มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 15 : บุรุษลึกลับ 

มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 15 : บุรุษลึกลับ 

โดย :

มนตร์เบญจรงค์ เรื่องราวของน้ำทอง หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังงามกลางสวน กับการได้ครอบครองเบญจรงค์โบราณลายเทพบุตรทรงกลมแป้นที่ได้มาในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ และเบญจรงค์ใบนี้ทำให้เหตุการณ์ในบ้านอันสงบสุขของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นิยายออนไลน์ โดย จรัสพร ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-15-

 

เทียมจันทร์วิ่งตามพ่ออินในร่างของ ดร.ลงยา เพื่อที่จะมาประกบไม่ให้เขาแสดงพิรุธให้นักศึกษาได้เห็น วันนี้เป็นวันบรรยายครั้งสุดท้ายก่อนสอบ ซึ่ง ดร.ลงยาจำต้องให้พ่ออินมาบรรยายแทนโดยที่ตอนนี้พ่ออินเองก็คุ้นเคยกับสถานที่ดีพอที่จะไม่ต้องอุ้มโถเบญจรงค์มาด้วยอีกแล้วเพราะมีเทียมจันทร์คอยดูแล โชคดีที่พ่ออินมีความรู้เรื่องเครื่องกระเบื้องโบราณเป็นอย่างดี ดร.ลงยานั้นปกติก็ชอบทำตัวไม่ปกติจนไม่มีใครจะแปลกใจในตัวเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษาพูด การแต่งกาย หรือการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นการที่พ่ออินเข้ามาครอบครองร่างก็ไม่ต้องมีการปรับตัวอะไรกันมากมาย นอกจากการพูดจาวิสาสะกับอาจารย์ร่วมคณะเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นหน้าที่โดยตรงของเทียมจันทร์ที่ต้องคอยติดตามดูแล ‘จารย์ฮะ ภาคพิสดาร’ ของหล่อน ซึ่งนักศึกษาสาวนั้นต้องใช้ความอดทนอย่างสูงลิ่ว ในการจัดการเรื่องนี้ เพราะพ่ออินนั้นเป็นตัวของตัวเองอย่างแรง มีอีโก้สูงมาก และมองเทียมจันทร์ว่าเป็นตัววุ่นที่เข้ามาก่อกวนเขา

ที่เป็นเช่นนี้เพราะส่วนหนึ่งพ่ออินเองเห็นว่าเทียมจันทร์นั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาดี แม้จะพยายามทำตัวเป็นอีกเพศหนึ่งก็ตาม หากแต่ด้วยความจำเป็นที่จะต้องใกล้ชิดกันขนาดนี้ เขาเองก็กลัวใจตัวเองว่าจะหวั่นไหวไปกับความยั่วตายวนใจของลูกศิษย์สาวกำมะลอของเขา พ่ออินจึงแสดงกิริยารำคาญให้เจ้าหล่อนได้เห็นจะได้ไม่มาตอแยเขานัก ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ เพราะเทียมจันทร์เป็นคนชอบเอาชนะ และหล่อนถือว่าที่ทำนั้นก็เพราะว่าอยากจะช่วย ดร.ลงยาด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงดูเหมือนกับเทียมจันทร์วิ่งไล่ตามอาจารย์ของเธอไปมา เป็นที่ขบขันแก่คนที่ได้เห็นภาพนักศึกษาสาวทอมวิ่งไล่ตามอาจารย์มาดนุ่มนิ่ม

“จารย์ฮะ เดี๋ยวมีบรรยายที่ห้อง 1401 อาคารเรียนรวม ตามมาทางนี้เลยฮะ เทียมจันทร์เตรียมเอกสารกับข้อมูลไว้ให้เรียบร้อยแล้วฮะ” สาวมาดทอมวิ่งตื๋อมาตัดหน้าชายหนุ่มในชุดเสื้อราชปะแตนขาว ผ้าม่วงสีน้ำเงินเข้ม ในมือถือหมวกอย่างเก๋

“ได้สิแม่เทียมจันทร์ หล่อนเดินนำหน้าฉันไป เดี๋ยวฉันจะเดินตามหล่อนไปเองนั่นแหละ” พ่ออินตอบ

หากแต่เมื่อทั้งสองเดินกันไปก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีคนแอบสะกดรอยตามอยู่ พ่ออินจึงบอกเทียมจันทร์ให้เปลี่ยนเส้นทางเดิน เมื่อเลี้ยวพ้นมุมตึกก็เห็นชายชุดดำสองคนกำลังมองหาเขาและเทียมจันทร์อยู่  เขาชี้ให้สาวทอมดูชายสองคนนั่น

“แม่เทียมจันทร์ หล่อนรู้จักสองคนนี่หรือไม่”

“ไม่รู้จักค่ะ ใครกันนะ ใส่ดำทั้งชุดเข้ามาเดินในมหาวิทยาลัย” เทียมจันทร์สงสัยเช่นกัน

“ใครก็ไม่รู้นี่แหละ ฉันเห็นว่าเขาเดินตามเราสองคนมาเรื่อยๆ เลยดึงหล่อนมาแอบตรงมุมตึกแก้สงสัยว่าเขาตามเรามาจริงหรือไม่”

ตอนนี้เขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว มนุษย์ยุคนี้ช่างน่ากลัวนัก มีความคิดซับซ้อนยอกย้อนไปหมด ไม่ว่าจะมาดีหรือมาร้ายเขาก็ขอคิดไปในทางร้ายก่อนก็แล้วกัน เทียมจันทร์พาพ่ออินเดินลัดเลาะอาคารเรียนไปเรื่อยๆ จนถึงตึกเรียนรวมทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่า ชายชุดดำทั้งสองคนนั้นยืนดักรออยู่ที่หน้าตึก

“สวัสดีครับ คุณคือ ดร.ลงยาใช่ไหมครับ” หนึ่งในสองเอ่ยขึ้นมา

“ใช่ครับ” พ่ออินตอบ

“ผมชื่อธนกิจ เป็นตัวแทนท่านเจ้าสัวคีรีจากธนาคาร เค เอ็ม บี ทางเรามีความประสงค์จะทำพิพิธภัณฑ์ของสะสมในยุคโบราณ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ที่กำลังจะเปิดใหม่  เลยส่งผมและคุณเกรียงไกรมาเป็นตัวแทนประสานงานเบื้องต้นกับดอกเตอร์ก่อนครับ”

เมื่อธนกิจแนะนำตัวเสร็จ เกรียงไกรก็ยกมือทำความเคารพพ่ออินในร่าง ดร.ลงยา จึงบอกให้คนทั้งคู่รอก่อนเพราะเขาต้องขึ้นไปบรรยายให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงจะลงมาพูดคุยด้วย ระหว่างที่ทำการบรรยายอยู่นั้น เทียมจันทร์ก็วิดีโอคอลไปถึง ดร.ลงยา บอกเรื่องที่ทางธนาคารจะให้เป็นที่ปรึกษาในการทำพิพิธภัณฑ์ของสะสม ดร.ลงยาให้เทียมจันทร์ไปนั่งคุยด้วย  แล้วให้เปิดวิดีโอคอลไว้ เพื่อที่เขาจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไร

พ่ออินบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับกระเบื้องโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างออกรส บรรดานักศึกษาต่างติดใจและชื่นชมว่า ดร.ลงยาพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ในยุคนั้นราวกับถ่ายทอดมาจากใจของคนสมัยกรุงศรีอยุธยาจริงๆ เรียกกันว่าอินกันจัดเลยทีเดียว เมื่อจบการบรรยายเหล่านักศึกษาถึงกับลุกขึ้นปรบมือให้กับอาจารย์ อันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนเล่นเอาพ่ออินเขินจนทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว หลังจากนั้นเขาและสาวมาดทอมพากันเดินลงมาใต้อาคาร แล้วจึงพาตัวแทนจากธนาคารไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟแบรนด์ดังในมหาวิทยาลัย เทียมจันทร์เปิดวิดีโอคอลถึง ดร.ลงยาตามที่ตกลงกันเอาไว้

“คืออย่างนี้ครับ ดอกเตอร์ ทางธนาคารเราเห็นว่าคุณเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเครื่องกระเบื้องโบราณ และท่านประธานธนาคารเป็นผู้ที่มีความชื่นชมในความงดงามของโบราณวัตถุอยู่มาก เลยอยากทำพิพิธภัณฑ์กึ่งส่วนตัวกึ่งสาธารณะเพื่อที่จะนำของที่ท่านสะสมเอาไว้มาโชว์ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็จะทำเป็นนิทรรศการหมุนเวียน โดยเอาของสะสมของบรรดาไฮโซ หรือผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมมาจัดแสดงครับ”

“แล้วกระผมจะช่วยอะไรได้บ้างขอรับ” พ่ออินถามออกไปอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับดอกเตอร์ ทางเราอยากให้ไปช่วยดูแลเรื่องการจัดวางของโบราณให้ถูกยุคถูกสมัย ถูกที่ทาง แล้วก็คงขอรบกวนว่า นิทรรศการหมุนเวียนครั้งแรกของเรานี้อยากจะขอได้รับเกียรติจากดอกเตอร์ นำของสะสมไปจัดแสดงน่ะครับ” เกรียงไกรกล่าวอย่างแคล่วคล่อง

เทียมจันทร์มองไปที่หน้าจอวิดีโอคอล เห็นอาจารย์ของหล่อนบอกมาจากหน้าโถเบญจรงค์ว่าขอกลับมาคิดดูก่อน จึงบอกกับตัวแทนธนาคารทั้งสองคนไป

“เอ้อ เรื่องการที่จะให้ดอกเตอร์ไปช่วยเรื่องการเรียบเรียงจัดวางสิ่งของให้ตรงตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์คงไม่มีปัญหาหรอกนะคะ แต่เรื่องการนำของที่บ้านมาจัดนิทรรศการคงต้องขอเรียนปรึกษาคุณแม่ของดอกเตอร์ก่อนค่ะ เพราะของสะสมชิ้นงามๆ ที่น่าจะนำมาโชว์เพื่อให้สมเกียรติทางธนาคารส่วนใหญ่จะเป็นของคุณแม่ท่านค่ะ”

“จริง…จริงขอรับ กระผมขอนำเรื่องนี้ไปเรียนปรึกษาคุณแม่ท่านก่อนนะขอรับ แล้วค่อยมาฟังคำตอบอีกครั้งนะขอรับ” พ่ออินรีบสนับสนุนสิ่งที่เทียมจันทร์กล่าวออกมาทันที

ทางตัวแทนธนาคารก็ไม่ได้ว่าอะไร ถือว่าได้มาติดต่อประสานงานเรียบร้อยแล้ว หน้าที่ต่อไปคือการเจรจารายละเอียด การทำสัญญาว่าจ้าง ซึ่งคงจะต้องให้ทาง ดร.ลงยาได้เห็นแบบผังอาคารหรือไปดูสถานที่จริงก่อน พวกเขาจึงลากลับไป

เย็นวันนั้นเทียมจันทร์จึงตามมาที่เรือนไทย และลุงตันได้นำโถเบญจรงค์ทั้งสองใบพร้อมพาแม่จันทร์มาเพื่อจะได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการจัดทำพิพิธภัณฑ์ของธนาคาร

“ผมว่าตอนนี้เราคงต้องถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน เพราะไปทำงานอะไรคงจะยังไม่ถนัดนัก พ่ออินถึงทำได้แต่ก็คงยุ่งยากอยู่เหมือนกันนะครับ” ดร.ลงยาออกความเห็นขึ้นมาเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากัน

“เรื่องนี้จะมีเบื้องหลังหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ จู่ๆ ก็มาขอเอาของที่บ้านไปจัดนิทรรศการ มันเป็นช่วงใกล้ๆ กับที่กังไสและคนอีกกลุ่มเข้ามาวุ่นวายพอดี แต่ดิฉันอาจจะคิดมากไปก็ได้ค่ะ” น้ำทองปรารภขึ้นมาอย่างหวาดระแวง

“ดูจากท่าทางของเขาแล้วไม่น่าจะมีอะไรนะฮะ ธนาคารก็ใหญ่โตมีชื่อเสียงมานาน ท่านเจ้าสัวประธานธนาคารเองเป็นนักนิยมของเก่าจริงๆ เทียมจันทร์ลอง search ประวัติท่านดูแล้ว” เทียมจันทร์ออกความเห็น

“แต่แม่ว่าการที่เรายังไม่ตกลงปลงใจอะไรทีเดียวเป็นเรื่องที่ดีแล้วละ ทีนี้เรื่องที่ลงยาบอกว่าจะถ่วงเวลาไว้ก่อนแม่ก็เห็นด้วย เพราะถ้าทุกคนยังอยู่ในสภาพนี้เราอาจจะทำอะไรกันลำบาก” คุณรักร้อยสรุป

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

 

หากแต่เรื่องไม่ได้จบง่ายอย่างที่ทุกคนคิด เพราะวันรุ่งขึ้นทางประธานธนาคารได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเรื่องการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ของสะสม และระบุว่า ดร.ลงยาจะเข้ามาเป็นผู้ดูแลการจัดวางของโบราณเหล่านั้น และจะนำเครื่องเพชรของสะสมประจำตระกูลมาจัดในส่วนของนิทรรศการหมุนเวียนอีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ ก็แห่มาขอสัมภาษณ์ ดร.ลงยาที่คฤหาสน์ริมน้ำ สร้างความลำบากใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมากที่ทางธนาคารออกข่าวมัดมือชกเช่นนี้

เหล่านักข่าวก็จะขอชมเครื่องเพชรโบราณประจำตระกูล ที่จะนำไปจัดแสดงที่ธนาคาร คุณรักร้อยจึงแก้ปัญหาด้วยการให้คนในบ้านจัดของว่างมาต้อนรับนักข่าวในสวนริมแม่น้ำ โดยสั่งปิดประตูคฤหาสน์ให้แน่นหนา แล้วโทร.ตามเทียมจันทร์มาประกบและซักซ้อมคำพูดกับพ่ออินในการตอบคำถาม เรียบร้อยแล้วเขาจึงมานั่งพูดคุยกับนักข่าวอย่างเป็นกันเอง พร้อมแก้ข่าวไปในตัวด้วย

“สวัสดีขอรับ วันนี้มากันมากมายหลายคนทีเดียว ไม่ทราบมีอะไรจะให้กระผมรับใช้หรือขอรับ” พ่ออินแต่งกายด้วยเสื้อคอปิดนุ่งโจงกระเบนเต็มยศ สวมมาลัยครุยที่ร้อยอย่างวิจิตร เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องเครื่องเพชรมาที่เรื่องการแต่งกายของเขา และเปิดการเจรจาด้วยความสุภาพ ตัวแทนสื่อจึงพูดถึงประเด็นที่อยู่ในความสนใจของผู้คน

“สวัสดีค่ะ ดอกเตอร์ลงยา วันนี้ที่เรามากันก็เพราะต้องการทราบเรื่องที่ท่านเจ้าสัวคีรีให้สัมภาษณ์ไปเมื่อเช้านี้ค่ะ แล้วก็อยากจะขออนุญาตชมเครื่องเพชรที่จะนำไปจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการพิพิธภัณฑ์ของท่านเจ้าสัวที่ดอกเตอร์เข้าไปจัดการด้วยค่ะ”

“อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง กระผมขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ตัวกระผมเพิ่งทราบเรื่องนี้จากตัวแทนของท่านเจ้าสัวเมื่อวานนี้เองขอรับ ที่สำคัญเรายังไม่ได้มีการตกลงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีการเข้าใจผิดกันนะขอรับ ตัวกระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเจ้าสัวที่ให้เกียรติไว้วางใจ หากแต่ตอนนี้นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยกำลังจะสอบ กระผมคงยังไม่มีเวลาที่จะคิดทำอะไรนอกจากทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุดนะขอรับ”

พ่ออินตอบนักข่าวไปตามที่เทียมจันทร์บอกบท นี่คือคำตอบที่หล่อนวิดีโอคอลไปคุยกับ ดร.ลงยามา เหล่านักข่าวก็ยังตื๊อขอเข้าไปชมเครื่องเพชรของสะสม

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พวกเรามาถึงที่นี่แล้ว ขออนุญาตเข้าไปชมคฤหาสน์และเครื่องเพชรของสะสมของดอกเตอร์เป็นบุญตาหน่อยได้ไหมคะ”

“คงไม่สะดวกนะขอรับ เครื่องเพชรของมีค่าพวกนั้นกระผมมิได้เก็บไว้ที่บ้านดอก ขืนเก็บไว้พวกโจรขโมยรู้แกวคงเข้ามาปล้นเท่านั้นเอง วันนี้อยากจะนำเครื่องเพชรมาแต่งก็ยังไม่ได้ไปธนาคารเลยร้อยมาลัยครุยมาสวมแทน ชอบกันไหมขอรับ” พ่ออินเบี่ยงประเด็นจากเรื่องเครื่องเพชรมาเป็นเรื่องมาลัยครุยที่เขาสวมอยู่แทน

“งามมากๆ เลยค่ะ นี่คนในบ้านดอกเตอร์ร้อยเองหรือคะ” นักข่าวสาวถามพร้อมเอื้อมมือมาจับมาลัยดอกไม้สดที่พาดสะพายอยู่บนตัวของลงยา

“ผมเป็นคนร้อยเองขอรับ นี่เป็นงานอดิเรกที่ผมชอบมาก เวลาว่างจะร้อยมาลัยให้คุณแม่ท่านไว้บูชาพระหรือใช้ในโอกาสต่างๆ ขอรับ” พ่ออินตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

คุณรักร้อยและเทียมจันทร์เดินนำคนในบ้านยกของว่างโบราณ ที่ตกแต่งอย่างสวยงามน่ารับประทานออกมาเสิร์ฟให้นักข่าว พร้อมกับพูดเชิญชวนด้วยสีหน้ายิ้มละไม

“อย่าเพิ่งสนใจเรื่องอื่นเลยนะคะ มาสนใจเรื่องปากท้องกันก่อนดีกว่า ที่บ้านแม่นี่ สิ่งที่สวยงามไม่แพ้เครื่องเพชรก็น่าจะเป็นเรื่องอาหารนี่แหละค่ะ มาลองชิมดูนะคะ อันไหนรู้จัก อันไหนไม่รู้จักถามแม่ได้เลยนะคะ หรือจะถามหนูเทียมจันทร์ก็ได้ค่ะ”

“เชิญค่ะ พี่ๆ นักข่าว นี่หรุ่ม อันนี้ล่าเตียง นี่ช่อม่วง ทั้งสวยทั้งหอมทั้งอร่อยเลยนะคะ” เทียมจันทร์ช่วยคุณรักร้อยประชาสัมพันธ์

เหล่านักข่าวเมื่อเห็นเครื่องว่างคาวหวานที่วิจิตรงดงามแบบของชาววังแท้ๆ ก็พากันมารุมถ่ายรูปและชิมกันอย่างเอร็ดอร่อย สรุปข่าววันนั้นกลายเป็นเรื่องราวสัมภาษณ์คุณรักร้อย มารดาของ ดร.ลงยา ผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมการทำเครื่องว่างแบบโบราณ แทนที่จะเป็นข่าวของลูกชายที่จะเปิดนิทรรศการโชว์เครื่องเพชรประจำตระกูล

เจ้าสัวคีรี ประธานธนาคาร เค เอ็ม บี โกรธมากเมื่อเห็นประเด็นข่าวเปลี่ยนไป  อุตส่าห์ไปทาบทามให้เกียรติ กะจะทุ่มเงินเพื่อให้จัดพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดด้วยฝีมือของนักวิชาการที่มีชื่อเสียงที่สุด แต่ทำไมถึงให้ข่าวแบบไม่ไว้หน้ากันเลย เขาจึงเรียกตัวธนกิจและเกรียงไกรเข้ามาพบ

“ไหนคุณสองคนว่าไอ้ด็อกนั่นมันสนใจโครงการพิพิธภัณฑ์ของเราไง แล้วทำไมมันถึงออกมาให้สัมภาษณ์อย่างนี้” เจ้าสัวโยนหนังสือพิมพ์ไปตรงหน้าทั้งสองคน

“เอ้อ ทางดอกเตอร์เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธนะครับ แต่จริงๆ แล้วทางเราเพิ่งไปเจรจากับเขาครั้งแรกเอง เรื่องผลประโยชน์ค่าตอบแทนก็ยังไม่ได้คุยกัน เรารีบไปให้ข่าวก่อนเขาก็คงตกใจน่ะครับ” ธนกิจตอบเจ้าสัว

“แต่อั๊วไม่ต้องการให้มันปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นอั๊วจะเรียกนักข่าวมาทำข่าวทำไม นี่คืออั๊วให้เกียรติให้ความเชื่อมั่นกับมันว่าอั๊วจ้างมันแน่ แต่มันกลับมาหักหน้าอั๊ว พวกลื้อเข้าใจไหม”

เมื่ออารมณ์โกรธขึ้นมาจนถึงขีดสุดเขาก็หลุดพูดภาษาดั้งเดิมออกมา ไม่มีภาพเจ้าสัวผู้สุภาพแสนดีหลงเหลืออยู่เลย คนเราเมื่อโกรธแล้วอะไรก็ทำได้ขอให้ได้มาซึ่งความสะใจเท่านั้น จริงๆ แล้วเจ้าสัวคีรีผู้นี้สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยความลำบากยากเข็ญ แม้ว่าเขาจะไม่ได้หอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนก็ตาม เขาเป็นลูกจีนที่โตในไทย เตี่ยของเขานั่งเรือสำเภามาจากเมืองจีน มาตั้งรกรากในเมืองไทยหากแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จร่ำรวยเหมือนเพื่อนๆ ที่มาในรุ่นเดียวกัน เตี่ยมาเป็นจับกังแบกข้าวสารเหมือนๆ กับคนอื่น หากแต่ทำได้แค่ผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหาบทองเหลืองรสเด็ด ขายอยู่ในตรอกย่านสำเพ็ง ตัวเขาก็หิ้วกระป๋องน้ำตามเตี่ยไป ด้วยความมานะพยายาม ความทะเยอทะยานทำให้เขาสร้างตัวด้วยการเก็บของเก่าขาย มาส่งตัวเองเรียนและเล่นหุ้นจนกระทั่งมีเงินเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของธนาคารดังในปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่เจ้าสัวคีรีทนไม่ได้คือคนที่ไม่ยอมอยู่ในอำนาจเงินของเขานั่นเอง เพราะเขาคิดว่าเงินที่เขามีอยู่นั้นสามารถซื้อได้ทุกสิ่งและสั่งได้ทุกคนประดุจแก้วสารพัดนึก เมื่อมาเจอ ดร.ลงยาที่ทำท่าไม่เห็นหัวจึงโกรธมาก แต่เมื่อคิดดู ก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้ยื่นข้อเสนอให้ ดร.หนุ่มผู้นั้นเลย ขี้คร้านถ้าเห็นตัวเลขที่เขาจะหว่านโปรยลงไป จะยกมือไหว้เขาปลกๆ เหมือนนักการเมืองใหญ่บางคน เขาจึงหันไปสั่งพนักงานทั้งสองคนที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ตรงนั้น

“ธนกิจ เกรียงไกร ลื้อให้ฝ่ายกฎหมายทำเอกสารสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ไปให้ไอ้ดอกเตอร์นั่นมันเซ็นไป บอกว่าอั๊วมีงบประมาณในการตกแต่งพิพิธภัณฑ์สองร้อยล้านบาท และค่าจ้างรวมค่าที่มันต้องเอาของของมันมาจัดนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ของอั๊วอีกยี่สิบห้าล้านบาท นอกจากนั้นอั๊วยังจะมอบทุนสนับสนุนการวิจัยให้กับนักศึกษาคณะศิลปกรรมมหาวิทยาลัยที่มันสอนอยู่อีกสิบทุน ทุนละหนึ่งล้านบาท แล้วก็มอบทุนปรับปรุงอาคารเรียนของคณะศิลปกรรมใหม่ทั้งหมดอีกร้อยล้านบาท ส่งหนังสือนี้ไปที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยมันเลยนะ จะได้ไม่พลาด”

“ครับผมท่านเจ้าสัว” ทั้งสองคนรับปากเจ้าสัวพร้อมกัน

เจ้าสัวคีรียิ้มอย่างสมใจ โทสะที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่หายไปราวปลิดทิ้ง คราวนี้ทุกอย่างคงจะสำเร็จสมความตั้งใจ เม็ดเงินที่เขาหว่านโปรยมามักจะนำความสุขมาสู่เขาเสมอ และเขามั่นใจว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน

พ่ออินในมาดของ ดร.ลงยา ใส่เสื้อผ้าไหมทอยกดอกนุ่งโจงมาเข้าพบอธิการบดี โดยมีเทียมจันทร์เดินตามมาส่งที่หน้าห้อง ถ้าเป็นไปได้หล่อนอยากจะเข้าไปกับเขาด้วยจริงๆ หากแต่ติดที่เจ้าหล่อนเป็นนักศึกษาไม่สามารถเข้าไปวุ่นวายในเรื่องราวของอาจารย์ในห้องอธิการบดีได้ แต่จะกลัวอะไร เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้หล่อนสามารถถ่ายทอดสดเหตุการณ์ในห้องมาสู่หน้าจอโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย หล่อนบรรจงใส่หูฟังบลูทูธอันจิ๋วเข้าที่หูของพ่ออิน เพื่อที่จะส่งผ่านความคิดเห็นจาก ดร.ลงยามาให้พ่ออินถ่ายทอดสู่ท่านอธิการบดีและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเทียมจันทร์นั่งอยู่กับโถเทพธิดาในสวนใกล้ๆ สำนักงานของท่านอธิการบดี

“พ่ออิน ฟังนะ ถ้าจะตอบคำถามอะไรให้ฟังคำตอบจากจารย์ฮะที่จะพูดใส่หูพ่ออิน เข้าใจนะ เดี๋ยวเทียมจันทร์จะรออยู่ตรงม้าหินนั่น สู้ สู้” เทียมจันทร์ยกมือชูสองนิ้วให้พ่ออินพร้อมยิ้มสดใส

พ่ออินเดินตามเลขานุการท่านอธิการบดีเข้าไปในห้องทำงาน เขายกมือไหว้ทำความเคารพ ชายวัยกลางคนแต่งกายสุภาพด้วยสูทสีเข้มมีตรามหาวิทยาลัยปักที่กระเป๋าอย่างเรียบร้อย ท่านนั่งอยู่ตรงโต๊ะประชุม ใกล้ๆ กันมีชายอีกคนหนึ่งอายุไล่เลี่ยกันนั่งอยู่ ท่าทางกำลังคุยปรึกษากันอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นเขาก็ทักทายอย่างร่าเริง

“สวัสดี สวัสดี ดอกเตอร์ลงยา มา มานั่งคุยกัน วันนี้มีเรื่องดีๆ จะบอกคุณเป็นพิเศษเลย ผมกับท่านคณบดีภูมิใจในตัวคุณมากเลยนะ คุณเป็นบุคลากรที่ดีของมหาวิทยาลัย สร้างชื่อเสียงจนองค์กรใหญ่อย่างธนาคาร เค เอ็ม บี สนใจอยากให้คุณไปดูแลเรื่องการทำพิพิธภัณฑ์ แล้วยังให้ทุนสนับสนุนคณะศิลปกรรมอีกมากมาย  ทั้งทุนปรับปรุงอาคารสถานที่แล้วก็ทุนการศึกษาอีกต่างหากนะ มันช่างเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ใช่ไหม ใช่ไหม…” ท่านอธิการบดีกล่าวกับเขาอย่างผู้ใหญ่ใจดีและท่านคณบดีก็รับเป็นลูกคู่

“ใช่ครับ ใช่ครับ…เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลย”

เมื่อพ่ออินนั่งลงเขาก็ได้รับเอกสารปึกใหญ่จากมือของท่านอธิการบดี เป็นรายละเอียดโครงการพิพิธภัณฑ์ของสะสมของธนาคาร เค เอ็ม บี เอกสารข้อเสนอมอบทุนในการปรับปรุงอาคารคณะศิลปกรรมให้แก่ทางมหาวิทยาลัย เอกสารมอบทุนวิจัย และเอกสารสัญญาว่าจ้างเขาดูแลอำนวยการจัดทำพิพิธภัณฑ์ พร้อมทั้งการนำของสะสมส่วนตัวมาจัดแสดงนิทรรศการ

ดร.ลงยาเห็นภาพที่ถ่ายทอดสดออกมาจากห้องประชุมแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเอง และเขาไม่ชอบวิธีการหว่านเงินแล้วมัดมือชกของเจ้าสัวคีรี เพราะถ้าจะว่ากันจริงๆ เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการทำงานนี้ เพราะฐานะของเขาก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นอะไร แต่เมื่อเจ้าสัวเดินเกมมัดมือชกแบบไม่ให้เขาขยับเขยื้อนได้อย่างนี้ ก็เห็นทีจะต้องตอบโต้กันบ้าง เทพธิดาหน้าโถเบญจรงค์จึงบอกให้พ่ออินตอบไป

“เรื่องการรับการสนับสนุนเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยและคณะ ซึ่งผมถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยนะขอรับ ผมว่าเราจัดงานแถลงข่าวแล้วเชิญท่านเจ้าสัวมาร่วมด้วย ถือเป็นการให้เกียรติแก่ท่านและธนาคาร เค เอ็ม บี ส่วนเรื่องพิพิธภัณฑ์ ตอนนี้นักศึกษากำลังจะสอบ ผมต้องสอนด้วย  และเป็นที่ปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ด้วย อาจจะยังทำอะไรไม่ได้เต็มที่ ผมขอเวลาอีกนิดดีกว่านะขอรับ”

ท่านอธิการบดีและคณบดีเห็นด้วยกับความคิดของ ดร.ลงยา ว่าควรจัดงานแถลงข่าวการมอบทุนสนับสนุนการปรับปรุงอาคารคณะศิลปกรรมของมหาวิทยาลัยด้วยเม็ดเงินมหาศาล รวมทั้งการให้ทุนวิจัยที่มากมายเป็นปรากฏการณ์ ส่วนเรื่องการจ้างงานส่วนตัวนั้น ในเมื่อ ดร.ลงยาเห็นความสำคัญของหน้าที่อาจารย์ในความรับผิดชอบมากกว่าจึงไม่เอาเวลาไปทำงานนอกซึ่งเป็นสิ่งที่ดี จึงไม่มีการพูดถึงกันอีก

“ตกลงตามที่ ดร.ลงยาว่าก็แล้วกันนะ ดีแล้วที่คุณเห็นแก่หน้าที่ในความรับผิดชอบมากกว่าเห็นแก่เงินก้อนโตแล้วเอาเวลาราชการไปทำงานพิเศษ เดี๋ยวเราคุยกันเรื่องการจัดงานแถลงข่าวกันต่อดีกว่านะท่านคณบดี ดีไหม ดีไหม” ท่านอธิการบดีสรุปอย่างรวบรัด

“ดีครับ ดีครับ ขอบคุณมากนะ ดร.ลงยา” ท่านคณบดีเป็นลูกคู่ให้ท่านอธิการบดีเช่นเดิม

“งั้นผมขอตัวก่อนนะขอรับ พอดีมีชั่วโมงสอน”

พ่ออินเดินออกจากสำนักงานอธิการบดี เทียมจันทร์ก็วิ่งมาหา หญิงสาวโล่งใจที่เรื่องราวเรียบร้อย เธอจึงพาเขาไปที่ห้องบรรยายต่อทันที…

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!