ลิงพาดกลอน บทที่ 20 : ผู้บงการที่แท้จริง

ลิงพาดกลอน บทที่ 20 : ผู้บงการที่แท้จริง

โดย : ปราปต์

ลิงพาดกลอน โดย ปราปต์ … เรื่องราวความตายของเพื่อนรักเรียก ‘ไตรตรึงษ์’  นายตำรวจหนุ่มกลับมาบ้านเก่าเพื่อสะสาง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องโหดร้ายที่ถูกโยงใยด้วยปริศนามากมาย …  นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

-20-

ถึงจะรู้บางเรื่องลึกกว่าคนทั่วไป แต่หมวดเสือโคร่งหรือ ร.ต.ท.มโหตร สว่างสิริ ก็ยังเป็นคนนอก วันที่ทศทิศถูกฆ่า กว่าสายสืบหนุ่มจะรู้ก็เมื่อได้ยินเสียงเล่าลือกันในตลาด — แน่นอน อาจเร็วกว่าสื่อมวลชนนิดหน่อย และเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเศษกระดาษรูปตารางคล้ายลูกเต๋านั่นแม้แต่น้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บเป็นความลับจากสื่อ

ทันทีที่รู้ข่าว มโหตรรีบตามหาเพื่อดูปฏิกิริยาจเร ปรากฏว่ารายนั้นยังเมาหลับอุตุอยู่ลำพังที่บ้าน อาจเพราะช่วงนั้นไม่ได้ออกเรือ กว่าจะตื่นจึงล่วงเลยจวบเที่ยง เนื่องจากถูกผู้เป็นนายโทร.ตาม

เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่นายทวยหาญทราบข่าวการพบศพหลี่แชบนเรือจเร มาเฟียใหญ่ก็เริ่มระวังตัวมากขึ้น ยิ่งศรีบวรกับทศทิศมาตายติดๆ กันอีก เจ้าตัวจึงนิ่งนอนใจต่อไปไม่ได้

ตอนนั้น มโหตรยังไม่รู้ว่าการตายของเหยื่อทั้งสามมีลักษณะร่วมกัน คืออ้างอิงจากโทษประหาร 21 สถาน แม้ได้ข้อมูลเพิ่มมาแล้วว่าศรีบวรเหยื่อคนก่อนก็เป็นหนึ่งในสมาชิกขบวนการค้ามนุษย์รากษะเช่นเดียวกับไอ้เรไอ้ทิศ แต่เขายังคิดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดจะเกี่ยวพันกัน นึกแต่ว่าที่ทวยหาญร้อนอาสน์ น่าจะเพราะการขนควายที่กำลังใกล้เข้ามา กอปรกับความตายของหลี่แชมากกว่า ทันทีที่เส้นสายในวงตำรวจส่งข่าวว่าไอ้ทิศถูกฆ่า มาเฟียใหญ่จึงรีบโทร.หาจเรเพื่อนัดพบด่วน

อย่างไรก็ตาม มองย้อนกลับไป ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักว่าตัวเองเข้าใจผิด

ที่จริงตอนนั้นคงมีคนกระซิบเรื่องโทษ 21 สถานให้ทวยหาญรู้แล้ว!

มโหตรไม่มีโอกาสตามเข้าไปถึงตัวทวยหาญ ได้แต่สังเกตว่าหลังจากจเรกลับมา อริเก่าดูกระวนกระวายน้อยลง คงเพราะเริ่มกลับมาเชื่อใจว่าผู้เป็นนายไม่ได้วางแผนหักหลังมัน แต่ถึงอย่างนั้น ความหนักใจของไอ้เรก็ไม่ได้คลี่คลายไปหมด

คืนต่อมา ผู้หมวดหนุ่มแอบสะกดรอยตามไปที่งานศพทศทิศ พบว่าจเรขอคุยกับสุริยัน แต่เพราะสารวัตรพรตเตร่อยู่แถวนั้น ไอ้ยันจึงสงวนท่าทีต่อหน้าเพื่อนร่วมงานที่มันไม่ปลื้ม แล้วนัดคุยกับเพื่อนวันหลัง

“ซึ่งไม่มีวันหลัง”

ไตรตรึงษ์ซึ่งขมวดคิ้วนิ่งฟังอยู่นาน ต่อคำให้

มโหตรถ่ายลมหายใจ “ใช่ เป็นความผิดที่กูไม่ได้ตามมันไปแต่แรก”

“ไม่ใช่ความผิดของมึงหรอก” คำปลอบ แต่กลับเจือสำเนียงแดกดันแปลกๆ “มึงคงตามมันลำบาก ก็คืนนั้นเล่นมีผู้หญิงไปหาถึงห้อง”

มโหตรคงพ่นขนมปังออกมา ถ้าไม่เพราะทันกลั้นหัวเราะได้เสียก่อน

ถึงนิสัยและตัวจะโตขึ้นมาก หากไตรตรึงษ์ในสายตาเขาก็ยังเป็นไอ้ลิงน้อยจอมเกรี้ยวกราดเหมือนเดิม คนข้างนอกโดยเฉพาะผู้หญิงส่วนใหญ่เห็นมันเป็นสุภาพบุรุษหน้าหวานที่ปากหวานกว่าหน้า เจ้านายส่วนมากชอบมันเพราะฉลาดพูด รู้จักจับจุดและลู่ลมตามโดยยังรักษาจุดยืนของตนไว้มั่น เรียกว่าเป็นนักปรับตัวที่ดี ซึ่งพวกที่ทำไม่ได้ก็จะคาบไปนินทาลับหลังว่าไอ้นี่เป็นพวกใช้ปากสร้างผลงานมากกว่า

กระนั้น สำหรับเขา ไตรตรึงษ์ก็ยังเป็นไตรตรึงษ์ ยังมีนิสัยของไอ้กบี่ – ลิงตัวเก่าที่เจ้าตัวสงวนเก็บไว้ใช้เฉพาะกับเขาคนเดียวเสมอ

ปกติ ในฐานะน้องคนสุดท้องที่มีญาติๆ โตกันหมดแล้ว ทั้งแต่ละรายก็ล้วนมีหน้าที่การงานดีทั้งสิ้น ไอ้ลิงจึงได้รับการประคบประหงมจนเกินตัว โชคดีธาตุแท้ที่ดีพลอยให้มันเป็นฝ่ายแจกจ่ายแก่คนที่ตัวเองเห็นว่าด้อยกว่าเสมอ รวมถึงเพื่อนบ้านผู้อัตคัดกว่าอย่างเขา กระนั้น นิสัยขี้อิจฉาชอบฟาดงวงฟาดงาของมันเกิดจากความรู้สึกว่าเขาเก่งกว่า เวลาไปมีเรื่องกับใคร พอเพื่อนตัวใหญ่ออกโรงเรื่องก็จบลงง่ายๆ มโหตรรู้ว่า ‘คุณหนูไตร’ มีความขัดแย้งระหว่างชื่นชมอยากเอาอย่าง ระคนกับความหมั่นไส้อยากเอาชนะเขามาโดยตลอด

ถ้าคุณถาม ร.ต.ท.ไตรตรึงษ์ว่าเขามาเป็นตำรวจเพราะอะไร มันจะตอบด้วยลักษณะภาคภูมิแบบที่รู้ดีว่าจะทำให้ผู้ฟังประทับใจ เพราะงานนี้เป็นงานที่ท้าทายและมีเกียรติสำหรับลูกผู้ชายน่ะครับ แต่ความจริง – ลึกสุดใจที่ดูจะมีแค่เขากับมันเท่านั้นที่รู้ — ร.ต.ท.ไตรตรึงษ์มาเป็นตำรวจ เพราะนี่คืออาชีพเดียวที่ไอ้โคร่งของมันอยากเป็น ชัยชนะของการแข่งขันจะประจักษ์ชัดได้อย่างไร ถ้าผู้เล่นเล่นกันอยู่คนละสนาม!

แต่เหมือนเคย ไอ้ลิงก็ยังเป็นไอ้ลิงที่แม้พยายามวิ่งดักหน้า แต่เงาสูงใหญ่กว่าของเขาก็ยังทอดทับยาวไปกว่าอยู่ทุกเมื่อ ในขณะที่มันทั้งทุ่มเทขวนขวาย ทั้งเอาใจเจ้านาย ทั้งพัฒนาผลงานควบคู่กัน ผลปรากฏว่ามโหตรผู้เงียบเงื่องดูเอื่อยเฉื่อยกลับยังนำหน้าเขาไปเสมอ ที่สำคัญ ในขณะที่การเติบโตของเขามีแต่เสียงชื่นชมถึงความเหมาะสม มันกลับถูกด่าขรมว่าใช้วิธีสกปรกเดินทางลัด

มโหตรไม่ขุ่นมัวที่ถูกอิจฉา ยิ่งขำด้วยซ้ำเมื่อกวนให้มันกะบึงกะบอนได้ หากถึงอย่างไร หลายครั้งก็จำต้องโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อบรรเทาอาการงี่เง่าของเพื่อนเจ้าอารมณ์ เขาขี้เกียจง้อมัน ไม่เข้าใจจนขี้เกียจทำความเข้าใจแล้วด้วยว่า ทำไมตัวเองต้องเป็นฝ่ายตามง้อมันทุกที ต่อให้บางทีเขาเป็นฝ่ายโกรธบ้าง วิธีหาทางคืนดีของมันก็คือ มันจะงอนตุ๊บป่องๆ ไปเสีย แล้วสุดท้ายเขาก็จะต้องใจอ่อนเป็นฝ่ายตามง้อมันอีกจนได้

ครั้งนี้ พอถูกเขาหัวเราะใส่ ไอ้ลิงก็เริ่มหน้าคว่ำ “เป็นเหี้ยไร”

“เปล๊า!”

ต่อเมื่อสบสายตาไม่เชื่อถือของมันเข้า เขาก็รีบยอ “เก่งนะ แป๊บเดียวได้เจอจันอับแล้ว”

“กูเก่งเสมอแหละ”

เกือบหลุดขำอีกแล้ว แต่ที่อดไม่ได้ก็คือกวนมันนี่ละ “แล้วไปอาละวาดเมียน้อยว่าไงมั่ง”

“ไหนหล่อนบอกว่ายังไม่ได้มีอะไรกับมึง” ไอ้หน้าหวานเลิกคิ้วเหมือนกำความลับอันทำให้ตัวเองมีชัย

เห็นมันมั่นใจทีไรแล้วเขาเป็นคันยิบๆ มโหตรแสร้งยื่นหน้าไปจ้องตามันใกล้ๆ อีกนิด “อยากรู้น่ะ ว่ามึงจะหึงพี่หม่าย”

“กวนตีนแบบนี้ไง หล่อนถึงเข้าใจป่วงๆ อย่างนั้น!” ไอ้ลิงยิ่งหน้าเง้า ยื่นมือผลักหน้าเขาออกมา แต่ว่ามโหตรทันคว้ามือมันเสียก่อน

“เฮ่ย! อันนั้นยืนยันได้ว่าไม่เคย” คน ‘ไม่เคย’ กอบมือขาวของอีกฝ่ายวางไว้บนตัก ใช้มืออีกข้างลูบหลังมือมันคล้ายปลอบประโลม “แต่กูหลับใกล้ๆ จันอับหลายหน สงสัยคิดถึงมึงจนละเมอเรียกชื่อให้หล่อนได้ยินน่ะซี เหมือนเวลาสารวัตรพรตเมาแล้วเผลอเรียกสารวัตรแจ้งหล้าด้วยความรักไง ไอ้ยันไม่ได้เล่าให้มึงฟังเหรอ”

คู่สนทนาทำหน้าเหม็น แต่ก็เหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นได้เสียก่อน ตากลมโตสีน้ำตาลของมันจึงเบิกกว้างขึ้น “จริงด้วย! จันอับบอกว่าสารวัตรพรตกำลังคบอยู่กับนางพยาบาลศรีบวรนี่นา?”

“ใช่ คืนที่ไอ้เรถูกฆ่า หล่อนก็บอกกูอย่างนั้น”

ชายหน้าจืด เงียบขรึมจนดูอมทุกข์ เนื้อแก้มเยอะยิ่งทำให้ดูคล้ายอมความอะไรอยู่ตลอดเวลา มโหตรเคยคิดว่าท่าทางเจ้าตัวไม่เหมือนคนปลิ้นปล้อนที่สามารถพลิกลิ้นเรียกผลประโยชน์จากแทบทุกฝ่าย แต่นั่นละ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ การเข้ามาสืบความในบ้านหลาวยืนยันให้รู้ว่า อะไรที่คาบเกี่ยวด้วยสีเทา ล้วนมีเงาเจ้าหน้าที่รัฐผู้นี้ทอดร่วมอยู่ด้วยทั้งสิ้น!

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการอำนวยความสะดวกแก่พวกธุรกิจสกปรกนั้น ต่างกันไกลกับประเด็นคบหาลับๆ กับหนึ่งในสมาชิกแก๊งค้ามนุษย์ โดยเฉพาะเป็นสมาชิกรายที่ถูกฆ่าโหดด้วยเรื่องอันดูจะเกี่ยวเนื่องกับสัมพันธ์สวาท พอได้ข้อมูลจากจันอับเช่นนั้น มโหตรจึงคิดว่าควรเริ่มหันมาจับตาสารวัตรพรตอย่างจริงจังเสียที

เช้าวันต่อมาสายสืบหนุ่มพรึงเพริดเมื่อพบว่าจเรกลายเป็นศพไปอีกราย เขารีบสะกดรอยตามสารวัตรพรต ปรากฏว่าเจ้าตัวเดินทางไปเข้าพบทวยหาญ จุดนี้ประเมินได้ว่าความตายของจเรน่าจะไม่ใช่ฝีมือผู้เป็นนาย ทวยหาญคงยิ่งสังหรณ์ใจมากกว่าว่าภัยร้ายนี้มีเป้าหมายที่พวกตน

ชายหนุ่มตาโตอีกทีเมื่อจู่ๆ สารวัตรพรตก็รีบร้อนออกจากจุดนัดพบ ปรากฏว่าเกิดเรื่องที่โรงพัก จดหมายปริศนาถูกส่งมาพร้อมภาพความตายของหลี่แช!

แม้จะเคยทำคดีลึกลับซับซ้อนมามาก หากความยอกย้อนหนนี้แทบไม่ต่างจากถูกคนร้ายสับขาหลอก ตอนแรกมันทำคล้ายต้องการใส่ความไอ้เร แต่ก็กลับนิ่งเฉย รอจนเป้าหมายกลายเป็นศพแล้วถึงจะป้ายสี ไม่รู้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ เขาไม่มีเวลาใคร่ครวญตามลำพังนานนัก เพราะเย็นนั้น แค่กลับถึงที่พักก็พบว่ามีคนดักรออยู่

“มึงคงตกใจที่เห็นเป็นไอ้ยัน แต่ไหนๆ เรื่องก็ลุกลามขนาดนั้นแล้ว เลยตัดสินใจออกจากที่ซ่อนไปตบบ่ามันเอง แล้วขอจับเข่าคุยเรื่องทั้งหมด” ไอ้ลิงดักคอ ร่างสูงขาวและอวบไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นลอนงามของมัน ก้าวกลับจากลุกไปค้นถุงพลาสติก ในมือมีน้ำเปล่าที่ซื้อเผื่อให้อีกขวด

มโหตรรับไว้ “ยาหยีรู้ใจพี่แท้ๆ”

ถึงมันทำหน้าเรียบๆ เหมือนไม่ได้ยิน แต่เขารู้ดีว่าเพื่อนซี้แอบกระหยิ่มที่ได้รับคำชม

“แล้วเป็นไง หลังจากไอ้ยันยอมเปิดใจเล่าให้มึงฟังทั้งหมด”

มโหตรซดน้ำอั้กๆ สายน้ำไหลลงข้างมุมปากและเลื้อยลงลำคอ ต้องใช้หลังแขนยกซับลวกๆ พลางตอบ “กูได้รู้เรื่องโทษประหาร 21 สถานเป็นครั้งแรก แล้วก็คงเหมือนมึงละ งงกับไอ้เกมเลขบ้าๆ ที่เพิ่งได้เห็น จากนั้นก็ตะลึงที่รู้ว่าสารวัตรพรตมีคู่รักอยู่แล้ว แถมเป็นผู้ชาย”

เขาจงใจดักคอมันบ้าง ไอ้ลิงจะได้ไม่ลำพองเกินไปว่ามันรู้ทันเขาไปเสียหมดฝ่ายเดียว

อีกฝ่ายหน้าหุบไปนิดหน่อยตามคาด แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ นิสัยของมัน พอเริ่มจะไม่ยอมแพ้ก็มักเถียงข้างๆ คูๆ “กูเหมือนมึงแค่ตรงที่ผิดคาดเพราะได้ข้อมูลมาก่อนว่าสารวัตรพรตควงอยู่กับศรีบวร ส่วนเรื่องมีแฟนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมันเรื่องของเขา กูพีซี (1)

“อือ พีซีแอปเปิลด้วย น่าหม่ำ”

“กวนส้นตีน!”

“ใครเริ่ม”

มันพ่นลมหายใจออกมาคล้ายๆ เสียง หึ “แล้วตกลงว่าไง”

ท่าทางจะเริ่มงอน เพราะแย่งขวดน้ำคืนไปเก็บเลย

คนถูกงอนยังไม่วายแสร้งออกปากส่งเสียง อ้า! แสดงความสดชื่น “ได้ยินชื่อสารวัตรแจ้งหล้า กูพอจะรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่เพื่อความแน่ใจก็เลยขอข้อมูลกลับไปที่ภาคแปด”

“ทำงานที่เดียวกัน มึงไม่เคยเจอหน้าค่าตาเขารึไง” ไอ้งอนเดินตุ่ยๆ กลับมาที่เตียง คราวนี้หยิบเสื้อกล้ามมาสะบัดพึ่บๆ เป็นสัญญาณว่าจะใส่จริงๆ แล้วด้วย

มโหตรไม่ห้าม ตอบว่า “เคยไม่กี่หน กูอยู่สายสืบ ส่วนเขามันสายสอบสวน ว่ากันว่าปกติพี่แจ้งแกเป็นคนไนซ์ แต่จะดุมากถ้าเกี่ยวกับเรื่องงาน แกค่อนข้างตงฉิน ที่แปลกคือ แกก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แถมเป็นผู้หญิงด้วย”

“อะไรกันแน่วะเนี่ย ข้อมูลมึงผิดแล้ว กูว่า” คนใส่เสื้อเสร็จยังไม่เลิกรา

“ดูเหมือนว่าสารวัตรพรตจะคิดเกินเลยไปแค่คนเดียวนะ เพื่อนพี่แจ้งบอกว่า พี่แจ้งแกสนิทกับสารวัตรพรตมาตั้งแต่รุ่นพ่อ จริงๆ ตัวพี่แกเองก็รู้แหละว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่แกไม่เคยว่าอะไร เพราะเป็นคนใจกว้าง อีกอย่าง สารวัตรพรตเองก็ไม่เคยทำอะไรเสียหาย ค่อนข้างจะน่าสงสารด้วยซ้ำ รายนี้ไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย กระทั่งพี่แจ้งคบกับแฟนจนจะแต่งงานกันอยู่แล้วยังแอบมองอยู่อย่างนั้น มองด้วยความปรารถนาดี” คนเล่าวรรคเล็กน้อย ก่อนถาม “อินมั้ย”

“ไม่อิน”

“นึกว่ามึงพีซี”

“ไม่เกี่ยว”

“แต่กูโคตรอินเลย อีกฝ่ายจะแต่งงานกันอยู่แล้ว”

คนข้างๆ ลุกหยิบถุงใส่ขนมปังไปทิ้งถังขยะ “เลิกนอกเรื่องแล้วเล่าต่อให้จบๆ ซะที”

“กูกลัวพรุ่งนี้จะโดนคนฟังประหารเหมือนนางเซเฮเรซาด (2) อะดิ”

“มึงตายไปทีนึงแล้ว ไม่ต้องปอดแหก”

เขาหัวเราะ ยอมเล่าต่อว่า “สามปีก่อน ตอนเรื่องรากษะบูมขึ้นมา พี่แจ้งกับทีมเป็นแนวหน้าตะลุยเรื่องนี้ แต่ก็อย่างที่รู้ งานนี้มีขาใหญ่แจมเต็มไปหมด พวกแกโดนข่มขู่สารพัด โดยเฉพาะพอพี่แจ้งขุดเจอเรื่องโยงมาแถวฝั่งบ้านหลาว มันก็เริ่มจะมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น หัวหน้าแกเคยบ่นว่าผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแม่งไม่เหลียวแลห่าอะไรเลย แต่ตัวพี่แจ้งแกไม่กลัวอะไร ใครเตือนอะไรก็ไม่ฟังเพราะถือว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูก จนเช้าวันนึงตอนกำลังจะมาทำงาน รถของแกเกิดอุบัติเหตุ ตัวแกบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ตาย ใครๆ ก็ว่ามีโอกาสรอด แต่ปรากฏว่าไม่รู้ยังไง ผ่านไปสองคืนแกหมดลมเสียเฉยๆ แล้วก็ไม่มีการตรวจสอบอะไร งุบๆ งิบๆ บอกว่าเป็นเพราะพิษบาดแผล จากนั้นไม่นานหัวหน้าแกเองก็โดนสั่งย้ายไปชายแดน เลยขอลาออกจากราชการแล้วลี้ภัยไปอยู่ออสเตรเลีย”

“หมายความว่า สารวัตรแจ้งหล้าตายเพราะพวกค้ามนุษย์รากษะงั้นเหรอ?”

“ก็เข้าใจกันว่าอย่างนั้น แต่ไม่มีใครพูดอะไรไป”

“ประเด็นอาจเกิดจากที่ไม่มีใครพูดอะไรออกไปเลย!” เนื้อเสียงและอารมณ์ผู้ฟังหนักหน่วงขึ้น

“ใช่” มโหตรพยัก “นั่นทำให้สารวัตรพรตตัดสินใจเริ่มลงมือเอง!”

คำพูดของเขาไม่ได้แข็งกร้าวไปกว่าเคย และไอ้ลิงก็คงพอจะปะติดปะต่อจนคาดเดาเรื่องราวได้บ้างแล้ว ทว่าครั้นได้รับคำยืนยันจริงๆ มันก็ยังมีลักษณะอ้าปากค้าง

“สารวัตรพรตเห็นกูตั้งแต่วันที่ตามขึ้นไปบนเรือไอ้เร แกเริ่มระวังตัวและแอบสืบเงียบๆ เหมือนกันว่าผู้ชายที่ตัวเองเห็นคนนั้นคือใคร เพราะไม่เชื่อว่า ‘นายแชน’ เป็นแค่คนงานในตลาดปลา แล้วกว่ากูจะรู้เรื่องของแก ก็ยังช้ากว่าที่แกรู้เรื่องของกู”

“หมะ…หมายความว่า?”

“พอกูวางสายจากคนที่ภาคแปดได้ไม่นาน ก็มีเมสเสจเข้ามาใหม่…”

‘พรุ่งนี้เก้าโมงครึ่ง เจอกันตามแผนที่ที่จะส่งให้ตอนเช้า มาคนเดียว แล้วคุณจะได้เข้าใจว่าทำไมผมถึงทำอย่างนี้ หมวดเสือโคร่ง จาก พรต’

. . . . . . . . . .

ชั้นต้น ร.ต.ท.มโหตร สว่างสิริ เบิกตาโพลงในความมืดของห้องพักโกโรโกโส เวลานั้นล่วงดึกแล้วทว่าชุมชนแออัดแถบสะพานปลาไม่เคยเงียบลง คนงานตลาดปลาเมาเหล้าโหวกเหวก บางห้องเพิ่งกลับจากคาราโอเกะ อย่างไรก็ตาม ไม่มีเสียงใดดังไปกว่าเสียงในหัวใจเขา มันโกลาลั่นระทึกอยู่ในอก

หลายปีที่ทำงาน ใช่ว่าไม่เคยพลั้งพลาด แต่ทุกครั้งเป็นการพลาดอย่างฉิวเฉียดและสามารถกู้สถานการณ์คืนได้ นี่เป็นครั้งแรกโดยแท้จริงที่ฝ่ายตรงข้ามรู้ทัน แถมยังส่งสารเชิญชวนราวกับจะท้าทาย

มโหตรพยายามคาดการณ์ ผู้ส่งสารกำลังคิดทำอะไรแน่

เฉพาะข้อมูลที่ได้มา เป็นเพียงเรื่องเล่าอันพอจะปะติดปะต่อได้ว่าสารวัตรพรตอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ — แค่ ‘อาจ’ แต่ยังไม่มีหลักฐานฟันธง เจ้าตัวเองก็น่าจะเดาได้ ทำไมไม่แสร้งแสดงบทไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป ขณะเดียวกันก็หาทางปิดปากเขาเงียบๆ นั่นดูจะสมเหตุสมผลกว่า โดยเฉพาะเมื่อคิดว่า จากเรื่องที่ผ่านๆ มา คดีฆาตกรรมต่อเนื่องแทบไม่พบช่องโหว่ ต่อให้ตั้งธงได้ว่าคนร้ายเป็นใคร แต่การสืบหาหลักฐานมายืนยันจะต้องเสียเวลาอีกนานพอสมควร ถึงคราวจวนตัวตอนนั้น เจ้าตัวยังสามารถไหวทันแล้วหลบหนี

หลบหนี…

หรือเหตุผลอาจอยู่ตรงนี้!

ถ้าต้องหลบหนี นั่นหมายความว่าแผนที่วางมา เรื่องยากลำบากซึ่งเพียรก่อขึ้นมา จะกลับไร้ค่าทันที เหยื่อที่จัดการได้เป็นแค่สมุนปลายมือปลายเท้า ถ้าแผนล่ม เป้าหมายตรงใจกลางจะยังลอยนวล เป้าหมายอันเป็นเหตุให้มโหตรปลอมตัวมาปะปน เพื่อสืบหาหลักฐานโค่นล้มขบวนการของมันเช่นกัน

อาจเป็นนี่ต่างหากที่สารวัตรพรตอยากบอก

เราเดินคนละทาง แต่มีปลายทางเหมือนกัน!

ใช่! จุดประสงค์ของอีกฝ่ายคือการ ‘เจรจา’ การจับมือกันเท่านั้นจะช่วยให้แผนการของเจ้าตัวเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเคลือบแคลงยังมี

แน่หรือว่าถ้าไปถึงที่นั่น สารวัตรจะไม่ฉวยโอกาสจัดการเราซะ

ไม่หรอก เขาบอกตัวเองได้อีก

สารวัตรพรตจะรู้ว่าเขาต้องเตรียมการไว้ ถ้าไม่เหลือชีวิตกลับมา ข้อมูลลับของรายนั้นก็อาจไม่เหลือเป็นความลับด้วยวิธีการใดสักอย่างเหมือนกัน ฉะนั้น ทางออกเดียวคือ ‘เจรจา’ ต้องโน้มน้าวให้เขายอมร่วมมือให้ได้ — อย่างน้อยก็ในบางหัวข้อ ความสำเร็จของแผนการคนร้ายกลายเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของเขาด้วยเหตุนี้!

แล้วทำไมเราถึงจะต้องไป

คำถามนี้ยิ่งตอบง่าย ก็เพราะหลักฐานที่ยังหาไม่พบนั่นไงเล่า! ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ ก็อาจไม่ได้ลูกเสือ บางทีนอกเหนือจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง สารวัตรพรตอาจบอกเรื่องเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ให้เขาได้มากกว่าด้วย  

ในความมืด คน ‘ตอบได้’ ถอนหายใจหนักหน่วง

เพราะสิ่งที่ตอบได้และเท่าทันยิ่งกว่านั้น คือเหตุผลเบื้องลึกจากความรู้สึกที่ค่อยๆ กลั่นตัว

แต่ไหนมา มโหตรรักความถูกต้อง ยึดถือบิดาเป็นวีรบุรุษ ถึงพ่อจะตายก่อนเขารู้ความ แต่ตำนานชีวิตพ่อก็หล่อหลอมให้เขาภาคภูมิ อยากยึดเป็นอย่าง อยากทำงานหนัก เป็นตำรวจตงฉินที่ช่วยกวาดล้างเหล่าร้าย อุดมการณ์ของเขาคงมั่นและยิ่งใหญ่จนสามารถทอดถ่ายให้ไอ้ลิงอยากก้าวตาม แต่ขณะเดียวกัน ฉากชีวิตก็ทำอะไรให้เขา ‘รู้เห็น’ อะไรหลายๆ อย่าง

ชายหนุ่มไม่ได้เติบโตมาบนเบาะนุ่มเหนือหอคอยงาช้างอย่างเพื่อนรัก เขาเข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์ เท่าทันพอจะบอกได้ว่าใต้ฉากหน้าของความ ‘ดีงาม’ ที่คนส่วนใหญ่ใฝ่หาหรือยกยอ ที่แท้มีความไม่ดีมากมายค้ำหนุน โลกคือเวทีแห่งการเล่นแร่แปรธาตุ และการแลกเปลี่ยนประโยชน์เท่านั้นคือสัจนิรันดร์ ความดีที่บริสุทธิ์จึงอาจบริสุทธิ์ยิ่งกว่าลมอากาศ มันมองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ ถ้าเริ่มสัมผัสได้นั่นแสดงว่าถูก ‘แรง’ บางอย่างเริ่มผสมกระทำเข้าให้แล้ว!

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ ‘รู้สึก’ จึงกลายเป็นความเห็นใจผู้ ‘ต้อง’ ร้ายมากกว่า

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ พ.ต.ต.พรต ถิรสมบัติ ไม่ใช่คนร้ายโดยกมลสันดาน ด้านการทำงาน ก่อนหน้านี้ไม่ถึงกับโดดเด่น ขณะเดียวกัน ถ้าเลี่ยงได้ เจ้าตัวก็ไม่เคยข้องแวะเรื่องโสมมจนกลายเป็น ‘ปลาเน่า’ กระทั่งมรณกรรมของเพื่อนรักนั่นละ ความสูญเสียและโศกเศร้าจึงค่อยๆ หลอมเปลี่ยนเจ้าตัวไปเป็นอีกคน

สารวัตรพรตรักพี่แจ้งเสมอมา รักอย่างไม่ต้องการใดๆ ตอบแทน เท่าที่แหล่งข้อมูลบอกไว้ เจ้าตัวไม่เคยริษยาคนรักของพี่แจ้งด้วยซ้ำ ทั้งยังคอยช่วยเหลือห่วงใยแม้ในวันที่พี่แจ้งตายจาก ขณะที่หญิงสาวรายนั้นร่ำไห้กับวิวาห์ที่แหลกสลาย ชายอีกคนน้ำตาตกในเพราะผู้เป็นดั่งดวงใจเหลือเพียงภัสมธุลี ดวงใจที่ได้แต่เก็บมิดเม้นในอกตน

ความอาดูรนั้นจะมหาศาลปานไหนกันนะ ความหวังที่ไม่เคยมีกลับย่อยยับป่นปี้ลงไปอีก สารวัตรพรตตระหนักว่าตัวเองกับเพื่อนไม่มีวันคู่เคียง ขอเพียงได้สุขเมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นสุข ทว่าสุดท้าย ฝันนั้นยังมีอันพินาศไปเพราะน้ำมือคนชั่ว

ยิ่งคิดถึงความดีที่เพื่อนยึดมั่น คิดถึงระบบยุติธรรมอันประหนึ่งวงกตมืด ไหนจะเหล่าคนเลวที่ยังลอยนวลต่อตา เสวยสุขและก่อกรรมโดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร สารวัตรพรตคงคิดว่า ถึงเวลาที่ต้องชำระด้วยวิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน!

เหยื่อทุกรายที่เจ้าตัวลงดาบ จึงล้วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายของสารวัตรแจ้งหล้า กับทั้งแผนที่ลงมือ ก็ดูจะมีเป้าหมายเรียกคืนความเป็นธรรมให้กับคนรัก มากกว่าบ้าคลั่งอย่างก่อการร้ายไม่เลือกตัว

นี่เอง แรงขับสำคัญที่กำลังจะผลักให้เขารับปากคำชวน

ที่แท้ ตาชั่งในใจได้เอนเอียงลงแล้ว ที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ จึงไม่ใช่กลัวว่าไปแล้วจะถูกอีกฝ่ายหักหลัง แต่เขากำลังกลัวว่าตัวเองจะหักหลังตัวเองมากกว่า!

นี่เรากำลังเข้าข้างคนร้ายงั้นหรือ เรากำลังรู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรมกับสารวัตรพรต แล้วแม้แต่กฎหมาย…ก็กำลังจะไม่ให้ความเป็นธรรมกับเจ้าตัวซ้ำอีก!

เพราะสิ่งที่เขาทำ กฎหมายและความเท่าเทียมที่เคยยึดมั่น กลับกำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์คุ้มกันเดนมนุษย์ ตรงข้าม กฎหมายกลับไม่อาจคุ้มครองผู้รักษากฎอย่างพี่แจ้ง หรือแม้แต่ตัวสารวัตรพรตได้ กลายเป็นเครื่องมือตอกย้ำให้ ‘คนดีๆ’ ต้องตัดใจเลือกเดินอีกทาง ยังไม่นับผู้บริสุทธิ์อย่างชาวรากษะและเหยื่อในคดีนานาที่อมนุษย์พวกนั้นได้ก่อกรรมไว้ พวกเขาได้รับความเท่าเทียมและการคุ้มครองจากกฎหมายอย่างที่สมควรเป็นแล้วหรือ

ถ้าวันนี้มโหตรหันหลังกลับ รายงานเจ้านายตามจริง ปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินตามขั้นตอนจนจบ สารวัตรพรตต้องโทษ แม้ไม่โดนประหาร แต่พ้นออกมาชีวิตก็คงพังทลายจนไม่อาจกู้ หรือแย่ยิ่งกว่า – ระหว่างนั้นอาจถูกนายทวยหาญส่งคนมาลอบฆ่าด้วยความแค้น เหล่านี้เท่ากับว่า กฎหมายจะกลายเป็นเครื่องมือย่ำยี ‘ชีวิต’ คนดีๆ คนหนึ่งไปโดยแท้จริง ขณะเดียวกัน ยังไม่อาจรับรองได้ว่า กฎหมายจะสามารถเอาผิดขบวนการค้ามนุษย์ที่เขาเพียรพยายามถอนรากถอนโคนได้หรือไม่

ความมืดของคืนนั้นกลับมืดกว่าทุกคืนที่เคยผันผ่าน นาน และร้อนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นาทีหนึ่งมโหตรสำนึกว่า นี่อาจเป็นเพียงเสี้ยวเศษของความมืด ความนาน และความร้อนอึดอัดทุกข์เทวษที่สารวัตรพรตเคยเผชิญมาก่อน ความมืดที่ไม่เห็นแม้เพียงเศษแสงหรือประกายสะท้อนจากคุณค่าความดีงามเดิมที่เคยยึดถือ ทว่ายิ่งตรอง ยิ่งก้าว กลับยิ่งพบแสงดาวมฤตยูที่เริ่มวิบวับกระจ่างตาขึ้นทุกที

บางที นี่คือบทเรียนหนึ่งที่รายนั้นต้องการให้เขา ‘รู้สึก’

เหตุผลนานาอธิบายได้ด้วยปาก ปรัชญาก้าวหน้าสารพันถูกผลิตและชูค่าได้โดยความคิด

แต่ความรู้สึกเท่านั้น ต้องจมลึกในเมือกหนืดของมันด้วยตัวเองเสียก่อน เราจึงจะซาบซึ้งว่าบ่วงเชือกของเหตุผลและปรัชญาที่คนอื่นว่ากัน แท้จริงแล้วเหนียวแน่นและแข็งแรงพอจะช่วยเราไต่ตะกายขึ้นไปได้หรือไม่

. . . . . . . . .

 

ห้าชั่วโมงถัดมา ร่างสูงของ ร.ต.ท.มโหตร สว่างสิริ ลุกขึ้นจากเสื่อน้ำมัน เนื่องจากไม่มีโอกาสรู้สถานนัดหมายก่อน ชายหนุ่มจึงแทบไม่อาจเตรียมการใดๆ นอกจากส่งข่าวให้เจ้านายสายตรงรับรู้ว่ากำลังจะเสี่ยงภัยบางประการ จากนั้น เขาเล่าข่าวลับที่ล่วงรู้ — แต่ยังไม่อยากให้เจ้านายรู้ตอนนี้ — ทิ้งไว้ในอีเมลส่วนตัว ตั้งเวลาส่งไว้ในช่วงดึกวันพรุ่ง หากวันนี้สารวัตรพรตตุกติก และเขาไม่สามารถเอาตัวรอดคืนมา อีเมลนี้จะถูกส่งโดยอัตโนมัติ เมื่อนั้นคนจากภาคแปดจะรับช่วงต่อสะสางเรื่องทั้งหมดแทน แต่ถ้าเขารอดมาได้ นั่นก็เป็นอีกเรื่อง

เรียบร้อยแล้ว สายสืบหนุ่มจึงลอบเดินทางไปยังบ้านพักของสารวัตรพรตซึ่งตั้งอยู่บนถนนเล็กๆ อีกฟากเมือง จอดรถเครื่องโปเกห่างออกมาหน่อยแล้วค่อยไปด้อมๆ มองๆ ปรากฏว่าเก๋งของบุคคลเป้าหมายยังจอดอยู่ด้านหน้า

นี่ดูน่าจะเป็นสัญญาณดี

สารวัตรพรตไม่ได้รีบออกไป แสดงว่าไม่มีความตั้งใจไปจัดเตรียมสถานที่เพื่อก่อการร้ายดักเขา แต่ก็อีกละ เหตุฆาตกรรมต่อเนื่องที่ผ่านมาระบุว่าน่าจะมีผู้ลงมือมากกว่าหนึ่ง บางทีสารวัตรพรตอาจให้หุ้นส่วนไปรออยู่ที่นั่นแล้วตั้งแต่เมื่อคืนก็ได้

เกือบหกโมงครึ่งเป้าหมายจึงจะขับรถออกจากบ้าน มโหตรขับตามห่างๆ กะได้ว่าทางที่มุ่งมาคือเส้นออกนอกตัวเมือง ตึกรามด้านข้างค่อยๆ ลดขนาดและเรียงรายห่างกัน รถบนถนนก็เริ่มบางตาลงทุกที

เจ็ดโมงกว่า เก๋งคันหน้าเลี้ยวเข้าปั๊มพีทีเล็กๆ แห่งหนึ่ง ภายในมีรถใช้บริการอยู่แล้ว 2-3 คัน สารวัตรพรตเข้าจอดในซองข้างห้องน้ำด้านหลัง ไม่นานแผนที่ของจุดนัดหมายก็ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือตามสัญญา ข้อความประกอบว่า

‘โกดังน้ำมันเถื่อนกลางสวนยาง ใช้ชื่อคนอื่น แต่ที่จริงคือของทวยหาญ บางครั้งใช้จุดพักพวกรากษะ มีคนคุ้มกันแน่นหนา’

อีกครั้ง ข้อความนั้นบ่งนัย ความนัยยิ่งประกาศชัดครั้นประตูรถเจ้าของข้อความเปิดออก ร่างสูงติดจะผอมก้าวเลี้ยวเข้าห้องน้ำ แต่เห็นได้ถนัดว่าจงใจไม่ล็อกรถ

มโหตรจอดรถเครื่องไว้ไม่ไกลกัน ก้าวไปยังรถคันดังกล่าว ชะเง้อมองพบว่าด้านหลังมีผ้าใบผืนใหญ่กางคลุมเบาะหลังดูรุงรัง

ชายหนุ่มเปิดประตูขึ้นรถ

นอนแอบราบที่พื้นล่าง แล้วกางผ้าใบคลุมตัวเองเพื่อรอรถออก

. . . . . . . . .

เชิงอรรถ

(1) PC – Political Correctness หรือ ความถูกต้องทางการเมือง คือ มาตรการการแสดงออกทางความคิดเห็นหรือทัศนคติที่พยายามหลีกเลี่ยงการดูหมิ่น หรือการก่อความรู้สึกในทำนองเหยียดเชื้อชาติ เพศสภาพ ความบกพร่องทางร่างกาย ฯลฯ

(2) นางเซเฮราซาด จากเรื่อง พันหนึ่งราตรี (อาหรับราตรี)

Don`t copy text!