บุษราอาฆาต บทที่ 28 : ดวงแตก

บุษราอาฆาต บทที่ 28 : ดวงแตก

โดย : เก้าแต้ม

บุษราอาฆาต เรื่องราวของบุษราคัมเม็ดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับกับวิญญาณของหญิงสาว เหตุใดวิญญาณของเธอจึงติดตามมาทำร้ายทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุษราคัมน้ำงาม ร่วมกันหาคำตอบได้ใน ‘บุษราอาฆาต’ นวนิยายแนวลึกลับโรแมนติก โดย เก้าแต้ม … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-28-

 

“คุณแน่ใจหรือว่า อาจารย์ธนูเลื่อนนัดเรามาวันนี้จริงๆ”

อคิณถามย้ำให้แน่ใจ เขาค่อนข้างแปลกใจเมื่อวรัญญาแจ้งว่าได้คิวหมอดูคนดังเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างเร็วเกินไปทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยแจ้งว่าน่าจะเป็นต้นปีหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่พอหญิงสาวอ้างว่าเพื่อนสนิทรู้จักกับลูกศิษย์ของอาจารย์ธนูจึงทำให้มีโอกาสเข้าพบเร็วกว่าเดิม

“แน่สิคะ เดี๋ยวญ่าลองเข้าไปถามดูนะคะ”

วรัญญาผลักประตูเข้าไปในตำหนักของอาจารย์ธนู มองจากด้านนอกว่าสวยงามแล้วแต่ภายในก็ตกแต่งได้งดงามไม่แพ้กัน หมอดูชื่อดังคนอื่นอาจชอบความหรูหราแต่สำหรับอาจารย์ธนูนั้นเน้นบรรยากาศที่เหมือนบ้านมากกว่า ผนังทุกด้านเป็นสีอ่อนเน้นความสบาย เมื่ออคิณกับวรัญญาไปถึงก็มีชายหญิงหลายคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว มีสองคนเพิ่งเดินออกจากห้อง

“ฉันกับแฟนมีนัดกับอาจารย์ธนูวันนี้ ชื่ออคิณค่ะ”

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมา เขาเปิดสมุดนัดและตรวจดูชื่อ พอเห็นก็พยักหน้า

“อ๋อครับ คุณอคิณนัดไว้วันนี้สี่โมงเย็น”

เขาหันไปมองนาฬิกาและพบว่า ถึงเวลานัดพอดีจึงส่งยิ้มให้

“เชิญตามผมมาทางนี้เลยครับ ผมจะพาคุณเข้าไปนั่งที่ห้องด้านใน”

อคิณพยักหน้า เขากับวรัญญาเดินตามลูกศิษย์ของอาจารย์ธนูเข้าไปด้านใน มองจากด้านนอกก็ต้องประหลาดใจแล้วแต่พอก้าวเข้าไปข้างในก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เพราะแทนที่จะมีพวกโต๊ะหมู่บูชารวมถึงเครื่องรางของขลังแต่ภายในห้องรับรองของอาจารย์ธนูกลับมีเพียงหิ้งพระซึ่งมีกระถางธูปและเทียนเท่านั้น ภายในจัดแต่งเหมือนห้องรับแขก ด้านหนึ่งของห้องมีโต๊ะทำงานพร้อมกับเก้าอี้ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นโซฟารับแขกที่มีเครื่องดื่มวางอยู่ก่อนแล้ว คงเป็นฝีมือแม่บ้านมาจัดเตรียมไว้ให้

“คุณสองคนนั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับ ส่วนนั่นน้ำมะตูม เชิญดื่มได้เลยครับจะได้สดชื่น สักครู่อาจารย์ธนูจะเข้ามา ท่านกำลังคุยกับลูกค้าอีกคนหนึ่งอยู่”

อคิณหันไปทางประตู เขาเพิ่งสังเกตว่าห้องบนชั้นสองนั้นมีประตูด้านหลังเปิดเชื่อมถึงกัน ผนังคงเก็บเสียงได้ดีจึงไม่ได้ยินเสียงสนทนาจากอีกห้องหนึ่งซึ่งก็เป็นเรื่องดีมาก เพราะทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัว

“วันนี้อาจารย์ธนูยุ่งมากไหมครับ” ชายหนุ่มถามขึ้น

“ก็รับลูกค้ามาเรื่อยๆ นะครับ ตั้งแต่เช้า บางวันก็ยาวไปจนถึงหนึ่งทุ่ม คุณสองคนโชคดีมากนะครับที่จู่ๆ ก็ได้เลื่อนนัด ผมเองยังงงเลย เพราะครั้งที่แล้วเท่าที่ผมจำได้พี่กรวิกบอกว่า ไม่มีคิวว่างเลย”

อคิณจำได้ว่า กรวิกคือลูกศิษย์ของอาจารย์ธนูและเป็นผู้ดูแลคิวนัดทั้งหมด

“แล้วตอนนี้คุณกรวิกไปไหนแล้วหรือครับ”

“เขาไปสถานีตำรวจครับ”

“สถานีตำรวจ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

“คือว่าลูกค้าที่นัดไว้ตอนสี่โมง เขาเพิ่งมาถึงเมื่อชั่วโมงก่อน แต่พอรู้ว่าวันนี้ไม่มีคิวก็เลยโกรธมาก พอพี่กรวิกพยายามอธิบายแต่เขาไม่ฟังเลย ก็เลยมีเรื่องชกต่อยกัน ตอนนี้คงไปเคลียร์กันที่โรงพักครับ น่าสงสารแก ถูกต่อยจนดั้งหัก”

“ขนาดนั้นเลยหรือครับ”

“ครับ พวกคุณนั่งก่อนนะครับ ผมต้องออกไปรอรับคนอื่นอีก เชิญตามสบายนะครับ”

อคิณหยิบแก้วน้ำมะตูมขึ้นดื่ม เขาเหลือบมองวรัญญาและสังเกตว่าหล่อนนั่งนิ่งตั้งแต่ต้น ท่าทางที่เงียบกว่าปกติไม่ชวนคุยเหมือนเดิมทำให้ประหลาดใจ

“เครียดอะไรหรือเปล่าญ่า”

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ญ่าแค่ดีใจที่ในที่สุดเราสองคนก็ได้พบกับอาจารย์ธนูเสียที หวังว่าคราวนี้คุณพ่อคุณคงไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกนะคะ”

“คงไม่หรอก แต่ถ้าพ่อเกิดยังมีข้อเสนออะไรประหลาดๆ อีกละก็ รับรองคราวนี้ผมไม่ยอมแน่ ผมจะจัดงานแต่งงานเองเสียเลย”

“จะดีหรือคะ”

“ดีสิ…การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคนนะญ่า ในเมื่อผมอยากแต่งงานใครก็ห้ามไม่ได้”

“ขอบคุณนะคะที่คอยปลอบ ญ่ารักคุณที่สุดรู้ไหมคะ”

“ผมรู้สิ ผมเองก็รักคุณมาก ชักอยากรู้เสียแล้วสิว่า อาจารย์ธนูเป็นคนยังไงนะ”

“ญ่าไม่รู้หรอกค่ะ ทราบแต่ว่าเป็นหมอดูที่เก่งมาก”

อาจารย์ธนูเป็นทายาทเพียงคนเดียวของหมอดูชื่อดังในอดีตแต่ปัจจุบันวางมือไปแล้วชื่อว่า ธงรบ เขาเพิ่งมาโด่งดังติดลมบนตอนที่มีลูกค้าเป็นนายทหารมาปรึกษา ทหารคนนี้เป็นยศพันเอก มีคนรู้จักมากมาย เขาไปราชการที่ต่างจังหวัดและเกิดลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์จนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง โทรทัศน์แทบทุกช่องเสนอข่าวคลิปที่เขาทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว ญาติพานายทหารไปส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคทางจิตแต่มีเพียงอาจารย์ธนูที่ทำนายว่า เขาได้ล่วงเกินสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ตั้งใจและแนะนำให้ขอขมา

“ก็ขอให้เก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นะ ไม่ใช่ว่าพอมาถึงก็พูดอะไรเพี้ยนๆ อีกนะ ผมขี้เกียจฟัง”

“คุณหมายถึงใครหรือคะ” วรัญญาหรี่ตามอง

“ไม่มีอะไรหรอก ผมคงหงุดหงิดน่ะ พอพูดถึงหมอดูทำไมผมถึงต้องรู้สึกโกรธด้วยก็ไม่รู้”

วรัญญาเอียงหน้าไปซบ หล่อนกุมมืออคิณเอาไว้

“ญ่าเข้าใจค่ะ หมอดูคนอื่นมีแต่หลอกลวงโกหกปลิ้นปล้อนไปวันๆ แต่อาจารย์ธนูอาจจะดีก็ได้นะ”

เสียงลูกบิดประตูพร้อมกับใครคนหนึ่งเดินเข้ามา พอเห็นทั้งสองคนนั่งอยู่ อาจารย์ธนูก็ส่งยิ้มให้

“สวัสดีครับคุณอคิณ ผมอาจารย์ธนู เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าไหมครับ”

 

“ดวงของคุณแปลกมาก แน่ใจหรือครับว่าจดมาไม่ผิด”

อาจารย์ธนูถามย้ำถึงสามครั้งเพื่อให้แน่ใจ นับตั้งแต่เขาได้วันเดือนปีเกิดของอคิณและวรัญญา หมอดูคนดังก็เอาแต่นั่งขีดเขียนบางอย่างลงในกระดาษ อคิณไม่แน่ใจว่าเขาคิดคำนวณอะไร แต่สีหน้าดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ตัวจริงของอาจารย์ธนูไม่เหมือนกับที่คิดเอาไว้ เขาน่าจะอายุประมาณสามสิบกว่าๆ จากประวัติที่อ่านมาก็ทำให้ทึ่ง หมอดูคนนี้เป็นหลานชายเพียงคนเดียวของเจ้าของตำหนักธงรบที่เคยโด่งดังมากเมื่อหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันธงรบเลิกดูดวง เลิกนั่งทางใน หันไปปฏิบัติธรรมแทน ว่ากันว่า สาเหตุที่ธงรบเลิกทุกอย่างนั่นก็เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับภรรยาสุดที่รัก

เขาพลาดที่ไม่ได้ตรวจดวงชะตาภรรยาของตน สร้างความเสียใจให้เป็นอันมาก ตอนนี้จึงหันหน้าเข้าวัดศึกษาพระธรรมแทน ส่วนหลานชายคืออาจารย์ธนูนั้นเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ และไม่เคยคิดจะเป็นหมอดูมาก่อน แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างหางานทำ เขาก็ได้มีโอกาสศึกษาตำราโหราศาสตร์ จากการอ่านเล่นๆ จนกระทั่งเกิดเป็นความชอบและเริ่มศึกษาอย่างลึกซึ้ง หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนแนวมาทางนี้

“แน่สิคะ ฉันจำได้แม่น คุณแม่บอกและฉันก็จดไว้ไม่ลืม”

“แต่มันมีบางอย่างผิดปกติ”

“ทำไมหรือครับอาจารย์ธนู”

“ไม่รู้เหมือนกัน ผมคงต้องขอเวลาอีกนิด”

“ทำไมต้องขอเวลา ในเมื่อฉันกับคุณอคิณมาขอฤกษ์แต่งงาน อาจารย์ก็แค่บอกว่าวันไหนวันดีก็แค่นั้น”

วรัญญาโพล่งขึ้นอย่างหงุดหงิด อคิณไม่เคยเห็นหญิงสาวมีท่าทีแบบนี้มาก่อน เขาสังเกตว่าหล่อนเงียบตั้งแต่อาจารย์ธนูเริ่มขอวันเดือนปีเกิดไปคำนวณ ก่อนจะขอดูลายมือแล้วก็ตามด้วยไพ่

“ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ การดูฤกษ์แต่งงาน อย่างแรกคือต้องเทียบความสมพงศ์ของดวงชะตา ดาวเจ้าเรือนลัคน์ทั้งสองดวงชะตาต้องไม่เป็นทุสถานะต่อกัน ทุสถานะหมายถึง อริ มรณะ วินาสนะ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ต้องให้แสงถึงกัน อีกทั้งลัคนาทั้งสองดวงต้องไม่อยู่ในทุสถานะภพต่อกัน สำหรับคุณอคิณนั้นผมไม่ห่วง เขาเกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์พูนสุข อุปนิสัยเป็นคนมุ่งมั่น แม้ว่าจะมีจุดที่ให้แสงสว่างแก่เจ้าของชะตาไปอยู่ที่เรือนราหู ส่งผลเสียในด้านครอบครัว คือการสูญเสียบุพการี แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ ซึ่งผมดูเส้นลายมือ แม้ว่าจะมีเคราะห์ในบางช่วง แต่ต่อไปอนาคตข้างหน้าเขาจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก แต่สำหรับดวงของคุณมันแปลกมาก เหมือนมีบางอย่างขาดหายไป คุณไม่ได้ปิดบังอะไรผมอยู่ใช่ไหม”

“อาจารย์พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะ” วรัญญาขึ้นเสียง ใบหน้าหล่อนงอง้ำ อคิณสังเกตเห็นว่าเลขาฯ สาวเครียด ยิ่งอาจารย์ธนูขอดูลายมือ หล่อนก็เหมือนไม่เต็มใจ

“ใจเย็นๆ ญ่า อาจารย์เขาก็แค่ถาม”

“ญ่าเย็นไม่ไหวแล้วค่ะคุณเพชร เขาทำอะไรอยู่กันแน่ ตอนแรกก็บอกว่าดูฤกษ์แต่งงาน แต่ตอนหลังก็มาขอให้เราดูไพ่ ดูลายมือ ทำอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด นี่คงจะหาเรื่องเก็บเงินค่าดูดวงเราเพิ่มใช่ไหมคะ”

“ญ่า…ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ น่าเกลียดออก” อคิณปราม

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดครับคุณวรัญญา ที่ผมขอดูก็เพราะว่ามีหลายอย่างไม่ตรงกับตำรา ผมขอพูดตรงๆ เลยแล้วกัน ดวงของคุณสองคนไม่ใช่เนื้อคู่ และมีเกณฑ์พลัดพรากจนถึงเสียชีวิต”

อคิณถึงกับหน้าเสียเมื่อจบประโยค ขณะที่วรัญญาหน้าบึ้งด้วยความโกรธ

“คุณอาจจะดูผิดก็ได้”

“ไม่ผิดแน่ครับ ดวงของคุณเป็นอริต่อกัน ดาวอังคารที่มาจากครอบครัว มาอยู่ร่วมกับดาวเสาร์ ให้ความหมายว่า แตกหัก อาจจะแตกหักกับครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน”

“ถึงพ่อกับแม่ฉันแยกทางกันก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” วรัญญาแย้ง

“แต่ดวงของคุณเป็นดวงพินทุบาทว์ หรือภินทุบาทว์ ภินทุ แปลว่า แตกหัก แตกร้าว ส่วนบาทว์มาจากคำว่า อุบาทว์ แปลว่า ชั่วร้ายหรือที่เรียกว่า ดวงแตก”

“นี่อาจารย์ธนู ถึงคุณจะไม่ชอบขี้หน้าฉัน แต่ก็ไม่ควรกล่าวหากันอย่างนี้นะคะ”

“ผมพูดไปตามพื้นดวง ตามวันเดือน ปี เกิด ที่คุณให้ เพียงแต่ว่ามีบางอย่าง…”

“พอกันที คุณหาเรื่องพูดนู่นพูดนี่ให้ฉันตกใจกลัว ก็เพราะว่าคุณต้องการเรียกค่าสะเดาะเคราะห์เพิ่มใช่ไหม”

“ญ่า…ทำไมพูดอย่างนั้น เกรงใจอาจารย์ธนูหน่อยสิ”

“ไม่เกรงใจแล้ว ก็เขาเล่นทำนายเสียๆ หายๆ แบบนี้ ใช้ได้ที่ไหน”

“แต่มันก็น่าจะมีทางแก้ใช่ไหมครับอาจารย์ ถึงคนเราจะดวงแตกแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแย่เสมอไป”

อาจารย์ธนูพยักหน้า เหลือบมองอคิณ

“ครับ ถ้าเป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดปฏิบัติธรรม อะไรๆ ก็ทำไม่ได้เพราะท่านละวางในกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง หมดทุกอย่างแล้ว ดังนั้นสิ่งที่คุณวรัญญาควรจะทำคือ หันหน้ามาศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า”

“นั่นไง ญ่าว่าแล้ว นี่คงจะหาเรื่องให้ญ่าบริจาคสร้างวัด หรือไม่ก็ไปนั่งปฏิบัติธรรมอีกละสิ”

“ใจเย็นๆ ญ่า”

“ผมขอโทษคุณวรัญญาด้วยจริงๆ แต่ผมเห็นอะไรก็ต้องพูดไปตามนั้น พื้นดวงชะตาคุณไม่เหมาะกับการมีคู่ เข้ากฎภินทุบาทว์ เป็นจุดแตกหักในการมีคู่ ถ้ามีก็จะจากตาย หรือถึงฆ่ากันตาย ดวงชะตา ดาวศุกร์เป็นมหาอุจ เป็นมรณะแก่ดวงชะตา จะเป็นคนที่ตายจากเรื่องความรัก โลกีย์ในที่สุด ถือว่าเป็นวิบากกรรมของดวงชะตา นี่ถ้าคุณไม่ได้ยืนอยู่ต่อหน้าผมละก็ ผมคงคิดว่า คุณเอ่อ…”

“อะไรหรือครับ”

“ผมคงคิดว่า คุณวรัญญาเสียชีวิตไปแล้ว เพราะพื้นดวงบอกเช่นนั้น”

ภายในห้องเงียบกริบ อคิณเองก็ตกใจไปด้วย เขาเหลือบมองวรัญญา หล่อนไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องอาจารย์ธนูด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว

“ขอบคุณสำหรับคำทำนาย แต่ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ หมอดูก็คู่กับหมอเดา คุณแค่แกล้งทำให้ฉันตกใจเท่านั้น แต่มันไม่ได้ผลหรอก”

อาจาย์ธนูถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาปิดสมุดตรงหน้าลง

“เอาละ ในเมื่อคุณหงุดหงิดเพราะสิ่งที่ผมพูด เอาเป็นว่าทุกอย่างในวันนี้ผมดูให้ฟรีไม่คิดเงิน ผมถือคติว่า ถ้าเกิดผมทำนายไม่แม่น ลูกค้าไม่พอใจ ผมจะไม่รับเงินเด็ดขาด ส่วนเรื่องฤกษ์แต่งงาน ผมขอเวลาสักหน่อย แล้วผมจะโทรไปแจ้งคุณอคิณเองว่า ควรจะเป็นวันไหน”

วรัญญาผุดลุกขึ้นแทบจะทันที หล่อนโพล่งขึ้นใบหน้าบึ้งตึง

“ก็ดีค่ะ เพราะฉันก็ไม่อยากดูแล้วเหมือนกัน ญ่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะคุณเพชร พบกันข้างนอก ญ่าเบื่อที่นี่เต็มทีแล้ว”

ร่างบางที่เดินปึงปังออกไป อคิณเห็นอาจารย์ธนูถอนหายใจด้วยความเครียด เขาประนมมือไหว้

“ผมขอบคุณอาจารย์มากนะครับ ต้องขอโทษแทนญ่าด้วย เธอคงหงุดหงิด”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ คนเราก็ไม่เหมือนกัน”

หมอดูคนดังเพ่งมองอคิณเหมือนคิดอะไรบางอย่าง สีหน้าเขาดูกังวลว่าจะพูดดีหรือไม่

“ผมขอโทษนะครับคุณอคิณ ผมรู้ว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ แต่ในฐานะที่ผมเป็นหมอดู เมื่อเห็นผมก็ต้องทัก ช่วงนี้คุณกำลังมีเคราะห์นะครับ”

“อะไรนะครับ”

“ผมไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ แต่อยากให้คุณมีสติ คุณเคยสวมสร้อยพระหรือเปล่าครับ”

“สร้อยพระหรือ…เคยครับ แต่ตอนนี้ไม่ได้สวมแล้ว ผมรู้สึกว่าสวมไม่สบายเท่าไหร่”

“ผมอยากให้คุณสวมสร้อยพระ สวดมนต์ รักษาศีล คุณความดีจะช่วยให้คุณผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่าง ผมอยากมอบของสิ่งนี้ให้คุณฟรีๆ โดยไม่คิดเงิน”

อาจารย์ธนูหยิบของสิ่งหนึ่งออกมา อคิณทำท่าจะยื่นมือไปรับแต่เขากลับประนมมือสอดของชิ้นนี้ไว้ในกระเป๋าเสื้อของชายหนุ่มแทน อคิณมองอย่างไม่เข้าใจ

“คุณยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ของสิ่งนี้อาจจะช่วยคุณได้ในอนาคต ผมรับปากว่า ภายในสองวันผมจะแจ้งฤกษ์ที่เหมาะสมสำหรับคุณสองคนที่จะแต่งงานกัน ผมขอเอาดวงคุณสองคนไปปรึกษาคุณปู่ก่อน”

“ก็ได้ครับ งั้นผมกลับก่อน ขอบคุณอาจารย์มาก”

อคิณพยักหน้า เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อาจารย์ธนูนั่งอยู่เพียงลำพัง เขากางสมุดมาดูอีกครั้ง คิ้วขมวดมุ่นด้วยความสงสัย ก่อนพึมพำกับตัวเอง

“ไม่น่าเป็นไปได้…ทำไมถึงเป็นอย่างนี้”

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ผลตรวจออกมาแล้วนะปู่ หมอบอกว่าปู่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ”

แพทย์เฉพาะทางเข้ามาแจ้งกับณิรินว่า การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่พบหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดังนั้นพรุ่งนี้เช้าก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

“ข้าบอกแล้ว เอ็งก็ไม่เชื่อ บอกว่าไม่เป็นอะไร ดูสิเนี่ย หมดเงินไปอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้”

ปู่เทียมบ่นพึมพำ ณิรินจึงกระเถิบไปนั่งบนเตียงและกอดเอวปู่

“อย่าคิดมากน่าปู่ เงินทองเป็นของนอกกาย ปู่เคยบอกณิไม่ใช่หรือว่า ถ้าไม่ตายเราก็หาใหม่ได้”

“ปู่สงสารเอ็ง ทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องมาจ่ายให้ปู่อีก”

ณิรินซบหน้ากับไหล่ปู่ กอดเอวปู่ให้แน่นขึ้นไปอีก

“ณิสบายมากปู่ รอให้ปู่หายก่อน แล้วณิจะทำงานให้หนักกว่านี้ เราสองคนจะได้รวยกันเสียที”

ปู่แกล้งแจกมะเหงกใส่หัวหลานสาว ณิรินย่นคอ ร้องโวยวาย

“ปู่ก็ เขกทำไม ณิเจ็บนะ”

“ก็เอ็งจะได้เลิกเพ้อยังไงล่ะ ดวงเอ็งน่ะไม่มีวันรวย ยกเว้นจะได้แต่งกับคนรวย แต่ทำไงได้ เอ็งก็ไล่เขาไปแล้ว”

“นี่ปู่อยากให้ณิช้ำใจตายหรือไง ย้ำอยู่ได้”

“เออ…ข้าไม่พูดมากแล้ว ข้าจะนอน วันนี้ตรวจอะไรไม่รู้ เมื่อยชะมัด”

การติดเครื่องตรวจดูการเต้นหัวใจนั้นจะต้องมีอุปกรณ์ระโยงระยางอยู่บนหน้าอกแถมยังกินเวลาถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ปู่เทียมจึงเริ่มเบื่อ

“ลงก็ได้ ปู่นอนเถอะ”

หญิงสาวประคองปู่เทียมให้นอนลง แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พยาบาลสาวประจำห้องเดินเข้ามา

“ขออนุญาตนะคะคุณปู่ พอดีมีคนมาขอเยี่ยมค่ะ”

“ใครหรือ”

สองปู่หลานอดสงสัยไมได้ เพราะเพื่อนในหมู่บ้านต่างก็มากันแทบทุกคนแล้ว ที่ยังไม่ได้มาก็ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมที่บ้านทีเดียว

“เขาบอกว่าชื่อธงรบค่ะ อยากมาขอพบปู่เทียม อนุญาตให้เข้ามาไหมคะ”

ปู่เทียมยิ้มอย่างดีใจ ท่าทางเบื่อๆ แบบเมื่อครู่หายไปราวกับคนละคน เขาพยักหน้าหันไปหาพยาบาล

“บอกเขาว่า เข้ามาได้เลย”

“ธงรบนี่ใครหรือปู่”

“เพื่อนข้าเอง ไม่ได้เจอกันนานแล้ว”

 

“เราสองคนไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วนะไอ้ธง แล้วนี่เอ็งรู้ได้ยังไงว่าข้าอยู่ที่นี่”

ทั้งคู่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่สุธินเหมือนกัน สมัยวัยรุ่นทั้งคู่เคยบวชเรียนวัดเดียวกัน หลังจากนั้นก็ร่ำเรียนอาคมมาด้วยกัน หลังจากหลวงปู่มรณภาพ ทั้งสองต่างก็แยกย้ายกันไป ธงรบแต่งงานกับผู้หญิงในหมู่บ้านเดียวกันและมีลูก เขาเปิดตำหนักธงรบอยู่ที่จังหวัดอ่างทอง ส่วนปู่เทียมนั้นก็ย้ายเข้ากรุงเทพฯ  ช่วงแรกทั้งสองมีเขียนจดหมายหากันบ้าง ครั้งหลังสุดที่เจอกันคือตอนที่ภรรยาของธงรบเสียชีวิต เขาเสียใจอย่างมากและโทษตัวเองว่าไม่ได้ดูแลหล่อนเท่าที่ควร ทั้งที่ควรจะรู้ล่วงหน้าว่าภรรยาชะตาขาดแต่เขากลับไปดูดวงให้คนอื่น และนี่เป็นต้นเหตุให้เขาปิดตำหนักและหันมาศึกษาพระธรรมแทน

“ข้าแวะไปที่บ้าน แต่คนแถวนั้นบอกว่าเอ็งไม่สบาย ก็เลยแวะมาเยี่ยม”

ธงรบไม่ได้มาคนเดียวแต่เขามีชายอีกคนตามมาด้วย คะเนดูอายุแล้วน่าจะประมาณสามสิบกว่าๆสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์

“แล้วนี่เอ็งยังพักอยู่ที่เดิมหรือเปล่า”

“ใช่ ที่ลงมากรุงเทพก็เพราะคืนก่อนฝันถึง”

ปู่เทียมมองเพื่อนรัก ทั้งสองต่างเป็นคนที่ศึกษาอาคมมาด้วยกัน ต่างก็รู้ว่าความฝันบางครั้งก็คือ ลางบอกเหตุ

“ข้าไม่เป็นอะไรหรอก ดวงยังไม่ถึงฆาต”

“แต่ก็มีเคราะห์ เป็นเคราะห์หนัก”

“เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดาโลก จะเอาอะไรมาก ข้าเองก็อายุมากแล้ว ใช้ชีวิตมานาน ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ขอให้มันเป็นกรรมเก่าจากชาติปางก่อน ข้าเองก็น้อมรับมันเอาไว้”

“เอ็งยังไม่ตายหรอก ข้าเชื่อ บุญเก่าเอ็งก็เยอะเหมือนกัน” ธงรบตบบ่าปูเทียม ทั้งสองต่างหัวเราะ

“เออ…แล้วนั่นหลานเอ็งหรือ หน่วยก้านดีนะ ทำงานอะไรล่ะ”

“ธนูเป็นหมอดู เอ็งเคยได้ยินไหม หลานข้าดังมากเลยนะ”

ณิรินมองตามแล้วก็นึกขึ้นได้ หล่อนนั่งฟังปู่เทียมกับปู่ธงรบคุยกันมาพักใหญ่แล้ว หลานชายของธงรบเป็นหมอดูชื่อดัง เมื่อหลายเดือนก่อนออกโทรทัศน์เรื่องนายทหารคนหนึ่ง

“ณิเคยเห็นค่ะ ออกทีวีบ่อยๆ ดังมากจริงๆค่ะ”

“โอ๊ย ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับน้องณิ”

“ดีแล้ว เอ็งสองคนรู้จักกันไว้ ส่วนปู่ๆ อย่างเราก็แก่เกินแกงแล้ว รอให้หลานทำมาหากินเลี้ยงจะดีกว่า”

หลานชายของปู่ธงรบประนมมือไหว้ปู่เทียม

“ไหว้พระเถอะ ช่วงนี้ลูกค้าคงเยอะละสิ”

“เยอะครับ มีลูกค้านัดเต็มเกือบทุกวัน”

“เออดีนะ ว่างๆ สอนหลานปู่บ้างนะ ไอ้ณิมันไม่เอาไหนเลย ปู่พยายามสอนมันไม่เท่าไหร่ มันก็ไม่ยอมเรียนเอาเสียเลย ดูสิป่านนี้ต้องไปนั่งขายหินกับดูดวงตามตลาดนัดงกๆ”

ณิรินอ้าปากค้างถลึงตามองปู่

“ปู่ก็ ไปเผาณิอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ อายเขา”

“อายทำไม เอ็งจะได้ขยันๆ หน่อยยังไงล่ะ หัดเอาอย่างหลานของไอ้ธงรบบ้าง อายุน่าจะรุ่นๆ เดียวกันใช่ไหม”

“ผมคงแก่กว่าครับ เพราะผมเกิดปี…”

ธนูบอกปีเกิดของตน ณิรินจึงพูดวันเดือนปีเกิดของตนไปบ้าง แต่พอได้ยินธนูกลับชะงัก เขาขมวดคิ้ว

“มีอะไรหรือ…”

“เอ่อ…เปล่าครับ ดวงของน้องณิก็ปกติ แต่ว่าดวงของผู้หญิงอีกคนมันแปลก…”

ธนูเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาหยิบสมุดจดของตนเองออกมาและจดวันเดือนปีเกิดของณิรินลงไป ก่อนจะขีดๆ เขียนๆ เหมือนกำลังคำนวณอะไรอยู่

“มีอะไรหรือเปล่าไอ้ธนู นี่เอ็งสงสัยอะไรหรือ เห็นหน้าเครียดตั้งแต่ตอนมารับปู่ที่บ้านแล้วนะ”

ธนูเพิ่งเลิกงานและเป็นคนอาสาขับรถพาปู่มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล แต่ตลอดทางเขากลับมีสีหน้าเคร่งเครียด ปู่เทียมชะโงกหน้าไปดูสมุดจดที่มีวันเดือนปีเกิดจดอยู่

“เปล่าหรอกปู่ ผมแค่คิดไม่ตก ปู่ว่าเป็นไปได้ไหมว่า จะมีคนที่วันเดือนปีเกิดไม่ตรงกับเส้นลายมือ แม้แต่ไพ่ยิปซีก็ยังไม่เหมือนกันด้วย”

“แสดงว่าฤกษ์เกิดผิดน่ะสิ อาจจะพ่อแม่จำผิด แล้วก็เลยบอกลูกผิดก็เป็นได้”

“แต่ผมถามย้ำเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยืนยันว่าจำไม่ผิดแน่”

“แล้วผู้หญิงคนนั้นเขามาดูอะไรล่ะ”

“ก็มาดูฤกษ์แต่งงานกับแฟน ผู้ชายก็หน้าดำคล้ำเหมือนคนโดนของ แต่ดวงของผู้หญิงมันไม่น่าเป็นไปได้ มันเหมือนดวงคนที่ถึงฆาต”

“เฮ้ย…อย่างนั้นเลยหรือ”

“น่าเสียดาย เพราะผู้ชายเป็นถึงเจ้าของบริษัท เห็นบอกว่าร่ำรวยมาก ปู่เคยได้ยินชื่อ บริษัท…ไหม”

พอชื่อบริษัทหลุดออกมาณิรินกลับเป็นฝ่ายหน้าเผือดสนิท หล่อนเอ่ยถามเสียงพร่า

“คุณธนูบอกว่า ใครไปดูฤกษ์แต่งงานนะคะ”

“ก็คุณอคิณยังไงล่ะครับ เจ้าของบริษัท พีพีอินชัวร์รันส์ เขาบอกว่าต้องการฤกษ์แต่งงานที่เร็วที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ไม่เกินเดือนหน้า เขาใจร้อนอยากแต่งงานกับเจ้าสาวเร็วๆ”

 

“เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่าณิ เห็นเงียบตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว”

ณิรินแอบปาดน้ำตาออกจากแก้ม แม้จะบอกตัวเองว่าไม่สนใจอคิณอีกต่อไปแล้ว แต่ที่จริงก็ยังเจ็บปวด ณิรินยังรู้สึกทรมานยามได้ยินว่าเขาอยู่กับผู้หญิงอีกคน ยิ่งรู้ว่าความสัมพันธ์ก้าวไปไกลถึงขั้นแต่งงานก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ

“เปล่าจ้ะปู่ ณิไม่ได้เป็นอะไร”

ไม่เพียงแต่ณิรินที่เงียบ แต่ปู่เทียมเองก็เหมือนครุ่นคิดบางอย่างอยู่เช่นเดียวกัน ธงรบกับหลานชายนั่งคุยอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงถึงได้ลากลับ แต่สิ่งที่ปู่เทียมขอเอาไว้กลับเป็นวันเดือนปีเกิดของอคิณ และวรัญญา

“งั้นก็แล้วไป คิดว่าเอ็งอกหัก จนอยากโดดตึกตายเสียอีก”

“ไม่มีทางหรอกปู่ ชีวิตณิมีค่ามากกว่านั้นเยอะ ถึงไม่มีแฟนแต่ณิก็อยู่ได้”

“ก็ดีแล้ว เพราะเท่าที่ฟังจากไอ้ธนูเล่า อคิณคงจะหลงผู้หญิงคนนั้นจริงๆ”

ณิรินเล่าเรื่องที่หล่อนพยายามถอนอาคมที่อยู่ในตัวอคิณด้วยการนำน้ำมนต์ไปราด แต่ผลก็คือ เขากลับปฏิเสธหล่อนอย่างไร้เยื่อใย นั่นหมายถึงว่าเขาอาจตกหลุมรักวรัญญาจริงๆ ก็ได้

“อย่าพูดถึงเขาเลยปู่ ณิไม่สนแล้ว เขาจะเป็นยังไงก็ช่าง”

“แม้ว่า เขาจะมีเคราะห์หนักในช่วงนี้งั้นหรือ”

“เคราะห์หนักอะไรหรือปู่”

ปู่เทียมยื่นกระดาษส่งให้ หลังจากธงรบกลับไป ณิรินก็เห็นปู่เทียมขีดๆ เขียนๆ ในกระดาษเหมือนกำลังทำนายอะไรบางอย่าง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ

“ถ้าฤกษ์วันเดือนปีเกิดนี้ถูกต้องจริง ข้าคิดว่าไอ้หนุ่มนั่นกำลังมีเคราะห์”

ครั้งก่อนปู่ดูดวงอคิณทั้งโหงวเฮ้งและเส้นลายมือ เป็นการคำนวณคร่าวๆ แต่ครั้งนี้สิ่งที่ปู่เทียมจดใส่กระดาษบอกว่า เคราะห์ครั้งนี้อาจจะหนักถึงเลือดตกยางออกเลยทีเดียว

“แต่เขากำลังจะแต่งงานนะปู่ และถ้าไม่มีใครไปขัดขวาง จะมีอันตรายได้ยังไง”

“ชะตาของคนเราถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่ว่าจะมีอะไรผ่านเข้ามาแต่ก็เลี่ยงกรรมในอดีตไม่ได้อยู่ดี ไอ้หนุ่มนั่นกำลังดวงตกสุดๆ”

“แล้วไม่มีทางทำให้ดีขึ้นได้เลยหรือปู่”

“คงยากน่ะ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรรม เราทำได้ก็แค่เตือนให้ไอ้หนุ่มนั่นระวังตัว ถ้ามันยอมฟังนะ แต่ถ้ามันยังดื้อก็คงต้องปล่อยไปตามกรรม แต่ที่ปู่ยังสงสัยอีกเรื่องคือ ดวงของผู้หญิงคนนั้น…”

“ทำไมหรือปู่”

ปู่เทียมมีสีหน้าเคร่งเครียด ณิรินเห็นปู่จดอะไรยุกยิกลงกระดาษ บางครั้งก็เปิดตำราที่นำมาด้วยดูอยู่หลายครั้ง

“นี่คือ ดวงพินทุบาทว์ ดาวแห่งการหายนะ ดาวอัปมงคล ไปอยู่ไหนก็จะทำให้เดือดร้อน”

“ปู่ว่าจะเป็นไปได้ไหมว่า วรัญญาคือคนที่ทำคุณไสยใส่อคิณ”

“ก็คงไม่มีคนอื่นแล้วมั้ง แต่ดวงชะตานี้มันแปลกจริงๆ อย่างที่ธนูบอก ปู่ว่าเหมือนมีอะไรผิด…”

ณิรินได้แต่ถอนหายใจ ไม่ว่าดวงของวรัญญาจะเป็นยังไงสุดท้ายหล่อนก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ปู่เทียมยังไม่หายดี ลำพังแค่หล่อนคงไม่ไปวุ่นวายกับอคิณอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเขาตัดสินใจแต่งงานกัน สิ่งที่ต้องทำคือ ตัดใจ

“ช่างเขาเถอะปู่ ณิไม่อยากรู้ความจริงอีกแล้ว ถึงยังไงก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี”

“ปู่ขอโทษ ถ้าทำให้เอ็งไม่สบายใจ”

“ไม่เลยปู่ ณิต่างหากที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ ในเมื่อณิตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของอคิณอีก ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามดวงแล้วกัน”

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!