ดวงใจระบายสี บทที่ 5 : ฝีแปรง

ดวงใจระบายสี บทที่ 5 : ฝีแปรง

โดย : ปิยะพร  ศักดิ์เกษม

ดวงใจระบายสี โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม เรื่องราวของใจสกาว หญิงสาวที่เปรียบเสมือนผ้าขาวสะอาด เมื่อเธอตัดสินใจไปเมืองหลวงโลกอย่างนิวยอร์ก สีสันต่างๆ ก็เริ่มแต่งแต้มชีวิตของเธอ สีสันที่มาพร้อมชายหนุ่มสามคนที่กลายเป็นสีสามสีที่ปาดป้ายระบายลงในดวงใจของเธอ… นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

 

แม้ใจสกาวจะมองตามนพัชผู้เคลื่อนไหววุ่นวายอยู่ภายในห้องนอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ‘เห็น’ อาการลนลานเก็บเครื่องสำอางและเสื้อผ้าวาบหวิวบางเบาซึ่งวางระเกะระกะให้กลับเข้าไปอยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง

ภาพเหล่านั้นผ่านดวงตาแล้วลอยหายไปไหนก็ไม่รู้ หญิงสาวไม่เห็น ไม่ได้รับมันเข้าไปในสมองเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งคุยกับแองเจลล่า อันที่จริงเป็นฝ่ายพูด… เล่า… ถึงพ่อ ถึงย่า ถึงน้องสาว ถึงผลการเรียนและถึงสถาบันการเงินที่ทำงานของตัวเองต่างหาก

ตราบจนกระทั่งได้เห็นนพัชยกเอากระเป๋าเดินทางใบย่อมเข้าไปในห้องนอนเล็กๆ แล้วทำท่าเหมือนจะเปิดมันออก เหมือนจะรื้อเอาข้าวของในนั้นออกมาจัดให้นั่นแหละ ใจสกาวจึงนึกได้ รีบลุกผละตรงเข้าไปหา

“พี่พัช ไม่ต้องค่ะ… หนูรื้อเองจัดเอง”

“ห้องเล็กและรกหน่อยนะ… พี่ขอร้องให้แองจี้มาอยู่เป็นเพื่อนน้องหนู ไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าเขามาเที่ยวนึงแล้วเมื่อกี้นี้ แต่แม่นี่ก็ไม่ค่อยจะมีระเบียบ จัดกระเป๋าเอาไว้ข้าวของรกรุงรัง… กระจุยกระจายเชียว…”

แม้แต่นพัชซึ่งเป็นผู้พูดเองได้ฟังถ้อยคำของตัวเองแล้วยังรู้สึกถึงความไม่สอดคล้อง รู้สึกถึงความกระหืดกระหอบลนลานแก้ตัวอย่างไรอยู่ หากใจสกาวจะรู้สึกรู้สาก็หาไม่ เจ้าหล่อนยังคงยิ้มรื่นเมื่อเป็นฝ่ายปลอบ

“ห้องไม่เล็กหรอกค่ะ อยู่กันสองคนได้สบายๆ และเรื่องรกก็ไม่ต้องห่วง หนูจัดการดูแลให้ได้ค่ะ… เป็นห่วงแต่พี่พัชว่าจะนอนไม่สบาย หนูนึกว่าอพาร์ตเมนต์ของพี่มีสองห้องนอน…”

“ห้องเดียวจ้ะ มีครัวเล็กๆ และส่วนนั่งเล่น ซักผ้าก็ต้องลงไปที่ใต้ดิน ห้องน้ำก็มีห้องเดียว แต่มีประตูเข้าได้สองทางจากในห้องนอนและในห้องนั่งเล่น” ความเป็นห่วงเป็นใยจากสายตาของผู้ฟังทำให้ชายหนุ่มอธิบายเพิ่มเติม

“พี่นอนในห้องนั่งเล่นได้สบาย เพราะเก้าอี้อีกตัวกางออกมาเป็นเตียงเดี่ยวได้  อพาร์ตเมนต์มันคับแคบไปหน่อย นี่แหละที่ทำให้พี่มองว่าผู้ใหญ่จะไม่สบายใจเลยไปลากเอาเพื่อนที่พอพึ่งพาได้อย่างแองจี้มาอยู่ด้วย…”

…สองสาวคุยกันราวกับสนิทสนมกันมานานปี ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปอีกไม่นานความลับคงแตก… นพัชคิดก่อนหรี่เสียงให้เบาลงอีกทั้งๆ ที่รู้ดีว่าต่อให้ได้ยินเต็มสองหู แองเจลล่าก็ไม่เข้าใจภาษาที่กำลังพูดกันอยู่ดี

“น้องหนูอย่าไปบอกแองจี้นะ ว่าเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ กัน ถ้าเขารู้เขาไม่ยอมมาอยู่กับเราแน่ๆ จ้ะ ธรรมเนียมคนพวกนี้เขาไม่ถือ… เขาเห็นว่าเป็นคู่รักกันก็ต้องนอนด้วยกัน เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเขามาอยู่ด้วยเขาก็จะกลายเป็นส่วนเกิน…”

คำพูดของนพัชทำให้พวกแก้มของใจสกาวร้อนผ่าวและมีสีจัดขึ้นนิดหนึ่ง เธอรับคำเสียงเบา

“ค่ะ พี่พัช น้องหนูไม่บอก ถ้าเขาถามหนูจะบอกเขาว่าเราเป็นพี่น้องกันจริงๆ”

วูบหนึ่งที่ชายหนุ่มนึกแปลกใจตัวเอง เขาไม่เคยโกหก… ตลบแตลง… มากมายอย่างนี้มาก่อนเลย นี่เป็นเพราะสถานการณ์บังคับให้ต้องเอาตัวรอดแท้ๆ นอกจากเขาจะโป้ปดได้โดยไม่กะพริบตาแล้ว ยังสามารถสร้างเรื่องพูดจาเอาบุญเอาคุณจากอีกฝ่ายได้ด้วย

นพัชรู้สึกคล้ายตัวเองถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ของที่อยู่ในมือข้างหนึ่งเป็นของดี ของล้ำค่า ที่จะยึดถือเอาไว้ได้ยืนยาว… เขารู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ณัฐพรผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวของเขาบอกแล้ว

“น้องหนูเป็นเด็กน่ารัก ปกครองง่าย คิดดูก็แล้วกัน… เป็นลูกสาวคุณธีรชัย มีส่วนไปทุกเรื่องในฐานะลูก สมบัติทางแม่เขาก็มี แถมยังบริสุทธิ์สดใสเป็นน้ำค้างกลางหาว เป็นลูกเจี๊ยบที่เพิ่งออกจากไข่…”

น้ำเสียงของอีกฝ่ายเจือริ้วรอยจิกกัดประชดประชันอย่างปิดไม่มิด… และนพัชก็รู้จักผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวของตนเองดี หลังจากพลาดหลวมตัวหลวมใจไปกับคู่รักเก่าแล้ว ณัฐพรก็พัฒนา ‘อัปเกรด’ ตัวเองขึ้นมาให้กลายเป็นคนเจ้าแผนการ รอบคอบ และมองทุกเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนได้กว่าเดิมหลายเท่า

ณัฐพรคงมองออก… มองทะลุว่า… แม้ว่าตนเองจะสามารถก้าวเข้าไปเป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกของชายที่เพียบพร้อมทุกด้านอย่างธีรชัย หากก็คงมีบางส่วนที่จะหลุดรอดเงื้อมมือไปได้บ้าง ทั้งเรื่องทรัพย์สินเงินทอง และเรื่องของทัศนคติมุมมองต่างๆ

การหลุดรอดไปนั้นก็ไม่พ้นเป็นไปตามความคิดความต้องการของลูกสาวอันเกิดจากภรรยาเก่า… ทว่า การตามกีดกันใจสกาวก็จะทำให้ณัฐพรดูเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย ดังนั้นนพัชนี่แหละที่ควรจะเป็นคนคอยรองรับและดูแลสาวน้อยผู้นั้นอีกชั้น

และเมื่อคบหา เขาก็ได้เห็นว่าลูกเลี้ยงของณัฐพร ซื่อตรง ใจกว้าง มองโลกในแง่งาม อ่อนหวานสดใส น่ารักน่าเอ็นดูกว่าที่เคยคิดไว้ สมกับที่ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวเคยสำทับกับเขาไว้ในวันแรกที่ได้แนะนำให้รู้จักกัน… “ผู้หญิงอย่างน้องหนู… ใครได้ไปก็เป็นบุญของคนนั้น!”

เขามีบุญ และถือ ‘บุญ’ นั้นไว้ในมือร่วมห้าปีแล้ว… เรื่องมันคงไม่ยุ่งและไม่ทำให้เขากลายไปคนโกหกปลิ้นปล้อนแบบนี้ ถ้าชีวิตในต่างแดนจะไม่ส่งบุญหรือบาปก็ไม่รู้มาตกใส่มืออีกข้างของเขา มันช่างยั่ว… ยวนใจเหลือเกิน… และเขาก็กำลังอยากได้มันใจแทบขาด!

ชายหนุ่มชี้ให้ใจสกาวดูล็อกที่บานประตูห้องน้ำทั้งสองด้าน อธิบายให้เธอฟังถึงการลงไปซักผ้าที่ห้องชั้นล่างสุดของตึก แล้วรีบร้อนออกมา กระซิบเสียงเบากับผู้ที่นั่งเหยียดขาอย่างสบายอยู่บนโซฟาหน้าจอทีวี

“ครอบครัวคนไทยมีธรรมเนียมไม่เหมือนคนที่นี่ เราต้องปิดน้องสาวของผมเอาไว้สักระยะนะครับ ไม่อย่างนั้นถ้าเขาไปฟ้องคุณแม่ว่าผมมีคู่รัก… ผมถูกเรียกตัวกลับแน่”

แองเจลล่าเลิกคิ้ว แย้มริมฝีปากอิ่มเป็นรอยยิ้มขบขัน หญิงสาวเอนตัวลงพิงพนัก เหยียดแขนยืดตัวอย่างเกียจคร้านจนก้อนเนื้อกลมหยุ่นแทบจะเด้งขึ้นมาชี้หน้ากัน หญิงสาวยอมเล่นด้วย ยอมเล่นด้วยการเดินไปตามคำพูดของเขา คำพูดที่เธอไม่เชื่อมากกว่าเชื่อ

“ธรรมเนียมบ้านคุณเมืองคุณนี่แปลก เอาเถอะ คุณจะให้ฉันบอกกับน้องสาวคุณว่าอย่างไร”

“บอกว่าคุณเพิ่งมาวันนี้ เดี๋ยวนี้ เพราะผมขอร้องให้มาอยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลน้องสาว…”

“แต่ฉันไม่ดูแลใครหรอกนะ” อีกฝ่ายยิ้มยั่ว “และฉันไม่ได้เป็นคู่รักของคุณ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ฉันแค่มาขออาศัยห้องคุณอยู่เพราะห้องฉันท่อน้ำรั่ว”

สายตาสองคู่แลสบ… ฝ่ายหนึ่งยั่ว ฝ่ายหนึ่งอยาก… นพัชรู้สึกถึงความร้อนเร่าในกาย ราวกับมีถ่านคุแดงกำลังจะลุกโพลงติดเป็นเปลวไฟอยู่ในอก

“แค่พูดแต่ไม่ต้องทำ” ชายหนุ่มบอกเสียงพร่า

“แล้วฉันจะได้อะไรจากการช่วยคุณ… ค่าแรงฉัน… แพงนะ!” แองเจลล่าเลิกคิ้ว ตะแคงตัวหันมามองหน้าเขา จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ทรวงอกของเธอบดเบียดกับต้นแขนนพัช… วันนี้หญิงสาวเล่นบทบาทแรงร้อนขณะที่สามคืนแรกที่มาค้างอยู่ที่นี่สวมบทเป็นสุภาพสตรีกึ่งเปิดเผยกึ่งถือตัว ปั่นหัวกันยิ่งกว่าลูกข่าง

นี่ถ้าอยู่กันตามลำพัง ถ้าไม่มีเสียงรูดซิปเปิดกระเป๋าเดินทางดังควาก! ดังมาจากในห้อง ชายหนุ่มคงกระชากร่างอวบหยุ่นแน่นตึงนั้นเข้ามาในอ้อมแขน ดึงทึ้งเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากตัวแล้ว คืนนี้เขาตั้งใจจะไม่พลาดท่าเหมือนอย่างเมื่อคืนวันวานอีก

เมื่อคืนวานเขาพลาดปล่อยให้เจ้าหล่อนหอบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน ล็อกประตูแล้วหัวเราะคิก ๆ อยู่ภายใน… มันทำเอาชายหนุ่มหัวหมุนงุ่นง่านอยู่นานกว่าจะหมดแรงหลับไป…

…และวันนี้ก็มีใจสกาวมาเป็นก้างขวางคอ! หากถึงอย่างไรเขาก็ต้องเก็บใจสกาวไว้ ทั้งยังมั่นใจว่าตนเองสามารถถือ ‘ของ’ ไว้ได้ทั้งสองมือ!

เมื่อหญิงสาวผู้มาเยือนจัดเก็บข้าวของเข้าที่เสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินออกมาพบ ‘พี่พัช’ ของเธอที่กำลังง่วนอยู่ในครัวเล็กๆ แม้จะเปิดเครื่องดูดควันแล้ว เขาก็ยังลากเลื่อนประตูกระจกฝ้ากั้นส่วนระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นไว้ เพื่อไม่ให้กลิ่นอาหารเข้าไปรบกวนภายในมากเกินไป

ส่วนแองเจลล่านั้น ยังคงนั่งเหยียดขาอยู่หน้าทีวี หากตอนนี้ไม่ได้เปิดทีวีแล้วกลับใส่หูฟังฟังเพลงจากเครื่องเล่นขนาดเล็กไปพลาง ใช้เท้าเคาะจังหวะไปพลาง

“วันนี้กินอาหารกล่องนะ น้องหนู พี่ไม่อยากพาออกไปทานข้างนอก เดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป… เพิ่งเดินทางไกลมาหยกๆ”

ใจสกาวเพิ่งรู้ว่าตนเองเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเมื่อเสร็จจากมื้ออาหารนั่นเอง หญิงสาวอาบน้ำแปรงฟันเปลี่ยนชุดนอนที่รัดกุม คลานขึ้นเตียงแล้วหลับสนิทราวโลกดับไปต่อหน้า หลับลึกหลับนานชนิดที่ใครมาลากตัวลงจากเตียงก็คงยังไม่ตื่น

เธอมารู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อไม่มีใครเหลืออยู่ในอพาร์ตเมนต์สักคน หญิงสาวล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดินงุ่มง่ามออกไปหาของกินในครัว… ในตู้เย็นมีพิซซ่าที่กินกันไว้เมื่อวานยังเหลืออยู่พอให้รองท้อง และมีทั้งนมสด โยเกิร์ต กาแฟ ซีเรียลวางอยู่พร้อมพรั่งที่หน้าเคาน์เตอร์

ตรงบานประตูตู้เย็นมีโน้ตของนพัชติดอยู่ เขาเขียนไว้สั้นๆ ว่า “วันนี้พี่มีคลาสสำคัญมาก โดดไม่ได้ เย็นๆ อาจจะค่ำหน่อยค่อยพบกันนะน้องหนู พี่จะพาไปกินอาหารข้างนอกจะได้ไม่เบื่อ”

ต่ำลงมาเป็นโน้ตของเพื่อนใหม่… แองเจลล่า ซานเชส… เจ้าหล่อนไม่เซ็นชื่อตัวเอง หากเขียนการ์ตูนรูปหน้ายิ้มไว้ที่ใต้ตัวอักษร “วันนี้ฉันไปออดิชัน… และอีกไม่นานเธอจะมีเพื่อนเป็นดาราบรอดเวย์”

ใจสกาวยิ้มกับตัวอักษรในกระดาษทั้งสองใบ… ในใจคิด… ทั้งสองคนต้องมีวันที่วุ่นวาย ต่างคนต่างออกจากอพาร์ตเมนต์ไปเพื่อไปปฎิบัติภารกิจของตัว นพัชนั้นคงเรียนหนักตามที่เล่าให้ฟังมาตลอด ส่วนแองเจลล่าก็คงทั้งวุ่นวายทั้งเหน็ดเหนื่อยกับการเรียนและการสมัครคัดตัวเพื่อก้าวตามความฝัน

…แล้วเรายังจะทำให้พวกเขาต้องเหน็ดเหนื่อยเพิ่มอีกหรือ… หญิงสาวกินซีเรียลกับนมหนึ่งชามแล้วลงมือเก็บกวาดห้องครัวจนสะอาดเอี่ยม ขัดถูโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็กที่วางอยู่กลางห้องจนเป็นมันวาวแทบจะดมกลิ่นความสะอาดได้

หลังจากนั้นก็หอบเสื้อผ้าในถุงซักผ้าลงไปยังห้องซักผ้าที่ชั้นใต้ดิน นอกจากจะไม่รู้สึกรังเกียจไม่ว่าจะเป็นชุดชั้นนอก ชุดชั้นใน ชุดออกกำลังกายที่หมกอยู่เต็มถุงทั้งของนพัชและแองเจลล่าแล้ว ใจสกาวยังไม่ฉุกใจคิดสงสัยแม้สักนิดเดียวว่า… ในเมื่อนพัชบอกว่าเพื่อนสาวเพิ่งมาเมื่อวันวาน เหตุใดฝ่ายนั้นจึงมีเสื้อผ้าสกปรกมากกว่าหนึ่งชุดในถุง

หาก… ถ้าจะคิดสงสัย… หญิงสาวก็อาจมีคำตอบให้กับตัวเองอย่างคนมองโลกแบบไร้ความระแวงระวังว่าแองเจลล่าคงมาที่นี่อย่างรีบร้อนตามคำขอร้องของนพัช เจ้าหล่อนก็เลยเอาเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักติดตัวมาด้วยเพื่อมาหาเวลาทำความสะอาดที่นี่

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ใจสกาวลงมือทำความสะอาด แยกเสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าใส่เครื่องซักเครื่องอบอย่างเต็มอกเต็มใจ… ทั้งสองคนเสียสละวุ่นวายเพื่อเธอมิใช่น้อย การทำแค่นี้เป็นการทดแทนให้แค่เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น!

ขณะที่ซักผ้าหญิงสาวก็สามารถผูกมิตรกับหญิงสูงวัยผู้อยู่อาศัยอีกคนหนึ่งในอาคารนี้ ฝ่ายนั้นคงคิดเอ็นดูหน้าใสตาแจ๋วของหญิงสาวจากเอเซียจึงพูดคุยด้วยยืดยาว แถมด้วยการบอกทิศทางการไปร้านค้าในละแวกนี้

ดังนั้นอีกไม่นาน ใจสกาวก็ยกตะกร้าผ้าขึ้นไปเก็บ แล้วหยิบกุญแจห้องพักใส่กระเป๋าสะพายใบโต ก่อนเดินออกไปจากอาคารอย่างร่าเริง

สายลมเย็นสดชื่น… เกือบหนาว… พัดกรูเกรียวต้อนรับการปรากฏตัวของเธอ หญิงสาวมองไปรอบๆ กำหนดทิศทาง เมื่อเดินออกไปพ้นแนวถนนย่อย ฝั่งตรงข้ามคือสวนสาธารณะน้อยๆ และจากจุดนี้เลี้ยวไปด้านหนึ่งก็คือสถานีรถไฟใต้ดิน หากเลี้ยวไปอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ขายสินค้าที่เธอต้องการ

ในที่สุดใจสกาวก็กลับมาพร้อมด้วยน่องไก่ติดสะโพกชิ้นงามสามชิ้น โรสแมรี น้ำมันมะกอก พริกหวาน ผักสด และขนมปังอุ่นๆ หอมๆ แถวยาว ส่วนน้ำตาลทรายแดง เกลือ พริกไทยดำ กับซอสญี่ปุ่นอย่างโชยุนั้น เธอเห็นแล้วว่ามีอยู่ในครัวของนพัช

เมื่อกลับมาถึงหญิงสาวก็จัดการหมักไก่ทั้งสามชิ้นด้วยเครื่องปรุงทั้งหมดที่มี เชื่อว่าเวลากว่าห้าชั่วโมงซอสที่หมักไว้คงซึมเข้าเนื้อไก่ กลายเป็นอาหารเย็นมื้ออร่อยให้คนที่ต้องเสียสละเพื่อเธอทั้งสองคนได้อิ่มหนำในค่ำคืนวันนี้

หลังจากส่งไก่หมักเข้าตู้เย็นแล้ว ใจสกาวก็เริ่มพับแยกเสื้อผ้าที่ซักไว้ตั้งแต่ตอนสาย… ปัดกวาดจัดข้าวของทั้งในห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่นจนหมดจด กว่าจะเสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง เวลาก็ผ่านไปกว่าห้าชั่วโมง

ได้เวลาที่เธอควรนำไก่สามชิ้นเข้าเตาอบพอดี…

Don`t copy text!