้องการดูฤกษ์แต่งงาน”

“แค่นี้เองหรือครับ หมอดูคนอื่นในเมืองไทยก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องเป็นอาจารย์ธนูด้วยล่ะครับ”

“เพราะว่าทางฝั่งผู้ชายระบุมา บอกว่าต้องเป็นอาจารย์ธนูดูให้เท่านั้น”

“งั้นก็คงยากหน่อยละครับ ปกติอาจารย์ธนูไม่ค่อยชอบดูฤกษ์แต่งงานสักเท่าไหร่ แถมคิวที่เร็วที่สุดก็คงเป็นต้นปีหน้า เสียใจด้วยนะครับ คุณคงต้องบอกเพื่อนของคุณให้หาหมอดูคนใหม่”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กรวิกต้องปฏิเสธลูกค้า นั่นก็เพราะต้องคำนึงถึงระเบียบและความถูกต้องเป็นหลัก เขาใช้รีโมตเปิดประตูและนำสัมภาระขึ้นไปวางหลังรถ แต่หญิงสาวเดินตามมา

“แต่เพื่อนฉันรีบ เขากับแฟนต้องแต่งงานกันให้เร็วที่สุด”

“ผมเสียใจด้วยจริงๆ นะครับ แต่ผมคงช่วยอะไรไม่ได้ คุณกลับไปบอกเพื่อนว่า ให้หาหมอดูคนอื่นเถอะ คงง่ายกว่าเยอะ”

เขาเปิดเข้าไปนั่งฝั่งคนขับแต่หญิงสาวคนเดิมก็ยังยืนนิ่งอยู่ตรงประตู แต่พอชายหนุ่มดึงประตูปิด หล่อนกลับรั้งบานประตูเอาไว้

“คุณไม่มีทางช่วยจริงๆ หรือ”

กรวิกสั่นศีรษะ เอ่ยน้ำเสียงเครียด ส่วนลึกก็อดสงสารแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“คุณผู้หญิงครับ ผมช่วยคุณไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎ ถ้าหากผมยอมให้คุณสักคน ลูกค้าคนอื่นคงเล่นงานผมตาย นี่ก็ค่ำแล้ว ผมเองก็เหนื่อย คุณกลับไปเสียเถอะครับ”

หญิงสาวละมือจากประตูมาแตะตรงท่อนแขนแทน  กรวิกชะงักเพราะสิ่งที่สัมผัสตอนนี้กลับเป็นมือเย็นเฉียบราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็ง

“มือคุณ…” เขาชักมือกลับด้วยความสะดุ้ง มองหล่อนซ้ำอีกครั้ง น่าแปลกที่นัยน์ตาคู่นั้นดูราบเรียบเหลือเกิน

“ฉันจะถามคุณอีกครั้งว่า จะช่วยฉันได้หรือเปล่า”

“ไม่…ผมบอก…” กรวิกกำลังจะเอ่ยประโยคต่อไปแต่แล้วพอเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า เขาก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจสุดขีด อาจเป็นเพราะแสงไฟสะท้อนจากหลอดไฟตรงหน้าตึกหรืออาจเป็นเพราะเขาตาฝาดก็เป็นได้

“คะ…คุณ”

ชายหนุ่มเผลอจ้องตาและพบว่า นัยน์ตาของผู้หญิงตรงหน้านั้นเป็นสีเหลืองอำพันสุกสกาว แต่พอจ้องเขาก็รู้สึกเหมือนถูกดูดลงไปในวังวนนั้น ความรู้สึกต่อต้านเมื่อครู่พลันหายไปหมด เช่นเดียวกับความคิดที่จะออกรถ เขาได้ยินหญิงสาวถามย้ำ

“คุณอยากจะพูดอีกครั้งใช่ไหม”

กรวิกสับสน ลืมไปแล้วว่าตนกำลังจะทำอะไร นัยน์ตาเขาเหม่อลอยไร้แววเหมือนตกอยู่ในภวังค์ หญิงสาวพูดย้ำอีกครั้ง

“คุณกำลังจะหยิบสมุดนัดขึ้นมาแล้วใส่ชื่อลงไปใช่ไหม”

กรวิกพยักหน้าเหมือนคนละเมอ เขาหยิบสมุดนัดในกระเป๋าทำงานขึ้นมา มองไปที่วันพรุ่งนี้ รายชื่อที่เรียงรายกันแน่นขนัด ชายหนุ่มหยิบปากกาขึ้นมาและขีดฆ่ารายชื่อหนึ่งออก

“ผมต้องใส่ชื่อใครลงไปนะ ผมลืม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงยานคาง หญิงสาวอมยิ้ม

“เขาชื่อ อคิณ ค่ะ คุณจะต้องใส่ชื่อคุณอคิณลงไป เขาจะมาพร้อมผู้หญิงที่ชื่อ วรัญญา”

กรวิกทำตามอย่างว่าง่าย เขาคลี่ยิ้มเมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวมองแล้วพยักหน้า

“ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือ”

ชายหนุ่มพยักหน้า หย่อนสมุดนัดลงในกระเป๋าตามเดิม เขามองตามหญิงสาวที่เดินไปเรียกแท็กซี่ด้านหน้าตำหนัก หล่อนก้าวขึ้นรถ ทิ้งให้กรวิกยืนอึ้งอยู่พักใหญ่ทีเดียว แต่จู่ๆ เขาก็สะบัดหน้า

“นี่เราทำอะไรอยู่วะ อ๋อ ใช่แล้ว กำลังจะกลับบ้าน เพี้ยนไปแล้ว”

เขาก้าวขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องและขับรถออกไป  เสียงเพลงในรถบรรเลงคลอเบาๆ เป็นเพลงสำหรับคู่บ่าวสาวที่กำลังแต่งงาน แต่กรวิกคงไม่ทันสังเกต…

 

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

 

Don`t copy text!