คุณหมีปาฏิหาริย์ บทที่ 2 : ความเหี้ยมโหดของออกหลวงสรศักดิ์

คุณหมีปาฏิหาริย์ บทที่ 2 : ความเหี้ยมโหดของออกหลวงสรศักดิ์

โดย : ปราปต์

คุณหมีปาฏิหาริย์ โดย ปราปต์ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รักโรแมนติกแฟนตาซี เมื่อวันหนึ่งตุ๊กตาหมีที่เขารัก กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่มีเลือดเนื้อ อบอุ่นและที่สำคัญ…มีหัวใจไว้รักเขาคนเดียว นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-2-

“มีคนมา!”

“มีคนมา!”

ข้าวของร้องระงม คุณรองเท้าข้างขวาไถลตัวกลับลงใต้โต๊ะ ด้วยความเคยชินเต้าหู้รีบนั่งพิงพนักแข็งทื่อเหมือนตุ๊กตาหมีตัวเก่า

“บอย! ยู อาร์ น๊อท อะ ดอล เอนี่มอร์!”

คำเตือนของคุณโซฟาทำให้เขาได้สติ พอดีกับที่เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง

“แกต้องลุกไปรับเองแล้วละ เจ้าหมี” คุณรองเท้าแตะข้างขวาบอกขึ้นด้วยเสียงที่แข็งน้อยลงกว่าเดิมนิดหน่อย

อย่างไรก็ตาม บนพื้นใต้โต๊ะที่ไม่มีใครเห็น คุณรองเท้าแตะข้างซ้ายขยับเข้าหาคนรักของเธอแล้วกระซิบเสียงสั่น “แต่ถ้าไม่ใช่น้องณัฐ ถ้าเป็น–”

“จริงสิจิ๋วน้อย เศรษฐกิจแย่ๆ มีแต่มิจฉาชีพ! ไม่เป็นไรนะ เกิดอะไรขึ้น พี่จะปกป้องจิ๋วน้อยเอง!”

“พวกรากหญ้าโซเพ้อเจ้อ!”

เต้าหู้ลุกขึ้นอย่างกลัวๆ กล้าๆ เขาแทบไม่เคยได้ลงมาจากห้องนอนพี่ณัฐ ไม่รู้เลยว่าข้างล่างนี่เป็นยังไง นอกจากโลกอันอบอุ่นข้างบนนั้น เขาได้รู้ว่าโลกยังมีทั้งแง่มุมเลวร้ายและดีงามอื่นๆ ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนของพี่ณัฐ เวลาที่เจ้าตัวนอนกดเล่นอยู่บนเตียงแล้วเขาแอบมองตามด้วยความสนใจ หรือไม่ก็จากสมุดโน้ตและหนังสือเล่มต่างๆ ที่พี่ณัฐเสียบสันไว้บนชั้นสูงกั้นห้อง เล่มที่เขาชอบที่สุดคือหนังสือภาพ หน้าปกโปรยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นทำให้เต้าหู้อ่านไม่ออก เขาเริ่มสนใจมันเพราะเห็นพี่ณัฐอ่านไปเช็ดน้ำตาไป เมื่อแอบชะเง้อดูก็พบว่ามันเป็นฉากที่เด็กหญิงตัวละครเอกถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ลำพังในงานพบผู้ปกครอง ครั้งนั้นเองเต้าหู้เพิ่งรู้ว่า นอกจากเราจะอ่านหนังสือ เรายังอาจอ่านคนที่อ่านหนังสือได้ด้วยเช่นกัน

“น้องเต้าหู้ต้องระวังตัวนะ” คุณรองเท้าแตะข้างซ้ายเตือน

เต้าหู้ก้าวมาดึงบานประตูกระจกเลื่อนเปิดออกเป็นช่องแคบๆ จากจุดนี้สามารถสังเกตเห็นรถคันสีแดงที่จอดอยู่หน้าประตูรั้ว ใครคนหนึ่งยืนอยู่ใต้แสงไฟจากโคมเหนือเสา มองเห็นได้ชัดเจน

“นั่นพี่เกณฑ์นี่” เต้าหู้เบิกตารำพึง

คุณรองเท้าแตะข้างซ้ายขานรับว่า “เพื่อนน้องณัฐ?”

พี่เกณฑ์คงเห็นเต้าหู้เช่นกันจึงตะโกนว่า “เอาไอ้ณัฐมาส่งครับ”

“ทำไม-น้องเกณฑ์ต้อง-พาน้องณัฐ-มาส่ง” คุณโทรศัพท์มือถือของคุณมทนาเอ่ยงงงวยด้วยเสียงราบเรียบ เธอกำลังจะถาม “กูเกิ้ล–” แต่คุณโซฟาพูดขัดเสียก่อน

“เปิดไปก็รู้!”

เต้าหู้จึงแหวกประตูกว้างออกแล้วผลุนผลันตรงไปยังประตูรั้ว พี่เกณฑ์ตัวจริงดูตัวเล็กกว่าที่เขาเคยเห็นในรูปหรือตอนเจ้าตัววีดีโอคอลกับพี่ณัฐ เต้าหู้เห็นและได้ยินเสียงพี่เกณฑ์จนชินเหมือนคนคุ้นเคยกัน บางทีพี่ณัฐเปิดวีดีโอคอลแล้ววางโทรศัพท์ทิ้งไว้หน้าตุ๊กตาหมี ส่วนตัวเองเดินไปแต่งตัวหรือหยิบนู่นนี่ ไปๆ มาๆ เต้าหู้จึงรู้สึกราวกับว่าพี่เกณฑ์กำลังคุยกับเขาอยู่

พี่เกณฑ์ตัวเล็ก รูปตาก็เรียวเล็ก มีผิวสีขาวเหมือนน้ำนมสด มักสวมเสื้อคอกลมเรียบๆ สีโทนเหลือง น้ำตาล และกางเกงขายาวรัดรูป เจ้าตัวเป็นคนอารมณ์ดี คุณหมอนข้างที่บางทีก็แอบดูหน้าจอโทรศัพท์ของพี่ณัฐเหมือนกันบอกว่า อารมณ์ดีของพี่เกณฑ์คือลวดลายช่วยให้เจ้าตัวไม่ดูจืดชืดจนเกินไป เต้าหู้ไม่รู้ว่าลวดลายนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เขาชอบเสียงหัวเราะของพี่เกณฑ์ มันชวนให้โลกรื่นรมย์ เวลาหัวเราะ พี่เกณฑ์จะเลิกคิ้วสูงแล้วยื่นคอมาข้างหน้า ทำให้หางตาและบนหน้าผากของเจ้าตัวมีรอยยาวๆ กว่าพี่ณัฐซึ่งมักทำหน้าเรียบนิ่ง

แน่นอน พี่เกณฑ์ไม่รู้จักเต้าหู้ในร่างนี้เหมือนที่เขารู้จักเจ้าตัว ทันทีที่เห็นเขาชัด พี่เกณฑ์จึงชะงักงงไปนิดหนึ่ง พอดีมีเสียงฮัมเพลงดังลอดออกมาจากหน้าต่างรถที่ปิดไม่สนิท พี่เกณฑ์จึงได้สติ รีบหันไปเปิดประตูรถทางตอนหลังแล้วบอกเต้าหู้ว่า

“ไอ้ณัฐมันเมา–”

คนพูดยืนบังอยู่ครึ่งๆ ยังดีที่ในรถมีแสงไฟ เต้าหู้จึงมองลอดเข้าไปเห็นร่างพี่ณัฐที่ทอดยาวอยู่บนเบาะหลัง

“–ช่วยเปิดประตูที เดี๋ยวพี่พามันเข้าไป”

เต้าหู้เคยแอบมายืนเกาะกระจกหน้าต่างบนห้องนอน ดูเวลาคุณป้าเปิดประตูรับพี่ณัฐ เขาจึงสามารถเปิดได้ แม้จะเงอะๆ งะๆ อยู่บ้างก็ตามที นับเป็นโชคดีที่พี่เกณฑ์มัวลากพี่ณัฐออกมา จึงไม่ทันเห็นเขา

พี่ณัฐตัวสูงกว่าพี่เกณฑ์เกินครึ่งศีรษะ ท่าพยุงของพี่เกณฑ์จึงค่อนข้างทุลักทุเลจนเต้าหู้ต้องเข้าไปช่วยหิ้วปีกอีกข้าง

ตัวพี่ณัฐไม่ได้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนแป้งเด็กเช่นทุกที แต่มีกลิ่นฉุนจัดจนเต้าหู้ต้องย่นจมูก เขาเคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน ทุกครั้งที่มีกลิ่นตัวแบบนี้ พี่ณัฐจะไม่กอดเขา ซึ่งเขาไม่ชอบเลย

นอกจากกลิ่นฉุน หน้าของพี่ณัฐก็เป็นสีแดงและมันเยิ้ม ตาพริ้มจนขนตายาวพับแตะลงมาเป็นขีดๆ ริมฝีปากขมุบขมิบเป็นเพลงอะไรที่ฟังไม่ถนัด กระนั้น ระหว่างที่ค่อยๆ พาพี่ชายกระย่องกระแย่งมาถึงหน้าประตูบ้าน เต้าหู้ก็จับความจนขยับปากตามได้

“–Every place I go, I think of you. Every song I sing, I sing for you. When I come back, I’ll wear your wedding ring.–(1)

คงเพราะได้ยินเขาฮัมเพลงต่อจากพี่ณัฐได้ พี่เกณฑ์จึงหันมามองงงๆ เต้าหู้ยิ้มเก้อๆ ไม่ทันตอบอะไร อีกเสียงจากในบ้านก็ดังแทรก “ณัฐ กลับมาแล้วเหรอลูก”

“คุณป้าตื่นแล้ว!” เต้าหู้อุทาน

เสียงดังข้างนอกคงปลุกคุณมทนา เธอลุกจากคุณโซฟามาพร้อมชุดนอนผ้าฝ้ายกระโปรงขาวกรอมเข่า สวมแว่นตากรอบกระทั้งที่ยังดูงัวเงีย ผมขาวลีบชี้ตั้งน่าตลก

“สวัสดีครับป้า” พี่เกณฑ์ทักพลางก้มลงไปถอดทั้งรองเท้าของตัวเองและของพี่ณัฐ เต้าหู้จึงต้องออกแรงพยุงเพียงลำพัง พี่ณัฐเอียงหน้ามาซบบ่าใกล้ๆ กับซอกคอจนเขารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ แม้มีกลิ่นฉุน แต่อะไรที่เป็นของพี่ณัฐ เต้าหู้ก็รู้สึกดีด้วยทั้งนั้นแหละ ข้างแก้มของพี่ณัฐแตะลงบนช่วงไหปลาร้าของเขาที่โผล่พ้นออกมานอกคอเสื้อ เมื่อเช้าพี่ณัฐคงไม่ได้โกนหนวด ตอหนวดจึงถูผิวของเต้าหู้ไปมาน่าจั๊กจี้ เขาอดทนเพราะกลัวขยับแล้วพี่ณัฐจะร่วงลงไป ริมฝีปากของพี่ณัฐยังขมุบขมิบเป็นเนื้อเพลงละม้ายกระซิบเฉพาะกับเขา

“–So kiss me and smile for me. Tell me that you’ll wait for me. Hold me like you’ll never let me go.–”

เจ้าหมีกระชับร่างพี่ณัฐไว้ในอ้อมกอดแน่นเข้า แทนคำบอกว่าเขาจะดูแลพี่ณัฐเอง พี่เกณฑ์พยักเข้าใจแล้วนำทางไปยังคุณโซฟา ปากก็บอกคุณป้า “วันนี้นัดเจอเพื่อนมัธยมกัน ลูกชายป้าเมาแอ๋เลย”

คุณมทนายิ้มเอียงอายเหมือนหญิงวัยสาว “ตาณัฐสู้พ่อไม่ได้เลย สมัยพ่ออายุเท่านี้ กินกี่แก้วก็ไม่ล้มง่ายๆ เนอะ” เธอหันไปถามอากาศข้างๆ

คนตอบกลับเป็นคุณรองเท้าแตะข้างซ้ายที่คุณมทนาใส่อยู่ “เป็นอันว่ารอเก้อ วันนี้น้องณัฐคงช่วยอะไรน้องเต้าหู้ไม่ได้แล้วง่ะ”

“ยังโฮ้ป ฟอร์ เฮลพ์?” คุณโซฟาทำเสียงเบื่อพลางกลอกตา “พวกนี้นี่อินโนเซ้นส์จริงๆ บอกแล้วไงว่าถ้าเจ้าหนูนี่ได้เห็นคนแปลกหน้ามาเพ่นพ่านในบ้าน จะตะเพิดไปสิไม่ว่า” เธอพยักไปยังร่างของพี่ณัฐที่เต้าหู้กอดประคองพามาใกล้

เจ้าหมีเริ่มกังวล “เราจะทำยังไงดีละฮะ”

พี่เกณฑ์เข้าใจว่าเต้าหู้คุยด้วยจึงตอบ “วางตรงนี้ก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยพาขึ้นข้างบน”

แต่คุณรองเท้าแตะข้างขวาที่คุณมทนายังไม่ได้ใส่ค้านว่า “รีบพาน้องณัฐขึ้นไปนอน เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเถอะ”

“เกณฑ์เหนื่อยแย่ ป้าจะไปเอาน้ำมาให้ รองเท้าอีกข้างของป้าอยู่ไหน”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเกณฑ์กลับเลย” ถึงพูดอย่างนั้น พี่เกณฑ์ก็ไม่วายพยักมาทางเต้าหู้ “หลานป้าเหรอครับ”

“อ้อ” คุณมทนาทำเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เธอวาดรอยยิ้มให้แขก “นี่เจ้าชายน้อย เขาตกลงมาจากข้างบน”

ระหว่างที่พี่เกณฑ์เงยมองตามนิ้วชี้ของคุณมทนา คุณโซฟาเบะปาก “อยากจะโรว์ มาย อายส์ เป็นเลขแปดอักษรธัมม์ล้านนา”

คุณรองเท้าแตะข้างขวาทำเสียงจึ้กจั้ก ลอบขยับห่างจากปลายเท้าของคุณมทนาออกมาโดยไม่ให้มนุษย์ทั้งสองเห็น บอกกับเต้าหู้ว่า “พาหมอนี่ออกไปแล้วตอบซะว่านายเป็นญาติ”

แม้ผู้สั่งดูดุ แต่ก็น่าเชื่อถืออยู่ในที เต้าหู้จึงเออออตามโดยบอกพี่เกณฑ์ว่า “ขอบคุณที่พาพี่ณัฐมาส่งนะฮะ ผมชื่อเต้าหู้ เป็นญาติน่ะฮะ”

พอเขาเชื่อคุณรองเท้าแตะข้างขวาง่ายๆ คุณโซฟาก็ไม่ยอม เธอเชิดใส่แล้วเสริมบ้างว่า “ญาติห่างๆ ด้วย”

“ญาติห่างๆ ฮะ” เต้าหู้อยากให้ทุกคนพอใจ

“อ้อ” พี่เกณฑ์พยักแต่หน้ายังงง “รู้จักกันมาเป็นสิบปี ไอ้ณัฐไม่เห็นเคยบอกเลยว่ามีน้องหล่อขนาดนี้ ย้ายมาเรียนเหรอ”

“เรียน?”

“ใช่” คุณรองเท้าแตะข้างขวาไกด์อีก

“ใช่ฮะ ย้ายมาเรียน”

“งั้นก็ดี” พี่เกณฑ์ดูคลายใจขึ้น “ฝากดูป้าแกด้วย ไอ้ณัฐมันไม่ค่อยมีเวลา เป็นห่วงแก แล้วนี่เรายกมันขึ้นไปไหวเนอะ”

เต้าหู้ไม่เคยยกพี่ณัฐ มีแต่พี่ณัฐที่ยกเขา หรือบางทีเผลอนั่งหรือนอนทับเขาเกือบแบน ฉะนั้น แน่ละว่าเจ้าตุ๊กตาหมีของเราไม่มีทางนึกออกเลยว่าเขาจะยกพี่ณัฐไปได้ยังไง

พี่เกณฑ์ปิดปากหาว พยายามเบิ่งตาคลายอาการง่วง แต่ตาก็ยังไม่วายเป็นขีดเล็กๆ อยู่ดี เจ้าตัวก้าวมาตีไหล่เต้าหู้แล้วบอก “ไหวน่า เราตัวใหญ่กว่ามันอีกนี่ พี่รีบกลับก่อนนะ พรุ่งนี้วันอาทิตย์เสือกมีงานเช้า”

“ฮะ…ฮะ”

คนมีงานหมุนตัวกลับไปทางประตู แต่แล้วก็ชะงักเท้าหันกลับมา “อ้อ พี่ชื่อเกณฑ์นะ เกณฑ์สิทธิ์”

“ฮะ พี่เกณฑ์”

เจ้าของชื่อกระตุกยกมุมปากสูงขึ้น ดวงตาวิบวับเป็นประกาย “น่ารักนะเราเนี่ย”

“ใครๆ ก็บอกอย่างนี้ฮะ”

พี่เกณฑ์หัวเราะให้กับคำตอบราบเรียบแสนธรรมดาของเขา “ดีๆ ไว้เจอกัน”

เต้าหู้ปิดประตูตามหลัง เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน คุณโซฟาบอกว่า “ยายบ๊องได้ยินเสียงผีบอกให้ไปเอา ฮอท วอเตอร์ มาแก้เมาลูก แต่ไอว่ายูรีบพาเจ้าหนูนี่ขึ้นเบ้ดรูมเลยดีกว่านะแฮนซั่ม ให้ฮีหลับไปเหอะ”

“คืองี้นะ ณัฐคุงเมามากขนาดนั้นก็อาจจะอ้วกได้ไม่ใช่เหรอ ฉันน่ะนะ ไม่อยากมาเก็บอ้วกเขาใส่ท้องเลยนี่นา”

เสียงหญิงสาวอีกรายดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งของบ้าน เต้าหู้หันฉงน “หืม?”

“ยายเครื่องดูดฝุ่นน่ะ” คุณโซฟาเฉลย ตามด้วยกระซิบนินทา “พูล มาย แฮร์ โซ ออฟเฟ่น!”

“เธอไม่เห็น-หรอก-พ่อหมี เครื่องดูดฝุ่น-ถูกเก็บไว้-ในตู้-หลังบันได แต่หล่อน-ชอบแอบฟัง-เรา” คุณโทรศัพท์มือถือของคุณมทนาอธิบายบ้าง คงเพราะรำคาญที่คุณโซฟาไม่ยอมพูดให้กระจ่าง เธอพยายามใช้เสียงเบาเพื่อไม่ให้ผู้ถูกพาดพิงได้ยิน แต่ไม่น่าจะได้ผล เพราะเสียงโทรศัพท์ถูกปรับไว้ตายตัว แถมเสียงโมโนโทนของเธอก็กดต่ำไปกว่านั้นลำบาก

“ผมจะพยายามไม่ให้พี่ณัฐอ้วกลงพื้นฮะ” เขาชะเง้อไปทางบันไดเพื่อตอบคุณเครื่องดูดฝุ่น ตั้งใจว่าจะพยายามระวังไม่ให้พี่ณัฐอ้วกออกมา หรือถ้าอ้วกก็จะเอาตัวเองรับไว้ แม้มันอาจจะทำให้ผิวหนังและนุ่นข้างในตัวเขาเปื้อนจนต้องเข้าไปอยู่ในเครื่องปั่นผ้าอีกก็ตามที

“ผมจะพาพี่ณัฐขึ้นห้องละ ฝากทุกคนดูแลคุณป้าด้วยนะฮะ”

เหล่าเครื่องเรือนตอบรับ เต้าหู้จึงค่อยๆ ประคองพี่ณัฐลุกขึ้นยืน แล้วลูบศีรษะของเจ้าตัวให้เอนมาซบซอกคอเขาอีกครั้ง “ผมจะพาพี่ณัฐขึ้นไปนอนนะฮะ”

มีเสียงตอบโดยเจ้าตัวไม่ทันลืมตาและอ้าปากว่า “ฮื่อ”

ด้วยท่าดังกล่าว แม้พี่ณัฐจะตัวหนักและมีกลิ่นฉุน แต่เต้าหู้ก็รู้สึกดีขึ้นมาจนสามารถพาเดินไปยังบันไดโดยไม่เซแม้แต่ก้าวเดียว

แต่คุณผู้อ่านคงรู้ใช่มั้ยว่าการประคองเดินบนพื้นราบกับการดึงคนเมาขึ้นบันไดน่ะยากเย็นเป็นคนละเรื่อง เต้าหู้ของเราเลยแทบจะต้องกัดริมฝีปากล่างขณะออกแรงดึงพี่ณัฐตามขึ้นมาทีละขั้น เขาลืมไปว่าพอมนุษย์เหนื่อย ผิวที่เรียบลื่นจะยิ่งลื่นขึ้นไปอีกเพราะมีน้ำขับออกมา ปกติตอนเป็นตุ๊กตาหมี ไม่ว่าจะวิ่งเล่นอย่างไรตัวเขาก็ยังแห้ง

เต้าหู้ตกใจ แขนของเขาเริ่มลื่นจนพี่ณัฐน่าจะไถลลงไปได้ง่ายๆ และเขาไม่มีโอกาสขยับเพื่อกระชับเจ้าตัว ได้แต่ภาวนาว่าน้ำ อย่าออกมา อย่าออกมา!

แน่ละ เต้าหู้กำลังคิดผิด เพราะยิ่งเขาทำแบบนั้นก็จะยิ่งตื่นเต้น ยิ่งตื่นเต้นเหงื่อก็จะยิ่งไหล และยิ่งเห็นน้ำไหลออกมาจากตัว เขาก็ยิ่งตื่นเต้นซ้อนๆ กันขึ้นไปอีก

“พี่ณัฐ พี่ณัฐ!” เต้าหู้ยังเบิกตาขณะพยายามเขย่าตัวเจ้านาย เผื่อว่าพี่ณัฐตื่นขึ้นมาจะทันระวังตัวเองได้ “พี่ณัฐฮะ!”

“ฮือ…”

เหมือนได้รับพรวิเศษ ทันทีที่เปลือกตาของพี่ณัฐค่อยๆ เปิดขึ้น เจ้าตัวก็ค่อยๆ โงหัวขึ้นจากที่ซบเขา และคงเพราะเห็นว่ากำลังอยู่กันที่ไหน จึงพยายามออกก้าว–

ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดยิ่งกว่าเจ้าเต้าหู้เมื่อครู่นี้เสียอีก!

เมื่อกี้ผมบอกคุณไปว่า ก่อนเข้ามาในบ้าน เกณฑ์สิทธิ์ได้ก้มถอดรองเท้าให้พี่ณัฐของเต้าหู้แล้ว แต่ผมยังไม่ได้บอกว่า นอกจากรองเท้า เจ้าตัวยังสวมถุงเท้านุ่มหนาไว้อีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้น ด้วยความไม่ระวัง เพียงก้าวเดียวที่พี่ณัฐของเจ้าหมีน้อยลงน้ำหนักบนพื้นบันไดไม้ขัดมันอย่างหมิ่นเหม่ ร่างของเจ้าตัวจึงลื่นพรวดชนิดเอาหน้าปักหาแนวบันไดทันที!

จมูกโด่งเป็นสันของพี่ณัฐคงมีอันหักบุบ ฟันขาวเรียงสวยก็คงหลุดกระจายไปเพราะแรงกระแทกแล้ว ถ้าไม่เพราะเต้าหู้ทันกระชับเจ้าตัวไว้ด้วยอ้อมแขนลื่นแฉะของตัวเอง

จังหวะนั้น น้ำหนักของเจ้านายเอนเข้ามาว่องไว มันถ่วงเต้าหู้ล้มจ้ำเบ้าลงบนบันไดจนเจ็บก้น โชคดีที่แขนข้างหนึ่งคว้าราวบันไดไว้ทัน ขณะเดียวกัน ร่างของพี่ณัฐก็ถลามาทับตัวเขาไว้ หน้าผากโขกกันอย่างแรง ถึงกระนั้นมือของเต้าหู้ข้างที่กอดพี่ณัฐอยู่ก็ยังรั้งเจ้าตัวแนบแน่นด้วยความเป็นห่วง

เสียงดังโครม! นี่เองทำให้คุณเครื่องดูดฝุ่นที่อยู่ในห้องเก็บของใต้บันไดผวาร้อง “ว้าย! ระวังหน่อย! คะ…คืองี้นะ ถ้านายทำเขากระแทกแรงๆ ณัฐคุงก็อาจจะอ้วกออกมาก็ได้นะ!”

เต้าหู้หันหน้าไปทางด้านข้าง ร้องบอกทั้งที่จมูกและริมฝีปากของพี่ณัฐยังกดอยู่ข้างแก้มเขา “ผะ…ผมขอโทษฮะ”

“อือ… เจ็บจัง”

เสียงครางของคนที่อยู่ข้างบนตัวเรียกให้เต้าหู้หันกลับมา เขาต้องพยายามดึงถอยศีรษะตัวเองออกเพื่อให้เห็นถนัดขึ้นว่า พี่ณัฐกำลังหน้านิ่วและค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น

“พี่ณัฐ ทนหน่อยนะฮะ ผมกำลังจะพาพี่ณัฐขึ้นห้อง”

“อ่า…ห้องใครอ่า วันนี้ห้องใครดี” เสียงพี่ณัฐยานคางเหมือนไม่ใช่ตัวเอง แล้วดวงตาก็ดูล่องลอย

“ห้องพี่ณัฐไงฮะ”

“เออดี แปลกที่ ไม่เคยเลย” พูดจบ แทนที่จะลุกขึ้นไป เจ้านายหนุ่มก็กลับยื่นปากเข้ามาจูบตรงข้างแก้มของเต้าหู้ แล้วค่อยๆ ไล่ลงไปข้างขากรรไกรสู่ซอกคอ

“พี่ณัฐอย่าเพิ่งเล่นฮะ ผมจั๊กจี้ ค่อยๆ ลุกนะฮะ” เต้าหู้พยายามใช้มือข้างที่ไม่ได้จับราวบันได ดันร่างของพี่ณัฐห่างไปจากตัว

หากถึงอย่างไร อีกฝ่ายกลับยิ่งดันน้ำหนักลงมา ใช้ปากงับติ่งหูเขานิดหนึ่งแล้วบอกว่า “ช่าย ค่อยๆ ลุกแล้วเนี่ย ฮิฮิ ตัวหอมจัง” คราวนี้แลบลิ้นออกมาเลียข้างคอเขา เต้าหู้จั๊กจี้เพราะสัมผัสสากๆ ของปลายลิ้นและลมหายใจอุ่นร้อน “หอม แล้วก็หวานด้วย…”

“พี่ณัฐอย่าเพิ่งเล่นตอนนี้ ผมลุกไม่ถนัด เราต้องไปที่ห้องฮะ”

“อา…” เจ้าตัวถอนหายใจหนักหน่วงออกมาทางปาก “โอเค เราจะ…ไปที่ห้อง…”

เจ้าหมีค่อยๆ พยายามดันตัวลุก หนนี้พี่ณัฐดูจะรู้เรื่องมากขึ้น จึงช่วยดึงทั้งตัวเองและตัวเขาขึ้นไป ต่อเมื่อยืดได้เต็มส่วนสูง ก็ยังไม่วายเอียงหน้ามาวุ่นวายกับซอกคอเขา ก่อนค่อยๆ ไล่ลงไปยังไหปลาร้าช่วงที่อยู่ใต้ร่มผ้า

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าทางเดินต่อจากนั้นจะไม่ใช่ระยะทางไกล จึงนับว่าไม่ง่ายเลย กว่าเต้าหู้จะกะโผลกกะเผลกพาเจ้านายเข้ามาถึงห้องนอน

ห้องขนาด ๒๐ ตารางเมตรตกอยู่ในความมืด เต้าหู้รู้ว่าข้าวของที่อยู่ข้างในห้องคงได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกเขา หรือไม่ก็สัมผัสได้ถึงแรงสะเทือน จึงรีบพาตัวเองกลับเข้าที่กันหมดแล้ว ทันทีที่เปิดเข้ามา ทั้งห้องจึงตกอยู่ภายใต้ความสงบเรียบร้อยเช่นเดียวกับตอนที่พี่ณัฐจากไปเมื่อเช้า จะมีก็แต่เสียงบ่นงึมงำในแต่ละก้าวที่เขาพาพี่ณัฐลุสู่เตียงด้านใน

“หืม เหม็นกลิ่นอะไรเนี่ย”

“หึ่งขนาดนี้ เมาน่ะสิถามได้”

“ตาณัฐไปเมามาจากไหนเนี่ย”

เสียงสุดท้ายคือเสียงของคุณลุงสมุดโน้ตที่นอนอยู่บนโต๊ะทำงาน เต้าหู้ลืมตัวจึงเผลอตอบไปว่า “พี่เกณฑ์บอกว่า วันนี้นัดเจอเพื่อนมัธยมกันน่ะฮะ”

“เจ้าพวกนี้ ไม่คิดเลยว่าโตขึ้นมาแล้วจะกลายเป็นพวกหยำเป”

พี่ณัฐคงเข้าใจว่าเขาคุยด้วย ระหว่างที่ก้มลงมายังอกเขาและพยายามใช้นิ้วมือปลดเลาะกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เต้าหู้สวมอยู่ จึงงึมงำตอบว่า “อือ…เจอเกือบทุกคนเลย…”

“ขวาครับพี่ณัฐ ทางขวา” เต้าหู้พยายามบอกเพื่อให้เจ้าตัวก้าวตามไปยังเตียงใหญ่

“ช่าย…ข้างขวาก่อน…” พร้อมๆ กันนั้น กระดุมเม็ดที่สองปลดออกมาได้ พี่ณัฐค่อยๆ ซุกนิ้วมือเข้าไปที่อกข้างขวาของเต้าหู้

“แม่เจ้าโว้ย! ชอบน้องณัฐเวอร์ชั่นนี้สุดๆ” คุณหมอนข้างตะโกนโลดลั่นทั้งที่ยังนอนอยู่บนเตียง

“เจ้าหมี” เสียงคุณลุงสมุดโน้ตเข้มข้นจากโต๊ะทำงานที่ทิ้งห่างไปทางด้านหลัง คุณลุงกระแอมแล้วพูดต่อขรึมๆ ว่า “ระวังตัวหน่อยนะ”

“ระวังอะไรฮะ–”

“บ่นอะไร มานี่น่า” พี่ณัฐไม่ยอมให้เขาพูด ใช้สองมือโน้มให้เขาก้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากของตัวเองกับริมฝีปากของเขาไว้ เต้าหู้ตกใจเพราะหายใจไม่ทัน กำลังจะยกมือดันพี่ณัฐออก ทว่าเจ้าตัวก็ฉวยจังหวะนั้นผลักเขาลงไปนอนบนเตียง เต้าหู้ไม่ทันเด้งขึ้นตามแรงสปริง ร่างของพี่ณัฐก็โถมทับลงมา งับเข้าที่ซอกคอของเขาด้วยริมฝีปากแรงๆ

กลัวว่าคุณลุงสมุดโน้ตจะกังวล เจ้าหมีจึงพยายามโงหัวขึ้นบอก “ไม่ต้องห่วงนะฮะคุณลุง ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหา พี่ณัฐเห็นผมเป็นแบบนี้ก็ยังเล่นด้วยเหมือนเดิมเลย”

“เจ้าหมีโง่เอ๊ย นี่มันหนังสด!” คุณหมอนข้างฮาป่า จ้องมาไม่วางตาจากบนที่นอนข้างๆ “ทำไมคนที่กลายร่างเป็นคนไม่ใช่เราวะ!”

เต้าหู้เริ่มเอะใจเพราะคำว่า ‘หนังสด’ เขาเคยได้ยินพี่ณัฐใช้คำนี้คุยกับพี่เกณฑ์เหมือนกัน บางทีก็มีคำนี้โผล่ขึ้นมาในหน้าจอโทรศัพท์มือถือตามแอปปลิเคชั่นต่างๆ ที่พี่ณัฐเปิด แต่เขาก็ไม่เข้าใจนักว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่าน่าจะเป็นคำแสลงแปลกๆ ที่มักทำให้คนหัวเราะ หรือว่า–

ไม่ทันได้คิดไกลไปกว่านั้น พี่ณัฐก็พรมจูบไล่ขึ้นมาจากหน้าอกข้างขวาของเขา ครอบริมฝีปากตัวเองลงมาบนริมฝีปากของเขา แล้วสอดลิ้นเข้ามาพัวพันกับลิ้นของเขาจนเต้าหู้ตื่นตระหนก — คือตระหนกที่พี่ณัฐสอดลิ้นเข้ามาเล่นกับลิ้นของเขา และตระหนกที่ตัวเองหายใจไม่ทัน — ก็สมัยเป็นตุ๊กตา เขาไม่เคยต้องหายใจเลยนี่นา!

เต้าหู้พยายามจะร้องบอกให้พี่ณัฐรู้ตัวว่ากำลังทำให้เขากลัว แต่พี่ณัฐกลับไม่สนใจเลย มือของเจ้าตัวลูบลามไปทั่วร่างใหม่เอี่ยมของเขา ทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้จนต้องบิดเกร็งหนี แต่ยิ่งหนีพี่ณัฐก็ดูจะยิ่งได้ใจรุกหนัก ท่อนล่างของพี่ณัฐกดท่อนล่างของเขาไว้ไม่ให้ส่ายหลบ ราวกับว่ามันกลายเป็นเสาค้ำยันไม่ให้เขาหลีกเลื่อนไปได้ เต้าหู้สัมผัสถึงแรงเต้นโครมครามของหัวใจ มันดีดตัวโลดเต้นราวกับตีพื้นหลังเบาะไปมา ยิ่งพยายามใช้มือดันพี่ณัฐออกไป มืออีกข้างของรายนั้นก็ยิ่งกำมือเขากางออก แล้วกดดันตัวเองประกบเขาไว้จนเขาแทบไม่อาจขยับตัว

“อื้อ…อื้อ!”

ได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างของพี่ณัฐอย่างนั้น ท่ามกลางความมืดและเสียงหวีดว้ายของเครื่องเรือนต่างๆ ที่ดูจะตกใจกลัวไม่แพ้กัน ในที่สุดจังหวะที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสำลักลมหายใจตาย พี่ณัฐก็ถอนริมฝีปากออกไปแล้วยกท่อนบนขึ้น

เต้าหู้ควรจะฉวยโอกาสนั้นผลักเจ้านายแล้วลอดหนีออกไป แต่เขามัวตกตะลึงกับสีหน้าที่ยิ่งเพิ่มความไม่เป็นตัวของตัวเองให้กับพี่ณัฐ มันตรึงแขนขาเขายิ่งกว่าน้ำหนักที่เจ้าตัวใช้กดโถมลงมาที่ตัวเขาเสียอีก

“พี่ณัฐ!”

เขาอุทาน ตอนนั้นเอง คนบนตัวค่อยๆ ดึงเสื้อโปโลสีดำที่สวมอยู่ออกทางหัว จากนั้นเลื่อนมือลงไปยังท่อนล่างที่ค้ำยันเขาไว้ ปลดตะขอและรูดซิปกางเกงยีนส์ที่ตัวเองสวมอยู่…

เชิงอรรถ :

(1) Leaving on the Jet Plane ของ John Denver

 

Don`t copy text!