ลิงพาดกลอน บทที่ 8 : สตรีผู้ทรงอำนาจ

ลิงพาดกลอน บทที่ 8 : สตรีผู้ทรงอำนาจ

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

อุกอาจ! คนร้ายลอบยิงนักธุรกิจใต้ สมุนตาย 2 เจ็บ 3

เมื่อเวลา 15.40 น. วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม รอง สว. (สอบสวน) สภ. บ้านหลาว ได้รับแจ้งเหตุยิงกันในเขตโรงแรมเวียงอวัศย์รีสอร์ทบ้านหลาว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ศพนอนจมกองเลือดอยู่ข้างศาลาริมสวนหย่อมของโรงแรม ทราบชื่อ นายธีระ มานิต และนายมูฮัมหมัดรอรี มะหะหมัด เป็นผู้คุ้มกันของนายทวยหาญ เอมอำนวย นักธุรกิจชื่อดังในท้องถิ่น สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธสงครามหลายนัด นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีกสามราย คือนายเดช อู่เงิน นายอาทินันท์ จิตละมัย และนายคำผาด พุสันเทียะ เป็นผู้คุ้มกันของนางสาวหมุยแช จงเจริญฤทธิ์ นักธุรกิจจากภูเก็ต

สอบสวนทราบว่า เหตุเกิดขึ้นหลังจากนายทวยหาญเดินทางไปยังโรงแรมดังกล่าวเพื่อแสดงความเสียใจกับนางสาวหมุยแช กรณีการตายของนางสาวหลี่แช จงเจริญฤทธิ์ ผู้เป็นหลาน ขณะเกิดเหตุ นายทวยหาญและนางสาวหมุยแชนั่งคุยกันอยู่ในศาลาริมสวน ปรากฏว่ามีคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาริมรั้วโรงแรม แล้วใช้อาวุธปืนสงครามถล่มยิงใส่นักธุรกิจทั้งสอง แต่พลาดถูกผู้คุ้มกันที่ยืนระวังอยู่ในบริเวณดังกล่าว กระสุนถูกนายธีระและนายมูฮัมหมัดรอรีเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ นายเดช นายอาทินันท์ และนายคำผาดเพียงฟกช้ำ ส่วนนักธุรกิจทั้งสองรอดตายหวุดหวิด

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ. ปีย์ ถวัลย์วงศ์ ผกก. สภ. บ้านหลาว สั่งปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 1 กม. พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่รวบรวมวัตถุพยาน และตัวพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบสวนเพื่อเร่งหาคนร้าย เชื่อเป็นเหตุขัดแย้งทางธุรกิจ

 

ไตรตรึงษ์พอจะจำข่าวนั้นได้ จำได้กระทั่งเสียงวิเคราะห์วิจารณ์จากผู้เสพข่าววงนอก คนส่วนใหญ่คาดว่านั่นอาจเป็นการแก้แค้นของคนเวียงอวัศย์ โดยเฉพาะ นายน้ำดัง หาญนิศากร ซึ่งเพิ่งขึ้นมาคุมบอร์ดบริหารเมื่อราวสองปีก่อน ทั้งนี้ ตลอดระยะดำเนินการสร้างเวียงอวัศย์รีสอร์ทบ้านหลาวช่วงก่อนหน้า ทางโรงแรมเกิดเหตุขัดข้องมากมาย โดยเฉพาะได้รับการต่อต้านจากคนในพื้นที่ ลือกันว่าผู้อยู่เบื้องหลังปัญหาทั้งหมดคือนายทวยหาญ เจ้าตัวไม่ต้องการให้นายทุนต่างถิ่นแผ่อิทธิพลเข้ามาในเขตพื้นที่ตัวเอง

แต่… ด้วยเหตุผลแค่นั้น การเจาะจงสังหารคนถึงสองคนเพื่อสั่งสอนศัตรูนับว่าเกินกว่าเหตุ ยิ่งความตายอย่างเหี้ยมโหดของนนทกายิ่งไม่น่าเป็นไปได้

ไตรตรึงษ์คงติดกับความคิดดังกล่าว หากไม่ทันเห็นสีหน้าคล้ายปลาสำลักน้ำของ พ.ต.อ. ปีย์เสียก่อน

ผู้หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ หรี่ตาให้ท่ากระแอมรักษาอาการของท่านผู้กำกับ และเช่นเดียวกัน แม้แค่แวบเดียว การเสียกิริยาต่อหน้ากล้องของรายนั้นทำให้ยายนิจลอบกระหยิ่ม

นี่คือวิธียิงปืนนัดเดียวกะเอานกถึงสองตัว! คงเพราะจวบวันนี้ ทางตำรวจก็ยังไม่ยอมคายข้อมูลสำคัญในเหตุการณ์นั้น การที่ยายนิจโยงเรื่องมาพัวพัน ย่อมเสมือนตะล่อมให้ พ.ต.อ. ปีย์ต้องแสดงสัญญาณบางอย่างออกมา สัญญาณเกี่ยวกับสาเหตุการลอบยิงที่แท้!

ในที่สุดผู้ถูกถามเริ่มอ้าปากอึกอัก อันแสดงว่ามีลับลมคมใน! “ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบก่อนนะ–”  

“มีสายข่าวรายงานว่า จริงๆ แล้วคุณทวยหาญไม่ได้ไปพบคุณหมุยแชเพียงเพื่อแสดงความเสียใจเรื่องคุณหลี่แช ผู้กำกับมีความเห็นยังไงคะ”

“ก็คงจะคุยเรื่องธุรกิจ”

“ถ้าคุณหมุยแชขยายธุรกิจขึ้นมาแถวนี้จริงๆ จะมีปัญหาเหมือนคราวเวียงอวัศย์รีสอร์ทบ้านหลาวรึเปล่า”

“นี่คุณ!” ผู้ถูกจ่อไมค์เริ่มกระชากเสียง “มันคนละเรื่องกัน คนละเรื่องกับคดีที่เกิดที่นี่ด้วยซ้ำ!”

“ขอโทษค่ะ” ยายนิจแสร้งทำเสียงอ่อย แต่นัยน์ตาระยับบ่งว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้วเรียบร้อย!

หมายความว่า… หมุยแชท่าจะมีแผนแผ่อิทธิพลจากภูเก็ตต่อมาที่นี่จริงๆ และนายทุนท้องถิ่นอย่างทวยหาญย่อมไม่ยอม!

ที่แท้ ข้อมูลเชิงลึกที่ทางตำรวจซ่อนไว้ และเผอิญยายนิจไปรู้มา เรื่องปมลอบยิงที่เวียงอวัศย์บ้านหลาว คงมีเค้าจากความไม่ลงรอยระหว่างนักธุรกิจสองรายนี้!

ใช่ ก่อนหน้านี้ ไตรตรึงษ์จำได้ ร.ต.ต. สุริยันเพิ่งกระซิบบอก  

‘–คุณทวยหาญก็ไม่กินเส้นกับคุณหมุยแชนักด้วย!’

ลองไล่เรียงเหตุการณ์ จะพบว่าหมุยแชเดินทางจากภูเก็ตขึ้นมารับทราบเรื่องคดีหลานรักที่นี่ก่อน ผู้เสพข่าวไม่มีทางลืมภาพน่าประทับใจที่ผู้บังคับบัญชาแห่ง สภ.บ้านหลาวเข้าพบมาเฟียสาวใหญ่ด้วยท่าทีพินอบพิเทาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม

จากนั้น 4 มีนาคม ทวยหาญมาเยี่ยมเจ้าหล่อนถึงโรงแรมตามที่ขอนัดหมาย แต่แล้วเกิดเหตุลอบยิง คนของทวยหาญเสียชีวิตสอง ส่วนคนของหมุยแชบาดเจ็บแค่ฟกช้ำ

แล้ววันนี้ 7 มีนาคม คนสนิทอีกรายของทวยหาญก็ถูกฆ่าโหด แต่ในฐานะเหยื่อฆาตกรรมต่อเนื่อง

แน่แล้ว นี่ต่างหาก นัยของยายนิจ!

คำถามคือ นั่นเป็นแค่การ ‘ตกปลาใหญ่’ อย่างผู้กำกับปีย์ หรือยัยนี่ไปรู้อะไรมาจริงๆ

ดวงความคิดแล่นย้อนไปยังข้อที่เพิ่งคุยกับสุริยัน

“–เฉพาะคนขับรถกับบอดี้การ์ดบอกว่ามาส่งคุณหลี่แชที่แอร์พอร์ตภูเก็ตเมื่อช่วงสายของวันอังคารที่ 18”

“บินไปไหน”

“ไม่พบชื่อเธอในรายชื่อผู้โดยสารของสายการบินไหนทั้งนั้น”

ตอนนั้น หลังจากประโยคดังกล่าว คนเล่ารีบดักคอ “มึงคงไม่ถามอีกนะ ว่าเธอมีศัตรูที่ไหนบ้าง”

แน่ละ หลี่แชอาจนิสัยไม่ค่อยดีตามฉบับคุณหนูเอาแต่ใจ แต่ศัตรูของเธอจะถือเป็นขี้เล็บไปเลย เมื่อเทียบกับศัตรูหรือคนประสงค์ร้ายต่ออาสาวผู้กุมบัลลังก์มาเฟียเกาะภูเก็ต!

เท่าที่ทราบประวัติ หมุยแชเป็นสตรีวัย 55 ชาวจีนฮ่อหรือจีนยูนนานจากเชียงราย สืบเชื้อสายเหล่ากองพลน้อยที่ 93 ซึ่งรับหน้าที่ระวังหลังให้กองทัพของนายพลเจียงไคเช็คแห่งพรรคก๊กมินตั๋งที่แพ้พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนจนต้องถอยร่นไปตั้งรัฐบาลใหม่ยังเกาะฟอร์โมซา กองพล 93 นี้ต่อมาถูกพรรคคอมมิวนิสต์ตีแตกถอยหนีสู่ลาว เวียดนาม พม่า และไทย

นายทหารบิดาของหมุยแชเป็นลูกน้องนายพลหลิวเหยี่ยนหลิง ซึ่งมีฐานที่มั่นในรัฐฉาน หลังจากถูกทหารผสมจีน-พม่าบุกทำลาย ก็อพยพเข้ามาในไทย พบรักกับหญิงท้องถิ่นจนมีลูกชายหนึ่งหญิงหนึ่ง

ต้าแช พี่ชายหมุยแช ลืมตาดูโลกในช่วงที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยื่นคำขาดให้กองทหารจีนคณะชาติพ้นจากเขตแดนไทยใน 3 วัน สองปีถัดมา หมุยแชเกิดระหว่างที่รัฐบาลไทยเริ่มทำการปราบปรามยาเสพติดไปพร้อมๆ กับการปราบกองกำลังทหารจีน

หมุยแชเติบโตขึ้นท่ามกลางการปะทะกันระหว่างจางซีฟู หรือขุนส่า กับกองทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 และ 5 เธอถูกตราหน้า ไม่เคยได้รับการต้อนรับ ต้องระหกระเหินไปตามหมู่บ้านผู้อพยพ เรียนภาษาจีนที่โรงเรียนบนดอยแม่สะลอง ก่อนตามพี่ชายมาเสี่ยงโชคที่ภูเก็ต พัวพันกับการค้ายา ประกอบธุรกิจทัวร์จีนบังหน้า กระทั่งอู้ฟู่กลายเป็นมหาเศรษฐี

ต้าแชสร้างบารมีจากการเลี้ยงดูปูเสื่อฝ่ายปกครอง รวมถึงจ่ายส่วยตำรวจท่องเที่ยว ร่วมเอี่ยวธุรกิจสีเทาจนไต่เต้ามาเป็นคนสนิทของคนใหญ่คนโตในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าตัวให้กำเนิดทายาทไว้หนึ่งรายคือหลี่แช ไม่มีใครรู้ว่าแม่ที่แท้ของเด็กหญิงเป็นใคร เท่าๆ กับที่ไม่มีใครรู้ว่าต้าแชเสียชีวิตอย่างไร — หรืออันที่จริง ต่อให้รู้ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปาก! — นับแต่นั้นหมุยแชผงาดสู่ตำแหน่งสูงสุดแทน กลายเป็นเจ้าของธุรกิจผับ บาร์ คาราโอเกะ รองรับเศรษฐีทั้งชาวไทยและชาวจีน หว่านเงินเลี้ยงเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนให้อาหารหมา ยิ่งเลี้ยงหมาไว้เยอะ ไม่ว่าก้าวสู่ธุรกิจใดก็ไม่มีใครแข่งรอด

โอกาสที่ผู้ ‘ไม่รอด’ จะคิดแค้น แล้วตอบแทนโดยกำจัดหลานรักของเจ้าหล่อน หลานที่ได้รับการกล่าวขานว่าหมุยแชรักประหนึ่งบุตรในอุทร จึงใช่จะเป็นไปไม่ได้!

การที่ทวยหาญด้นดั้นขอเข้าพบหมุยแชถึงที่ นั่นดูผิดปกติวิสัยชายยโส แค่เพื่อแสดงความเสียใจคงไม่ใช่ อาจพอเป็นไปได้ในแง่กระชับสัมพันธ์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจกันในอนาคต หากถึงอย่างไร จากอดีตที่ผ่านมา ทวยหาญมีประวัติโดดเด่นเรื่องการเป็นหมาหวงที่ แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างเวียงอวัศย์ หมอนั่นยังกัดไม่ปล่อย แล้วกับหมุยแช ทวยหาญจะยินดีปันประโยชน์หรือ

ฉะนั้น เหตุที่พอเข้าเค้าจึงคือ

(1) ทวยหาญอาจประเมินได้ หมุยแชเป็นคลื่นใหญ่ที่ยากจะทัดทาน การปูทางความร่วมมือแต่ต้นจะเป็นผลดีมากกว่า ในเมื่อมาเฟียหญิงรายนี้ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครลอบเล่นงานได้ง่ายๆ อีกทั้งจากนิสัยการเดินเกมธุรกิจของหมุยแช ทันทีที่เจ้าหล่อนมุ่งเป้าไปที่ไหน อำนาจเงินและอิทธิพลจะพลันแผ่ไปทุกหย่อมหญ้า ดีไม่ดี ดิ เอม บีช โฮเท็ล และธุรกิจอื่นๆ ของทวยหาญนั่นละจะย่อยยับ เช่นนี้ รีบต่อยอดฐานอำนาจดีกว่า ยามที่ทุนของหมุยแชโถมสู่บ้านหลาวเต็มตัว ทวยหาญอาจกลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่หักกินกำไรโดยไม่ต้องเหนื่อยเสียอีก

(2) มีก้างใหญ่ชิ้นหนึ่งตำคอทวยหาญอยู่ ก้างที่หมุยแชมองเห็นและเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจช่วยดึงออก หรือไม่… ก็จับมันกระซวกหลอดลมเจ้าตัวซะ!  

จากท่าทีของยายนิจ ไตรตรึงษ์คิดว่าเจ้าหล่อนคงเทคะแนนให้ข้อหลัง

ก้างที่ตำคอทวยหาญอยู่ คืออะไร!

ครั้นลองพิจารณาลำดับเวลาข้างต้น รวมกับประวัติสันดานของนายทวยหาญ สามารถสรุปได้

หมอนี่กำลังร้อนอาสน์ เพราะเกรงจะถูกหมุยแชหมายหัว ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของหลี่แช!

ใช่แล้ว! นี่แหละมีน้ำหนักพอจะฉุดบุรุษจองหองให้แล่นมาเสนอหน้าเองได้ การมาเยือนครั้งนั้นไม่ใช่เพื่อแสดงความเสียใจ แต่นัยที่ซ่อนอยู่คือการแสดงความบริสุทธ์ใจต่างหาก!

อย่างไรก็ดี เหตุที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น การลอบยิงโดยที่คนของทวยหาญดับสอง ส่วนสมุนหมุยแชแค่ฟกช้ำ ฟกช้ำ… ทั้งที่ตามรายงาน ผู้ปองร้ายยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม! นี่ดูไม่โชคดีไปล่ะหรือ!

ใช่! เพราะมันไม่เกี่ยวกับโชค!

การยิงถล่มครั้งนี้ไม่ได้เจาะจงเอาชีวิตนักธุรกิจทั้งสอง และการที่คนของหมุยแช ‘แค่ฟกช้ำ’ อย่างไม่น่าเชื่อ ก็เป็นไปได้ว่ามันมีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า ‘ตัวแสดง’ ฝั่งมาเฟียภูเก็ตถูกกำชับให้ประจำจุดที่พอหลบเลี่ยงได้ง่ายๆ หลบพอให้ตำรวจเห็นว่าบาดเจ็บ แต่ไม่ตายเหมือนลูกน้องของทวยหาญ

นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงกลัว!

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็พอเข้าเค้า การวิเคราะห์คดีไม่ยากเย็นอะไร แทบไม่ต้องอาศัยวัตถุพยาน แค่สาวจากผลของเหตุการณ์สู่แรงจูงใจก็พอได้ลาดเลา แต่ที่ตำรวจยังแถลงการณ์ไม่ได้ อาจเพราะยังหาข้ออ้างมาช่วยปัดคดีจากตักหมุยแชไม่ได้ต่างหาก ด้วยเหตุนี้ เมื่อยายนิจแสร้งโยงคดีตรงหน้าไปสู่เรื่องนั้น พ.ต.อ. ปีย์ จึงถึงกับหน้าถอดสี และนี่จึงคือคำยืนยันว่าสันนิษฐานนั้นถูกต้อง!

แต่… ถ้าเป็นฝีมือหมุยแช เหตุใดหล่อนจึงตัดสินใจลงมือเล่า

ก่อนหน้านี้ มาเฟียหญิงและนายทวยหาญต่างมีอิทธิพลในเขตตนเอง ยังไม่เคยปะทะกันจริงจังสักที ต่อให้ทวยหาญรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนจะแผ่อำนาจมาที่นี่ แต่การลดศักดิ์ศรีเข้ามาขอพบเองก็ย้ำอยู่ เจ้าตัวไม่กล้างัดข้อ หมุยแชก็น่าจะดูออก ทำไมจึงยังสั่งการ…

ถ้าไม่เพราะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับทวยหาญมาจริง การเชือดไก่นั้นก็อาจเพื่อส่งสารถึงคนอื่น…

หรือเกมนี้ยังมีมือที่สาม

เสียงของผู้กำกับ สภ.บ้านหลาวดึงเขากลับมา

“นี่ไง หมวดไตรตรึงษ์เจ้าของบ้าน!” เสียงนั้นเสแสร้งว่าเพิ่งเห็นเขา จากสีหน้าประเมินได้ว่า พ.ต.อ. ปีย์น่าจะถูกไล่ต้อนจนเริ่มหลังชนฝา จึงพยายามหาทางเบี่ยงความสนใจนักข่าว น้อยหนึ่งในแววตามีคำขอร้อง ‘เจ้าของบ้าน’

คนขอร้องพูดต่อพร้อมยิ้มแห้งๆ “เพิ่งจะลงจากเครื่องไปพบพวกผมที่โรงพักเมื่อกี้นี้เอง ปรากฏว่าเกิดเรื่องที่บ้านตัวเองซะแล้ว”

นักข่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ทันเช่นกัน เฉพาะฝ่ายแรกเหยียดมุมปากขำแกมหยัน ถึงอย่างนั้นก็สบตากันคล้ายถามความเห็นว่าควรเปลี่ยน ‘เป้าหมาย’ ดีหรือไม่ ในที่สุดยายนิจสับเท้าไวๆ นำเพื่อนร่วมอาชีพตรงมายื่นไมค์จ่อ

“ได้ข่าวว่าศพที่แล้ว นายแชนคนหาปลาเป็นคนรู้จักของหมวด ครั้งนี้มีศพเกิดขึ้นในบ้านตัวเองเลย หมวดไตรคิดยังไงบ้างคะ”

ไตรตรึงษ์อยากส่งสายตาตำหนิให้คน ‘โบ้ย’ แต่เพราะตระหนักว่ายังต้องพึ่ง พ.ต.อ. ปีย์อีกหลายประการ จึงจำผ่อนลมหายใจอย่างระงับหน่าย ตอบเสียงเรียบติดจะไว้ตัว “คนงานในตลาดปลา”

คำตอบของเขาทำเอาหน้าหวานๆ ของยายนิจติดเครื่องหมายคำถาม

“นายแชน” เขาย้ำช้า “เป็นคนงานในตลาดปลา” ไม่ใช่คนหาปลา!

“เอาะ… อ้อ ค่ะ” เจ้าหล่อนหน้าแดงขึ้นบ้างอย่างสำเหนียกว่าถูกเอาคืน

เหตุฆาตกรรมในเคหาสน์อาสนมนตรีเมื่อสองปีก่อนบังคับให้เขากับเธอต้องเจอกันแทบทุกวัน นับรวมแล้วก็วันละหลายชั่วโมง ยายนิจคาดคั้น หลายครั้งเขาต้องคอยเลี่ยง เสมือนเล่นเอาเถิดเจ้าล่อวนกันไปมาจนเริ่มรู้แกวว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง และกำลังจะมาไม้ไหน

ไม่อยากยอมรับ แต่ไตรตรึงษ์ต้องยอมรับว่าเขาอาศัยความกวนตีนที่ได้รับการปลูกถ่ายจากไอ้โคร่งมาเป็นตัวช่วยได้มาก

ยายนิจเป็นคนบ้างาน เทิดทูนและรับใช้งานเหมือนหุ่นยนต์ หลายทีเขาก็อยากเห็นยายนี่ร้องกรี๊ดๆ แล้วกระทืบเท้าเพราะถูกกวนประสาท แต่แน่ละ เจ้าหล่อนไม่เคยหลุด เช่นเดียวกับหนนี้ ยายนิจพยายามรักษาความเป็นมืออาชีพด้วยการยิงคำถามต่อทันที

อย่างไรก็ดี เสียงของเจ้าหล่อนถูกกลบด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเขา

ด้วยท่าทางยวนยียิ่งขึ้นอีกเบอร์ ไตรตรึงษ์แสร้งล้วงโทรศัพท์แล้วยกขึ้นแสดงต่อคนกลุ่มนั้น เอียงคอ เลิกคิ้ว เหมือนจะแทนคำ ‘เสียดายจัง สัมภาษณ์ต่อไม่ได้ละ!’ จากนั้นทำทีไม่ได้ยินเสียงยายนิจถอนหายใจดังๆ ก้าวห่างออกมายังข้างสนามหญ้า อาศัยร่มไม้ใบบังพรางแดดขณะรับสาย

หน้าจอสมาร์ตโฟนแสดงภาพหญิงสาวผิวขาวดุจไข่ปอก เค้าหน้าละม้ายกันแต่ค่อนข้างจืดกว่าถูกแต่งไว้งามจนดูคมขำ

“พี่วราห์”

“ตาหนู!” เสียงพี่สาวดังตื่นใจมาตามสาย ท่าทางคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

“บอกแล้วว่าอย่าเรียกแบบนั้น” คนท้วงบ่น แต่ก็ไม่วายตอบว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หนูไม่เป็นอะไร”

เพราะเป็นลูกคนสุดท้องที่หลงมา อดีตคุณหนูกบี่จึงเป็นน้องเล็กของบ้าน หม่าม้านำเรียกเขาอย่างนั้นจนญาติๆ ติดปาก แม้แต่อาม่า ถ้าไม่ใช้สรรพนามว่า ‘ลื้อ’ ในภาษาจีน ก็ยังเรียกเขาว่า ‘อาหนู’ เฉพาะบ่าวไพร่ต้องเรียกเขาว่าคุณแล้วตามด้วยชื่อ

ไตรตรึงษ์ไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นคำเรียกที่ชวนขวย กระทั่งมาเจอไอ้โคร่งนั่นละ ทุกทีที่ได้ยินคนเรียกเขาว่า ‘ตาหนู’ และโดยเฉพาะเมื่อเขาเผลอเรียกตัวเองตอบว่า ‘หนู’ สายตาไอ้โคร่งจะพลันพราว มุมปากจุดรอยขำน่าเลาะเขี้ยวออกมาทั้งปาก!

หากถึงอย่างไร มันไม่เคยเรียกเขาอย่างนั้น

เปล่า ไม่ใช่เพราะรู้ว่าเขา… เขิน แต่เพราะมันตั้งใจจะรอให้เขาเผลอหลุดพูดกับมันก่อนต่างหาก แล้วจากนั้น เชื่อเลยว่ามันก็จะต้องระเบิดก๊ากพลางตีพุงผับๆ ใส่เขา…

เออ ก็ได้วะ มึงมันไม่มีพุง!

“ใครห่วงหนูกัน” เสียงขุ่นๆ ของพี่สาวกระชากเขากลับมาจากภาพหน้าท้องไอ้โคร่ง “น้องชิงต่างหาก!”

แก้วชิงดวง? “คุณชิงทำไม”

“วันนี้วันเกิดน้องชิง พี่โทร.ไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์หรอกถึงได้รู้ว่าหนูก่อเรื่องอะไรไว้ ทำไมจู่ๆ ทิ้งเธอมาอย่างนี้คะ”

‘ตาหนู’ แทบจะกลอกตา ร้อยวันพันปีพี่วราห์ก็ไม่เคยเปลี่ยน!

พี่สาวอยู่ในโลกแสนงามของทุ่งดอกไม้ สายธาร และแดดกระจ่าง — กระจ่าง แต่ไม่ร้อน! ปุยสีขาวของแดนดิไลออนจะยังเริงระบำ พร้อมกับกลิ่นหอมอวลของลาเวนเดอร์!

อาจเพราะถูกประคบประหงมมาในฐานะลูกสาวคนเดียวของอภิมหาเศรษฐีระดับประเทศ ไม่เคยมีเภทภัยใดๆ กล้ำกราย หลังจากคุณพ่อกับหม่าม้าหย่าจากกัน น้องเล็กถูกแยกมาเป็นเจ้าชายองค์เล็กๆ กับหม่าม้าที่นี่ พี่วราห์ก็ถูกชุบชูเยี่ยงเจ้าหญิงอยู่ที่กรุงเทพฯ คุณพ่อทำตามสัญญาหม่าม้าด้วยการปลูกฝังให้ลูกสาวคนโตงามพร้อมที่สุด แพงที่สุด เป็นตุ๊กตากระเบื้องเหนือยอดหอคอยงาช้างที่ชายทุกผู้จะต้องแหงนหน้ามองอย่างแท้จริง

น่าแปลก โชคชะตาเล่นตลกให้ไตรตรึงษ์ต้องอยู่ห่างพี่สาวเสมอ พอเขาจบการศึกษาออกมาทำงานในกรุงเทพฯ พี่วราห์ก็ไปเรียนต่อเมืองนอก ได้พบคู่ชีวิตที่นั่น กลับมาแต่งงานกันแล้วก็ย้ายนิวาสสถานไปเป็นคุณนายทหารอยู่ที่นครศรีธรรมราช

ยังดี ทุกครั้งที่กลับมาพบหน้าหรือติดต่อกัน ไม่มีครั้งไหนเลยที่ไตรตรึงษ์รู้สึกว่ามีระยะทางขวางกั้นระหว่างเขากับพี่ พี่วราห์ยังคงเป็นเจ้าหญิงแสนสวยใจดีที่คอยติดตามห่วงใยเขาทุกฝีก้าวเสมอ

“มีเรื่องนิดหน่อยครับพี่” ตาหนูที่ตัวใหญ่เกินกว่าหนูไปมากบอกเสียงอ่อย ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดที่ลืมแก้วชิงดวงไปเสียสนิทใจ แต่เพราะเกรงว่าถ้าพี่สาวได้รู้เรื่องที่เกิด เจ้าตัวอาจตกใจเกินการ

“ไม่หน่อยละมั้ง ถึงกับทิ้งน้องชิงมาอย่างนี้” เสียงพี่สาวกระหนาบเหมือนครูสาวดุเด็กอนุบาล

พี่วราห์รู้จักแก้วชิงดวงก่อนเขา นอกจากเคยเห็นหน้าคร่าตากันจากวงสังคมชั้นสูงที่กรุงเทพฯ เมื่อสมัยเด็กๆ ครั้นย้ายมาอยู่ที่นครศรีธรรมราช ครั้งหนึ่งพี่วราห์ก็เผอิญได้พบแก้วชิงดวงที่เดินทางมาติดต่องานละแวกนั้นพร้อมพ่อของเธอ ทั้งคู่คุยกันถูกคอจนกลายเป็นสนิทสนม ต่อมาพี่สาวจึงแนะนำเพื่อนรุ่นน้องให้เขารู้จัก แล้วด้วยฐานะและระดับที่เหมาะสมกัน เหมาะสมในความหมายของคุณพ่อว่า ‘จะช่วยเชิดชูกันได้’ ไปๆ มาๆ ทั้งเขาและแก้วชิงดวงจึงขยับมาเป็น ‘ว่าที่คู่หมั้น’ กันในที่สุด

ไตรตรึงษ์เคยมีคู่ควงมาบ้าง แต่เป็นความรู้สึกเหมือนเด็กอยากมีของเล่นไว้อวดเพื่อนมากกว่า — ใช่! เพื่อนที่ว่าก็คือไอ้โคร่งนั่นละ ชายหนุ่มต้องการให้มันยอมรับว่าเขาชนะ แผนการคือ เขาจะคอยซุ่มดูไกลๆ รอให้มีผู้หญิงเข้าไปยุ่มย่ามกับมันก่อน จากนั้นจึงจะแสดงตัว เมื่อเขาแสดงตัว ไม่ว่าผู้หญิงที่ไหนได้เห็นก็ต้องเลือกเขาอยู่วันยันค่ำ!

ไอ้โคร่งไม่ค่อยทำอะไรนอกจากยิ้มขำ ซึ่งกลับทำให้เขาหงุดหงิด หงุดหงิดกว่าเวลาที่ ‘รถไฟ’ ของตัวเองแล่นมาชนกันโดยไม่ได้นัดหมายเสียอีก แล้วนั่นละ แทนที่ไอ้โคร่งจะดุว่า มันกลับช่วยเขาสับรางง่ายๆ

“มึงเป็นตำรวจที่ดีไม่ได้หรอก” เขาเคยเชิดคางปรามาส

มันกอดอก ยกคิ้ว “ไซพันนั้น” ทำไม

ไอ้โคร่งรู้ดีว่าการใช้ภาษาใต้จะยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าถูกล้อเลียน และไอ้หอยจงใจล้อเลียน!

คางของเขาลอยสูงยิ่งขึ้น “มึงมันติดนิสัยชอบหลอกลวงประชาชนไปแล้ว”

“แต่มีคนนึงที่กูไม่เคยหลอกนะ”

พอเขาตั้งท่าจะยิ้ม มันก็พูดต่อ “ไอ้เสือดาว”

“หึ!”

ไอ้โคร่งยังไม่เคยเจอแก้วชิงดวงตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง เขาเองก็ไม่เคยบอกมันเรื่องนี้ อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงไม่รู้สึกเลยว่าจำเป็นต้องบอก กระทั่งบ่ายหนึ่ง หลังจากร้อยวันพันปีที่ไม่ได้เห็นหรือคุยกัน มันเสือกโทร.มาออดหลังจากเห็นข่าวสังคมลงเรื่องเขากับเธอ

“ไอ้ลิงจะทิ้งพี่ไปมีเมียซะแล้ว ไม่คิดจะบอกกันบ้างเลยเหรอจ๊ะ”

ตอนนั้น ไตรตรึงษ์ยิ้มแก้มปริ มีความรู้สึกว่าตัวเองชนะ “อ๊ะ มึงก็รู้แล้วนี่”

“หึ!”

คนยิ้มแก้มปริในครั้งนั้น กลับมีสีหน้าแกมเศร้าในคราวนี้

มือใหญ่กระชับสมาร์ตโฟนแน่นเข้าคล้ายจะระงับก้อนที่สะท้อนขึ้นจากอก มันมีรสขมเฝื่อนจนเขาแทบน้ำตาคลอ ต้องพยายามกล้ำกลืนลงไปก่อนตอบพี่สาว

“ไอ้โคร่ง… มันตายแล้วครับพี่”

“หา?!” ปลายสายเสียงสูง

เหมือนเรื่องอื่นๆ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พี่วราห์ก็ติดตามข่าวจนรู้ว่าเขาสนิทชิดเชื้อหรือชอบพอกับใคร

ก่อนที่พี่จะพูดอะไรกวนตะกอนแตกหักของเขาให้เอ่อคมขึ้นมาอีก ชายหนุ่มชิงอธิบาย “ผมรีบลงมาที่บ้าน–” เป็นอันเข้าใจกัน ไม่ว่าเมื่อไร ‘บ้าน’ ของเขามีที่เดียวเสมอ “–ไม่คิดเลย เรื่องมันจะลุกลามมาถึงในบ้านเราด้วย พี่วราห์รู้ข่าวเรื่องฆาตกรรมต่อเนื่องแถวนี้ใช่มั้ยครับ”

“พอรู้ค่ะ แต่ว่ามันน่ากลัว พี่เลย…”

หนูเข้าใจ

“ตอนนี้ตำรวจกับนักข่าวเข้ามาเต็มบ้าน อีกสักพักข่าวคงออก หนูยังปลอดภัยดี จะอยู่จัดการเรื่องที่นี่ก่อน ยังไงพี่วราห์ทำใจดีๆ ไว้นะครับ ฝากบอกคุณพ่อแล้วก็ญาติคนอื่นๆ ของเราด้วย”

“จ้ะ แล้วก็น้องชิง” แม้เสียงยังติดหวาดกลัว แต่พี่วราห์ก็ยังเป็นพี่วราห์ที่อยู่ในโลกสวยแคบเฉพาะของตน “เดี๋ยวพี่รีบโทร.ไปบอกน้องชิงก่อนเลยดีกว่า จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าหนูไม่สนใจเธอ”

“ขอบคุณครับ” คำตอบเหมือนต้องการตัดจบมากกว่า เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมพี่วราห์ต้องเกรงใจแก้วชิงดวงขนาดนั้น แต่นั่นละ ตอนนี้… มีเรื่องอะไรมาบ่ายเบี่ยงลดทอนความกลัวของพี่สาวได้ เขาก็พอใจทั้งนั้น

 

Don`t copy text!