ลิงพาดกลอน บทที่ 12 :  ฆาตกรฆ่าเสือดำกับโทษทัณฑ์ในนรก

ลิงพาดกลอน บทที่ 12 :  ฆาตกรฆ่าเสือดำกับโทษทัณฑ์ในนรก

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

ตอนท้ายของบทพระไอยการอาชาหลวง — อันที่จริง บรรทัดสุดท้าย – ได้สรุปความว่า โทษทั้ง 32 สถานนี้ อ้างอิงจากลักษณโทษทวะดึงษกรรมกร

อะไรคือลักษณโทษทวะดึงษกรรมกร!

ไตรตรึงษ์ล้างตัวจนสะอาดจากฟองสบู่ คว้าผ้าขนหนูมาซับหยดน้ำตามผิวและบนแผ่นแก้ปวด มือข้างที่เว้นแห้งไว้แต่ต้นพิมพ์ค้นหาข้อความดังกล่าว

จังหวะที่กด ‘ไป’ ความสนใจสะดุดเพราะเสียงหนึ่งดังขึ้นนอกห้อง เสียงตึงตัง!

ไตรตรึงษ์ชะงัก ดึงนิ้วจากหน้าจอโทรศัพท์ละมาพันผ้าขนหนูช่วงเอว แม้ค่อนข้างมั่นใจว่าคนร้ายคงไม่อยู่แถวนี้แล้ว หากต้องยอมรับว่าบ้านไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยในความรู้สึกอีกต่อไป

ชั้นบนไม่มีใครนอกจากเขา แต่ไหนมาคนในบ้านต้องรู้ว่าที่ทางของตัวเองอยู่ที่ไหน ฉะนั้นลุงสมไม่มีวันขึ้นมาถ้าไม่ถูกตาม

งั้นเสียงอะไร

ค่อยๆ ย่างสามขุมไปหยุดหลังบานประตูห้องน้ำ ขัดใจที่ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ผ้าพันตัวแต่แรก จึงหยิบผืนเล็กมา ถึงเวลานี้เคลื่อนแต่ละทีมันก็แทบจะหลุด ชายหนุ่มต้องอาศัยมือข้างหนึ่งกดชายที่เหน็บตรงเอวคอดของตัวเองไว้ อีกข้างหมุนลูกบิดอย่างเบามือที่สุด สอดสายตามองออกไป

ไม่มีใครเลย

ประตูห้องนอนยังหับสนิท แต่ก็นั่นละ แต่ต้นเขาย่ามใจเกินไปจึงไม่ได้ลงกลอน ถ้ามีใครเข้ามา ในห้องนอนสลัวดูจะมีที่ทางให้ซ่อนตัวได้เต็มไปหมด

ร่างสูงในผ้าผืนน้อยย่างสืบไป ไม่ลืมแวะหยิบไฟฉายกระบอกเหล็กแถวหัวนอนติดมือ ขนาดและน้ำหนักของมันพอจะใช้เป็นอาวุธได้ ต่อเมื่อกวาดสายตาอีกทีจึงพบที่มาของเสียงผิดปกติ

มุมห้องที่แต่ต้นโยนเสื้อผ้าทิ้งไว้ บัดนี้ตะกร้าล้มข้าวของกระจัดกระจาย ไตรตรึงษ์ถอนหายใจ กำลังจะก้าวไปก้มเก็บ จังหวะนั้นเอง ความเย็นชนิดหนึ่งคล้ายวิ่งผ่านตัว

ก้มหน้า นึกว่าผ้าหลุด แต่มันไม่หลุด ความเย็นนั้นมาจากอย่างอื่น

เจ้าของร่างสูงเบนหน้าไปด้านข้าง เพิ่งสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบานหนึ่งหับไม่สนิท มันเปิดแง้มเป็นช่อง ครั้นก้าวไปดึงปิด พลางคิด หรือลมจะทำให้ตะกร้าล้ม–? สังหรณ์บางอย่างกลับรั้งมือและความคิดไว้

บานหน้าต่างค่อยๆ ถูกผลักกว้าง

ฟ้าครืนหนักทั้งที่ฝนเริ่มจาง จากจุดที่ยืน ไตรตรึงษ์สามารถมองออกไปเห็นถนัด

มันคือริมสนามหญ้าใต้ร่มหูกวาง จุดที่ลูกไม้หนึ่งร่วงก่อนกาล…

ด้วยความรู้สึกบางอย่าง หัวคิ้วของเขาเกิดรอยบุ๋ม ริมฝีปากสีชมพูอันแสดงถึงสุขภาพดีเม้มเป็นเส้นตรง ในที่สุดออกแรงดึงหน้าต่างปิดและลงกลอนแน่นหนา หมุนตัวกลับมายังตะกร้า พยายามระงับอารมณ์ที่ปะทุในใจด้วยการช้อนตะกร้าตั้ง และหยิบยัดเสื้อผ้าลงไป

จังหวะนั้น เป็นอีกทีที่มือใหญ่ชะงักสะดุด

ยีนขายาวฟอกสียี่ห้อดอลเช่ แอนด์ แกบบานา ตัวที่เขาสวมมาแต่เช้า ขณะนี้ ในกระเป๋าที่ควรว่างเปล่ากลับปรากฏของแปลกปลอมอย่างหนึ่งแลบออกมา

กระดาษหนังสือพิมพ์?  

คิ้วเข้มยิ่งพาดเข้าหากัน ไตรตรึงษ์จำไม่ได้เลยว่าตนเองยัดของพรรค์นี้ลงมาตอนไหน ปกตินอกจากผ้าเช็ดหน้า เขาแทบไม่ใส่อะไรในกระเป๋าฝั่งนี้ ไม่ใช่ที่ที่เราจะนึกถึง คิดพลางนิ้วเรียวเป็นสีชมพูอันตัดด้วยขนอ่อนดำยาว ค่อยๆ คืบมันออกมา

กระดาษแผ่นดังกล่าวถูกฉีก — ใช่ บรรจงฉีก — ออกมาในขนาดไม่ใหญ่นัก คนฉีกตั้งใจเน้นเฉพาะภาพข่าวที่ดูคุ้นตา เป็นภาพเสือดำถูกถลกหนังนอนแผ่บนผ้าขาว แขนคนสวมชุดพรางคล้ายทหารสองรายประกบอยู่สองข้างภาพ กำลังช่วยกันตรึงสายวัดสีเหลืองจากสุดขาหน้าด้านหนึ่งไปยังขาหน้าอีกด้านของเสือดำไร้วิญญาณ ดวงตาไตรตรึงษ์เบิกพลันเมื่อพบว่า บริเวณผ้าขาวที่เสือนอนอยู่มีรอยปากกาเขียนเพิ่มเข้ามา แรงกดหนักหน่วงจนน่ากลัวกระดาษจะพรุน

. . . . . . . . . .

ร่างสูงในชุดเชิ้ตและกางเกงสแล็กสีดำเข้ารูปโผนเหย่าๆ ลงมาตามขั้นบันได ผมเส้นละเอียดไม่ได้บรรจงแต้มเจลกระพือพั่บๆ แล้วตกมาปรกเหนือคิ้ว ครั้นเจ้าตัวลงมาถึงชั้นล่าง นั่นทำให้วงหน้ากระจ่างดูอ่อนเยาว์ลงไปอักโข ขณะเดียวกันผิวค่อนข้างสว่างซึ่งดูซีดลงหลังอาบน้ำ ก็ขับให้ริมฝีปาก และบริเวณปลายจมูกเชิดอย่างคนดื้อรั้นกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ

เมื่อก้าวพ้นฉากไม้ซึ่งกั้นระหว่างพื้นที่ด้านในกับด้านหน้าตัวเรือน ไตรตรึงษ์พบว่าลุงสมไม่ได้อ้อยอิ่งอยู่แถวชุดรับแขก ทว่าขับพาโตโยต้าโซลูน่าสีน้ำเงินมาเทียบรออยู่หน้าเรือนแล้ว ร่างเล็กผิวคล้ำเปิดประตูรถตอนหลังให้เขาสอดตัวเข้ามานั่ง ส่วนแกเองวิ่งกลับขึ้นไปล็อกประตูเรือนก่อน

แม้ในรถจะเปิดแอร์คอนดิชันไว้เย็นฉ่ำ ทว่าระหว่างรอสารถี นายน้อยของบ้านกลับกระสับกระส่ายราวอากาศอบอ้าวจนไม่สบายตัว หัวคิดเวียนว่ายอยู่ในมหรรณพแห่งข้อมูล ทั้งภาพเสือดำตัวนั้น ตารางประหลาดข้างกัน และที่มาที่ไปอันทำให้มันมาปรากฏอยู่ในกระเป๋าหลังกางเกงเขา

เหนือสิ่งอื่นใด ไตรตรึงษ์มั่นใจว่าเจ้าของกระดาษแผ่นนั้นตั้งใจสื่อสารกับเขาโดยเฉพาะ ข้อความดังกล่าวถูกจัดเรียงแปลกๆ ลงตาราง แต่ไม่ได้ยากเกินจะอ่าน คำสามคำถูกจัดวางในแนวทแยงลงทางขวา แนวที่ 1 เสือก แนวที่ 2 มึง แนวที่ 3 อย่า ต่อเมื่อสลับตำแหน่งอีกครั้งเป็น 2–1–3 จะอ่านได้ข้อความตามที่คนส่งตั้งใจบอก

‘มึงอย่าเสือก’

ทำไมต้องใช้ลูกเล่นโง่ๆ ที่ใครก็แกะได้วะ!

นอกจากนั้น การเลือกฉีกภาพประกอบข่าวมาอย่างจำเพาะ แถมพยายามไม่ให้ตารางประหลาดนั่นไปทับถูกรูปตรงกลาง ยังแสดงว่า คนส่งตั้งใจใส่ความหมายบางอย่างลงในภาพเสือดำตัวนั้น

ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ประธานบริหารองค์กรยักษ์ถูกรวบตัวขณะลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พบของกลางทั้งอาวุธปืน ซากไก่ฟ้า หมูป่า และซากเสือดำที่ถูกชำแหละ คนทั้งเมืองจับตาและโจษจัน โดยเฉพาะเมื่อผลพลิกตาลปัตร เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมกลายเป็นฝ่ายเสี่ยงถูกดำเนินคดีแทน ส่วนท่านประธานฯ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งที่หลักฐานตำตา แถมยังให้สัมภาษณ์ว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายรายออกมาให้กำลังใจ

ไตรตรึงษ์รับทราบข่าวนี้ ทว่าเขาไม่มีสิทธิ์พูดมาก บิดาของแก้วชิงดวงทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับองค์กรท่านประธานเช่นกัน และอาจเพราะเหตุนั้น ชายหนุ่มจึงสนใจข่าวนี้มากกว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโทษ 21 สถาน เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่า สนใจและตามอ่านสกู๊ปต่างๆ จนพอผ่านหูผ่านตามาบ้างเกี่ยวกับ ‘เสือดำ’

เพื่อยืนยันสิ่งที่เคย ‘ผ่านหูผ่านตา’ ตอนอยู่บนห้องนอน ก่อนจะสวมเสื้อผ้า ชายหนุ่มก้าวกลับไปหยิบสมาร์ตโฟนในห้องน้ำคืนมาค้นคำใหม่ ใจหายเมื่อพบคำตอบที่ยังเป็นเช่นเคยเข้าใจ

เสือดำกับเสือดาวเป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน! มันคือเสือดาวที่เมลานิซึมหรือเม็ดสีของขนและผิวหนังมีความผิดปกติ ลายจุดจึงดูกลืนไปกับขนดำซึ่งปกคลุมร่างกายจนเห็นลายไม่ชัดว่าเป็นเสือดาว ในการตกลูกแต่ละครั้ง แม่เสือดาวสามารถให้กำเนิดทั้งเสือดาวและเสือดำในครอกเดียวกัน แต่โอกาสเป็นเสือดำมีเพียง 1 ใน 3 มันจึงเป็นสัตว์หายากลงไปทุกที      

คนส่งสารรู้เรื่องนี้ เขาแน่ใจว่าในความตั้งใจของมัน สิ่งที่มันต้องการพูดถึงจึงไม่ใช่เสือดำ แต่เป็น ‘เสือดาว’

รูป กอปรกับข้อความในตารางประหลาดดังกล่าว ย่อมแปลได้

‘มึงอย่าเสือก ถ้าไม่อยากให้เสือดาวถูกฆ่า!’

ขนอ่อนพลันลุกขึ้นบนแขนขา ดวงความคิดพุ่งย้อนไปตั้งแต่ตอนกลับมาเหยียบสนามบินที่นี่ คนเดียวที่รู้ว่าเขาจะกลับมาก็คือไอ้ฆาตกรที่ฆ่านนทกา — ความจริงยิ่งกว่านั้น มันคำนวณได้ด้วยซ้ำว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร มันจึงตั้งใจใช้เวลาระหว่างที่ลุงสมมารับเขา เอาศพหญิงรากษะผู้นั้นเข้ามาจัดฉาก!

ถ้าคนส่งสารคือพวกเดียวกันกับไอ้คนร้าย มันจะมีโอกาสนำเศษกระดาษมาใส่กระเป๋ากางเกงเขาได้ตั้งแต่ที่แอร์พอร์ต เรื่อยมาจนกระทั่ง–

เสียงประตูรถเปิดออก สติของไตรตรึงษ์หวนมา ลุงสมกำลังนั่งลงประจำตำแหน่งสารถี รายงานว่า

“ผมโทรบอกน้องอู๋แล้ว มันว่าวันนี้ไม่ได้เตรียมชุดดำไปเลยขรับ เดี๋ยวเลิกงานแล้วคงต้องแวะตลาดซื้อเสื้อเปลี่ยนก่อนแล้วถึงจะรีบตามไปที่วัดได้”

นายน้อยพยักพื่ดอย่างไม่ใส่ใจ เปลี่ยนหัวข้อสู่สิ่งที่กำลังคิด “เมื่อกี้ตอนที่ผมขึ้นไปอาบน้ำ ลุงสม… เดินจากเรือนใหญ่ไปขับรถมาจอดรอข้างหน้านี่แค่นั้น ใช่มั้ยครับ”

รถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปบนถนนคอนกรีตอย่างนุ่มนวล ลุงสมตอบโดยไม่ได้มองผ่านกระจกมองหลัง “เปล่าขรับ ผมเดินกลับไปเอากุญแจรถจากในห้องก่อน”

ห้องที่ว่าคือห้องพักของแกในเรือนแถวคนงานด้านหลังเรือนใหญ่ อยู่ไม่ไกล ถ้ารีบเดินไวๆ ไปกลับไม่น่าจะใช้เวลาถึงห้านาที

“มีอะไรแปลกๆ บ้างรึเปล่าครับลุง”

“อะไรแปลกๆ?” สารถีทวนคำ และแล้วหัวเราะเพราะตีความไปอีกเรื่อง “ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเมื่อกี้ก็ไม่มีหรอกขรับ คนเพิ่งตายคงยังไม่ทันกลายเป็นผีมาหลอก แล้วถึงเป็นผีจริงๆ ผมก็ไม่กลัว เราไม่ได้ทำอะไรให้เขานี่”

คนถามอยากทึ้งหัว “เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ”

เห็นท่าเขาแล้ว ชายแก่ดูจะยิ่งอารมณ์ดีตามวิสัย “เฮี้ยนกว่าผี ผมว่าก็น้องอู๋มันนี่ละ ชอบว่าผมวางของเกลื่อนกลาด เมื่อกี้พอดีเจอหนังสือพิมพ์ที่มันเอามาฉีกแล้วทิ้งไว้ ถ้าไปว่านะ นังนี่มันคงเถียงเอาตายว่าไม่ได้ทำ–”

“ดะ… เดี๋ยวนะครับลุง” ไตรตรึงษ์รู้สึกหูตั้ง “หนังสือพิมพ์ฉีกอะไร”

“ไม่โร้ซีขรับ ปกติน้องอู๋มันก็ไม่ค่อยมายุ่งกับของของลุงนะ แต่นี่มันเอามาวาง–”

“ผมหมายถึง” เขาจงใจพูดทับอย่างเสียมารยาท ใจร้อนจนไม่อาจรอให้คู่สนทนาเหหัวข้อไปไกลกว่านั้น “หนังสือพิมพ์ที่ว่า มันถูกฉีกรูปเสือดำออกมา ใช่มั้ยครับ!”

“เอ…” ผู้ถูกคาดคั้นลากเสียงลังเล “รูปมันถูกฉีกโหว่ไป ผมไม่โร้หรอกขรับว่ารูปอะไร”

“แต่ลุงยังเก็บหนังสือพิมพ์นั่นไว้ ใช่มั้ยครับ! เราวกกลับไปดูมันเดี๋ยวนี้เลย!”

ลุงสมจำต้องวกรถตามคำสั่ง ขณะที่กำลังแล่นตามทางคอนกรีตอ้อมสู่เรือนลูกจ้างด้านหลังบ้าน แกอุทานขึ้นว่า

“อ๋อๆ นึกออกแล้วขรับ! น่าจะใช่ข่าวที่คุณไตรว่า ผมจำได้เหมือนว่าข้างๆ ตรงที่โดนฉีก มีรูปไอ้อ้วนหน้ามึนๆ นั่งอยู่”  

คนฟังอ้าปากค้าง นี่ไง! ที่มาของคำขู่!

ยังไม่เห็นด้วยตา แต่ไตรตรึงษ์มั่นใจว่าใช่ นี่น่าจะช่วยจำกัดวงผู้ต้องสงสัยลงได้บ้าง!

คนร้ายจัดการศพนนทกาแล้วพรางตาว่าหนีไปแล้ว ที่แท้มัน — หรือพวกของมัน — ยังคงปะปนวนเวียนไม่ห่างเขา ครั้นเห็นเขาเข้ามายุ่งจนทำให้เริ่มเสียแผน มันจึงหาทางส่งสารขู่

ระหว่างที่คนส่วนใหญ่วุ่นวายหาเบาะแสคดีนนทกา มันเร้นกายเข้าไปในเรือนลุงสม สอดสายตาหาเครื่องมืออันจะ ‘บอก’ แต่ไม่ ‘บ่ง’ ตัวเองจนเกินไป ข่าวเสือดำถูกฆ่าในหนังสือพิมพ์สะดุดตามัน มันรู้ว่าถ้าใช้วิธีนี้ เขาจะต้องเข้าใจ — ใช่! ในเมื่อก่อนหน้านี้ มันได้ลอบสำรวจจนปรุโปร่งแล้วว่าคนในพื้นที่นี้เกี่ยวโยงและมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างไรกันบ้าง! — หลังจากบรรจงฉีกหนังสือพิมพ์แล้วเขียนตารางประหลาดนั่น คงมีเหตุให้มันต้องรีบออกจากเรือนลุงสมมาโดยไม่ทันทำลายหนังสือพิมพ์ดังกล่าว จากนั้น อาศัยจังหวะที่ทุกคนเผลอ มันก็ลอบนำสารลับมาใส่ในกระเป๋าหลังกางเกงเขา ส่วนตัวมันเอง–

ไวกว่าความคิด รถยังไม่ทันจอดสนิทชายหนุ่มก็ดันประตูออกแล้วโผนลงไป ลุงสมตกใจร้อง “คุณไตร!” แต่เขาไม่สนใจ รีบวิ่งตรงไปยังประตูหน้าห้องพักลุง

ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้าถนัด ใจเขาก็แทบร่วงปิ๋ว ถึงกระนั้นยังพยายามรวบรวมกำลังใจตะโกน “ละ… ลุงไม่ได้ล็อกประตูไว้ใช่มั้ย!”

คำถามเจือด้วยความหวัง ทั้งที่รู้ดี

“เอ เมื่อกี้ผมล็อกไว้ดีแล้วนะขรับ!” ลุงตอบเมื่อกระวีกระวาดตามมาถึง

พลันนั้น ไตรตรึงษ์แทบขาอ่อนร่วงกองพื้น

เขาคลาดมันแค่ก้าวเดียว!

ไม่ต้องเข้าไป ชายหนุ่มก็พอรู้

“ตอนแรกลุงวางหนังสือพิมพ์ไว้บนตู้นั่น มันหายไปไหนหว่า” ชายแก่ยังพึมพำไม่รู้สีสา

นายหนุ่มบดกราม ป่านนี้คงหายต๋อมไปพร้อมไอ้สารเลวนั่นแล้ว!

“หระ… หรือว่า…” ผู้เป็นบ่าวเพิ่งหันมาเงอะงะคิดตามทัน

ไตรตรึงษ์พยัก “ลุงอย่าเพิ่งแตะต้องอะไรในนี้นะครับ ผมจะโทรศัพท์ก่อน”

เบอร์ที่เขาต่อหา คือเบอร์ที่ พ.ต.อ. ปีย์ยัดเยียดไว้ให้เมื่อตอนเดินทางมาจากสภ. บ้านหลาว

พักหนึ่งกว่าปลายสายจะรับ เสียงที่ตอบกลับมาค่อนข้างหงุดหงิดใจ วันนี้คงมีเรื่องรบกวนจิตใจผู้กำกับปีย์มากเกินไปแล้ว “ว่าไง หมวด”

“ผู้กำกับยังอยู่ที่โรงพักใช่มั้ยครับ”

แทนคำตอบรับ เจ้าตัวถาม “ทำไมรึ”

ไตรตรึงษ์ไม่ได้โทร.มาเพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ประการที่หนึ่ง คนร้ายทำให้เห็นแล้วว่ามันสามารถก่อการอะไรก็ได้ คำขู่เรื่องยายเสือดาวอาจไม่ใช่แค่คำขู่ และเราไม่อยากเสี่ยง ประการที่สอง คนที่เข้ามาวนเวียนใกล้เขาครู่ก่อนส่วนใหญ่ก็คือพวกตำรวจ บางทีคนร้ายอาจเป็นหนึ่งในนั้น ราไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่น!

“คนของผู้กำกับออกจากบ้านผมไปครู่ใหญ่แล้ว ตอนนี้กลับถึงโรงพักกันรึยังครับ”

“ถึงแล้ว กำลังนั่งสรุปเรื่องกันอยู่ หมวดไม่ต้องห่วงนะ”

“ทุกคนเลยเหรอครับ”

“ใช่”

เสียงตอบรับของอีกฝ่ายชักคิ้วเขาพาดกัน คนร้ายไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น?

ไม่หรอก! คำค้านพลันคลุ้งขึ้นในใจ ยังสรุปไม่ได้! มันอาจมีกันมากกว่าหนึ่ง การที่มันสามารถวางแผนฆ่าคนวันเว้นวันได้ราบรื่นขนาดนี้ ก็เป็นสิ่งที่น่าปักใจสงสัยอยู่แล้ว ถ้าหนึ่งในพวกมันแฝงตัวอยู่ในทีมตำรวจ ทุกอย่างยิ่งไม่ยาก โดยเฉพาะครั้งนี้ หลังจากฉีกหนังสือพิมพ์เอามาใส่กระเป๋าเขา มันก็แค่โทร.แจ้งมือเท้าที่ยังเฝ้าอยู่แถวนี้ ให้รีบฉวยจังหวะทำลายหนังสือพิมพ์ที่เหลือนั่นซะ

จะว่าไป นอกจากตำรวจ คนที่เดินอยู่ใกล้ๆ เขามากพอจะส่งสารได้ ยังมีทั้งพวกนักข่าว เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานอื่น รวมทั้ง… ใช่ นายอรชุน

คำถามของไตรตรึงษ์คงชวนเอะใจ พ.ต.อ. ปีย์จึงต่อคำ “ทำไมเหรอ”

“อ้อ เมื่อกี้คุยกับสุริยันว่าจะไปเจอกันที่งานศพนายแชนน่ะครับ”

“นึกว่ามีอะไร” ปลายสายหัวเราะผ่อนคลายขึ้น “หมวดลืมขอเบอร์โทรศัพท์มันไว้ซีนะ เดี๋ยวผมส่งให้ดีมั้ย”

“ขอบคุณครับผู้กำกับ”

ไตรตรึงษ์วางสายในไม่ช้า ลุงสมที่จ้องมองแต่แรกถามว่า “คุณไตรไม่ให้ตำรวจมาตรวจที่นี่เหรอขรับ”

“ไม่ต้องหรอกลุง ถึงมาก็คงไม่เจออะไร แม้แต่รอยนิ้วมือมันก็คงไม่ทิ้งไว้บนหนังสือพิมพ์นั่นด้วยซ้ำ”

“จริงสิ เมื่อกี้ผมก็ลืมถาม ทำไมคุณไตรโร้ว่าหนังสือพิมพ์ที่เป็นรูนั่นคือข่าวเสือดำ”

“ปะติดปะต่อเอาน่ะลุง” เขาตอบเหมือนไม่ตอบ การให้ลุงสมรู้ไปจะทำให้แกใจเสียเปล่าๆ

ชายหนุ่มพยักเพยิด “เราลองตรวจดูรอบๆ นี่เองแล้วกัน แต่เชื่อเถอะ ผมว่าไม่มีอะไรเหลือให้เราจับมันได้หรอก”

เป็นไปตามคาด หลังจากเจ้าของบ้านก้าวนำลุงสมออกตรวจทั่วเรือนพักลูกจ้าง ปรากฏว่าไม่มีอย่างอื่นส่อแววผิดปกติ ในที่สุดไตรตรึงษ์จึงเคลื่อนไปหยุดยืนตรงช่องประตูหน้า ทอดสายตาไปข้างนอกเรือนซึ่งเป็นลานดินกลางฝน มีทางโรยกรวดเริ่มเจิ่งน้ำขังเชื่อมต่อไปยังหลังบ้านกับเรือนใหญ่ด้านหน้า

ชายหนุ่มทบทวน… หลังจากลุงสมมาเอากุญแจรถที่เรือนเล็กนี้ แล้วขับไปรอเขาหน้าเรือนใหญ่ คนร้ายใช้เวลานั้นงัดแงะประตูห้องแกและหยิบหนังสือพิมพ์หนีไป มันน่าจะปีนออกไปทางรั้วด้านหลังเพื่อป้องกันการถูกพบเห็น คงไม่ดอดเข้าไปหลบในเรือนใหญ่ อีกอย่าง เรือนข้างหน้านี้ก็ไม่มีช่องเปิดใดให้มันผลุบลอดเข้าไปได้เลย

อย่างไรก็ตาม แม้ตัดสินใจอย่างนั้น ไตรตรึงษ์ยังต้องการความมั่นใจ “เราเดินดูรอบเรือนใหญ่แล้วก็รั้วข้างหลังก่อน ถ้าไม่มีอะไร ก็ไปวัดเลยแล้วกัน”

. . . . . . . . .

 

ทุกอย่างเรียบร้อยดีจนน่าประหลาดใจ!

ตัวเรือนใหญ่ไม่ถูกงัดแงะเป็นช่องเปิดเพื่อเข้าไปหลบ ขณะที่บริเวณพื้นดินริมรั้วด้านหลังก็ปราศจากรอยเท้า ทั้งที่ดินถูกฝนนิ่ม ไม่รู้มันหายตัวไปด้วยวิธีไหน

ไตรตรึงษ์ทอดถอน สันนิษฐานบางอย่างยังติดใจ แต่…ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ เขายังพอมีเวลาพิสูจน์ สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือเดินทางไปหายายเสือดาวที่วัด ยิ่งได้รับคำเตือนแบบนั้น คนอย่างเขายิ่งพุ่งเข้าใส่อันตราย และเราจะไม่ยอมให้น้องไอ้โคร่งเป็นอะไรแน่ๆ!

ฝนยังคงตกเป็นม่านบางๆ ระหว่างที่ลุงสมบังคับโตโยต้าโซลูน่าสีน้ำเงินปี 2001 แล่นออกสู่ถนนหน้าบ้าน ไตรตรึงษ์ดึงสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปลี่ยนความสนใจสู่เรื่องที่สืบค้างตั้งแต่ต้น

ลักษณโทษทวะดึงษกรรมกร

จากการค้นหาผ่านเว็บเบราเซอร์ กฎหมายตราสามดวงช่วงท้ายบทพระไอยการอาชาหลวง ระบุว่าโทษพิเศษทั้ง 32 สถานมีที่มาจากบางอย่างชื่อประหลาดนั่น ครั้นไตรตรึงษ์สืบต่อจึงพบ มันคือบทลงทัณฑ์อันบัญญัติไว้ในพระบาฬี (บาลี) หรือคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ของอินเดีย ทั้งนี้ ทวะดึงษกรรมกร มาจากคำว่า ทว ในภาษาบาลี แปลว่า สอง ดึงษ (ตึส) แปลว่า สามสิบ และ กรรมกร (กรรมกรณ์ หรือ กมฺม + กรณ์) แปลว่า อาญา รวมกันแล้ว ลักษณโทษทวะดึงษกรรมกร คือ ลักษณะการลงโทษ 32 วิธี

คาดกันว่าทวะดึงษกรรมกรนี้ อ้างอิง หรือได้รับอิทธิพลมาจากการลงทัณฑ์สัตว์นรกตามคติไตรภูมิทางพระพุทธศาสนา อาทิ โทษแล่เนื้อเถือหนังค่อนข้างใกล้เคียงกับการลงทัณฑ์ในสัญชีพมหานรก คือให้สัตว์นรกนอนลง แล้วนายนิรยบาลถากด้วยอาวุธมีคมขนาดใหญ่จนเหลือแต่กระดูก การลงโทษส่วนใหญ่สยดสยองและอาจยุ่งยากเกินกว่าจะทำได้จริง บ้างจึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพียงกุศโลบายให้ผู้คนเกรงกลัวจนไม่กล้าทำผิด อย่างไรก็ดี หลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายฉบับก็ระบุว่ามีการลงโทษด้วยวิธีเหล่านี้จริงๆ เช่น ในพงศาวดารของ เยเรเมียส ฟาน ฟลีต หรือพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ เป็นต้น

แล้วไงต่อ?

ในกฎหมายตราสามดวงไม่ได้ระบุเหตุสำหรับรับโทษหนักแต่ละสถานไว้ชัดเจน นั่นหมายความว่า ไอ้คนร้ายอ้างอิงต่อไปยังโทษสำหรับคนตกนรกแต่ละขุมงั้นหรือ

ชายหนุ่มเสียเวลาอีกหลายนาทีสืบค้นข้อมูลนรกที่บันทึกในไตรภูมิกถา ปรากฏว่ามันมีขุมนรกมากมายซ้อนๆ กันอยู่ เฉพาะมหานรกหรือนรกซึ่งคนทำผิดแล้วตายไปอยู่ในนั้นจำนวนมากก็มีถึง 8 ขุม แล้วยังขุมอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ที่สำคัญ การจำแนกโทษสำหรับส่งสัตว์นรกไปเกิดในแต่ละขุม ก็ไม่ชัดเจนพอจะจับโยงมาใช้พิพากษาเหยื่อในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ได้

ต่อไปนี้คือข้อความส่วนหนึ่งจากทวิตเตอร์ ในคดีที่ถูกใช้แฮชแท็ก #ฆาตกรรมบ้านหลาว

@benjamin_forty  : ฆาตกรอาจจะมั่วก็ได้ บางทีมันอาจแค่จัดฉากฆ่ายิ่งใหญ่เพื่อเรียกร้องความสนใจคนดู #ฆาตกรรมบ้านหลาว

@Spensortail : หรือไม่ มันก็จัดฉากฆ่ามาเพื่ออำพรางจุดประสงค์อย่างอื่น

@Cherrieess (ทวิตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม) : นี่ลองเลกเชอร์ทั้ง 5 คดีตามรายละเอียดในข่าว ไม่เห็นมีเค้าว่ามันจะเกี่ยวกับกฎหมายตราสามดวงหรือนรกตรงไหนเลย (แสดงรูปกระดาษจดบันทึกอย่างละเอียดด้วยลายมือ)

@MimninWamnai : หรือต้องรอจนครบกี่คดีๆ ก่อนเหมือนในหนังในละคร

@Car_B : ผมไม่เข้าใจเลยครับสารวัตร

@Kunmapraang01 : ทุกคน ลองดูนี่–

ทวิตนี้แสดงรูปประกอบสามรูป

รูปที่ 1 ถ่ายจากหนังสือกฎหมายตราสามดวง ไฮไลต์กราฟิกช่วงข้อความ ‘–สถานหนึ่งคือเอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกมาจากกาย แต่ทีละตำลึงกว่าจะสิ้นมังสะ–’

รูปที่ 2 แคปหน้าจอข่าวออนไลน์กรณีจเร ไฮไลต์กราฟิกช่วงข้อความ ‘–ศพถูกล่ามด้วยโซ่ให้ยืนขึ้นใกล้ๆ บ่อเลี้ยงปลาแห้งกรังภายในตัวศาลเจ้า สภาพศพเต็มไปด้วยเลือดและรอยถูกเฉือน เศษเนื้อขนาดเท่าๆ กันทิ้งอยู่บนพื้นรอบศพ มีชิ้นหนึ่งวางอยู่บนตาชั่งแสดงน้ำหนัก 6 ขีด–’

รูปที่ 3 แคปหน้าจอจากเว็บไซต์ แสดงมาตราชั่งตวงวัดแบบโบราณ ไฮไลต์กราฟิกช่วงข้อความ ‘–1 ตำลึง (4 บาท) เท่ากับ 60 กรัม–’

เนื่องจากทวิตเตอร์จำกัดจำนวนคำ เจ้าของทวิตจึงใช้วิธีรีพลายหรือตอบข้อความของตัวเองเพื่ออธิบายต่อ

‘1 ตำลึง = 60 กรัม

และ 100 กรัม = 1 ขีด

ฉะนั้น จริงๆ แล้ว ถ้าจะให้ตรงกับโทษในกฎหมายตราสามดวง น้ำหนักเนื้อของเหยื่อที่เฉือนออกมาแต่ละชิ้น จะต้องเป็น 60/100 คือ 0.6 ขีดต่างหาก’

รีพลายถัดมา ‘คนร้ายที่มีนิสัยรอบคอบ วางแผนก่อการจนไม่มีใครจับได้ไล่ทัน กลับมาพลาดเรื่องที่ดูจะสำคัญที่สุด คือฉากแสดง ‘สัญลักษณ์’ ซึ่งต้องพยายามทำให้ ‘คนดู’ ตีความและคาดเดา นี่อาจหมายความว่า ที่แท้สัญลักษณ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการก่อการ มันเลยเลินเล่อจนเป็นรูโหว่ ไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อนลงมือจริง’

รีพลายถัดมา ‘หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ลักษณโทษทวะดึงษกรรมกร อาจเป็นแค่วิธีอำพรางอีกชั้นของมันเท่านั้นเอง!’

 

Don`t copy text!