ลิงพาดกลอน  บทที่ 10 : บุรุษลี้ลับ

ลิงพาดกลอน บทที่ 10 : บุรุษลี้ลับ

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

“อะไร!” ผู้ฟังเร่งร้อน

ร.ต.ต. สุริยันกัดกราม ก่อนตอบ “สารวัตรพรตนับถือลัทธิเดียวกับพวกรากษะ”

คำตอบนั้นทำให้สภาพเหมือนถูกเหวี่ยงหมุนกลับหยุดลง… แค่ชั่วคราว จากนั้นไตรตรึงษ์ติดในพายุลูกใหม่ที่เหวี่ยงเขาหมุนไปอีกด้าน

เท่าที่เคยรู้มา รากษะศรัทธาในพระเจ้า นับเป็นอีกสาเหตุที่ขีดเส้นต่างระหว่างชนกลุ่มนี้กับคนส่วนใหญ่ในประเทศที่พวกเขาอาศัยอยู่ มันถูกฉวยใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือปลุกระดมความชิงชัง ถึงขนาดอำนาจรัฐสามารถล้างบางรากษะทีละหมู่บ้านได้โดยประชาชนในประเทศเดียวกันไม่เห็นผิด กระทั่งผู้นำขั้วตรงข้ามซึ่งเคยได้รับการยกย่องในหัวข้อสันติภาพยังรูดซิปปากสนิท เสมือนไม่ได้ยินคำครหากระฉ่อนโลก

เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์มนุษยชาติในพื้นที่อื่น ศาสนา ความเชื่อ และศรัทธาอันสุดโต่งยังคงถูกใช้เป็นอาวุธ สร้างกองทัพ เลยไปถึงความชอบธรรมในการฆ่าล้างทรมาน ไม่เว้นแม้แต่ทรมานตัวผู้ยึดถือปฏิบัติเอง!

ไตรตรึงษ์เคยได้ยินเรื่องการทรมานร่างกายในหมู่นักบวชคาทอลิกอนุรักษ์นิยมที่ชื่อโอปุสเดอี เคยเห็นวิดีโอคลิปการเหวี่ยงใบมีดฟาดกินแผ่นหลังตัวเองของมุสลิมนิกายชีอะห์ในวันอาชูรอ แม้แต่ในประเทศต้นทางของพวกรากษะหรือกระทั่งประเทศไทยเองก็เถอะ พลเมืองผู้ประกาศตัวเป็นพุทธศาสนิกชน กลับถูกวาทกรรมความดีความชั่วล้างสมองจนลืมสิ้นว่าอะไรคือแก่นแท้ เกาะกระพี้จนกลายเป็นช่องโหว่ให้ถูกเอาเปรียบวันแล้ววันเล่า การยินยอมให้ความเป็นมนุษย์ของตนต่ำต้อยเช่นนี้มิใช่วิธีทรมานตัวเองอีกรูปแบบล่ะหรือ ชายหนุ่มไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับลัทธิที่พวกรากษะนับถือ แต่ก็พอเห็นเค้าลางว่าสิ่งที่สุริยันเอ่ยมานี้มีทางเป็นไปได้

อีกฝ่ายเล่าต่อ “เมื่อก่อนแกก็นับถือพุทธนี่แหละ แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ สามปีก่อนแกก็ไปเห็นดีเห็นงามกับไอ้ลัทธิคนพวกนั้น”

“นี่หมายความว่า คนร้ายปั่นหัวให้สารวัตรทรมานหรือบูชายัญตัวเองเพื่อสังเวยพระเจ้า?”

“เราไม่รู้แน่” ร.ต.ต. สุริยันส่ายหน้า “พวกรากษะที่เข้ามาในไทย ส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นรากษะทั้งนั้น ยิ่งถามลึกเรื่องความเชื่ออะไรนี่ เกือบทุกคนก็บอกว่าไม่รู้ ไม่น่าจะมี”

มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

ชนชาติน่าสงสารถูกกดดันอย่างหนักให้ออกจากประเทศตัวเอง หากไม่เลาะตะเข็บชายแดนสู่แผ่นดินติดกัน ก็จำลงเรือแรมรอนมาขึ้นฝั่งที่ไทย หลายทีการหนีตายยังกลับถูกใช้เป็นช่องแสวงประโยชน์ของพวกสัตว์นรกอีกกลุ่ม พวกนายหน้าค้ามนุษย์! คิดแล้วไม่ต่างจากนกอพยพที่มาขอเกาะเรือกลางทะเลพักเหนื่อย แต่กลับถูกชาวประมงฉวยโอกาสจับกินเป็นอาหาร!   

ใช่แค่พวกนายหน้าค้าคน แม้เข้าไทยได้ พอจะหาอาชีพค้าขายเลี้ยงตัว รากษะเร่ร่อนยังกลายเป็นแหล่งอาหารอันโอชะสำหรับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย ไม่รู้เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ‘ส่วย’ กลายเป็นอาวุธขับไล่จนแม้แต่ผู้ลี้ภัยยังไม่กล้าอยู่บ้านเมืองนี้ ที่ยังอยู่ก็ต้องโกหกว่ามาจากที่อื่น ด้วยเหตุนี้ การเข้าไปสอบถามเพื่อหาข้อมูลในคดีฆาตกรรมอุกอาจของสารวัตรพรต ย่อมยากจะมีรากษะผู้ใดหาญข้องเกี่ยว

“ตอนที่เราไปถึง…” เสียงเจ้าของคดีดังเรียกสติไตรตรึงษ์อีกครั้ง “พวกคนงานเฝ้าโกดังกำลังจ้าละหวั่น หัวหน้าคนงานสั่งให้หาทางกำจัดศพสารวัตรพรต ก่อนที่ใครจะตามมาเอาเรื่อง–”

“เดี๋ยวนะ” คนฟังยกนิ้ว “ ‘สั่งให้หาทาง’ ? หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าตัวมันเปิดแน่บไปแล้วไงล่ะ!”

ร.ต.ต. สุริยันเล่าว่า ทันทีที่นายวิชิตหัวหน้าคนงานเข้ามาเห็นสภาพ พ.ต.ต. พรต ถิรสมบัติ จากหน้าห้องกระจก เจ้าตัวก็รีบสั่งให้ลูกน้องต่างด้าวหาทางเปิดประตูเพื่อนำศพออกมา ขณะเดียวกัน ตนเองเดินออกไปโทรศัพท์ข้างนอกเพื่อแจ้งนายคนอื่น อย่างไรก็ตาม ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงสตาร์ทรถบรรทุกส่งของกลับดังขึ้น นายวิชิตบึ่งหนีไปลำพัง ปล่อยให้พวกลูกน้องงงงวยและไม่กล้าทุบอะไรแม้แต่กระจก ได้แต่หาอะไรมาพยายามเขี่ยกลอนประตูห้องสำนักงาน ซึ่งไม่ยังผลใดๆ จนกระทั่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง

“ทำไมนายวิชิตต้องหนี ฟังจากที่เล่า หมอนี่อยู่กับลูกน้องตลอดเวลา มีพยานอยู่แล้วว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าสารวัตรพรต หรือที่จริงมันร่วมมือกับคนร้าย” พูดถึงตรงนี้ ไตรตรึงษ์ตาโตเหมือนนึกขึ้นได้ “จริงสิ! ตำรวจเข้าไปที่นั่นเพราะมีผู้ชายคนนึงโทร.แจ้งนี่ หรือว่าจะเป็นหมอนี่!”

“ไม่ใช่ เราดักจับมันได้บนถนนห่างออกไปไม่ไกล นายวิชิตสารภาพกับตำรวจว่า ตอนที่เดินออกมาโทรศัพท์แจ้งนาย ยังไม่ทันกดหมายเลข มันถูกผู้ชายคนนึงดักเอาเศษสังกะสีจี้คอ แย่งปืนพกไปแล้วบังคับให้ขับพาหนี” คนพูดเสียงต่ำลง ดวงตาในเงามืดของผู้เล่าลุกวาวเหมือนตาแมว “มันว่า ไอ้บ้านั่นรู้ถนนหนทางดี เหมือนคนมีแผนเตรียมไว้หมดแล้ว!–”

คำพูดสะดุดแค่นั้น เสียงลุงสมก็ดังขัดขึ้น “ผัวแม่ดาวกำลังจะมาครับ คุณไตร”

ไตรตรึงษ์เกือบไม่ได้สนใจ ความคิดของเขาเหมือนซุปตั้งเตาที่งวดเข้าทุกที ในหัวมัวลำดับภาพทุกคดี แทบทุกคดีล้วนมีบุรุษปริศนาเกี่ยวข้อง!

เริ่มตั้งแต่คนรักลับๆ ของพยาบาลสาวศรีบวร เจ้าของรอยเท้าข้างรั้วบ้านทศทิศ ชายแปลกหน้าผู้ปรากฏตัวแถวท่าเรือในวันที่หลี่แชถูกนำศพขึ้นแสดงบนเรือจเร แล้วยังชายผู้บังคับให้นายวิชิตพาหนีหลังจากที่สารวัตรพรตกลายเป็นศพ

ผู้หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ กำลังจะอ้าปากซักคำถามสำคัญกับ ร.ต.ต. สุริยัน กระนั้นลุงสมชิงพูดก่อน

“แม่ดาวสั่งห้ามคนอื่นขึ้นมาที่นี่ ตำรวจ โดยเฉพาะ… เอ่อ…” ในความมืดสลัว คนพูดเบี่ยงหน้าไปทางอริเก่าของพี่ชายสาวเจ้า

เป็นอันสุริยันเข้าใจ เจ้าตัวหมุนตัวกระแทกเท้ากลับลงไปทันที

. . . . . . . . .

 

ตั้งใจจะตามมาเอาคำตอบ ทว่าชะโงกลงจากชานเรือน พบว่าไอ้ยันไปสมทบกับทีมงานของมันแล้ว ไตรตรึงษ์จึงได้แต่ถอนหายใจแรงๆ

จากจุดที่ยืนอยู่ ละอองฝนสาดเข้ามาพอเย็นสบาย สายน้ำเทหนักจนมองออกไปเห็นได้แค่ไม่ไกล เหมือนมีม่านสีเงินกั้นเรือนหลังนี้ไว้ในแดนลับแล พื้นดินห่างออกไปเริ่มเจิ่งนอง หวังว่าตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่นๆ จะเก็บหลักฐานทั้งหมดได้ทัน ทั้งในอาณาเขตบ้านนี้ และบ้านของเขา

บ้านที่ถูกไอ้คนร้ายเลือกจัดเป็นสถานแสดงศพอีกแห่ง!

ถึงตอนนี้ ชายหนุ่มตอบตัวเองได้แล้ว คำถามที่เมื่อครู่สุริยันจงใจยวน

‘นายลุงคงกำลังคิดว่า ในเมื่อปกติลุงแทบไม่ได้ออกไปไหน และคนร้ายที่มาสำรวจโลเคชันเตรียมไว้ก่อนก็ต้องรู้ แล้วทำไมมันถึงยังวางใจว่าวันนี้ — วันที่มันตั้งใจจะก่อการ — จะมีเรื่องให้ลุงออกจากบ้านพอดี เพื่อมันจะขนศพเข้าไปจัดวางได้ง่ายๆ!’

ใช่ แต่ต้น มันน่าสงสัยจริงๆ นั่นละ ทำไมไอ้คนร้ายจึง ‘ใจเย็น’ นัก!

แผนของมันบังคับให้ต้องทำทุกอย่างรีบเร่ง หากต้องการความสะดวกดาย มันน่าจะเลือกที่หมายชนิดเข้าถึงง่าย แต่ไม่มีใครรู้ ไม่ใช่ที่ที่เข้ายาก แถมโอกาสคลาดเคลื่อนยังสูงเหมือนอย่างบ้านเขา หรือแม้แต่ในโกดังน้ำมันปาล์มเถื่อนนั่น

คำถามนี้ซ้ำรอยกับคดีก่อนหน้าซึ่งเขายังหาคำตอบไม่เจอ

ทำไมคนร้ายต้องเอาศพหลี่แชไปวางไว้บนเรือจเร เพียงแค่บังเอิญเพราะ ‘ง่าย’ งั้นหรือ

ไม่!

ตอนนี้ คดีนนทกาย้ำแล้วว่า ทุกสถานที่ไอ้คนร้ายใช้แสดงศพล้วนถูกคัดสรรและเตรียมการอย่างดี อย่างน้อยก็ดีพอที่มันจะหาทางย้ายศพมาไว้กลางบ้านเขาได้! และนั่นดุจประกาศ แต่ละสถานซ่อนความหมายไว้บางอย่าง!

มันตั้งใจวางศพหลี่แชในห้องน้ำบนเรือไอ้เร จับภาพให้เห็นรูปแมงมุมเพื่อส่งนัยถึงไอ้ยันโดยเฉพาะ ทั้งนี้เพราะมันคาดได้ ไอ้เรจะลอบทำลายศพบนเรือเพื่อเลี่ยงปัญหา — ใช่! นายแสวงลูกเรือไอ้เรคงบอกตำรวจอย่างนั้น แต่ไอ้ยันจงใจไม่บอกเขา แบบเดียวกับที่ไม่แจ้งนักข่าวหรือคนนอกอื่นๆ — ไอ้คนร้ายคิดได้ และบางที… จวบวันที่มันต้องการให้คน ‘พบ’ ความจริงเรื่องหลี่แช เจ้าของเรือก็จะไม่เหลือชีวิตแล้ว!

มันไม่ได้ต้องการกำจัดศพ แต่ต้องการแสดงบางอย่าง และสถานที่มีส่วนสำคัญกับงานนิทรรศการของมันด้วย!

คำถามจึงคือ เรือไอ้เร โรงแรมดิ เอม บีช ห้อง 712 บ้านไอ้ทิศ ศาลเจ้าจี้กง โกดังน้ำมันเถื่อน และสนามหญ้าหน้าบ้านเขา ทั้งหมดสื่อความหมายถึงอะไร!

ด้วยความคิดบางอย่าง ชายหนุ่มรีบล้วงสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดแอพพลิเคชันกูเกิ้ลแมพเพื่อพล็อตสถานที่ต่างๆ ลงในแผนที่

หัวคิ้วมุ่น แต่ละจุดเรียงมั่ว ไม่ใช่รูปภาพ ไม่ใช่แผนผังอย่างในนิยายฆาตกรรม หรือละครสืบสวนสอบสวนเรื่องนั้น

“มันคงไม่สนใจละครเรตติ้งน้อย”

“ละครอะไรครับคุณไตร”

เสียงถามดังข้างตัว คนพึมพำแทบสะดุ้งเพราะเพิ่งสำเหนียกว่าลุงสมก้าวตามมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

“ไม่มีอะไรครับ” ไตรตรึงษ์กระแอม — เพื่อรักษาหน้า ถ้าเป็นไอ้โคร่งมึงจะต้องล้ออย่างนี้อีก ความสนใจกลับมาที่คนข้างๆ “จริงสิครับลุง ทำไมยายเสือดาวไม่มาที่นี่เอง ไม่มีคนเฝ้าศาลาเหรอ”

เขาหมายถึงศาลาที่จัดงานศพของไอ้โคร่ง อันที่จริงคนถิ่นนี้มักจัดพิธีกันที่บ้าน งานยิ่งใหญ่ล้มสัตว์เป็นอาหารรับรองแขกตลอดวันตลอดคืน การจัดงานที่วัดเป็นเรื่องสำหรับคนขัดสน อย่างไรก็ตาม คงเพราะไอ้โคร่งตายในนามนายแชนคนงานตลาดปลา ไม่มีญาติสนิทมิตรสหาย ยายเสือดาวจึงจำใจต้องจัดที่นั่น

“เปล่าครับ แม่ดาวไม่อยากมาเอง”

คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เขาฉงน ปกติน้องสาวไอ้โคร่งหาญห้าวเกินหญิง ยิ่งมีเรื่องร้ายๆ มาแหยมสิเจ้าหล่อนจะยิ่งพองขนขู่ฟ่อ

ลุงสมยืนอยู่หน้าประตู มองเข้ามาคงเห็นสีหน้าตั้งข้อสงสัยของเขาชัดอยู่ จึงตอบว่า “คนท้องไม่ควรเข้ามายุ่งกับเรื่องพวกนี้ครับ”

“ท้อง?!” เขาทวนเสียงสูง

“ใช่ครับ สามสี่เดือนแล้ว แม่ดาวคงไม่ได้บอกคุณไตรเพราะเห็นคุณยุ่งๆ”

ก็จริง

อีกอย่าง เขาไม่มีนิสัยชอบสนใจเรื่องคนอื่น จึงไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ไม่คิดว่านี่จะทำให้พลาดข่าวสำคัญของน้องไอ้โคร่ง

ยายเสือดาวหรือมณิสรา อายุน้อยกว่าพี่ชายสองปี เจ้าหล่อนแยกย้ายไปมีครอบครัวในตัวจังหวัดเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นไตรตรึงษ์ได้รับการ์ดเชิญและเดินทางมาร่วมงานวิวาห์ด้วย ใจหวิวแกมตะลึงว่าวันเวลาได้พาสาวน้อยแสนซนกลายเป็นหญิงคนสวยผู้มีเจ้าของไปเสียแล้ว น้ามณีดูจะวางใจลูกเขยผู้เรียบร้อย พูดน้อย และแสนขี้อาย แกบ่นกับเขาว่า เสือดาวมันแต่งออกไปมีคนคอยดูแลซะก็ดี เพราะจะหวังพึ่งเจ้าพี่ชายก็เป็นไปได้ยาก สายงานไอ้โคร่งบังคับให้มันอยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง นานๆ ทีจึงจะกลับบ้าน กลับมาแต่ละทีสภาพก็เปลี่ยนไปจนแทบจำกันไม่ได้ เปลี่ยนไปในทางร้ายมากกว่าดี! ระหว่างคุย ไตรตรึงษ์มองตามเพื่อนที่ช่วยน้องสาวจัดแจงธุระทุกอย่างในคืนงานแต่ง นึกในใจ เห็นมั้ย กูบอกมึงแล้ว อยากเป็นนัก ไอ้สายสืบเนี่ย!

คืนนั้น หนวดเคราผมเผ้าของมันเกลี้ยงเกลาผิดกับที่เขาเคยเจอครั้งหลังๆ ผิวกร้านยังเกรียม ผอมจนแก้มตอบ และเริ่มมีริ้วรอยเป็นร่องชัดบนใบหน้า ทว่าดวงตากับท่วงท่าประกาศความแข็งแกร่ง มีเสน่ห์ และมั่นใจในแบบของมันเอง แบบที่ไม่มีผู้หญิงหันไปสนใจมากเท่ากับที่สนใจเขา แต่เขาก็ยังหมั่นไส้กึ่งๆ ริษยา

เพียงสองเดือนถัดจากนั้นน้ามณีก็ตรวจร่างกายพบว่าเป็นมะเร็งระยะท้ายๆ และเสียชีวิตไปอย่างง่ายดาย ชวนใจหาย ขณะเดียวกันก็น่าโล่งใจด้วยที่แกกับใครๆ รอบตัวไม่ต้องทรมานนานนัก

อย่างไรก็ตาม ไอ้โคร่งบอกเขาว่า ใช้คำว่า ‘ไม่ต้องทรมานนานนัก’ กับน้ามณีไม่ได้หรอก คนอึดอย่างแก แม้จะทรมานมาตลอดก็คงไม่ยอมให้ใครรับรู้ ไตรตรึงษ์คิดจะปลอบมัน แต่ก็เหมือนทุกที ไปๆ มาๆ เขาดันเป็นฝ่ายน้ำตาแตกเสียเอง ไอ้โคร่งต้องคอยลูบหลังเขาแทนแล้วใช้มะเหงกเคาะหลังหัวเบาๆ

‘แม่มึงตายเหรอ นี่แม่กู!’

ปรากฏว่าคนสะอื้นยิ่งสะอึก คิดถึงหม่าม้าที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปหลังจากเขาสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยได้พร้อมกับไอ้โคร่งเพียงสองปี หม่าม้าไม่เคยเห็นด้วยกับความคิดนี้ ตรงข้ามกับพ่อ ส่วนพี่วราห์ก็เออออทุกอย่างที่เขาเห็นดีเห็นงาม

‘ไอ้ลิงเอ๊ย’ เมื่อไอ้โคร่งพูดคำนั้น มะเหงกของมันกลายเป็นฝ่ามือยีหัวเบาๆ

เขาเอาหัวหนี ‘เดี๋ยวผมกูยุ่ง!’ มันเลยยกมือขึ้นมายีแรงๆ ทั้งสองข้าง

ไม่คิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันต่อหน้า

เวลาแค่ไม่นาน ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว เรื่องใหม่เวียนผ่านเข้ามา ทั้งการตาย และการเกิด…

“งั้นก็ดี” ในที่สุดเขาตอบรับลุงสมไปแกนๆ

ไตรตรึงษ์ซักผู้อาวุโสอีกหลายคำถามเพื่อหาความเป็นไปได้ต่างๆ ในคดี ต่อเมื่อมั่นใจว่าลุงสมคงให้คำตอบอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ จึงเปลี่ยนหัวข้อเป็นเรื่องสัพเพเหระและความเป็นอยู่ของแกกับยายอู๋ กระทั่งครึ่งชั่วโมงถัดมา เก๋งกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งจึงฝ่าฝนและดินที่กลายเป็นโคลนเข้ามาหยุดใกล้ตัวเรือน

ผู้เปิดร่มก้าวลงมาคือชายหนุ่มรูปร่างผอม ความสูงยิ่งขับให้ดูผอมจนคล้ายบอบบาง ท่าทางก็ติดจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า เมื่อไตรตรึงษ์ก้าวลงจากบันไดไปหา เจ้าตัวใช้ข้อนิ้วชี้ดันกรอบแว่นหนาให้กระชับขึ้น ยังผลให้ตากลมโตดูโปนยิ่งว่าเดิม ให้อารมณ์คล้ายพวกตัวละครในแก๊งลูนี่ตูนส์

คนหน้าเหมือนตัวการ์ตูนยกมือไหว้โดยแนบสองแขนติดกัน ทำให้รูปร่างยิ่งดูลีบ “สวัสดีครับ คุณลิง”

คำเรียกนั้นคงติดมาจากยายเสือดาวภรรยา ซึ่งติดมาจากไอ้โคร่งอีกที ร.ต.ต. สุริยันที่ยืนใกล้ชักยิ้มขำระคนหมิ่น คนถูกเรียกพลอยขัดใจ หลังจากยกมือรับไหว้แทบไม่ทันพลางกัดฟันกระซิบ

“พี่แก่กว่าผม ไม่ต้องไหว้! แล้วก็เรียกชื่อไตรเถอะครับ”

“ครับคุณลิง”

คราวนี้นายตำรวจอีกสองรายถึงกับหลุดกลั้นขำดังปุ นั่นเองคนเรียกจึงเพิ่งรู้ตัว “ขะ… ขอโทษครับคุณไตร”

‘คุณไตร’ แทบกลอกตา

ตั้งแต่พบกันครั้งแรกที่งานแต่งเมื่อสองปีก่อน อรชุนไม่ได้อยู่ในภาพลักษณ์ที่ดีกว่านี้ ร่างผอมผอมกว่าตอนนี้ แว่นกลมขับตาโปนบนดวงหน้าสามเหลี่ยม ซึ่งมีจมูกโด่งเป็นรูปสามเหลี่ยมแปะตรงกึ่งกลางอีกที ในวันแห่งความสุข ดวงตาหลังแว่นยังสะรอยประหม่า เมื่อมาวันนี้ ต้องอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ ท่ามกลางคนไม่คุ้นเคย เจ้าตัวยิ่งเก้กังติดกลัวๆ ผมฟีบแฉะ เชิ้ตและกางเกงสแล็กดำที่ถูกลงแป้งรีดจนจีบตั้ง กลับเพิ่มความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติและชวนขัดตา อายุมากกว่าไตรตรึงษ์สามปี แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเด็กน้อยเด๋อๆ ด๋าๆ ยากจะทำใจให้ศรัทธาในความอาวุโส

จำได้ว่าครั้งแรกที่เห็นเจ้าตัว ไตรตรึงษ์อึ้งเหวอไปด้วยความรู้สึกว่า นี่น่ะเหรอคนรักของยายเสือดาว! น้องไอ้โคร่งเป็นสาวต่างจังหวัดก็จริง แต่เปี่ยมด้วยความมาดมั่น เก๋และคล่อง อะไรหนอทำให้เจ้าหล่อนเลือกเจ้าการ์ตูนตลกนี่ คนใกล้ตัวก็เป็นตัวอย่างที่ดี ถ้าจะหาคู่ชีวิต ยายเสือดาวควรจะหาให้ได้เท่าๆ กับเขา หรืออย่างน้อยก็ไอ้โคร่ง มิใช่หรือ

ครั้นนินทากับไอ้พี่ชาย มันเสือกเย้าเขาพลางเชยคาง ‘บุพเพสันนิวาสล่ะมั้งจ๊ะยาหยี’

ไตรตรึงษ์ยกกำปั้นทุบมือมันร่วง แต่ไม่ทันยายเสือดาวเข้ามาเห็นแล้วหัวเราะ

‘มาแอบจีบกันอยู่ตรงนี้! รู้นะว่าคิดถึงเพราะไม่ได้จู๋จี๋กันมานาน แต่เข้าไปช่วยรับแขกหน้างานกันหน่อยสิพี่’

‘ไม่ใช่โว้ย!’ ไตรตรึงษ์เป็นเดือดเป็นร้อนทุกทีที่ถูกล้อทำนองนี้ โดนมาตั้งแต่เด็กยันแก่

‘มาจ้ะ ที่รัก’ ไอ้ตัวใหญ่ยังไม่เลิก มันประจงประคองมือเขาข้างหนึ่งด้วยมือของมันเองทั้งสองข้าง ไตรตรึงษ์รีบดึงมือกลับแล้วตุ๊ยท้องมันทีหนึ่ง

‘โอ๊ย!’ ไอ้โคร่งแสร้งแหกปาก ครั้นเขาเผลอยิ้มสะใจ มันก็ฉวยจังหวะเหนี่ยวคอเขาไว้ด้วยวงแขนแกร่ง ไตรตรึงษ์เป็นผู้ชายตัวสูง แต่ก็สูงแค่คางของเพื่อน ออกกำลังกายจนแข็งแรง แต่ก็ไม่แข็งแรงไปกว่าเพื่อนที่ลดหุ่นเพื่อหน้าที่ จนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแล้วแท้ๆ

‘ฤทธิ์มากนัก! หัวค่ำเหนือเข็มขัด ต่ำกว่านั้นเดี๋ยวค่อยจัดตอนดึกๆ นะจ๊ะ’

‘ไอ้เหี้ย ปล่อยกู!’

ตอนนั้นเอง เจ้าอรชุนเดินหน้าเริดสวนออกมาจากในบ้านซึ่งใช้เป็นสถานจัดงานแต่ง หมอนี่กระซิบกับเจ้าสาวด้วยความดังที่เขาพอจะได้ยินถนัด ‘นึกว่าดาวล้อเล่นซะอีก สองคนนั้นเขาเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอเนี่ย น้ามณีไม่ว่าอะไรเหรอ’

คนตอบหัวร่อ ‘ไม่หรอก ผู้ใหญ่เขาสนับสนุน’

ในเวลาต่อมา ยายเสือดาวเล่าให้เขาฟังว่า อรชุนเป็นรุ่นพี่ของเพื่อนสนิท เธอชอบที่เขาเป็นคนซื่อๆ งงๆ อยู่ด้วยแล้วเหมือนมีตัวการ์ตูนเป็นของตัวเอง เจ้าตัวการ์ตูนฟังด้วยหน้าแดงๆ แหยๆ แต่ก็ไม่เถียงอะไร เห็นได้ชัดว่าความรักลอยขึ้นตา และอีกไม่ช้าโลกจะได้พ่อบ้านใจกล้าอีกหน่วย

ถ้าเป็นเราคงไม่ยอมหรอก! ไตรตรึงษ์คิด น่าแปลก ตอนที่เขาคิด ไม่มีภาพของแก้วชิงดวงอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำ

บางที อาจเพราะตอนนั้นชายหนุ่มมัวหมั่นไส้ไอ้โคร่งที่มองน้องเขยอย่างพออกพอใจ ทีกะกูล่ะไม่เคยมองแบบนี้หรอก ไอ้เวร!

ขณะที่ยายเสือดาวเป็นคุณครูภาษาไทยยุคใหม่ของโรงเรียนมัธยมในตัวเมือง อรชุนเป็นนักบัญชี หมกหมุ่นอยู่แต่กับตัวเลข ครอบครัวหมอนี่มีแค่แม่กับหลานสาว น้องชายกับน้องสะใภ้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ภาระของฝ่ายชายอาจทำให้ผู้หญิงบางคนเบ้หน้า ทว่าตรงข้ามกับยายเสือดาว เจ้าหล่อนชื่นชมและรู้สึกอบอุ่น ในที่สุดจึงตัดสินใจร่วมเป็นหนึ่งในครอบครัวที่มีเจ้าตัวการ์ตูนเป็นหัวหน้า

อรชุนก้าวนำกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นเรือนด้วยอาการกลัวๆ กล้าๆ ตาโตหลังแว่นกลมหนาดูเลิ่กลั่ก เหงื่อแตกเป็นเม็ด แต่กลับกลืนน้ำลายด้วยท่าทางคล้ายฝืดคอ ร.ต.ต. สุริยันเองคงขัดตาเช่นกัน จึงใช้เสียงกระแทกกระทั้น “คุณไม่สบายใจอะไรรึเปล่า”

“ถะ… ถ้าคนร้ายมันยังซุ่มอยู่ข้างบนล่ะครับ อุ้ย!” คนตอบสะดุ้งโหยงเพราะก้าวชนเก้าอี้ตัวหนึ่ง คงคะมำลงไปแล้วถ้าไตรตรึงษ์ไม่ทันช่วยไว้

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมขึ้นมาดูแล้วเมื่อกี้ ไม่มีใครอยู่แน่นอน”

“เอาะ… อ้อ”

“ลุงสมบอกว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่มานานแล้ว?” สุริยันขนาบอีก

“ช่ะ… ใช่ครับ ตั้งแต่น้ามณีย้ายไปอยู่กับเราที่บ้านในเมือง ที่นี่ก็ปิดไว้ ไม่มีใครกลับมาเป็นปีแล้ว แม้แต่… เอ่อ… คุณโคร่ง”

จากลักษณะการตอบ เดาได้ว่ายายเสือดาวน่าจะบอกความจริงสามี

“มันเกิดอะไรกันครับนี่ บ้านนี้กลายเป็นที่ซ่อนตัวของคนร้ายฆาตกรรมต่อเนื่องไปแล้วจริงๆ เหรอ”

“เดี๋ยวเพื่อนพี่เขยคุณจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด” สุริยันโยนลูกให้เขาอย่างไม่ปรึกษา และโดยไม่รอคำรับหรือคำปฏิเสธ เจ้าตัวชิงพูดต่อ “ตอนนี้ ขอให้คุณพาเราดูเรือนหลังนี้ให้ทั่วก่อนดีกว่า”

ตลอดเวลาที่อรชุนพานำ ไตรตรึงษ์ยังคงก้าวตามไม่ห่าง ประตูแต่ละบานภายในเรือนถูกเปิด เช่นเดียวกับหน้าต่างโดยรอบ จากลักษณาการโดยรวม ผู้หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ พอจะสรุปได้ว่า คนร้ายไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปที่อื่นใด นอกจากโถงกลางเรือนด้านหน้า ซึ่งใช้เสาหนึ่งเป็นที่กักตรึงเหยื่อ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวอรชุนแล้วแยกกันไปเก็บหลักฐานอื่นๆ ในเรือนต่อ ไตรตรึงษ์พาเจ้าของบ้านมาหยุดยืนบริเวณโถงหน้า ตรงจุดที่พอจะสอดสายตาเห็นความเคลื่อนไหวในเรือนทั้งหมด จากนั้นจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นโดยคร่าว

 

สีหน้าของอรชุนเผือดซีดลงไปทุกที ท้ายที่สุดพึมพำ “ไม่คิดว่าจะเป็นคุณนนทกา…”

“พี่ชุ้น…” ออกคำนำหน้าอย่างนั้น แต่ไตรตรึงษ์ก็ยังไม่วายตะขิดตะขวง “รู้จักผู้ตายด้วยเหรอ”

“รู้จักสิครับ คุณนนทกาเป็นผู้ช่วยคนสนิทของคุณทวยหาญ เจ้าของโรงแรมที่ผมทำงานอยู่”

แค่นั้นคนฟังก็ตาโตเกือบเท่าดวงตาหลังแว่นของอีกฝ่าย “ดิ เอม บีช?!”

อรชุนรับคำ ทว่าไตรตรึงษ์ถึงกับขนลุกด้วยสังหรณ์บางอย่าง จะว่าไปความสนุกของงานสืบสวนสอบสวนมันอยู่ตรงนี้ ถ้าเราไม่ปล่อยให้รายละเอียดใดๆ อยู่นอกสายตา ไม่ช้ามันอาจกลายเป็นเบาะแสสู่เงื่อนงำสำคัญได้ ปกติชายหนุ่มมักพุ่งพล่านไปด้วยความตื่นเต้นแกมอยากเอาชนะ ครั้งนี้ก็ยังเป็น ทว่าถูกเกลื่อนลงด้วยอารามอยากรู้และอยากแก้แค้นมากกว่า แก้แค้นให้ไอ้โคร่ง!

ชายหนุ่มกวาดตาเป็นเชิงสำรวจเพื่อให้แน่ใจว่าเหล่าตำรวจไม่ได้สนใจมาทางนี้ ใช้สายตาชี้ชวนอรชุนออกไปคุยด้วยกันนอกชาน

ถึงจะรู้ว่าที่ยายนิจซักไซ้ พ.ต.อ. ปีย์ครู่ก่อน เป็นหมากล้อมมากกว่า กระนั้นไตรตรึงษ์ก็ยังรู้สึกว่าน่าสนใจ “พี่พอจะรู้มั้ย ผู้ตาย… ผมหมายถึง คุณนนทกา มีศัตรูอยู่ที่ไหนบ้างรึเปล่า”

อรชุนทำหน้างง “คงยากจะพูดหมดนะครับ คุณนนทกาเป็นคนแบบที่… ไม่มีใครชอบพอสักเท่าไร”

ต่อสายตาคาดคั้นของเขา น้องเขยไอ้โคร่งจำใจเล่า “คุณนนทกาเป็นชาวรากษะ คุณไตรคงพอทราบว่าชะตากรรมของคนพวกนี้เป็นยังไง โดยเฉพาะอย่างเธอ กว่าจะมีตำแหน่งใหญ่โตเหนือเจ้าของประเทศหลายๆ คนแบบนี้คงไม่ง่าย ได้ยินว่าครอบครัวของเธอพอมีฐานะ เลยหาทางหนีออกจากบ้านเกิดได้สำเร็จ จากนั้นตัวเธอเองก็อาศัยพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีมาต่อยอด คนรากษะไม่ได้ไร้ความสามารถอย่างที่คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจหรอกครับ”

ชายหนุ่มพยัก ทั้งที่ยังไม่เห็นภาพนัก คงเหมือนกับบรรยากาศตอนนี้ ม่านฝนบางลง หากทัศนียภาพก็ยังขมุกขมัวเกินกว่าจะบอกได้ว่าอะไรเป็นอะไร

ละอองน้ำกระเซ็นเข้ามาจนรู้สึกเย็นฉ่ำ ทว่าน้องเขยไอ้โคร่งยังคงเหงื่อแตกซิกเพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ เจ้าตัวตอบด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบ

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงมาเป็นผู้ช่วยคุณทวยหาญได้ รู้แต่ว่าคุณทวยหาญไว้ใจเธอมาก และคงเพราะอย่างนั้นด้วย เธอถึงลำพอง และไม่… เอ่อ… ไม่เห็นหัวใครเลย ทั้งในบริษัท นอกบริษัท — คุณก็รู้นี่ครับว่าแถวนี้อยู่ใต้อำนาจของคุณทวยหาญทั้งนั้น”

“ดูท่าทางคนร้ายจะเอาตัวเธอมาไว้ที่นี่นานพอสมควร คนที่ดิ เอม บีช ไม่มีใครสงสัยเรื่องเธอหายตัวไปเลยเหรอครับ แล้วญาติๆ คนรู้จัก หรือคนที่อาศัยอยู่กับเธออีกล่ะ”

“คุณทวยหาญเป็นเจ้าของดิ เอม บีช แต่ชีวิตเขายังมีส่วนอื่นอีกมากครับ” เจ้าตัวใช้ข้อนิ้วขยับแว่นทั้งยังสั่นๆ แสดงว่ายังไม่รู้สึกปกตินัก โดยเฉพาะจู่ๆ มีเสียงนายตำรวจรายหนึ่งตะโกนดังแทรกเข้ามา ทำให้ดวงตาหลังแว่นวูบไหว “คุณนนทกาก็ทำงานอยู่กับคุณทวยหาญ ปกติทั้งคู่ไม่ได้เข้ามาที่โรงแรมบ่อยนัก–” ดวงตาไหวอีกครั้ง “ผมไม่ทราบหรอกครับว่าคนรอบๆ ตัวเธอจะคิดยังไง”

ความสนใจของไตรตรึงษ์เปลี่ยนไปเสียแล้ว จังหวะที่ดวงตาหลบวูบครั้งที่สองไม่ได้มีเสียงตำรวจหรืออะไรน่าตกใจเกิดขึ้น “ปกติคุณทวยหาญกับคุณนนทกาจะเข้าโรงแรมเมื่อไรเหรอครับ”

ราวกับคำถามนั้นคือมือเย็นวาบที่จับต้นคอของผู้ฟัง อรชุนแทบสะดุ้ง ตาหลุกหลิกยิ่งขึ้น “ปะ… เป็นเรื่องของเจ้านายน่ะครับ”

หืม?

“สองคนนั้นเขา…?” นัยของอีกฝ่ายชวนให้ไตรตรึงษ์ลากเสียงยาว กระนั้นภาพในหัวทอดยาวยิ่งกว่าเสียง

ผู้ชาย กับผู้หญิง เข้าไปในโรงแรมด้วยเรื่องที่พูดไม่ได้ แล้วยายนนทกาก็เป็นรากษะที่เผยอน้ำขึ้นมาอย่างน่าสงสัย สามารถลำพองกับใครๆ…

“ปละ… เปล่าครับ คุณทวยหาญกับคุณนนทกาไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันหรอก”

“แต่กับคนอื่น?!”

คำหนักคล้ายกระแทกผู้ถูกถามจนตาเหลือก

เมื่อนั้นเอง จุดสว่างบางอย่างก่อประกายวาบขึ้นกลางหัวไตรตรึงษ์ “ให้ผมทายดูมั้ยครับ ผู้หญิงคนนั้นน่าจะคือ–”

 

Don`t copy text!