ดุจฟ้าบาดาล บทที่ 10 : ข้อมูลที่ไม่อยากฟัง

ดุจฟ้าบาดาล บทที่ 10 : ข้อมูลที่ไม่อยากฟัง

โดย :

ดุจฟ้าบาดาล โดย วัสส์ วรา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราววังวนแห่งรักและความแค้นที่เวียนมานับศตวรรษ พร้อมบททดสอบบางประการที่ทำให้เงื่อนปมในวันวานคลี่คลายออกมากขึ้น และการได้เรียนรู้ว่า…อาจไม่มีการได้มาโดยไม่สูญเสียสิ่งใดไป! 

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

…………………………………………………

-10-

 

“ผมถามหน่อยสิ ธารา ว่าคุณเอาเรื่องนี้มาบอกผมทำไม”

ศิรัชถามขึ้นลอยๆ ขณะเขาสาวเท้าตามธัญธาราเข้าไปในห้องพักของเธอ กวาดตาสำรวจไปโดยรอบอย่างกึ่งสนใจ มันเป็นห้องเตียงเดี่ยวขนาดเล็กและดูไม่มีซอกมุมลับตา ประตูห้องน้ำกับประตูตู้เสื้อผ้าเปิดค้างไว้ และเมื่อมองผ่าน เขาไม่เห็นใครในนั้น

มันไม่ได้รับประกันความปลอดภัย แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่การล่อลวงเขามาสังหารหรือทำร้าย เขาไม่เชื่อเท่าไรนักว่าเธอมีเจตนาดีต่อเขา โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาระหว่างเขากับครอบครัวเธอ

“ฉันเข้าใจว่าคุณอยากได้ข้อมูล ไม่ใช่หรือคะ”

“ใช่ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงอยากให้ผมรู้ขนาดมาไล่ตามหาผม” ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวเจ้าของห้องผู้นั่งลงบนเตียงและเอามือตบลงบนเตียงข้างตัวคล้ายจะเรียกให้เขาไปนั่งด้วย ทว่าสิ่งที่เขาทำมีเพียงการเดินเข้าไป อิงสะโพกเข้ากับเคาน์เตอร์หน้ากระจกและยกแขนกอดอก มองเธอนิ่ง “ผมไม่คิดว่าคุณจะอยากช่วยอะไรผมหลังจากเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดนั่น หรือคุณอยากได้อะไรตอบแทน ‘ข้อมูล’ ที่ว่านี่”

“มองโลกในแง่ร้ายจริงนะคะ” ธัญธาราเอียงศีรษะ สบตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่ “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ แต่คุณพูดถูก ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ ฉันทำเพื่อศรุต เขาดีกับฉันมาตลอด ฉันทนเห็นเขาตายเปล่าไม่ได้”

“ศรุตรักคุณเหมือนน้องแท้ๆ”

หางเสียงของเขาเปลี่ยนเมื่อพาดพิงถึงน้องชาย ภาพเงาร่างที่เขาเห็นในห้องน้ำแวบผ่านเข้ามาในความทรงจำ ฉากอดีตฉากหนึ่งที่เขาเห็นคือเหตุการณ์หลังจากผู้หญิงที่เขารักเสียชีวิต ศรุตเป็นคนขอร้องให้เขาไว้ชีวิตธัญธารา โดยอ้างว่าเธอคือเพื่อนที่ปาลวีย์รักและสนิทสนมด้วยมากที่สุดไม่ต่างจากพี่น้อง และปาลวีย์คงไม่ต้องการให้เขาฆ่าธัญธาราเพื่อแก้แค้นให้เธอ และเมื่อเขาไม่ยอมให้คำสัญญา เมื่อความผิดของตระกูลชลันตรากระจ่างชัดขึ้นมา ศรุตก็ตามมาคาดคั้นขอชีวิตเธอจากเขาอีกครั้ง

‘ปาลวีย์คงเสียใจหากเพื่อนนางต้องตายด้วยเหตุคราวนี้’

‘ปาลวีย์…หรือใคร’ ศิรัชจำได้ว่าเขาย้อนไปแบบนั้น และเมื่อน้องชายเขาอ้าปากจะค้าน เขาก็หัวเราะเสียงขม ‘พอเสียที พี่ยังไม่อยากวิวาทกับเจ้า ศรุติธร นี่หากพวกชลันตราจริงใจกับเราเช่นที่เจ้าจริงใจ เหตุคงไม่เกิดแต่ต้นกระมัง’

‘ธาราต่างจากพี่สาวนาง ข้าเชื่อว่านางไม่เกี่ยวข้อง…’

สุดท้ายเขาก็ยอมทำตามคำขอของศรุต ไม่ใช่เพราะเชื่อหมดใจในความบริสุทธิ์ของธัญธาราอย่างที่ฝ่ายนั้นเชื่อ แต่เป็นเพราะเขายังไม่อยากแตกหักกับน้องชายคนเดียวผู้ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย แต่แม้หญิงสาวจะรอดชีวิตไปได้ อนาคตของเธอในปาตราก็จบลงในวันนั้น เพราะเขาไม่เคยอยากเห็นหน้าใครหน้าไหนในตระกูลชลันตราอีก ธัญธาราอยู่มาได้นานขนาดนี้ส่วนหนึ่งเพราะเธอฉลาดพอจะพาตัวไปไกลจากเขาโดยไม่เคยหวนคืนมา

การที่เธอเลือกเดินกลับเข้ามาหาเขาในวันนี้จึงเป็นเรื่อง…น่าคิด

“สรุปว่าคุณมีหลักฐานอะไรจะให้ผมดูเรื่องภาสุระ”

ธัญธาราโน้มกายไปทางโต๊ะหัวเตียง หยิบแฟ้มเล่มหนึ่งซึ่งวางอยู่ใต้โคมไฟตรงนั้นส่งให้เขาพลางเอ่ยเรียบๆ

“คุณดูเอาเองเถอะค่ะ”

ศิรัชเลิกคิ้วพลางเปิดแฟ้มออก พลิกดูกระดาษหลายแผ่นภายในผ่านๆ มันเป็นสำเนาข่าวจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับพร้อมพาดหัวข่าวต่างๆ กันไปเกี่ยวกับการหายตัวปริศนาของนักเคมีผู้หนึ่งกับภรรยา ซึ่งคาดว่าจะถูกฆ่าแล้วกำจัดศพเพื่อทำลายหลักฐาน ‘ด็อกเตอร์หนุ่มหายตัวพร้อมภรรยา คาดไม่น่ารอด’ ‘อุ้มด็อกเตอร์กับภรรยาหายจากบ้าน ลูกเจ็ดขวบร่ำไห้กลางกองเลือด’ ภาพประกอบข่าวส่วนใหญ่เป็นภาพที่เกิดเหตุกับเด็กหญิงตัวน้อยในเสื้อผ้าเปรอะเลือดซึ่งคู้ตัวปิดหน้าร้องไห้อย่างน่าเวทนา การแต่งกายของคนในภาพบ่งบอกว่านี่เป็นหนังสือพิมพ์เก่านับสิบปีมาแล้ว

สายตาของเขากวาดไล่ลงไปยังเนื้อข่าว ก่อนจะสะดุดอยู่ตรงชื่อเหยื่อ…ดร.ภาธร สรากร

…เด็กผู้หญิงในรูปคนนั้นคือพราวพัชร์ และนี่คือข่าวการหายตัวไปของบิดาเธอ…

ชายหนุ่มตวัดตาขึ้นมองธัญธารา เลิกคิ้วเข้มแทนคำถาม ทว่าหญิงสาวดูไม่มีท่าทีจะหวั่นไหว เธอเพียงกระตุกยิ้มที่เขาอ่านไม่ออกก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ

“คุณเปิดไปดูรูป ดร.ภาธรที่ฉันขยายไว้สิคะ หน้าสุดท้าย”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อเขาพลิกกระดาษไปยังหน้าดังกล่าวของแฟ้ม ก่อนมือใหญ่จะนิ่งไป ความหนาวเย็นแล่นผ่านเส้นเลือด ก่อตัวเป็นม่านน้ำแข็งหนาทึบห่อหุ้มหัวใจ…กักมันไว้ในปราการแห่งความเย็นเยียบอีกครั้ง

ใบหน้าในกรอบภาพซึ่งขยายขึ้นจากภาพข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์นั้นเป็นใบหน้าอันคุ้นเคย…ใบหน้าของคนที่มีส่วนร่วมสำคัญในโศกนาฏกรรมเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว คนที่หลุดรอดเงื้อมมือเขาไปได้ก่อนเขาจะทันตั้งหลัก

…ภาสุระ อดีตแพทย์หลวงแห่งปาตรา…

“ฉันตามสืบประวัติผู้หญิงคนที่พบศพศรุตตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าเธอหน้าเหมือนปาลวีย์แล้วเห็นรูปเธอครั้งแรก มันเหมือนเธอเป็นนกต่อ เป็นเหยื่อล่อหรืออะไรสักอย่าง” เสียงของหญิงสาวดังมาเข้าหูขณะที่สายตาเขายังจับอยู่กับภาพข่าวตรงหน้า “ฉันแปลกใจที่คุณไม่ได้ทำแบบฉัน”

อันที่จริงเขาทำ และเขาก็รู้เรื่องเหตุร้ายที่เกิดกับครอบครัวของพราวพัชร์ แต่เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปค้นหนังสือพิมพ์เก่าในประเทศไทย อ่านข่าวโดยละเอียดหรือควานหารูปพ่อที่หายตัวไปของเธอ ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นภาพนี้ เขาจึงไม่เคยมีเหตุให้คิดโยงเธอเข้ากับภาสุระ

แต่เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งที่เขาทำ…หรือไม่ทำ…ให้ใครฟัง

“คุณว่าต่อไปสิ ธารา”

“ยังมีอะไรต้องพูดมากอีกหรือคะ คุณก็น่าจะปะติดปะต่อเรื่องได้เหมือนกัน” ธัญธาราเม้มปากเข้า ดวงตาฉายรอยเจ็บปวดสะเทือนใจขึ้นมาเล็กน้อย “อะไรล่ะคะที่ทำให้ปาลวีย์ต้องตาย อะไรล่ะคะที่ทำให้เธอเกือบจมน้ำ?”

เขาไม่ตอบ

“คุณว่าไม่แปลกหรือคะที่ศรุตจมน้ำตาย ทั้งที่เขาเป็นนาค?” ประกายตาของเธอวาบขึ้นด้วยแรงอารมณ์ “คุณคิดว่าภาสุระตายไปแล้ว คุณคิดว่าสูตรยานั่นตายไปพร้อมกับเขา แต่คุณคิดผิด ถ้าศรุตตายไปด้วยวิธีเดียวกันหรือคล้ายกับปาลวีย์ล่ะคะ”

ชายหนุ่มปิดแฟ้ม โยนมันลงบนเคาน์เตอร์ข้างกาย…แรงกว่าที่ตั้งใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น

“นี่ก็แค่ภาพข่าวภาพเดียวเมื่อยี่สิบปีก่อน มันไม่ใช่หลักฐานยืนยันอะไร”

“คุณก็แค่ไม่อยากยอมรับความจริงมากกว่าละมังคะ คุณไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นที่หน้าเหมือนปาลวีย์มีส่วนพัวพันกับเรื่องนี้”

“คุณโยงเรื่องไปได้ไกลดีนะ”

“มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณเชื่อจริงๆ หรือคะว่าเธอไม่เกี่ยว” หญิงสาวมองเขาด้วยสีหน้าเหมือนเวทนา “คุณคิดว่าเป็นความบังเอิญที่เธอเป็นคนพบศพศรุต? บังเอิญที่เธอหน้าเหมือนคนรักของคุณ? บังเอิญที่เธอเป็นลูกสาวของคนที่หน้าเหมือนภาสุระ…แล้วคนคนนั้นก็หายตัวไปแบบไม่มีร่องรอยเหมือนเขาเคยหายตัวไป? บังเอิญที่ศรุตตายในแบบที่นาคไม่น่าจะตายได้เลยเหมือนกับปาลวีย์ตอนนั้น…”

“พอได้แล้ว ธารา”

“แม้แต่ชื่อเธอก็เหมือนจะมาจากชื่อภาสุระ คุณเคยคิดไหมคะ ภาสุระ…มีแสงพราวเหมือนแก้ว” ธัญธารารุกต่ออย่างไม่ละลด “แล้วเธอก็ชื่อพราวพัชร์”

“ผมบอกว่าพอได้แล้วไง”

วาจาของเขานิ่ง ต่ำเบากว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่เอาเรื่องพอที่จะทำให้หญิงสาวปิดปากลงฉับ สายตาเธอที่มองมายังคงเค้ากล่าวหา ทว่าเมื่อเขาปรายตามองกลับ เธอก็ผงะถอยไปก้าวหนึ่งราวกับรับรู้ได้ถึง ‘จิตสังหาร’ ภายใน ส่วนหนึ่งของเขาที่ยังคงชิงชังคนในตระกูลชลันตรานึกสะใจกับความกลัวที่เห็น ส่วนหนึ่งของเขานึกอยากฉีกกระชากเลือดเนื้อของเธอออกมาเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะหยุดพูดสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยิน อย่างไรศรุตก็ไม่ได้อยู่ทวงสัญญาที่เขาเคยให้ไว้อีกต่อไปแล้ว

…แต่เขาไม่ควรฆ่าคนส่งสารเพียงเพราะไม่พอใจเนื้อความที่ได้ฟัง…

“ผมสรุปเรื่องเองได้”

“ฉันก็หวังอย่างนั้นแหละค่ะ” คู่สนทนาของเขาเหมือนจะมีเรื่องติดค้างคาใจเกินกว่าจะอดกลั้นไหว เพราะเธอพรั่งพรูคำพูดออกมาอีกรอบ “ฉันหวังด้วยว่าคุณจะสรุปถูก เพราะภาสุระคงหัวเราะสะใจพิลึกถ้าคุณปล่อยให้น้องชายคุณตายเปล่าเพียงเพราะเห็นแก่นางนกต่อที่สวมใบหน้าคนรักคุณ เขาฆ่าปาลวีย์เมื่อสี่ร้อยปีก่อน แล้วตอนนี้เพราะผู้หญิงที่หน้าเหมือนเธอ คุณก็ยอมให้เขาฆ่าศรุตง่ายๆ มันตลกร้ายดีนะคะว่าไหม”

“ที่ตลกคือคุณนึกไปเองว่าคุณรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่” ศิรัชสวนคำ เสียงเอ่ยเยียบเย็นไม่ต่างจากน้ำแข็ง เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่กร้าวจัด “คุณควรระวังปากคุณไว้หน่อยก็ดี หรือคุณลืมไปแล้วว่าคุณกำลังพูดกับใคร”

“เรื่องที่คุณทำไว้กับตระกูลฉัน ฉันคงลืมไม่ลงหรอกค่ะ” ประกายตาของธัญธาราวาววับขึ้นมาอีกครั้ง และหางเสียงก็ปนเค้าเสียดสี เกือบเป็นท้าทายให้เขาลงมือเสียด้วยซ้ำ “เหมือนที่ฉันลืมไม่ลงว่าศรุตช่วยชีวิตฉันไว้ แล้วนี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้ตอบแทนเขา”

“คุณเกลียดผม”

ประโยคนั้นไม่ใช่คำถาม

ธัญธาราจ้องเขาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเม้มปาก เบือนหน้าไปอีกทาง

“ฉันรู้ว่าพี่วลัญช์ทำผิด คุณทำเรื่องที่ต้องทำ”

…และนั่นก็ไม่ใช่คำตอบ…

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ทว่าศิรัชเลิกใส่ใจมานานมากแล้วว่าใครจะเกลียดชังเขา การเป็นที่รักไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ มันไม่ได้ช่วยให้แต่ละลมหายใจเข้าออกของเขาง่ายดายขึ้น แล้วถ้าใครคิดเป็นศัตรูกับเขาในตอนนี้…ก็เชิญ

คนที่เขาอยากปกป้องไม่เหลืออยู่ในโลกนี้แล้วไม่ใช่หรือ?

ชายหนุ่มขบกรามขึ้นเป็นสัน ข่มอารมณ์พลุ่งพล่านของตนไว้ และเมื่อเขาหันหลังกลับ ทำท่าจะก้าวออกจากห้อง ธัญธาราก็พูดขึ้นมาเป็นประโยคสุดท้าย

“ฉันรู้ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของคุณ ฉันรู้ว่าคุณรักปาลวีย์ขนาดไหน แล้วคุณก็คงไม่อยากฟังฉันพูดแบบนี้ แต่คุณต้องยอมรับว่าทุกอย่างมันก็ประจวบเหมาะกันมากเกินไป มากเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ ผู้หญิงคนนั้นที่หน้าเหมือนเธอไม่มีทางใสซื่อแบบที่คุณคิด”

เขาไม่ตอบโต้ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เพียงแค่ยื่นมือออกไปบิดลูกบิดและพาตัวเองออกไปภายนอก ลงลิฟต์ไปชั้นล่างท่ามกลางความเงียบ

ใช่…ความประจวบเหมาะของเรื่องทั้งหมดนี้ออกจะ ‘มากเกินไป’ แบบเดียวกับที่ธัญธาราพูด

เพียงแต่เขาเชื่อว่าหญิงสาวคิดผิด ภาพถ่ายภาพนั้นไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าภาสุระยังมีชีวิตอยู่ อันที่จริง…เขามีเหตุผลที่จะเชื่อในทางตรงข้าม เหตุผลที่ธัญธาราไม่รู้

‘นายจัดการทุกอย่างแล้วหรือ’

เขาได้ยินเสียงตัวเองในอดีตกังวานกลับมา นั่นมันนานแค่ไหนแล้วกันแน่ ใช่ยี่สิบปีก่อนหรือเปล่า เขาคิดว่านานกว่านั้น แต่บางทีห้วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดในชีวิตเขาก็ซ้อนทับเข้าหากันจนยากจะกำหนดสิ่งใดแน่นอนได้

‘เอาเป็นว่าภาสุระไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว’

ศรุตเงียบไปนาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาและตอบเขาแบบนั้น เขายังจดจำแววตาของฝ่ายนั้นได้ เงาหม่นคล้ายเศร้าเสียใจที่เขาไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร มันเหมือนความรู้สึกผิดเจือจาง ศิรัชจำได้ว่าเขานึกฉงน ทำไมน้องชายเขาต้องรู้สึกผิดกับการกำจัดชายคนนั้นไปจากโลกหลังตามตัวเจอในที่สุด แต่ศรุตไม่ยอมพูดอะไรมากนัก ส่วนเขาก็ไม่ได้ซักไซ้รายละเอียด มันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากฟัง

มาถึงวันนี้ ตอนนี้ เขาคิดว่าเขาอาจรู้แล้ว…ว่าศรุตรู้สึกผิดเรื่องอะไร

ฝ่ายนั้นไม่เคยบอกเขาว่าภาสุระมีลูกสาว

ก่อนหน้าจะเห็นภาพถ่ายของ ‘ด็อกเตอร์ภาธร’ เขายังเผลอไผลคิดไปว่าหากคดีศรุตจบลงและเขาจัดการศพน้องชายเสร็จ เขาอาจหาเวลากลับมาชิคาโกอีกครั้ง เขาอาจโทรหาพราวพัชร์ นัดพบเธอ และดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปได้บ้าง

น่าขันที่ความหวังนั้นของเขาถูกเหยียบจมกลับลงไปได้ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

ศิรัชรู้ว่าธัญธาราไม่มีเหตุผลจะทำดีกับเขา และเธออาจไม่ได้พูดจริงทั้งหมด แต่ถ้าภาสุระเป็นบิดาของพราวพัชร์จริง ทุกอย่างก็ดูจะลงตัวไม่ใช่หรือ รูปลักษณ์ของเธอจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อล่อเขากับศรุตไปสู่จุดจบ…เหมือนที่พ่อเธอเคยพบจุดจบมาก่อน

เรื่องราวนั้นสมเหตุสมผล เขาแค่อยากเชื่อสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะมันเป็นความปรารถนาลึกๆ ของเขา เขาอยากเชื่อว่าเขากับพราวพัชร์มีอนาคต อยากเชื่อว่าเธอคือปาลวีย์ที่หวนกลับมา

แต่ความจริงย้อนกลับมาตีแสกหน้าเขาอีกจนได้ หรือไม่ใช่?

เขาไม่มีวันได้เธอคืนมา และทั้งชีวิตเขาอาจเป็นไปตามคำสาปแช่งด้วยลมหายใจสุดท้ายของทิพวลัญช์…ต้องอยู่เดียวดายกับความรวดร้าวและความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริงจนสิ้นใจ

โทรศัพท์มือถือที่เขาปิดเสียงไว้สั่นในกระเป๋า ศิรัชดึงมันออกมาดูชื่อหน้าจอ…หลงเฟยลี่ และทันทีที่เขากดรับสาย เธอก็เอ่ยสวนมาโดยไม่เสียเวลาอารัมภบท

“มีคนพยายามฆ่าด็อกเตอร์สรากรค่ะ”

และทั้งที่เขาเพิ่งบอกตัวเองไปเมื่อครู่ว่าพราวพัชร์อาจเป็นคนร้ายที่ฆ่าศรุต ลมหายใจของเขากลับสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวาบกับคำบอกเล่านั้น

“พยายามฆ่า?”

“ค่ะ เซธบอกว่ามีคนร้ายรัวยิงใส่รถที่เธอนั่ง ไม่ไกลจากที่ทำงานเธอนัก” หลงเฟยลี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเนื้อหาที่ไม่ทำให้เขาหายใจโล่งขึ้นเลย “ฉันยังยืนยันไม่ได้นะคะว่าเธอเป็นอะไรไหม แต่ลูกพี่ลูกน้องเธออาการสาหัสพอสมควร ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล…”

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

 

Don`t copy text!