ลิงพาดกลอน บทที่ 16 : X กับ Y

ลิงพาดกลอน บทที่ 16 : X กับ Y

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

สถานที่ที่ ร.ต.ต. สุริยันนำไตรตรึงษ์มานั่งหารือ คือร้านโกปี๊ริมถนนถัดจากสะพานปลามาไม่ไกล อาคารพาณิชย์เก่าแก่กรุกระจกใสด้านหน้าเพื่อสามารถเปิดเครื่องปรับอากาศ ทว่าข้างในยังคงสภาพเดิมไว้แม้แต่คราบหยากไย่ตามมุมเพดาน เคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่มและอาหารว่างด้านในสุดค่อนข้างมอมแมม โต๊ะมุกเก่าเรียงชิดผนังสองฝั่ง เก้าอี้ไม้กลมสอดใต้โต๊ะ ช่วงบ่ายแก่จัดเช่นนี้ไม่ค่อยมีคน ทั้งร้านมีแค่เขาสองคนนั่งเผชิญหน้าห่างออกมาจากเคาน์เตอร์

“ยังไม่ได้กินกลางวันไม่ใช่เราะ” ผู้พามาใช้สายตาชี้ไปที่ชุดหมั่นโถวและขนมจีบไม่กี่ชิ้นที่ไตรตรึงษ์สั่ง คู่กับกาแฟโบราณใส่น้ำแข็งเกือบพูนแก้ว แค่ดูก็รู้ว่ารสชาติคงใช้ไม่ได้ ไอ้ยันคงตั้งใจพามาร้านไม่อร่อย ร้านไม่อร่อยย่อมคนเข้าน้อย สะดวกต่อการพูดเรื่องลับ

“ผลการชันสูตรยายนนทกาออกมาแล้ว หล่อนถูกให้ยากล่อมประสาททำให้ง่วงและหมดแรงสู้ คนร้ายใช้เหล็กไส้ในของไขควงอย่างยาว แทงซ้ำๆ เข้าไปในหูจนทะลุถึงสมองเหยื่อ จากนั้นเอาไปปักดิน ลากเท้าวนเป็นรูปวงกลมอย่างที่เห็น”

เรื่องดังกล่าวไตรตรึงษ์พอเดาได้แต่ต้น ไอ้ยันก็คงรู้ การเล่าเรื่องนี้จึงเป็นเพียงลีลาถ่วงเวลา

ชายหนุ่มพ่นลมหายใจ ท่านั่งยังต้องยืดกายตรง เพราะแผ่นหลังคงปวดหนึบจากการถูกจู่โจม “แล้วไหนสัญลักษณ์ของคนร้ายที่มึงว่า?”

“ใจร้อน” อีกฝ่ายกระตุกมุมปากเย้าแกมเหยียด “มึงไม่อยากรู้ก่อนเหรอ กูไปเจอเพื่อนมึงได้ยังไง”

ไตรตรึงษ์กำมือแน่น สูดลมหายใจอีกครั้งอย่างพยายามจะสงบจิต ยิ้มนิดเป็นเชิงโต้

“กูอยากรู้มากกว่า มึงใส่ร้ายว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายทั้งหมดเพื่ออะไร!”

อีกฝ่ายยักไหล่ ยิ้มกวนสรรพาวุธ “มึงจะให้กูตอบคนอื่นยังไง เล่าความจริงว่ามันเป็นสายสืบจากภาคแปด?”

เมื่อเขาไม่มีทางเถียงคืน คนตอบก็กระหยิ่ม เปลี่ยนกลับสู่หัวข้อเก่า “กูเจอมันกลับมาที่นี่ครั้งแรก คืนที่ไปงานศพไอ้ทิศ! คืนนั้นตำรวจในโรงพักตามไปด้วยสองสามคน สารวัตรพรตก็ไปเป็นหูเป็นตาแทนผู้กำกับ กูรำคาญแม่งชิบหาย ไอ้เรจะเรียกไปคุยด้วยกันหน้าศาลาก็ยังเสือกตามมา กูดูมันแล้วก็เลยเห็นคนแปลกหน้าป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นด้วย ท่าทางไม่น่าไว้ใจ พอไอ้เรปลีกตัวกลับ กูเลยตามไปหาไอ้คนที่แอบฟัง แต่มันเสือกหายตัวไปแล้ว”

ไอ้โคร่งหายตัว เพราะมันกลับห้องไปแล้ว และได้พบกับจันอับ กว่าเจ้าหล่อนจะกลับออกมาก็เช้า – เช้าที่บอกไม่ได้ว่ากี่โมง รู้แต่ว่าฟ้าสว่าง

ข้อมูลนี้มีความสำคัญ เช้ามืดเดียวกันนั้นจเรถูกฆ่าตายที่ศาลเจ้าจี้กง นี่เท่ากับจันอับเป็นพยานได้ ไอ้โคร่งไม่เกี่ยวข้องกับการตายของไอ้เรแน่นอน!

ร.ต.ต. สุริยันยังเล่าต่อ “วันถัดมา หลังจากไอ้เรกลายเป็นศพ แถมยังมีรูปถ่ายของคุณหลี่แชในเรือไอ้เรถูกส่งมาที่โรงพัก กูรีบตามไปเค้นคอลูกเรือของมันแล้วก็คนแถวๆ ท่าเรือนั่น มีพยานอย่างน้อยสองคนพูดตรงกันว่า ช่วงเช้าก่อนที่ไอ้เรจะมา เห็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาด้อมๆ มองๆ แถวนั้น รูปพรรณสัณฐานเหมือนกับไอ้คนที่กูเห็นในวัดคืนก่อน พยานคนนึงบอกว่าถ้าจำไม่ผิด ไอ้เหี้ยนั่นน่าจะเป็นคนงานที่ตลาดปลา เพราะเคยเอาปลาไปส่งแล้วเห็นหน้ามันที่นั่นมาก่อน”

‘ไอ้เหี้ย’ คือยศที่ไตรตรึงษ์ใช้กับเพื่อนรักทุกบ่อย แต่กลับฟังไม่ค่อยเข้าหูเมื่อออกจากปากคนตรงหน้า

ชายหนุ่มพยัก ตั้งใจฟังต่อ จับตาสังเกตได้ว่าไอ้ยันไม่ได้ลูกไม้หรือมีพิรุธอันจะแสดงถึงการ ‘สร้างเรื่อง’

“กูรีบไปตลาดปลา เอาตัวพยานไปด้วยเพื่อช่วยควานหาตัวมัน แต่ไม่เจอ เจอแต่เพื่อนมัน บอกว่าไอ้เหี้ยนั่นชื่อแชน วันนั้นมันไม่มาทำงาน กูเลยตามไปดักรอถึงห้องพักมันแทน ที่สุดก็เจอตัวเพื่อนมึงจนได้”

“เจอตัว?” คนฟังทวนคำทั้งที่กำลังเคี้ยวหมั่นโถว มันจืดมากจนเขาต้องขอนมข้นหวานมาจิ้มเพิ่ม

เป็นเช่นคาด สีหน้าสุริยันเจื่อนลงเล็กน้อยคล้ายถูกเท่าทัน นั่นหมายความว่ามันตาม แต่ระดับไอ้โคร่งคงไหวตัวทันก่อน ไตรตรึงษ์แทบจะนึกภาพออก ระหว่างคนตรงหน้าหน้านิ่วรอไอ้โคร่งอยู่แถวละแวกห้องแถวที่คนงานตลาดปลาไปเช่าพักรวมกันอยู่ จู่ๆ คงเป็นไอ้โคร่งมากกว่าที่เดินเข้าไปตบบ่ามัน และ ใช่ การตัดสินใจ ‘แสดงตัว’ ย่อมต้องมีเหตุผล!

“มันมีเรื่องอยากจะคุยกับกูอยู่เหมือนกัน” คนหน้าเจื่อนตัดบทไปอย่างนั้น

“มึงคงถามว่ามันมาทำอะไรที่นี่”

“และมันไม่ตอบ” คนตอบยิ้มท้าทาย เพราะรู้ว่าเขาจะปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าสันดานไอ้โคร่งเป็นอย่างนั้น มันเปิดปากทุกคนได้ แต่ใครก็อย่าหวังว่าจะล่อให้มันเปิดปาก  

ไตรตรึงษ์พ่นลมหายใจ “มันอยากคุยกับมึงเรื่องอะไร”

“คดีนี่” อีกฝ่ายหยุดคำตัวเองไว้แค่นั้นเพราะอาหารที่สั่งมาพอดี

รอจนบักกุ๊ดเต๋ในชามดินเผาวางลงตรงหน้าเรียบร้อย และบริกรก้าวกลับไป ไอ้ยันว่าต่อ

“ดูเหมือนว่ามันกำลังตามคุ้ยเรื่องบางอย่าง แล้วคนในคดีนั่นดันมาตายแล้วก็พัวพันกับเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องนี่พอดี”

คนเล่าใช้ช้อนกระเบื้องขาววักซุบสีเข้มจนควันผุด กลิ่นหอมสมุนไพรโชยชาย

“กูยอมเล่าข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในมือตำรวจให้มันฟังด้วยซ้ำไป แลกกับอะไรก็ได้เกี่ยวกับคดีนี้ ที่มันพอจะรู้และเปิดปากได้” เจ้าตัวเว้นวรรค ประโยคใหม่เสียงค่อนข้างต่ำลงอย่างเจืออารมณ์ “ไอ้คุณหนู กูก็เหมือนมึง อยากแก้แค้นให้เพื่อนตัวเอง!”

“ถ้าเดาไม่ผิด มันคงซักเรื่องสารวัตรพรตมากเป็นพิเศษ”

คนในชุดตำรวจซดซุปดังซู้ดแล้วเงยตอบ “ฉลาดนี่”

ไม่แปลก ในเมื่อถัดจากนั้นสองวัน ไอ้โคร่งก็ถึงกับตาม พ.ต.ต. พรต ถิรสมบัติ ไปถึงโกดังน้ำมันปาล์มเถื่อน และน่าจะอยู่ร่วมในเหตุการณ์ฆาตกรรมสารวัตรพรต จนตัวมันเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ จนบัดนี้

“กูเล่าประวัติสารวัตรพรตให้มันฟัง แต่คงช่วยอะไรไม่ได้มาก เรื่องสีดำละแวกนี้ในช่วง 2-3 ปีมานี่ก็มีสารวัตรพรตเข้าไปพัวพันด้วยทั้งนั้น ต่อให้สืบรู้ว่าเกี่ยวกับแก ก็เกือบเหมือนไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นอยู่ดี ทางเดียวที่มึงจะรู้ ก็คือต้องจับแกนั่งสอบปากคำแล้วใช้เครื่องจับเท็จละมั้ง”

ในหัวของผู้ฟังปรากฏภาพชายหน้าจืดรูปร่างสูงติดจะผอมซึ่งยืนอยู่ด้านในห้องปิดตายกรุกระจก ขณะที่ด้านนอกมีเพื่อนรักของเขาซักเรื่องราวแต่ละข้อ ต่อเมื่อไม่ได้รับคำตอบที่พอใจ ไอ้โคร่งก็สามารถสั่งให้อีกฝ่ายลงโทษตัวเองด้วยการตักน้ำมันในถังเคี่ยวเดือดราดตัวเอง หรือแม้แต่ชักปืนออกมาปลิดชีพตัวเอง!

ไตรตรึงษ์กะพริบตาไล่ภาพเหล่านั้น ไตร่ตรองก่อนตัดสินใจถาม คำถามยังค่อนข้างเชื่องช้า

“นั่นรวมถึง… เรื่องที่สารวัตรพรตคบหาอยู่กับนางพยาบาลศรีบวรด้วยรึเปล่า”

“ว่าไงนะ” ช้อนกระเบื้องในมือสุริยันถึงกับชะงัก

“มึงไม่รู้มาก่อน?”

“ไม่รู้ แล้วก็ไม่มีทางเป็นไปได้”

คน ‘รู้’ เองเริ่มเขี่ยขนมจีบทิ้งไว้ในจานเช่นกัน “ทำไม”

“จำเรื่องทายาท ‘ตำรวจดีตำรวจเลว’ ได้มั้ย”

ไตรตรึงษ์อยากตอบมันว่า กูไม่ใส่ใจเรื่องไร้สาระพรรค์นั้น แต่ต้องยอมรับว่า นัยบางอย่างของเรื่องนั่นค้างตรึงอยู่ในใจด้วยความกังขาอันไม่มีที่สิ้นสุด

ตำรวจดีที่คบนักเลงเพื่อสาวข้อมูล กับตำรวจเลวที่คบนักธุรกิจเพราะผลประโยชน์จนหักหลังเพื่อนได้ ดีแต่ว่านักเลงช่วยตำรวจรายแรกไว้ และฝ่ายตำรวจชั่วต้องแพ้ภัยตัวเอง ส่วนตำรวจกับนักเลงก็คบกันต่อมาจนรุ่นลูก – ลูกที่ไอ้ยันบอกว่าคือสารวัตรพรตกับเพื่อนของแก ใครสักคนที่เป็นตำรวจเหมือนกัน…

อีกฝ่ายดูจะอ่านความคิดเขาได้ จึงช่วยทวนให้ว่า “สารวัตรพรตกับสารวัตรแจ้งหล้า” คนพูดกระตุกมุมปากยิ้มยวนอย่างแสดงออกถึงชัยชนะที่ดักล่อเขาได้ “กูไม่ได้หลอกอะไรมึง นั่นเป็นเรื่องจริง”

น่าดีใจตายห่า ขี้ปดจนคนฟังไม่เชื่อ!

“สารวัตรแจ้งหล้าอยู่ภาค 8 แล้วสองคนนั้นก็สนิทกันมาก มากกว่าคำว่าเพื่อน ชีวิตมึงกับสารวัตรพรตนี่จะว่าไปก็เหมือนกันหลายอย่างเนอะ”

เขารู้ว่ามันจงใจจะพูดอะไร จึงตอบกลับไปด้วยยิ้มท้าทายไม่ผิดกัน

“เสือกจนรู้ดีขนาดนั้น?”

“ของแบบนี้ แค่มองก็รู้”

มันตักกระดูกหมูขึ้นแทะ น้ำซุปหยดเลอะปลายคางเมื่อพูด “บางครั้งที่สารวัตรพรตถูกลากตัวมารวมแก๊งก๊งเหล้าด้วยกัน พอเมา แกมักจะหลุดปากพูดถึงสารวัตรแจ้งหล้าบ่อยๆ ท่าทางบอกชัดเลยว่ามีอะไรไม่ธรรมดา พอคนที่โรงพักสงสัย มีเหรอว่าสายสืบมืออาชีพอย่างไอ้พวกนี้จะปล่อยให้ลอดหูลอดตาไปได้ นี่อาจเป็นอีกสาเหตุที่สารวัตรพรตวางตัวแปลกแยกจากคนอื่นๆ ด้วย” 

ไตรตรึงษ์รังเกียจคนกินมูมมามสกปรก โชคดีที่ไอ้โคร่งกินมูมมามแต่ไม่สกปรก “แล้วสารวัตรแจ้งหล้าว่ายังไงบ้าง หลังจากที่… เพื่อน… ตาย” 

“หมายถึงรีบเดินทางกลับมาร่วมงานศพ?” 

อีกครั้งที่สายตาของมันส่อนัย ไตรตรึงษ์แสร้งนิ่งเงียบ

“ไม่ร้อก” มันหัวเราะ “เขาไม่ทำอะไรทั้งนั้น”

ก่อนจะทันถามว่าทำไม คนหัวเราะก็ต่อคำเอง “เขาตายไปเมื่อสามปีก่อน”

เจ้าตัววางช้อนแล้วสาวทิชชู่เช็ดคาง “สารวัตรแจ้งหล้าเป็นพวกตงฉิน แต่ตรงเกินไปเลยถูกผู้มีอิทธิพลเก็บซะ นี่ละมังสารวัตรพรตเลยเปลี่ยนไป ก่อนหน้านั้นแกเคยใจซื่อมือสะอาด พอเพื่อนตายก็เริ่มหันมาจับงานด้านมืด เอาใจเจ้านายหนักขึ้น เหมือนคนเสียศรัทธาแล้วเปลี่ยนด้าน อันที่จริง…” หางเสียงทอดยาว “ลัทธิที่นับถือก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย”

คนฟังค่อนข้างสะท้อนใจเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ตำรวจมากมายใช้ชีวิตตั้งมั่นในอุดมการณ์และความดีงาม ทว่าคนแวดล้อมกลับคดในข้อ แถมระบบเองก็คุ้มครองและให้ความยุติธรรมไม่ได้ ในที่สุดอุดมการณ์จึงคลอนสั่นเพื่อความอยู่รอด พวกที่ยังตั้งมั่นกลับต้องมีอันเป็นไป…

เท่าที่ฟัง สารวัตรพรตเป็นคนเก็บตัว คิดมาก และอ่อนไหว โดยเฉพาะมีจุดอ่อนที่ทำให้แกนชีวิตหมุนสลับทิศมาแล้วรอบหนึ่ง ถ้าเพียงแต่หนนี้ ไอ้คนร้าย ‘ศึกษา’ และจับจุดดังกล่าวได้ ย่อมไม่ยากต่อการใช้จิตวิทยากดดันแกมโน้มน้าวจนเจ้าตัวยอมทรมานและถึงขั้นจบชีวิตตัวเอง!

ที่แท้ สารวัตรแจ้งหล้าจึงไม่ต่างจากอาวุธปลิดชีพผู้เป็น ‘เพื่อน’ !

สิ่งที่ยังเป็นปริศนาสำหรับไตรตรึงษ์คือ พ.ต.ต. พรต ถิรสมบัติ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับศรีบวรเพราะเหตุใด

เขาเชื่อว่าจันอับไม่โกหก และยิ่งไม่มีทางมองผิด  

ปกติไตรตรึงษ์ไม่ใช่คนยึดหรือเหยียดรสนิยมทางเพศของผู้อื่น ชายหนุ่มเป็นมนุษย์ปัจเจกนิยมจนไม่ตีตราว่า x ต้องคู่กับ y หรือแม้แต่แค่กับ x อย่างหนึ่งอย่างใดตลอดกาล ความรักและอารมณ์ของคนอาจเลื่อนไหลได้ตามแต่เหตุ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจะต้องตีตราว่าถูกผิด

ในช่วงที่ยังโสด เขาเคยถูกนักข่าวเขียนล้อ ‘หนุ่มหล่อแห่งปีอาจไม่ได้มีหัวใจไว้ให้สาวๆ’ เห็นแล้วเขาแค่ขำ ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิเสธ เพราะไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เคยคิดว่าการจะเป็นหรือถูกมองว่าเป็นเพศไหนคือเรื่องสำคัญ เฉพาะกับไอ้โคร่งเท่านั้นที่เมื่อถูกล้อแล้วเขาจะทนไม่ได้ ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม ได้แต่บอกตัวเอง อาจเพราะเราเห็นมันเป็นคู่แข่ง คู่แข่งไม่ควรถูกมองในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ!

เพราะอย่างนี้ พฤติกรรมทางเพศจึงไม่ใช่เหตุที่เขาข้องใจในตัวสารวัตรพรต ข้อที่กังขาคือ ในเมื่อเพื่อนยังบงการใจขนาดนั้น เป็นไปได้หรือที่เจ้าตัวจะสามารถมีใครใหม่

แน่ละ ถ้านอนด้วยกันครั้งสองครั้งคงไม่เท่าไร ปรารถนาและอารมณ์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่นี่จันอับบอกชัด ‘หลายครั้ง’ และจากข้อมูลเรื่องลักษณะท่าทางแปลกๆ ของนางพยาบาลศรีบวรก็ประกาศการคบหากันครั้งนี้ดูจริงจังในระดับหนึ่ง

ในที่สุดเขาถอนใจ เรื่องจิตใจคนยากนักจะหยั่งถึง ยังไงความรักก็สวยงาม ช่างน่าเสียดายที่ ‘ความรัก’ ของคู่นี้ต้องมีอันจบลงที่ความตาย

“ถ้าไม่เข้าไปยุ่งกับนายทวยหาญ สารวัตรพรตอาจไม่ต้องตายอนาถอย่างนั้น”

ได้ยินเขาปรารภ คนตรงข้ามโต๊ะส่งเสียงในคอ “หืม?”

“ก็เรื่องทั้งหมดนี่ ตำรวจไม่คิดหรอกเหรอว่ามันเป็นเพราะคุณทวยหาญ”

คำพูดตรงไปตรงมา ทว่าความในใจไม่ตรงมาตรงไปเฉกคำพูด

ถึงบัดนี้ ไตรตรึงษ์ยังคงคิดเหมือนกับตอนได้ฟังคำยายเสือดาว เขาเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นไปได้ แค่เชื่อ แต่ยังไม่ปักใจ เพราะตอนนี้ในมือไร้หลักฐาน ทั้งหมดล้วนเป็นการจับแพะชนแกะ

อย่างไรก็ดี เพียงเสี้ยววินาทีถัดมา คนไม่ปักใจกลับเริ่มเปลี่ยนใจ เพราะสีหน้าและจังหวะเคลื่อนสายตาของ ร.ต.ต. สุริยัน

“ทำไมมึงคิดอย่างนั้น”

“คนร้ายเลือกโจมตีคนกับสถานที่ของคุณทวยหาญทั้งนั้น” เขาตอบละม้ายตัวเองมีหลักฐานและมั่นใจ เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปกปิดต่อ “นี่ถ้าเดาไม่ผิด อู่รถสองแถวไม้ของไอ้ทิศ กับประมงที่ไอ้เรทำอยู่ ก็คงเกี่ยวข้องกับทางนั้นเหมือนกัน?”

การแสดงของเขาคงเนียนตาพอดู ฝ่ายที่ ‘ดู’ จึงเริ่มใคร่ครวญเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจพูด

“ใช่ ไอ้เรน่ะเคยช่วยงานแกอยู่พักหนึ่ง มันฝันมาตลอดว่าอยากมีเรือเป็นของตัวเอง ที่ทุกวันนี้ได้มีสมใจก็เพราะคุณทวยหาญ”

ผู้ฟังพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความตื่นเต้นหรือสนใจจนแหตุ ทั้งที่ในใจร้อนระริก

ที่ยายเสือดาวว่ามาล้วนเป็นจริง และพวกตำรวจก็รู้!

ชายหนุ่มกำมือข้างหนึ่งซ่อนไว้บนตัก นี่อาจเป็นอย่างเดียวกับคดีลอบยิงที่โรงแรมเวียงอวัศย์บ้านหลาว เจ้าหน้าที่มีข้อมูลพอจะสรุปได้ แต่กลับไม่ทำ เพราะเจอ ‘ตอ’ !

คนร้ายเลือกเหยื่อและสถานก่อเหตุโดยอาศัยทวยหาญเป็นจุดศูนย์กลาง ย่อมไม่ต่างจากการค่อยๆ ตัดแขนตัดขาเจ้าตัวทีละข้าง ล้อมแล้วมาร์กจุดสนใจให้คนนอกเห็น

พลันนั้น ไตรตรึงษ์ขนลุกพึ่บ คล้ายจุดที่ปลั๊กตัวผู้กับตัวเมียต่อเข้าด้วยกันแล้วประกายไฟสว่างวาบ

ใช่! ใช่แล้ว ‘จุดสนใจ’ !

นี่คือสาเหตุหลักที่คนร้ายเลือกใช้โทษโหด 21 สถานสังหารเหยื่อ! โทษอันจะดึงทุกสายตามาหยุดที่งานนิทรรศการของมัน รายละเอียดอาจขาดพร่อง แต่มันไม่ต้องใส่ใจ ในเมื่อความผิดพลาดเล็กน้อยจะยิ่งทำให้คนกระพือกระแสต่อไปนานา!

เพราะจุดประสงค์ที่แท้ของมันไม่ใช่โทษนั้น เป็นเพียงการใส่ ‘สตอรี่’ แบบที่พวกนักการตลาดนิยมใช้ เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้ผู้บริโภค

การฆ่าธรรมดาๆ จะดึงความสนใจได้ไม่เท่านี้ ดึงคนดูหันสู่จุดศูนย์กลางของลานประหาร! และการที่ตำรวจยังไม่ยอม ‘คายความลับ’ ว่าเกี่ยวกับนายทวยหาญ นั่นไม่ต่างกับเร่งไฟให้ไอ้ฆาตกรยิ่งลุแก่โทสะ!

จนกว่าตำรวจจะยอมส่งเป้าหมายของมันเข้าแสงไฟ!

เสียงคนตรงข้ามเรียกความสนใจกลับมา

“อู่รถสองแถวไม้ของไอ้ทิศก็เหมือนกัน ถึงงานพวกนี้ไม่ใช่กิจการยิ่งใหญ่ แต่มันไว้ใช้ต่อยอดและควบคุมอะไรได้หลายอย่าง”

อย่างเช่นใช้แก๊งรถสองแถวคุมพื้นที่ตัวเองจากธุรกิจข้างนอก

“ดูเหมือนนั่นจะเป็นความถนัดของนายทวยหาญ” ไตรตรึงษ์รำพึงแล้วหันกลับสู่เรื่องที่พูดกันค้างไว้ “ไอ้โคร่งคงมาที่นี่ด้วยเรื่องเกี่ยวกับหมอนั่น”

“สายสืบต้องสนใจตอมเรื่องชั่วๆ เป็นธรรมดา แล้วเรื่องที่เกิดละแวกนี้ ส่วนใหญ่ก็เชื่อมไปถึงคุณทวยหาญทั้งนั้น”

ชายหนุ่มไม่สนใจคำหมิ่นของอีกฝ่าย ถามว่า “วันที่… ตาย” คำนั้นยังถูกใช้อย่างยากลำบาก “มันไปที่ศาลเจ้านั่นทำไม”

อีกฝ่ายกระตุกมุมปากเจ้าเล่ห์ “สายสืบต้องตอมเรื่องชั่วๆ เป็นธรรมดา”

คำตอบถูกยกซ้ำมาอย่างจงใจยวนยี ทว่านี่ตรงกับที่เขาคิดอยู่เช่นกัน

ใช่แล้ว อะไรจะล่อไอ้โคร่งไปที่แปลกๆ นั่นได้ดีไปกว่าเรื่องที่มันสืบอยู่

นี่หมายความว่าคนร้ายรู้ว่ามันเป็นใคร!

กลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอ ไม่ใช่เดาไม่ได้ ตลอดมาไตรตรึงษ์ยังไม่อยากเชื่อว่าคนร้ายจะสามารถทำได้ขนาดนั้น!

แผนการของไอ้ฆาตกรต้องอาศัยข้อมูลละเอียดในพื้นที่มากมาย มันศึกษาและรวบรวมไว้จนคล้ายทุกอย่างวางแผ่บนฝ่ามือ รู้กระทั่งว่าบ้านไอ้โคร่งไม่มีคนอยู่ และกำแพงที่ติดกับบ้านเขาก็เป็นรูกว้างพอที่จะนำศพเคลื่อนเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องพวกนี้อาจไม่ใช่ความลับ ไม่ใช่ความลับแบบงานของไอ้โคร่ง!

นี่เพื่อนของเขาคงสืบเข้าไปประชิดตัวมันจริงๆ ชิดจนถูกฝ่ายนั้นจับตา เมื่อคนร้ายรู้ว่าแท้จริงนายแชนคนงานตลาดปลาเป็นใคร มันต้องหาทางตัดไฟแต่ต้นลมอยู่แล้ว

นายแชนถูกฆ่าเพราะสาเหตุนี้!

ไตรตรึงษ์เม้มปาก ไม่ได้เจ็บปวดอย่างเช่นเมื่อวานอีกต่อไป การได้รับความคืบหน้าของคดีนนทกาและไอ้โคร่ง ทำให้เขาเริ่มมองหาความเชื่อมโยงบางอย่าง

คนร้ายกลุ่มเดียวกันก่อคดีย่อยซับซ้อน แต่ละคดีมีความต่าง แต่สิ่งที่ไตรตรึงษ์เชื่อ ในความต่างย่อมต้องมีความเหมือน

ไม่ใช่โทษโหด 21 สถานหรืออะไรก็ตามแต่ที่ไอ้ยันกำลังจะเล่า อะไรที่คนร้ายตั้งใจบอกว่าเป็น ‘ลายเซ็น’ แต่เป็นอีกอย่าง…   

เขาเชื่อ มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เรียนรู้ได้ นั่นทำให้เรามีแนวโน้มพุ่งเข้าหา ‘สูตรสำเร็จ’ ความสำเร็จครั้งเก่ามักกระซิบเราถึงวิถีที่ควรกระทำ ยิ่งไอ้คนร้ายก่อเหตุกระชั้นขนาดนี้ ในแนวทางที่ยากเย็นขนาดนี้ ทั้งต้องเลือกสถานที่ เลือกเหยื่อ วันที่ก่อเหตุ แล้วยังต้องจัดฉากฆาตกรรมอันยุ่งยาก ทางที่ดีที่สุดที่มันน่าจะทำคือ ต้องหา ‘สูตร’ ที่ว่าให้เจอ เพื่อรับประกันความราบรื่นของแผนโดยรวม  

และบัดนี้ ไตรตรึงษ์คิดว่าเขาพอเห็นภาพรางๆ

เพื่อบรรลุความยุ่งยากของรายละเอียดอื่น คดีนนทกากลายเป็นตัวอย่างที่ได้รับการยืนยันชัด ผู้ก่อการใช้วิธี ‘ตัดแรง’ เหยื่อเป็นอันดับแรก!

คดีหลี่แช อรชุนบอกว่าเธอถูกพาตัวกลับบ้านตั้งแต่วันที่ 21 กุมภา หลังจากนั้นไม่มีใครติดต่อได้อีก กระทั่งเช้าวันที่ 23 มีรูปถ่ายยืนยันว่าเธอกลายเป็นศพบนเรือจเรไปแล้ว ขณะนั้นสภาพร่างกายยังไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่าเพิ่งถูกฆ่าไม่นาน การที่คนร้ายสามารถซ่อนเธอไว้ในสภาพยังมีลมหายใจได้ระหว่างนั้น เขาเคยคิดว่ามันอาจเป็นคนใกล้ชิดที่เธอวางใจ ที่ทำให้เธอตายใจ แต่นั่นละ อีกทางที่เป็นไปได้ก็คือ การตัดแรงเหยื่อให้ป้องกันตัวเองไม่ได้ และในเมื่อสภาพศพไม่มีตรงไหนบุบสลาย นั่นอนุมานได้ว่ามันใช้ ‘ยา’

คดีนนทกา เป็นอย่างนั้น คดีอื่นก็เข้าข่ายเหมือนกันเพียงแต่ใช้รายละเอียดที่แตกต่าง

นางพยาบาลศรีบวรและสารวัตรพรตถูก ‘ตัดแรง’ ด้วยจุดอ่อนทางจิตใจ รายหนึ่ง ไอ้ฆาตกรใช้ความรักล่อเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก ส่วนอีกรายถูกใช้ความสัมพันธ์ก่อนเก่าเล่นงานจนถึงแก่กระทำอัตวินิบาตกรรม ส่วนคดีไอ้เร คนร้ายซุ่มรออยู่ในบ้าน พอเหยื่อเผลอก็ใช้ของแข็งฟาดล้มหมดสติแล้วลากไปจัดการในจุดที่มันหมายตา ‘อย่างง่ายๆ’ จุดเดียวกับที่ไอ้โคร่งถูกพาไปด้วยความสนใจส่วนตัว

ทุกคดีมีแนวคิดนี้เป็นส่วนร่วม ฉะนั้น ถ้าหยิบมันใส่ลงในคดีทศทิศอีกราย จะพบว่าสิ่งที่คนร้ายน่าจะใช้ ‘ตัดแรง’ เหยื่อก็คือ…

ใช่ เป็นสิ่งที่ไตรตรึงษ์เคยคิดไว้แล้ว เชื้อซาลโมเนลล่าที่ทำให้ไอ้ทิศท้องเสียจนสิ้นแรง!

พลันนั้น กระแสความคิดอันไหลทะลักเพราะการเชื่อมโยงดังกล่าวทำเขาขนลุก ลูกตาชายหนุ่มกลอกไปมา ก่อนหยุดเป็นคำพรูพรั่งจากปากสั่น

“เบญกา! ตอนนี้… เบญกาเมียของไอ้ทิศอยู่ที่ไหน”

“อะไรของมึง” อีกฝ่ายงงงวย “ป่านนี้ก็คงนั่งทำกับข้าวมื้อเย็นอยู่ที่บ้าน”

“จับเธอ! ต้องไปจับเธอ!” เขาทะลึ่งพรวด ร่างเหยียดเต็มส่วนสูง

คู่สนทนาแหงนหน้ามองด้วยความตกใจ “ดะ… เดี๋ยว อะไรของมึงเนี่ย?!”

“ฟังนะ!” ไตรตรึงษ์พยายามสูดลม ก้มพุ่งสายตาจ้องอีกฝ่ายราวจะสะกดจิต “จำได้มั้ย บ้านไอ้ทิศมีท่อใต้ดินชุดหนึ่งที่ชอบแตกรั่วจนต้องขุดซ่อม จุดนี้คนที่รู้ดีที่สุดก็คือคนในบ้าน วันก่อนหน้าที่มันจะตาย ไอ้ทิศขุดดินซ่อมไปแล้วทีหนึ่ง ยังไม่ทันกลบ จู่ๆ ก็มีน้ำรั่วนองออกมาอีกจุด ทำให้ต้องขุดต่อไป จนรูนั่นใหญ่พอที่จะฝังตัวมันเอง!

“ตอนแรกตำรวจคิดว่า พอข่าวเรื่องนี้แพร่ออกไป คนร้ายเลยเอามาใช้เป็นตัวช่วยจัดฉากการตายให้ตรงกับโทษในกฎหมายตราสามดวง แต่ถ้าลองคิดกลับด้าน คนร้ายรู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้เกิดเหตุนี่บ่อยๆ มันเลยเริ่มต้นด้วยการเลือกความตายสถานนี้ไว้ให้ไอ้ทิศ จากนั้น ก็แค่วางแผนทำท่อในบ้านแตกเพื่อให้ไอ้ทิศขุดดินเป็นหลุม เป็นการช่วยมันประหยัดเวลาก่อการ–”

“คนร้ายก็จะเป็นคนที่ต้องเข้านอกออกในบ้านไอ้ทิศได้ไม่ยาก…”

ไตรตรึงษ์ไม่รอให้คนลากเสียงปะติดปะต่อเอง เขาโพล่งสืบเนื่องเหมือนประทัดถูกจุด

“แล้วมันก็หาทางลากไอ้ทิศมาจัดการได้ง่ายๆ ด้วยการทำให้เพื่อนมึงนอนซมเป็นผัก คนที่จะทำได้แบบนี้มีคนเดียว”

“เบญกา!” ร.ต.ต. สุริยันอุทาน ถึงอย่างนั้นก็ยังสับสน “แต่หล่อนจะทำอย่างนั้นทำไม ถึงจะถูกทำร้ายบ่อยๆ แต่ถ้าไม่มีไอ้ทิศ ป่านนี้หล่อนก็อาจจะ–”

“นั่นคือเรื่องที่พวกมึงจะต้องเค้นให้หล่อนพูดออกมาให้ได้!”

ทั้งที่ยังหน้าก่ำ ตาโปนด้วยความตระหนกตะลึง เจ้าของคดียังยอมพยัก “เข้าใจแล้ว”

เจ้าตัวคว้าโทรศัพท์มือถือติดต่อไปยังทีมงาน แจ้งข่าวสั้นกระชับ ครั้นปลายทางรับคำ มือใหญ่ก็ฉวยหมวกตำรวจที่ถอดวางไว้แต่ต้น ลุกหมุนจะก้าวลิ่ว แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้เสียก่อน

ใบหน้ารูปห้าเหลี่ยมผินกลับมา ดวงตาค่อนข้างพองจดจ้องไตรตรึงษ์คล้ายตรึกบางอย่าง สุดท้ายบอก

“ขอบใจ” โทรศัพท์ในมือถูกยกขึ้นเขี่ยหน้าจอไวๆ “นี่คือเรื่องที่มึงอยากได้”

สัญญาณข้อความเข้าดังขึ้น ไตรตรึงษ์ดึงโทรศัพท์ตัวเองออกดู

“ลายเซ็นที่ไอ้คนร้ายทิ้งไว้ คืออะไรที่เกี่ยวกับเลขประหลาดๆ พวกนี้”

พูดจบเจ้าตัวก็กระวีกระวาดจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มถูกตรึงอยู่กับสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ… ทีละรูป… ทีละรูป…

รูปที่หนึ่ง จากคดีนางพยาบาลศรีบวร แน่นอน รูปดังกล่าวไม่มีเซ็นเซอร์ สภาพศพถูกขวานจามอกแบะอยู่บนเตียงในห้องพักโรงแรมดิ เอม บีช คนดูเกือบเบ้หน้าให้ความสยดสยองของทะเลเลือดและเครื่องใน สิ่งที่ถูกโฟกัสไว้คือนาฬิกาปลุกข้างเตียง นี่คือปริศนาที่ไตรตรึงษ์ยังหาคำตอบไม่ได้ ปริศนาที่คนร้ายตั้งเวลาปลุกไว้ให้กรีดเสียงเรียกคนข้างนอกเข้ามาพบศพเมื่อเวลาสองทุ่มยี่สิบสามนาทีของวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์

รูปที่สอง จากคดีทศทิศ รูปนี้มีแสดงวันเวลาที่ถ่ายไว้ตรงมุมหนึ่ง 27 กุมภาพันธ์ ช่วงใกล้เที่ยง — เพื่อนไอ้ยันถูกฝังในดินถึงเอว จากนั้นใช้เศษหญ้าฟางสุมร่างจุดไฟ แต่คนร้ายจงใจดับเมื่อผิวหนังของศพไหม้แค่ภายนอก ทำให้พอเห็นกล้ามเนื้อชั้นในและอวัยวะฉีกขาดกระจัดกระจาย จอบเปื้อนเลือดทิ้งไว้แถวนั้น และ… คนจ้องหรี่ตา แน่ใจว่านี่คือความผิดแปลกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจากภาพข่าวสำนักไหนๆ ท่ามกลางฟางไหม้ เศษกระดาษชิ้นหนึ่งตกไม่ไกลร่างศพ ตำรวจคงเก็บมันขึ้นมาก่อนที่จะถูกสื่อมวลชนถ่ายรูป บนกระดาษเป็นรูปตารางดังนี้

รูปที่สาม จากคดีจเร ถ่ายบริเวณเดียวกับที่ไอ้โคร่งถูกฆ่า มุมกล้องถ่ายจากด้านข้างศพเปลือยของจเรซึ่งถูกล่ามให้ยืนขึ้น โฟกัสในรูปไม่ใช่ตาชั่งแสดงน้ำหนัก 6 ขีด ทว่าเป็นกำแพงด้านหลังที่ถูกศพบังอยู่ บนนั้น ตัวเลข 2.23 2.23 2.23 ปรากฏมากมาย…

ไตรตรึงษ์จำตัวเลขเหล่านี้ได้ เขาเห็นตอนที่ไปดูซากศาลเจ้า แต่ไม่คิดว่ามันจะมีความหมาย เพราะไม่เห็นสื่อหรือใครพูดถึงอย่างมีนัยสำคัญ (อันที่จริงไม่มีใครพูดถึงเลย) หลงเข้าใจด้วยซ้ำว่าอาจเป็นฝีมือเด็กมือบอนเขียนไว้ตั้งแต่ก่อนหน้า ไม่คิดเลยว่ามันจะผูกโยงมาเกี่ยวกับคดีบ้านี่ด้วย

ปลายนิ้วเลื่อนปัดหน้าจอต่อไป

รูปที่สี่ จากคดีหลี่แช เป็นรูปที่ถ่ายมาจากภาพถ่ายอีกที คนร้ายส่งมันมาที่ สภ. หลังเกิดเหตุจริงหกวัน หลี่แชหลับตาพริ้มเหมือนเจ้าหญิงนิทรา ทั้งที่ยอดศีรษะถูกทุบกะโหลกเปิด แถมยัดด้วยถ่านระอุ บางส่วนของใบหน้าเปื้อนเลือด ข้างกันคือฝาไม้สลักรูปแมงมุมอันบ่งชี้ว่านี่คือเรือจเร ตรงมุมรูปปรากฏวันและเวลาที่คนร้ายบันทึกภาพ 23/02/2018 08:23

รูปที่ห้า จากคดีสารวัตรพรต เป็นรูปเศษกระดาษถูกขยำอยู่ในมือเหยื่อข้างที่ไม่ได้ใช้ตักน้ำมันราดตัว เมื่อปลายนิ้วของไตรตรึงษ์ปัดสู่ภาพต่อไป เจ้าหน้าที่ได้คีบกระดาษแผ่นนั้นคลี่ออก บนกระดาษเขียนรูปตารางดังภาพ

รูปที่เจ็ด จากคดีนายแชน ถ่ายหลังจากศาลเจ้ากลายเป็นซากดำมะเมื่อม บนพื้นปรากฏของชิ้นหนึ่งลักษณะคล้ายกระเป๋าสีดำ ด้านหน้ามีสัญลักษณ์รูปเปลวไฟผนึกอยู่พร้อมตัวอักษรกระดำกระด่าง พอแกะได้ว่า Security Fireproof Bag กระเป๋าเอกสารกันไฟ?

รูปถัดไปบันทึกสิ่งที่อยู่ข้างในกระเป๋า เมื่อตำรวจเปิดรื้อออกมา ปรากฏว่าทั้งหมดคือกระดาษพิมพ์รายละเอียดข่าวเกี่ยวกับนักโทษชาวพม่าแหกคุก โดยเฉพาะที่อยู่ด้านบนและถูกถ่ายไว้ชัดสุดคือกรณีใหญ่ เก้านักโทษมีอาวุธครบมือ จับผู้บัญชาการเรือนจำและเจ้าหน้าที่อีกหลายรายเป็นตัวประกัน แลกเปลี่ยนกับการเปิดประตูเรือนจำเพื่อหลบหนีไปชายแดน

รูปสุดท้าย จากคดีนนทกา ตากล้องพยายามชูกล้องเพื่อถ่ายจากมุมมองเบิร์ดอายวิวลงมาที่ศพ ไตรตรึงษ์เพิ่งสังเกตเห็นนี่เอง รอบๆ ร่างโชกเลือดของเหยื่อซึ่งถูกลากเวียน จนหญ้าและดินบริเวณนั้นกลายเป็นรอยสีแดงรูปวงกลม ที่แท้มีดินถูกโปรยไว้เป็นหย่อมๆ ตามขอบเส้นรอบวงด้วย รวมทั้งหมด 12 จุด กอปรกับลักษณะการจัดท่าของศพชวนให้นึกถึง…

ใช่แล้ว หน้าปัดนาฬิกา!

ส่วนขาของนนทกาเหมือนเข็มยาว แขนข้างหนึ่งที่ตอนแรกดูชี้เก้งก้างออกไป คราวนี้เห็นชัดว่าคล้ายเข็มสั้น มันบอกเวลาก่อนที่ลุงสมจะขับรถกลับไปพบศพไม่นาน ถ้าเดาไม่ผิด — เดาโดยประกอบข้อมูลจากคดีอื่นๆ — เวลานั้นน่าจะเป็นช่วงที่คนร้ายจัดการเหยื่อไม่ผิดแน่

สิบสี่นาฬิกา ยี่สิบสามนาที!

. . . . . . . . . .

Don`t copy text!