ดวงใจระบายสี บทที่ 8 : กระโปรงสีแดง

ดวงใจระบายสี บทที่ 8 : กระโปรงสีแดง

โดย : ปิยะพร  ศักดิ์เกษม

ดวงใจระบายสี โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม เรื่องราวของใจสกาว หญิงสาวที่เปรียบเสมือนผ้าขาวสะอาด เมื่อเธอตัดสินใจไปเมืองหลวงโลกอย่างนิวยอร์ก สีสันต่างๆ ก็เริ่มแต่งแต้มชีวิตของเธอ สีสันที่มาพร้อมชายหนุ่มสามคนที่กลายเป็นสีสามสีที่ปาดป้ายระบายลงในดวงใจของเธอ… นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

 

ใจสกาวพบว่าห้องนั้นเป็นโถงเพดานสูงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่อนข้างยาว ภายในจัดแสงสว่างไว้พอเหมาะสำหรับการชมงานจิตรกรรม ไม่สว่างและมืดจนเกินไป ตรงกลางห้องมีม้ายาวตั้งเป็นระยะ ให้นั่งพักและชื่นชมกับผลงานศิลปะที่แขวนประดับอยู่เรียงรายบนผนัง

ภาพในห้องนี้เป็นภาพในยุคที่เรียกกันว่าอิมเพรสชันนิสม์…หลายรูปคือรูปวาดจากศิลปินที่เธอชื่นชมและคุ้นเคย…

หญิงสาวมองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่ายังมีเวลาอีกมากกว่าเพื่อนสาวจะมาถึง จึงค่อยๆ เดินพิจารณาทีละภาพ สีที่ปาดป้ายลงไปในภาพ ถ่ายทอด ชีวิต ความรู้สึกและห้วงเวลาแห่งการสร้างภาพ ณ วินาทีนั้นของจิตรกร

ความงามอันพร่าพรายของแสงและสีบนผืนผ้าใบในกรอบสี่เหลี่ยมสร้างความเพลิดเพลินให้จนปริศนาที่ค้างคา ภาพที่สร้างความมัวหม่นไว้กลางดวงใจของเธอตั้งแต่คืนวันวานค่อยๆ จมดิ่งลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ… กลายเป็นเพียงแค่ตะกอน

ภาพหนึ่งดูเด่นและแปลกตาอยู่กลางฝาผนังสีเขียวหม่น เธอเดินเข้าไปชะโงกดูใกล้ๆ ก่อนอ่านป้าย แล้วบอกกับตัวเองว่ามันจะไม่แปลกตาได้อย่างไรเล่า ก็นี่คือภาพพิมพ์ท่ามกลางภาพที่เกิดจากการปาดป้ายฝีแปรงของเหล่าจิตรกร

เส้นสีดำคมชัด ทั้งเฉียบขาดและพลิ้วไหว หนักแน่นและว่องไว ราวกับเกิดจากปลายพู่กันทั้งๆ ที่มันเป็นการสกัดลงไปบนพิมพ์หิน ลายเส้นนั้นประสานกันเป็นรูปหญิงสาวผู้หนึ่ง ในชุดกระโปรงยาวสีแดง ในอ้อมแขนมีแมวดำตัวน้อย

“เมย์ เบลฟอร์ต…”

ใครคนหนึ่งพูดขึ้นเบาๆ ที่ข้างตัว ใจสกาวหันขวับไปพบดวงหน้าที่คุ้นเคย หากวันนี้ดูเหมือนผ่อนคลายมากกว่าครั้งแรกที่ได้พบกันที่สนามบิน หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นว่าดวงตาของเขาที่ดูเหมือนดุเข้มนั้นเป็นประกายเจิดจ้า วันนี้ประกายของมันคือความรื่นรมย์พลอยทำให้มันอ่อนสีลงจนกลายเป็นสีน้ำตาลใสเหมือนแก้ว

“โอ๊ย!… สวัสดีค่ะ” ใจสกาวอุทานแล้วยื่นมือออกไปอย่างห้ามตัวเองไม่ทัน แทบจะคว้าเอามือแข็งแกร่งนั้นมาเขย่าอย่างดีอกดีใจ หากฝ่ายนั้นจะไม่กุมมือเธอไว้แล้วบีบเบาๆ อย่างเป็นมิตรเสียก่อน

“ดีใจจังเลยที่ได้เจออีกครั้ง วันนั้นคุณลงจากรถไฟไปตอนไหน ฉันไม่รู้เลย เลยไม่ได้ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”

“คุณขอบคุณผมแล้วหลายครั้ง… ไหว้… ด้วย…” อีกฝ่ายบอกยิ้มๆ แล้วทำท่าให้ดูเพราะรู้ดีว่าภาษาไทยที่เขารู้อย่างจำกัดนั้นเพี้ยนแปร่งเต็มทีจนอาจทำให้ผู้ฟังไม่เข้าใจ และใจสกาวก็นึกได้… วันนั้นเธอทั้งพร่ำขอบคุณเขามากมาย และด้วยกริยาที่น่าขันของ ‘บ้านนอกเข้ากรุง’ จริง ๆ

“จริงค่ะ… แต่ฉันคงรู้สึกว่ายังไม่เพียงพอ ไม่สมกับความใจดีของคุณ” ใจสกาวยืนยันและอีกฝ่ายก็ยิ้ม ดวงตายิ่งเป็นประกายระยับ ยินยอมตอบรับคำขอบคุณซ้ำๆ ของเธออย่างมีพิธีรีตรองก่อนบอกว่า

“เมื่อกี้ที่ผมบอกว่า เมย์ เบลฟอร์ต คือชื่อของผู้หญิงคนนี้… เป็นนักร้องชาวไอริชที่ร้องเพลงอยู่ในไนต์คลับที่ปารีส นี่เป็นภาพพิมพ์ เป็นผลงานของ อองรี เดอ ตูลูส-โลแทร็ก…เธอเป็นนักร้องที่ไม่ได้โด่งดังอะไรมากนัก แต่กลับมาดังคับโลกเพราะผลงานโปสเตอร์ของ ตูลูส-โลแทร็ก”

ผู้เล่ายังคงเล่าไปเรื่อย สีหน้าท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความรู้อย่างลึกซึ้งกับความรักที่มีต่อสิ่งที่กำลังพูดถึง และผู้ฟังก็ฟังเพลินไม่อยากขัดจังหวะทั้งๆ ที่อยากถามเหลือเกินว่าเขาชื่ออะไร และอยากแนะนำตัวด้วย…

“อองรี ตูลูส-โลแทร็ก ทำโปสเตอร์ และเขียนรูปที่มีเมย์ เบลฟอร์ต เป็นนางแบบเอาไว้หลายสิบรูป ทุกรูปจะมีแมวดำสัตว์เลี้ยงของเธออยู่ในภาพด้วย… ว่าแต่ว่ารู้จักอองรี เดอ ตูลูส-โลแทร็ก ใช่ไหม”

“รู้จักค่ะ เขาเป็นศิลปิน เขียนภาพและอยู่อาศัยในปารีสช่วงอิมเพรสชันนิสม์ ฉันไม่ได้เรียนแต่ชอบมากค่ะ ชอบวาดรูป ชอบดูงานศิลปะ” ใจสกาวบอกเสียงใส แล้วก็สาธยายเรื่องของตัวเองอย่างเปิดเผยตามนิสัย

“ตอนแรกก็อยากเรียนนะคะ แต่ครอบครัวเห็นว่าฉันเหมาะกับการบัญชีมากกว่าก็เลยให้เรียนไปทางนั้น บอกกันว่าได้งานดีๆ ที่มั่นคงทำ มีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานแล้วค่อยกลับมาเรียนเป็นงานอดิเรกก็ได้…” แม้พูดเองหญิงสาวก็ยังรู้สึกว่าตนเองกำลังเริ่มกางใบล่องเรือออกทะเล จึงรีบกลับมาเรื่องเก่าโดยเร็ว

“ในหนังเรื่อง มูแลงรูจ ที่แสดงโดยนิโคล คิดแมน มีเขาอยู่ในเรื่องด้วยค่ะ เป็นหนึ่งในแก๊งเพื่อนๆ พระเอก เป็นคนแคระ”

“จริงๆ เขาไม่ได้เป็นคนแคระ แต่กระดูกสะโพกหักทั้งสองข้างตอนอายุสิบสาม ประกอบกับเขามีความผิดปกติทางพันธุกรรมทำให้กระดูกนั้นไม่สมาน รักษาเท่าไรก็ไม่หาย ทำให้กลายเป็นคนที่รูปร่างแคระแกร็น ท่อนบนของร่างกายเติบโตตามปกติ แต่ท่อนร่างโดยเฉพาะขา สั้นอย่างขาเด็ก”

แม้จะเกิดในครอบครัวผู้ดีเก่า บิดามารดามียศศักดิ์เป็นท่านเคานต์และเคาน์เตสส์ หากปมด้อยนี้ก็ทำให้เขาใช้ชีวิตเสเพล หมกตัวอยู่ในคลับในบาร์และซ่องโสเภณีย่านมงมาตร์ในปารีส เขาทุ่มเทชีวิตให้กับการดื่มสุราและงานศิลปะจนมีผลงานเป็นงานจิตรกรรมทั้งสีน้ำและสีน้ำมันร่วมพันภาพ ภาพพิมพ์และโปสเตอร์เกือบสี่ร้อยภาพ ภาพสเกตช์อีกกว่าห้าพันภาพ นอกจากนี้ก็ยังมีงานภาพประกอบหนังสือ งานเซรามิก และงานประดับกระจกสีอีกด้วย

ในเมื่อผู้ฟังเป็นสาวน้อยหน้าใสที่ยังอ่อนต่อโลก ซ้ำเขาเองก็พอรู้ขนบธรรมเนียมที่ประเทศของเธออยู่บ้าง ชายหนุ่มจึงไม่พูดถึงภาพลามกที่อองรี เดอ ตูลูส-โลแทร็ก เขียนเอาไว้ถึงสามร้อยภาพ กลับเล่าช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่แสนสั้นของศิลปิน

“เขาใช้ชีวิตเสเพลทั้งดื่มหนัก ทั้งอยู่อาศัยในคลับในบาร์และในซ่องโสเภณี ร่างกายก็มีความผิดปกติมาตั้งแต่เกิดแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่อายุยังไม่เต็มสามสิบเจ็ดปีเขาก็ตายด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังและซิฟิลิส…”

“รายละเอียดพวกนี้ฉันไม่เคยรู้เลย…” ผู้ฟังรำพึง “แต่ก็แปลกมากนะคะ เขาใช้เวลาแค่ยี่สิบปีสร้างงานเป็นพันๆ ชิ้น แล้วยังทั้งกินทั้งดื่ม…ไปเอาเวลาเอาพลังมาจากไหน…”

ใจสกาวกำลังจะพูดถึงข้อสันนิษฐานที่เธอคิดเสมอเมื่อได้เห็นใครก็ตามสร้างผลงานน่าทึ่งฝากไว้ในโลก… ข้อสันนิษฐานว่าคนพวกนี้ทำสัญญากับซาตาน ยอมให้ชีวิตของตัวเองสั้นลงหรือตกเป็นกรรมสิทธิ์ของปีศาจแลกกับพลังและพรสวรรค์แบบที่คนปกติธรรมดาไม่มี

หากหญิงสาวยังไม่ทันได้พูดข้อสันนิษฐานของเด็กเพ้อเจ้อช่างฝันออกไปดังๆ ก็มีเสียงทักทาย “มิสเตอร์สมิธ!” ดังขึ้นข้างๆ ตัว

อริศราเพื่อนรักของเธอมายืนอยู่ข้างๆ เมื่อไรใจสกาวมิได้รู้ตัวเลย หญิงสาวหันไปกอดเพื่อนขณะที่ฝ่ายนั้นกลับจ้องชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างตื่นตะลึง หากก็ส่งมือให้ตามมารยาทเมื่อซักซ้ำ

“คุณไทรู้จักเพื่อนฉันด้วยหรือคะ”

“พบกันที่สนามบินเมื่อวันก่อน” อีกฝ่ายยิ้มกว้างอวดฟันขาวเรียบเมื่อตอบคำ เขารับมือเพื่อนสาวของเธอมาบีบกระชับก่อนขยายความขันๆ “คุยกันโดยไม่ได้รู้จักกัน ไม่มีใครแนะนำอย่างเป็นทางการ”

“ฉันเองค่ะ” อริสราอาสาด้วยเสียงหัวเราะ “น้องหนู นี่คุณไทเลอร์ สมิธ… คุณไทคะ นี่เพื่อนรักของฉันใจสกาว”

ใครบางคนโบกมือให้เขาตรงประตูอีกด้านของห้อง ไทพยักหน้ารับหันมาเอ่ยคำอำลากับสองสาว ก่อนพูดกับใจสกาวเป็นการเฉพาะ

“ชื่อใจสกาวเรียกไม่ยาก แต่ผมจะเรียกคุณว่าสกาย คุณเหมาะกับชื่อสกาย…”  ใช่! ผู้หญิงคนนี้เหมือนท้องฟ้าฤดูร้อน สว่าง สดใส สะอาด โปร่งโล่งไร้ซอกหลืบและเปิดกว้าง “ขอตัวก่อนนะครับ สกาย อลิส”

สองสาวยังคงยืนมองร่างสูงๆ ที่เดินจากไป ชายที่ยืนรอเขาอยู่ตรงหน้าประตูห้องแสดงภาพเป็นชายสูงวัยร่างท้วมมีผู้ป้ายพนักงานคล้องคออยู่นั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจแม้แต่น้อย รูปลักษณ์และบุคลิกที่โดดเด่นของมิสเตอร์ไทเลอร์ สมิธ ดึงดูดสายตาราวแม่เหล็กแท่งมหึมา

“หล่อ…” ในที่สุดอริสราก็ครางออกมาเบาๆ ทำเอาเพื่อนสาวหัวเราะคิก หากเจ้าตัวจะสนใจกับเสียงหัวเราะนั้นก็หาไม่เจ้าหล่อนยืนยัน

“จริงไหมเล่า สูงผิวคล้ำ วันนี้แต่งตัวสบายๆ นุ่งกางเกงยีนส์ ใส่เสื้อยืดคอกลม มีเบลเซอร์สีน้ำตาลคลุมทับ แต่ดูดียังกับนายแบบ… ธรรมดาเขาจะหน้าเคร่งๆ ตาดุๆ หน่อยนะ แต่คุยกับน้องหนูทำไมดูใจดี ผ่อนคลาย จนฉันแทบไม่เชื่อสายตา”

ความที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็กอริสราจึงแปลความขบขันแกมประหลาดใจในดวงตาของเพื่อนสาวได้ไม่ยาก ใจสกาวกำลังถามว่า‘ทำไมเธอแสนรู้’ และมันก็ทำให้ต้องขยายความ

“คุณปู่เขาเป็นเจ้าของตึกด้านหน้าถนนตรงใกล้ๆ ไทม์สแควร์สองตึก ตึกที่ฉันอยู่หลบหลังเข้ามาหน่อย ตึกอพาร์ตเมนต์ที่ฉันอยู่คุณปู่เขาก็เป็นเจ้าของเหมือนกัน เขาว่ากันว่าแกเป็นช่างเหล็ก รวยขึ้นมาจากการค้าเหล็ก ตึกสามหลังนี่ก็ซื้อไว้ถูกๆ สมัยสงครามโลก… แต่นั่นคือความรวยไม่ใช่ความหล่อ…” ผู้พูดหัวเราะร่วน

“คุณปู่เขาเป็นแอฟริกันอเมริกัน คุณย่าผมทอง ได้ยินว่าคุณตาเป็นอังกฤษ ส่วนคุณยายเป็นฝรั่งเศสเชื้อสายสเปน แล้วตัวแกก็รับเอาส่วนดีๆ มาไว้หมด ผิวสีสวย ตาคมกริบ ปากอิ่ม… เออ! แต่น้องหนูมีแฟนแล้วนี่นา คงไม่มีตามองเห็นความหล่อของใครแล้วล่ะ มะ! มานั่งคุยกันก่อนว่าเป็นไงมาไง ถึงมาได้ถึงที่นี่”

แล้วสองสาวผู้ไม่ได้พบเจอกันนานสามสี่ปีก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวกลางห้องหน้าภาพพิมพ์ เมย์ เบลฟอร์ต ในกระโปรงชุดสีแดง ฝีมือการสร้างสรรค์ของอองรี เดอ ตูลูส-โลแทร็ก นั่นเอง

 

นพัชกลับเข้าอพาร์ตเมนต์มาในช่วงเวลาบ่ายจัด วันนี้ช่วงเช้าเขาต้องเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา และหลังอาหารกลางวันก็ต้องเข้าประชุมกับทีมงานที่ทำโครงงานส่งด้วยกัน

ชายหนุ่มเข้าประชุมด้วยสภาพใจลอยและเครียดเคร่ง เขาฟังเรื่องการผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค การกำหนดราคา เทคนิคการปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด การส่งเสริมการขาย ที่พ่นออกมาจากปากเพื่อนหัวแดงหัวทองรอบ ๆ ตัว… เป็นการฟังแต่ไม่ได้ยินอยู่ชั่วโมงเศษ กว่าการประชุมนั้นจะเลิก

เขาอยากตามไปหาแองเจลล่า… รู้ดีว่าวันนี้เธอมีเรียนการเต้นรำแบบละตินที่สตูดิโอแห่งหนึ่งย่านอัปเปอร์เวสต์ไซต์ หากก็ไม่อยากให้เกิดความบาดหมางมากขึ้นไปกว่าเมื่อวันวาน… แค่นี้ ความตึงเครียดทั้งทางเพศและทางอารมณ์ที่มีต่อกันก็เขม็งเกลียว… มันรุนแรงจนแทบขาดแล้ว

ภายในห้องว่างเปล่าและเงียบสงัด นพัชเดินเข้าไปในห้องครัวที่ประตูเลื่อนเปิดอยู่เพียงครึ่ง มุ่งตรงไปเปิดประตูตู้เย็นหมายใจจะหยิบเบียร์สักกระป๋องมาเปิดดื่ม หากกระดาษแผ่นที่ติดด้วยแม่เหล็กที่หน้าบานประตูตู้เย็นก็หยุดสายตาของเขาเสียก่อน

ชายหนุ่มกวาดตาอ่านเร็วๆ …ใจสกาวแจ้งว่าจะรับประทานอาหารเย็นนอกบ้านโดยให้เขาและแองเจล่าตามไปสมทบ สถานที่จะแจ้งกลับมาอีกครั้ง… นาม ‘อริสรา’ ที่ปรากฏอยู่ในกระดาษใบน้อยนั้นทำให้เขาเสียวสันหลังวูบๆ อย่างไรอยู่

ครั้งแรกที่ได้พบกันที่ไอริชผับห่างจากท่าเรือที่เจ็ดสิบแปดแค่สี่ห้าบล็อก เจ้าหล่อนก็เดินเข้ามาทักง่ายๆ แนะนำตัวเองพร้อมๆ กับมองสำรวจเขาอย่างถี่ถ้วนและด้วยดวงตาคมกริบ มองจนเหมือนทะลุเข้าไปถึงตับไตใส้พุง

ความเป็น ‘เพื่อนสนิทของน้องหนู’ ตามที่เจ้าตัวแนะนำ ทำให้นพัชอยากจะซุกแก้วเหล้าในมือไว้ใต้โต๊ะแล้วเอาผ้าปูโต๊ะคลุมศีรษะสาวสวยที่นั่งอยู่เคียงข้างเขาไว้ให้พ้นจากสายตาจับสังเกต… เฉลียวฉลาดจนถึงขั้นทิ่มแทงนั้น

ใจสกาวคงไม่ว่าอะไร คงมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เป็นความสุขเป็นสังคมของเขาที่มีเพื่อนสาวและดื่มสุราบ้างเป็นบางครั้ง… นอกจากคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติแล้ว… ความเข้าใจ ความใสสะอาดและเปิดกว้างเสมอนี่แหละที่ทำให้เขารักเธอ ทั้งยังคิดขอบคุณณัฐพรผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวอยู่เสมอที่ชี้ทางให้

นพัชยังมองเห็นและต้องการอนาคตร่วมกับใจสกาว แม้ว่าถึงวันนี้เขาจะได้เผชิญหน้ากับความรักอีกแบบ… ความรักที่มีความ ‘ใคร่’ จะครอบครองอย่างรุนแรง

เสียงเคลื่อนไหวเบาๆ ดังขึ้นที่ด้านหลัง นพัชหันขวับกลับไปมอง แองเจลล่านั่นเอง เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าเจ้าหล่อนกลับอพาร์ตเมนต์แล้วและเข้ามาอยู่ในครัว… คงนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างตอนที่เขากลับเข้ามา…

หญิงสาวขยับตัวลงมายืนนิ่ง… นิ่งและเงียบผิดวิสัย… เจ้าหล่อนอยู่ในกระโปรงผ้าพริ้วมีน้ำหนัก ยาวแค่ข้อเท้าเหมาะกับการเต้นรำแบบละตินสีแดง เสื้อด้านบนเป็นเสื้อกล้ามตัวสั้นมีซิปด้านหน้าสีขาว คอลึกและกระชับตัวจนเน้นทรวงอกเอิบอิ่ม

นอกจากวันนี้แองเจลล่าจะนิ่งและเงียบจนผิดตาแล้ว สีหน้าของเธอก็แปลก… แปลกประหลาดด้วยริมฝีปากหยักเต็มแดงระเรื่อสั่นระริก มันกระตุกเป็นทั้งอาการบิดเบ้เหมือนจะร้องไห้และการระเบิดเสียงหัวเราะออกมาในเวลาเดียวกัน

Don`t copy text!