ลิงพาดกลอน บทที่ 17 : เกมคณิตคิดจนตาย

ลิงพาดกลอน บทที่ 17 : เกมคณิตคิดจนตาย

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

ชายหนุ่มนิ่งขึงคล้ายถูกตรึงด้วยตรวนล่องหนอยู่ครู่ใหญ่ เลือดในกายเย็นเฉียบเหมือนจู่ๆ ก็ลดอุณหภูมิแตะจุดเยือกแข็ง ภาพตรงหน้าวนเวียน นิ้วที่แตะจอภาพก็ระริกสั่น

ไม่คิดเลยว่า ใต้ฉากหน้าคดีซับซ้อน ที่แท้ยังมีความลับอีกชั้นซ่อนอยู่ เป็นความลับที่น่าพิศวงงงงวย ยิ่งกว่าการหยิบโทษโหด 21 ประการนั่นมาใช้เสียอีก

ไอ้คนร้ายมันต้องการอะไรกันแน่!

ปาดนิ้วแต่ละรูปกลับไปมาอีกที ภาพนาฬิกาปลุก ตารางมีจุดคล้ายลูกเต๋า เลขเยอะๆ เหมือนตัวทด…

ทั้งหมดนี่เหมือนคนร้ายให้เหยื่อเล่นเกมบางอย่าง มีการจับเวลา อาศัยโชคส่วนหนึ่ง อาศัยความสามารถตัวเองส่วนหนึ่ง แล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง เหยื่อก็จะถูกฆ่า!

เกมนี้แทบจะมีทางออกเดียว การพบศพเหยื่อทุกสองวันประกาศว่า ระหว่างนี้ยังไม่มีใครเอาชนะเกมของคนร้ายได้ และ — ไตรตรึงษ์มั่นใจ – การที่ตำรวจพบร่องรอยเกมเหล่านั้นในจุดเกิดเหตุ ทั้งที่หลักฐานอันจะชี้ตัวผู้ก่อเหตุล้วนถูกเก็บเรียบ แล้วแผนการแต่ละอย่างก็ถูกวางไว้แนบเนียนแทบปราศรูโหว่ นี่อาจหมายถึง เกมนี้คือสิ่งที่ไอ้ฆาตกรต้องการประกาศให้คนนอก ‘รู้’ !

แสดงว่ามันไม่ได้เล่นเกมแค่กับเหยื่อ แต่ยังเล่นเกมกับตำรวจ และอาจบางทีต้องการเล่นเกมกับ ‘คนดู’ ด้วย

มันให้ ‘เวลา’ เหยื่อ ให้เหยื่อพึ่ง ‘โชค’ และ ‘ความสามารถ’ แต่ในอีกทาง มันก็กำลังให้เวลา โชค และการพึ่งความสามารถกับตำรวจและคนดู เพื่อหยุดเกมมรณะนี้เช่นกัน!

ไอ้สารเลวนี่ดูหนังพวกซอว์มากไปรึไงวะ!

พยายามสูดลม ระงับอาการตื่นเต้นใจร้อน ข้อมูลวุ่นวายซึ่งซัดสาดเข้ามาทุกทางมักจะทำให้เสียเรื่องมากกว่า ถ้าคนได้รับไม่รู้จักใช้สติจัดวางให้ถูกต้อง

ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย รูปในหน้าจอเคลื่อนมาหยุดที่รูปถ่ายตัวเลขบนผนังในคดีจเร ตัวเลขที่เขาเผอิญได้เห็นมันมาเป็นอย่างแรก ก่อนจะได้รู้เรื่องลับทุกอย่างในละแวกนี้เสียอีก

ทำไมต้อง 2.23 ซ้ำๆ กันหลายครั้ง?

ปลายนิ้วขาวเป็นสีอมชมพู เอื้อมฉวยเศษกระดาษจดเมนูกับปากกาในกระบอกพลาสติกกลางโต๊ะอาหาร มาเขียนหวัดๆ เพื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ไว้ เป็นตารางคล้ายๆ แบบที่ครั้งหนึ่งเคยปรากฏในหัวเขา

 

ในเมื่อฆาตกรต้องการให้คนนอกเล่นเกม นั่นหมายความว่ามันได้มอบ ‘อุปกรณ์การเล่น’ ไว้ให้แล้ว แต่นอกจากสภาพศพกับความตายประหลาดๆ มันยังให้อะไร–?!

ความคิดสะดุดเพราะปริศนาหลายอย่างที่ยังค้างคา

ใช่…ใช่แล้ว!

สิ่งที่มันมอบไว้ให้ก็คือ ‘ความหมาย’ ความหมายที่ไม่ต่างจากไฮไลต์ในส่วนต่างๆ ของรายละเอียดคดี

เหยื่อ – ทำไมมันจึงเลือกคนเหล่านี้

วิธีตาย – ทำไมจึงเลือกให้ตายด้วยโทษสถานเหล่านี้

สถานที่ – การเลือกที่ก่อเหตุอันยากลำบาก

กับทั้ง…เวลา – เวลาที่ดูจะไม่ช่วยให้การเลือกสถานที่แต่ละแห่งง่ายขึ้น เวลาที่มันเจาะจงวันเว้นวัน แต่ต่างเวลากัน

หรือว่า…

คนคิดขนลุก

ใช่! ถ้าเกมที่คนร้ายกำลังเล่นคือการเก็งหมายเลข ข้อมูลส่วนสำคัญที่จะเอามาใช้ได้ก็คือวันกับเวลา อย่าลืมว่าแม้แต่ตัวเลขโทษสถานต่างๆ ที่แท้ก็น่าจะไม่มีความหมายโดยนัย หากอ้างอิงตามที่บันทึกไว้ในกฎหมายตราสามดวง

วันกับเวลา! ปลายปากกาเลื่อนไปจรดวันที่ของเหยื่อรายแรก ทว่าความคิดอีกอย่างก็พุ่งแทรกมา

ไม่ใช่!

ถ้ายึดตามข้อมูลวันและเวลา คนที่ควรแสดงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งก็คือ…

ปลายนิ้วเลื่อนสไลด์ รูปใหม่ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอสมาร์ตโฟน คือรูปที่ถ่ายมาจากภาพถ่ายอีกที ภาพนี้ไอ้คนร้ายส่งไปให้ตำรวจหลังเกิดเหตุจริงถึงหกวัน จึงตรงกับวันที่จเรถูกฆ่า!

ไตรตรึงษ์รีบขีดฆ่าข้อมูลในตารางแล้วบันทึกลงไปใหม่ จังหวะที่กำลังจะบันทึกตัวเลขลงในช่องวันและเวลาของหลี่แชนั่นเอง ที่ขนลุกอยู่แล้วก็ยิ่งสะบัดร้อนสะบัดหนาวราวจะเป็นไข้

วันที่ 23/2 เวลา 8:23 น.

23/2 หากเขียนตามวันที่บางระบบ จะสามารถสลับตำแหน่งเป็น 2/23

และเวลา 8:23 คนบางพื้นที่ก็เรียกมันว่า สองโมงยี่สิบสามนาที 2/23 เช่นกัน!

แล้วถ้าอย่างนั้น… ไล่สายตายังบรรทัดของศรีบวร เวลา 20:23

ใช่! สองทุ่มยี่สิบสามนาที นี่ก็ 2/23!

หรือนี่คือสิ่งที่จเร ‘ทด’ ไว้!

ยังมีอะไร…อะไรที่เข้าข่าย 2.23 อีก!

 

หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ เลื่อนสายตาลงไปอีกบรรทัด ช่วงเวลาการตายของทศทิศยังไม่ชัดเจน จำได้แค่ช่วงเช้าตอนที่นางเบญกาภรรยาชาวรากษะของมันออกไปตลาด ไม่ใช่ตีสองหรือบ่ายสองยี่สิบสามนาที แต่เป็นประมาณ 10-11 โมงกว่า…

ตัวเลขสองชุด หนึ่ง 10 กับ 11 นี้ และ สอง 2.23 เมื่อลองพลิกความสัมพันธ์ไปมากับเลขที่มีอยู่เดิมในตาราง จะพบว่ามันมีความใกล้เคียงที่สุดกับ…

ใช่ 8:23 + 2.23 เท่ากับ 10:46 น. อยู่ในช่วงเวลาที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในคดีไอ้ทิศพอดี!

ฉะนั้น คดีของไอ้เรก็ย่อมไม่ต่างกัน 20:23 + 2:23 เท่ากับ 22:46…

คราวนี้ ปลายปากกากลับชะงัก

ไม่ใช่ ไม่ใช่สี่ทุ่มสี่สิบหกนาที! เวลาที่ชาวบ้านแถวตลาดหลาวได้ยินเสียงพลุคือเวลาเกือบๆ ตีห้า…

คิดถึงตรงนี้ ชายหนุ่มเบิกตา ประเด็นถูกหยุดไว้เพราะเพิ่งค้นพบเบาะแสใหม่

‘เสียงพลุ’

นี่เอง ที่แท้มันเป็นอย่างนี้!

แต่ต้น ทั้งเขา เหล่าตำรวจ และผู้สนใจในคดีฆาตกรรมบ้านหลาว ต่างก็สับสนงงงวยในการกระทำของคนร้าย ในเมื่อมันวางแผนแนบเนียนแทบตาย คนนอกไม่มีทางรู้ว่าจเรถูกฆ่าในศาลเจ้า และตัวมันเองจะมีเวลาหลบหนีอีกมาก หากทว่ามันกลับจุดพลุเรียกให้ใครต่อใครเข้ามาดูที่เกิดเหตุ นี่เป็นการกระทำอันน่าสับสนทำนองเดียวกับที่มันตั้งนาฬิกาปลุกไว้ในสถานที่ตายของนางพยาบาลศรีบวร ที่แท้ จุดประสงค์ของมันก็คือการเน้นย้ำความถูกต้อง ไม่ต่างจากขีดเส้นใต้หรือใช้ไฮไลต์ยืนยันข้อความนั่นเอง และครั้งนี้ มันกำลังยืนยัน หยามหยันว่าเขาเดินมาผิดทาง!

ในเมื่อไม่ใช่บวก งั้น 2:23 ยังมีความเชื่อมโยงอย่างไร

กวาดสายตาดูข้อมูลต่อไป ชายหนุ่มพบว่าตัวเลขดังกล่าวปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในคดีนนทกา เหยื่อน่าจะถูกฆ่าในเวลาบ่ายสองโมงยี่สิบสามนาที 2:23 และคนร้ายใช้ ‘ไฮไลต์’ โดยการจัดวางศพเป็นรูปหน้าปัดนาฬิกา

แค่นี้หรือ?

เป็นไปไม่ได้! การทดของจเรมีมากกว่านั้น ที่สำคัญ คดีนนทกาเกิดหลังจากที่จเรตายแล้วด้วยซ้ำ

หรือว่า…เหยื่อที่ถูกเลือกให้เล่นเกมในแต่ละครั้ง ต่างมีโอกาสรู้บางส่วนของแผนการที่ไอ้คนร้ายวางไว้?

เป็นการสันนิษฐานที่น่าสนใจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานมากพอจะยืนยันได้ในข้อนั้น

เมื่อพิจารณาตัวเลขอื่นๆ ในแต่ละคดี ไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับจำนวนหมุดหมายคือ 2.23 อีก ไตรตรึงษ์จึงหันไปสนใจ ‘อุปกรณ์’ อื่นๆ ที่เพิ่มเติมมา

และ

 

 

ไตรตรึงษ์ลองสมมติตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี ทันทีที่เห็นตารางลูกเต๋าจากคดีทศทิศ เขาคงคิดว่าเหยื่อกำลังเล่นเกมเสี่ยงทายบางอย่างก่อนที่ความตายจะย่างมา ทว่าในบ้านกลับไม่มีหลักฐานอะไรที่เกี่ยวข้องกับตารางประหลาดนี่เลย

กระทั่งความตายของจเรมาถึง เลข 2.23 จึงจะกลายเป็นเบาะแสว่า นี่อาจไม่ใช่ลูกเต๋า และครั้นพยายามหาความหมายในเชิงเปรียบเทียบ จะพบว่าแต้มในตารางลูกเต๋า น่าจะอ่านได้ใกล้เคียงที่สุดว่า 2.4 ซึ่งไม่ใช่ 2.23 อยู่นั่นเอง!

ขณะที่ตารางอันที่สองซึ่งได้มาจากคดีสารวัตรพรต มองผิวเผินชวนให้คิดถึงเกมเติมตัวเลขจำพวกซูโดะกุ แต่เพราะตำรวจได้ข้อมูลจากสองคดีก่อนหน้ามาแล้ว ย่อมพยายามเทียบหาความเชื่อมโยงมากกว่า กรณีนี้จะพบว่าตารางที่สองเกี่ยวข้องกับตารางลูกเต๋ามากกว่าเลข 2.23

อันที่จริง มันแทบจะเป็นคำยืนยันเลยทีเดียวว่า เลขในลูกเต๋าไม่ใช่ 2.4

2 1 4 ต่างหาก!   

และถ้านี่ถูกต้อง แสดงว่าตารางลูกเต๋าเป็นส่วนหนึ่งของตารางใหญ่!

ฉะนั้น หากยึดตามแนวทางนี้แล้วใคร่ครวญหาความสัมพันธ์ต่อไป สิ่งที่น่าจะเพิ่มลงได้ในตารางใหญ่ อาจเป็นดังนี้

 

แล้วตาราง 2 1 4 เกี่ยวอะไรกับเลข 2.23

หลายนาทีต่อมา ยังหาคำตอบไม่ได้ ไตรตรึงษ์ยกนิ้วนวดขมับแล้วจึงตัดสินใจข้ามไปยังข้อมูลอีกชิ้นที่ยังไม่ได้ใช้

ในคดีนายแชน หลักฐานชิ้นหนึ่งในที่เกิดเหตุคือกระเป๋าเอกสารกันไฟ ตำรวจปักใจเชื่อว่ามันเป็นของคนร้ายในคดีนี้ ไม่ใช่ของที่มีอยู่เดิมในศาลเจ้า นั่นอาจเพราะคนในศาลเจ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ของพรรค์นี้ หรือต่อให้ต้องใช้ สิ่งที่อยู่ข้างในก็ไม่น่าจะเป็นกระดาษพิมพ์ข่าวเรื่องนักโทษต่างด้าวแหกคุก

ในอีกมุมหนึ่ง มุมที่ไตรตรึงษ์และสุริยันเท่านั้นจึงจะรู้ ในเมื่อเหยื่อคดีนี้ที่แท้มิใช่คนจรในตลาดปลา ทว่าเป็นสายสืบที่ถูกส่งมาจากภาคแปด ของที่ตกอยู่จึงเป็นไปได้มากที่ไอ้โคร่งจะเป็นเจ้าของ บางทีนี่อาจบ่งบอกถึงสิ่งที่มันกำลังตามสืบ

แต่ก็นั่นละ ไม่มีเหตุผลที่ในฐานะนายแชน ไอ้โคร่งจะต้องพกของพรรค์นี้ติดตัวมาด้วย กรณีที่เป็นของของมันจริงๆ อาจสันนิษฐานได้ว่า มันนำมาเพื่อ ‘เจรจา’ บางอย่างกับคนร้าย หรือไม่ ของชิ้นนี้ก็อาจเกี่ยวข้องกับการที่มันมาโผล่ที่นี่จนถึงกับถูกฆ่า!

ไม่ว่าจะในทางใด ไม่ว่ากระเป๋านี่จะเป็นของใคร สิ่งหนึ่งที่ดูจะแน่ใจได้ คือคนร้ายตั้งใจให้มันตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และข่าวที่อยู่ในกระเป๋าเอกสารก็คืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งใน ‘เกม’ ของมัน

เนื่องจากข่าวในรูปถ่ายมีรายละเอียดไม่มาก ไตรตรึงษ์จึงเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่ม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ชาวพม่า 9 รายถูกจับกุมเนื่องจากเข้ามาค้าแรงงานผิดกฎหมาย ทั้งเก้าต้องการอิสรภาพ ในที่สุดจึงร่วมมือกับนักโทษไทยอีกสองรายแหกคุกโดยใช้อาวุธปืนรวมห้ากระบอกและระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง สังหารเจ้าหน้าที่ แล้วจับผู้บัญชาการเรือนจำกับพนักงานอื่นๆ อีกหลายรายเป็นตัวประกัน บังคับเอารถกระบะออกเดินทางไปยังชายแดนเพื่อหลบหนีกลับบ้านเกิด อย่างไรก็ดี ก่อนจะถึงที่หมาย ทั้งเก้าถูกหน่วยแม่นปืนสังหาร และเป็นผลให้ผู้บัญชาการเรือนจำหนึ่งในตัวประกันเสียชีวิต

นอกจากเหตุอุกอาจกระตุกขวัญคนทั้งเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือคำถามที่ว่า คนร้ายได้อาวุธมากมายมาจากไหน

เป็นดังคาด ผลการสอบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำมีเอี่ยว! เหตุที่แท้เกิดจากการสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล เนื่องจากผู้บัญชาการเรือนจำคนใหม่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งและเป็นคนตงฉิน เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจึงวางแผนปลุกปั่นหลอกใช้นักโทษ ทั้งยังนำอาวุธสำหรับก่อการร้ายเข้ามาผ่านสิ่งของที่ญาติผู้ต้องขังฝากให้ เหตุการณ์นี้ ประเทศไทยต้องสูญเสียข้าราชการน้ำดีคนหนึ่งไปเพราะเรื่องใต้โต๊ะอันมีมานานช้า และมีแนวโน้มว่าจะยืดยาวต่อไปไม่สิ้นสุด

ข้อสรุปมีเพียงเท่านี้ ไม่มีแง่มุมไหนที่พอจะเกี่ยวโยงมายังเหตุฆาตกรรมที่บ้านหลาวได้ ชื่อของคนร้ายทั้งไทยและพม่า ข้าราชการกังฉินรายนั้น หรือแม้แต่ผู้แวดล้อมตัวผู้บัญชาการเรือนจำซึ่งถึงแก่ความตาย

ไอ้คนร้ายต้องการจะบอกอะไร

หรือที่จริง นี่อาจเป็นการสับขาหลอกของมันอีกครั้ง?

ไตรตรึงษ์เม้มปาก อากาศในร้านโกปี๊ถูกปรับจนอุณหภูมิลดต่ำ ตรงข้ามกับอุณหภูมิทางความคิดที่ย่างร่างจนเขาร้อนรน ขมับเต้นกระตุก ขณะที่เม็ดเหงื่อเริ่มไหลเลียบลงปลายคาง เสียงก๊อกๆ ดังจากข้อนิ้วเมื่อชายหนุ่มกำหมัดอย่างขัดใจ อย่างคนใจร้อน

มันคืออะไรกันแน่นะ–?!

ทำไมยังหาคำตอบ หรือหากระทั่งจุดเชื่อมโยงไม่ได้ ทั้งที่จิกซอว์ที่เหลือตกมาอยู่ในมือแล้ว–

ความคิดสะดุดตรงนี้ จิกซอว์ที่เหลือ…

จริงสิ สิ่งที่เขาไตร่ตรองอยู่นี่คือจิกซอว์ที่ได้มาจากสุริยันเท่านั้น เรื่องสำคัญยังเหลืออีกหนึ่ง ยังมีจิกซอว์อีกตัวที่ยังไม่ได้ใช้

ชายหนุ่มล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกางเกง เปิดดูช่องใส่ธนบัตร พบว่ามันยังอยู่ตรงนั้น ครั้นยื่นนิ้วแตะ ความรู้สึกละม้ายกระแสไฟฟ้าชอร์ตราวกับกระบวนการของลางสังหรณ์

เมื่อคลี่ออกต่อตา ไตรตรึงษ์จำได้ว่าตอนนั้นเขายังคิด ทำไมผู้ส่งสารจึงต้องใช้ลูกไม้โง่ๆ เรียงข้อความเป็นรหัส ทั้งที่รหัสนั้นแก้ไม่ยาก

ใช่แล้ว คำสามคำถูกจัดวางในแนวทแยงลงทางขวา แนวที่ 1 เสือก แนวที่ 2 มึง แนวที่ 3 อย่า ต่อเมื่อสลับตำแหน่งอีกครั้งเป็น 2 – 1 – 3 จะอ่านได้ข้อความตามที่คนส่งตั้งใจบอก ‘มึงอย่าเสือก’

ทุกอย่างล้วนมีความหมาย หรือว่าความหมายของการเรียงคำในสารขู่นี้จะเป็นคำใบ้ในเกมเช่นกัน!

เป็นไปได้! ตารางทั้งสองมีการจัดเรียงละม้ายกัน แนวทแยงลงทางขวา จำนวนช่องแตกต่างอาจไม่ใช่นัยสำคัญ การเปรียบเทียบครั้งเก่าระหว่างตารางลูกเต๋ากับตารางอันที่สองบอกว่า แค่รู้วิธี ตารางเล็กจะสามารถสวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตารางใหญ่

เสือก – มึง – อย่า ไม่น่าใช้ได้ สิ่งที่ถูกต้องคือการแทนค่ามันด้วยตัวเลข

2 – 1 – 3

แต่ในตารางเก่าคือ 2 – 1 – 4 กับสิ่งที่ยังพักไว้ไม่ได้ใช้ 2.23

มันเกี่ยวโยงกันยังไงแน่!

ในความเคร่งคิด เสียงนาฬิกาลูกตุ้มโบราณลั่นดังติ๊กต๊อก… ติ๊กต๊อก… ราวกับบอกว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก เพราะถ้ายังคิดไม่ได้ เหยื่อรายต่อไปจะต้องมี!

กว่าสิบนาทีต่อมา คนหน้ามุ่ยจึงเบิกตากว้าง ใช่! ใช่แล้ว มันต้องเป็นอย่างนี้!

ปลายปากกาจดลงบนกระดาษต่อว่องไว

อย่า – มึง – เสือก คือรหัส 2 – 1 – 3

รหัสของ ‘ลำดับ’ ไม่ใช่ ‘จำนวน’

เงื่อนงำที่พอจะใช้จัดลำดับ คือชุดตัวเลข 2 – 1 – 4 ไม่ใช่ 2.23

คำว่า ‘ลำดับ’ นั้นหมายถึงการเรียงกันให้เป็นระเบียบตามตำแหน่ง นอกจากจะระบุถึง ก่อน – หลังยังอาจบ่งปริมาณ น้อยกว่า – มากกว่า

ตอนที่คิดถึงตรงนี้ ไตรตรึงษ์ขนลุกทั่วสรรพางค์ เป็นอีกครั้งที่ตระหนักถึง ‘ไฮไลต์’ ที่ไอ้คนร้ายตั้งใจเน้นย้ำความถูกต้องตามแผนการมัน

ใช่แล้ว 1 น้อยกว่า 2 น้อยกว่า 4

การแทนค่าตาม ‘ลำดับ’ จึงเป็นดังนี้

อย่า อยู่ลำดับที่ 2 ต้องถูกแทนค่าด้วยเลข 2 ในตารางเดิม

มึง ลำดับที่ 1 จึงถูกแทนค่าด้วยเลขที่น้อยที่สุด (มาก่อนสุด) คือเลข 1 ในตารางเดิม

เสือก ลำดับที่ 3 จึงถูกแทนค่าด้วยเลขที่มากที่สุด (มาหลังสุด) คือเลข 4 ในตารางเดิม

ผลที่ได้คือดังนี้

 

 

ตารางที่ได้ยังดูไม่มีความหมาย อาจเพราะตัวเลข 2.23 กับข่าวในกระเป๋ากันไฟนั้นยังไม่ถูกให้ความหมาย

ทั้งที่มั่นใจว่าน่าจะมาถูกทาง หากในที่สุดทางที่คิดว่ามาถูกก็กลับตันลงเสียนี่ คนคลำทางพลิกกลับมากลับไป ตาราง ตัวเลข กับข่าวร้าย จะเอามาเกี่ยวกันได้ยังไงนะ

. . . . . . . . . .

 

งานศพวันที่สองของนายแชนยังคงเงียบเหงา พายุเข้าตั้งแต่หัวค่ำ วัดที่ร้างคนอยู่แล้วจึงยิ่งวังเวง หากถึงอย่างนั้นรถแปลกหน้าสองคันยังคงจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลาจัดงาน ท่ามกลางฝนหนักดั่งไม่ลืมหูลืมตา

ยายเสือดาวหันเห็นทีไรก็พ่นลมหายใจรำคาญ สภาพไม่ต่างจากชายหนุ่มผู้เป็นแขก ซึ่งระดับความงุ่นง่านเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้ทราบข่าวจาก ร.ต.ต.สุริยันว่า นางเบญกา ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องกลับหนีหาย ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน นอกจากนั้น ตั้งแต่มาถึงวัดแล้ว เขายังไม่เห็นเงาน้องเขยไอ้โคร่ง

ในที่สุด เจ้าของงานต้องเป็นฝ่ายประโลม “ใจเย็นๆ น่าพี่ลิง บอกแล้วว่าวันนี้ที่โรงแรมพี่ชุ้นเขามีประชุมปิดงบอะไรกัน ทุกเดือนก็เป็นอย่างนี้แหละ คงอีกสักครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ออกมา”

“ก็ตอนแรกย้ำกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าให้ดูน้องดีๆ”

“ชักจะไม่เชื่อละ” คนพูดหรี่ตามองมาอย่างสงสัย “พี่ลิงมีอะไรกับผัวน้อง ทำไมวันนี้ถึงอยากเจอเป็นพิเศษ”

“เฮ่ย ไม่ช่าย” ไตรตรึงษ์เผลอเสียงสูง พอรู้ว่าตัวเองเสียงสูงจึงแสร้งกระแอมคล้ายเจ็บคอ “ก็ตอนนี้น้องกำลังท้องกำลังไส้ อีกอย่าง ไอ้คนร้ายมันวนเวียนอยู่ไม่ไกล อย่างน้อยมีผู้ชายอยู่ใกล้ๆ ก็ยังวางใจหน่อย”

“ในวัดแท้ๆ มันคงไม่กล้าเข้ามาทำบาปหรอกมั้งพี่”

ถึงเหตุผลของยายเสือดาวจะดูไม่เข้าตรรกะ ทว่าแค่ทำให้เจ้าหล่อนเลิกสนใจไปได้ ชายหนุ่มก็คลายใจลงไปเปลาะหนึ่ง

ไม่ใช่เขาไม่วางใจ แต่การเปิดเผยเรื่องสำคัญออกไป รังแต่จะยิ่งทำให้ความปลอดภัยของเจ้าหล่อนหดหาย อีกอย่าง ถ้าจะให้อธิบาย ก็คงต้องใช้เวลายืดยาว เพราะแม้แต่เขาที่รู้เงื่อนงำมาระดับหนึ่ง ตอนที่ขบไข ก็ยังต้องเสียเวลาไปถึงครึ่งวันกว่าจะ ‘พอรู้’

รู้ว่าในที่สุด ผู้ส่งสารต้องการให้เขาปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าอย่างไร!

ความคิดของชายหนุ่มสะดุดลง ชายจีวรของพระสงฆ์เริ่มสะบัดเป็นแถวเข้ามาในศาลา ตอนนี้น้องสาวไอ้โคร่งเริ่มนั่งไม่ติดที่ เพ่งฝ่าม่านฝนไปด้านนอก ต่อเมื่อเห็นแสงไฟหน้ารถกวาดเข้ามาพอดี รอยยิ้มด้วยความโล่งใจก็กระจ่างขึ้น

“พี่ชุ้น! เป็นไงบ้างเนี่ย ฝนหนักมากเลย”

ฝ่ายหญิงซัก ระหว่างที่สามียกมือไหว้ไตรตรึงษ์ก่อนเหมือนทุกครั้ง ราวกับว่าเขาเป็นผู้อาวุโสกว่า

แม้อรชุนมีร่มมา แต่ทั้งลมและฝนก็แรงจนเจ้าตัวเปียกโชกเป็นแถบ แว่นทรงกลมมีหยดน้ำเกาะพราวเช่นเดียวกับปอยผม ยายเสือดาวช่วยเจ้าตัวใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำเหมือนดูแลเด็กน้อย ขณะที่มือข้างหนึ่งก็ตั้งประนมตอบสนองพระสงฆ์ที่เริ่มนำสวด  

รอจนกระทั่งผัวเมียทั้งคู่ว่างลง ไตรตรึงษ์จึงเลียบเคียงถาม โดยอาศัยเสียงสวดมนต์กลบเช่นคืนก่อน

“พี่ชุ้น พอจะรู้มั้ย คุณทวยหาญเขาเชื่อเรื่องโชคลางบ้างรึเปล่า”

. . . . . . . . . .

 

สามทุ่มกว่า ลุงสมพาไตรตรึงษ์มาส่งถึงหน้าเรือนใหญ่ ก่อนหน้านี้เขาบอกให้ลุงกับยายอู๋กลับเข้าเรือนตัวเองไปพักผ่อนได้เลย ไม่ต้องมาดูแลเขาอีก รถของลุงและยายอู๋ที่ขับตามกันมาจึงค่อยๆ แล่นต่อไปยังจุดจอด ไม่มีใครก้าวตามเขาขึ้นมาให้วุ่นวาย

ชายหนุ่มผิวปากอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาไขข้อสงสัยได้มากหลาย ระหว่างก้าวขึ้นบันได ไม่วายหยิบเศษกระดาษหลายแผ่นที่จดสรุปการแก้รหัสลับต่างๆ ออกมาชื่นชมวนไป ราวกับนี่คือภาพที่สวยงาม

ในคืนที่แสงฟ้ายังวูบวาบ แสงไฟในเรือนใหญ่ดับลงราวๆ สี่ทุ่ม ไตรตรึงษ์นอนแผ่บนเตียงใหญ่ เสื้อกล้ามเนื้อเปื่อยกับกางเกงขาสั้นเก่าแก่ช่วยให้นอนสบาย ถึงอย่างนั้นก็ยังติดนิสัยต้องห่มผ้า เพราะอาม่าชอบขู่ว่าเขาจะป่วยเอาง่ายๆ

อาจเพราะมีเรื่องให้ต้องขบไขหนักหน่วงมาตลอดทั้งวัน ไม่ทันถึงสิบนาที เสียงกรนเบาๆ จึงดังขึ้นในความเงียบ จังหวะนั้นเอง ประตูห้องนอนที่ไม่ได้ลงล็อกกลับถูกผลักออกแบบเบา

เงาร่างหนึ่งในชุดดำกวาดสายตาชินชากับความมัวสลัว อาศัยแสงฟ้าช่วยให้เห็นถนัดว่ากระดาษแผ่นที่ต้องการวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

เจ้าของเงาจดปลายเท้าตรงมายังจุดหมาย มือใหญ่คว้าของได้ ทว่าไม่ทันชักกลับ ข้อมือก็ถูกรั้ง

ฟ้าผ่าเปรี้ยง! หัวขโมยเงยหน้า พบว่าไตรตรึงษ์ที่หลับอุตุอยู่ กลับทะลึ่งลุกขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

อย่างว่องไว กำหมัดอีกข้างของชายหนุ่มเจ้าของห้องลอยสวนมาที่เบ้าตา ทว่าด้วยความไวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า คนขโมยสามารถเอี้ยวหลบทัน

มือใหญ่สลัดหลุดจากการเกาะกุม เศษกระดาษถูกขโมยไปได้ หัวขโมยแจ้นไปยังประตูห้อง ทว่าไม่เป็นผล เจ้าของห้องตามมาคว้าคอเสื้อไว้ คนถูกคว้าจึงใช้มือทั้งสองข้างตะปบข้อมือของอีกฝ่าย จากนั้นออกแรงทุ่มร่างสูงของไตรตรึงษ์กะให้ลอยคว่ำลงทั้งตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้หมวดหนุ่มจากกรุงเทพฯ ดูจะระวังไว้ก่อนแล้ว เขายกเท้าหมายเอาเอวไอ้หัวขโมย มันถูกยันกระเด็นไปถึงโต๊ะหัวเตียง ข้าวของล้มระเนนระนาด มันอาศัยจังหวะนั้นเอื้อมคว้าไฟฉายกระบอกเหล็กยาวใหญ่เพื่อใช้เป็นอาวุธ

ไตรตรึงษ์วิ่งเข้าไปทันรั้งมือมันก่อนที่เจ้านั่นจะฉวยอาวุธได้ การยื้อยุดยืดเยื้ออีกอึดใจ ต่อเมื่อเห็นว่าคงสู้เขาไม่ได้ คนในเงามืดก็ตั้งใจจะโจนหนี แต่ไตรตรึงษ์ยังไม่ยอมให้มันพ้นไปง่ายๆ ในที่สุดมันจึงหันกลับมา ในระยะประชิด มือใหญ่ยื่นมา ฝังกรงนิ้วแข็งแกร่งบนกล้ามเนื้อหลังของเขา

ไตรตรึงษ์ร้อง “อ๊าก!” รู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นใส่จุดบาดเจ็บ

ใช่ มันเหมือนอีกฝ่ายตั้งใจย้ำจุดเดียวกับเมื่อยามบ่ายนั่นเอง!

. . . . . . . . .

 

Don`t copy text!