ลิงพาดกลอน บทที่ 18 : เสือเก้าชีวิต

ลิงพาดกลอน บทที่ 18 : เสือเก้าชีวิต

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

-18-

 

ราวกับว่าเสียงร้องของเขาทำให้ผู้บุกรุกตกใจ มันปล่อยมือ ทันทีทันใดไตรตรึงษ์ที่หลังแอ่นอยู่ด้วยความปวดปรี๊ด ก็ถึงกับร่วงลงกองพื้น

“โอ๊ย!”

“คุณหนู!” เจ้าของเงามืดหลุดปาก เสียงนั้นคุ้นเคย คำเรียกก็เคยคุ้น “ไปโดนอะไรมาวะ!”

ฉวยจังหวะที่รายนั้นก้มลงมา ‘คุณหนู’ ใช้ศีรษะโหม่งอกจนมันกระดอนหงายหลังแอ้งแม้ง

ขณะที่ไอ้หัวขโมยเสียหลัก ร่างสูงในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นเต่อเตรียมนอนดูไม่สมฐานะ ‘คุณหนู’ ลุกไปกระตุกกระดาษคืนจากมือมัน จากนั้นสะบัดหน้ากลับโดยไม่พูดสักคำ ไม่แม้แต่กระทุ้งศอกใส่ท้องมันไปอีกที

“หลอกกูนี่หว่า หืม?” มันหัวเราะ แต่ไตรตรึงษ์ยังแสดงท่าไม่รับรู้ ก้าวไปที่โต๊ะข้างหัวเตียง เปิดลิ้นชักเพื่อใส่กระดาษเก็บล็อกไว้

อย่างไรก็ตาม เขาทำไม่ได้ดังใจเพราะอีกฝ่ายลุกตามมารั้งศอก

เจ้าของห้องยังคงไม่พูดอะไร ขณะเดียวกันก็เริ่มใช้ศอกอีกข้างถองคนข้างหลัง

มันคงรออยู่แล้ว ศอกของเขาทั้งสองข้างจึงถูกล็อกไว้โดยอัตโนมัติ จากนั้นดึงลงข้างล่าง

“เฮ่ย!” ไตรตรึงษ์ร้อง ร่างสูงล้มนอนกับพื้นไม้ ไม่ทันพยุงกายหนี อีกฝ่ายที่สูงใหญ่กว่าก็โถมลงมา

ตุ้บตั้บขลุกขลักกันอีกอึดใจ ในที่สุดชายหนุ่มถูกคู่ต่อสู้นั่งทับอยู่บนอก มันกางเข่าวางพื้นข้างศีรษะเขาทั้งสองฝั่ง หน้าแข้งพาดทับช่วงหัวไหล่ ปลายเท้าวางใต้รักแร้ของเขา เป็นการบังคับไม่ให้ไตรตรึงษ์ยกมือขึ้นต่อตีได้ต่อไป

“ปล่อยกู ไอ้ผี!”

ได้ยินเขาร้องอย่างนั้น ‘ไอ้ผี’ กลับหัวเราะลงลูกคอชอบใจ ในแสงและเสียงฟ้าครืนคราน มันดึงอะไรบางอย่างออกมาจากหลังกางเกง กางแขนง้างอย่างคนยิงหนังสติ๊ก ครั้นเสียงตุ้บ! ดังขึ้น ดวงไฟกลางห้องก็กระจ่าง กระสุนที่มันใช้ยิงสวิตช์ไฟกระเด็นร่วง เด้งแกล็กๆ แล้วกลิ้งมาหยุดอยู่ไม่ไกล

ลูกไม้รูปไข่สีเขียว

ผลหูกวางแบบเดียวกับตอนเขาอยู่ที่สนามหญ้าเมื่อบ่ายวาน…

“กูไม่ใช่ผี” เจ้าของกระสุนพูด ต่อเมื่อไตรตรึงษ์ยังจดสายตาอยู่ ณ ลูกไม้ลูกเดิม คนพูดก็ยิ่งย้ำด้วยการก้มลงมาใกล้ๆ หน้าเขา “ดูดีๆ เร้ว”

ไตรตรึงษ์กดคางลงต่ำเพื่อหนีหน้ามันอย่างถึงที่สุด เปลือกตาก็หยีปิดอย่างแน่นที่สุดเช่นกัน

“ทำไมต้องทำเป็นไม่เห็น” ไอ้ผีไม่เข้าใจ

คงเพราะเห็นคู่สนทนายังไม่ยอมเปิดตา มันจึงยิ่งก้มต่ำลงมา ไตรตรึงษ์รู้สึกว่าลมหายใจของมันระรวยอยู่แถวปลายจมูก “หืม?”

คุณหนูพยายามเอียงหน้าหนี ตอบโดยยังไม่ลืมตา “มึงตายไปแล้ว ไม่ต้องมายุ่งกัน!”

คน ‘ตายไปแล้ว’ หัวเราะหึหึ คราวนี้นอกจากลมหายใจ ไตรตรึงษ์รู้สึกถึงปลายนิ้วสากๆ บีบส่ายปลายจมูกเขาไปมา “เข้าใจหาเรื่องงอนพี่นะจ๊ะ”

“ปล่อยกู!”

เมื่อเขายังหลับตา สัมผัสต่อมาคือจั๊กจี้ที่ลำคอ “เป็นไง เคราพี่นี่ก็ของจริงนะ เห็นมั้ย”

คนถูกเคราสีรีบหดคอหลบ เมื่อเปิดตาก็เห็นมันกำลังก้มใช้คางแหลมๆ มาจี๋คอเขา

ชายหนุ่มพยายามถลึงตา ไม่หัวเราะเพราะจั๊กจี้ เดี๋ยวจะเข้าทางมัน

ภาพตรงหน้าคือดวงหน้าซูบ แก้มค่อนข้างตอบเพราะความผอม และยิ่งขับให้จมูกดูเป็นสันโด่งขึ้น ผมและขนรอบๆ ใบหน้าที่เคยรุงรัง บัดนี้ค่อนข้างเกลี้ยงเกลาเหลือเพียงตอเตี้ยๆ จนไอ้โคร่งดูเป็นหนุ่มน้อยลงไปถนัดตา ผมสั้นเกือบเกรียนเผยให้เห็นหน้าผากนูนได้รูปที่มีริ้วเส้นบางๆ จากความตรากตรำของชีวิต คิ้วหนารับกับดวงตากลมโตล้อมด้วยขนตางอนยาวเป็นแพเพราะเชื้อสายใต้ มีแก้วตาดำใสดุจฟ้ากระจ่างดาว

หลังรอดจากศาลเจ้าไฟไหม้ มันคงรีบเปลี่ยนโฉมใหม่ป้องกันคนสายตาดี เสื้อที่ใส่นี่ก็คงเป็นเสื้อที่แอบหยิบจากตู้ของเขา ไตรตรึงษ์ตัวเล็กกว่ามันพอสมควร แม้เดี๋ยวนี้ไอ้โคร่งจะผอมลงมาก หากโครงใหญ่ก็ทำให้เสื้อยืดสีดำแทบจะกลายเป็นเสื้อเอวลอย

ริมฝีปากค่อนข้างหนามีรอยหยักชัดยิ้มกริ่ม เหมือนเอ็นดูแกมขำการกระทำของเขา “รู้อยู่แล้วว่ากูยังไม่ตาย ทำไมไม่เรียกกูออกมาตั้งแต่เมื่อวาน”

คนข้างใต้พ่นลมออกทางจมูกดังเฮอะ! “ทำงั้น กูก็ต้องมานั่งหาของกินเซ่นมึงสิ”

“โถ…” มันลากเสียงกวนบาทา “ใจร้ายกะพี่ละเกินนะยาหยี พี่ทำลงไปด้วยความจำเป็นนี่น้า”

ใช่ ไตรตรึงษ์รู้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอดหมั่นไส้มันไม่ได้

ไอ้หอยหลอกให้เขาอกเจ็บอยู่ตั้งหลายชั่วโมง มาถึงนี่ แทนที่จะส่งสัญญาณให้รู้ว่ายังไม่เท่งทึง มันกลับเก็บเงียบ ถ้าไม่เพราะกระสุนลูกไม้ลูกนั้น ไตรตรึงษ์คงไม่เริ่มเอะใจ

เมื่อวาน ขณะคุยกับลุงสมและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างสนามหญ้า มองหาจุดที่คนร้ายย้ายศพนนทกาเข้ามาแสดงในบ้านนี้ ไตรตรึงษ์รู้สึกเหมือนมีอะไรพุ่งมากระทบหลังไหล่ ความรู้สึกนั้นแทบไม่ต่างจากสมัยเด็กที่ถูกกระสุนจากหนังสติ๊ก ต่อเมื่อหันไปดู กลับพบว่ามิใช่ลูกหิน ทว่าผลจากต้นหูกวาง

ไตรตรึงษ์จำได้ว่าตนเงยหน้า กิ่งก้านหูกวางแผ่อาณาอยู่เบื้องบนก็จริง ทว่าลมแรงก่อนฝนโรยพัดไปทางซ้าย ในขณะที่เขายืนอยู่ทางขวา แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูกไม้จากต้นจะหล่นมาถูกเขาได้

ครั้นหันกลับหลัง เพ่งหาทิศทางและระยะห่างที่ ‘กระสุนลูกไม้’ พอจะพุ่งมา ชายหนุ่มพบว่ามันคือหน้าต่างที่ห้องของเขา

ไตรตรึงษ์คาใจ ทว่าไม่อาจไขข้อข้องใจ เพราะนาทีนั้น สายตากลับลากไปพบอีกอย่าง นั่นคือกำแพงจุดที่เคยมีรูใหญ่พอที่เด็กหญิงเสือดาวจะลอดไป – มาได้

ผลคือคนร้ายใช้เส้นทางดังกล่าวจริงๆ นั่นยิ่งดูประจวบเหมาะเกินพอดี ชายหนุ่มได้แต่คิดว่า ถ้าลูกไม้ไม่ได้พุ่งมา ‘สะกิด’ เขาพอดี นั่นก็แสดงว่าต้องเป็นความตั้งใจของใครสักคน!

มีคนเดียวที่ไตรตรึงษ์คิดว่าเป็นไปได้ หนึ่งคนที่หายไป ถูกกล่าวย้ำว่าตาย ทว่าไม่มีใครยืนยันได้จากศพที่พบในจุดเกิดเหตุ

ไอ้โคร่ง!

ใช่แล้ว ถ้ามันไม่ตาย ถ้ามันต้องซ่อนอยู่ไหนสักแห่ง ที่ที่สะดวกที่สุดก็คือในเรือนใหญ่ของเขานี่ละ!

ถ้าไอ้โคร่งอยู่ที่นี่ มันย่อมเห็นตลอดว่ามีใครแอบก่อการร้ายในบ้านของเขา รู้ว่าศพนนทกาเล็ดลอดเข้ามาในที่รั้วรอบขอบชิดเช่นนี้ได้อย่างไร

ไตรตรึงษ์สงสัย แต่แค่สงสัยเขาก็หายเศร้าไปอักโข ไอ้หอยของเขามันคือเสือโคร่ง เสือเป็นแมวตัวใหญ่ บางทีจะมีมากกว่าเก้าชีวิต เขาคิดว่ามันอาจรอด!

สิ่งที่สงสัยได้รับการยืนยันเมื่อครั้นกลับขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างอยู่ในห้องน้ำ เสียงตึงตังดังเรียกเขาก้าวโทงๆ ออกมา ปรากฏว่าตะกร้าผ้าล้ม จากหลักฐานในห้องดูเหมือนว่าลมแรงพัดเข้ามาทางหน้าต่าง หน้าต่างบานเดียวกับที่เขาเห็นจากสนามหญ้าตอนมองหาที่มาของกระสุนลูกไม้!

อย่างไรก็ตาม สารขู่จากในกระเป๋ากางเกง — ที่สำคัญคือการยกยายเสือดาวขึ้นมาขู่ — ทำให้เขาเริ่มคลางแคลงใจ นี่อาจไม่ใช่ไอ้โคร่ง กระนั้น หลังจากได้รู้ว่าต้นตอหนังสือพิมพ์แผ่นนั้นอยู่ที่ไหน และคนร้ายใช้เวลาเพียงชั่วแวบเพื่อกลับไปฉกมัน โดยไม่มีรอยเท้ามุ่งออกไปจากบ้าน ไตรตรึงษ์ก็เริ่มมั่นใจขึ้นอีกครั้ง ถ้าเป็นคนร้ายคงต้องรีบหาทางหนีไป แต่ถ้าเป็นไอ้โคร่ง…

และ ใช่! ที่มันส่งสารขู่ ก็เพราะมันเข้าประกบคดีนี้ชิดใกล้จนรู้ว่าอันตราย จนมันเองก็ต้อง ‘ตาย’ ไปคนหนึ่งแล้ว มันจึงเป็นห่วงเขา ทางเดียวที่จะชะงักความตั้งใจของเขาได้ก็คือยายเสือดาว เพราะเขารักเจ้าหล่อนเหมือนน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองเช่นกัน

กระทั่งดึกที่ผ่าน ไตรตรึงษ์จงใจหยั่งเชิงมันอีกครั้ง ขนเครื่องนอนออกมาพักที่ห้องนั่งเล่น ก่อนนอนแสร้งถีบผ้านวมทิ้งทั้งที่อากาศหนาวเย็น ครั้นรุ่งสางเปิดตา ผ้าก็กลับมาห่มเหนือตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์

มันห่วงเรา และที่มันกล้าแสดงตัวขนาดนี้ ก็เพราะมันรู้ว่าเรา ‘รู้’ แล้ว!

เช่นเคย กระทั่งตอนนี้ ไอ้แสนรู้ก็ยังรู้ทันว่าเขากำลังคิดอะไร มันก้มมาทำตาเล็กตาใหญ่ “ใช่ นอกจากความจำเป็น ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะพี่เป็นห่วง”

“แต่มึงก็ยังอุตส่าห์ใส่ตารางนั่นมาให้กู?”

“ก็คิดว่าดื้ออย่างมึงคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ” มันตีหน้าอกนูนเป็นลูกของเขาเบาๆ สลับไปมาด้วยมือทั้งสองข้างเหมือนเห็นเป็นกลองของเล่น “แล้วถ้ามึงเป็นแบบที่กูเข้าใจ มึงก็ควรจะมีตัวช่วยซะหน่อย จะได้กล้ามาคุยกะกูไวๆ ไม่งั้นคงรู้สึกว่ากูฉลาดกว่าแล้วไม่อยากพูดด้วย”

“ที่รีบมาดูกระดาษนี่ ก็เพราะอยากพูดกะกูงั้นสิ?”

“เปล๊า” มันทำเสียงสูงจนน่าเตะ “เห็นเดินอารมณ์ดีโชว์กระดาษเข้ามา เลยรู้ว่ามีคนอยากพูดกะกูเต็มแก่”

คนอารมณ์ดีกลับกลายเป็นหน้าแดงแจ๋ ยิ้มแก้มตุ่ย “ใครอยากพูดกะมึง!”

“อยากทำอย่างอื่น?”

“เกลียดจริงๆ ไอ้ห่า”

คนถูกเกลียดกลับหัวเราะหึหึ “เดี๋ยวคืนนี้พี่จะทำให้หายเกลียดนะจ๊ะ”

“กูจะนอน!”

“ก็นอนไปดิ เดี๋ยวกูทำเอง”

“จะทำเชี่ยไรเนี่ย” ‘คุณหนู’ ร้องเพราะถูกอีกฝ่ายยื่นมือสอดเข้าใต้ร่มผ้าช่วงเอวข้างหลัง จุดที่เมื่อครู่เหมือนมีกระแสไฟฟ้าจู่โจม “กูไม่เล่นนะโว้ย!”

“กูเป็นห่วงหลังมึง เห็นเมื่อวานติดกอเอี๊ยะไว้ด้วยนี่”

“นี่มึง…?!”

“ก็เสือกทะเล่อทะล่าออกจากห้องน้ำมาซะไว กูหนีออกไปไม่ทันเลยซ่อนอยู่ใต้เตียงนี่” คนอธิบายจุดรอยยิ้มกริ่ม “ไม่ได้เห็นแค่กอเอี๊ยะหรอก อย่างอื่นก็เห็น ผ้ามันสั้น แต่ไอ้นั่นมึงยาว” 

“คว-!”

“เข้าข้างตัวเองจังนะหนูน้อย พี่จะบอกว่าขนหน้าแข้งตะหาก!”

“ลุก!”

“พูดแค่นี้ ‘ลุก’ แล้วเหรอ!”

คนงอนเริ่มทำหน้าบึ้ง หันหนีไปทางอื่น

“อยากถูกคร่อมต่อนานๆ ก็บอก”

“กัดเจี๊ยวขาดเลยไอ้ห่า!”

“อะๆ เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่จะช่วยนวดหลัง ระหว่างนั้นจะเล่าอะไรดีๆ ให้ฟังด้วย ยกโทษให้หน่อยเถอะน้า…”

. . . . . . . . .

 

คนอาสาคงใช้เวลาที่ซ่อนตัวอยู่ในนี้สำรวจมาแล้วทุกซอกมุม ครั้นไตรตรึงษ์ยอมพยัก “เออๆ!” มันจึงแจ้นไปหยิบเจลทาแก้ปวดมาได้ว่องไว ระหว่างนั้นเจ้าของบ้านลุกไปหยิบขนมปังและอาหารแห้งๆ ที่ซื้อเผื่อไว้ตั้งแต่ช่วงเย็นออกมาจากถุงในตู้เสื้อผ้า

“โอ้โห ใจดีอย่างนี้พี่รักตายเลยเว้ย!” ไอ้ตัวดีอุทานครั้นเห็นของกิน ร่างสูงใหญ่ก้าวหย่งๆ เข้ามา กางเกงสามส่วนของเขากลายเป็นกางเกงเรี่ยเข่าของมันเท่านั้น

“แล้วทำไมยังไม่ถอดเสื้ออีกล่ะจ๊ะ”

เจ้าของกางเกงเขยิบหันหลัง กำลังจะบอก ‘เลิกชายขึ้นเฉยๆ ก็ได้’ ทว่าไม่ทันมือไวของมัน ไอ้โคร่งจับเขาเปลื้องผ้ารวดเร็ว

“เฮ่ยๆ!”

“แค่ข้างหลัง ไม่ถึงสะโพกใช่มั้ย ต้องถอดกางเกงด้วยรึเปล่า”

“ไม่ต้องโว้ย!” คนตะคอกต้องร้องเหวออีก เพราะจู่ๆ ก็ถูกมือใหญ่ของมันผลักนอนคว่ำลงไปกับเตียง

“เอาละนะ!”

“เบาๆ นะ–” ไม่ทันสิ้นคำ เสียง “โอ๊ย!” ก็ลั่น

“อย่าเสียงดังสิที่รัก เดี๋ยวลุงสมกับยายอู๋ก็ขึ้นมาขัดคอกันพอดี”

“เหี้ย!”

“ชอบหยาบคายกับพี่”

“กับคนดีๆ กูก็ไม่หยาบหรอก แม่ง…!” คนหยาบสบถ หน้าเหยเกเพราะเมื่อครู่ถูกมือนวดราดยาแล้วกดน้ำหนักมือไถปรื๊ดรุนแรง  

“เป็นอันว่าเจ็บมาถึงสะโพกละเนอะ จะได้ถอดกางเกงซะเลย”

“อย่า!”

“ล้อเล่นน่า ไม่เห็นต้องหน้าแดงขนาดนั้น”

“กูไม่ได้หน้าแดง!” ลงเสียงหนักแล้วไม่วายอุบอิบ “หันหลังอยู่มึงจะมารู้ได้ไง!”

ยิ่งเห็นเขากระฟัดกระเฟียด ไอ้โคร่งก็ยิ่งหัวเราะครึ้มใจ ผู้ถูกมองเป็น ‘ของเล่น’ จึงแผดเสียงอีก

“อยู่แต่ในนี้เหงามากสิไอ้ห่า เจอกูแล้วกวนตีนใหญ่”

“รู้ใจพี่จริงๆ คิดถึงที่สุดแหละคนนี้!” มือใหญ่ค่อนข้างสากเอื้อมมาบิดหน้าอกเต่งของเขาจนต้องร้อง

“โอ๊ย! มึงเล่ามาซะที!”

“โถ เวลาแห่งความหวานมีสั้นจริงๆ”

“เดี๋ยวกูถีบตกเตียง!” คนนอนคว่ำฮึดฮัด

“กลิ้งลงไปแล้วปากชนปากกันอย่างในละครด้วยนะ”

“กลิ้งตกบันไดลงไปเลยมึงน่ะ!” เขายกขา ทว่าคราวนี้มันค่อยประจงจับวางดีๆ เหมือนพี่ถนอมน้อง เสียงพูดเอ็นดู

“นี่ถ้าคราวนี้กูตายไปจริงๆ มึงจะไปเหวี่ยงใส่ใครวะ อัดอั้นตายห่าเลย ต้องทำท่าเป็นสุภาพบุรุษใส่ทุกคนตลอดเวลา”

คนนอนคว่ำหน้าชักแขนกลับมาก่ายกันรองคาง เอียงแก้มราบลง หลับตาพริ้มเพราะมือนวดเริ่มนวดจริงจัง และน้ำหนักค่อนข้างใช้ได้ “งั้นรอมึงตายแล้วกูจะเอาโกศมึงมาตั้งไว้ อารมณ์เสียเมื่อไหร่จะได้มีที่ระบายส่วนตัว”

“เห็นโกศพี่เป็นเซ็กซ์ทอยเหรอจ๊ะยาหยี”

“เซ็กซ์พ่อม!”

คนโดนด่ายังขำในคอ แล้วก็เงียบกันไปครู่ มีเพียงเสียงผิวหนังของสองคนสัมผัสกันอย่างเป็นจังหวะ ในที่สุดคนที่อยู่ข้างบนจึงเริ่มเล่าว่า

“มึงจำคดีค้ามนุษย์เมื่อปีก่อนได้มั้ย”

คนหลับตากำลังสบาย ต้องดึงความคิดกลับมาครู่หนึ่งจึงคราง “อืม”

คดีดังกล่าวเริ่มต้นนับแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนเมื่อสามปีก่อน ชาวรากษะครอบครัวหนึ่งเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากถูกนายหน้าค้ามนุษย์ชาติเดียวกันข่มขู่เรียกค่าไถ่หลานชายซึ่งเดินทางมาจากมาตุภูมิ ทั้งนี้คนในครอบครัวเชื่อว่าหลานชายอาจเสียชีวิตแล้วในค่ายกักกันบนเทือกเขาแถบชายแดนใต้

เนื่องจากคำให้การชัดเจน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาแกะรอยเพียงสามวันจึงได้พบค่ายดังกล่าว ภายในมีชาวรากษะบาดเจ็บถูกทิ้งไว้ คนตายรอฝัง กระทั่งหลุมศพสามสิบกว่าหลุมไม่ไกลกัน การสอบปากคำผู้รอดชีวิตนำมาซึ่งการขยายผล คราวนี้พบค่ายกักกันและหลุมฝังศพกระจายอยู่ในอีกหลายจังหวัด นายหน้าปล่อยคนในค่ายลอยแพหนีไปก่อน กระนั้น ข้อมูลสำคัญที่ได้ก็ทำให้สาวไปถึงเครือข่ายค้ามนุษย์รายใหญ่ทางภาคใต้ตอนล่าง มีการยึดทรัพย์รวมกว่า 200 ล้านบาท ออกหมายจับบุคคลสำคัญทั้งข้าราชการท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล และข้าราชการฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายได้รับคำสั่งย้าย หลังตรวจพบว่าใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายนรกนี้  

ระหว่างการพิจารณาคดี จำเลย 103 คนไม่ได้รับการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงและมีโทษสูงถึงประหารชีวิต การไต่สวนพยานนับรวมทั้งสิ้น 116 นัดต่อเนื่องกันกว่า 12 เดือน เดือนละ 8 วันโดยไม่มีการเลื่อนคดีหรือยกเลิกนัดเลย ในที่สุด กรกฎาคมปีที่แล้ว ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษานานกว่า 13 ชั่วโมง สรุปว่ายกฟ้องจำเลย 40 ราย นอกนั้นได้รับโทษสาหัสลดหลั่นกันไป

“เราพบว่านอกจากเครือข่ายที่ถูกจับดำเนินคดี ยังมีอีกสายหนึ่งที่มีอิทธิพลเหนือกว่า และหาทางเอาตัวรอดไปได้ตั้งแต่แรก แถมที่ผ่านมานี้ ก็ยังลักลอบก่อเรื่องกันต่อไม่หยุด”

“ถ้าเดาไม่ผิด อิทธิพลที่ว่ามีนายทวยหาญร่วมด้วย?”

“ก็ทำนองนั้น” ไอ้โคร่งถอนหายใจ น้ำหนักมือยังเสถียรขณะกดลูบไปตามกล้ามเนื้อหนั่นหนาอันปกคลุมด้วยผิวหนังเรียบลื่นของไตรตรึงษ์

“กูถูกส่งตัวมาเก็บหลักฐาน มึงคงรู้ แต่เดิมขบวนการพวกนี้ลักลอบขนคนเข้ามาทางทะเล แล้วก็ขึ้นฝั่งละแวกนี้”

เขาพยัก

เนื่องจากคดีใหญ่ดังกล่าว สื่อมวลชนเกือบทุกแขนงจึงแย่งกันตีแผ่เส้นทางค้ามนุษย์กันอยู่พักหนึ่ง ไตรตรึงษ์เข้าใจว่าเหตุต้นทางดูจะเกิดจากความขัดแย้งด้านศาสนา กดดันให้ชาวรากษะต้องการเดินทางลี้ภัยออกมายังประเทศอื่น จากนั้นเหล่านายหน้าค้ามนุษย์ก็ฉวยโอกาสหลอกพาชาวรากษะลงเรือใหญ่ลอยลำมาขึ้นฝั่งที่ไทยหรือมาเลเซีย

“สมัยก่อน เรือพวกนี้จะเดินทางเข้ามาหลังจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้สงบ ทะเลอันดามันไม่มีคลื่นลม ตลอดหกเดือน ธันวาถึงพฤษภา คนบ้านหลาวที่ออกเรือไปรับพวกรากษะจะใช้รหัสว่า ‘ไปขนควาย’ เรือพวกนี้ก็เลยมีชื่อว่า ‘เรือขนควาย’ ไปด้วย

“ยุคแรกไม่อึกทึกครึกโครม เพราะพวกรากษะที่เดินทางออกมายังไม่เยอะขนาดนี้ เป็นเฉพาะคนที่มีกำลังพอจะจ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าได้เท่านั้น หนีออกมาเพราะทนความเป็นอยู่แร้นแค้นไม่ได้”

คนฟังพยักหน้า เคยรู้ว่าวิธีหนึ่งที่รัฐบาลประเทศต้นทางใช้กดดันชาวรากษะก็คือ การไม่ให้สัญชาติ ไม่นับเป็นพลเมืองในประเทศเดียวกัน ฉะนั้น คนเหล่านี้ไม่มีวันเข้าถึงสวัสดิการใดๆ

“เพราะคนที่มาไม่มาก เรือที่ใช้ก็เลยเป็นเรือเล็กๆ พวกเรืออวนลอย เรือจับปูจักจั่น หรือเรือระเบิดปลา อัดมาได้คราวละ 100-200 คน ทางการยังไม่ตรวจเข้ม เลยมาส่งได้ถึงฝั่งบนชายหาดหรือแถวป่าโกงกางบ้านหลาวเลยก็มี เจ้าของเรือจะได้ค่าขนควายหัวละหมื่น แบ่งไต๋หัวละห้าร้อย ลูกเรืออีก ค่าแรงคนละสามหมื่นต่อเที่ยว”

“เรียกว่ารับกันเปรม” คนนอนรำพึงถึงกับต้องเปิดตา ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเริ่มดูจับต้องได้ มิใช่แค่นิทานในอากาศดังเช่นเคยผ่านมา

ไอ้โคร่งบีบเจลลงบนหลังเขาอีกครั้งแล้วใช้ท้องมือคลึงเบาๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ทว่าเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาให้ราบเรียบ ดุจทะเลอันดามันในช่วงเดือนแห่งความหวังอันกลับกลายเป็นน้ำตาและความตาย

“ต่อมา เกิดเหตุพิพาทกันระหว่างคนรากษะกับประชาชนที่ต้นทาง เลยมีการกวาดล้างถึงขั้นทหารไล่เผารากษะทีละหมู่บ้าน พวกนี้เลยต้องหาทางหนีออกนอกประเทศ จากเรือเล็ก เรือขนควายก็เลยพัฒนาใหญ่ขึ้น เป็นเรืออวนลาก ขนได้ 500 คนต่อเที่ยว แต่บางทีก็อาศัยอัดกันได้เหยียบพันใต้ดาดฟ้าเรือแต่งเป็นซองนอนเรียงขึ้นเป็นชั้นๆ เดี๋ยวนี้เรืออวนลากลำไหนมีซองนอนในระวางเรือเลยถูกเจ้าท่าอายัดไว้หมด–”

กรณีที่มาขึ้นฝั่งในเขตไทย มักใช้เกาะร้างนอกชายฝั่งบ้านหลาวนี่เองเป็นจุดพัก จากนั้นคนในขบวนการจะนำเรือประมงที่จดทะเบียนสัญชาติเพื่อนบ้าน ดัดแปลงใต้ท้องเรือเพื่อขนชาวรากษะมาขึ้นฝั่งแถบบ้านหลาวและจังหวัดใกล้เคียงในช่วงวิกาล มีรถขนส่งไปกักกันยังค่ายกลางป่า ทั้งในจังหวัดแถบนี้เรื่อยไปถึงมาเลเซีย ระหว่างนั้นจะเจรจาขายทาสหรือข่มขู่เรียกค่าไถ่เอากับญาติของเหยื่อ ราคาตกประมาณหกหมื่นบาทต่อคน รายได้อันงดงามนี้ดึงดูดคนกระหายมาเข้าร่วมขบวนการตั้งแต่ระดับล่างจนถึงชนชั้นบนของประเทศ

“แต่เดี๋ยวนี้พวกเรือขนควายก็ไม่ใช่จะทำงานกันง่ายๆ แล้ว ไอ้เรมันรู้ดี”

ดวงตาผู้ฟังเบิกกว้างขึ้น ทั้งที่พอเดาได้อยู่แล้ว ทว่าครั้นได้รับคำยืนยันก็ยังฝืดขมในคอ

“เรือที่แล่นจากบ้านหลาว บางทีป๊ะเรือทหารของฝั่งนั้นเข้า ไต๋ก็จะถูกจับไปขังคุก แต่ถ้าเจอตอนขากลับก็โชคดีหน่อย เรือทหารแค่ตีคู่มาส่งจนพ้นน่านน้ำ เพราะมีนโยบายผลักดันรากษะออกไปให้พ้นประเทศอยู่แล้ว แต่นี่ละ เพราะได้เงินดีใครๆ ก็อยากเสี่ยง หลังๆ เรือประมงลักลอบทำกันมากขึ้น ราคาค่าขนควายต่อหัวเลยลดลง แต่หักค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังถือว่าได้เที่ยวละราวๆ สองล้าน”

“อู!”

“พวกเถ้าแก่เรือในพื้นที่ใกล้เคียงก็อย่างนี้ทั้งนั้น บางคนเคยทำประมงหมดตัว ก็มาตั้งหลักใหม่ด้วยการขนควายจนกลายเป็นเจ้าพ่อ ขบวนการนี้มันมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มชิงไหวชิงพริบกัน แย่งตัวคนรากษะ ลักพาเหยื่อจากค่ายของกลุ่มอื่น แล้วก็ดิสเครดิตกันเอง ลูกน้องเก่งๆ ถึงสำคัญ นายทวยหาญมันเลยสมนาคุณไอ้เรกับพรรคพวกเป็นเรืออวนลากคนละลำ หน้างานก็ขนคนให้ ได้ส่วนแบ่งนิดหน่อย ช่วงปกติก็ออกเรือทำประมงไปตามเรื่อง ช่วยกระทั่งเรื่องออกใบอาชญาบัตร”

“แล้วตอนนี้คนของนายทวยหาญนอกจากไอ้เรล่ะ”

“ช่วงที่เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยเข้มงวดขึ้น หลายๆ คนก็ไม่สู้ ปล่อยมือไปทำอย่างอื่นบ้าง อีกหลายคนก็โดนหางเลขไปตอนที่มีคดีใหญ่นั่น เหลือแต่ไอ้เรที่เป็นลูกรัก แล้วมันก็ฉลาดพอจะหาทางใช้เส้นสายเพื่อรักษาตัวรอด”

“แต่มันก็ต้องมาตายเพราะคนร้ายฆาตกรรมต่อเนื่อง” ไตรตรึงษ์พยายามลำดับความเกี่ยวโยงระหว่างเรื่องที่เพื่อนเล่ากับเรื่องที่เขากำลังสืบค้น

ไอ้โคร่งคงตามเก็บข้อมูลจนพบว่า จเรมีส่วนร่วมกับขบวนการนรกนี้ จึงพยายามตามไอ้เรไปในที่ต่างๆ กระทั่งหนหนึ่งได้พบจันอับที่คาราโอเกะในซอยสะพานปลา แล้วจากนั้น…

ใช่แล้ว! ที่แท้มันเริ่มจากจุดนั้น!

ประโยคใหม่ที่ชายหนุ่มโพล่งขึ้น กลับมาแข็งขันอย่างเต็มไปด้วยพลังแห่งการสืบค้น แม้แต่นิ้วมือก็ยกขึ้นคล้ายจะชี้วาดไปในอากาศตรงหน้า “ช่วงเช้าวันที่ 23 กุมภา มึงคงแอบขึ้นไปหาหลักฐานเรื่องการขนคนรากษะบนเรือไอ้เร แต่ดันซวย เจอศพหลี่แชที่ท้ายเรือนั่นแทน!”

“เก่งมากยาหยี” มันละมือจากแผ่นหลังมาจับยอดใบหูสองข้างของเขากระดิกไปมาแทน ไตรตรึงษ์พยายามสลัดใบหน้า การถูกกวนไม่ทำให้ถดถอยจากเรื่องที่จดจ่อ

ชายหนุ่มจินตนาการเห็นภาพของไอ้โคร่งในชุดซอมซ่อ ผมเผ้ารุงรัง ลอบดอดขึ้นไปที่เรือลำนั้นในเวลาใกล้ๆ กันกับที่ฆาตกรโหดเพิ่งทำภารกิจเสร็จสิ้น  

“พวกพยานที่เห็นมึงบอกว่า มึงไปป้วนเปี้ยนแถวท่าเรือใกล้ๆ เวลาแปดโมงยี่สิบสาม — เวลาที่ไอ้คนร้ายมาร์กไว้ในรูปถ่ายของหลี่แช มึงเห็นศพ แต่คนร้ายรอดไปได้ แสดงว่ามึงสองคนคลาดกันไปไม่กี่นาที”

“ก็ไม่เชิง”

ไตรตรึงษ์เอียงคอ รอเพื่อนพูดต่อโดยตัวเองไม่ถาม

คนพูดค่อยๆ สับมือลงบนหลังเพื่อนราวกับหมอนวดผู้เชี่ยวชาญ “ตอนที่ปีนขึ้นไปแล้ว กูได้ยินเสียงกุกกัก เลยแอบย่องไปดูที่หัวเรือด้านนอกฝั่ง เห็นคนกำลังพายเรือเล็กออกไปไกลๆ ตอนแรกถึงจะงง แต่กูก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเจอศพหลี่แช ถึงเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้ แต่พอวิ่งกลับไปดูอีกที เรือลำนั้นมันก็แล่นหายไปไหนแล้วไม่รู้ กูต้องรีบหนีลงมาเพราะคิดว่าเดี๋ยวมีเรื่องแน่”

“มึงคงสงสัยว่าทำไมถึงมีคนขนศพหลี่แชมาไว้บนเรือมัน”

“ใช่ หลี่แชไม่ใช่คนธรรมดา แล้วก็ยิ่งไม่ธรรมดาสำหรับไอ้เร ในเมื่อหล่อนเป็นเมียเก็บนายหัวของมันเอง ตอนแรกกูคิดว่า ทวยหาญอาจทะเลาะกับหลี่แชจนพลั้งมือฆ่า เลยใช้ลูกน้องให้เอาศพไปกำจัด แต่พอเห็นปฏิกิริยาของไอ้เรตอนลงมาหลังจากเห็นศพ มันชัดมากว่าไอ้นี่ไม่รู้เรื่องนี้เลย แล้วพอได้สติ ไอ้ห่านี่ก็รีบแหกเอาศพไปกำจัดก่อนใครจะรู้ว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของเมียนาย แถมเป็นถึงน้องสาวมาเฟียโหด”

ไตรตรึงษ์คิดว่าถ้าเขาเป็นไอ้โคร่ง ตั้งแต่วินาทีนั้นคงยิ่งตามประกบไอ้เรชนิดไม่ให้คลาดสายตา อย่างน้อย สิ่งที่รายนั้นจะต้องทำคือโทร.หานายใหญ่เพื่อรายงานว่าได้พบอะไร และได้ทำอะไรลงไปแล้ว อะไรที่คิดว่านายต้องการ แต่ ใช่ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทวยหาญต้องการ ผู้เป็นนายจะต้องโมโหโกรธา ตามมาด้วยตื่นตระหนกว่าใครกล้าลงมือกับน้องสาวมาเฟียใหญ่ระดับหมุยแช ที่สำคัญ ทำไมต้องเอาศพแล่นไปวางในเรือไอ้เรด้วย!

นี่แหละที่ทำให้ไอ้เรหนักใจ ไม่ใช่แค่เกรงว่าฝั่งหมุยแชจะรู้ในสักวันแล้วมาเล่นงานมันเข้า ทว่าตอนนี้ แม้แต่นายหัวก็เริ่มระแวงมันเสียแล้ว ปรึกษาใครไม่ได้ ในที่สุดมันจึงนึกถึงเพื่อนเก่า และตามไปหาดวดเหล้าถึงที่บ้านไอ้ทิศ

ส่วนไอ้โคร่ง…ใช่แล้ว!

ไตรตรึงษ์ถึงกับทะลึ่งผลุงลุกนั่ง แม้แต่เพื่อนที่นวดให้อยู่ยังตกใจ ทว่าการตกใจของไอ้โคร่งเป็นแค่การเลิกคิ้ว และถ้ากับคนอื่น มันคงเหมือนเสือโคร่งที่ซุ่มกางเล็บระวัง

เสียงคนลุกนั่งแทบพร่าเพราะอารมณ์ตื่นเต้น

“มึงคอยตามไอ้เรตลอด ตอนที่มันไปกินเหล้าบ้านไอ้ทิศ พวกมันนั่งคุยกันตรงศาลาข้างรั้วบ้าน มึงคงอยากรู้มากจนไปแอบเกาะกำแพงฟัง เพราะอย่างนี้สินะ ตำรวจถึงตรวจเจอรอยนิ้วมือกับรอยเท้ามึง! มึงไปวันนั้น ไม่ใช่วันต่อมา วันที่ไอ้ทิศถูกฆ่า!”

“ใช่” ต่อให้เรื่องเครียดยังไง เจอท่าทางของเขาเข้าไป ไอ้โคร่งก็อดยิ้มขำไม่ได้ ต่อเมื่อคนถูกขำรู้ตัวแล้วตีหน้าตึง มันจึงกลับมาตีหน้าขึงบ้างเหมือนพยายามเอาใจน้อง

ไตรตรึงษ์ว่าต่อ “ตอนแรกกูนึกว่าไอ้เรไปคุยกับไอ้ทิศ เพราะเห็นข่าวนางพยาบาลศรีบวรถูกฆ่าโหดคล้ายๆ คนบนเรือมัน ที่แท้มันไปเพราะเรื่องหลี่แช แล้วก็เจ้านายตัวเอง”

เพราะพวกมันมีนายคนเดียวกัน ชายหนุ่มจำได้ อู่รถของไอ้ทิศก็เป็นหนึ่งในกิจการของนายทวยหาญ ที่สุริยันเล่า ถึงงานพวกนี้ไม่ใช่กิจการยิ่งใหญ่ แต่มันไว้ใช้ต่อยอดและควบคุมอะไรได้หลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม ไอ้โคร่งยิ้มมุมปากลึกล้ำ ตีฝ่ามือลงบนไหล่เขา “ความคิดแรกของมึงก็มีส่วนถูก”

คน ‘ถูก’ กลับผูกคิ้วสนเท่ห์

“ไอ้เรเก็บเรื่องบนเรือไว้เงียบๆ คนเดียว กระทั่งข่าวศรีบวรออกมา มันถึงอยู่เฉยไม่ได้ รีบแจ้นไปปรึกษาไอ้ทิศที่บ้านว่าสองเรื่องนี้จะเกี่ยวกันมั้ย แต่คำว่า ‘เกี่ยว’ มีความหมายลึกกว่าที่มึงเข้าใจ”

ไตรตรึงษ์ยังนิ่ง รอเพื่อนพูดต่อ

ไอ้โคร่งก้มหน้านิดหนึ่ง ทอดสายตาลงไปบนพื้น จากมุมมองของไตรตรึงษ์ แสงที่ทอดลงมาจากบนฝ้าขับให้วงหน้าส่วนล่างของมันมืดลงดูลึกลับ

“ตอนแรก ไอ้เรหวั่นใจว่านายทวยหาญจะเล่นไม่ซื่อกับมัน แต่มันไม่รู้ว่าเพราะอะไร พอดีการตายของศรีบวรทำให้มันจินตนาการคำตอบได้”

แทนที่จะพูดต่อ ไอ้โคร่งกลับหันหน้ามาจ้องเขาด้วยวาวตาที่อ่านไม่ออก “มึงจำได้มั้ย ช่วงที่ผ่านมา ทางการคุมเข้มเรื่องค้ามนุษย์ขนาดไหน–”

“เดี๋ยวนะ” เขาฉุกใจ “นี่หมายความว่า…”

“ถูก!” มันพยักหนักแน่น สีหน้าสลดลง “ไอ้เรคิดว่านายของมันกำลังวางแผนกำจัด ‘หลักฐาน’ ที่จะสาวถึงตัวเองไปทีละชิ้น หลักฐานเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะศรีบวรก็เป็นหนึ่งในขบวนการนี้ด้วย!”

ทั้งที่ทะแม่งๆ ในใจอยู่แล้วว่าเหยื่อรายนี้น่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเทาๆ สักทาง ทว่าครั้นได้ฟังอย่างนี้ ไตรตรึงษ์ถึงกับตาโต หนึ่งในขบวนการ?! นางฟ้าของคนยากเนี่ยนะ?!

พลันนั้น เสียงของจันอับกลับหวนขึ้นในหู

‘ผู้หญิงคนนั้น มีลูกตาเหมือนคนรู้จัก…รุ่นพี่ฉันเอง!’

รุ่นพี่ผู้หลอกพาจันอับมาตกนรกทั้งเป็น!

“ไม่มีใครคิดไปถึงหรอก ศรีบวรอาศัยคราบนางพยาบาลใจดี จ่ายเงินค่ารักษาให้พวกรากษะยากจน ลับหลังก็แอบชักจูงให้คนพวกนี้ไปทำงานมาใช้หนี้แทน พอเป้าหมายหลงเชื่อก็จะถูกหลอกเข้าไปในสถานกักกัน รอวันถูกขายไปเป็นแรงงานมนุษย์อีกต่อหนึ่ง”

คนฟังถึงกับอ้าปากหวอ สะท้อนใจ เป็นอันกระจ่างแล้วว่าทำไมนางพยาบาลโรงพยาบาลรัฐ รายได้น้อย กลับตอบสนองรสนิยมวิไลของตัวเองได้เต็มขีดดังที่ ร.ต.ต.สุริยันและ พ.ต.อ.ปีย์ว่าไว้

‘–ผู้ตายมีรสนิยมหรูหรา ชอบไปกินข้าวในร้านอาหารโรงแรม แถมชอปปิงออนไลน์ของแบรนด์เนมบ่อยๆ’

‘เท่าที่ตรวจสอบ ศรีบวรเปิดบัญชีเงินฝากไว้ต่างหากบัญชีนึง มีเงินโอนเข้าบัญชีนั้นเป็นระยะ แต่ละก้อนถือว่าเยอะอยู่ แต่หลังๆ ไม่ถี่เหมือนช่วงปีสองปีที่ผ่านมา’

ที่ระยะหลังไม่ถี่นัก ที่แท้เพราะงาน ‘ขนควาย’ ทำได้ยากขึ้น บางที นี่อาจเกี่ยวโยงไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับสารวัตรพรตด้วยก็ได้

มนุษย์หิวเงินทำได้ถึงเพียงนี้!

“ก่อนหน้านั้นกูก็ไม่เคยรู้เรื่องศรีบวรมาก่อนเหมือนกัน” ไอ้โคร่งบอก “แต่เพราะความกลัวของไอ้เรนี่แหละ มันแจ้นไปคุยที่บ้านไอ้ทิศ แล้วหลุดปากเรื่องศรีบวรค้ามนุษย์ออกมาด้วย มันกลัวว่าตัวเองจะเป็นเหยื่อรายถัดไป เลยอยากหนีไปให้พ้นจากที่นี่ แต่ไอ้ทิศปลอบว่านายหัวคงไม่คิดอะไรอย่างนั้น อย่างน้อยๆ ก็ในเร็ววันนี้ เพราะพวกมันกำลังจะทำเงินให้อีกก้อนใหญ่”

โดยไม่ต้องให้เขาถาม ไอ้โคร่งย้ำเอง “ใช่! พวกมันมีแผนจะ ‘ขนควาย’ ในอีกสามวันนี่ละ!”

ประโยคนั้นกระแทกใจ ลูกตาของไตรตรึงษ์กลอกลานในช่องตา ขณะปะติดปะต่อไปยังอีกเบาะแสที่เพิ่งวิเคราะห์ได้ในวันนี้

สังหรณ์วิบวับ เป็นอันว่าเขาเริ่มจะเห็นลาดเลาอันเป็นจุดหมายปลายทางของไอ้คนร้าย!

พยายามกลืนน้ำลาย ยืนยันความถูกต้องโดยออกคำถาม

“นี่…เหยื่อในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทุกราย เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าคนรากษะของนายทวยหาญใช่มั้ย”

คำตอบเป็นไปตามคาด

ไอ้โคร่งพยักหน้า

. . . . . . . .

Don`t copy text!