ลิงพาดกลอน บทที่ 13 : สุริยันล่องหน

ลิงพาดกลอน บทที่ 13 : สุริยันล่องหน

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

ท่ามกลางอาการตัวแข็ง และมึนกลวงคล้ายถูกชกศีรษะ ไตรตรึงษ์ยังพยายามเรียกสติเพื่อไล่อ่านความเห็นถัดๆ ไป

@buopamadou: ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้หรอก คนร้ายอาจจะคำนวณพลาด หรือหาวิธีเชือดเนื้อให้บางจนชั่ง 0.6 ขีด ไม่ได้ เลยหยวนๆ เป็น 6 ขีดแทน

@youto_fox: เห็นด้วยค่ะ ใครไม่เคยเข้าครัวคงไม่รู้หรอกว่าแล่เนื้อบางขนาดนั้นมันไม่ง่าย

@payoongkit: ถ้าลักษณโทษทวะดึงษกรรมกรไม่ใช่ใจความจริงๆ คนร้ายจะเลือกแสดงศพแบบนี้ทำไมให้ยาก สู้หาวิธีอื่นที่โหดเหมือนกัน แต่ทำง่ายกว่าไม่ดีกว่าเหรอ

@PP_iiaa: มันอาจจะเกี่ยว แต่ไม่ได้เกี่ยวเยอะ

@plploylp: ประมาณว่าเป็นคนร้ายต้องการลงโทษคนที่ทำผิดร้ายแรงมากๆ คนที่สมควรตกนรก

@keay_kt: งั้นตำรวจก็ควรให้ความสำคัญกับการสืบเจาะไปที่เบื้องหลังเหยื่อแต่ละราย ว่าเคยทำอะไรมาก่อน แล้วมีจุดร่วมอะไรกันบ้าง ไม่ใช่มาเน้นฟังนักวิชาการโฆษณาตัวเองด้วยการเล่าประวัติศาสตร์การลงโทษคนแบบนี้

รถแล่นช้าลง คนหมกมุ่นจึงเงยขึ้นจากจอ ขณะนี้ฟ้าช่วงหกโมงเย็นมืดลงมากแล้ว ฝนขาดเม็ด และลุงสมก็ขับมาจวนถึงวัดที่จัดงานศพของไอ้โคร่ง

วัดบ้านหลาวเป็นวัดเล็กห่างจากตัวเมืองไม่ไกล ถนนที่ลุงสมขับมาอยู่ข้างหลังวัด แม้ทางค่อนข้างแคบ ขนาบด้วยสวนปาล์มและสุสานอันปะปนทั้งฮวงซุ้ยแบบจีนและเจดีย์แบบไทย ทว่าเป็นเส้นที่ใกล้กว่าเมื่อเดินทางมาจากบ้านไตรตรึงษ์

รถขับอ้อมมาจอดตรงลานหน้าวัดซึ่งตะคุ่มครึ้มอยู่ในสายัณห์ บริเวณนี้มีรถจอดอยู่แล้ว 2 คัน แต่ในวัดดูแทบไม่มีคน วัดเล็กๆ มีศาลาจัดงานเพียงสองศาลา ถัดขึ้นไปด้านหลังคือเนินเขาอันเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถ เจดีย์ และกุฏิซึ่งซุ่มซ่อนอยู่ในแมกไม้หนา ทั้งหมดเชื่อมกันด้วยบันไดหินแคบชัน และน่าจะยิ่งลื่นในช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ เช่นนี้

แสงหลอดฟลูออเรสเซนต์กระจ่างออกมาจากศาลาจัดงาน โลงศพของผู้วายชนม์เป็นโลงขาวเรียบ ไม่มีกระทั่งรูปถ่าย ในศาลาก็มีคนอยู่แค่สอง คือยายเสือดาวกับสามี อรชุนยังดูเงอะงะ ผิดกับภรรยาที่คล่องกว่าแม้กำลังตั้งครรภ์

เนื่องจากมีเรื่องอยากคุยเป็นการส่วนตัวกับทั้งคู่ – โดยเฉพาะยายเสือดาว ชายหนุ่มจึงให้ลุงสมนั่งรอยายอู๋อยู่แค่บนรถ ตอนก้าวลงมา น้องไอ้โคร่งทันเห็นก็เบิกตา รีบแจ้นมาหา

“พี่ลิง!” หญิงหน้าคมหาได้แสดงอารมณ์ดีใจที่ได้เจอกันเช่นทุกครั้ง ขณะเดียวกันก็มิได้เศร้าสร้อยเพราะความสูญเสีย ดวงหน้ายายเสือดาวค่อนข้างซีด สงบ เฉพาะดวงตาคมโตอันมีแผงขนหนางอนล้อมเหมือนพี่ชายเท่านั้น สะประกายยินดีชัดเจน

“นี่พักที่ไหน ไปพักด้วยกันที่บ้านมั้ย”

“เฮ่ย จะไปรบกวนทำไม พี่ก็อยู่ที่บ้านตัวเอง ตำรวจเขาเก็บกวาดสถานที่แล้ว ไม่น่ากลัวอะไรหรอก”

เจ้าของงานพยัก “ขอบคุณมากที่อุตส่าห์ลงมา นี่พี่จะอยู่สักกี่วัน”

“ไม่ได้คิด แต่ก็คงถึงวันเผามันนั่นละ กะจะมาช่วยงานทุกวันอยู่แล้ว” เขาพยักไปทางโลงศพที่ตั้งอยู่ในศาลา “แล้วเราล่ะ เป็นไงบ้าง”

“ไม่ยุ่งยากอะไร ตำรวจเขาออกใบมรณบัตรให้ น้องแค่มาจองศาลาวัด ของเลี้ยงแขกก็ไม่ต้องมี เพราะนายแชนเป็นคนไม่มีใครรู้จัก รูปยังไม่มีเลย”

ถึงพูดอย่างนั้น ทว่าคู่สนทนาอ่านนัยน์ตาได้ว่า ที่จริงคือมีไม่ได้

ทั้งที่สะท้อนใจ ไตรตรึงษ์ยังจำพยักเป็นเชิงเข้าใจ

แค่ยายเสือดาวบอกว่า ‘รู้จัก’ คนจร จนถึงกับรับเป็นธุระนำศพมาจัดงานให้อย่างนี้ ก็นับว่าแปลกมากแล้วในสายตาคนนอกที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง หากคน ‘รู้จัก’ ยังมีรูปของนายแชนมาประดับงานอีก คงยิ่งน่าสงสัย

“ถึงอย่างนี้ก็ยังไม่วาย…” หญิงสาวทอดเสียง แสร้งยกมือปัดผมที่รวบหางม้าเรียบตึงอยู่ ปรายตาไปทางลานหน้าวัดซึ่งมีรถ 2 คันจอดซุ่มอยู่ในเงามืด

คงเป็นพวกตำรวจสินะ การสืบสวนคดีของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เพ่งเล็งเฉพาะประเด็นลักษณโทษทวะดึงษกรรมกรเฉกที่เสียงในโลกเสมือนกล่าวหา ตอนนี้คงกำลังพยายามเจาะหาความเชื่อมโยงปูมหลังระหว่างเหยื่อทุกรายเช่นกัน

คิดถึงตรงนี้ ผู้หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ เพิ่งเริ่มกังขา แล้วที่แท้ คนร้ายรู้หรือไม่ว่านายแชนเป็นใครกันแน่?

โดยปกติ สายสืบมิใช่แค่ปลอมตัว ทว่าต้องทำหลายอย่างกระทั่งเรื่องผิดกฎหมายหรือศีลธรรม เพื่อความแนบเนียนในการแฝงตัวเข้าไปในหมู่คนร้าย ไอ้โคร่งเคยเล่าว่า หนหนึ่งเมื่อครั้งมันสืบคดียาเสพติด ตำรวจหา ‘สาย’ ไม่ได้ มันต้องเข้าเกลียวโดยทำทีเป็นคนติดยาเอง ต้องเสพเอง โชคดีที่งานนั้นปิดจ๊อบไว หาไม่กว่าจะได้ตัวคนร้าย มันคงติดงอมแงมไปซะก่อน

หนนี้ นอกจากเป็นคนจรขายแรงงานในตลาดปลา ไม่รู้ว่าเบื้องหลัง ‘นายแชน’ ยังทำอะไรอีกบ้าง อะไรที่ไปสะดุดตาปลาไอ้ฆาตกรนั่น! อย่างไรก็ดี กรณีนั้นอาจเป็นไปได้น้อย สันดานไอ้ฆาตกรค่อนข้างศึกษาข้อมูลรอบด้านไว้อย่างดี ทันทีที่ไอ้โคร่งตกอยู่ในเป้าสายตามัน มีหรือไอ้คนร้ายจะไม่สืบต่อจนปรุโปร่ง อันที่จริง สารขู่เรื่อง ‘เสือดำ – เสือดาว’ ก็อาจเป็นหลักฐานเพียงพอด้วยซ้ำ ว่าเรื่องลับของไอ้โคร่ง ไม่ใช่เรื่องลับของคนร้ายอีกต่อไป!

ดึงสายตากลับจากรถเป้าหมาย ไตรตรึงษ์ประคองน้องสาวเพื่อนเข้าศาลา อาศัยแผ่นหลังบดบังคนข้างนอก เสียงที่คุยก็เบาเพียงสองคนได้ยิน “พอรู้มั้ยว่ามันมาที่นี่ทำไม”

คำถามไม่ระบุชัด ระหว่างนั้นคนถามกวาดสายตา ประเมินว่าในศาลาจะมีเครื่องดักฟังบ้างหรือไม่ ดูท่าจะไม่  

อรชุนจุดธูปสามดอกรออยู่แล้ว เมื่อเจ้าตัวยื่นส่งให้ ยายเสือดาวก็ตอบคำถามไตรตรึงษ์

“ไม่ หัวหน้าแกไม่ได้บอก บอกแต่ว่าเกิดอะไร แล้วก็ให้ไปติดต่อรับศพ–”

“ไหว้พระก่อนนะครับ” นายอรชุนตัดบทด้วยเสียงดังเป็นปกติ ทำทีได้แนบเนียนพอควร เหมือนแขกกับภรรยาไม่ได้กำลังคุยเรื่องลับอะไรกัน

แขกพยักแล้วนั่งลงไหว้พระพุทธรูป หลังจากปักธูปในกระถาง ยายเสือดาวเป็นคนต่อธูปอีกดอกส่งมาให้

“ศพไหม้ดำเป็นตอตะโก ตอนแรกก็อยากจะเชื่อว่าไม่ใช่แก แต่ไอ้ยันยืนยันว่าเห็นกับตาตอนแกติดอยู่ในนั้น เห็นแต่ช่วยไม่ได้” คนพูดเค้นเสียงอย่างหนึ่งจากในคอ “หึ! ไม่รู้ช่วยไม่ได้หรือไม่อยากช่วย!”

คนฟังเม้มปาก กัดกราม ต้องยอมรับว่านั่นเป็นเรื่องที่เขาพยายามไม่คิด เพราะทุกครั้งที่คิด เสียงไอ้โคร่งจะพลันลั่นในหัว

‘ถ้ามึงตกระกำลำบากถึงขีดสุด เหลือทางรอดอยู่ทางเดียว แต่เสือกมีคนใช้ทางนั้นหักหลังแล้วตักตวงผลประโยชน์จากมึงอีก มึงจะรู้สึกยังไง’

ไม่มีใครรู้ความจริงนอกจากไอ้ยัน หวังว่ามันจะไม่ใช่ชาวประมงที่จับนกทะเลกิน!

“มันบอกว่าเดี๋ยวจะตามมาที่นี่ บางทีเราจะได้รู้อะไรมากขึ้น”

สายตาคนกระซิบจับอยู่ที่โลงขาวเปล่าลาย ทว่าภาพที่เห็นคือร่างใหญ่ของไอ้โคร่งเอกเขนกไขว้ขาอยู่บนฝาโลง ยกมือแยงนิ้วก้อยข้างหนึ่งไชรูจมูก เหมือนสมัยยังเยาว์ที่มันปล่อยให้เขาปีนต้นไม้ตามไปโดยไม่ยอมช่วย

ถ้าเก่งจริงมึงก็ตามกูให้ทัน!

ใช่ เหมือนทุกครั้ง เขาจะตามมันให้ทัน กูต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!

ปักธูปเสร็จ เขาถามสิ่งซึ่งพอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว “ตอนมาที่นี่ มันไม่ได้ติดต่อเราเลยใช่มั้ย”

ยายเสือดาวส่ายหัว ทำท่าจะพูดอะไรต่อแต่ต้องสะดุดเพราะเสียงกระแอมจากผู้เป็นสามี

“เดี๋ยวพระก็มาสวดแล้ว” ประโยคสั้น สายตาใต้แว่นส่งสัญญาณ คุยกันตอนนั้นดีกว่า ไม่มีใครได้ยิน

ไตรตรึงษ์พยักเห็นด้วย ไม่คิดว่าคนหน้าเหมือนตัวการ์ตูนจะไหวพริบดี ด้วยเหตุนี้ ระหว่างรอเวลา ชายหนุ่มจึงคุยสัพเพเหระกับทั้งคู่ไปพลางๆ

ชีวิตคู่สองปีแรกของยายเสือดาวกับเจ้าการ์ตูนค่อนข้างราบเรียบ แม้ต้องย้ายเข้าบ้านฝ่ายชาย แต่ยายเสือดาวไม่มีปัญหากับญาติทางนั้นเลย ตรงข้าม แม่และหลานสาวของอรชุนเห็นดีเห็นงามกับสมาชิกใหม่ไปทุกอย่าง ยิ่งเมื่อเริ่มตั้งท้อง ก็ประคบประหงมจนคนท้องแทบไม่ต้องทำอะไร

สองรายนั้นค่อนข้างงุ่นง่านครั้นได้ยินว่ายายเสือดาวจะต้องมายุ่งกับงานศพ แถมเป็นงานศพใครก็ไม่รู้ อรชุนต้องช่วยโกหกและกันไม่ให้ทั้งคู่เข้ามายุ่ง ป้องกันตำรวจที่ซุ่มข้างนอกจะได้เห็นได้ยินอะไรไม่ชอบมาพากล นอกจากนั้นยังต้องปกปิดเรื่องในเรือนเก่ายายเสือดาวอีกด้วย

เจียนหนึ่งทุ่ม พระสงฆ์สี่รูปก้าวเรียงขึ้นอาสนะ หนุ่มสาวทั้งสามลงนั่งประนมมือด้านหน้า อาศัยเสียงสวดเกลื่อนบทสนทนาเรื่องสำคัญ

“มันคงหลอกพี่แล้วละ” เสือดาวหมายถึง ร.ต.ต. สุริยัน “ป่านนี้ยังไม่เห็นหัว”

ไตรตรึงษ์ระงับความกระวนกระวาย ปรายตามองเหตุการณ์นอกศาลา นอกจากฟ้าที่เริ่มกระพือลมและครืนข่มขู่ เงาตะคุ่มของหมู่ไม้โบกสะบัด ไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใดที่ลานวัดอีก

หัวคิ้วของเขามุ่นเข้าทุกที สิ่งที่กังวลตอนนี้ไม่ใช่ถูกหลอก หากไอ้ยันตั้งใจจะหลอก มันก็เล่นงานเขาได้เพียงเพิ่มความร้อนใจ อย่างมากพรุ่งนี้เขาคงแค่ตามไปเค้นคอมันถึงโรงพัก

สิ่งที่ทำให้นั่งไม่ติดคือสังหรณ์ร้ายมากกว่า สังหรณ์ว่าอาจมีบางอย่างมากกว่านั้น ในเมื่อเหตุการณ์ตอนนี้เริ่มคล้ายคลึงบางส่วนในคดีจเร!

…งานศพเหยื่อคนก่อน แขกรายหนึ่งรู้ข้อมูลสำคัญและนัดส่งต่อเรื่องดังกล่าว ทว่าเจ้าตัวกลับหายไป หายพร้อมกับเรื่องร้ายที่กลับกลายเป็นความลับตลอดกาล!

“ไอ้บ้านั่นกับพวกก็ไม่ต่างกันนักหรอก” ยายเสือดาวยกริมปากหมิ่น “ตอนนี้ชาวบ้านกลัวกันไปหมด พ่อแม่รีบรับลูกกลับจากโรงเรียนแต่บ่าย มืดๆ ก็ไม่มีใครกล้าออกนอกบ้าน ตำรวจเพ่นพ่าน แต่คนร้ายดันก่อเรื่องได้วันเว้นวัน!”

นั่นอาจเพราะ ในกลุ่มตำรวจมีคนไม่ได้ทำหน้าที่ ‘ตำรวจ’ จริงๆ แล้วคนประเภทนี้ก็ดันมีอำนาจมากกว่าคนอื่น!

ไตรตรึงษ์ไม่ได้พูดอย่างที่คิด ไพล่ไปว่า “มันก็พอจะมีเหตุที่ทำให้เรื่องไม่ง่าย ปกติเวลาสืบคดี นอกจากข้อมูลในจุดเกิดเหตุ เบาะแสที่จะใช้ชี้ตัวคนร้ายได้จริงๆ คือแรงจูงใจ แต่ไอ้รายนี้มันเล่นไล่ฆ่าเหมือนเดาสุ่ม ถ้าตำรวจยังหาความเชื่อมโยงของเหยื่อแต่ละรายไม่ได้ ก็ยากจะตามคนร้ายได้ทัน”

“พี่ไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมเหยื่อมันวนเวียนอยู่ในแวดวงเรา”

คำนั้นฉุดสายตาหลังแว่นของอรชุนขึ้นสบยายเสือดาว ฝ่ายภรรยาหลุบตาลงนิดหนึ่ง

ไตรตรึงษ์รู้สึกผิดสังเกต “หมายความว่าไง”

น้องสาวไอ้โคร่งพ่นลมหายใจ ดึงสายตาสบเขาใหม่ “เหยื่อมันวนเวียนในแวดวงเรา เพราะเราแต่ละคนก็อยู่ในละแวกนี้ แล้วพี่คิดว่า ใครคือหมุดสำคัญของละแวกนี้ล่ะ”

เห็นได้ชัดว่าสามีคนพูดถึงกับผูกคิ้ว ก้มเพ่งเฉพาะปลายนิ้วที่ประนม

ไตรตรึงษ์พอเข้าใจความรู้สึกของเจ้าตัว ในเมื่อเขาตอบได้เช่นกัน “นายทวยหาญ?” เจ้าของโรงแรม หรือนัยหนึ่งก็คือผู้เป็นนายของเจ้าการ์ตูน

“แต่มองอีกแง่…” เสียงอรชุนค่อนข้างแหบสาก พูดทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตามาจากจุดเดิม มือข้างหนึ่งแตะฐานแว่นยิกๆ ประกาศความรู้สึกอึดอัด “เรื่องเกิดขึ้นละแวกนี้ ก็ไม่แปลกที่มันจะเชื่อมไปยังคุณทวยหาญไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อิทธิพลของเขากระจายเกือบทุกตารางนิ้วของบ้านหลาวอยู่แล้ว”

นั่นก็ใช่–

ความคิดสะดุดไปเพราะเสียงใหม่ของฝ่ายหญิงโพล่งแข็ง “ศาลเจ้าจี้กงนั่นก็เป็นของนายทวยหาญ!”

หืม?

ไตรตรึงษ์อึ้ง ไม่เคยรู้ข้อนี้ จำได้ว่าสมัยที่อาม่ายังอยู่ แกเคยเล่าให้เขาฟัง ผู้ก่อตั้งคือตระกูลเจ้าสัวซึ่งต่อมาขยายกิจการและย้ายไปอยู่กันที่อื่น–

“จริงๆ มันเป็นสมบัติฝั่งเมียน่ะพี่ลิง” ยายเสือดาวเฉลย คงเพราะเห็นสายใยสาวย้อนยุ่งยากในตาเขา “เมียนายนั่นเป็นทายาทตระกูลเจ้าสัวเจ้าของศาล คนตระกูลนั้นส่วนใหญ่ไม่มาสนใจที่นี่แล้ว ศาลมันไม่ได้ใหญ่ แล้วถึงจะมีคนขึ้นแต่ก็ไม่เยอะจนทำรายได้เท่ากับกิจการอื่น ได้ยินว่าปกติเขาก็เอาเงินจากศาลไปบริจาคทำการกุศลอยู่แล้ว ทีนี้พอนายทวยหาญแต่งเข้ามา มันก็รับหน้าที่ดูแลศาลนี้เองเพราะถือว่าอยู่ในเขตอิทธิพล บางทีจะใช้ฟอกเงินอะไรด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้–”

“ดาว…” สามีปราม

ทว่าสาวเจ้ายิ่งหงุดหงิด หันไปเดาะลิ้น

“ถ้าพี่ไม่พอใจก็ควรจะหาที่ทำงานใหม่ ไม่ใช่ให้ดาวมาก้มหัวเคารพมันอีกคน ดาวเคยบอกหลายรอบแล้วนะว่าไม่ชอบ!”

“ดาว” ไตรตรึงษ์ต้องละมือข้างหนึ่งจากที่พนมอยู่ไปแตะแขนเจ้าหล่อน พอเข้าใจว่าน้องไอ้โคร่งเป็นคนยังไง

มณิสราหรือยายเสือดาวค่อนข้างตรงไปตรงมา ชอบสีขาว เกลียดสีดำ การเติบโตในสังคมที่ไม่ซับซ้อนนักบ่มให้ยากจะทำความเข้าใจแม้สีเทา

“คิดดูนะพี่” คนเดือดหันมาหาเขา “ผัวหนูความรู้ก็มี ขยันกว่าคนอื่นก็มาก ถ้าไปหางานใหม่คงไม่มีใครเขาปฏิเสธอยู่แล้ว–”

“แต่ในเมืองนี้ ยังจะมีที่ไหนให้เงินได้เท่าเครือข่ายของคุณทวยหาญอีกล่ะดาว”

“ไม่เท่าก็ไม่เท่า!” เจ้าหล่อนขึ้นเสียง จนภิกษุรูปหนึ่งเหล่ตามาจากหลังตาลปัตร “ดาวทำงาน แล้วบ้านเราก็ไม่ได้มีใครใช้เงินฟุ่มเฟือย แม่พี่ หลานพี่ ต่อให้ลูกเราอีกคน ยังไงก็มีปัญญาเลี้ยง!”

“แล้วเงินในอนาคตล่ะ” เสียงค้านมีรอยสั่น อาการเกินกว่าเกรงใจแทบกลายเป็นกลัว “ถ้าในอนาคตเกิดอะไรขึ้นกับพี่ กับดาว พวกเขาจะอยู่ยังไง พี่บอกแล้วไงว่าที่ยังทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพี่คิดถึงเรื่องนี้”

“อย่ามาเถียงกันตรงนี้เลย” ไตรตรึงษ์พยายามไกล่เกลี่ย แต่ครั้นหันมองผู้อาวุโสกว่า สายตาก็ไม่วายติดหน่าย “พี่ชุ้นไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ยังไงดาวก็เหมือนน้องผม ครอบครัวน้องผม ผมต้องช่วยอยู่แล้ว”

ผู้ถูกปรามจ้องกลับด้วยสายตาชนิดหนึ่ง แฝงด้วยความตะลึงน้อยๆ ก่อนจะกลายเป็นโกรธ และเจ็บปวด ที่ต้องอาศัยการหลุบหลบ แล้วเม้มปากเพื่อซ่อนอาการระริก โดยเฉพาะเมื่อเห็นภรรยาตัวเองยกคางลำพองว่ามีคนเข้าข้าง

นี่ถ้าเพิ่มเบะปากก็จะกลายเป็นตัวตลกในหนังญี่ปุ่น!

ไตรตรึงษ์ลอบพ่นลมหายใจ เปลี่ยนเรื่องไปว่า “เมื่อกี้เราบอกว่าศาลเจ้านั่นมีนายทวยหาญคุม แต่พี่ได้ข่าวว่าเมียแกตายไปหลายปีแล้ว ศาลเจ้าไม่ได้กลับมาอยู่ในความดูแลของตระกูลเดิมหรอกเหรอ”

“ตระกูลนั้นเป็นแค่คนมีเงิน แต่หมอนี่มันมีทั้งเงิน มีทั้งปืน ถ้าอยากเก็บไว้เองซะอย่าง ใครจะกล้ามาเอาคืนล่ะพี่!” ยายเสือดาวกระแทกเสียง ก่อนอุบอิบต่อ “ถึงบอกว่าจริงๆ มันใช้ศาลเจ้านี่ทำเรื่องสกปรกอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถึงกับจู่ๆ คนดูแลเก่าหายตัวไปไม่มีใครตามเจอ”

ไตรตรึงษ์นึกถึงเรื่องราวของชายขี้เมาชื่อนายเลื่อน ซึ่งได้รับการสันนิษฐานว่าขนเงินบริจาคหนี ซ้ำยังเคยมีประเด็นกับนางพยาบาลศรีบวร หนึ่งในเหยื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ด้วย

อรชุนถอนหายใจเสียงดังเพื่อประกาศความขัดข้อง หากถึงอย่างไรผู้เป็นภรรยาคงไม่สนใจ  

“คนร้ายเลือกจุดเกิดเหตุประหลาดๆ แต่ที่ประหลาดสุดก็คือศาลเจ้านั่นละพี่ลิง มันใช้เป็นที่ฆ่าไอ้เรไปแล้ว แต่กลับมาใช้ซ้ำอีกในคดีพี่–” คำพูดสะดุดเล็กน้อย “–คดีนายแชน พี่ลิงว่ามันจะไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ”

ในศาลาเหลือเพียงเสียงพระสวดเมื่อไตรตรึงษ์นิ่งตรึก ใช่ มันก็เป็นไปได้ที่จะมีความหมายแฝงอยู่

หญิงสาวว่าต่อ “คดีหลี่แช สารวัตรพรต แล้วก็นนทกา เหยื่อพวกนี้เกี่ยวข้องกับนายทวยหาญ–”

ได้ยินอย่างนั้น อรชุนสะดุ้งเบาๆ แสดงว่าปกติ หัวข้อความสัมพันธ์ระหว่างหลี่แชกับฝ่ายชายคงเป็นเรื่องที่ตกลงให้คุยกันแค่ในบ้าน เจ้าตัวหันมา ตั้งท่าระวังเต็มที่ว่ายายเสือดาวจะหลุดอะไรอันตรายออกมาอีก

แต่คนพูดยังคงอธิบายต่อไป ช้า แม้เสียงเบา ทว่าชัดเจน

“ส่วนคดีนางพยาบาล ไอ้เร แล้วก็นายแชน ถึงตัวเหยื่อจะยังดูไม่มีความเชื่อมโยง แต่คนร้ายก็เลือกก่อเหตุในที่ของนายทวยหาญอีก…”

ปลายเสียงทอดยาวละม้ายจะรอให้ผู้ฟังปะติดปะต่อตาม ภาพในหัวของชายหนุ่มค่อยๆ ก่อร่างเป็นตารางดังนี้


ใช่ และนั่นอาจหมายความว่าทศทิศเกี่ยวข้องบางอย่างกับเจ้าพ่อบ้านหลาวโดยตรง!
“นี่ดาวกำลังจะบอกว่า คนร้ายก่อเหตุเพื่อโยงไปที่นายทวยหาญ โดยสลับกันระหว่างตัวเหยื่อกับสถานที่?!”

“ไม่ใช่เลยพี่!”

สายตาคนถูกค้านเปลี่ยนเป็นงงงันตั้งคำถาม ขณะที่ความปวดร้าวพาดผ่านนัยน์ตาอรชุนจนเลนส์แว่นแทบขึ้นฝ้า

เสือดาวย้ำว่า “ทั้งตัวเหยื่อ ทั้งจุดเกิดเหตุทุกคดี อาจเกี่ยวข้องกับนายทวยหาญทั้งหมด!”

“ผมบอกคุณแล้ว” อรชุนไม่อาจเงียบต่อไป จ้องมาที่ไตรตรึงษ์ “ละแวกนี้ ทุกคนกับทุกสถานที่ ก็ต้องมีอันเกี่ยวข้องกับคุณทวยหาญอยู่แล้ว!”

“นั่นพี่กำลังแก้ตัวแทนคนที่ทำให้–” อีกครั้งที่คำของฝ่ายหญิงสะดุด เสียงกำลังจะดังกลับถูกกดเบายิ่งกว่ากระซิบ ดวงตาวาววับด้วยความโกรธและหยดน้ำคั่ง “คนที่ทำให้ ‘นายแชน’ ต้องตาย!”

ไตรตรึงษ์เข้าใจสาวเจ้า ถ้าเรื่องเป็นอย่างนั้นจริง ทวยหาญก็ไม่ต่างจากผู้มีส่วนร่วมฆ่าไอ้โคร่งผู้เป็นพี่ชายของเจ้าหล่อน ขณะเดียวกัน บุรุษผู้นั้นก็เป็นคนมอบเงินค่าข้าวค่าน้ำสำหรับคนในบ้าน ความชิงชังคงบีบให้ยายเสือดาวรังเกียจข้าวกับน้ำเปื้อนเลือดพี่ชายตัวเอง ที่ตัวเองหลงกินเข้าไปเสียนาน!

การดูดาย ปล่อยให้ผู้ทรงอำนาจลอยชายทำชั่ว วันหนึ่ง มันผู้นั้นก็จะย้อนมาก่อเรื่องชั่วๆ กับเรา หรือคนของเราจนได้

อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจ แต่ยังไม่อาจปักใจ ตอนนี้ในมือเขาหรือกระทั่งยายเสือดาวล้วนปราศหลักฐาน ทุกอย่างแทบไม่ต่างจากการจับแพะชนแกะ

“ทางเดียวที่เราจะรู้ ก็คือต้องเข้าไปประกบตัวหมอนั่น!”

ปรารภของเขาทำยายเสือดาวกับสามีตะลึงงัน ฝ่ายหญิงดูจะได้สติก่อน ดึงมือจากประนมไปกระตุกต้นแขนสามี “พี่ชุ้น ช่วยพี่ลิง–”

“ไม่ต้อง” ไตรตรึงษ์กัดกรามหนักแน่น แต่สายตาที่หันสบอรชุนหนักแน่นกว่า “เรื่องนี้ผมจัดการเอง ที่พี่ต้องช่วยก็แค่ดูแลยายเสือดาวดีๆ ให้อยู่ห่างจากเรื่องบ้าๆ พวกนี้ให้มากที่สุด แล้วก็บอกผม… พรุ่งนี้จะเข้าพบนายพี่ได้ที่ไหน!”

. . . . . . . . .

 

คืนนั้น ไตรตรึงษ์กลับถึงบ้านราวๆ สามทุ่ม ยายอู๋บ่นลุงสมตั้งแต่ก่อนเขาขึ้นรถจนลงจากรถก็ยังบ่นไม่จบ ครั้นถามเขาแล้วเขาตอบว่า ไม่ต้องการให้ทั้งคู่มาอยู่เป็นเพื่อนบนเรือนใหญ่ ยายอู๋ก็ทำท่าจะบ่นเขาอีกรายในฐานที่วางใจไอ้คนร้ายมากเกิน ลุงสมตัดบทให้ว่า “เอ็งเลิกสั่งสอนลุงกับคุณไตร แล้วเก็บปากไว้สั่งสอนไอ้คนร้ายตอนมันโผล่มาอีกทีดีกว่า” สาวเจ้าจึงมีเรื่องหันกลับไป ‘สั่งสอน’ ลุงด้วยหัวข้อใหม่ ปล่อยให้เขาขึ้นเรือนใหญ่ปิดประตูมาลำพัง

อยู่ตัวคนเดียว ชายหนุ่มเพิ่งสำเหนียกว่าความเศร้าเนื่องจากสูญเสียไอ้โคร่งบรรเทาลงแล้ว อาจเพราะเรื่องราวตลอดบ่ายมากมายหนักหนา ชวนคิดและน่าขบไขจนไม่มีเวลาเซื่องซึมต่อ กระนั้น ไม่ทันกลับไปวิเคราะห์ ความสนใจก็ผลัดเปลี่ยนเพราะมือเผลอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา พบว่าแบตเตอรี่หมดเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ มิน่า ตอนอยู่ที่วัดถึงไม่มีใครติดต่อมาด้วยเรื่องร้ายที่นี่เลย

ต่อสายเข้ากับที่ชาร์จไฟสำรอง ก้าวมาทรุดกายเอนหลังบนตั่งมุกอันจัดอยู่ในชุดเก้าอี้ที่โถงชั้นบน จากนั้นกดเปิดมือถือ ปรากฏว่ามีสายโทรศัพท์นับสิบทิ้งมิสคอลไว้

ชายหนุ่มตัดสินใจโทร.หาบิดา พ่อโพยตีพาย กังวลว่าข่าวร้ายในบ้านอดีตภรรยาจะทำให้หุ้นบริษัทร่วง ไตรตรึงษ์เหนื่อยเกินจะเถียง และจู่ๆ ก็หนาวเกินจะทน เพราะฝนดึกที่เริ่มโปรยผ่านเข้ามากลางบ้านนั่นรึเปล่าหนอ ในที่สุดจึงวางโทรศัพท์แล้วอาศัยเปิดลำโพงไว้แทน ตัวเองก้าวไปขนผ้าห่มจากในห้องนอนมาคลุมร่าง พลางกดรีโมตเปิดทีวีดูคลอไปกับเสียงพ่อบ่น

รายการรอบดึกฉายภาพยนตร์ฝรั่งเรื่อง เดอะ เพิร์จ ภาคแรก เรื่องราวกล่าวถึงคืนพิเศษที่หนึ่งปีมีครั้ง ประเทศเสรีอนุญาตให้ประชาชนก่อเหตุรุนแรงร้ายกาจใดๆ ก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมายเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมล้นเมือง เหตุเกิดกับครอบครัวชนชั้นบนครอบครัวหนึ่งที่อาศัยในบ้านปลอดภัยแน่นหนา จู่ๆ มีชายแปลกหน้าวิ่งมาขอให้ช่วยเหลือจากพวกคนร้ายที่ตามไล่ล่า ประเด็นกึ่งๆ ปรัชญาคือ ถ้าเป็นเรา เราจะยอมเสี่ยงช่วยหรือไม่

“–ไม่ใช่เรื่องของแก ไม่ต้องยื่นมือไปยุ่งอะไรกับไอ้คดีบ้าที่นั่น! รีบกลับกรุงเทพฯ ปล่อยให้ตำรวจพวกนั้นเขาจัดการกันเอง–”

เสียงพ่อยังดังหึ่งๆ ออกมาจากโทรศัพท์ ก่อนตาจะปิดเปลือก ไตรตรึงษ์จามถี่ๆ สองสามที รู้ดีว่าควรจะห่มผ้า แต่กลับเตะมันลงไปกองกับพื้น จากนั้นก็ดิ่งดำสู่อ้อมกอดของคืนอำมหิต…

. . . . . . . . . . .

 

Don`t copy text!