มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 19 : คืนร่าง

มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 19 : คืนร่าง

โดย :

มนตร์เบญจรงค์ เรื่องราวของน้ำทอง หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังงามกลางสวน กับการได้ครอบครองเบญจรงค์โบราณลายเทพบุตรทรงกลมแป้นที่ได้มาในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ และเบญจรงค์ใบนี้ทำให้เหตุการณ์ในบ้านอันสงบสุขของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นิยายออนไลน์ โดย จรัสพร ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

…………………………………………………

-19-

ดร.ลงยานุ่งผ้าขาวม้าหยักรั้งออกมาจากห้องส่วนตัว เดินลัดเลาะเข้าไปที่อาบน้ำกลางสวนดอกไม้ด้วยความเคยชิน  วันนี้ขออาบน้ำให้ชื่นใจสักหน่อย หลังจากไปติดอยู่ในโถเบญจรงค์นานแรมเดือน พอมายืนอยู่ที่หน้าโอ่งน้ำก็นึกถึงแววตาตื่นตะลึงของสาวสวย ที่โดนพ่อขุนทอง ผีน้อยจอมแก่น หลอกล่อให้มาดูเขาอาบน้ำ ชายหนุ่มเผลอยิ้มมุมปากเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับสาวงามนามน้ำทอง ช่างบังเอิญให้มีเรื่องราวประทับใจที่จะต้องจดจำร่วมกันมากมายหลายเรื่อง รวมถึงการร่วมชะตากรรมต้องมนตร์เบญจรงค์ด้วยกัน ความรู้สึกอันดีงามค่อยก่อตัวขึ้นและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เขายังไม่อยากจะเรียกมันว่าความรักจนกว่าจะแน่ใจ หากแต่เขารู้ดีว่าไม่เคยรู้สึกผูกพันกับสตรีใดเท่านี้มาก่อน แม้แต่เทียมจันทร์ สาวน้อยผู้แกล้งทำตัวผิดเพศเพื่อหาทางเข้ามาใกล้ชิดเขาก็ตาม ชายหนุ่มอาบน้ำไปก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย หลังจากพ้นจากมนตร์เบญจรงค์แล้ว เขาต้องหาทางช่วยเหล่าวิญญาณให้เร็วที่สุด ก่อนที่กังไสจะคิดทำอะไรกับวิญญาณพวกนั้นให้ทุกข์ยากไปกว่าที่กำลังเป็นอยู่

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ดร.ลงยาแต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อผ้าป่านขาวคอกลมและกางเกงแพรอบร่ำหอมกรุ่น ชายหนุ่มมานั่งร้อยมาลัยให้มารดานำไปบูชาพระก่อนนอน คุณคำนึงเป็นอีกหนึ่งดวงวิญญาณที่เขาคิดถึงมากในเวลานี้ แม้จะรู้ดีว่าสามารถหลุดรอดจากการคุมขังมาได้ แต่ก็ยังคงไม่สบายใจเมื่อยังไม่ได้เห็นคุณคำนึงกลับมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้ากับวิญญาณในบ้านเหมือนอย่างเคย หากแต่เขาเองก็ได้คิดว่าต่อไปนี้คงต้องทำใจให้เคยชินกับการไม่มีวิญญาณอยู่รายล้อมรอบตัวเหมือนแต่ก่อน เพราะถ้าสามารถช่วยดวงวิญญาณทั้งหมดกลับมาได้  ก็คงต้องถึงเวลาที่หลวงตาจะปลดปล่อยพวกเขาเหล่านั้นให้ไปอยู่ในภพภูมิอันเหมาะสมเสียที

ดร.ลงยาร้อยมาลัยเสร็จนำใส่พานเดินไปให้มารดาที่เรือนมนิลา วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขมากมายในการได้เดิน ได้ยืน ได้พูด ได้อาบน้ำ ได้กระทำกิจกรรมต่างๆ ที่คุ้นชินมาตลอดทั้งชีวิต แม้ข้างในใจจะรู้สึกโหวงๆ อยู่บ้าง เพราะรู้ดีว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขายังไม่จบลงเพียงนี้อย่างแน่นอน แต่ก็เอาเถอะ เมื่อกลับคืนร่างแล้วขอกอดแม่ให้เต็มแขนอีกสักครั้ง ชายหนุ่มเดินมาถึงห้องส่วนตัวของมารดา เขาทรุดตัวลงนั่งค่อยๆ คลานเข่านำพานพวงมาลัยเข้าไปกราบแทบตักคุณรักร้อย ผู้นั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่บนพรมนุ่มที่ปูลาดตลอดพื้นห้อง

“คุณแม่ขอรับ ลูกร้อยพวงมาลัยมาให้คุณแม่บูชาพระเหมือนเคยแล้วนะขอรับ” มารดาของเขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มอ่อน แล้วรับพวงมาลัยจากมือบุตรชาย พร้อมเอ่ยคำขอบใจ

“ขอบใจจ้ะลูก รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม หมดเคราะห์หมดโศกเสียทีนะพ่อคุณของแม่”

“ผมรู้สึกราวกับตายแล้วเกิดใหม่เลยทีเดียวขอรับ ไม่เคยคิดเลยว่าการได้กลับมานั่ง นอน ยืน เดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยชิน ที่เคยทำอยู่ทุกวันอีกครั้งหนึ่งนี่มันช่างมีความสุขจริงๆ” ชายหนุ่มตอบผู้เป็นมารดาตามความรู้สึกอันแท้จริง

“มิน่าเล่าวันนี้ลูกแม่ร้อยมาลัยได้งามจริง เขียวขาวดูบริสุทธิ์เหลือเกิน เราไปสวดมนต์ด้วยกันนะลูกนะ” สองแม่ลูกพากันเข้าห้องพระไปสวดมนต์ด้วยความสงบ ดร.ลงยานั้นไม่อยากจะคิดถึงวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึง แต่ไม่ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามวันนี้เขาได้กอดมารดาและได้เห็นรอยยิ้มของท่านแล้วเท่ากับสร้างกำลังกายกำลังใจให้เขาต่อสู้และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่

ที่บ้านเรือนไทยในสวน น้ำทองนั่งรับประทานของโปรดที่ป้ามาลีจัดมาให้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ผักลวกราดกะทิ ต้มยำหัวพุงปลาช่อน ตับหมูผัดกระเทียมพริกไทย อีกมือหนึ่งก็เปิดโน้ตบุ๊ก เพื่อเคลียร์งานที่คั่งค้างมาเป็นเดือน แม้งานบางอย่างแม่จันทร์จะช่วยทำตามคำบอกได้ก็จริง แต่พวกงานเอกสารและการเขียนสคริปต์เป็นเรื่องที่เจ้าหล่อนต้องจัดการเอง ลุงตันและป้ามาลีนั่งมองหญิงสาวที่รักเหมือนลูกอย่างปลื้มใจ ที่ได้เห็นเจ้าหล่อนเอร็ดอร่อยกับของโปรด ป้ามาลีนั้นมือไม่ได้อยู่นิ่งเอามะปรางดิบมาฝานเตรียมไว้ให้หญิงสาวจิ้มกะปิหวานตอนเคลียร์งานดึกๆ น้ำทองเป็นคนที่โปรดปรานของเปรี้ยวเป็นที่สุด อะไรที่ใครว่าเปรี้ยวเข็ดฟันกินแล้วเสาะท้องส่งมาเลย หญิงสาวกินได้อย่างเอร็ดอร่อยหน้าตาเฉย

หากแต่ตอนนี้น้ำทองมีความกังวลใจเกี่ยวกับเหล่าเพื่อนผู้อยู่ในบ้านของหล่อนที่ถูกพ่อครูจับไป วิญญาณเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ นึกแล้วก็พานจะกินข้าวไม่ลง แม่เอื้องคำเคยมาคอยส่งนั่นส่งนี่ให้ แม่พรายกระซิบเคยมาปากยื่นปากยาวเล่าเรื่องคนนู้นคนนี้ ไหนจะพี่บัว ป้าแย้ม คุณทวดประยงค์ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้างหนอ จะหิวโหย หรือจะโดนเขาทรมานเอาบ้างหรือเปล่า นึกถึงตรงนี้หล่อนจึงหันไปหาลุงตันกับป้ามาลีแล้วพูดกับคนเก่าคนแก่ทั้งสอง

“ลุงขา ป้าคะ พรุ่งนี้เราไปถวายเพลหลวงตากันดีกว่าค่ะ จะได้อุทิศบุญไปให้พวกพี่ๆ ที่โดนจับไปด้วยนะคะ”

“คุณหนูลืมไปแล้วหรือครับว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน แล้วก็ เอ้อ คุณกังไสจะมารับไปพบท่านเจ้าสัว” ลุงตันเตือนหญิงสาว

“จริงด้วยสิคะ ถ้าอย่างนั้นลุงตันกับป้ามาลีไปจัดการแทนหนูทีนะคะ นิมนต์ฉันเพลกันทั้งวัดเลยก็ได้ ถ้าทำอาหารไม่ทันก็ว่าเขาเอาก็แล้วกัน เดี๋ยวหนูหยิบเงินให้ค่ะ ลืมไปเลยว่าไอ้กังมันนัดไปพบเจ้าสัว หนูก็อยากเห็นหน้าคน คนนี้เหมือนกันค่ะ ถ้าไม่ดีนะหนูนี่แหละจะหาทางกระชากหน้ากากประจานให้ดู” หญิงสาวพูดอย่างหมายมาด

เมื่อถึงเวลานัดหมายในวันรุ่งขึ้น กังไสก็ขับรถไปรับน้ำทองที่ออฟฟิศ ว่ากันตามจริงตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเจอหน้าอดีตเพื่อนเคยรักนี่สักเท่าไหร่ มันมีความรู้สึกต่างๆ นานาปะปนกัน ทั้งความละอายใจ ความโกรธ ความไม่ได้อย่างใจ แต่อย่างไรก็ดี เขาก็ถือไพ่เหนือกว่าหล่อนอยู่นี่นะจะไปกลัวอะไร ขนาดวันนี้หล่อนยังยอมมากับเขาเลย

น้ำทองเดินหน้านิ่งเข้าไปนั่งในตอนหลังรถ ไม่ยอมนั่งหน้าคู่คนขับเหมือนเคย กังไสขี้เกียจจะมีปัญหาเลยออกรถไปโดยไม่พูดอะไร  เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย ดร.ลงยาเดินนำเทียมจันทร์มาขึ้นรถในตอนหลังเช่นกัน ลูกศิษย์สาวมาดทอมของเขารีบขึ้นมานั่งติดกับน้ำทอง ชายหนุ่มจึงตามเข้ามานั่งประกบเทียมจันทร์อีกที เท่ากับว่ากังไสกลายเป็นคนขับรถให้ทั้งสาม เขาเห็นหน้าเทียมจันทร์แล้วอดคันปากไม่ได้จึงเคาะออกมา

“ผมจำได้ว่าผมเชิญแค่น้ำทองกับ ดร.ลงยา ไม่ทราบว่าคุณเทียมจันทร์มาได้อย่างไรครับ”

“ฉันเป็นผู้ติดตาม ดร.ลงยา ทำไมฉันจะมาไม่ได้ ถ้าดอกเตอร์รับงานพิพิธภัณฑ์ฉันนี่แหละจะต้องมาเป็นผู้ช่วย คราวนี้มีปัญหาอะไรอีกไหม” เทียมจันทร์ตอบเสียงสะบัด

“คุณนี่ทำให้ผมนึกถึงสุภาษิตไทย แบบมดแดงแฝงพวงมะม่วง หรือหมาหวงก้างอะไรอย่างนั้นเลยนะครับ ดีครับเฝ้าไว้ทั้งๆ ที่เขาไม่มีใจให้เราเลย” กังไสยั่วสาวมาดทอมด้วยความหมั่นไส้

“คุณกังไสครับ ผมว่าออกรถเถอะครับประเดี๋ยวจะสาย ท่าทางรถจะติดด้วยวันนี้”

ดร.ลงยารีบยุติสงครามน้ำลายที่กำลังจะยืดเยื้อทันที ด้วยเกรงว่าจะลุกลามใหญ่โตและไม่อยากเสียเวลาอยู่กับกังไสนานจนเกินไป สารถีจำเป็นกระชากรถออกอย่างไม่พอใจ ส่งผลให้สาวมาดทอมหัวทิ่มมาโขกกับคันเกียร์เข้าอย่างจัง เจ้าหล่อนถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำทองหันมาช่วยดึงหล่อนเข้ามาที่นั่งตอนหลังแล้วรับยาหม่องจาก ดร.ลงยามาคลึงที่หน้าผากของเทียมจันทร์ที่เริ่มจะบวมปูดและเป็นสีม่วงเข้ม เจ้าหล่อนทำปากขมุบขมิบเจริญพรคนขับรถอย่างโกรธแค้น

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

เมื่อมาถึงที่หมาย กังไสเดินนำคนทั้งหมดขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใหญ่ธนาคาร เลขานุการสาวของท่านเจ้าสัวพาคนทั้งหมดเข้าไปในห้องประชุม วันนี้ท่านเจ้าสัวไม่ได้เซอร์ไพรส์ ทุกคนเหมือนคราวที่แล้ว หากแต่เขากลับเดินถือแฟ้มนำคณะทำงานเข้ามาในห้องประชุมแบบไม่มีพิธีรีตองใดๆ เลขานุการนำแฟ้มรายละเอียดพร้อมแบบแปลนของพิพิธภัณฑ์ที่ทางสถาปนิกได้กำหนดไว้คร่าวๆ มาแจกทุกคน เจ้าสัวกล่าวเปิดการประชุมอย่างเรียบง่าย

“สวัสดีครับทุกท่าน ที่ผมเชิญทุกท่านให้มาพร้อมกันในวันนี้ก็เพื่อที่จะมาทำตารางเวลาในการทำงานกันเสียที ผมคิดว่าถ้าไม่ทำตารางเวลาคร่าวๆ ขึ้นมาก่อนเราก็จะไม่มีอะไรเป็นตัวกำหนด และชี้วัดความคืบหน้าของโครงการนี้ เรามาเริ่มกันเลยนะครับ” เจ้าสัวกล่าวกับทุกคนอย่างเอาการเอางาน

เมื่อถึงเวลาทำงานแล้วทุกคนได้เห็นเจ้าพ่อการเงินการธนาคารผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นอีกคนหนึ่ง ไม่มีมาดของท่านเจ้าสัว หากแต่กลับลดตัวลงมาระดับเดียวกับคนทำงาน อธิบายถึงความต้องการและวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ของเขาอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมประชุม ทั้ง ดร.ลงยาและน้ำทองมีความเห็นตรงกันว่า เขาผู้นี้เป็นผู้ที่สามารถร่วมงานได้อย่างสบายใจไม่เอาแต่อำนาจและความเป็นเจ้าของสถานที่มาเป็นที่ตั้งอย่างที่ได้พลาดพลั้งทำเรื่องขึ้นที่มหาวิทยาลัยในวันนั้น ตัวกังไสเองก็รู้สึกเพลิดเพลินจนเกือบจะลืมเจตนาเดิมของตนที่มีความตั้งใจจะเข้ามากอบโกยท้องพระคลังมหาสมบัติแห่งนี้ เมื่อกำหนดระยะเวลาการทำงานกันเรียบร้อยโดยมีเลขานุการสาวของท่านเจ้าสัวและเทียมจันทร์เป็นผู้บันทึกประชุม ดร.ลงยาขออนุญาตแนะนำเทียมจันทร์เป็นหนึ่งในทีมงานที่จะเป็นผู้ช่วยของเขาในการทำงานครั้งนี้ เพราะเธอจะเป็นผู้แบ่งหมวดหมู่และบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับโบราณวัตถุที่จะนำมาหมุนเวียนจัดแสดง

“แล้วผมล่ะครับดอกเตอร์ มีอะไรให้ผมช่วยบ้าง ในฐานะที่ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีพิพิธภัณฑ์เป็นของตัวเอง” กังไสแกล้งสอดขึ้นมาหน้าตาเฉย

“คุณกังไสกลับไปเฝ้าพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวดีกว่าไหมคะ ได้ข่าวว่าภัณฑารักษ์เพิ่งตายไป หาคนใหม่มาแทนได้หรือยังคะ หรือให้วิญญาณภัณฑารักษ์คนเก่าเฝ้าพิพิธภัณฑ์อยู่” น้ำทองเอ่ยขึ้นมาบ้างอย่างเย็นชา

เจ้าสัวนั้นมีความพอใจมากเมื่อเห็นว่าการประชุมครั้งแรกสามารถสรุประยะเวลาการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง ดร.ลงยาและน้ำทองรวมถึงทีมงานทั้งหมดสามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัว เขาจึงกล่าวปิดประชุมและเชิญทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ทำให้ ดร.ลงยารู้สึกอึดอัดเป็นอันมาก แต่น้ำทองส่งไลน์ไปเตือนเขา

“คุณลงยา คุณห้ามปฏิเสธเด็ดขาดเชียวนะ เพราะเจ้าสัวคงคิดว่าคุณไม่ให้เกียรติเขา”

“แต่ผมไม่ชินกับการรับประทานอาหารร่วมกับคนอื่นและอาหารจีนอีกต่างหาก”

“เอาเถอะน่า คุณอาจจะชอบก็ได้นะ”

ทั้งหมดถูกเชิญไปที่ห้องจัดเลี้ยงของผู้บริหาร มีโต๊ะจีนโบราณขนาดใหญ่ประดับมุกอย่างหรูหราตั้งอยู่ รายล้อมไปด้วยเก้าอี้ประดับมุกเข้าชุดกัน ทั้งหมดถูกเชิญให้นั่งประจำที่ บริกรรินน้ำเก๊กฮวยกลิ่นหอมหวาน จากนั้นก็เริ่มเสิร์ฟออร์เดิร์ฟไปจนถึงอาหารจานหลัก

ดร.ลงยาตื่นตาตื่นใจกับอาหารชุดจักรพรรดิที่ท่านเจ้าสัวจัดเลี้ยงเป็นอย่างมาก เขาเคยคุ้นกับความประณีตของอาหารแบบไทยๆ หากแต่เพิ่งเคยได้ลิ้มลองทั้งอาหารตาและอาหารปากแบบจีนก็วันนี้ เครื่องใช้ไม้สอยทั้งสิ้นเป็นเงินถูกขัดจนมันวาววับ น้ำทองหันมาเห็นสายตาชื่นชมของ ดร.ลงยาที่มีต่อการจัดเลี้ยงก็อมยิ้มด้วยความขบขัน ภาพชายหนุ่มในชุดผ้าไหมเสื้อตัวนอกคอปิด นุ่งโจงผ้าม่วงกลีบแข็งกราก นั่งใช้ตะเกียบคีบอาหารจีนนั้นช่างคอนทราสต์กันอย่างน่าดู หญิงสาวแอบเอาโทรศัพท์บันทึกภาพไว้ดูเล่นแก้เครียด

ส่วนเทียมจันทร์นั้น เจ้าหล่อนรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะรู้สึกว่าหน้าที่ดูแล ‘จารย์ฮะ’ นั้นเป็นสิ่งที่หล่อนพึงกระทำ ไม่ว่าจะอยู่นอกหรือในมหาวิทยาลัยก็ตาม หากแต่วันนี้หล่อนถูกกันให้นั่งห่างกับเขาคนละมุมโต๊ะ เทียมจันทร์ถูกขนาบข้างด้วยเลขานุการของเจ้าสัวกับกังไส ซึ่งคุณเลขาฯ นั้นแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าสนใจที่จะสานสัมพันธ์กับสาวมาดเท่อย่างหล่อน พยายามเอาอกเอาใจด้วยการชวนพูดคุยและตักอาหารให้ เจ้าหล่อนได้แต่ยิ้มรับไปตามมารยาท กังไสเห็นก็อดขำไม่ได้ ถึงกับแซวออกมาอย่างหยุดปากไม่อยู่

“แหม คุณนี่ช่างเสน่ห์แรงจริงๆ นะ มาแป๊บเดียวมีสาวอยากร่วมวงดนตรีไทยด้วยเสียแล้ว”

เทียมจันทร์จะโต้ตอบอะไรก็ไม่ถนัดนักได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่หนุ่มตี๋ตัวแสบ และภาวนาให้อาหารมื้อนี้จบลงอย่างรวดเร็ว หากแต่อาหารมื้อนั้นกลับยืดเยื้อยาวนาน เพราะเป็นการเสิร์ฟอาหารจีนแบบเซตจักรพรรดิอย่างครบถ้วน น่าตื่นเต้นจนถึงของหวานและผลไม้ปิดท้ายรายการ

เจ้าสัวพูดคุยกับ ดร.ลงยาและน้ำทองอย่างออกรส เมื่อได้รับรู้ถึงแนวคิดในการทำงานของคนทั้งคู่ ตัวเขาเองนั้น ถึงแม้จะมีสถานะทางการเงินที่เกินกว่าคำว่ามั่นคง หากแต่การที่จะมีใครพูดคุยในสิ่งที่เขาสนใจอย่างรู้จริงนั้นน้อยมากหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและกระตือรือร้นที่จะบอกเล่าถึงสิ่งเขาอยากรู้ ทั้งคู่มีวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างกระชับชัดเจนเข้าใจง่ายและน่าสนใจ

สำหรับ ดร.ลงยาและน้ำทองก็ได้พบอีกมุมหนึ่งของอภิมหาเศรษฐีผู้นี้อย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ภาพลบเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้ที่เคยเกิดขึ้นในใจของคนทั้งคู่หายไปโดยสิ้นเชิง  เจ้าสัวคีรีที่มีภาพลักษณ์เจ้าเล่ห์ คมเค็ม กลับกลายเป็นผู้ใหญ่ใจดีคุยสนุก มีความรู้เรื่องราวของเครื่องกระเบื้องจีนโบราณเป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะดีกว่ากังไส ผู้ที่เติบโตคุ้นเคยมากับสิ่งของเหล่านี้ด้วยซ้ำไป เขาเป็นผู้ถามและเป็นผู้ฟังที่ดีในเรื่องราวที่เขามีความสนใจ ใฝ่รู้ มีความตั้งใจจริงที่จะก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ของผู้ที่สนใจจะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับโบราณวัตถุอย่างแท้จริง

กังไสเฝ้าสังเกตคนทั้งหมดอย่างเงียบๆ แววตาเจ้าเล่ห์เบื้องหลังแว่นหนาเตอะของเขานั้นกลอกกลิ้งไปมา ด้วยสมองกำลังวางแผนอย่างหนักเพื่อจะกอบโกยทรัพย์สินของผู้ที่อยู่ตรงหน้าทั้งสามคนมาครอบครอง  ยิ่งคนทั้งหมดดูเข้ากันได้ดีเขายิ่งพอใจ เพราะนั่นหมายถึงว่าคนพวกนี้จะมัวแต่สนใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่จนไม่ได้ใส่ใจเขานั่นเอง

เมื่อจบมื้ออาหาร ตารางการทำงานทั้งหมดก็ได้ถูกกำหนดจนเสร็จเรียบร้อย อีกหนึ่งสัปดาห์ ดร.ลงยาและเทียมจันทร์จะเข้ามาช่วยกันคัดเลือกหมวดหมู่ของโบราณวัตถุที่จะนำมาจัดแสดงในโซนต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ สำหรับน้ำทองนั้นก็จะนำกล้องมาบันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของการทำงาน เพื่อที่จะนำมาใช้เป็นแฟ้มภาพสำหรับการนำมาตัดต่อเพื่อเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ต่อไปในอนาคต กังไสขอติดตามเข้ามาดูการทำงานด้วยในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เมื่อตกลงกันเรียบร้อยทั้งหมดก็บอกลาเจ้าสัวคีรี

หลังจากส่ง ดร.ลงยาและน้ำทองเรียบร้อยแล้ว กังไสก็เข้ามาขอพบนายท่านที่เซฟเฮาส์ เขาเดินเข้าไปหานายท่านในห้องวีไอพีอย่างนอบน้อม สายตาหลุกหลิกของเขาสอดส่ายไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อมาถึงหนุ่มตี๋จอมขี้โกงก็เล่าเรื่องราวการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ของเจ้าสัวคีรี โดยมี ดร.ลงยาและน้ำทองเป็นคนดูแลโครงการให้อีกฝ่ายฟัง และบอกถึงแผนการของเขาที่จะเอาของปลอมไปเปลี่ยนโบราณวัตถุเหล่านั้นออกมา

“แล้วแกจะเอาส่วนแบ่งเท่าไหร่สำหรับงานนี้” นายท่านถามอย่างสงสัยเมื่อกังไสพูดจบ

“โถ นายท่าน ส่วนของผมก็แล้วแต่นายท่านจะกรุณาก็แล้วกันนะครับ ผมแค่อยากชดใช้หนี้สินที่เราติดค้างกันไว้ให้หมดมากกว่าเรื่องอื่น ไม่งั้นผมคงไม่สบายใจไปตลอดชีวิต”

ในท่าทีพินอบพิเทานั้น หากนายท่านได้ล่วงรู้ถึงความคิดที่อยู่ในสมองของเขาแล้วจะตกใจ ในใจของกังไสนั้นมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ถึงเวลาแล้วที่นายท่านเจ้าพระยา และปิง วัง ยม น่าน ต้องชดใช้หนี้ที่ทำกับเขาเอาไว้ เขานี่แหละที่จะมอบนรกบนดินให้คนพวกนี้ เอาให้มันสาสมกับความร้ายกาจที่พวกมันได้ทำไว้ ขอให้แผนการเป็นไปอย่างที่เขาคิดก็พอ กังไสบอกเล่าถึงแผนการคร่าวๆ ให้นายท่านฟังพร้อมเอาไฟล์รูปโบราณวัตถุที่แอบถ่ายมาจากบ้านเจ้าสัวส่งให้นายท่านเพื่อนำไปทำของปลอม ฝ่ายนั้นเห็นด้วย และคิดว่าถ้างานนี้สำเร็จคงจะกำจัดหนุ่มตี๋ออกไปให้พ้นทาง ไม่ต้องแบ่งทรัพย์สินใดๆ ให้อีกฝ่าย เมื่อคนพาลมาพบกันต่างฝ่ายต่างก็คิดแต่เรื่องที่จะหักหลังกัน ไม่มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงใดๆ ทั้งสิ้น

กังไสกลับมาถึงบ้านเขาก็ตรงไปหาพ่อครูที่เรือน แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อครูฟัง ฝ่ายนั้นนั่งฟังอย่างใช้ความคิด หากแต่ความคิดของพ่อครูนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับหนุ่มตี๋ขี้โกงแน่ๆ เขาคงจะช็อกหากได้ล่วงรู้ว่าพ่อครูเองก็กำลังวางแผนที่จะจัดการเขาอยู่อย่างเงียบๆ เช่นกัน เมื่อฟังกังไสพูดจบ พ่อครูก็เอ่ยขึ้นมาสั้นๆ

“มีอะไรจะให้ข้าช่วยก็บอกมาแล้วกัน”

“ตอนนี้คงยังหรอกครับพ่อครู เดี๋ยวรอให้ไอ้นายท่านนั่นมันไปเปลี่ยนของที่พิพิธภัณฑ์มาให้สำเร็จก่อน ถึงตอนนั้นเราคงมีงานที่จะต้องทำกัน” พูดจบกังไสก็เดินจากไปทิ้งให้พ่อครูสะยามินมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!