คุณหมีปาฏิหาริย์ บทที่ 3 : นางนพมาศ

คุณหมีปาฏิหาริย์ บทที่ 3 : นางนพมาศ

โดย : ปราปต์

คุณหมีปาฏิหาริย์ โดย ปราปต์ กับเรื่องราวปาฏิหาริย์รักโรแมนติกแฟนตาซี เมื่อวันหนึ่งตุ๊กตาหมีที่เขารัก กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่มีเลือดเนื้อ อบอุ่นและที่สำคัญ…มีหัวใจไว้รักเขาคนเดียว นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-3-

 

โดยทั่วไป วันอาทิตย์ที่ไม่มีภารกิจ พี่ณัฐจะตื่นเกือบๆ เที่ยง หลังจากล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็จะเดินทั้งผมยุ่งเหยิงอย่างนั้นลงไปกินอาหารที่คุณมทนาเตรียมไว้ให้

เต้าหู้ไม่เคยมีโอกาสตามลงไปจึงไม่เห็นว่าพี่ณัฐทำอะไรบ้างระหว่างวัน อาศัยคำเล่าของคุณลุงสมุดโน้ตที่บางครั้งพี่ณัฐก็หยิบติดมือลงไป จึงพอรู้ว่าเจ้านายมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสืออยู่ตามมุมต่างๆ ในบ้าน คุณลุงอธิบายว่า จริงๆ แล้วนี่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานพี่ณัฐเหมือนกัน โชคดีที่มันเป็นงานที่เจ้าตัวรัก จึงขลุกอยู่ด้วยได้ตลอดเวลา นึกถึงตรงนี้เต้าหู้ก็คิดถึงคำร้องของคุณเครื่องดูดฝุ่น เธอช่างน่าสงสารที่ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบตลอดเวลา

อาจเพราะเช้านี้เริ่มจะไม่ปกติธรรมดา จู่ๆ พี่ณัฐจึงเปิดตากะพริบถี่ตั้งแต่นาทีที่ ๒๘ ของเวลาแปดโมงเช้า เต้าหู้มองไม่เห็นเพราะพี่ณัฐนอนอยู่บนตัวเขา หันซบแก้มซ้ายลงกับข้างแก้มขวาของเขา แต่เขารู้ว่าพี่ณัฐตื่นแล้วเพราะขนตาอันอ่อนนุ่มของพี่ณัฐสะกิดแก้มเขาแผ่วๆ

ลมหายใจอบอุ่นของอีกฝ่ายยังรินไล้ข้างแก้มเต้าหู้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ หัวใจที่เต้นอยู่ในอกก็ยังสะท้อนจังหวะสม่ำเสมอผ่านซี่โครง กล้ามเนื้อ และผิวหนังเรียบลื่น ต่อมายังผิวหนังเรียบลื่น กล้ามเนื้อ และซี่โครงของเต้าหู้ เขาอึดอัด แต่ยอมรับว่ามันเป็นความรู้สึกดี ในที่สุดพี่ณัฐจึงค่อยๆ ยกตัวขึ้น

ดวงตาสีดำกลมโตของเจ้านายรวบรวมจุดโฟกัสมาที่เต้าหู้ หมีน้อยของเรารู้สึกหัวใจเต้นถี่ขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เจ้านายเองก็ดูจะตกใจสงสัยเช่นกัน หัวคิ้วของฝ่ายนั้นมุ่นคิ้ว รำพึงด้วยเสียงแหบๆ

“หน้าเหมือนกับ…” คำพูดหยุดแค่นั้น แล้วเจ้าตัวก็สลัดศีรษะแรงๆ อย่างจะไล่ความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป ต่อคำใหม่ว่า “ยังไม่กลับอีกเหรอ”

เต้าหู้นึกว่าพี่ณัฐหมายถึงบนหัวเตียงอันเป็นที่วางประจำของเขา จึงตอบว่า “ผมกลับขึ้นไปไม่ได้แล้วฮะพี่ณัฐ ตอนนี้ผมไม่ใช่ตุ๊กตาแล้ว”

คนฟังยิ่งกดหัวคิ้วเป็นรอยบุ๋ม นอกจากงงแล้วคงรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงเริ่มเงยขึ้นลากสายตาไปรอบตัว ครั้นตระหนักว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนก็ถึงกับสะดุ้งขึ้นนั่งบนตัวเต้าหู้ “เฮ่ย นี่มันที่บ้าน!”

“ใช่ฮะ”

รูปร่างของพี่ณัฐไม่ถึงกับผอม เนื้อบางส่วนเริ่มยุ้ย แต่บางส่วนก็พอมีแนวกล้ามปรากฏขึ้นรำไร กระนั้น ถ้าเทียบกับร่างใหม่ของเต้าหู้ซึ่งอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม เจ้าตัวก็ดูบอบบางขึ้นมาเลย

ผิวเรียบตึงของพี่ณัฐมีสีนวล บางช่วงเกิดริ้วลายสีชมพูเพราะการกดทับ ทว่าเจ้าตัวไม่ได้สนใจ ลุกออกจากเต้าหู้

กางเกงผ้าเดนิมถูกปลดซิปตั้งแต่เมื่อคืน แต่ทรงรัดรูปทำให้มันไม่ขยับออกจากร่างพี่ณัฐ เจ้าตัวกระโดดรูปซิปเหย็งๆ ปากบ่น “เอามาที่บ้านได้ไงวะเนี่ย!”

เจ้าหมีลุกนั่งบนเตียง ท่อนบนของเขาถูกพี่ณัฐเปลื้องผ้าไปจึงเหลือแต่ผิวขาวใสเหมือนผิวเด็ก มีริ้วลายสีชมพูเช่นกัน ทว่ามันล้วนเกิดจากฝีมือและฝีปากของพี่ณัฐ เขามองรายนั้นแล้วก็พยายามตั้งคำถามกับตัวเองตามที่พี่ณัฐสงสัย แต่จนแล้วจนรอดก็ตอบไม่ได้ “ผมไม่รู้เหมือนกันฮะพี่ณัฐ” ตอนนั้นเขายังไม่ ‘ตื่น’ นี่นา

“เอาเถอะๆ” เจ้านายคงหาคำอธิบายได้แล้ว ทว่าสีหน้าก็ยังค่อนข้างหงุดหงิดขณะยกมือขึ้นเสยผม ผมของพี่ณัฐเส้นใหญ่และค่อนข้างหนา ด้านข้างและด้านหลังตัดสั้น แต่ปล่อยยาวด้านหน้าเกือบทิ่มลูกตา ดีแต่ว่าปลายตวัดงอนขึ้น

“พี่ณัฐเป็นอะไรรึเปล่าฮะ”

ท่าทางของเจ้านายทำให้เต้าหู้กังวล กังวลเพิ่มจากเดิมที่กังวลอยู่แล้ว จนต้องตื่นเฝ้าดูพี่ณัฐอยู่ตลอดทั้งคืน

เพราะเมื่อคืน หลังจากที่เขาอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ พี่ณัฐถอดเสื้อและรูดซิปกางเกงตัวเองลงแล้วก็เริ่มล้วงมือเข้ามาในกางเกงของเขา ต่อเมื่อเต้าหู้ยังพยายามหลบหลีก มือนั้นก็เลื้อยขึ้นมากระชากเสื้อของเขาออกแทนอย่างชำนาญ

พี่ณัฐไล้ปลายนิ้วลงบนอกของเขา เต้าหู้จั๊กจี้ ดิ้นขลุกขลักและขอร้องให้เจ้านายหยุด

พี่ณัฐหยุด แต่กลับก้มลงมาจุมพิตแล้วใช้ฟันขบติ่งเนื้อของเขาเบาๆ แทน เต้าหู้พยายามผลักเจ้าตัวขึ้นไป ตอนนั้นเอง เสียงของคุณลุงสมุดโน้ตดังขึ้น

‘พึ่งไม่ได้เลย เจ้าหมอนข้าง!’

ระดับความดังทำให้เต้าหู้ประเมินได้ คุณลุงไม่ได้นอนอยู่บนโต๊ะเหมือนเคย แต่เคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวเขามากแล้ว! ตุ๊กตาหมีน้อยจึงตกใจ เพราะหากพี่ณัฐหันไปก็จะพบว่า–

‘พวกนี้นี่ไม่มีอารมณ์กันซะเล้ย!’ คุณหมอนข้างบ่นตอบจากด้านข้างที่นอน ซึ่งเขากับพี่ณัฐปลุกปล้ำกันอยู่

คุณลุงสมุดโน้ตไม่สนใจ บอกว่า ‘ผ้านวม มาเถอะ’

และแล้ว แม้ว่าเต้าหู้จะถูกบังคับให้นอนราบอยู่กับเบาะ ทว่าคราวนี้เขายังเห็นชัดว่าคุณน้าผ้านวมลุกขึ้นเต็มความสูงของเธอ กองแขนขาแล้วโดดเข้ารัดพันอะไรบางอย่างทางด้านหลังตามคำสั่งของคุณลุงสมุดโน้ต เต้าหู้รู้ว่าของอย่างนั้นคืออะไรก็เมื่อได้ยินเสียงของคุณเก้าอี้ทำงานไม้ของพี่ณัฐ

‘จะเอา…จะเอาอย่างนี้จริงๆ เหรอลุง’

‘ใช่สิ ไม่งั้นเต้าหู้เสร็จแน่!’

‘ดะ…เดี๋ยวฮะ จะทำอะไร–!’

ไม่มีคำตอบจากคุณๆ เหล่านั้น แม้แต่พี่ณัฐก็ยังไม่สนใจเขาเลย

ดวงตาของเต้าหู้เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาทะมึนของอะไรบางอย่างเคลื่อนมาอยู่เหนือพี่ณัฐทางด้านข้าง มันคือคุณเก้าอื้ที่มีคุณน้าผ้าห่มนวมรัดพันไว้พอนุ่ม คุณลุงบอกว่า ‘ตอนนี้ล่ะ!’ แล้วภาพถัดมา คุณเก้าอี้ก็ดีดตัวเองขึ้นสูงแทบจดเพดาน ก่อนตกมาลงกระแทกศีรษะพี่ณัฐดังตุ้บ! ถัดจากนั้น พี่ณัฐก็คออ่อนซบเต้าหู้มากระทั่งเช้า!

อย่างไรก็ตาม คนที่เขาห่วงดูจะไม่เป็นอะไรมากอย่างที่คิด แถมมองกลับมาที่เขาอย่างกังวลกว่า

“แม่เจอยังวะเนี่ย”

“คะ…คุณป้า–”

“อยู่ในนี้อย่าไปในไหนนะ!”

“ฮะพี่ณัฐ”

รายนั้นยังคงไม่สนใจ เผ่นแผล็วออกไปจากห้องราวกับต้องลมปลิว

จวบจนประตูห้องหับสนิทลงนั่นละ คุณลุงสมุดโน้ตจึงลุกขึ้นยืนบนคุณโต๊ะทำงานไม้ หันมาถาม “สรุปว่าน้องณัฐไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”

“นั่นสิ หนู…หนูเผลอออกแรงมากไปหน่อย” คุณเก้าอี้คร่ำครวญด้วยลักษณะของคนที่ปราศจากความมั่นใจ

“ไม่เป็นอะไรหรอกน่า” คุณหมอนข้างพูดอย่างรำคาญบนที่นอนข้างๆ เต้าหู้ “วิ่งไปอย่างนั้นคงกลัวแม่รู้มากกว่า”

เต้าหู้หันไปงง “คุณป้ารู้อะไร แล้วทำไมต้องกลัวฮะ”

พอดีคุณโต๊ะทำงานตั้งอยู่ใกล้ประตูมากที่สุดร้องขึ้นว่า “น้องณัฐแลนกลับมาแล้ว!” ข้าวของแต่ละชิ้นจึงรีบกลับสู่สภาพนิทราตามเดิมด้วยความเคยชิน ซึ่งนับเป็นภาพน่าตลก เพราะในความจริง ยังไงเจ้าของเสียงฝีเท้าย่อมไม่ได้ยินเสียงสนทนาของเครื่องเรือนอยู่แล้ว

ประตูเปิดออก พี่ณัฐก้าวเข้ามา เต้าหู้สังเกตเห็นว่าผิวของเจ้าตัวตรงช่วงคอและหน้าอกเริ่มฉ่ำวาวเพราะมีเหงื่อผุด เห็นเขายังนั่งงง เจ้าตัวก็พูดดังขึ้น “อ้าว ทำไมยังไม่ใส่เสื้อ”

อย่างเงียบเชียบ คุณน้าผ้านวมค่อยๆ ขยับชูเสื้อเชิ้ตของเต้าหู้นูนขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้เขาหยิบสะดวก

“ขอบคุณฮะ”

พี่ณัฐกำลังก้าวหย่งๆ มาหยิบเสื้อโปโลสีดำของตัวเองเช่นกัน ได้ยินเต้าหู้พูดอย่างนั้นปลายนิ้วของเจ้าตัวก็ชะงักลงน้อยๆ สีหน้าหดหู่ แม้แต่เสียงก็อ่อนเบาลง

“ขอโทษ” คนพูดจ้องตรงมาที่เขาแล้วพ่นลมหายใจยาว “แต่พี่ให้เราอยู่นานไม่ได้”

คล้ายเพื่อจะตัดบทความรู้สึกนั้นอย่างรีบเร่ง พี่ณัฐสวมเสื้อโปโลไวๆ ประโยคต่อไปชัดเจนขึ้น “ตามมาเบาๆ นะ เดี๋ยวจะเรียกแท็กซี่ให้ เมื่อคืนเมาเลยไม่ได้ขับรถตัวเองกลับมา”

“ไม่ต้อง–”

“ชู่วว์” พี่ณัฐใช้นิ้วแตะปากตัวเอง ลดกายลงนั่งใกล้ๆ บอกพลางช่วยเต้าหู้สวมเสื้อและกลัดกระดุมให้ “แม่ยังหลับอยู่ข้างล่าง”

“อ้าว–”

โดยไม่มีคำพูด พี่ณัฐใช้สีหน้าบอกให้เขาเงียบเสียง ต่อเมื่อจบกระดุมเม็ดที่สาม เจ้าตัวก็ยืดร่างสูงขึ้นแล้วพยักเป็นเชิงให้ตามมา

เต้าหู้ยอมลุกอย่างว่าง่าย จรดปลายเท้าแผ่วเบาแบบเดียวกับพี่ณัฐตรงออกจากห้อง ตอนแทรกตัวหว่างช่องประตูยังได้ยินเสียงคุณหมอนข้าง “นี่ไง คิดไว้ไม่ผิด–”

เจ้านายก้าวนำลงบันได พยายามระวังไม่ให้เกิดเสียงฝีเท้าหรือกระทั่งไม้ลั่น ครั้นลงถึงพื้นล่าง เต้าหู้ชะเง้อเห็นว่าคุณมทนายังทอดร่างเงียบงันอยู่บนคุณโซฟา ท่าทางแกจะนอนต่อที่นี่ทั้งคืนแล้วก็ตื่นสายผิดปกติ

ทุกอย่างควรจะเป็นไปด้วยดี พี่ณัฐนำเขาก้าวถึงข้างคุณโซฟาแล้ว อีกไม่ไกลก็จะถึงประตูด้านหน้า หากทว่า จู่ๆ ความเงียบกลับถูกทำลายเพราะเสียงเห่ากระโชก!

“ไอ้ขึ้นช่าย!” พี่ณัฐหน้าเสีย ไม่ได้เปล่งเสียงออกมา เพียงแต่ขยับปากเป็นคำ

ไม่เพียงเห่าใส่เต้าหู้ เจ้าหมาอ้วนหน้าย่นยังเกาะกรงเขย่าเป็นบ้าเป็นหลัง พี่ณัฐหันไปยกนิ้วแตะปากใส่มันแทบไม่ทัน

เมื่อเจ้าขึ้นช่ายเงียบ ทั้งพี่ณัฐและเต้าหู้จึงเพิ่งได้ยินเสียงใหม่ “อื้อ…”

คุณมทนาครางและเริ่มขยับตัว!

พี่ณัฐรีบโบกมือให้เต้าหู้เร่งไปที่ประตูก่อน เจ้าหมีพยักรับ ค่อยๆ กระย่องกระแย่งตรงไปจนถึงบานประตู กำลังจะยกมือเลื่อนคันจับก็พอดีมีเสียงดังแทรก “ณัฐจะออกไปไหนเหรอลูก”

คุณมทนาตื่นแล้ว!

พี่ณัฐที่จ้องมองเขาแต่ต้นถึงกับสะดุ้งหันไป เต้าหู้เองก็ตัวแข็งเหมือนถูกสาปตรึงอยู่กับที่

“เอ่อ…พอดี เพื่อนผมมาหา–”

ดูท่า คุณมทนาจะไม่ได้สนใจฟังลูกชายเลย พี่ณัฐของเต้าหู้ยังไม่ทันพูดจบเธอก็โพล่งขึ้นใหม่ว่า “เจ้าชายน้อย! ตื่นแต่เช้าเชียววันนี้”

เต้าหู้จึงต้องหันกลับมาเงอะงะ

พี่ณัฐชักคิ้วฉงน คงงงว่าทำไมเขาจึงรู้จักกับมารดาตัวเองได้

ผู้เป็นแม่กลับเป็นฝ่ายลุกขึ้นจากคุณโซฟามาอธิบายแทน “นี่เจ้าชายน้อย พ่อเป็นคนส่งมาให้เราไงจ๊ะลูก เจ้าชายน้อยชื่อเต้าหู้”

“เต้าหู้?!”

“เจ้าชายน้อยจะพักอยู่กับเราที่นี่นะจ๊ะ จริงสิ–” เธอยกนิ้วขึ้นอย่างนึกอะไรได้ “เมื่อคืนแม่ก็เผลอหลับไป หนูไปนอนห้องที่ป้าจัดไว้ให้ใช่มั้ยลูก”

“คือ–”

เห็นเต้าหู้กระอักกระอ่วน พี่ณัฐก็ชิงตอบว่า “ช่ะ…ใช่แม่” พลางปราดเข้าไปถึงตัวคุณมทนาในทำนองขวางระหว่างเธอกับเต้าหู้ไว้ จากนั้นยกแขนต้อน “แม่เพิ่งตื่น ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนดีกว่านะ”

“จริงด้วย พี่ณัฐเองก็ลืมแปรงฟัน!” เต้าหู้อุทาน

พี่ณัฐปิดตาหยีลงเหมือนเจ็บปวด พลอยต้องหยุดเท้าเพราะคุณมทนาหมุนตัวมาที่เต้าหู้อีกครั้ง

“อ้าวเหรอจ๊ะ แล้วหนูล่ะ”

“ผมไม่เคยแปรงฟันมาก่อนเลยฮะ”

“ตายแล้ว ไหงเป็นงั้น เดี๋ยวแมงกินฟันหมดพอดี มะ ป้าพาไป ณัฐเองก็ไปแปรงแล้วเดี๋ยวลงมากินข้าวนะ” คุณมทนาปลดมือลูกชาย แล้วก้าวมาหาสมาชิกใหม่ของบ้าน ปากบ่น “ตายจริงพ่อ นี่มันกี่โมง วันนี้เราตื่นสายไม่ทันทำอะไรไว้ให้ลูกกินเลย”

“ไม่เป็นไรครับแม่ นี่วันอาทิตย์ณัฐไม่ได้ออกไปไหน”

“อ้อ ดีจริง”

พี่ณัฐใช้วงแขนรั้งให้คุณมทนาก้าวห่างจากเต้าหู้ออกไปใหม่ “แม่ไปแปรงฟันเถอะ เดี๋ยวณัฐจัดการเจ้านี่เอง”

. . . . . . . . . .

 

‘เจ้านี่’ ถูกลากแขนกลับขึ้นมาในห้องนอนพี่ณัฐอีกครั้ง เจ้าของห้องปิดประตูแบบเบาราวพยายามจะระงับอารมณ์ของตัวเองไปด้วย ตอนนั้นเอง สมาชิกในห้องต่างแอบเปิดตาขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสนใจ บางรายซุบซิบกันอย่างสงสัย เฉพาะคุณหมอนข้างที่ขำดัง

“อ้าว ยังไม่หนำใจเรอะ พากันเข้ามาห้องนอนอีกเนี่ย!”

ปกติเต้าหู้เป็นตุ๊กตาหมีจิตใจดี แต่ผมคงต้องบอกคุณว่า ต่อให้เป็นคนจิตใจดี ยังไงก็ต้องมีสิ่งที่ไม่ชอบหรือหมั่นไส้อยู่บ้างเหมือนกัน สำหรับเต้าหู้ คุณหมอนข้างคือของสิ่งนั้น

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงแสร้งทำเป็นหูทวนลมเสีย แล้วพูดกับที่ณัฐว่า “แปรงสีฟันของผมน่าจะอยู่ที่ห้องข้างๆ นี้ฮะ เมื่อวานคุณป้าช่วยจัด”

นี่คือสิ่งที่คุณมทนาวุ่นวายทั้งบ่ายวาน และทำให้เธอเหนื่อยอ่อนจนนอนหลับยาวนานเป็นคืนแรกในรอบปี เต้าหู้เกรงใจคุณป้า อยากบอกว่าคุณป้าไม่ต้องจัดห้องใหม่ให้ก็ได้ เพราะยังไงเขาคงมานอนกับพี่ณัฐอยู่ดี ต่อเมื่อเห็นคุณมทนามีความสุขกับการได้จัดห้องรับรองแขกที่ไม่เคยมีมาในรอบหลายปี เต้าหู้จึงเกรงใจซ้อนไปในความเกรงใจอีกที และคิดว่าเอาไว้บอกพี่ณัฐแทนดีกว่าว่าเขาไม่นอนห้องนั้นหรอก เขาจะนอนกับพี่ณัฐ

หากถึงอย่างไร เพราะตั้งแต่เช้ามานี้ พี่ณัฐดูไม่ใช่พี่ณัฐคนเดิมที่เคยคุยเล่นหรือกอดเขา เต้าหู้จึงไม่กล้าปริปากพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียเฉยๆ

พี่ณัฐเองก็ดูจะไม่ได้สนใจคำที่เขาพูดเช่นกัน  หลังจากตรวจประตูว่าปิดสนิท เจ้าตัวก็ก้าวล้ำเต้าหู้ไปสู่ด้านในห้อง เต้าหู้เห็นบ่าของพี่ณัฐลอยสูงและต่ำลงช้าๆ ๒-๓ ครั้ง จากนั้นจึงหันมาจ้องตรง ดวงตาดุดัน

“ตกลงมึงเป็นใคร”

แววตาและน้ำเสียงของคนถามช่างขึงขังห่างเหิน ไรหนวดขึ้นเป็นตอๆ รอบริมฝีปากและปลายคางทำให้พี่ณัฐดูเข้มขึ้น ทุกอย่างนั้นตรึงให้เต้าหู้นิ่งอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกหวิวโหวง “ผะ…ผมคือ–”

คำพูดหยุดเพียงปลายลิ้น เพราะจู่ๆ เสียงของคุณหมอนข้างดังขัด “อย่าบอกเชียวนะว่าแกคือตุ๊กตาหมี!”

เท่านั้นในห้องก็เกิดอึงอลด้วยความงงงวย

เต้าหู้ไม่เข้าใจเจตนาของคุณหมอนข้างเช่นกัน ปกติคุณหมอนข้างก็ชอบพูดอะไรประหลาดๆ ที่สมาชิกส่วนใหญ่ในห้องแคบๆ นี้ไม่เข้าใจ นอกไปจาก–

“บอกไปว่าเราจำไม่ได้”

คุณลุงสมุดโน้ต!

นั่นยิ่งทำให้เขาวางตัวไม่ถูก เต้าหู้คิดเสมอว่าคุณหมอนข้างมักมีเจตนาไม่ดี (ซึ่งอันที่จริงเขาก็รู้แหละว่าตัวเองต่างหากที่มีเจตนาไม่ดีกับคุณหมอนข้างมากกว่า) เขาอยากเอาชนะเจ้าตัวด้วยการบอกพี่ณัฐไปตรงๆ ทันทีทันใด แต่คำสำทับของคุณลุงสมุดโน้ตนั้นคล้ายแกเห็นด้วยกับคุณหมอนข้าง แล้วประเด็นสำคัญก็คือ คุณลุงสมุดโน้ตเป็นคนที่เต้าหู้เคารพรัก

ในที่สุด ทั้งที่ยังไม่เข้าใจเหตุผลเอาเสียเลย เจ้าหมีน้อยของเราจึงต้องยอมตาม “ผมจำไม่ได้ฮะพี่ณัฐ”

“จำไม่ได้?!” พี่ณัฐไม่ได้เสียงดัง แต่เข้มขึ้น หน้าก็นิ่วขึ้นอย่างขัดใจ “หมายความว่าไง”

“ผม…” เขาก้มหน้า สายตาลอบปรายไปยังคุณลุง รายนั้นขยิบตาคะยั้นคะยอ

“ผม…จำไม่ได้จริงๆ ฮะ”

“อะไรของมึง”

ต่อเมื่อเห็นเขายังนิ่งทื่อ ความโกรธของพี่ณัฐก็ดูจะพุ่งขึ้นอีก ถึงกับผลักไหล่เขา ทั้งที่ตัวเองก็เตี้ยกว่าเขาพอสมควร

“บอกมาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะจับมึงส่งตำรวจ!”

“ไม่ได้นะ!” คุณลุงสมุดโน้ตเสียงดังขึ้นมา

เต้าหู้ถึงกับสะดุ้ง “มะ…ไม่ได้นะฮะ!”

“ทำไมจะไม่ได้!” พี่ณัฐตวัดเสียง แล้วคงเพราะท่าทางของเขา เจ้าตัวหรี่ตาลงคล้ายประเมิน เสียงเบาทว่าเย็นเยียบลง “มึงเป็นใครก็ไม่รู้ จู่ๆ โผล่มาอยู่…”

เพราะเจ้าตัวไม่อาจต่อคำในทันที เต้าหู้จึงเงยหน้าช่วยในฐานะตุ๊กตาที่ดี “ข้างเตียงฮะ”

“นั่นละ!” ไม่รู้ว่าทำไมพี่ณัฐต้องหน้าแดงขึ้นด้วย คำพูดก็รัวกระชั้นคล้ายเพื่อกลบเกลื่อนอะไรสักอย่าง “โผล่ที่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่ามึงจะมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วก็อย่าแม้แต่จะคิดบอกแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน!”

คนพูดก้าวรุกมาประชิด และชี้นิ้วใส่หน้าจนเต้าหู้ต้องถอยกรูดหลังชนตู้เสื้อผ้า

“ผะ…ผมไม่บอกฮะ” เจ้าหมีละล่ำละลัก น้ำร้อนๆ ปรี่ขึ้นคลอตา

บางอย่างในสายตาและสีหน้าของพี่ณัฐทำให้เต้าหู้รู้ว่าคนน่ารักอย่างพี่ณัฐกำลังใจอ่อนลง เขาจึงค่อยๆ ก้มหน้าเอียงแก้มลงไปถูนิ้วของพี่ณัฐ จ้องตาเว้าวอน

“ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย!” พี่ณัฐดึงนิ้วกลับไป ดูตกใจแปลกๆ จนหน้าแดงถึงใบหู แต่แล้วก็ยังพยายามบังคับตัวเองให้เสียงแข็ง “ออกไปจากบ้านนี้ได้แล้ว!”

“แต่ว่า–”

“ออกไป!” พี่ณัฐใช้มือผลักข้างแขนเต้าหู้อย่างแรงให้เซไปทางประตูห้อง แต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าจึงแทบไม่สะทกสะท้าน

ใจต่างหากที่สะทกสะท้าน

“พี่ณัฐฮะ คือผม…” น้ำตาของเต้าหู้เริ่มหยดเผาะๆ แต่พี่ณัฐยังคงใจแข็ง ออกแรงผลักมากกว่าเก่าจนเขาเซแซ่ดๆ ออกจากห้องได้สำเร็จ แล้วต่อไปตามทางเดินสู่บันได ลงบันไดมายังโถงล่าง

คุณมทนาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว กำลังเตรียมอาหารอยู่ในส่วนครัว ได้ยินเสียงตึงตังโหวกเหวก เธอจึงเงยขึ้นมา ดวงตาใต้แว่นกรอบกระเบิกโตทันทีที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

“ณัฐ! อะไรกันเนี่ยลูก!” คนเสียงแหลมถลามาถึงตัวพี่ณัฐกับเต้าหู้อย่างรีบร้อน เสียงรองเท้าแตะที่สวมอยู่กระทบพื้นปูกระเบื้องดังสวบๆ

พี่ณัฐกัดกราม เห็นได้ชัดว่าพยายามสูดลมหายใจเข้ายาวลึกเพื่อสะกดอารมณ์ มือข้างที่เพิ่งปล่อยจากเต้าหู้ยกขึ้นเสยผมลวกๆ แรงๆ ด้วยอารามหงุดหงิด

เมื่อหันกลับมาตอบมารดา พี่ณัฐก็ยังไม่วายเสียงดังอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เราจะให้ไอ้นี่มาอยู่ที่นี่ไม่ได้นะแม่ เป็นใครก็ไม่รู้ ถ้าวันดีคืนดีพาพวกมายกเค้าเราหมดบ้านจะทำไง!”

“เจ้าชายน้อยจะมายกเค้าบ้านเราทำไมล่ะลูก–”

พี่ณัฐไม่ฟังเสียงแม่ คว้าต้นแขนเต้าหู้ลากต่อไปถึงบริเวณที่คุณโซฟาตั้งอยู่ ทันใดนั้นเสียงเห่าของเจ้าขึ้นช่ายดังขึ้นพร้อมเสียงวิ่งตะกุยตะกายพุ่งเข้ามา

“ขึ้นช่าย!” คุณมทนาอุทานตกใจ หลังลงมาจากข้างบน เธอคงเผลอปล่อยมันออกจากกรง ด้วยลืมไปว่าจะไม่ปลอดภัยกับสวัสดิภาพของสมาชิกใหม่ในบ้าน

“ไอ้ขึ้นช่าย!” พี่ณัฐพลอยร้องอีกคน แล้วโดยอัตโนมัติ เจ้าตัวดึงแขนของเต้าหู้ไปหลบอีกด้านของตัวเอง ทันเวลาก่อนที่เจ้าหมาอ้วนจะทันอ้าปากฝังเขี้ยวบนน่องเขา

แต่เพราะพื้นบ้านปูกระเบื้องเป็นมันลื่น และเจ้าขึ้นช่ายมวลมากจนยากจะติดเบรก ร่างตุ้มตุ้ยของมันจึงแฉลบเข้าหาคุณมทนาอย่างปัจจุบันทันด่วน!

เท้าขวาของหญิงสูงวัยกระตุกกระถด ร่างอวบเสียหลักหงายหลัง เสียงกำไลกระทบกันเมื่อแขนไขว่คว้าอากาศอย่างจะหาหลักยึด “ว้าย!”

“แม่!”

“คุณป้า!”

“โน่…!” แม้แต่คุณโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ ก็กรีดร้อง

เต้าหู้สลัดหลุดจากกำมือของพี่ณัฐ อาศัยร่างยาวโผเข้ารวบคุณป้าไว้ แล้วหมุนตัวรวดเร็วเพื่อให้ตัวเองเป็นกันชนระหว่างขอบที่วางแขนโซฟาแข็งๆ กับคุณป้าได้ทันพอดี

“เจ้าชายน้อย!” คุณป้าร้องตกใจเมื่อร่างของกันชนกระทบของดังกล่าวจนสะท้อนขึ้นมาแล้วหยุดนิ่งเหมือนเจ็บจุก

 

เหมือนกับที่เขาบอกว่า เมื่อเรื่องมหัศจรรย์หนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ความมหัศจรรย์ชั้นถัดๆ ไปก็จะตามติดมา ความมหัศจรรย์ที่ผมว่าคือเหตุการณ์เดจาวูที่เกิดซ้ำในบ้านธรรมดาๆ ของหมู่คนธรรมดาพวกนี้

เจ้าหมีน้อยของเราต้องกลับมาถอดเสื้อให้คุณมทนาช่วยทายาให้อีกครั้ง ต่างเพียงวันนี้เป็นยาแก้ฟกช้ำ แทนที่จะเป็นยาทาแผลสดแบบเมื่อวาน

“น่าสงสารจัง ดูซี แผลเมื่อวานก็ยังไม่หาย ตัวก็มาแดงเป็นจ้ำๆ ไปหมดอย่างนี้”

เต้าหู้นั่งหันหน้าไปอีกทาง เขาจึงไม่เห็นว่าพี่ณัฐที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อีกฝั่ง ดูจะมีสีหน้าแดงเป็นจ้ำๆ ขึ้นมาเช่นกัน

ระหว่างนั้น คุณโซฟาที่รองรับร่างของทั้งเต้าหู้กับคุณมทนาออกปากโอด “เพราะยายบ๊องแท้ๆ ไอไม่ได้ตั้งใจจะเม้กยูเฮิร์ทเลยนะ”

เต้าหู้เลือกตอบกลางๆ ไม่ให้คุณมทนาสงสัยว่าเขากำลังคุยกับใครอื่น “ไม่เป็นไรฮะ”

“ป้าขอบใจมากนะลูก ถ้าไม่ได้เจ้าชายน้อย ป้ามีหวังแย่กว่าหนูแน่ คนแก่น่ะ”

พูดจบ สายตาใต้แว่นกรอบกระของคุณมทนาก็ปรายไปทางด้านหลังตรงจุดที่ลูกชายนั่งอยู่ แรงกดจากมือเธอน้อยลง พลอยดึงให้เต้าหู้หันตามมา

ขณะนี้ สีหน้าของพี่ณัฐหวนกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่เพราะคำพูดนั้นทำให้เจ้าตัวหน้าคว่ำ ในที่สุดยักคอพลางกระแทกเสียงว่า “ก็ได้ๆ! เห็นว่ามึงช่วยแม่กู จะให้อยู่ที่นี่ไปพลางๆ ก่อน”

สายตาดุของคนพูดตวัดลงไปยังหมาอ้วนที่ถูกจับนิ่งอยู่บนตัก เจ้าขึ้นช่ายชูคอตัวพองด้วยความผยองที่ทำเต้าหู้เจ็บได้ ครั้นสบสายตาอย่างนั้นของเจ้านายจึงมีอันคอตกลง

“เพราะแกเลย ไอ้หมาโง่!” พี่ณัฐอุบอิบแล้วอุ้มเจ้าอ้วนเดินไปทางหลังบ้าน

คุณป้าเหลียวตามจนแน่ใจว่าลูกชายอยู่ห่างไปมากแล้ว จึงหันมาขำคิกให้เต้าหู้ “ดีนะ ที่ป้าแสดงละครเก่ง”

“นี่คุณป้า…?”

คุณมทนายิ้มขยิบตา

คุณโซฟาถึงกับเสียงสูง “เวท! เรียลลี่?”

ถึงเต้าหู้จะยังปวดหลังอยู่สักหน่อย เขาก็พลอยยิ้มบอกผู้อาวุโส “ขอบคุณมากนะฮะ”

คุณมทนาพยักพลางลูบบ่าเขาเบาๆ หยิบเสื้อให้เขาสวม “เดี๋ยวป้าเอายาไปเก็บก่อน”

เธอขยับตัวจะสวมรองเท้าแตะ แต่ครั้นเห็นเต้าหู้คอยมองอยู่ก็ยิ้มขำ แล้วตัดสินใจไม่สวม ก้าวเท้าเปล่าไปยังด้านหลังแพนทรีซึ่งมีตู้ยาสามัญประจำบ้านอยู่ตรงนั้น

เจ้าหมีถอนหายใจ คุณป้าเข้าใจผิดว่าเขากลัวเธอจะลื่นเพราะรองเท้าอีก แต่นั่นเป็นเรื่องดี…

ทั้งที่ยังยอกหลังอยู่บ้าง เต้าหู้ค่อยๆ ลดร่างมนุษย์ของตัวเองลงจากคุณโซฟามาที่พื้น ยิ้มให้คุณรองเท้าแตะทั้งสองข้างที่อยู่ในสภาพนิทรา

“ขอบคุณคุณรองเท้าแตะข้างขวามากนะฮะ ที่ช่วยผมไว้”

เห็นท่าทางและได้ยินคำเขา คุณโซฟาหลุดตาโต เสียงสูงกว่าเก่า “เวท เรียลลี่?!”

นั่นเอง คุณรองเท้าแตะข้างซ้ายจึงเบิกตาขึ้นบ้าง ในขณะที่คู่รักของเธอยังหลับตาสนิทเหมือนไม่ได้ยิน

เต้าหู้อธิบายให้ข้าวของฟังว่า “ใช่ฮะ เมื่อกี้ขึ้นช่ายวิ่งมาจะกัดผม ถึงมันเฉี่ยวคุณป้าแต่ก็ไม่มากพอให้คุณป้าล้ม คุณรองเท้าแตะข้างขวาคงเห็นว่าผมอยู่ในตำแหน่งที่น่าจะช่วยคุณป้าได้ทัน ก็เลยออกแรงขยับตัวให้คุณป้าเสียหลัก เพื่อให้ผมได้ช่วยคุณป้าไว้ และพี่ณัฐจะได้ยอมให้ผมอยู่ที่นี่ต่อไป คุณป้าน้ำหนักมากกว่าตั้งเยอะ คุณรองเท้าแตะข้างขวาคงเหนื่อยมากเลยใช่มั้ยฮะ กว่าจะดึงเท้าคุณป้าให้ขยับไปอย่างนั้นได้”

“หนวกหูชะมัด” ในที่สุดคุณรองเท้าแตะข้างขวาก็ลืมตาขุ่นเขียวขึ้นข้างหนึ่ง “ฉันก็แค่หลบเพราะหวาดเสียวเจ้าหมาบ้าเท่านั้นละ เรื่องอะไรจะต้องไปช่วยพวกฐานันดร–”

ไม่ทันพูดจบ เสียงจุ๊บก็ดังขึ้น

คุณรองเท้าแตะข้างขวาตาโตเพราะถูกคู่รักของตัวเองขโมยหอมแก้มเข้าให้ “พี่ชายน่ารักจริงๆ”

“ก้อช!” คุณโซฟายังไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง “ว้อท แฮพเพ่น ทู ดิส แมน?!”

พลัน ‘ดิสแมน’ เปิดตาทั้งสองข้างร้องขึ้น “เจ้าหมีระวัง!”

ท่าทางของคุณรองเท้าแตะข้างขวากระตุ้นให้เต้าหู้เหลียวหลังไป ปรากฏว่าพี่ณัฐก้าวกลับมาถึงตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“แอบคุยกับใคร!” เสียงถามห้วน แต่ค่อนข้างเบาคงเพราะเกรงคุณมทนาจะได้ยิน

เต้าหู้หน้าม่อย “ผะ…ผมเปล่า–”

“ก็เห็นอยู่ว่าคุย ไหน! เครื่องดักฟังเหรอ” ร่างสูงของพี่ณัฐย่อต่ำลงมาคุกเข่าข้างกัน พยายามก้มหาของพิสดารที่ว่านั่นใต้โต๊ะรับแขก ขณะเดียวกันก็ใช้ศอกข้างหนึ่งดันอกเต้าหู้ให้ถอยไปจนชนขอบที่นั่งของคุณโซฟา

เต้าหูถึงกับหลังแอ่นร้อง “โอ๊ย!”

“เจ้าชายน้อย?” คุณมทนายื่นหน้าออกมาจากหลังตู้ยา ระหว่างที่เธอก้าวตุบตับมาเลิ่กลั่กด้วยความเป็นห่วง พี่ณัฐก็หน้าเหวอ แก้สถานการณ์ด้วยการวาดแขนข้างที่ถองเขาเมื่อครู่ออกไปโอบหลังเขาไว้แทน

ผู้เป็นแม่เห็นลูกชายอยู่กับสมาชิกใหม่ในบ้าน จึงถามว่า “เต้าหู้เป็นอะไรเหรอลูก”

“ยังปวดนิดหน่อยน่ะแม่” มือของพี่ณัฐกระชับเนื้อเต้าหู้แน่นเข้าเป็นสัญญาณว่าอย่าพูดมาก “ท่าทางวันนี้ณัฐจะต้องพาไปหาหมอ”

“แย่แล้ว!” คุณรองเท้าแตะข้างขวาร้องขึ้นทันที

“แย่ยังไงง่าพี่ชาย”

คุณรองเท้าแตะข้างขวาตอบคู่รักของเขาว่า “ก็เจ้าหมีเป็นตุ๊กตา ถึงตอนนี้จะกลายมาเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นแค่มายาภาพรึเปล่าน่ะสิ ถ้าหมอตรวจเจอว่าข้างในเจ้าหมีไม่ใช่คน…” เสียงอธิบายทอดยาวอย่างครุ่นคิด และแล้วคุณรองเท้าแตะข้างขวาถามเครียด “แกจะดูแลตัวเองได้มั้ย”

“ผม–”

“ไม่ได้” อีกฝ่ายสรุปได้ทันที

คุณโซฟาปวดเศียร “โซ จะมีใครพอไปช่วยดูแบร์รี่ได้ล่ะ!”

. . . . . . . . . . .

 

แต่เดิมห้องนอนข้างห้องพี่ณัฐถูกใช้เป็นห้องพักสำหรับแขก แต่บ้านนี้แทบไม่มีแขกมาเป็นสิบปีแล้ว มากที่สุดคือพี่เกณฑ์เพื่อนสนิทของพี่ณัฐเมาแล้วมาขออาศัยบ้างนานๆ ที ซึ่งหลายทีก็นอนในห้องพี่ณัฐเองนั่นละ เมื่อวานคุณมทนาจึงจัดห้องนี้ให้สำหรับเจ้าชายน้อยของเธอ ไม่ลืมแขวนอักษรตัว T ไว้ที่หน้าห้องด้วย

ถึงตอนนี้ อักษรดังกล่าวดูจะขัดสายตาพี่ณัฐโขอยู่ เจ้าตัวหน้ายุ่งทันทีที่ก้าวนำเต้าหู้มาแล้วเห็นเข้า แต่ไม่ทันพูดหรือทำอะไรต่อ เพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นแว่วๆ จากข้างในห้องพักของตัวเองเสียก่อน

คนที่ลากเต้าหู้ขึ้นมาชั้นบนบ้าน เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ลูกบิดประตูห้องพักตัวเองแทน ต่อเมื่อเห็นว่าเต้าหู้ยื่นมือจะบิดลูกบิดห้องตัว T พี่ณัฐก็ออกคำสั่ง “ตามกูมานี่ก่อน!”

กว่าจะผลุนผลันเข้ามาถึงโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนเตียงนอนยุ่งเหยิง สายเรียกเข้าก็หลุดไปแล้ว พี่ณัฐหยิบดูหน้าจอแล้วมุ่นคิ้ว เต้าหู้ยืนอยู่ข้างหลังและตัวสูงกว่า ทำให้มองผ่านบ่าเจ้าตัวไปเห็นได้ไม่ยากว่าเป็นชื่อ แม่

“สงสัยแม่เผลอนั่งทับโทรศัพท์อีกแล้ว”

ระหว่างที่พี่ณัฐถอนหายใจรำคาญ เต้าหู้ก็หันไปขยิบตากับคุณโต๊ะเก้าอี้ทำงานบริเวณหน้าห้อง

ทุกอย่างเรียบร้อย!

หลังจากเมื่อครู่ คุณโซฟาและคุณรองเท้าแตะทั้งสองข้างช่วยกันคิดหาตัวช่วย แล้วเห็นตรงกันว่าหากเต้าหู้ต้องออกจากบ้าน คุณลุงสมุดโน้ตน่าจะพึ่งพาได้มากที่สุด เพราะแกปราดเปรื่อง ทั้งยังถูกหยิบออกไปข้างนอกบ่อยจนรู้รอบ ในที่สุดคุณโซฟาจึงสะกิดคุณโทรศัพท์ของคุณมทนาที่ตกอยู่ตรงมุมที่นั่งให้ตื่นขึ้น แล้วรีบเรียกขึ้นมายังคุณโทรศัพท์ของพี่ณัฐข้างบนนี้ ป่านนี้คุณลุงที่ได้รับข่าวแจ้ง คงปีนเข้าไปซ่อนตัวในกระเป๋าเป้ใบเก่งของพี่ณัฐพร้อมสำหรับการออกเดินทางไปด้วยกันแล้ว

เจ้าของเป้ยังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก้าวท่อมๆ เข้าไปหยิบแปรงสีฟัน ยาสีฟัน และแก้วน้ำออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกเต้าหู้ “ไปแปรงฟันสิ”

เต้าหู้ดีใจ แต่ก็อดเกรงใจไม่ได้ “พี่ณัฐไม่ต้องไปกับผมก็ได้นะฮะ เมื่อวานจัดของกับคุณป้า ผมรู้ว่าแปรงกับยาสีฟันอยู่ที่ไหน”

“กูรู้!” อีกฝ่ายกระแทกเสียง “แต่กูไม่ไว้ใจมึง มานี่!”

ไม่พูดเปล่า พี่ณัฐฉวยข้อมือเต้าหู้ลากออกจากห้องไปยังห้องที่อยู่ติดกัน ในห้องนอนแขกมีห้องน้ำเล็กๆ อยู่ด้วย ตรงอ่างล้างหน้ามีถ้วยพลาสติกใส่แปรงสีฟันสีฟ้ากับยาสีฟันวางอยู่

เต้าหู้เคยสงสัยว่าแปรงฟันคืออะไร ทำไมพี่ณัฐต้องลุกขึ้นแปรงทุกเช้า ด้วยความสงสัย ในคืนหนึ่งระหว่างที่พี่ณัฐหลับสนิท เขาจึงขอให้คุณโทรศัพท์มือถือของพี่ณัฐช่วยเปิดคลิปวิธีแปรงฟันให้ดู ตอนนั้นเต้าหู้ไม่มีนิ้วมือ จึงไม่อาจหยิบแปรงสีฟันมาลองทำตาม แต่เพราะคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ตลก เขาจึงจำได้แม่น

เต้าหู้บีบยาสีฟันลงบนแปรงใหม่เอี่ยมของเขา บ้วนน้ำก่อนยื่นมันไปในปาก ยาสีฟันชนิดนี้มีรสหวานเย็นปะแล่มๆ พอแตะน้ำลายของเขาไปพร้อมการบดขยี้ก็กลายเป็นฟองสีขาวดูสะอาด เขามองฟองยาสีฟันที่ปากตัวเองกับปากพี่ณัฐแล้วยิ้มสุขใจ พี่ณัฐมีแก้มยุ้ยกว่าเขา ยิ่งมีแปรงในปากยิ่งทำให้แก้มตุ่ย หน้าตาที่จ้องเขาอยู่ก็มู่ทู่ เมื่อมีคราบฟองรอบๆ ริมฝีปากทำให้ดูคล้ายเด็กน้อยจอมซนถูกแม่บังคับ ช่างน่ารักเสียนี่กระไร! คิดแล้วเต้าหู้ก็รู้สึกอิจฉาตัวเองขึ้นมา ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งตุ๊กตาหมีอย่างเขาจะมีโอกาสมายืนแปรงฟันข้างๆ พี่ณัฐอย่างนี้ ต่อไปนี้คงจะมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่ตุ๊กตาหมีทำไม่ได้ แต่เขาทำได้ และเขาตั้งใจจะทำกับพี่ณัฐ

เพราะรอยยิ้มพึงใจของเต้าหู้ คนที่แปรงฟันอยู่ข้างๆ จึงนิ่วหน้าถามทั้งฟองเต็มปาก “มองอะไร!”

ถามจบพี่ณัฐก็บ้วนปาก เต้าหู้จึงบ้วนบ้างเพื่อตอบได้สะดวก

“แปรงฟันเร็วแบบนี้ฟันจะไม่สะอาดนะฮะพี่ณัฐ ปกติเราควรแปรงฟันประมาณสองนาที เอียงขนแปรงทำมุมสี่สิบห้าองศากับฟัน แล้วหมุนมือปัดขนจากเหงือกผ่านตัวฟันออกมาแบบนี้ฮะ”

“เออ กูรู้ สอนเป็นแม่กูเลย” เจ้าตัวพูดระหว่างเอาน้ำลูบผิวหน้าไวๆ “มึงน่ะเร็วๆ เข้า”

“ผมยังปวดหลังอยู่เลย แปรงไม่ถนัดไม่ไหร่” คนพูดนึกถึงเมื่อครู่ที่พี่ณัฐเอาแขนมาโอบเขาไว้ตอนโกหกคุณมทนา มันจะดีกว่านั้นอีกถ้าพี่ณัฐมาโอบเขาไว้แล้วช่วยแปรงฟันให้เสียเลย

แต่คนในความคิดกลับทำหน้าเหม็น “ท่าเยอะ กูไม่แปรงให้หรอกนะ”

“ใจร้าย”

“รีบแปรงให้เสร็จ กูจะมาอาบน้ำ” พูดจบพี่ณัฐก็เปิดประตูออกจากห้องไปด้วยหน้าตาขาวสดใส หยดน้ำเกาะผมบางเส้นดูลีบลง

เต้าหู้ยิ้มรับตามลำพังแล้วค่อยๆ พิถีพิถันแปรงฟันต่อทีละซี่ๆ อันที่จริงเมื่อวานเขาไม่ได้กินอะไรมากมาย ฟันไม่น่าจะสกปรกมาก แต่เขาเคยได้ยินว่าคนเราควรจะแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งตอนตื่นเช้าและก่อนนอน ถ้าจะให้ดีคือแปรงหลังอาหารด้วย เมื่อคืนเขาถูกพี่ณัฐพาขึ้นไปเล่นบนเตียงแล้วนอนทับจนขยับตัวไม่ได้ จึงไม่ได้แปรงก่อนนอนเลย พี่ณัฐเองก็เหมือนกัน แถมตื่นมายังแปรงไม่ละเอียดอีก เต้าหู้คิดว่าเขาแปรงสะอาดๆ เผื่อไว้ย่อมเป็นการดี ไม่แน่ว่าเดี๋ยวพี่ณัฐจะเล่นปากครอบปาก แล้วเอาลิ้นเข้ามาในปากเขาอีก เขาจะได้สะอาดพร้อม

ประตูเปิดออกอีกที เต้าหู้ก็ยังแปรงไม่เสร็จ พี่ณัฐก้าวเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูผืนยาวผืนเดียวพันท่อนล่าง เจ้านายของเต้าหู้ไม่อ้วน แต่เพราะไม่ได้ออกกำลังกายบ่อยนักเนื้อหนังจึงดูไม่กระชับ อย่างหน้าท้องและหน้าอกที่มีปลายยอดสีคล้ำเล็กน้อยก็ย้อยลงนิดหนึ่ง ถึงกระนั้นช่วงแขนและรอบๆ ฐานอกก็ยังดูมีกล้ามเนื้อแข็งแรงอยู่บ้าง ผิวของพี่ณัฐเรียบและมีสีอ่อนนวลเสมอกัน ปราศจากร่องรอยแดงอย่างในช่วงเช้า และไม่พบไฝฝ้าราคีเลย ขนอ่อนก็เบาบางแม้กระทั่งใต้วงแขน หรือพื้นที่ใต้ผ้าขนหนู

“กูจะอาบน้ำก่อน” เจ้าตัวบอกขณะแขวนผ้าขนหนูไว้กับราว “มึงห้ามออกไปจนกว่ากูจะอาบเสร็จ”

“ฮะพี่ณัฐ” เต้าหู้รับคำขณะมองเจ้าตัวผ่านเงาในกระจกเหนืออ่างล้าง บริเวณส่วนอาบน้ำด้านในมีเพียงประตูแทมเปอร์กลาสกั้นแยกส่วนเปียก-แห้ง เขาจึงสามารถมองเข้าไปเห็นพี่ณัฐได้ถนัด

ทั้งๆ ที่ทำเหมือนจะจับตาเต้าหู้ แต่เอาเข้าจริงพี่ณัฐไม่ยักจดจ้องมาที่เขาสักเท่าไหร่ (ต่อให้เต้าหู้จะอยากให้พี่ณัฐทำอย่างนั้น) เจ้าตัวปรับเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วหมุนฝักบัวปล่อยสายน้ำพรูลงมา ผมฟูของพี่ณัฐลีบจับรอบศีรษะจนเหลือเพียงรูปหัวทุยสวย น้ำอุ่นทำให้ผิวกลายเป็นสีชมพู ยิ่งพี่ณัฐออกแรงลูบไปบนผิวลวกๆ แรงๆ ผิวบางส่วนก็ยิ่งแดงเข้าอย่างน่าสงสาร

คงรู้สึกว่าถูกจับตาเช่นกัน ตอนที่บีบเจลอาบน้ำลงบนฝ่ามือ พี่ณัฐจึงถามขึ้นโดยไม่ได้หันมา “มองอะไรนักหนา เมื่อคืนยังเห็นไม่พอรึไง”

ไม่ใช่แค่เมื่อวาน แต่ไหนแต่ไรมาเต้าหู้ก็ได้เห็นพี่ณัฐแก้ผ้าเดินโทงๆ เข้าออกจากห้องน้ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ก็นั่นแหละ เขาวางแก้วที่บ้วนน้ำเสร็จแล้ว ตอบตามตรงว่า “นานแค่ไหนก็ไม่พอหรอกฮะ”

ควันร้อนเริ่มจับเป็นฝ้าบนประตูกระจกและบานกระจกเงาตรงหน้าเต้าหู้ เขาจึงไม่อาจเห็นชัดว่ารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนริมปากของพี่ณัฐนั้นเป็นของจริงหรือเพียงการเล่นกลของเงาสะท้อนกับไอน้ำ

ไม่มีใครพูดอะไรกันอีก ในห้องแคบๆ มีแต่เสียงสะท้อนของสายน้ำ เสียงถูตัว และเบาที่สุด คือเสียงพี่ณัฐฮัมเพลงนั้นอีก เต้าหู้ฮึมฮัมตามในใจระหว่างที่ยืนพิงตัวเองกับอ่างล้างหน้ารอตามคำสั่งของพี่ณัฐ

I’m standin’ here outside your door. I hate to wake you up to say goodbye…

ไม่ช้าประตูกระจกก็เปิด ร่างที่ก้าวออกมาจากกลุ่มไอขาวมีหยดน้ำเกาะพราว พี่ณัฐคงรูดน้ำออกจากผมบ้างแล้ว เส้นผมค่อนข้างหยักเป็นคลื่นจึงจับกันและทิ้งตัวลง สีหน้าสดใสขึ้นเป็นกอง

“อ้ะ มาอาบ” เจ้าตัวพยักให้ระหว่างสาวผ้าขนหนูมาซับน้ำตามผิวหนัง จากนั้นพันไว้หลอมๆ รอบเอว เป็นครั้งแรกที่ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้พร้อมจ้องตรง “อาบพิถีพิถันได้เลย กูจะรอข้างนอก”

“พี่ณัฐไม่มองผมบ้างเหรอฮะ”

นั่นเองทำให้ยิ้มเจ้าเล่ห์ของพี่ณัฐดูเป๋เป็นขวยเขิน “ไม่โว้ย!”

ประตูห้องน้ำถูกดึงปิดตามหลังเจ้านายของเต้าหู้

Don`t copy text!