มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 10 : ผีไม่มีจริง

มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 10 : ผีไม่มีจริง

โดย :

มนตร์เบญจรงค์ เรื่องราวของน้ำทอง หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังงามกลางสวน กับการได้ครอบครองเบญจรงค์โบราณลายเทพบุตรทรงกลมแป้นที่ได้มาในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ และเบญจรงค์ใบนี้ทำให้เหตุการณ์ในบ้านอันสงบสุขของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นิยายออนไลน์ โดย จรัสพร ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-10-

 

หลังจากทีมงานถ่ายทำสารคดีกลับไปหมดแล้ว กังไสเดินจากส่วนของพิพิธภัณฑ์เข้าไปในร้าน ดิ แอนทีค เขาก็ได้พบกับนายท่านและปิง วัง ยม น่าน ยืนรออยู่อย่างเป็นระบบระเบียบตามลำดับเช่นเคย หนุ่มตี๋รีบยกมือไหว้ทำความเคารพนายท่าน

“สวัสดีครับนายท่าน วันนี้มาเยี่ยมผมถึงร้านเลยนะครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ…”

เขาพูดยังไม่ทันจบประโยค นายท่านพยักหน้าไปทางลูกสมุนทั้งสี่ ปิง วัง ยม น่าน เข้าล็อกตัวกังไสทันที แล้วก้าวมายืนอยู่ตรงหน้า

“มีสิกังไส ไม่มีธุระผมจะมาหาคุณทำไม ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าไม่ชอบรออะไรนาน แต่นี่ผมเริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไปแล้วนะ คุณก็รู้นี่นาว่าผมเป็นคนหงุดหงิดง่าย เบื่อการรอคอย คราวที่แล้วผมเสียเวลาเสียเงินรักษาพยาบาลคุณไปมาก นี่ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย บอกซิจะให้ผมทำอย่างไรดี” นายท่านกดมีดสปริงให้เด้งขึ้นมาตรงหน้าของหนุ่มตี๋ขี้โกง

“นายท่านครับ ผมกำลังพยายามอยู่นะครับ การนำของออกมาจากทั้งสองบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ อุปสรรคมันเยอะมากเหลือเกิน ทั้งคนทั้งผี”

กังไสพูดจบก็กลืนน้ำลายลงคอ เพราะรู้ดีว่านายท่านไม่มีทางเชื่อเรื่องที่เขาพูดออกมาแน่นอนโดยเฉพาะเรื่องผี แล้วก็จริงอย่างที่คิด นายท่านมีท่าทีโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันทีราวกับได้ยินเรื่องราวลวงโลกที่ไม่น่าเชื่อถือที่สุด

“ไม่มีอะไรจะมาแถแล้วใช่ไหมกังไส คุณถึงได้เอาเรื่องผีมาอ้างกับผมอย่างนี้ มันไม่ฉลาดเลยนะที่จะมาเอาตัวรอดด้วยเรื่องเหลวไหล”

นายท่านค่อย ๆ แนบใบมีดลงไปบนใบหน้าของหนุ่มตี๋ ความเย็นเฉียบของใบมีดทำให้เขาถึงกับขนลุกเกรียว

“นายท่าน เมตตาผมเถิดครับ ที่ผมพูดมาเป็นความจริงที่ไม่มีอะไรจะจริงไปกว่านี้อีกแล้วนะครับ ที่ผมคิ้วแตก เป็นแผลนั่นก็เกิดมาจากผีสองบ้านนั่นแหละครับ”

กังไสกลัวสุดขีด เขาไม่กล้าสบตานายท่านเลย เดาไม่ถูกจริงๆ ว่าผู้มีอิทธิพลที่สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับใครต่อใครที่อยู่ตรงหน้าเขานี้จะเชื่อถือคำพูดเขาหรือไม่ จู่ๆ นายท่านก็ลดมือลง เอามีดออกจากหน้าเขา เก็บมีดเข้าที่แล้วพูดกับเขาด้วยเสียงจริงจัง

“เอาอย่างนี้นะกังไส ท่าทางคุณกลัวมากจนทำให้ผมเข้าใจว่าผีของคุณมีจริงๆ ถ้าอย่างนั้น คุณพา ปิง วัง ยม น่าน ไปช่วยก็แล้วกัน ถ้าเจอผีก็ช่วยพามาให้ผมรู้จักด้วยนะ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของคุณแล้วนะ คงจะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ได้ของพวกนั้นมา และแน่นอนที่สุด ปิง วัง ยม น่าน จะอยู่กับคุณ ตามคุณทุกฝีก้าวจนกว่างานจะเสร็จ” นายท่านพูดจบก็มายืนโพสท่าหมู่กับสมุนทั้งสี่แล้วเดินจากไป

ปิง วัง ยม น่าน จัดกระบวนแถวใหม่ คอยเดินตามกังไสทุกฝีก้าวตามที่นายท่านสั่งทันที สร้างความปวดหัวให้กับหนุ่มตี๋ขี้โกงเป็นอย่างมาก เขาได้แต่คิดว่า เอาเถอะ ดีกว่าโดนนายท่านเอามีดกรีดหน้าและปาดคอเป็นไหนๆ เขาเริ่มเดินวนไปมาอย่างใช้ความคิด โดยมีสมุนทั้งสี่ของนายท่านเดินตามเขาทุกฝีก้าว กังไสหันมามองแล้วได้แต่ส่ายหัว เขาจะทำอย่างไรดีนี่ สองครั้งก่อนที่เข้าไปหยิบของ เขาไปคนเดียวยังแทบเอาตัวไม่รอดกลับมา นี่ไปกันห้าคนแล้วตัวเขาเองจะเอาอะไรไปแก้สงสัยกับคนในบ้านทั้งสองหลังนั่นว่าอีกสี่คนที่เดินตามเขาทุกฝีก้าวเป็นใคร ยิ่งนึกยิ่งปวดหัว และแล้วกังไสก็หยุดเดินอย่างกะทันหันเพราะเพิ่งคิดได้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรดี ส่งผลให้อีกสี่คนที่เดินตามเขาไม่ทันได้ตั้งตัว จึงชนกันล้มระเนระนาด

กังไสไปที่บ้านเรือนไทยพร้อมชายในชุด ‘ซ่อมได้’ ทั้งสี่คนเดินตามเขามาอย่างเป็นระเบียบ ป้ามาลีออกมาต้อนรับ หนุ่มตี๋จึงแจ้งความจำนงจะขอพบน้ำทอง

“สวัสดีครับป้ามาลี น้ำทองอยู่ไหมครับ”

“สวัสดีค่ะคุณกัง คุณหนูอยู่ค่ะ เดี๋ยวป้าไปตามเธอมาพบนะคะ แล้วนี่เพื่อนคุณกังเหรอคะ ป้าไม่เคยเห็นหน้า” ป้ามาลีทักทายเพื่อนทรยศของเจ้านายแต่ไม่ยอมสบตาด้วย เนื่องจากกลัวจะปิดบังความชิงชังไม่มิด

“ขอบคุณครับป้า นี่เป็นลูกน้องของผมเองครับ ผมพามาดูที่หอพระเพราะเมื่อวันก่อนมีอุบัติเหตุกัน เผื่อพื้นเป็นรอยจะได้ให้เขาจัดการให้ครับ” หนุ่มตี๋ตอบป้ามาลีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ขณะนั้นน้ำทองกำลังสอนแม่จันทร์ใช้ไอแพดคุยเฟซไทม์กับพ่ออิน โดยมีแม่เอื้องคำเป็นผู้ช่วย ป้ามาลีเดินเข้ามารายงานว่ากังไสมากับผู้ชายแปลกหน้าอีกสี่คน

“คุณหนูคะ พ่อลิงกังนั่นมาอีกแล้วค่ะ คราวนี้พาพวกมาด้วยสี่คน บอกว่าจะมาช่วยกันซ่อมพื้นหอพระที่เป็นรอยค่ะ”

“อะไรนะ มันยังไม่เลิกจองเวรอีกเหรอคะป้า ไอ้กังนี่คราวนี้พาพวกมาด้วย เดี๋ยวพวกพี่ๆ เค้าคงจัดเต็มสมน้ำหน้าคุณให้นะคะ แม่จันทร์ออกไปต้อนรับเขานะจ๊ะ ไอ้กังมันบอกให้ทำอะไรก็ทำตามที่มันบอกนั่นแหละ ที่เหลือเดี๋ยวพวกพี่ๆ เขาคงจัดการกันเอง” น้ำทองส่งเสียงจากโถเบญจรงค์บอกแม่จันทร์

“ได้เจ้าค่ะคุณน้ำทอง เดี๋ยวดิฉันจะคอยเป็นตัวช่วยให้พวกพี่ๆ ด้วยนะเจ้าคะ” แม่จันทร์ในร่างของน้ำทองยิ้มตาเป็นประกายเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะจัดการกับพวกวายร้าย

แม่จันทร์เดินยิ้มหวานเข้ามาในหอหน้า ที่กังไสและสมุนทั้งสี่นั่งรออยู่ เจ้าหล่อนทักทายหนุ่มตี๋อย่างสนิทสนมแนบเนียนยิ่งขึ้นจนกังไสตกใจนึกว่าเป็นน้ำทองตัวจริง

“ไงแก ไอ้ลิงกัง เสด็จมาหาฉันทำไมแต่เช้า ว่างมากเหรอแก”

“นี่แม่จันทร์ใช่ไหมจ๊ะ” หนุ่มตี๋ถามด้วยเสียงตกใจราวโดนผีหลอก

“ก็ดิฉันเองแหละเจ้าค่ะ ไอ้กัง คุณคิดว่าเป็นใครล่ะเจ้าคะ” แม่จันทร์ย้อนถามเสียงหวาน

“มันเหมือนน้ำทองมากไปไหม แต่ก็ดีแล้ว เหมือนก็ดีจะได้ไม่มีใครสงสัย วันนี้ผมมานี่ก็จะพาช่างมาซ่อมพื้นหอพระที่กรอบรูปคุณประยงค์หล่นใส่ ช่วยพาผมไปที่หอพระด้วย” กังไสตีหน้าเข้มออกคำสั่งกับแม่จันทร์

“ตามมาเจ้าค่ะ” แม่จันทร์เดินนำคนทั้งหมดเข้ามาในหอพระ

“ออกไปได้แล้ว” กังไสสั่งแม่จันทร์ หล่อนก็เดินออกมาจากหอพระทันทีโดยไม่รอให้ไล่ซ้ำ

พอแม่จันทร์เดินพ้นจากหอพระไปแล้ว กังไสและปิง วัง ยม น่าน ก็เดินสำรวจเครื่องทองโบราณอันล้ำค่าประจำตระกูล แล้วทั้งหมดก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันมาเห็นว่าข้างๆ ตู้เครื่องทอง มีสตรีนางหนึ่งห่ม สไบสีแดง นุ่งโจงกระเบนลายเทพนมนั่งหันหลังปล่อยผมดำยาวสยาย เป็นแม่พรายกระซิบนั่นเอง เจ้าหล่อนค่อยๆ หันหน้ามาหาทุกคนอย่างช้าๆ มนุษย์ผู้ชายทั้งห้าส่งเสียงร้องลั่นไม่เป็นภาษาออกมาพร้อมเพรียงกันเมื่อเจ้าหล่อนหันหน้ามา เพราะหล่อนหันมาแต่หน้าจริงๆ เป็นหน้าโล้นๆ ที่ไม่มีคิ้ว ตา จมูก ปากแต่อย่างใด ในมือของหล่อนกำลังขัดขันน้ำพานรองทองคำอยู่ เมื่อได้ยินเสียงร้องเช่นนั้นเจ้าหล่อนก็หันหน้ากลับราวกับจะนึกได้

“อุตะ ลืมไป” ผีสาวอุทานอย่างสนุกสนาน คราวนี้หันมาใหม่กลายเป็นหญิงสาวหน้าสวย สวยจนคนทั้งหมดลืมความน่ากลัวที่เพิ่งได้พบพร้อมๆ กันเมื่อครู่ไปเสียสิ้น หญิงสาวเมื่อหันมาเจอสี่หนุ่มก็หันหน้ากลับทำท่าจะลุกเดินเลี่ยงออกจากห้องไป ปิง วัง ยม น่าน จึงเข้าไปล้อมตัวหญิงสาวเอาไว้แล้วพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“จะรีบไปไหนจ๊ะคนสวย พวกพี่ๆ ยังชมโฉมน้องไม่ครบทุกคนเลยจ้ะ หันหน้ามาทางนี้หน่อยสิจ๊ะ”

“หันมาทางนี้ด้วยจ้ะ”

“หันมาทางพี่ดีกว่านะจ๊ะ”

“ทางนี้ดีกว่าจ้ะ พี่ชื่อปิงเป็นหัวหน้าพวกนี้นะจ๊ะ” ทั้งสี่คนต่างตั้งท่าจะลวนลามหญิงสาว

“ได้จ้ะ อย่างนี้คงทั่วถึงกันแล้วนะจ๊ะ” สาวน้อยตอบอย่างเอียงอายพร้อมหมุนหัวรอบคอไปหยุดตรงหน้าทีละคนพร้อมยื่นปากไปกระซิบที่ข้างหูทีละคนไม่เว้นแม้กระทั่งกังไส

“ฉันสวยไหมจ๊ะ”

“สวยจ้ะ” ปิง วัง ยม น่าน พูดพร้อมกันก่อนที่จะล้มลงหมดสติลงไปทั้งหมดด้วยความตกใจสุดขีด

กังไสยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสงบ เขาตั้งสติพอที่จะรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้แล้ว และเขามีคาถาที่พ่อครูสะยามินให้ไว้เพื่อป้องกันตัวยามคับขัน ผีสาวไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวเลย แม่พรายกระซิบพอเล่นงาน ปิง วัง ยม น่าน เสร็จก็หันมาหากังไสพร้อมยื่นปากยาวมาถามด้วยคำถามเดิม

“ฉันสวยไหมจ๊ะ”

กังไสยืนสำรวมสติแล้วว่าคาถาทันที

“โอง อี้ติ๊ปิ๊อาราหั่ม อ้าวิหย่า ระก๊ะ ออต๊ะธั่ม ต๊ะวิหย่า นะกั่ม ธัมมาอัมอัม ธะเส่ยาธะ จั้วเส่ยาจั้ว…”

“กรี๊ดดดดด” แม่พรายกระซิบกรีดร้องอย่างเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงร่ายคาถา กังไสรีบไปเขย่าตัวปิง วัง ยม น่าน ให้ลุกขึ้น พร้อมๆ กับแม่จันทร์เปิดประตูหอพระเข้ามาถาม

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ไอ้กัง”

“ถามนางผีนี่ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น” กังไสพูดจบก็เดินไปที่ประตู โดยมีปิง วัง ยม น่าน ลุกเดินตามไป ปรากฏว่าประตูปิดใส่หน้าคนทั้งหมดดังปังใหญ่ หนุ่มตี๋ทำหน้าเคร่งดันประตูให้เปิดออก หากแต่ประตูกลับไม่ขยับเขยื้อน เพราะแม่พรายกระซิบได้ส่งสัญญาณให้ตามั่นกับตาคงที่เฝ้าประตูหน้าบ้านมาช่วยจัดการให้

กังไสพยายามผลักประตูอยู่หลายครั้ง แม้จะให้ปิง วัง ยม น่าน ช่วยก็ไม่สามารถเปิดประตูอออกมาได้ หนุ่มตี๋มองไปที่แม่จันทร์ในร่างน้ำทอง พร้อมยิ้มมุมปากแล้วคว้าเอาตัวหญิงสาวให้หันมาประจันหน้ากับเขาพลางร่ายคาถาสะกดวิญญาณ

“เซ๊ะคุมาซะร๊ะ หม่าเซ่งดอ ท๊ะม๊ะยุ๊ ธัมมะตา มีกอ ป๊ะรูเป่ตอ ป๊ะร๊ะต๊ะลอ ว๊ะร๊ะตอ เตตุ๊เหม่ว๊ะรัม…”  แม่จันทร์พยายามดิ้นรนขัดขืน หากแต่เมื่อกังไสว่าคาถาไปเรื่อยๆ หญิงสาวก็สงบลงตัวแข็งทื่อ

“ไปบอกให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้” กังไสสั่งแม่จันทร์ หญิงสาวเดินไปที่ประตูแล้วออกคำสั่ง

“เปิดประตู”

หากแต่ตามั่นกับตาคงหาฟังคำสั่งไม่ กลับยันประตูปิดไว้สนิทแน่นดังเดิม กังไสจึงเดินไปหาแม่จันทร์แล้วกระซิบไปที่ข้างหู แม่จันทร์ก็เริ่มต้นเอาหัวโขกประตูอย่างแรง โขกไปเรื่อยๆ จนศีรษะแตกเลือดอาบ แม่พรายกระซิบเห็นท่าไม่ดีจึงหายตัวไปเล่าเรื่องให้น้ำทองที่โถเทพบุตรในห้องนอนฟัง น้ำทองจึงสั่งให้พรายกระซิบไปบอกตามั่นกับตาคงให้เปิดประตูก่อนที่สมองของเธอจะเสื่อมเพราะเอาหัวไปโขกกับบานประตูไม้สักสลักลายทั้งหนาและหนัก

“โอยยย ป่านนี้หัวหนูจะเป็นอย่างไรบ้างนี่ ไอ้กัง ไอ้เพื่อนเวร หน็อยเล่นบทโหดเชียวนะแก” น้ำทองในโถเทพบุตรเป็นห่วงร่างของเธอเป็นอย่างมาก

เมื่อพรายกระซิบมาบอกตามั่นกับตาคง ต่างก็แยกย้ายกันกลับไปเฝ้าประตูรั้วเรือนไทยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอศีรษะของแม่จันทร์จะโขกกับประตูอีกครั้งบานประตูกลับเปิดออก ร่างของหญิงสาวทิ่มออกมาจากหอพระ ลุงตันผ่านมาพอดีรับเอาไว้ได้ เมื่อเห็นคุณหนูของเขาในสภาพศีรษะแตกเช่นนั้นก็มองหน้ากังไสอย่างไม่พอใจ

“คุณกัง คุณทำอะไรคุณหนูน้ำทอง ทำไมหัวแตกอย่างนี้ แม่มาลี มาทำแผลให้คุณหนูก่อนเดี๋ยวพาเธอไปโรงพยาบาลกัน”

ลุงตันอุ้มน้ำทองไปหาป้ามาลีโดยไม่สนใจกังไสอีก ป้ามาลีล้างแผลให้หญิงสาวแล้วหันมาไล่กังไสอย่างสุภาพ

“คุณคะ ป้าจะต้องปิดบ้านพาคุณหนูไปโรงพยาบาล วันนี้คงต้องเชิญคุณกลับไปก่อนนะคะ”

กังไสและปิง วัง ยม น่าน เดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างหัวเสีย น้ำทองรีบให้แม่เอื้องคำเปิดไอแพดคุยเฟซไทม์กับ ดร.ลงยา

“สวัสดีครับคุณน้ำทอง” ดร.ลงยาในร่างเทพธิดาทักน้ำทองเมื่อต่อเฟซไทม์ติด

“สวัสดีค่ะคุณลงยา กังไสมาก่อเรื่องอีกแล้วค่ะ วันนี้พาผู้ชายมาด้วย 4 คนแต่งตัวเหมือนช่างมาบอกว่าจะมาซ่อมพื้นหอพระที่บ้านให้ แล้วก็เหมือนเดิมคือจะไปหยิบเครื่องทองในตู้ เลยโดนแม่พรายกระซิบจัดการ จนพวกที่มาด้วยกลัวจนช็อกไปตามๆ กัน แต่กังไม่กลัวกลับใช้คาถาพ่อครูจัดการกับแม่พรายกระซิบ ลุงมั่นกับลุงคงก็มาช่วยปิดประตูขังไว้ กังเลยร่ายมนตร์สะกดให้แม่จันทร์เอาหัวโขกประตูหัวแตกเลือดอาบเลยค่ะ ตอนนี้ขับรถออกไปแล้ว ไม่ทราบว่าจะไปที่บ้านคุณลงยาต่อหรือเปล่า ระวังด้วยนะคะ”

“ขอบคุณครับคุณน้ำทอง ร่างของคุณเป็นอะไรมากไหมครับ เดี๋ยวผมให้พ่ออินพาตามไปที่โรงพยาบาลดีกว่า แต่คงจะเป็นเย็นๆ นะครับ ตอนนี้ขออยู่รอดูกังไสก่อนว่าจะเข้ามาหรือเปล่า”

พอพ่ออินรู้ว่าแม่จันทร์เข้าโรงพยาบาลก็อยู่ไม่ได้ จะไปเยี่ยมทันที จนดร.ลงยาต้องเตือนไว้ว่าถ้าออกไปกันหมดแล้วกังไสกับพวกมาใครจะดูแลบ้าน เอาไว้ให้เรื่องเรียบร้อยก่อนเย็นๆ ค่อยไปก็ได้ แม่จันทร์คงไม่เป็นอะไรมาก แล้วก็เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ กังไสและชาวคณะปิง วัง ยม น่าน ก็ขับรถเข้ามาที่คฤหาสน์ของ ดร.ลงยา พ่ออินเดินออกไปรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีขอรับคุณกังไส มีธุระอะไรหรือเปล่าขอรับ”

“มีสิ ผมพาช่างมาซ่อมบานประตูตู้เครื่องเพชรที่เมื่อคราวก่อนหัวกระแทกไป น่าจะมีบิ่น มีบุบบ้าง ให้ผมและพวกช่างเข้าไปเถอะ” กังไสพูดเสียงเข้ม

พ่ออินจึงเดินนำกังไสและพวกช่างกำมะลอเข้าไปในห้องรับแขกพร้อมเปิดตู้เครื่องเพชรให้ช่างตรวจดูความเรียบร้อย

“ยังไม่มีใครสั่งคนให้ยกน้ำมาให้ผมกับช่างดื่มเลย ไปจัดมาหน่อยสิ”

เขาเริ่มออกคำสั่งกับพ่ออินเพื่อที่จะให้ออกไปให้พ้นจากตู้เครื่องเพชร พวกเขาจะได้หยิบของได้อย่างสะดวก พ่ออินเดินออกไปบอกคุณคำนึงให้เตรียมน้ำมาเลี้ยงแขกไม่ได้รับเชิญ แล้วเข้ามาบอกถึงการมาของกังไสให้ ดร.ลงยาได้รับรู้

“พวกเขามากันแล้วขอรับ จะทำอย่างไรดี”

“ไม่ต้องทำอะไรหรอกพ่ออิน เดี๋ยวคุณก๋งกับพวกข้างนอกคงจัดการกันเอง ถ้าไม่อยากโดนสะกดให้ทำร้ายตัวเองอย่างแม่จันทร์ละก็อยู่ในนี้แหละไม่ต้องออกไป วานไปหยิบไอแพดมาเฟซไทม์หาคุณน้ำทองด้วย จะได้บอกให้รู้กัน” ดร.ลงยากล่าวกับพ่ออิน

พ่ออินตัดใจไม่ออกไปดูพวกกังไสตามที่เจ้าของร่างบอก เขาจึงจัดการเปิดไอแพดเข้าเฟซไทม์ให้ลงยาได้คุยกับน้ำทองตามต้องการ

“คุณน้ำทองครับ พวกเขามากันแล้วครับ ตอนนี้คงกำลังหาทางจะหยิบเครื่องเพชรในตู้อยู่ อีกประเดี๋ยวคงโดนคุณก๋งจัดการ”

“ค่ะ คุณลงยา กังไสคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ จนกว่าจะได้ของตามที่ต้องการนะคะ”

“ผมคงต้องปล่อยให้วิญญาณที่อยู่ในห้องรับแขกจัดการคุณกังไสไปก่อนนะครับ” ดร.ลงยาบอกกับน้ำทองโดยหารู้ไม่ว่าข้างนอกกำลังเกิดเรื่องนอกเหนือความคาดหมายขึ้น

เทียมจันทร์ ขับรถมาหา ‘จารย์ฮะ’ ของเธอเพื่อที่จะขอปรับความเข้าใจ และบอกกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อเขาให้ชัดเจนไปเลย เธออยากรู้ใจของเขาว่ามีใจตรงกับเธอหรือเปล่า การที่เข้ามาใกล้ชิดและดูแลเขามาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เรียนปริญญาตรีและอีกสองปีในการเรียนปริญญาโท สิ่งที่ได้เห็นเมื่อวานคืออะไร ทีท่าและสายตาอันอ่อนโยนรักใคร่ที่ ดร.ลงยา ส่งให้น้ำทองต่อหน้าต่อตา มันทำร้ายเทียมจันทร์อย่างแสนสาหัส จนเธอทนไม่ไหวจะต้องมาเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องกันไปทีเดียว วันนี้เธอสลัดคราบความเป็นทอม จำแลงกายเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่ ขับรถมาที่คฤหาสน์ของชายหนุ่มที่กุมหัวใจเธอเอาไว้ อยากเห็นสายตาที่เขามองเธอว่าจะแปรเปลี่ยนไปจากสายตาเอื้อเอ็นดูของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์มาเป็นสายตาของชายหนุ่มที่มองหญิงสาวบ้างไหม  

หญิงสาวลงจากรถเดินเข้ามาในห้องรับแขก เด็กชายขุนทองกำลังหาตัวช่วยไปจัดการกับกังไสและพวกเพราะวิญญาณคุณก๋งกำลังคิดมุกที่จะจัดการกับเหล่าร้ายพวกนี้เพื่อไม่ให้ซ้ำกับที่เรือนไทยด้วยความมั่นใจว่าจะต้องหลอกได้น่ากลัวกว่า เมื่อขุนทองเห็นเทียมจันทร์เข้ามาก็เลยแอบแหกกฎที่เจ้าของบ้านตั้งเอาไว้ปรากฏกายให้เธอเห็น

“พี่สาวจ๋า มาทางนี้เถิด” เทียมจันทร์เห็นเด็กชายผมจุกแสนน่ารักมาเรียกก็เดินเข้าไปหา

“มีอะไรเหรอจ๊ะพ่อจุก หนูเป็นลูกใครกันล่ะนี่ น่าเอ็นดูจริง”

“มาจับขโมยกันจ้ะพี่สาว” พูดจบขุนทองก็พาเทียมจันทร์เดินเข้าห้องรับแขกไปตรงตู้เครื่องเพชรที่กังไสและคณะกำลังทำการโจรกรรมอยู่ หญิงสาวเห็นหนุ่มตี๋ก็จำได้ว่าเมื่อวานเธอเพิ่งตามอาจารย์ไปถ่ายทำรายการที่พิพิธภัณฑ์ของเขามา แต่วันนี้ทำไมเขาถึงกลายมาเป็นขโมยกำลังจะกวาดเครื่องเพชรในตู้ของเก่าแก่ประจำตระกูลของ ดร.ลงยาไป

“ทำอะไรกันคะนั่น” หญิงสาวส่งเสียงทักไป ทำให้ทุกคนชะงักมือจากการหยิบเครื่องเพชรลงถุง กังไสและปิง วัง ยม น่าน กำลังกระหยิ่มใจว่าที่คฤหาสน์แห่งนี้ไม่มีใครขัดขวางการทำงานของพวกเขาจึงคิดจะกวาดเครื่องเพชรไปให้หมดตู้ แล้วคัดเอาของที่นายท่านต้องการไปให้ ที่เหลือก็จะเป็นของเขาทั้งหมด หากแต่มีมารมาผจญอีกจนได้ มารกระโปรงชมพูลายดอกหน้าตาคุ้นๆ

“ผมพาลูกน้องมาซ่อมตู้ครับ”

“ไม่จริง คุณกำลังขโมยเครื่องเพชรของ ‘จารย์ฮะ’ ช่วยด้วยค่ะ อาจารย์คะมีขโมยมาขโมยเครื่องเพชรค่ะ” เทียมจันทร์ตะโกนสุดเสียง ปิง วัง ยม น่าน ทิ้งถุงบรรจุเครื่องเพชรแล้ววิ่งกระเจิงไปสตาร์ตรถขับหนีไปด้วยความตกใจ

กังไสนึกถึงคาถาสะกดวิญญาณของพ่อครูได้ จึงจับตัวหญิงสาวหันหน้ามาหาเขาแล้วร่ายคาถาสะกดจิต ร่างที่ดิ้นรนขัดขืนของเทียมจันทร์ค่อยๆ นิ่งสนิทและดวงตาลอยคว้างอย่างคนไร้สติ ขุนทองรีบมาบอกคุณก๋งให้ช่วยเทียมจันทร์ หากแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว หนุ่มตี๋พาเทียมจันทร์ขึ้นรถของหล่อนขับตามเหล่าสมุนออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเครื่องเพชรกระจัดกระจายเต็มพื้น คุณก๋งจึงให้พ่อขุนทองไปตามพ่ออินมา แล้วให้คุณคำนึงจัดการเก็บเครื่องเพชรเข้าที่

ไม่นานนักพ่ออินก็อุ้มโถเทพธิดาเดินออกมาจากห้องส่วนตัว คุณก๋งจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเทียมจันทร์ให้ ดร.ลงยาฟัง ชายหนุ่มเป็นห่วงลูกศิษย์คนโปรดของเขามาก ไม่ว่าจะอย่างไรเทียมจันทร์ก็ดีกับเขามาโดยตลอด หล่อนเป็นนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติที่ไม่บกพร่อง เรื่องที่หล่อนทำตัวเป็นทอมนั้นเขารู้ดีว่านั่นคือวิธีที่จะเข้ามาใกล้ชิดเขาโดยไม่ให้เกิดข้อครหา และเขาก็รู้อีกด้วยว่าหญิงสาวผู้นั้นมีใจผูกพันกับเขา นี่ก็ต้องมารับเคราะห์ที่บ้านเขาอีก จะหาทางช่วยหล่อนได้อย่างไรดี  

ขณะที่กำลังกังวลใจอยู่นั้น จู่ๆ คนที่เขาเป็นห่วงก็เดินเข้ามาในห้องรับแขก เทียมจันทร์เดินตาลอยมายืนตรงหน้าพ่ออิน

“จารย์ฮะ เทียมจันทร์มาแล้วฮะ”

“เทียมจันทร์ ผมเป็นห่วง คุณเป็นอย่างไรบ้าง”

ดร.ลงยาเผลอส่งเสียงออกมาจากโถเบญจรงค์ พอรู้ตัวก็ทำหน้านิ่งเป็นรูปวาดเหมือนเดิม หากแต่เทียมจันทร์ไม่มีท่าทีว่าจะผิดสังเกตเลยว่าอาจารย์ของเธอส่งเสียงมาจากทางไหน ท่าทางสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“จะทำอย่างไรกันดีขอรับ แม่หญิงผู้นี้ท่าทางเหมือนคนถูกสะกด” พ่ออินถามลงยา

“พ่ออินไปเชิญคุณแม่มาที เราคงต้องให้คุณแม่ท่านช่วยพาเทียมจันทร์ไปหาหลวงตาแล้วละ ส่วนคุณคำนึงมาเปิดเฟซไทม์หาคุณน้ำทองให้ผมด้วย จะได้นัดหมายลุงตันให้ไปกราบเรียนหลวงตาท่านเอาไว้ก่อน” ดร.ลงยาสั่งความ พร้อมๆ กับที่คุณคำนึงเอาไอแพดมาจ่อที่หน้าเขา ภาพหน้าจอปรากฏเป็นใบหน้าน้ำทองทรงเครื่องเทพบุตร หญิงสาวผู้นี้นอกจากความสวยงามแล้ว บุคลิกภาพอันดี ความมีอัธยาศัยและความเป็นคนมีอารมณ์ขันของหล่อนเป็นสิ่งที่ทำให้เขาประทับใจ ยิ่งมองยิ่งเพลินแม้หล่อนจะอยู่ในรูปของเทพบุตรก็เถอะ แต่ก็นะทำไมเจ้าหล่อนต้องเข้าใจว่าเขาเป็นคนผิดเพศด้วยก็ไม่รู้

ดร.ลงยารีบดึงความคิดของตัวเองให้เข้าที่แล้วจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หญิงสาวฟัง

“สวัสดีครับคุณน้ำทอง เมื่อสักครู่กังไสมาก่อเรื่องที่บ้านผม คล้ายๆ ที่ทำกับบ้านคุณนั่นแหละครับ แต่พอดีเทียมจันทร์แวะมาหาผม แล้วเจอเขากำลังขโมยของ เขาก็เลยใช้เวทมนตร์สะกดเทียมจันทร์เอาไว้ ทีนี้ผมจะให้คุณแม่พาไปหาหลวงตาท่านเพื่อที่จะแก้มนตร์สะกด และจะรบกวนให้ลุงตันไปเรียนหลวงตาไว้ล่วงหน้าก่อนได้ไหมครับ”

“ได้สิคะ เดี๋ยวดิฉันให้แม่พรายกระซิบไปบอกลุงตันให้ค่ะ นี่ก็เพิ่งพาแม่จันทร์กลับมา เห็นว่าหน้าผากแตก ดีว่าไม่ต้องเย็บแผลนะคะ ตอนนี้นอนพักอยู่ค่ะ”

 น้ำทองรายงานอาการของแม่จันทร์ให้อีกฝ่ายทราบ เพราะรู้ดีว่าพ่ออินก็คงจะร้อนใจอยากรู้อาการของคนรัก เธอจึงให้แม่เอื้องคำเอาไอแพดไปส่องที่หน้าแม่จันทร์เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เห็นอย่างใกล้ชิด พ่ออินมองหน้าแม่จันทร์ในร่างของน้ำทองที่หลับอยู่อย่างสุดแสนจะสงสาร กังไสช่างโหดเหี้ยมนัก ชายหนุ่มกัดกรามด้วยความเคืองแค้น เมื่อพูดคุยกันจบน้ำทองก็สั่งแม่พรายกระซิบให้ไปบอกลุงตันให้ไปรอคุณรักร้อยและเทียมจันทร์ที่วัด เพื่อที่จะไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลวงตาทราบก่อน

คุณรักร้อยเดินตามพ่ออินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นเครื่องเพชรกระจัดกระจายก็พอจะเดาได้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในบ้านอย่างแน่นอน จึงเดินไปที่โถเทพธิดาแล้วเอ่ยปากถามบุตรชายพร้อมทักทายเทียมจันทร์

“เกิดอะไรขึ้นน่ะลูก ทำไมข้าวของเกลื่อนกลาดอย่างนี้ อ้าวแล้วหนูเทียมจันทร์มาเมื่อไรจ๊ะ”

“คุณแม่ครับ พ่ออินคงยังไม่ได้เล่าให้คุณแม่ฟัง เมื่อสักครู่กังไสเข้ามาที่นี่แล้วมาเปิดตู้จะขโมยเครื่องเพชร พอดีเทียมจันทร์มาหาผม แล้วเจอพวกเขากำลังเปิดตู้กวาดเครื่องเพชรใส่ถุง พวกลูกสมุนของกังไสตกใจทิ้งถุงเพชรวิ่งหนีไป กังไสก็พาเทียมจันทร์ขับรถตามออกไปแล้วเธอก็กลับมาในสภาพนี้แหละครับ ผมเข้าใจว่าน่าจะโดนมนตร์สะกดเลยจะรบกวนคุณแม่ให้พาไปหาหลวงตาท่านให้ท่านล้างอาคมให้ ผมบอกลุงตันให้ไปรออยู่ที่วัดเรียบร้อยแล้วครับคุณแม่” ดร.ลงยาเล่าเรื่องให้มารดาฟังอย่างรวบรัด คุณรักร้อยเมื่อทราบเรื่องจึงรีบขับรถพาสาวทอมกลับใจไปหาหลวงตาที่วัดทันที

Don`t copy text!