Irrawaddy เกลียวกระซิบ บทที่ 16 : รูหนอน

Irrawaddy เกลียวกระซิบ บทที่ 16 : รูหนอน

โดย : พงศกร

Irrawaddy เกลียวกระซิบ  โดย พงศกร เรื่องราวของมินมิน เด็กสาวผู้มีสายเลือดโยเดียกับเหตุการณ์อันสุดแสนมหัศจรรย์ที่กาลเวลาพาเธอย้อนกลับไปยังอดีต ที่นั่นเธอได้พบกับเจ้าหญิงดารา…เจ้าหญิงชาวโยเดีย ผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างความขัดแย้งของเชลยศึกชาวโยเดีย และเจ้าชายสายเลือดอังวะ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………..

 

เกลียวน้ำเหนืออิระวดีสาดซัดเป็นจังหวะ เกิดเป็นเกลียวคลื่นคดโค้ง ระลอกแล้วระลอกเล่า เหมือนที่เคยสาดซัดมาแล้วชั่วนาตาปี สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเมื่อเรือของต่อพญายีจอดเทียบที่ท่าน้ำหน้าวัด

จู่ๆ เม็ดฝนก็โรยตัวลงมา ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพราะตอนที่ออกเดินทางจากมหาเตงดอจีนั้น ท้องฟ้ายังแจ่มใสอยู่เลย

Hsinbyume อยู่ไม่ไกลจากมหาเตงดอจีนัก

Hsinbyume สีขาวบริสุทธิ์ยังคงยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความทึบทะมึนของเมฆฝน กำแพงทั้งเจ็ดชั้นรูปร่างราวโค้งคลื่นเหมือนจะขยับไหวได้

บรรยากาศรอบกายในยามนี้ ช่างคลับคล้ายกับวันที่มินมินเดินทางย้อนเวลามาในอดีตไม่มีผิด

ดวงตาคู่กลมโตของมินมินเหลือบมองไปรอบกายด้วยความประหวั่น เธอรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง…

‘ไม่ขึ้นไปได้ไหม’ มินมินพึมพำ

‘ไม่ได้’ ต่อพญายีว่า ‘มาถึงนี่แล้ว จะอิดออดไปทำไม… มา… ขึ้นมาด้วยกัน’

ต่อพญายีก้าวนำขึ้นไปก่อน เขายื่นมือแข็งแกร่งมาให้มินมิน หญิงสาวจ้องมองอย่างลังเลใจก่อนจะเอื้อมมือไปจับกับเขาในที่สุด

มือต่อมือสัมผัสกัน กระแสอบอุ่นจากมือแข็งแกร่งของชายหนุ่มแล่นเป็นริ้ว ทำให้มินมินอดจะใจสั่นมิได้

ต่อพญายีบีบมือเรียวยาวของมินมินไว้จนแน่น คอยประคองหญิงสาวเอาไว้ เพราะวันนี้คลื่นน้ำเหมือนจะกระเพื่อมแรงเหลือเกิน

แล้วจังหวะที่มินมินก้าวขึ้นจากเรือนั่นเอง ที่คลื่นน้ำในอิระวดีกระแทกเรือจนเอียง และนั่นพลอยส่งผลให้มินมินเสียหลักจนเกือบจะพลัดตกน้ำ ถ้ามือแข็งแรงของต่อพญายีจะไม่ดึงเธอเอาไว้ได้ทัน

ร่างสูงโปร่งเซเข้าปะทะกับทรวงอกหนั่นหนาของอีกฝ่าย และต่อพญายีก็ดึงมินมินเอาไว้ได้ทันก่อนที่หล่อนจะพลัดตกลงไปในสายน้ำ แขนแข็งแรงของชายหนุ่มโอบมินมินเอาไว้ตามสัญชาตญาณ ร่างบอบบางซุกแน่นแนบอก ใกล้ชิดเสียจนมินมินได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย

‘อุ๊ย’ มินมินอุทาน ครั้นเมื่อตั้งหลักได้ เธอก็รีบผละออกจากคนตัวใหญ่อย่างรวดเร็ว

‘ระวังหน่อยสิ เกือบตกเรือแล้วไหมล่ะ’ ต่อพญายีพึมพำ ดวงหน้าคมสันแดงก่ำ แทนที่จะเป็นมินมิน เขากลายเป็นฝ่ายขัดเขินเสียเอง

‘ระวังแล้วค่ะ ใครจะไปรู้ว่าจะเป็นแบบนี้’ หญิงสาวอดเถียงมิได้ ‘คลื่นซัดเข้ามาเองต่างหาก’

‘ไปกันได้’ ต่อพญายีรีบเปลี่ยนเรื่อง

‘ไปไหน’ จนแล้วจนรอด มินมินก็ยังไม่เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย

‘บนโน้น’ ชายหนุ่มพยักหน้าไปทางเจดีย์ใหญ่

‘จะขึ้นไปทำไม’ มินมินพึมพำ มีร่องรอยลังเลบางอย่างปรากฏอยู่บนดวงหน้าสวยหวานของหญิงสาว

‘ไปดูให้รู้กัน ว่าเธอมาที่นี่ได้อย่างไร’ เขาเน้นเสียงหนัก ‘ถ้าเธอมาจากอนาคตอย่างที่ว่า… เราก็อยากจะเห็นว่ามันมีช่องทางอะไรที่ไหน’

ก็ดีเหมือนกัน… มินมินคิด… นับจากวันที่เกิดเหตุ มินมินไม่เคยกลับมาที่ Hsinbyume อีกเลย วันนี้ได้กลับมาอีกครั้ง จะได้สำรวจดูว่าที่เจดีย์แห่งนี้มีกลไกอะไร หรือมีความพิเศษที่ตรงไหน จึงกลายเป็นไทม์แมชีนพาหล่อนย้อนกลับมายังอดีตกาลได้

ขณะเดินมุ่งหน้าไปยังบันไดที่ทอดยาว สายลมรอบกายเริ่มพัดแรงขึ้นทุกขณะ หอบเอากลิ่นดินชุ่มฝน ปะปนมากับกลิ่นหอมหวานของดอกไม้บางอย่าง

‘ดอกไม้… หอมจัง’ มินมินอดพึมพำตามประสาหญิงไม่ได้ เธอลองกวาดสายตามองไปโดยรอบ ‘แถวนี้มีดอกไม้อะไรหรือคะ’

ต่อพญายีไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปที่พุ่มไม้สีเขียวที่ขึ้นอยู่ข้างทางเดิน และเด็ดดอกไม้สีขาวขึ้นมาช่อหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะหันมาทางเธอ แล้วเสียบดอกไม้ช่อนั้นเข้ากับมวยผมของมินมินอย่างรวดเร็ว

‘เขี้ยวกระแต’ เขาตอบสั้นๆ หากดวงตาที่จ้องมองมินมินนั่นมีร่องรอยล้ำลึก เกินกว่าที่หญิงสาวจะอ่านออกว่าต่อพญายีกำลังคิดอะไรอยู่

‘เขี้ยวกระแต’ มินมินพึมพำ…

ดวงหน้าของหญิงสาวซับสีเลือด… แดงเรื่อขึ้นมาอย่างมิอาจจะหักห้าม หัวใจหล่อนเต้นแรงโดยไม่มีเหตุผล

‘หอมหวาน… เหมาะกับเธอ’ เขาพูดเสียงแผ่วต่ำ แล้วเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าขึ้นไปตามบันไดตรงหน้า ปล่อยให้มินมินยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง

…เขาเด็ดดอกไม้ให้ แล้วยังบอกว่าหอมหวาน เหมาะกับเรา… มินมินพึมพำกับตนเอง มือเรียวยาวยกขึ้นแตะเขี้ยวกระแตบนมวยผม กรุ่นของมันยังหอมหวาน กลีบสีขาวบอบบางน่าทะนุถนอม

…แปลว่าอะไรนะ เขากำลังจะบอกอะไรเราหรือเปล่า…

‘เร็วเข้า’ เห็นมินมินยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่เดินตามมาสักที ต่อพญายีก็หันมาเรียก ‘มัวยืนงงอยู่ได้’

‘ค่ะ’ มินมินรีบเดินตามร่างสูงใหญ่ไปติดๆ กลุ่มเมฆเบื้องบนเริ่มรวมตัวกันแน่นเข้า หยาดฝนเม็ดโตเริ่มหยดเปาะแปะ

‘วันนั้น เราเจอเธอที่ตรงนี้’ ต่อพญายีมาหยุดอยู่ที่ระเบียงคลื่นน้ำชั้นที่ ๔ กึ่งกลางทางที่ทอดสู่มหาเจดีย์พอดี

เสียงลมพัดหวิววน และสายหมอกสีขาวขุ่นก็เริ่มกระจายตัวลงปกคลุมโดยรอบ  

ฝนทำให้ Hsinbyume วันนี้เงียบเหงา ปราศจากผู้คนที่มาไหว้สักการะขอพรพระ ดูเหมือนจะมีแค่หล่อนและเขาเพียงสองคนเท่านั้น

มินมินกวาดสายตามองไปโดยรอบ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติไปแม้สักนิด  ระเบียงคลื่นน้ำชั้นที่ ๔ ก็ดูเหมือนกับระเบียงรูปคลื่นน้ำชั้นอื่นๆ

‘ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย’ หลังจากตรวจสอบระเบียงทุกซอกทุกมุมโดยละเอียด ต่อพญายีก็พึมพำกับตนเอง เขาหันมาทางมินมิน สายตาที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความสงสัย

ช่างเป็นความบังเอิญเหลือเกิน ที่วันนี้มินมินสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกับวันที่เกิดเหตุพอดี ลุนตยาสีหวาน มีเชิงเป็นลวดลายผสมผสานกันระหว่างลายของอังวะและโยเดีย ลุนตยาผืนนี้เป็นผ้าผืนเก่าแก่ที่ตกทอดกันมาในตระกูล

‘วันนั้นในปี ค.ศ. ๒๐๑๘ ฉันเดินขึ้นมา ตั้งใจจะไปไหว้พระ’ มินมินทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดยังแจ่มชัดในความทรงจำ ‘หมอกลงจัดอย่างนี้…’

หล่อนเหลือบตามองไปรอบๆ สายหมอกสีขาวขุ่นเริ่มโรยตัวหนาหนักจนมองไม่เห็นแม่น้ำทางด้านหลังอีกต่อไป

‘แล้วพื้นก็โคลงเคลง… จากนั้นฉันก็หมดสติไป มารู้สึกตัวอีกที ก็มาพบท่านเสียแล้ว’

‘ไม่น่าเชื่อ’ ต่อพญายียังส่ายหน้าไปมา มินมินไม่ได้โกหก วันนั้นเธอโผล่ออกมาจากสายหมอกจริงๆ… แต่… มันจะเป็นไปได้อย่างไร…

ยังไม่ทันที่มินมินจะได้พูดอะไรออกมาอีก หูของหล่อนได้ยินเสียงของใครบางคนดังแว่วมา

‘มินมิน… มินมิน… อยู่ที่ไหน’

‘พ่อ’ มินมินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เหลียวมองไปโดยรอบ หากสายหมอกลงจัดจนมองไม่เห็นสิ่งใด

‘ไหน… ใคร’ ต่อพญายีงง จู่ๆ หญิงสาวร่างสูงโปร่งก็ทำท่าเลิ่กลั่กขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

‘พ่อ… เสียงของพ่อฉัน’ มินมินหายใจแรง ‘พ่อคงออกมาตามหาฉัน’

‘เสียงอะไร’ นายทหารหนุ่มพลอยเหลียวมองไปด้วยอีกคน ‘ไม่เห็นจะได้ยินเสียงใครหรือเสียงอะไรเลย’

‘เสียงของพ่อฉัน… จริงๆ นะคะ’ มินมินมือไม้สั่น ‘คุณไม่ได้ยินหรือ’

‘ไม่ได้ยิน’ ต่อพญายีส่ายหน้า

…มินมิน อยู่ที่ไหน…

เสียงนั่นไง

เสียงของพ่อดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอนัก

‘พ่อ’ มินมินตะโกนเรียก ‘ฉันอยู่ที่นี่… อยู่ตรงนี้’

รู้สึกเหมือนกับมีเงาคนวูบวาบเดินผ่านตัวเธอไป มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันที่พ่อชอบใช้ป้ายบุหรี่…

‘พ่อ… ฉันอยู่นี่’ มินมินออกวิ่งไปตามระเบียง พยายามติดตามกลิ่นน้ำมันหอมนั้นไป เธอเชื่อว่าพ่ออยู่แถวๆ นี้แน่นอน

‘พ่อเห็นฉันไหม’

‘มินมิน’ ต่อพญายีวิ่งตามหญิงสาวไปจนทัน มือแข็งแรงของเขา ดึงมือของมินมินเอาไว้แน่น สายตาที่มองเต็มไปด้วยความปริวิตก เขาไม่เคยเห็นมินมินมีอาการประหลาดเช่นนี้มาก่อน

‘ตั้งสติให้ดี ลองมองดูรอบๆ สิ แถวนี้มีแต่เราและเธอ ไม่มีคนอื่นสักหน่อย…’

‘พ่อ…’ ท่าทางของมินมินเหมือนไม่ได้สนใจที่ชายหนุ่มบอกสักนิด เสียงพ่อยังดังอยู่แถวนี้ ยังจะกลิ่นน้ำมันหอมป้ายบุหรี่ที่เคยคุ้น นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะกลับไปยังโลกปัจจุบันได้

สายลมรอบกายพัดแรงขึ้นทุกขณะ หมอกปลิวคละคลุ้ง คราวนี้ไม่เพียงแต่มินมินเท่านั้นที่เห็นเงาคนวูบไหว หากต่อพญายีเองก็เห็นด้วย

มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าประหลาดตา เดินวูบวาบอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอก บางขณะก็หายไป บางขณะก็ปรากฏเป็นรูปเงาเด่นชัด เหมือนกับสายตาเล่นตลกกับเขา ชายหนุ่มยกมือขึ้นขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไป

‘มินมิน… ลูกอยู่ที่ไหน ลูกได้ยินพ่อหรือเปล่า’

คราวนี้ต่อพญายีได้ยินเสียงนั้นชัดเต็มสองหู มินมินพยายามสะบัดมือเขา และวิ่งไปข้างหน้า

‘ปล่อย… ฉันจะไปหาพ่อ’

‘อย่า’ อะไรบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจเอ่ยออกไปเช่นนั้น ต่อพญายีรู้สึกว่า หากเขาปล่อยมินมินไป… เขาอาจจะไม่ได้เจอเธออีก ‘อย่าไป’

ร่างสูงโปร่งที่กำลังดิ้นรนหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ดวงตากลมโตของมินมินจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงสง่าด้วยความลังเล

‘อยู่กับฉัน… อย่าไป’

‘อยู่กับท่าน’ มินมินเสียงสั่นพร่า ‘ฉันจะอยู่ได้อย่างไร… ฉันไม่ใช่คนที่นี่ ไม่ใช่คนของกาลเวลานี้’

‘ก็อยู่อย่างที่เธอเคยอยู่…’ ต่อพญายีพยายามยื้อมือของหญิงสาวเอาไว้

‘มินมิน… ลูกอยู่แถวนี้หรือเปล่า’

เสียงของบุรุษคนนั้นดังมาพร้อมกับสายลมที่กรรโชกรุนแรง หอบเอาละอองไอหมอกให้โรยตัวหนาหนักยิ่งกว่าเก่า คราวนี้อย่าว่าแต่มองอะไรไม่เห็น จะสูดลมหายใจเข้าไปแต่ละครั้งก็ยังไม่ง่ายนัก

‘พ่อ…’ มินมินละล้าละลัง

‘มินมิน’ เสียงบิดาของหญิงสาวเหมือนจะห่างออกไปทุกขณะ

‘พ่อ… พ่อ… อย่าเพิ่งไป รอฉันก่อน’ มินมินตัดสินใจสะบัดมือที่ต่อพญายีจับเอาไว้จนสุดแรง

ต่อพญายีไม่คิดว่าเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายจะมากถึงเพียงนี้ เขาไม่ทันระวัง มือเรียวยาวของมินมินจึงหลุดเป็นอิสระ

หญิงวิ่งไปตามโค้งระเบียงรูปเกลียวคลื่นทั้งที่มองไม่เห็นสิ่งใด ต่อพญายีใจหายวาบ เขากระโจนตามไปอย่างรวดเร็ว

‘มินมิน กลับมา’ เขาร้องเรียก ‘อย่าไป’

‘ฉันต้องไป’ มินมินพึมพำ

‘ไม่…’ ต่อพญายีใจหายวาบ ‘เราไม่อนุญาตให้เธอไปไหน… กลับมานี่’ ต่อพญายีพยายามจะตะโกน หากดูเหมือนคราวนี้หญิงสาวจะไม่ได้ยิน

สายลมที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ พัดพาสายหมอกให้แหวกออกเป็นช่องราวอุโมงค์

ต่อพญายีเบิกตากว้าง เมื่อเห็นใจกลางอุโมงค์หมอกนั้นมีแต่ความมืดมิด ราวกับบ่อน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น

หูของเขาเต็มไปด้วยเสียงดังหึ่งเหมือนฝูงผึ้งกระพือปีก ต่อพญายีรู้สึกเวียนหัวเมื่อพื้นที่เขากำลังเหยียบยืนอยู่ไหววูบ

แล้วก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไรสักอย่าง ร่างสูงโปร่งก็เสียหลักล้มลงไปในอุโมงค์ประหลาด

หญิงสาวผู้มีที่มาที่ไปแปลกประหลาดหายวับไปต่อหน้าต่อตา… และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นมินมิน!

Don`t copy text!