มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 7 : นายท่าน

มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 7 : นายท่าน

โดย :

มนตร์เบญจรงค์ เรื่องราวของน้ำทอง หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังงามกลางสวน กับการได้ครอบครองเบญจรงค์โบราณลายเทพบุตรทรงกลมแป้นที่ได้มาในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ และเบญจรงค์ใบนี้ทำให้เหตุการณ์ในบ้านอันสงบสุขของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นิยายออนไลน์ โดย จรัสพร ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-7-

 

กังไสฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟายาว ในสถานที่แห่งหนึ่ง ที่แน่ๆ คือที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา หนุ่มตี๋ขี้โกงพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้สึกเจ็บหนึบๆ ที่บริเวณปลายคิ้ว เอามือลูบก็พบว่าถูกพันไว้ด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะ เมื่อคิดทบทวนไปมาจึงจำได้ว่า เขาโดนประตูตู้เครื่องเพชรกระแทกแล้วมาโดนกรอบรูปไม้สักขนาดใหญ่ตกใส่บริเวณเดียวกันทั้งสองครั้ง ไม่อยากจะนึกเลยว่าบาดแผลจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่เขาขับรถมาโรงพยาบาลนี่นะ ทำไมหมอถึงให้มานอนตรงโซฟาล่ะ หนุ่มตี๋มองไปรอบห้องก็หายสงสัยทันที ท่ามกลางแสงไฟสลัว นี่มันห้องวีไอพี ที่บ่อนของนายท่าน ว่าแต่เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน กังไสค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างงง ๆ

นายท่านเดินเข้ามาพร้อมสมุนทั้งสี่ ปิง วัง ยม น่าน บางทีก็เขาก็นึกขันภาพที่ได้เห็น นายท่านชื่อ เจ้าพระยา มีสมุนเป็นแม่น้ำสี่สายหลัก ช่างเข้าชุดกันจริงๆ ทุกคนอยู่ในชุดดำสวมแว่นตาดำ แม้กระทั่งนายท่านก็เช่นกัน แต่งตัวเหมือนกัน ใส่แว่นเหมือนกัน ท่ายืนก็จัดระเบียบมาอย่างดี นายท่านยืนกลาง ปิง วัง ยม น่าน ประกบข้างละสอง เห็นแล้วให้นึกถึงขบวนการเรนเจอร์เป็นยิ่งนัก จริงๆ แล้วกังไสไม่เคยเห็นหน้าเต็มๆ ของนายท่านเลย ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนเมื่อไหร่ก็จะมากันเป็นแพ็กอย่างนี้เสมอ

“ฟื้นแล้วเหรอกังไส” นายท่านส่งเสียงทักมา

“สวัสดีครับนายท่าน ผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรครับ นายท่านกรุณารับผมออกมาจากโรงพยาบาลใช่ไหมครับ ” กังไสยกมือไหว้พร้อมถามนายท่านผู้มีอิทธิพล

“ดูเหมือนผมยังไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ เกี่ยวกับการใช้หนี้ตามข้อตกลงของเรานะคุณกังไส วันนี้ผมเลยต้องพาคุณมาดูแล สภาพคุณตอนที่นอนให้หมอที่โรงพยาบาลสัตว์ เย็บแผลให้นี่มันดูไม่จืดจริงๆ” นายท่านพูดพลางหัวเราะในลำคอ

“อะไรนะ โรงพยาบาลสัตว์ มะ หมายถึงสัตวแพทย์เป็นคนเย็บแผลให้ผม” หนุ่มตี๋ขี้โกงคราง

“ก็คุณขับรถเข้าไปในโรงพยาบาลสัตว์ แล้วจะเอาหมอศัลยกรรมที่ไหนเย็บแผลให้คุณล่ะครับ” ผู้มีอิทธิพลตอบ เหล่าสมุนต่างหัวเราะประสานเสียงกันราวกับนัดเอาไว้

กังไสรู้สึกพิพักพิพ่วนอยากอาเจียน ปวดหัว มวนท้อง เจ็บแผลที่หางคิ้วมากมาย อาการต่างๆ ประเดประดังกันเข้ามาเกิดจากความเครียด จนเขาแทบทนไม่ไหว เอามือกุมหัว ร้องลั่น

“โอ๊ยยยยยย…”

“อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะกังไส จนกว่าคุณจะใช้หนี้ผมตามที่เราตกลงกันเอาไว้ ของโบราณของ ดร.ลงยาตามรายการที่ผมจดให้ และเครื่องทองของน้ำทองเพื่อนคุณ ผมต้องได้ของพวกนั้นมา คุณถึงจะเป็นอิสระ แต่ว่าตอนนี้คุณป่วย ปิง วัง ยม น่าน…”

“ขอรับ นายท่าน ขอรับ นายท่าน ขอรับ นายท่าน ขอรับ นายท่าน” ทั้งสี่คนส่งเสียงขานรับไล่โน้ตกันราวกับนักร้องประสานเสียงผู้มีความสามารถ

“ไปจัดการแปรสภาพห้องนี้ให้เป็นห้องพยาบาล เตรียมเตียงคนไข้มา หาหมอกับนางพยาบาลมาประจำ จัดเครื่องมือแพทย์ให้พร้อม เราจะดูแลคุณกังไสที่นี่ และเขาจะต้องหายภายในสามวัน” นายท่านสั่ง

“ขอรับ นายท่าน ขอรับ นายท่าน ขอรับ นายท่าน ขอรับ นายท่าน” ทั้งสี่คนส่งเสียงขานรับไล่โน้ตอีกครั้ง

นายท่านเจ้าพระยาพยักหน้าให้สัญญาณ ทั้งหมดเข้ามาโพสท่าร่วมกันแล้วก็เดินออกไปอย่างเป็นระเบียบเหลือกังไสนั่งกุมศีรษะอยู่ด้วยความเจ็บปวด

ไม่นานนักก็มีชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คนใส่ชุดหมีสีกรมท่าแบบชุดช่างเข้ามาในห้อง ส่วนหนึ่งนำฉากผ้าสีขาวมากั้นรอบโซฟาที่กังไสนั่งอยู่ คนที่เหลือต่างช่วยกันยกย้ายเฟอร์นิเจอร์ เปลี่ยนหลอดไฟ ขนของเข้าออกกันอย่างรีบเร่ง หากแต่แทบไม่มีเสียงครืดคราด โครมครามเลย เพียงครึ่งชั่วโมงก็มีนางพยาบาลนำอ่างน้ำอุ่นและผ้าขนหนูเข้ามาเช็ดตัวให้เขา แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคนไข้ชายสีฟ้า จากนั้นฉากสีขาวที่กั้นอยู่ถูกยกออกไปพร้อมโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มที่เขานอนอยู่เมื่อครู่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นโซฟาสีควันบุหรี่ พยาบาลสาวพาเขามานอนบนเตียงคนไข้ควบคุมด้วยรีโมตไฟฟ้า กังไสมองไปรอบห้องที่เคยเป็นห้องวีไอพี พรั่งพร้อมไปด้วยบาร์เหล้า ชุดคาราโอเกะ โต๊ะสนุกเกอร์ บัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นห้องคนไข้พิเศษในโรงพยาบาลเอกชนชั้นหนึ่งได้ราวเนรมิต ที่เหมือนยิ่งกว่านั้นคือมีนายแพทย์ เข้ามาตรวจร่างกายและบาดแผลของเขาอย่างละเอียด พร้อมฉีดยาแก้อักเสบ แก้ปวด หนุ่มตี๋ขี้โกงหลับไปอย่างอ่อนเพลียในที่สุดเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ…

ณ คฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คุณรักร้อยเดินเข้ามาหาลูกชายที่มุมโปรดในสวน ปกติเขาจะนั่งร้อยดอกไม้ หากแต่วันนี้เขากลับนั่งเล่นไอแพดกับคุณคำนึงอย่างสนุกสนานราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เมื่อหันมาเห็นเธอเดินมาก็ร้องทัก

“คุณแม่ท่าน ลูกกำลังเล่นกระดานชนวนกับพ่อคำนึงสนุกอยู่เชียว คุณแม่ท่านมีธุระอันใดจะใช้ลูกฤๅเจ้าคะ”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่ทำครองแครงกะทิโรยงาคั่วหอมๆ เห็นเป็นของโปรดลูกแม่เลยยกมาให้”

คุณรักร้อยตอบลูกชายพลางเบี่ยงตัวบังไม่ให้สาวใช้ที่ถือถ้วยตามมามองเห็นคุณคำนึง ที่มีแต่มือเล่นเกมในไอแพดกับบุตรชายของเธออย่างสนุกสนาน ข้างๆ มีโถเทพธิดาวางอยู่ เธอรีบรับถ้วยขนมมาถือไว้พร้อมโบกมือให้สาวใช้ออกไป พ่ออินในร่าง ดร.ลงยาหันมามองคุณรักร้อยด้วยสายตาอ่อนโยน เขารับรู้ได้ถึงความรักและความเมตตาที่สตรีผู้นี้มีต่อบุตรชายอย่างสุดหัวใจ เหมือนแม่เขาสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ นึกแล้วก็เศร้าใจนัก นับแต่การตายจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา บิดามารดาของเขาเองไม่ได้เห็นแม้กระทั่งศพของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน นั่นคงเป็นทุกข์ที่หนักที่สุดแล้ว พ่ออินจึงรับถ้วยจากมือคุณรักร้อยมาวางไว้ข้างตัวแล้วทรุดลงกับพื้นกราบเท้ามารดาของ ดร.ลงยาด้วยความเคารพรัก คุณรักร้อยถึงกับตื้นตันทรุดตัวลงไปกอดบุตรชายน้ำตาปริ่ม

“เออ วันนี้ลงยาเป็นอะไรถึงได้มากราบเท้าแม่ ไม่เอาลูก ลุกขึ้นมา เดี๋ยวกางเกงเปื้อนหมด”

“คุณแม่ท่าน ผมรักคุณแม่ที่สุด” พ่ออินกล่าวด้วยความรู้สึกจากใจที่อยากจะสื่อไปถึงมารดาของเขาเองที่ไม่มีโอกาสได้พบกันอีกชั่วนิรันดร์

“กินขนมนะลูก เดี๋ยวแม่จะกลับไปดูเด็กๆ ทำเครื่องหอมกันหน่อย ของเก่าจะหมดอยู่แล้ว” คุณรักร้อยพูดจบก็เดินกลับไปเรือนมนิลา

ดร.ลงยาในร่างเทพธิดาบนโถมองตามมารดาไปอย่างเศร้าใจที่เขาไม่มีโอกาสได้ทำอย่างที่พ่ออินทำ ตอนนี้ได้แต่นึกขอบใจบุรุษผู้นั้นที่ทำหน้าที่ลูกแทนเขาได้อย่างดี ทีแรกเขาคิดจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้มารดาฟัง แต่ด้วยความที่มารดาของเขาถือศีลอย่างเคร่งครัดและจะไม่ยอมพูดปดโดยเด็ดขาด หากได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะนำภัยมาสู่ตัวท่านก็เป็นได้

หลังจากกังไสออกจากบ้านไป ดร.ลงยาจึงเรียกบรรดาผีๆ ทั้งหมดที่อยู่ในบ้านมาประชุมกันพร้อมกับแนะนำพ่ออิน ผู้ที่จะมาอาศัยร่างของเขาชั่วระยะเวลาหนึ่งให้เหล่าผีทั้งหลายได้รู้จัก และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับผีในบ้านฟัง เพื่อที่จะให้จับตาดูกังไส สิ่งที่ลงยาห่วงที่สุดนั้นไม่ใช่โบราณวัตถุในบ้าน หากแต่เขาห่วงคุณรักร้อยผู้เป็นมารดาและสวัสดิภาพของเหล่าผีๆ ในคฤหาสน์แห่งนี้มากกว่า เพราะเมื่อกังไสโดนผีอากงจัดการเสียจนบาดเจ็บ เชื่อว่าคงจะไม่หยุดแค่นั้น และคงหาวิธีมาเอาเครื่องเพชรอีกจนได้ ขณะนี้เท่ากับว่ามารดาของเขาอยู่คนเดียวในบ้าน พ่ออินนั้นเพียงมาอาศัยร่างเขาอยู่ ซึ่งถ้าหากโดนมนตร์สะกดก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย  ดร.ลงยาบอกให้ผีทุกตนเฝ้าดูและขัดขวางกังไสเท่าที่จะทำได้ และระวังไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ กับมารดาของเขา ถ้าเหตุการณ์ยังเป็นอย่างนี้ ในไม่ช้ากังไสคงจะพาพ่อครูสะยามินมาจัดการกับวิญญาณในคฤหาสน์นี้อย่างแน่นอน

ที่บ้านเรือนไทย หลังจากกังไสกลับไปแล้ว น้ำทองซึ่งบัดนี้กลายร่างเป็นเทพบุตรหน้าโถเบญจรงค์ ก็ได้เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำบ้าน ทุกคนและทุกผีต่างต้องมาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมหน้า ฝั่งคนมีแม่จันทร์ ลุงตัน ป้ามาลี ฝั่งผีต่างก็ลอยตัวมากันครบครัน ไม่ว่าจะเป็นตามั่นกับตาคงนายทวารบาลหน้าบ้าน แม่พรายกระซิบ แม่เอื้องคำ แม่บัว แม่เมขลา แม่แย้ม คุณประยงค์ แม่ช้อยนางรำ เมื่อมากันครบ น้ำทองก็เปิดประชุมทันที ลุงตัน ป้ามาลี เหล่าวิญญาณต่างตกใจมากที่เห็นสภาพหญิงสาวเจ้าของบ้านกลายเป็นภาพวาดอยู่หน้าโถเบญจรงค์ และแม่จันทร์ผีสาวแปลกหน้ามาสิงสู่อยู่ในร่างของเธอแทน หญิงสาวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทุกคนและทุกผีฟัง จากนั้นก็บอกคร่าวๆ ในสิ่งที่จะต้องทำกัน

“ตอนนี้หนูค่อนข้างลำบาก เพราะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทั้งตัวขยับได้แต่ปาก อย่างที่เห็นกัน เรื่องนี้มันเกิดจากการที่หนูกับ ดร.ลงยาต้องการจะช่วยปลดปล่อยวิญญาณของพ่ออินและแม่จันทร์ที่ถูกกักขังอยู่ในโถเบญจรงค์ แต่ไม่คิดเลยว่ากังไสจะสมคบคิดกับพ่อครูสะยามิน สลับวิญญาณหนูและ ดร.ลงยามาอยู่ในโถเบญจรงค์แทน ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ ไอ้เพื่อนทรยศ มันเป็นคนวางแผนทั้งหมด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน อย่าให้มันรู้ว่าหนูสามารถติดต่อกับพวกเราได้ แม่จันทร์ต้องตามใจกังไสไปก่อน ลุงตันกับป้ามาลีต้อนรับอย่างปกติ หนูเชื่อว่าเดี๋ยวมันก็คงต้องมาอีก เพราะมันอยากจะได้เครื่องทองที่หอพระ เราคงจะต้องหาทางป้องกันแบบไม่ให้มันรู้ตัว” น้ำทองกล่าว

“ทำไมคุณกังไสถึงเลวได้ขนาดนี้ เสียแรงเป็นเพื่อนรักกับคุณหนูมาหลายปีนะครับ ผมว่าแล้วเชียว ท่าทางแกดูแปลกๆ เอาเถอะครับเดี๋ยวผมจะไปปรึกษาหลวงตาดูว่ามีวิธีช่วยเหลือคุณหนูกับคุณดอกเตอร์ได้อย่างไรบ้าง” ลุงตันพูดขึ้นมาด้วยความโมโหและเป็นห่วงคุณหนูของเขา

“โถ คุณหนูของป้า โดนเพื่อนทรยศ คราวหน้าถ้ามาป้าจะไม่มองหน้าเลยคอยดูสิ” ป้ามาลีกล่าวด้วยความโกรธเคือง

“ฉันก็จะปกป้องสมบัติของฉันไว้ให้คนในตระกูลของเราเท่านั้น ไอ้เจ้านั่นมันจะมาใช้เล่ห์ฉกฉวย ก็จะเจอดี” วิญญาณคุณประยงค์กล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เมื่อเห็นคุณทวดของเธอกล่าวเช่นนั้น น้ำทองก็นึกขึ้นมาได้ว่ากังไสคงจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเฉยๆ อย่างแน่นอน เขาต้องหาทางมาเอาคืนกับพวกผีๆ ที่นี่แน่ๆ ที่สำคัญ พ่อครูสะยามินเก่งมาก จึงบอกกับลุงตันให้เร่งไปปรึกษาหลวงตาโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นตัวเธอเองและผีๆ ในบ้านคงแย่

“ลุงตันรีบไปปรึกษาหลวงตา ให้ไวเลยนะคะ พ่อครูของไอ้กังมีอาคมแก่กล้ามาก ถ้ามันพามาที่นี่ เดี๋ยวพวกเราจะเดือดร้อนค่ะ”

“ได้ขอรับคุณหนู ผมจะไปวันนี้เลย” ลุงตันรับคำ

“ป้ามาลีคะ รบกวนช่วยเป็นธุระเรื่องจัดหาอาหารให้หนูด้วยนะคะ แล้วให้แม่เอื้องคำเป็นคนเอามาป้อนหนูในนี้ หนูไม่อยากอดอยากเหมือนตอนที่พ่ออินกับแม่จันทร์อยู่ในโถนี่ แล้วก็จัดการเรื่องนิมนต์หลวงตามาทำบุญทุกวันพระให้เป็นปกตินะคะ” หญิงสาวหันไปบอกคนเก่าแก่

“ได้ค่ะคุณหนู เดี๋ยวป้าจะจัดการให้ หมั่นสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยนะคะ หนักจะได้กลายเป็นเบา ร้ายก็จะกลายเป็นดี จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่หนอ คุณหนูของป้า”

“ทุกคนและทุกผี ต้องช่วยกันดูแลแม่จันทร์ในร่างหนูให้เหมือนดูแลหนูนะคะ แม่เอื้องคำสอนแม่จันทร์ใช้ไอแพดด้วย เพราะเราอาจจะต้องติดต่อสื่อสารกับทางบ้าน ดร.ลงยา ทุกอย่างอย่าให้มีพิรุธ อย่าให้ไอ้กังรู้ได้ว่าหนูสามารถสื่อสารกับทุกคนได้นะคะ” หญิงสาวสั่งความกับคนและผีในบ้าน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณคำนึงจัดแจงช่วยพ่ออินแต่งตัวใส่เสื้อสูททับเสื้อเชิ้ตไหมสีจำปาตัวใน นุ่งโจงกระเบนผ้าไหมลายเทพนมเรียบร้อย พร้อมจะไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย พร้อมสื่อการสอนที่ ดร.ลงยาสั่งการให้คุณคำนึงเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยและอัดเสียงบรรยาย  และเพื่อความไม่ประมาท จึงให้พ่ออินนำโถเบญจรงค์ไปที่ห้องบรรยายด้วย เมื่อแต่งตัวเสร็จ จึงบอกให้พ่ออินไปลาคุณรักร้อยที่เรือนมนิลา เหมือนที่เคยทำตามปกติ

“คุณแม่ขอรับ กระผมมาลาไปมหาวิทยาลัยขอรับ” พ่ออินคลานเข้าไปกราบคุณรักร้อยที่ตักดังที่ ดร.ลงยาเคยปฏิบัติเป็นปกติทุกวันก่อนจะไปสอนหนังสือ

“จ้ะลูก กับข้าวกับปลาแม่เตรียมให้เรียบร้อยแล้วนะ วันนี้มีต้มกะทิสายบัว กับผัดพริกขิง”

คุณรักร้อยกอดบุตรชายของเธอก่อนที่จะคลายวงแขน มาจุมพิตแก้มซ้ายขวา อันเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นประจำตั้งแต่เล็กจนโต แต่วันนี้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าสัมผัสที่เคยคุ้นแปลกเปลี่ยนไป เธอเก็บความสงสัยไว้เงียบๆ ในใจ

หลังลาคุณรักร้อยเสร็จ พ่ออินในร่างของ ดร.ลงยาก็มาขึ้นรถโรลส์-รอยซ์คันงามที่มีนายพร้อมเป็นคนขับไปส่ง เมื่อถึงมหาวิทยาลัย เทียมจันทร์รีบมาเปิดประตูรถให้อาจารย์ของหล่อน พร้อมยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย

“จารย์ฮะ สวัสดีฮะ ส่งกระเป๋ามาเลยฮะ”

ลูกศิษย์คนสนิทของ ดร.ลงยายื่นมือมารับกระเป๋าด้วยความเคยชิน หากแต่วันนี้อาจารย์ของหล่อนกลับยื้อกระเป๋าเอาไว้ไม่ยอมส่งให้เหมือนทุกวัน และยังมองหล่อนด้วยสายตาติเตียนอีกต่างหาก

“ออเจ้าเป็นหญิงหรือเป็นชาย ดูท่าทางกระดางลางพิกล มาแย่งยื้อของในมือครูบาอาจารย์ได้อย่างไรกันเจ้า” พ่ออินพูดพลางมองหน้าสาวมาดทอมอย่างไม่พอใจ

“อ้าว…เทียมจันทร์ก็ช่วยจารย์ฮะถือของอยู่ทุกวันนี่ฮะ อ๋อ ถ้าไม่อยากให้ถือกระเป๋า เดี๋ยวช่วยยกโถเบญจรงค์นี่ไปก็ได้นะฮะ” พูดจบสาวทอมหุ่นเซ็กซี่ก็อุ้มโถเบญจรงค์ เดินนำพ่ออินไปยังห้องพักอาจารย์ โดยมีนายพร้อมถือตะกร้าหวายใบโตบรรจุอาหารกลางวันเดินรั้งท้ายไปเป็นขบวน

เมื่อจัดการวางสัมภาระเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย สาวมาดทอมก็นำกาแฟมาเสิร์ฟอาจารย์ของหล่อน

“จารย์ฮะ กาแฟฮะ” เทียมจันทร์ยกถ้วยกาแฟมาวางตรงหน้าพ่ออินในมาด ดร.ลงยา

“ขอบน้ำใจเจ้า เดี๋ยววันนี้ข้าจักต้องไปสอนที่แห่งใดบ้าง”

พ่ออินถามลูกศิษย์สาวทอมเพื่อความมั่นใจ หากแต่เทียมจันทร์ยังไม่ทันได้พูดอะไร ‘จารย์ฮะ’ ของหล่อนก็นั่งหน้าซีดขาวไม่มีสีเลือด นายพร้อมซึ่งยกตะกร้าอาหารตามมา เห็นพอดี จึงเข้าไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง เมื่อสัมผัสตัวก็ต้องตกใจที่อุณหภูมิร่างกายของเขาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ และอาการที่ตามมาคือหนาวสั่นอย่างไม่มีสาเหตุ เทียมจันทร์และนายพร้อมต่างตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ดร.ลงยาที่อยู่ในร่างเทพธิดาหน้าโถเห็นอาการของพ่ออินก็ทราบได้ว่าไข้ป่าที่ถูกเสกด้วยลูกกลอนเวทมนตร์ของพ่อครูเริ่มออกอาการแล้ว เขาขยับปากจะบอกทุกคน แต่ก็ต้องหักห้ามใจเพื่อไม่ให้เรื่องราววุ่นวายไปกว่านี้ พ่ออินถูกนำส่งโรงพยาบาล โถเบญจรงค์และตะกร้าอาหารถูกลืมไว้ในห้องพักอาจารย์ โชคดีที่ในตะกร้ามีคุณคำนึงอยู่ เมื่อทุกคนออกไปหมด ดร.ลงยาจึงส่งเสียงเรียกคุณคำนึงให้ออกมา แล้วต่อโทรศัพท์หาน้ำทอง แม่เอื้องคำเปิดสปีกเกอร์โฟน ให้ได้คุยกัน

“คุณน้ำทองครับ ผมลงยานะครับ ผมมีเรื่องขอความช่วยเหลือคุณหน่อยครับ” เสียงชายหนุ่มดังมาตามสาย

“สวัสดีค่ะคุณลงยา มีอะไรให้ดิฉันช่วยเหรอคะ” หญิงสาวถาม

“ตอนนี้พ่ออินจับไข้ กำลังไปโรงพยาบาล ผมอยากให้คุณดูแม่จันทร์ว่ามีอาการอะไรหรือเปล่า ผมสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากยาลูกกลอนเวทมนตร์ที่พ่อครูเอาให้กินก่อนกลับกรุงเทพ ที่สำคัญตอนนี้ผมถูกทิ้งอยู่ที่ห้องพักอาจารย์ คุณหาทางมารับผมกับตะกร้ากับข้าวไปโรงพยาบาลด้วยได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะคุณลงยา เดี๋ยวดิฉันจะไปกับแม่จันทร์และลุงตัน”

น้ำทองบอกให้แม่จันทร์ไปตามลุงตัน แล้วพากันไปที่มหาวิทยาลัย เมื่อไปถึง รปภ.ไม่ยอมให้แม่จันทร์ในร่างน้ำทองเข้าไปนำตะกร้าและโถเบญจรงค์ออกมาจากห้องทำงานของ ดร.ลงยา เขาจึงแก้ปัญหาโดยการให้คุณคำนึงโทรศัพท์ เข้าไปที่โต๊ะ รปภ.แล้วเขาก็คุยกับ รปภ.เพื่อให้อนุญาตให้แม่จันทร์เข้าไปเอาของในห้องพักอาจารย์

“สวัสดีครับ โต๊ะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คณะศิลปกรรมศาสตร์ครับ” รปภ.ผู้เคร่งครัดรับสาย

“ครับ นี่ผม ดร.ลงยานะครับ ตอนนี้ผมอยู่โรงพยาบาล ผมวานให้เพื่อนเข้ามาเอาตะกร้าอาหารกับโถเบญจรงค์ จะให้เอากลับไปที่บ้าน ช่วยเปิดประตูห้องให้เขาเข้าไปด้วยนะครับ เพื่อนผมชื่อคุณน้ำทอง”

“ได้ครับ ดอกเตอร์ เธออยู่ตรงหน้าโต๊ะผมพอดีครับ สวัสดีครับ”

หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว รปภ.นำแม่จันทร์และลุงตันเข้าไปเอาของในห้องพักอาจารย์ แล้วพากันไปที่โรงพยาบาล ระหว่างทางลุงตันสังเกตเห็นว่าแม่จันทร์อาการไม่ค่อยจะดี เหมือนกับคนจะเป็นไข้ จึงปรึกษากับน้ำทอง ตกลงกันว่าจะพาไปส่งโรงพยาบาลเดียวกันกับที่พ่ออินอยู่  

ดร.ลงยาและน้ำทองปรึกษากันมาตลอดทางว่าจะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรดี ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะให้แม่เอื้องคำกับคุณคำนึงช่วยต่อสายเฟซไทม์ให้น้ำทองและลงยาคุยกันทุกเช้าและก่อนนอน เพื่อจะได้รายงานสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด  

“ดิฉันไม่คิดเลยว่ากังไสจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด สนิทที่สุดของดิฉันเลยนะคะ” น้ำทองบอกกับลงยา

“อย่าคิดมากไปเลยครับคุณน้ำทอง จริงๆ แล้วคุณกังไสเองเขาอาจจะเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ว่าเราไปมองเขาเป็นอีกอย่างหนึ่ง และเราเลือกที่จะเชื่อว่าเขาเป็นอย่างที่เราคิดเลยมองข้ามความบกพร่องของเขาไปจนเกิดเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ขึ้น”

“เวลาคุณพูดครับในร่างเทพธิดานี่ดูแปลกๆ นะคะ” น้ำทองแซวอย่างนึกสนุก

หญิงสาวพยายามมีอารมณ์ขันและทำใจให้ไม่กังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถือว่านี่คือช่วงเวลาชดใช้กรรมและพยายามใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสวดมนต์ ทำสมาธิ และมองโลกในแง่บวกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“คุณเองก็แมนใช่ย่อยนะครับคุณน้ำทอง พูดคะขาในร่างเทพบุตร ผมถามจริงๆ เถอะ คุณนึกโกรธคุณกังไสบ้างไหมที่เขาทำให้คุณมีสภาพเป็นแบบนี้” ลงยาอยากรู้ความรู้สึกของผู้ร่วมชะตากรรม

“แหม มันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะคะ ใครจะไปคิดว่าจะมีโอกาสมีซิกซ์แพ็กโดยไม่ต้องไปฟิตเนส ถามว่าดิฉันโกรธไอ้กังไหมเหรอคะ ตอนนี้เอาจริงๆ นอกจากความรู้สึกเวทนาตัวเองและคุณแล้ว ก็สงสารมันมากกว่าค่ะ คุณรู้ไหมคะ ดิฉันอโหสิให้กังไสและพ่อครู รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่มีส่วนทำให้เรามีสภาพแบบนี้ทุกวันเลย อยากให้ทุกสิ่งจบกันในชาตินี้ ฉันเชื่อว่าตัวไอ้กังก็คงไม่ได้อยากจะทำอะไรกับเราอย่างนี้หรอกค่ะ แต่มันคงจนตรอก แล้วคุณล่ะคะรู้สึกโกรธไอ้กังมันไหม” น้ำทองตอบแล้วถามชายหนุ่มกลับ

“จะว่าไม่โกรธคงเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ได้อาฆาตอะไรนะครับ ตอนนี้ผมคิดว่า ตัวผมเองคงเคยไปทำอะไรกับคุณกังไสไว้ เลยต้องมาใช้กรรม พอคิดอย่างนี้แล้วก็สบายใจ ดีเสียอีกอยู่อย่างนี้เหมือนได้มาปฏิบัติธรรม ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร ผมก็ทำเหมือนที่คุณน้ำทองทำนั่นแหละครับ อโหสิกรรมให้คุณกังไส พ่อครู และทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่อาฆาตพยาบาทจองเวรกัน แผ่เมตตาให้ อุทิศบุญให้ เพื่อที่เขาจะได้มีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะผมคิดว่าเท่าที่เขาทำกับเราก็บาปมากพออยู่แล้ว  ยิ่งถ้าเราไปโกรธเคืองตอบโต้ก็เท่ากับไปสร้างกรรมร่วมกันอีก ไม่จบไม่สิ้น” ลงยาบอกกับหญิงสาว

รถมาถึงโรงพยาบาล ลุงตันบอกเจ้าหน้าที่เวรเปลให้มารับแม่จันทร์นอนไปบนเตียงเข็น ตอนนี้ไข้ของแม่จันทร์สูงขึ้นอย่างน่ากลัว น้ำทองและลงยาจำต้องรออยู่ในรถ เพราะลุงตันไม่สามารถแบกโถเบญจรงค์สองใบวิ่งไปมาเพื่อดูแลแม่จันทร์ได้ ลงยาจึงเรียกคุณคำนึงออกมาจากตะกร้า มาป้อนอาหารให้น้ำทองและตัวเขาเองจนอิ่ม เมื่ออิ่มแล้วน้ำทองสบายใจจนเผลอนึกว่า ดร.ลงยาเป็นเพื่อนสนิท จึงแหย่เขาเล่นอีก

“นี่คุณลงยา คุณนี่ก็แมนไม่ใช่เล่นนะคะ ที่คุณพูดเมื่อกี้ทำเอาฉันเกือบหลงรักคุณแน่ะ ถ้าไม่ติดว่าคุณเป็นสาว ฉันคงขอแต่งงานกับคุณแล้วนะ รักจริง ๆ เลยผู้ชายที่มีทัศนคติที่ดีในการมองโลก ไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง” หญิงสาวในร่างเทพบุตรพูดไปพร้อมทำตาลอยชวนฝัน

“คุณน้ำทองครับ เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดว่าผมเป็นสาวเสียที ขอบอกเลยนะครับว่าผมเป็นผู้ชาย เป็นแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณไปเอามาจากไหนว่าผมเป็นเกย์ ขอร้องอย่ามโนเลยครับ ผู้ชายยังไงก็เป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำ ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดสักนิด เพียงแต่ผมเป็นคนที่รักความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยเท่านั้นเอง ได้โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ รู้อย่างนี้แล้วคิดจะขอผมแต่งงานบ้างไหมล่ะครับ” ลงยาชี้แจงจบก็แกล้งหยอดน้ำทอง

น้ำทองกำลังดูดน้ำจากแก้วที่คุณคำนึงเอามาจ่อปากให้อยู่พอดี เจ้าหล่อนถึงกับสำลักน้ำ แล้วหันมาค้อนต้นเหตุ ก่อนที่จะมีการปะทะคารมกันต่อ ลุงตันเดินมาพอดี

“คุณหนูครับ ตกลงคุณหมอขอตัวแม่จันทร์ไว้ดูอาการนะครับ เดี๋ยวเราไปหาพ่ออินกันก่อนดีกว่า”

ลุงตันถือโถเบญจรงค์สองใบ พร้อมตะกร้าอาหารพะรุงพะรังไปหาพ่ออินที่ห้องพักดูอาการคนไข้ ซึ่งมีเทียมจันทร์ดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด ลุงตันวางตะกร้าอาหารและโถเทพธิดาลงที่โต๊ะข้างเตียงคนไข้ แล้วชวนเทียมจันทร์คุยเพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจให้ลงยาและพ่ออินได้ปรึกษาหารือกัน ไม่นานนักคุณรักร้อยก็เปิดประตูเข้ามาในห้องพักคนไข้ส่งเสียงมาก่อนตัวด้วยความเป็นห่วงบุตรชาย

“ลงยา เป็นอะไรไปลูก เมื่อเช้ายังเห็นดีๆ อยู่เลยนี่นา”

“อยู่ๆ ก็เป็นไข้  แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วขอรับคุณแม่ แต่คุณหมอบอกให้อยู่รอดูอาการก่อน เพราะที่ผมเป็นนี่มีอาการคล้ายกับไข้มาลาเรีย แต่เจาะเลือดดูแล้วไม่พบเชื้อ คุณหมอยังหาสาเหตุอยู่ว่าเกิดจากอะไร” พ่ออินในร่างของ ดร.ลงยาตอบคุณรักร้อย  ขณะนี้อาการทางกายของเขานั้นหายราวปลิดทิ้งทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไข้ขึ้นสูง ตัวร้อนจัดราวกับมีไฟสุมอยู่ในตัว

“สวัสดีฮะคุณแม่ จารย์ฮะตอนนี้ปลอดภัยดีแล้ว แต่เดี๋ยวเทียมจันทร์ว่าจะอยู่เฝ้าไข้จารย์ฮะ เผื่อคุณแม่อยากกลับบ้านไปปฏิบัติธรรมต่อจะได้ไม่เสียเวลานะฮะ” เทียมจันทร์รีบเสนอตัว

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหนู ขอบคุณมาก เดี๋ยวฉันเฝ้าไข้เอง หนูเป็นผู้หญิงมาค้างอ้างแรม คุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วงนะจ๊ะ อ้าวแล้วคุณมาหาใครคะนี่” คุณรักร้อยตอบปฏิเสธสาวทอมอย่างสุภาพพลางหันมาถามลุงตันด้วยความสงสัย

“นี่ลุงตัน คนของบ้านคุณน้ำทองขอรับคุณแม่ ผมให้แวะไปนำตะกร้าอาหารกับโถเบญจรงค์มาให้ขอรับ พอดีผมลืมไว้ที่มหาวิทยาลัย แล้วคุณน้ำทองก็มาป่วยอยู่ที่เดียวกันด้วย ไม่มีอะไรแล้วผมขอบคุณมากนะครับลุง ไปดูคุณน้ำทองเถอะครับ ฝากบอกเธอด้วยว่าผมเป็นห่วง” พ่ออินกล่าวอย่างแคล่วคล่องเพราะลงยาได้กระซิบบอกบทเรียบร้อยแล้ว

“สวัสดีครับคุณท่าน กระผมขอตัวไปดูคุณหนูน้ำทองก่อนนะครับ”

ลุงตันออกจากห้องของพ่ออินมาอย่างเงียบๆ แล้วเดินมายังห้องพักของแม่จันทร์ เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป หญิงสาวในร่างของน้ำทองนอนหลับอยู่ อาการไข้ของหล่อนยังไม่ลดลง อาจจะเป็นเพราะเพิ่งเริ่มต้นเป็น จึงหายช้ากว่าพ่ออิน ชายแก่บรรจงวางโถเบญจรงค์เทพบุตรไว้ข้างๆ หัวนอนของหญิงสาว น้ำทองส่งเสียงบอกกับลุงตันทันที

“ลุงตันคะ ช่วยบอกคุณหมอเอาตัวแม่จันทร์ออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดนะคะ เพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ คนที่จะช่วยได้น่าจะเป็นหลวงตามากกว่า เพราะนี่มันไม่ใช่ไข้มาลาเรียแท้ มันเกิดจากยาลูกกลอนของพ่อครูที่ไอ้กังมันพาไปหามาค่ะ ลุงเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินมาเผื่อค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลด้วยนะคะ เดี๋ยวหนูบอกรหัสให้ค่ะ”

“ได้ครับคุณหนู แต่คงจะต้องรอให้ไข้ลดก่อน ถึงจะให้แม่จันทร์บอกคุณหมอว่าจะกลับบ้าน ไข้ยังสูงอย่างนี้คงทำอะไรไม่ได้แน่ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะโทรหาแม่มาลีบอกให้เตรียมมาเฝ้าไข้ที่นี่ก่อน แล้วตัวผมจะรีบไปหาหลวงตาท่าน” ลุงตันบอกนายสาวแล้วรีบไปจัดการธุระให้เรียบร้อย

Don`t copy text!