Irrawaddy เกลียวกระซิบ บทที่ 17 : ทฤษฎีดวงดาว

Irrawaddy เกลียวกระซิบ บทที่ 17 : ทฤษฎีดวงดาว

โดย : พงศกร

Irrawaddy เกลียวกระซิบ  โดย พงศกร เรื่องราวของมินมิน เด็กสาวผู้มีสายเลือดโยเดียกับเหตุการณ์อันสุดแสนมหัศจรรย์ที่กาลเวลาพาเธอย้อนกลับไปยังอดีต ที่นั่นเธอได้พบกับเจ้าหญิงดารา…เจ้าหญิงชาวโยเดีย ผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างความขัดแย้งของเชลยศึกชาวโยเดีย และเจ้าชายสายเลือดอังวะ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………..

 

“คุณ…” เสียงของนายท้ายเรือที่ตะโกนเรียก ทำให้มินมินถึงกับสะดุ้ง “ถึง Hsinbyume แล้ว จะลงที่นี่ไม่ใช่รึ”

“เอ้อ… ใช่ค่ะ ขอบคุณมาก” มินมินเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าสะพายมากอดไว้แนบอก แล้วรีบเดินขึ้นจากเรืออย่างรวดเร็ว

มัวแต่นั่งคิดเรื่องที่ได้ย้อนกลับไปในอดีตจนเพลิน ไม่ทันสังเกตว่าเรือมาถึง Hsinbyume ตั้งแต่เมื่อไร

จากท่าเรือ มีทางเดินทอดยาวสู่พระเจดีย์ สองข้างทางมีบ้านเรือนผู้คนประปราย ไม่โล่งโปร่งตาเหมือนเมื่อครั้งอดีต

อากาศรอบกายสดชื่น สายลมเย็นพัดรวยรินจากอิระวดีกว้างใหญ่มาต้องผิวกายนวลลออ ดวงหน้าสวยหวานแต้มทานาคาอ่อนจาง ท้องฟ้ากระจ่างใส เมฆสีขาวลอยละล่อง ไม่มีวี่แววของกลุ่มฝนหรือแม้แต่สายหมอก เอาเข้าจริงบรรยากาศของวันนี้ไม่เหมือนกับวันที่เธอหลุดกาลเวลาย้อนกลับไปอดีตเลยแม้สักนิด

ทันวินคงจะผิดหวัง ดูท่าพยากรณ์อากาศจะไม่แม่นยำเสียแล้ว… มินมินพึมพำบอกกับตนเอง

แต่จะแม่นหรือไม่แม่น อย่างไรก็ตาม อุตส่าห์มาจนถึงที่นี่แล้ว ไม่ได้พิสูจน์เรื่องเดินทางย้อนเวลา ได้ไปไหว้พระขอพรสักหน่อยคงไม่เสียหลาย มินมินเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือ เธอมาถึงก่อนเวลานัดหมายเกือบครึ่งชั่วโมง

เดินผ่านจุดที่ต่อพญายีเด็ดเขี้ยวกระแตเสียบมวยผมให้ มินมินก็อดจะหยุดและกวาดสายตามองไปรอบๆ มิได้ สิ่งแวดล้อมทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง ไม่มีพุ่มไม้หอมขึ้นอยู่แถวนั้นอีกต่อไป มีเพียงต้นไม้และเถาวัลย์รกเรื้อเท่านั้น

ครั้นเมื่อเดินต่อไปได้ไม่เท่าไร เสียงข้อความในโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มินมินกดอ่านแล้วก็ต้องถอนใจยาว เพราะทันวินส่งข้อความมาบอกว่ามาพบกับหล่อนตามนัดไม่ได้เสียแล้ว เพราะที่บ้านมีเรื่องด่วน แต่เขาไม่ได้บอกว่าเรื่องด่วนนั้นคือเรื่องอะไร

เป็นยามบ่ายที่มีนักท่องเที่ยวประปราย ดูจากการแต่งกายแล้วมินมินคิดว่าส่วนใหญ่เป็นคนพม่า

เธอเดินหลบหลีกผู้คนที่กำลังถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน เลี่ยงไปขึ้นบันไดทางด้านข้างของพระเจดีย์ซึ่งมีคนน้อยกว่า มินมินมุ่งหน้าขึ้นไปบนระเบียงชั้นที่ ๔ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของบันไดที่ทอดสู่องค์เจดีย์

รอบกายของเธอนั้นว่างเปล่า ปราศจากผู้คน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังอยู่กันที่ลานหน้าพระเจดีย์ ไม่มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจแต่อย่างใด

มินมินเอื้อมมือไปสัมผัสกำแพงคลื่นน้ำสีขาวบริสุทธิ์

ครั้งหนึ่งกำแพงแห่งนี้เคยสวยงาม สะอาดสะอ้าน… มินมินเคยเห็นอีกทั้งยังเคยสัมผัสมาแล้วด้วยตัวเอง หากเกลียวคลื่นคดโค้งในวันนี้ กลับมีร่องรอยชำรุดและคราบไคลของกาลเวลาปรากฏให้เห็น

ที่แห่งนี้ คือที่เกิดเหตุ

กวาดสายตามองไปโดยรอบก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ไม่มีสายหมอกหนาหนัก ไม่มีสายลมพัดหวีดหวิว ไม่มีอุโมงค์ทึบทมึน ที่มินมินมารู้ในภายหลังว่า… นั่นอาจจะเป็นรูหนอนแห่งกาลเวลา

เธอเดินทอดน่องเรื่อยไปตามโค้งกำแพง สายตามองเปะปะไปตรงนั้นตรงนี้อย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งเลี้ยวไปปะทะเข้ากับใครคนหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ

“อุ๊ย…”

มินมินอุทาน เธอกำลังจะหันไปขอโทษใครคนนั้น หากเมื่อเห็นดวงหน้าของอีกฝ่ายถนัด หญิงสาวก็ถึงกับตกตะลึง ด้วยนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเขา

“คุณปรมินทร์”

ใช่แต่มินมินเท่านั้นที่จะประหลาดใจ ปรมินทร์เองก็ดูจะประหลาดใจไม่แพ้กัน เขาไม่คิดว่าจะได้เจอหล่อนที่นี่… ในวันและเวลานี้

“มินมิน” เขาครางเสียงแผ่วต่ำในลำคอ

“คุณมินมิน… คุณน่ะเอง” เสียงร้องทักดังมาจากข้างหลัง เป็นเสียงของปรมัตถ์… น้องชายของอีกฝ่าย

มินมินเห็นในมือของปรมัตถ์มีกล้องดูดาวและอุปกรณ์ประหลาดๆ บางอย่าง เธอหันไปมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความงุนงง

“ไม่ยักรู้… ว่าคุณจะมาไหว้พระเจดีย์ที่นี่” มินมินยังคงกะพริบตาถี่ๆ

“ตรงระเบียงชั้นที่ ๔ นี้ใช่ไหม… ที่มีคนพบเธอ” ปรมินทร์เอ่ยถามโดยไม่มีอะไรเกริ่นนำล่วงหน้า

“ค่ะ” มินมินขมวดคิ้วมุ่น “ฉันหายไปที่ระเบียงชั้นนี้… อีกสามวันต่อมาฉันก็กลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง”

เธอบอกกับเขาซ้ำเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน ไม่สำคัญอีกแล้วว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ ในเมื่อทุกเรื่องที่เล่าออกมานั้นคือเรื่องจริง

“เรามาที่นี่… เพราะอยากรู้” ปรมัตถ์รีบบอก เขาเอื้อมมือไปสะกิดพี่ชายให้เป็นฝ่ายอธิบาย

“ฉัน…” ปรมินทร์อึกอัก ไม่รู้จะเริ่มต้นว่าอย่างไร “ฉันอยากรู้ว่าที่ Hsinbyume มีอะไรพิเศษ… ถึงทำให้เกิดการเดินทางย้อนเวลาขึ้นได้”

“คุณเชื่อฉันแล้วใช่ไหม” ดวงตาของมินมินเบิกกว้าง อาการนิ่งเงียบของอีกฝ่ายคือการยอมรับ

“การเดินทางข้ามเวลาอาจเกิดขึ้นได้” แทนที่จะตอบคำถามของมินมิน ปรมินทร์กลับหันไปทางน้องชาย ก่อนจะโยนให้ปรมัตถ์เป็นคนตอบ “ใช่ไหมป้อน”

“การเดินทางข้ามเวลาเกิดขึ้นได้จริงๆ” ปรมัตถ์ยังคงยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาหลังแว่นกรอบทองเปล่งประกายวาว “ถ้าหากองค์ประกอบทุกอย่างประจวบเหมาะกันพอดี”

หลายวันที่ผ่านมา หมกมุ่นอยู่กับการไขปริศนาว่ามินมินเดินทางข้ามกาลเวลาได้อย่างไร สืบค้นข้อมูลมากมาย ส่งอีเมลหาอาจารย์ของเขาที่ต่างประเทศ พูดคุยถกกับบรรดานักฟิสิกส์ชื่อดังระดับโลกที่เคยรู้จัก ทุกคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า การเดินทางข้ามเวลาเกิดขึ้นได้ อุโมงค์เวลาหรือรูหนอนคือสิ่งสำคัญที่จะเชื่อมเวลาในแต่ละยุคเข้าด้วยกัน

ความยากของนักวิทยาศาสตร์คือ จนบัดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ารูหนอนเกิดขึ้นได้อย่างไร  จะเกิดที่ไหน เมื่อไร และแท้จริงแล้วรูปร่างหน้าตาของรูหนอนนั้น… เป็นเช่นไร

เขาพยายามหาข้อมูลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา และเลยไปถึงดาราศาสตร์ ปรมัตถ์อยากรู้ว่าในช่วงเวลาที่มินมินหายตัวไปนั้น มีปรากฏการณ์ประหลาดอะไรเกิดขึ้นแถวนี้บ้าง

แล้วปรมัตถ์ก็พบข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมาก…

ด้วยเหตุนี้ เมื่อปรมินทร์ชวนให้เขามาที่ Hsinbyume เพื่อสำรวจพระเจดีย์ที่มินมินหายตัวไป ปรมัตถ์จึงตกปากรับคำในแทบจะทันที

“หมายความว่าอย่างไรคะ” มินมินเลิกคิ้ว เธอพอจะรู้อยู่บ้างว่าน้องชายของปรมินทร์เป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาน่าจะศึกษาเรื่องอะไรทำนองนี้มามากพอสมควร ปรมัตถ์จึงตอบด้วยท่าทางมั่นใจ

“วันที่คุณหายตัวไป… วันนั้น” ปรมัตถ์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “เป็นวันที่ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวอังคารและดาวศุกร์ เรียงตัวกันอยู่ในแนวเดียวกับโลก และแนวของดาวทั้งสี่ที่พาดผ่านโลก นั้น… พาดผ่านสะกายด้วย”

“อะไรนะคะ” มินมินอ้าปากค้าง เธอไม่มีความรู้ด้านดาราศาสตร์ แต่ฟังจากที่อีกฝ่ายพยายามอธิบาย หญิงสาวคิดว่าเมื่อดาวทั้งสี่มาเรียงตัวตรงกัน นั่นอาจจะส่งอิทธิพลอะไรบางอย่างถึงโลกใบนี้

“เทหวัตถุบนโลกใบนี้ล้วนส่งผลถึงกันและกัน คุณคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ปรมัตถ์อธิบายให้หญิงสาวผู้เป็นต้นเรื่องฟังด้วยถ้อยคำง่ายๆ

“ค่ะ” มินมินพยักหน้า เธอเคยได้ยินคำนั้นบ่อยๆ หากไม่เข้าใจมากนัก

“แปลว่าทุกสรรพสิ่งในจักรวาลใบนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” ปรมัตถ์เล่าต่อ เขาพูดเสียงดังฟังชัด เพราะตั้งใจจะเล่าให้พี่ชายที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ห่างฟังด้วย “ดังนั้น เมื่อดวงดาวที่มีขนาดใหญ่มากถึงสี่ดวงมาเรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน ย่อมส่งผลถึงกันเป็นธรรมดา แม้ไม่ได้เรียงตรงเป็นเส้นตรงเหมือนไม้บรรทัด แต่ก็มีผลต่อกันไม่ใช่น้อย เพราะดวงดาวทุกดวงต่างมีแรงดึงดูด แรงโน้มถ่วง…”

“ฉันเคยได้ยินคนพูดถึงเรื่องดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลมาเรียงตัวกัน แล้วโลกก็จะถล่ม” มินมินพึมพำ และปรมินทร์เหลือบสายตามองหล่อนด้วยด้วยอาการทึ่ง เพราะไม่คิดว่าหล่อนจะรอบรู้เรื่องดาราศาสตร์กับเขาด้วย

เพราะก่อนหน้านี้ในสายตาของเขา มินมินแทบไม่ต่างอะไรกับนักเรียนคนอื่นๆ ความสวยอาจทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าใครๆ ใน Culinary School แต่ในเรื่องของชีวิตส่วนตัวนั้น ปรมินทร์แทบไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ จนกระทั่งเกิดเรื่องเดินทางข้ามเวลาขึ้นกับหล่อนนั่นละ เขาถึงได้มีโอกาสพิจารณาหญิงสาวชาวมัณฑะเลย์ผู้นี้อย่างลึกซึ้งขึ้น

“ฉันไม่มีความรู้เรื่องดาราศาสตร์หรอกนะคะ” มินมินเอ่ยเหมือนอ่านใจเขาได้ “ฉันอ่านจากอินเทอร์เน็ตค่ะ ตอนนั้นปี ค.ศ. 2012 ใครๆ ก็ว่ามาถึงวันสิ้นโลกแล้ว”

21 ธันวาคม 2012 เป็นวันสุดท้ายในปฏิทินมายา และนั่นสร้างกระแสความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เพราะทุกคนคิดว่านั่นอาจจะเป็นวันสุดท้ายของโลกใบนี้

มินมินหัวเราะเสียงแผ่ว ฟันของเธอขาวสะอาด เรียงกันเป็นระเบียบ แก้มที่แต้มทานาคาลายพร้อยไม่ได้ดูเชยเลยแม้สักนิด ตรงกันข้าม กลับทำให้ดวงหน้านั้นดูมีเสน่ห์

“ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า… อันที่จริง วันที่คุณหายตัวไป ดาวพวกนั้นไม่ได้มาเรียงกันเป็นเส้นตรงเป๊ะหรอกนะ”

ปรมัตถ์เปิดสมุด มินมินเห็นลายมือยุ่งเหยิงขีดเขียนอะไรมากมายในนั้น ท่าทางของเขาเหมือนนักวิชาการผู้คงแก่เรียน

“เพราะโดยปกติแล้ว โอกาสที่ดาวจะมาเรียงกันเป็นเส้นตรงเรียงเดี่ยวนั้น เกิดขึ้นได้น้อยมาก ในรอบหลายพันปีจึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง” นักวิทยาศาสตร์หนุ่มอธิบายต่อ

“ในวันนั้น พฤหัส เสาร์ อังคาร ศุกร์… ดาวเคราะห์ทั้งสี่ดวงมาอยู่ในระนาบเดียวกันกับโลก แต่ละดวงทำมุมกันประมาณ ห้าถึงสิบองศาเท่านั้น ดูผิวเผินเกือบจะเป็นเส้นตรงเลยทีเดียว… เพราะเหตุนี้แรงดึงดูดของดาวเหล่านั้นจึงส่งผลต่อโลกของเราเป็นอย่างมาก”

“และคุณคิดว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้เกิดการเดินทางข้ามเวลา” มินมินเริ่มเข้าใจทฤษฎีของปรมัตถ์แล้ว

“นั่นคือเหตุผลทำให้เกิดการบิดผันของเวลา เกิดรอยรั่วหรือที่เราเรียกว่ารูหนอนขึ้น และรูหนอนนั่นเองที่นำคุณกลับไปยังอดีตกาล…” ปรมัตถ์อธิบายชัดเจน และทันทีที่สิ้นสุดคำพูดประโยคนั้นของชายหนุ่ม มินมินก็ถึงกับขนลุกซู่ อาการหนาวยะเยือกแล่นเป็นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง

“แสดงว่า…” หญิงสาวกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อไป “หากกลุ่มดาวมาเรียงกันแบบนี้อีก… ฉันก็อาจจะกลับไปอดีตกาลได้อีกครั้ง”

ดวงหน้าเข้มคมสัน และสายตาของต่อพญายีที่จ้องมองมาเป็นครั้งสุดท้าย ยังติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึงของมินมิน

“มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก” ปรมัตถ์พยักหน้า ดวงตาคู่คมของเขาจ้องมองมินมินอย่างจับสังเกต “แต่…”

“แต่อะไรคะ” หญิงสาวขมวดคิ้ว

“แต่เราไม่รู้ว่ารูหนอนจะเปิดตอนไหน และปลายทางของมันจะนำคุณไปสู่กาลเวลาใด” ปรมัตถ์ว่า

“แปลว่าฉันอาจจะย้อนกลับไปปี ค.ศ. อื่น ที่ไม่ใช่ ค.ศ. ๑๘๑๗ ก็เป็นได้…”

“มีโอกาสเป็นไปได้ครับ” ปรมัตถ์ถอนใจเบาๆ ครั้นพอเห็นหญิงสาวหน้าเสีย เขาก็รีบบอกว่า “คุณพอบอกได้ไหม… วันที่คุณไปถึง Hsinbyume และวันที่คุณกลับมา… คือวันที่เท่าไร ถ้ารู้… ผมอาจจะพอคำนวณอะไรบางอย่างได้”

“บอกได้สิคะ” มินมินจำวันที่เหล่านั้นได้แม่นยำ เธอบอกเขา และปรมัตถ์ก็จดลงไปในสมุดเล่มเดิมอย่างตั้งใจ

“ฉันอยู่ที่นั่นนานนับเดือน แต่พอกลับมา… ที่ปัจจุบันเพิ่งผ่านไปแค่สามวันเท่านั้น”

“เรื่องของมิติเวลา… อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นละครับ ไม่มีกฎตายตัวหรอก” ปรมัตถ์อธิบาย “ผมศึกษาดวงดาวและพบว่า อีกไม่นานนี้อาจจะเกิดรูหนอนขึ้นอีก แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่มีใครรู้หรอกนะครับ เพราะทั้งหมดนี้เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น ยังไม่เคยมีใครที่เคยเดินทางไปในกาลเวลา กลับมาบอกสักคนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง รูหนอนเป็นอย่างไร…”

“แต่ฉันบอกได้” มินมินเสียงดังด้วยความมั่นใจ

“จริงด้วย” เสียงของปรมัตถ์นั้นยินดี “คุณเคยผ่านรูหนอนนั่นมาแล้ว… มันเป็นอย่างไรบ้างมินมิน”

“มันมืด… มันหมุน… เหวี่ยงวน” มินมินพยายามอธิบาย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รวดเร็ว และไม่มีอะไรเตือน…

“ก่อนจะเกิดการข้ามเวลา ฉันรู้สึกเวียนหัว หูได้ยินเสียงหึ่งๆ เหมือนเสียงผึ้ง… พื้นดินที่ยืนโคลงเคลงไปมาจนฉันคิดว่าแผ่นดินไหว จากนั้นตัวของฉันก็เหมือนกับดิ่งวูบเข้าไปในอุโมงค์ที่ทั้งมืดและยาว”

“ระหว่างที่อยู่ในนั้น… เธอเห็นอะไรบ้าง” ปรมัตถ์ถาม น้ำเสียงอยากรู้

“มันผสมปนเปกันไปหมด ทั้งภาพและเสียง… ฟังไม่ได้ศัพท์ แยกไม่ออกเลยว่าอะไรเป็นอะไร… ตัวของฉันหมุนวน ลอยละล่องไปเรื่อยๆ รอบตัวประเดี๋ยวมืด ประเดี๋ยวสว่าง สุดท้ายถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรง… และพอรู้สึกตัวอีกที ฉันก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”

มินมินกวาดสายตามองไปรอบๆ ระเบียงเจดีย์ชั้นที่ ๔ สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูง ดวงตาของปรมินทร์กำลังมองมาที่หล่อนพอดี

“แล้ววันนี้… เธอกลับมาที่นี่อีกทำไม” ปรมินทร์เพิ่งเอ่ยปากถามออกมาเป็นครั้งแรก หลังจากนิ่งฟังเธอและน้องชายของเขาโต้ตอบกันอยู่นาน

“ฉันอยากได้คำตอบ” มินมินตอบตามตรง “ฉันอยากได้คำตอบว่า ฉันกลับไปในอดีตได้อย่างไร ทันวินดูพยากรณ์อากาศ เขาบอกว่าสภาพอากาศของวันนี้ คล้ายกับวันที่ฉันหลุดกาลเวลาไม่มีผิด…”

“เขาคิดว่าเป็นเพราะลมฟ้าอากาศอย่างนั้นหรือ” ปรมินทร์ทำเสียงเหมือนไม่เชื่อถือ

“ทันวินไม่มีความรู้เหมือนคุณปรมัตถ์นี่คะ” มินมินไม่ชอบท่าทางของคนตัวสูงเลยสักนิด น้ำเสียงของปรมินทร์ติดจะเยาะหยัน “เขาก็คิดได้แค่นั้นละ”

“แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ… เหมือนวันนั้นไหม” ปรมัตถ์ถามก่อนที่พี่ชายของเขาจะพูดอะไรออกมาให้เสียบรรยากาศ

“ไม่เหมือนค่ะ” มินมินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

อากาศวันนี้แจ่มใส ฟ้าปราศจากเมฆฝน สายลมพัดแผ่วมารวยริน

“ดวงดาววันนี้ก็ไม่เหมือนวันนั้น” ปรมัตถ์ว่า “มันมีการขยับของดาวศุกร์และดาวอังคาร… องศาผิดไปจากเดิมเล็กน้อย แต่อีกไม่กี่วันข้างหน้า ดาวพฤหัสจะทำมุม ๑๐.๘ องศากับโลก ดาวเสาร์ทำมุม ๒ องศา ดาวอังคารทำมุม ๖.๕ องศา ส่วนดาวศุกร์ทำมุม ๑.๒ องศา…”

“หมายความว่าอย่างไรคะ” มินมินเลิกคิ้ว ขณะที่คนตัวสูงเอ่ยถามน้องชายเสียงเข้มว่า

“ไม่ต้องพูดจาให้มากความ… ฉันกับมินมินไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์อย่างนาย” เขารวมเอาหล่อนเข้าไปในประโยคนั้นหน้าตาเฉย

“บอกมาเลยดีกว่านายป้อน… บอกมาเลยว่าอีกกี่วัน… รูหนอนจึงจะเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง”

 

Don`t copy text!