ลิงพาดกลอน บทที่ 6 : เพื่อนตายวายชีวา

ลิงพาดกลอน บทที่ 6 : เพื่อนตายวายชีวา

โดย : ปราปต์

เพื่อนเก่าของ ร.ต.ต. สุริยัน เรียนไม่จบชั้น ม.3 หลังถูกให้ออกจากโรงเรียนเทศบาล ทศทิศไปเข้าพวกกับแก๊งวัยรุ่นในตลาดเต็มตัว นักเลงหนุ่มผ่านงานสีเทาๆ มาหลายอาชีพ ก่อนลงเอยที่การขับรถสองแถวไม้ แล้วไต่เต้ากลายเป็นคนคุมคิว

คิวของทศทิศคืออู่ข้างบ้านหลังปัจจุบันของเจ้าตัว มันตั้งอยู่ไม่ห่างจากตลาดหลาว สมัยก่อนลูกค้าส่วนใหญ่คือชาวตลาด บริการเป็นมิตร ราคาเยา จวบระยะหลังลูกค้าหลักกลายเป็นนักท่องเที่ยว ชาวตลาดโอดค่าเหมารถที่พุ่งขึ้น น้ำใจบริการแย่ลง ผู้ให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งบอกว่า

‘–ไอ้เหยดแหม่มโบ๋นั้น ไม่อยากรับแม่ค้าพันป้ามั้ย โบ๋มันไถเบี้ยนักท่องเที่ยวได้มากหวา คนมาเที่ยวก็ต้องพึ่งมันเพ เบอะรถที่อื่นไม่หาญเข้ามารับคนที่นี่’

ไตรตรึงษ์พอจะคาดการณ์ได้ หลายครั้งผู้ให้บริการธุรกิจต่างๆ ในท้องถิ่น รวมถึงพวกรถรับจ้าง มักตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ผูกขาด และกีดกันคนนอกไม่ให้เข้ามาแบ่งรายได้ เจ้าหน้าที่รัฐเองก็ได้รับผลประโยชน์ จึงรู้เห็นเป็นใจ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ก่อกลายเป็นบ่อเพาะมาเฟียในที่สุด

โดยเฉพาะไอ้ทิศ!

คนคิดมองไหล่ตั้งของผู้ที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับ สัมพันธ์ของไอ้ทิศกับ ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ แนบแน่นมาแต่ไหน!

“เรื่องนี้แหละ” พ.ต.อ. ปีย์ส่ายหน้า “นายทศทิศเพิ่งมีเหตุวิวาทเพิ่มมาอีกคดี หลังจากที่ปกติก็มีเรื่องกับเขาไปทั่วอยู่แล้ว…”

เนื่องจากเมืองเก่าชายทะเลเริ่มจุดติดกระแสท่องเที่ยว ช่วงสองเดือนก่อนมีรถบริการต่างถิ่นพาชาวรัสเซียเข้ามาวนเวียนละแวกนี้หลายหน ทศทิศจับตาจนเริ่มรู้สึกว่าถูกเหยียบจมูก ต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวตัดสินใจเรียกพรรคพวกล้อมรถคันหนึ่งไว้ คนขับถูกลากลงรุมแล้วไล่ตะเพิดให้พาลูกทัวร์กลับ เหตุการณ์นี้ลุกลามยิ่งใหญ่ เพราะปรากฏว่าเจ้าของรถต่างถิ่นคันดังกล่าวเป็นมาเฟียรัสเซีย

“พวกนี้มันเข้ามาขุดทอง ทำธุรกิจผูกขาด ขายทัวร์กันมาจากที่โน่น แล้วทำรถรับส่งในบ้านเรา เปิดร้านอาหาร ร้านซักรีด บาร์ สปา แม้แต่ร้านขายของที่ระลึก เปิดเคาน์เตอร์ทัวร์ตัดหน้าแล้วกีดกันไม่ให้นักท่องเที่ยวประเทศมันใช้บริการของคนไทย เหมือนมาที่นี่แล้วขี้ทิ้งไว้โดยไม่ได้ให้อะไรประเทศเราเลย”

เสียงมีน้ำโหของ พ.ต.อ. ปีย์ชวนให้ไตรตรึงษ์นึกสบประมาท ท่านผู้กำกับน่าจะเสียผลประโยชน์จากธุรกิจเดิมที่อยู่ในท้องถิ่นเช่นกัน! ชายหนุ่มได้รับคำยืนยันจากสายตาคมกริบของสุริยันผ่านกระจกมองหลัง

ผู้หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ อยากเยาะ ก็เพราะคนจำพวกเดียวกับ พ.ต.อ. ปีย์เองมิใช่หรือ เปิดโอกาสให้พวกวัชพืชต่างด้าวเข้ามาฝังรากจนยากจะขุด นี่ถ้าเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์จากพวกมันเหมือนกัน ดูทีท่านปีย์จะเดินเคียงก้มหัวให้มันเสียด้วยซ้ำ!

ผู้น่าจะ ‘ก้มหัว’ เล่าต่ออย่างไม่ทันจับความรู้สึกผู้ฟัง “ไอ้พวกรัสเซียมันมีเส้นสายของมัน เจ้าทศทิศนี่มันก็มีเส้นอยู่อีกฝั่ง ต่างฝ่ายต่างจะไม่ยอม นี่ถ้าไม่ได้คนไกล่เกลี่ยดีๆ ป่านนี้ฆ่ากันกลางเมืองไปแล้ว”

“คนไกล่เกลี่ยดีๆ?”

“เจ้าพรต”

คำนั้นคล้ายตอกหนักลงกลางใจไตรตรึงษ์ด้วยสังหรณ์ร้าย ไอ้ทิศคนมีเรื่องก็ตาย สารวัตรพรตคนไกล่เกลี่ยก็ยังมาตายตามกันไปอีกอย่างนั้นรึ?!  

“เรื่องมันจบลงด้วยดีจริงๆ เหรอครับ”

คงจับสำเนียงร้อนในน้ำเสียงของเขาได้ คนนั่งใกล้จึงใช้ฝ่ามือหนาเพราะมีเนื้อเยอะตีเข่าเขาเบาๆ คลับคล้ายปลอบเด็ก “ดูเหมือนจะอย่างนั้น เจ้าพรตมันลิ้นเทวดา เรื่องประสานคนมันไม่เคยพลาดเลยล่ะ–”

คำพูดสะดุดนิดหนึ่งเพราะจู่ๆ รถมีอาการกระตุกวูบ

“ขอโทษครับ” สุริยันหน้าเสีย “ถนนมีหลุม”

ผู้บังคับบัญชาพยักเพยิดไม่ใส่ใจ หันมาสนใจไตรตรึงษ์มากกว่า “แต่หมวดก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย ไอ้ต่างด้าวพวกนั้นมันไว้ใจไม่ได้ ใครจะไปรู้นิสัยใจคอที่แท้ของพวกมัน”

แวบหนึ่งไตรตรึงษ์อดคิดไม่ได้ นี่มันเข้าข่ายเรซิสม์นี่หว่า ทว่าทันใด ภาพสายตาขำๆ แกมรู้เท่าของไอ้โคร่งก็โผล่แวบเข้ามาในมโนสำนึก ไอ้หอย มึงมันรู้ดีตลอดว่ากูคิดนินทาอะไรชาวบ้าน

คนคิดกระแอมอย่างจะลบความคิดของตัวเองทิ้งเสียละมาก “แล้วคนในพื้นที่ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าในตลาดหลาวล่ะครับ ดูเหมือนจะไม่มีใครชอบทศทิศ?”

“ไม่ชอบกับอยากจะฆ่ามันคนละเรื่องนะหมวด” อีกครั้งที่คนขับลบหลู่ลอยมา

พ.ต.อ. ปีย์ ตอบว่า “ถ้าเทียบแล้ว มีคนที่น่าจะ ‘ไม่ชอบ’ เจ้านั่นมากกว่าชาวตลาด”

ผู้เกริ่นสาวปมต่อไปว่า ทศทิศมีเมียมาแล้วหลายราย แต่อยู่กันไม่รอดสักราย เพราะฝ่ายผัวเมาทีไรวิญญาณมวยไชยามักเข้าสิงทุกที คู่ชีวิตต่างบอบระบมและเลิกราไปตามๆ กัน หลายรายรวมถึงญาติขู่อาฆาตทศทิศ ทว่าเจ้าตัวไม่แยแส

“แล้วเมียคนปัจจุบัน?” ไตรตรึงษ์จำได้ว่า ตามข่าว ขณะที่เกิดเหตุ นางสาวผู้มีนามแปลกว่าเบญกา ได้เดินทางออกมาซื้อกับข้าวที่ตลาดหลาว ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงจึงจะกลับบ้านไปเพื่อพบว่าสามีกลายเป็นศพถูกฝังดินครึ่งท่อน ผิวหนังถูกไฟไหม้ และอวัยวะหลายส่วนก็หลุดกระจายอยู่บนพื้นข้างบ้าน

คนคิดเดาะลิ้น “ผมเพิ่งรู้ว่าบ้านกับอู่รถของนายทศทิศอยู่ไม่ไกลจากตลาดหลาว ตลาดนั่นก็ไม่ใช่ตลาดใหญ่ ทำไมเมียหมอนั่นถึงใช้เวลาไปซื้อกับข้าวนานขนาดนั้น แถมออกจากบ้านเก้าโมงครึ่ง ตอนนั้นน่าจะใกล้ตลาดวายแล้ว”

“เมียนายทศทิศเป็นพวกรากษะ” พ.ต.อ. ปีย์ตอบปัญหาข้อแรก “หมวดก็รู้นี่ว่าคนพวกนี้ต้องเจออะไรบ้างกว่าจะได้มาอยู่ประเทศเรา ถึงได้มาอยู่แล้วก็เถอะ–”

จากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าหลังจากลักลอบเข้ามาในประเทศไทย เบญกาถูกใช้งานหนักอยู่ในตลาดปลา ชาวตลาดยืนยันว่าเจ้าหล่อนยั่วยวนจนได้เป็นคุณนายคิวรถ ถึงโดนลงมือลงไม้ไปบ้าง แต่ก็ยังจงรักสามีวายร้าย อยู่กินกันมาได้ราวสองปี

“ส่วนที่หมวดถาม ปกตินายทศทิศใจกว้างเลี้ยงข้าวปลาลูกน้องอยู่แล้ว นับเป็นข้อดีจริงๆ ข้อนึงของหมอนี่ ยายเบญกาจะต้องออกไปซื้อของสดจากตลาดหลาวทุกเช้า และเพราะต้องหอบของเยอะนี่แหละ รายผัวเลยให้ลูกน้องไปช่วยขนของด้วย

“ปกติเบญกาจะออกจากบ้านราวๆ แปดโมงเช้า แต่วันเกิดเหตุ นายทศทิศท้องเสียตั้งแต่คืนก่อนหน้า นางเมียเลยต้องดูแลอยู่นานจนออกไปสาย นายคนขับที่ช่วยพาเบญกาไปตลาดยืนยันได้ว่าตอนเข้ามารับหล่อน เห็นนายทศทิศนั่งโสลเสลอยู่ที่โต๊ะกินข้าว”

“และถ้าหมวดสงสัย” เสียง ร.ต.ต. สุริยัน ลอยแทรกมาจากตอนหน้ารถ “ผลการตรวจอุจจาระของผู้ตายน่ะมีเชื้อซาลโมเนลล่าจริงๆ”

ซาลโนเมลล่า คือแบคทีเรียซึ่งได้รับการตรวจพบว่าเป็นสาเหตุของอาการอาหารเป็นพิษบ่อยที่สุด ต้นตออยู่ในมูลสัตว์ปีกหรือขี้ดิน จึงมักปนเปื้อนมาในผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ปีกที่ไม่สะอาด รวมถึงผลไม้ผิวดิน เช่น สตรอเบอร์รี  

ไตรตรึงษ์ยกมือแตะคาง เริ่มเกา “ถ้าเดาไม่ผิด เพราะว่าออกจากบ้านสายนี่เอง ตลาดเลยไม่ค่อยมีของ เบญกาต้องให้คนขับขับไปซื้อที่ตลาดอื่นต่อให้ได้ของครบ”

“ส่วนหนึ่ง” พ.ต.อ. ปีย์ยกนิ้วชี้ “แต่นอกจากนั้น เบญกายังต้องไปหาซื้ออุปกรณ์ซ่อมท่อประปาในร้านที่อยู่ไกลออกไปจากตลาดหลาว เพราะบ้านของนายทศทิศเกิดท่อแตกน้ำนองไปทั่วลานดินข้างตัวบ้านตั้งแต่หลายวันก่อน หล่อนบอกว่าผัวขุดดินหาจุดที่น้ำรั่วไปแล้วรอบหนึ่งก็ยังไม่พบ–”

“เดี๋ยวนะครับ” คนฟังขัด “ขุดดิน? นี่หมายความว่า–?”

“ถูกแล้วหมวด” ร.ต.ต. สุริยันตอบมาด้วยเสียงคล้ายสาใจ “สองชั่วโมงที่เบญกาออกจากบ้านไปนั่นดูไม่นานพอที่คนร้ายจะฆ่าไอ้ทิศ แล้วขุดดินฝังศพ แต่มันเกินพอด้วยซ้ำที่จะทำแค่ครึ่งแรก”

แสดงว่าหลุมดินถูกขุดแล้วยังไม่กลบจริงๆ “มันถูกขุดมาแล้วกี่วัน?”

“สาม” คราวนี้เป็นคำตอบจาก พ.ต.อ. ปีย์ “เห็นว่าตอนแรกเจ้าทศทิศขุดขึ้นมาซ่อมไปทีนึงแล้ว ตำแหน่งแรกท่อชอบแตกเพราะฝังดินตื้น แต่ปรากฏว่าครั้งนี้ ขุดซ่อมค้างคืนไว้ยังไม่ทันกลบ ดูเหมือนจะมีจุดที่ยังแตกอยู่ น้ำเลยนองออกมาอีก เจ้าทศทิศเสียเวลาขุดต่อยังไม่ทันเจอจุดรั่วก็มาเกิดเรื่องซะก่อน”

“และถ้าหมวดจะสงสัยอีก” เสียง ร.ต.ต. สุริยัน อีกครั้ง “ท่อใต้ดินใกล้ศพนั่นมีจุดแตกจริงๆ หลังจากเราตรวจพื้นที่เสร็จ คนในอู่ก็ช่วยซ่อมให้เมียไอ้ทิศแล้ว”

“มีใครรู้เรื่องท่อแตกนี่บ้างครับ”

“นับไม่ถ้วน!” สารถีหัวเราะขัน “ตอนแรกก็แค่ผัวเมียกับคนขับในคิวไอ้ทิศแหละหมวด แต่พวกขับรถมันเก็บกด ปกติเวลาขับก็พล่ามทุกอย่างให้ผู้โดยสารฟังอยู่แล้ว แล้วคนฟังก็ไม่รู้มีใครบ้าง เอาไปพูดกับใครต่อใครต่ออีกบ้าง”

ผู้บังคับบัญชาพยัก “ตีซะว่าคนส่วนใหญ่ในเมืองนี้รู้กันหมดว่าบ้านเจ้าทศทิศมันท่อแตก หลุมถูกขุดเปิดไว้ เรื่องรู้ถึงหูคนร้าย แล้วไอ้สารเลวนั่นก็ใช้วิธีบ้าบอคอแตกนี่พรีเซนต์ศพเหยื่อ”

“ระหว่างที่เกิดเหตุ ไม่มีคนเห็นหรือได้ยินเสียงผิดปกติเลยเหรอครับ”

“พวกนี้มันชอบเปิดวิทยุเสียงดัง รถชนกันหน้าอู่ยังแทบไม่ได้ยินอะไรเล้ย”

“ไม่มีคนในคิวรถสังเกตเห็นใครเข้าไปในบ้านผู้ตาย” พ.ต.อ. ปีย์สำทับลูกน้อง “แล้วมุมที่คนร้ายฝังผู้ตายก็อยู่ลึกเข้าไปในจุดค่อนข้างลับตา มันฆ่าโดยเอาเชือกรัดคอจากในบ้าน  จากนั้นลากศพออกมาทำร้ายข้างบ้านอย่างที่หมวดเห็นในข่าวนั่นละ

“เท่าที่ตรวจดู เราพบแค่รอยพื้นรองเท้าบู๊ตที่ประทับอยู่บนดินนุ่มแถวลานฝังศพเหยื่อ คนร้ายน่าจะใส่ถุงมือ แล้วก็เก็บระวังร่องรอยของตัวเองได้มิดชิด อุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ฆ่าและทำร้ายเหยื่อเป็นอุปกรณ์ในบ้านหลังนั้น แม้แต่รองเท้าบู๊ตนั่นก็ด้วย”

“นิสัยเหมือนกับคนร้ายคดีแรก” ไตรตรึงษ์พึมพำ

ผู้อาวุโสครางรับ “อย่างเดียวที่มันพลาดและทำให้เราพอจะเข้าใกล้มันมากขึ้น มีแค่รอยเท้าแปลกๆ บนดินข้างนอกรั้วบ้าน ฝั่งนั้นมันเป็นที่ดินทิ้งร้าง มีต้นไม้ขึ้นรก น้ำจากท่อแตกในลานบ้านเจ้าทศทิศไหลซึมออกมาแถวนั้นจนดินนุ่ม คนร้ายคงไม่ทันระวังเลยเหยียบไปเต็มๆ สองรอย คาดว่าเป็นรอยเท้าของผู้ชายร่างใหญ่ เราลองเทียบขนาดกับลักษณะพื้นรองเท้าของคนในคิวรถกับคนในตลาดแล้วไม่มีรายไหนตรงกันเลย–”

ท้ายเสียงของ พ.ต.อ. ปีย์ ถูกเกลื่อนไปเพราะผู้ใต้บังคับบัญชาทักขึ้น พร้อมสายตาที่สบไตรตรึงษ์มาทางกระจกมองหลังอีกครั้ง “ดูเหมือนหมวดไตรจะยังมีข้อข้องใจ”

คนมุ่นคิ้วจำผ่อนลมหายใจ ตอบ พ.ต.อ. ปีย์ที่หันมาเลิกคิ้วให้จนหน้าผากย่น

“ผู้ตายท้องเสียตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวกินอะไรเข้าไปครับ”

ชายหนุ่มรีบพูดต่อก่อนที่ปากกระตุกของ พ.ต.อ. ปีย์จะปลดปล่อยเสียงออกมา “คือจากที่ฟัง ผู้ตายให้เมียทำอาหารเลี้ยงคนในคิวรถด้วย แสดงว่าน่าจะกินอาหารรวมกันเป็นปกติ ทำไมผู้ตายถึงเกิดอาการท้องเสียแค่คนเดียว”

ลักษณะนิ่งสะดุดของผู้เป็นใหญ่ทำให้ไตรตรึงษ์รู้ว่า เขาเดินทางมาถึงช่องโหว่ของกระบวนการสืบสวน!

“คนเราก็ธาตุแข็งไม่เท่ากันนะหมวด” พ.ต.อ. ปีย์ไพล่ไปอย่างนั้น แล้วแก้เก้อด้วยการตีเข่าเขาเบาๆ อีกครั้ง

“แต่ถ้ากินรวมกันหลายคน ก็น่าจะมีอีกสักคนสองคนที่เป็นเหมือนกั–”

“อาจเพราะมื้อก่อนหน้านั้นไอ้ทิศกินกับคนแค่คนเดียว”

เสียงตอบอันเจือด้วยรอยคิดจากสารถี ฉุดบรรยากาศให้ห้องโดยสารเงียบสนิททันควัน

สายตาที่ ร.ต.ต. สุริยันดึงขึ้นมาประสานไตรตรึงษ์คราวนี้ ไม่มีวี่แววเหยียดยวนเช่นทุกที “คืนก่อนหน้านั้น ไอ้ทิศไม่ได้กินมื้อเย็นกับคนในคิว มันแยกไปกินเหล้ากับกับแกล้มที่ศาลาตรงลานบ้านตัวเอง แถวๆ จุดที่น้ำนองนั่นละ”

“กับใคร”

“ไอ้เร”

จเร?!

แม้รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง ทว่ามาได้ยินอย่างนี้ ไตรตรึงษ์ยังรู้สึกสะท้านในใจ

ไอ้เรมากินเหล้ากับไอ้ทิศคืนหนึ่งก่อนที่ไอ้ทิศจะถูกฆ่าตาย แล้วจากนั้น ผ่านไปสองวัน ไอ้เรก็ถูกฆาตกรรายเดียวกันฆ่าตายตามไปอีกคน!  

สุริยันเล่าต่อด้วยเสียงจริงจัง “มันสองคนไม่ได้ทำงานด้วยกัน แต่ก็ยังไปมาหาสู่ นานๆ ทีเวลามีเรื่องกลุ้มใจก็นัดกันไปก๊งเหล้า ไอ้เรมันบอกผมเรื่องนี้ตอนที่เจอกันในงานศพไอ้ทิศครับผู้กำกับ”  

“มึงเองก็ยังก๊งกับไอ้พวกนั้น?” พ.ต.อ. ปีย์ถามลูกน้อง

“ไม่ค่อยครับ อยู่ใกล้พวกมันมาก ผมทำงานลำบาก”

“เฮ่ย ลำบากไม่ลำบากมันอยู่ที่กึ๋น” คนพูดยกนิ้วเคาะขมับ “อย่างไอ้พรต มันช่วยกูได้เยอะก็เพราะเลี้ยงไอ้พวกอย่างนี้ไว้ละวะ”

น้อยหนึ่ง ไตรตรึงษ์สังเกตเห็นคนได้คำแนะลอบยักไหล่ ชายหนุ่มพยายามเหเรื่องกลับมาก่อนจะยิ่งเบี่ยงเบนไป “นายจเรกับนายทศทิศมีเรื่องกลุ้มใจอะไรถึงต้องมาดวดเหล้ากัน แถมพอคนนึงตาย สองวันถัดมา อีกคนก็ถูกฆ่าตาม”

“ไอ้เรไม่ได้บอก” สุริยันพูดเหมือนจะตอบปัดง่ายๆ

“นี่ไง” พ.ต.อ. ปีย์ส่ายหน้า “ถ้าเป็นพรตมันคงได้รู้แล้ว ไม่ต้องรอจนเกิดเรื่องขึ้นอีกหรอก”

“เกิดเรื่อง?” ไตรตรึงษ์ทวนคำ “ยังไงครับ”

มีเสียงถอนหายใจคล้ายสุริยันพยายามสงบรำงับอารมณ์ “หลังจากเบญการับศพผัวไปจัดพิธีที่วัด ผมได้เจอไอ้เรในงานศพไอ้ทิศอย่างที่บอกไปแล้ว มันดูประสาทๆ พิกล ทั้งที่ปกติเป็นคนนิ่งๆ”

ไตรตรึงษ์นึกตาม จำได้ดีว่าสมัยเด็ก นอกจากตัวใหญ่ ไอ้เรลูกชายอันธพาลยังเป็นถึงลูกพี่ของเพื่อนทั้งสอง มันเคยออกคำสั่งให้ทศทิศกับสุริยันไล่ตามจนเกือบจับเขาได้ เติบใหญ่ แม้จะเกกมะเหรกแต่ก็คงพัฒนาความคิดได้คมคายขึ้น คนลักษณะนั้นเกิดอาการประสาท แสดงว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่

“ไอ้เรน่าจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับความตายของเพื่อน!” ชายหนุ่มอุทาน

แต่สุริยันค้าน “มันยังไม่ได้บอก แค่มาถามว่ามีอะไรในคดีไอ้ทิศที่ดูน่าสงสัยบ้าง พอเล่าเรื่องรอยเท้าข้างบ้านให้ฟัง ไอ้เรก็นิ่งไปพักหนึ่ง แล้วขอนัดเจอวันรุ่งขึ้น บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะคุย”

เท่าที่ไตรตรึงษ์รู้ จเรเป็นไต๋เรือประมงและวนเวียนเป็นนักเลงอยู่ในตลาดปลา เรื่องงานไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับนายทศทิศ แล้วยิ่งถ้าบอกว่านานๆ สองคนนี้ถึงจะเจอกัน เรื่องที่คุยกันได้ย่อมต้องมีจุดร่วมกันอยู่ ถ้าไม่ใช่ความหลังครั้งยังเยาว์ ก็น่าจะเป็น–

“เบญกา?!” หญิงรากษะผู้มาจากตลาดปลา!

อย่างไรก็ดี พ.ต.อ. ปีย์แตะเบรก

“ไม่ใช่หรอกหมวด ผู้หญิงอีกคน”

“ไอ้เรออกจากงานไปราวๆ สามทุ่ม ผมแยกกับมันตอนนั้นแหละ” ร.ต.ต. สุริยันยังเล่าต่อไปเหมือนไม่รับรู้ความสนใจของไตรตรึงษ์ สายตาเจ้าตัวพุ่งไปข้างหน้าตามเส้นทางอันทอดผ่านสวนยางร่มครึ้ม ครึ้มจนเหมือนจะไม่มีหนทางฝ่าออกไป “ผมยังเห็นตอนไอ้เรเปิดประตูขึ้นไปบนรถกระบะแล้วขับออกไปเลย ไม่คิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา…”

ปลายเสียงทอดหายด้วยอาการสะท้อนใจ ทว่าไตรตรึงษ์ต่อได้ ราวตีสี่สี่สิบห้า พลุไฟถูกจุดที่ศาลเจ้าจี้กง เป็นสัญญาณเรียกให้ชาวตลาดหลาวเข้ามาพบศพจเร!

“ตอนเกิดเหตุ รถของจเรจอดอยู่ที่ไหนครับ”

“ข้างศาลเจ้านั่นละ” พ.ต.อ. ปีย์ตอบ “แต่มีความเป็นไปได้ว่าผู้ตายขับจากวัดกลับบ้านก่อน แล้วรถถึงจะถูกขับย้อนมาที่ศาลเจ้าอีกครั้ง”

“ทำไมครับ”

“โทรศัพท์มือถือของผู้ตายน่ะหมวด มันตกอยู่ที่พื้นใต้โต๊ะในบ้านของเจ้าตัว แล้วแถวๆ นั้นก็มีรอยเลือดหยดเปื้อนอยู่เล็กน้อย”

“ตอนที่อยู่ในวัด ไอ้เรรับโทรศัพท์เครื่องนั้นด้วย” สุริยันสำทับ “ผมจำไม่ผิดแน่ มีแต่มันใช้เคสมือถือรูปแมงมุม”

รูปแมงมุม…

เหมือนสมัยที่มันใช้ปากกาวาดรอยสักรูปแมงมุมที่หลังมือ — แมงมุมคือสัตว์ตัวโปรดของไอ้เร!

พ.ต.อ. ปีย์เล่าต่อว่า “เรายังไม่เห็นเหตุผลที่คนร้ายจะต้องเอามือถือเครื่องนั้นกลับไปจัดฉากวางที่บ้านของผู้ตาย เหตุผลหนึ่งเพราะเจ้าจเรนี่อาศัยอยู่ลำพัง ข้อสันนิษฐานตอนนี้คือ คนร้ายซุ่มรออยู่ที่นั่น พอเหยื่อออกจากงานศพกลับบ้าน ลงจากรถ เดินเอาโทรศัพท์มือถือไปวางบนโต๊ะ คนร้ายก็ออกจากที่ซ่อนในบ้านมาฟาดศีรษะจนเกิดแผลแตก เหยื่อหมดสติ จากนั้นก็ขับรถของเหยื่อพาเหยื่อไปจัดการที่ศาลเจ้าจี้กง”

“แปลก ทำไมมันต้องเลือกมาจัดการเหยื่อที่นี่” คนฟังรำพึง ก่อนเงยหน้าถาม “ระยะทางจากวัดไปบ้านผู้ตาย กับจากบ้านผู้ตายมาจุดเกิดเหตุนี่เป็นยังไงบ้างครับ”

สุริยันเป็นคนตอบ “จากวัดไปบ้านไอ้เร เป็นเส้นออกนอกเมือง ใช้เวลาอย่างมากไม่เกินครึ่งชั่วโมง ส่วนจากบ้านไอ้เรมาที่ศาลเจ้า เป็นเส้นเข้าเมือง ใช้เวลาอย่างมากไม่เกินชั่วโมงนึง”

งั้นตีซะว่า จากวัดที่จัดงานศพทศทิศ ขับกลับบ้านจนไปถูกตี และคนร้ายพาจเรย้อนมาที่ศาลเจ้า เป็นเวลาทั้งสิ้นไม่เกินสองชั่วโมง

นั่นหมายความว่า คนร้ายมีเวลาก่อการที่ศาลเจ้าตั้งแต่ห้าทุ่มถึงตีสี่สี่สิบห้า

ช่วงเวลาอย่างนั้น นอกเขตเมืองเล็กๆ อย่างนี้ ไม่แปลกเลยที่คนร้ายจะก่อเหตุง่ายดาย โดยไม่มีชาวบ้านใดๆ ออกมารู้เห็นความผิดปกติ

นอกจากโซ่ที่บรรจงตรึงร่างจเรดุจยืนตรง เนื้อแต่ละชิ้นค่อยๆ ถูกแล่ออกอย่างประณีต เพื่อให้ทุกชิ้นมีขนาดเท่าๆ กัน วางลงบนตาชั่งได้น้ำหนัก 6 ขีด หรือคือหนึ่งตำลึงตามจารึกในกฎหมายตราสามดวง!

ทำไมต้องกฎหมายตราสามดวง แล้วทำไมต้องพลุ พลุไม่ได้มีบันทึกไว้ในนั้น คนร้ายแค่ต้องการเรียกชาวตลาดมาพบศพ เพียงเท่านั้นหรือ?

ยังไม่มีคำตอบ ภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนภูมิทัศน์จากเรือกสวนเป็นแนวกำแพงรั้วเหยียดยาว ประตูรั้วเหล็กโปร่งทางตอนหน้าเปิดค้างไว้ คงเพราะเริ่มมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทยอยเข้ามาตรวจสอบสถานเกิดเหตุแล้ว ตอนที่ ร.ต.ต. สุริยันหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้ามา ไตรตรึงษ์พอจะมองเห็นขบวนรถของคนนอกบ้านที่จอดอยู่บนทางคอนกรีตด้านซ้ายของสนามหญ้าเขียวขจี บัดนี้ลึกเข้าไปเกือบกลางสนามมีคนออกันอยู่ แสงแฟลชวูบวาบจากกล้องของสื่อมวลชนผู้กระเหี้ยนกระหือรือ

ท่ามกลางความวุ่นวาย ถัดจากสนามหญ้าเข้าไป เคหาสน์โบราณสไตล์ชิโนโปรตุกีสยังคงโอ่อ่า งดงามข้ามกาลเวลา ราวสตรีสูงศักดิ์ผู้หยัดทระนงไม่ว่าจะมีเรื่องร้ายใดๆ แผ้วพานเข้ามาในชีวิต เหมือนอาม่า… เหมือนแม่ และเหมือนพี่วราห์…

ตัวอาคารขนาดใหญ่สองชั้นนั้นทาสีเขียวอ่อน ตัดขอบเสา ประตูและหน้าต่างด้วยสีขาว ซึ่งยิ่งขับให้สีน้ำตาลแกมแดงของบานประตูหน้าต่างไม้สลักอย่างจีนยิ่งโดดเด่น เช่นเดียวกับหลังคามุงกระเบื้องดินเผาอย่างลอน ถ้าเข้าไปในบ้านจะพบว่าตรงกึ่งกลาง หลังคานั้นเปิดโล่งให้แดดสดทอดผ่านเข้ามาสว่างไสว กับทั้งรับฝนสู่บ่อน้ำกลางบ้าน อันเป็นความเชื่อถึงความสมบูรณ์พูนผล

แทนที่รถจะหยุดจอดท้ายขบวนที่เข้ามาก่อน สุริยันกลับขับเลยสู่ถนนเล็กที่ตัดแยกวกเข้าไปในสนามหญ้า ถนนเส้นนี้นำเข้าใกล้จุดเกิดเหตุมากกว่า ทว่าไม่มีใครขับเข้ามาจอด คงเพราะเกรงว่าตอนขับออกจะถูกคันอื่นๆ กีดขวาง

สุริยันคงรู้นิสัยเจ้านาย นอกจากลงเดินตรงนั้นจะสบายกว่า ภาพการปรากฏตัวต่อหน้าสื่อทั้งหลายก็จะดูดีกว่าด้วย

เป็นเช่นคาด พ.ต.อ. ปีย์ ที่นั่งตัวใหญ่ไหล่ตั้งมาแต่ต้น บัดนี้ถ้ามีปีกก็คงกางสะบัดแล้ว เจ้าตัวไม่ต้องเปิดประตูเอง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่มาถึงก่อน วิ่งตรงเข้ามาเปิดให้พร้อมรายงานหน้าตื่น

“ผู้ตายคือคุณนนทกาครับ!”

ใบหน้าของคน ‘ยืด’ กลับหดและเผือดลงไป หมายความว่าเจ้าของนามประหลาดนั้นนั่นจะมีความสำคัญใช่ย่อย

เจ้าตัวเบี่ยงหน้ามากระซิบอธิบาย “นนทกาคือคนของคุณทวยหาญ เจ้าของโรงแรมดิ เอม บีช”  

โรงแรมที่นางพยาบาลศรีบวรถูกฆาตกรรมในคดีที่ 1!

“และคุณทวยหาญก็ไม่กินเส้นกับคุณหมุยแชนักด้วย!” ผู้ประจำตำแหน่งสารถีขยายความ พยักไปยังแผ่นหลังผู้บังคับบัญชาที่ก้าวลงไปยืนคู่กับเจ้าหน้าที่ผู้มารายงาน “ไม่ลงไปล่ะ จะวนรถไปจอดตรงนู้น”

ผู้พูดหมายถึงขบวนรถ ณ ถนนเส้นนอก

ไตรตรึงษ์ไม่สนใจท่าทีรีๆ รอๆ ของ พ.ต.อ. ปีย์ ยกมือตบเบาะคนขับ เป็นทำนองให้ออกรถไปเลย เขาไม่ลง ปากพูดเหมือนรำพึง

“หมุยแช นักธุรกิจจีนฮ่อที่กำลังแผ่อิทธิพลอยู่ทางใต้ คนที่เป็น–”

“ใช่!” จังหวะเดียวกับที่รถเริ่มเคลื่อน คนขับลงเสียงหนักอย่างตามความคิดเขาทัน “หล่อนคือพี่สาวของหลี่แช เหยื่อในคดีที่เกิดก่อนหน้านางพยาบาลศรีบวร แต่มีคนส่งรูปถ่ายมาให้โรงพักหลังจากคดีของไอ้เร”

รูปถ่ายศพหญิงสาวหลับตาพริ้ม ยอดศีรษะบุบ กะโหลกเปิดเพื่อยัดถ่านระอุเข้าไปจนมันสมองเดือด!

“และถ้ามึงยังจำได้ เรื่องที่ไอ้เรตั้งใจจะบอกกูในคืนก่อนที่มันจะตาย…”

เรื่องที่ไตรตรึงษ์เดาว่าน่าจะเกี่ยวกับเบญกา แต่ผู้กำกับปีย์ตอบปัด ‘ไม่ใช่หรอกหมวด ผู้หญิงอีกคน’

อย่าบอกนะว่า…

“ศพของหลี่แชนี่ละ!”

“ไอ้เรรู้เรื่องการตายของหลี่แชงั้นเหรอ?!”

“ทำไมจะไม่รู้” เสียงนั้นติดนัยเยาะ ไหล่หนายกลอย “จุดที่ศพหลี่แชถูกจัดถ่ายภาพไว้ ก็คือในเรือประมงของไอ้เร!”

Don`t copy text!