มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 21 : แผนร้ายของสะยามิน

มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 21 : แผนร้ายของสะยามิน

โดย :

มนตร์เบญจรงค์ เรื่องราวของน้ำทอง หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังงามกลางสวน กับการได้ครอบครองเบญจรงค์โบราณลายเทพบุตรทรงกลมแป้นที่ได้มาในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ และเบญจรงค์ใบนี้ทำให้เหตุการณ์ในบ้านอันสงบสุขของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นิยายออนไลน์ โดย จรัสพร ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

…………………………………………………

-21-

 

ข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในเช้าวันนี้จะเป็นข่าวอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากการจับเจ้าพ่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์คนดังพร้อมสมุนคู่ใจทั้งสี่คน ข้อหาลักทรัพย์ รายการเล่าข่าวยามเช้าต่างพากันเสนอแง่มุมพิลึกพิลั่นเกี่ยวกับการปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่าของท้องถนนหน้าคฤหาสน์เจ้าสัวคีรี ตำรวจไปรวบตัวคนทั้งหมดได้พร้อมของกลางที่เซฟเฮาส์ของนายท่าน ในขณะที่ทุกคนกำลังงงว่าเครื่องหยกโบราณมูลค่ามหาศาลนี้มาอยู่ที่เซฟเฮาส์ได้อย่างไร

คนทั้งหมดสารภาพว่าเป็นคนเอาของไปเปลี่ยนแต่ไม่รู้ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร และพวกเขาทำอะไรไปบ้าง ตำรวจถึงกับกุมขมับ หากแต่ด้วยพยานหลักฐานครบครันทำให้นายท่านและลูกสมุนถูกตัดสินจำคุกในที่สุด และชะตากรรมที่นายท่านและปิง วัง ยม น่าน ได้รับนับตั้งแต่คืนแรกที่สิ้นอิสรภาพคือการต้องพลีร่างบำเรอให้กับแก๊งขาใหญ่ในเรือนจำที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาข่มขืนทั้งห้าคนอย่างเมามัน เนื่องจากทั้งหมดมีผิวขาวสะอาดสำอางถูกใจเหล่านักโทษเดนคุกเป็นอย่างมาก กังไสดูคลิปที่ถูกส่งมาจากในคุกอย่างสะใจ พ่อครูนั่งมองอยู่เงียบๆ และใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยกับกังไส

“ถ้าตอนนี้เราไม่ทำอะไรสักอย่าง อีกหน่อยกังไสเองก็อาจจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับคนพวกนั้น”

“พ่อครูหมายความว่าอย่างไรครับ” กังไสถามด้วยความงุนงง

“ก็หมายความว่าเราควรจะไปจับวิญญาณทั้งหมดกลับคืนมา แล้วจัดการกับเพื่อนสองคนของเจ้าให้กลับมาลงโถเหมือนเดิม ย้ายวิญญาณพ่ออินแม่จันทร์มาเข้าร่างพวกมันซะ จากนั้นข้าก็จะสั่งให้พ่ออินแม่จันทร์ ขนเอาทรัพย์สมบัติของทั้งสองบ้านรวมทั้งของเจ้าสัวมาให้ สองคนนั่นก็จะเข้าคุกไปเหมือนนายท่านและลูกน้อง หมดสิ้นเสี้ยนหนามกันไป นี่แหละคือสิ่งที่เราจะรอช้าไม่ได้” พ่อครูกล่าว

กังไสนั้นเห็นด้วยกับความคิดของพ่อครู เพราะถึงตอนนี้แล้วความสัมพันธ์ของตัวเขาเองกับน้ำทองและ ดร.ลงยา คงจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก และยิ่งพวกวิญญาณต่างถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ไม่มีอะไรจะต้องต่อรองกันอีกแล้ว ฝ่ายนั้นคงไม่รั้งรอที่จะจัดการกับเขาเป็นแน่  การหลอกพาทั้งสองคนมาจัดการแบบคราวที่แล้วคงเป็นไปได้ยาก เพราะคงไม่มีใครเชื่อถือคำพูดของเขาอีกแน่นอน คงต้องรอหาจังหวะและโอกาสอันเหมาะสม กังไสเชื่อว่าโอกาสอันดีงามนั้นจะต้องมาถึงแน่ๆ ในไม่ช้านี้

 

การจัดงานเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ถูกกำหนดขึ้นล่วงหน้าในอีก ๓ เดือน หลังจากที่การทำงานของทีมงานรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดร.ลงยาต้องเข้าไปคุยกับท่านอธิการบดีเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยในการจัดงานมอบทุนครั้งที่ผ่านมาซึ่งล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า โดยเจ้าสัวคีรีตามไปคุยด้วย และยืนยันจะขอมอบทุนและทุกสิ่งให้กับทางมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม โดยไม่มีข้อผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น ดร.ลงยา รวมถึงน้ำทองและเทียมจันทร์ ก็ยืนยันที่จะไม่ขอรับค่าแรงในการทำงานครั้งนี้

ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีงานประจำทำกันอยู่ หากแต่ด้วยการวางแผนการทำงานที่ดี ทำให้พิพิธภัณฑ์ของสะสม เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างชัดเจน  ดร.ลงยา น้ำทอง เทียมจันทร์ หรือแม้กระทั่งตัวกังไสเองทุ่มเทกับงานนี้ด้วยความรักและภาคภูมิใจ ทุกคนรู้สึกว่าการจัดทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นมานั้น เป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมได้รับรู้เรื่องราว โดยแทบไม่ต้องอ่านรายละเอียดคำบรรยายใดๆ การสร้างบรรยากาศ สภาพแวดล้อมในการจัดวางโบราณวัตถุที่ทำขึ้นนั้นมิได้เป็นเพียงแต่เอาของมาวางให้ชมเฉยๆ หากแต่ของเหล่านั้นสามารถบอกเล่าที่มาและตัวตนได้อย่างชัดเจน ขณะที่ทีมงานทั้งหมดเดินสำรวจความเรียบร้อย น้ำทองกล่าวขึ้นมาอย่างชื่นชมแนวคิดของ ดร.ลงยา

“ดีจังเลยนะคะ ที่ทำบอร์ดเปรียบเทียบยุคสมัยของไทย จีน และฝรั่งเอาไว้ด้วย ทำให้คนที่มาดูได้ศึกษาและเปรียบเทียบได้ว่า จริงๆ แล้วไทยเราก็มีความเจริญทางด้านศิลปะไม่แพ้ชาติใดเลย และวิทยาการบางอย่างของเราก้าวหน้ากว่าเขาด้วยซ้ำ”

“บางทีผมก็รู้สึกว่า คนที่มาชมพิพิธภัณฑ์ควรจะได้ความรู้ที่มากกว่าการมายืนดูโบราณวัตถุที่วางอยู่ตรงหน้านะครับ ถ้าเรามีการเปรียบเทียบว่า ปีนี้ไทยกำลังเจริญถึงขีดสุดในเรื่องราวของงานศิลปหัตถกรรม แต่ที่ยุโรปอาจจะกำลังรบกันอยู่  เมืองจีนอาจจะกำลังประสบภัยพิบัติ มันคือความเชื่อมโยงของยุคสมัย ที่เราควรจะได้ศึกษาไปพร้อมๆ กัน” ดร.ลงยากล่าวอย่างมีความสุขที่น้ำทองมองเห็นได้ถึงเจตนาในการนำเสนองานของเขา

หญิงสาวผู้นี้มีความฉลาดและใส่ใจในทุกรายละเอียดของทุกสิ่งรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคิดของคน เรื่องราวของโบราณวัตถุ หรือสถานที่แวดล้อม เธอสามารถมองดูแล้ววิเคราะห์ได้อย่างตรงใจเขาจริงๆ นับวัน ดร.ลงยาก็ยิ่งชื่นชมในตัวน้ำทองมากขึ้นทุกที จนเผลอส่งรอยยิ้มพิเศษไปให้เจ้าหล่อน

น้ำทองเองถึงกับหน้าแดงซ่านเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบรอยยิ้มบาดใจของหนุ่มตาคมในชุดราชปะแตน คนอะไรก็ไม่รู้ลูกตาพูดได้  แต่ไม่นะ ตานี่เป็นเก้งนี่นา อย่าใจอ่อน อย่าหวั่นไหว อย่าระทึกใจไปนะจ๊ะชะนีน้ำทอง เมื่อนึกถึงตรงนี้หญิงสาวก็รีบจ้ำอ้าวเดินหนีไปทันที จังหวะเดียวกับที่เทียมจันทร์เดินเข้ามาหา ‘จารย์ฮะ’ ของหล่อน

“จารย์ฮะ กาแฟฮะ”

“ขอบคุณมากครับเทียมจันทร์ งานจวนเสร็จหรือยัง อย่าอยู่ถึงค่ำเลยนะเดี๋ยวทางบ้านจะเป็นห่วง” ดร.ลงยารับถ้วยกาแฟจากลูกศิษย์สาวพร้อมพูดด้วยความเป็นห่วง แต่สายตานั้นกลับมองตามน้ำทองที่เดินจ้ำจากไป พร้อมยิ้มมุมปาก

ท่านเจ้าสัวแวะมาดูงานในตอนเย็นและร่วมทำงานกับทุกคนราวกับเป็นทีมงานคนหนึ่ง ทำงานไปพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง เจ้าสัวอยากจะไปชมเครื่องทองโบราณที่บ้านของน้ำทองจึงเอ่ยปากขึ้นมา

“คุณน้ำทอง ผมทราบมาว่าที่บ้านคุณสะสมเครื่องทองโบราณไว้มากมาย ไม่ทราบจะเป็นการรบกวนเกินไปไหมถ้าผมจะขอไปชมบ้าง ไม่ได้ไปเพื่อขอซื้อนะ ขอชมเฉยๆ ในฐานะคนชอบของโบราณ”

“ได้เลยค่ะ ทุกวันนี้ดิฉันก็ได้เปรียบท่านเจ้าสัวด้วยการได้ชื่นชมของสะสมที่นี่จนอิ่มใจแล้ว ทำไมจะให้ชมของที่บ้านบ้างไม่ได้ล่ะคะ แต่อย่าคิดว่าจะมีเยอะแยะมากมายนะคะ ยังไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของที่นี่เลยค่ะ เอาอย่างนี้นะคะ เดี๋ยววันพระหน้านี้ ดิฉันจะจัดงานทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าวิญญาณที่มากับของเก่าที่บ้านดิฉันและ ดร.ลงยา ถ้าไม่กลัวการปรากฏตัวของพวกเขาละก็ขอเชิญไปร่วมงานได้เลยค่ะ” น้ำทองตอบด้วยอัธยาศัยอันดี

“ดีเลยๆ ผมไปแน่ๆ ถ้ามีโอกาสวันหน้าจะได้ขออนุญาตไปชมเครื่องเพชรที่บ้านคุณดอกเตอร์ด้วย เรื่องวิญญาณที่ไหนก็มี ที่นี่ก็มีผมไม่กลัวหรอก ดีสิจะได้ทำความรู้จักกันไว้ ” เจ้าสัวรับปากจะไปร่วมงานทำบุญด้วยความยินดี

กังไสหูผึ่งเมื่อได้ยินเรื่องที่คนทั้งหมดพูดกัน โอกาสอันงามมาถึงแล้ว เขาคงต้องขอไปร่วมงานนี้ด้วย บอกมันต่อหน้าเจ้าสัวนี่แหละ น้ำทองกับลงยาคงไม่กล้าปฏิเสธอย่างแน่นอน

“วันพระหน้าเหรอน้ำทอง ฉันไปด้วยนะ เดี๋ยวจะเอาอาหารไปช่วยทำบุญ” กังไสรีบเสนอ

“อยากไปก็ไปสิ” น้ำทองตอบสั้นๆ

น้ำทองกับ ดร.ลงยามองหน้ากันแต่ก็จำต้องรับปากเพราะไม่อยากให้เจ้าสัวมาร่วมรู้เรื่องราวไม่ดีนี้ด้วย ทั้งคู่กะว่าให้เสร็จงานพิพิธภัณฑ์เสียก่อน คงจะมีการพูดคุยกับกังไส ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากเขารู้สึกสำนึกผิดก็จะปล่อยไปแต่คงจะไม่คบเป็นเพื่อนอีก แต่ถ้ายังมีแผนการหรือคิดทำไม่ดีอีกคงจะต้องจัดการกันอย่างเด็ดขาดเสียที เพราะจริงๆ แล้ว พ่อครูเองก็ยังอยู่ที่บ้านกังไส เชื่อว่าคงคิดแผนชั่วที่จะเอาคืนอีกเป็นแน่ คนพวกนี้รู้จักแต่จะทำตามความต้องการของตัวเอง โดยไม่คิดว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน

ดร.ลงยาขับรถตามน้ำทองมาที่บ้านหลังจากเสร็จงานที่พิพิธภัณฑ์แล้ว เนื่องจากวันนี้คุณรักร้อยนัดกับป้ามาลีและลุงตันจะปรึกษาหารือกันเรื่องทำบุญ เขาจึงถือโอกาสตามมารับมารดากลับบ้านด้วย  เมื่อเจอกันพร้อมหน้าน้ำทองจึงกล่าวถึงเรื่องที่เจ้าสัวจะมาร่วมงานทำบุญด้วยและกังไสก็จะมาด้วยเช่นกัน

“ท่าทางจะไม่ดีนะคุณหนู นายกังไสนี่กระผมไม่ไว้ใจเอาเสียเลย” ลุงตันโพล่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่ากังไสจะมาร่วมงานทำบุญ

“นั่นสิลูก แม่ว่าพ่อคนนี้แกคงไม่รามือจากเราง่ายๆ หรอกนะ อาจจะฉวยโอกาสเข้ามาสร้างเรื่องอะไรในบ้านอีกก็เป็นไปได้” คุณรักร้อยพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“เราคงต้องปรึกษาหลวงตาก่อนดีที่สุดครับคุณแม่ ลุงตัน ผมเชื่อว่าหลวงตาท่านคงมีวิธีรับมือกังไสและพ่อครูสะยามินเป็นแน่” ดร.ลงยากล่าวด้วยความมั่นใจ

ทั้งหมดพากันไปพบหลวงตาแล้วเล่าเรื่องราวความกังวลใจในตัวกังไสให้ท่านฟัง หลวงตานั่งหลับตาทำสมาธิอยู่สักครู่แล้วกล่าวออกมา

“สิ่งที่พวกโยมเป็นกังวลนั้นไม่ผิดหรอก พวกคนชั่วย่อมหาโอกาสทำชั่วได้เสมอ กังไสและสะยามินถูกความโลภเข้าครอบงำจิตใจ จนไม่รู้สึกถึงเรื่องดีชั่วถูกผิดแต่อย่างใด เราคงต้องหาทางป้องกันโดยไม่ให้พวกเขารู้ตัว เอาเถอะเรื่องนี้อาตมาจะดูอีกทีว่าจะทำอย่างไรได้บ้างเมื่อวันนั้นมาถึง”

“สาธุเจ้าค่ะหลวงตา ดิฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายแรงใดๆ ขึ้นอีกเลย ที่ผ่านมาก็หนักหนากันพอสมควรแล้วนะเจ้าคะ” คุณรักร้อยพูดพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าซับหัวตา

“ปลงเสียเถิดโยม อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด อย่าไปกังวลใจล่วงหน้าเลย เอาอย่างนี้เพื่อความสบายใจของโยมทุกคน นับแต่วันนี้เป็นต้นไป อาตมาขอให้โยมรับศีลไปแล้วถือศีลห้าอย่างเคร่งครัด ก่อนนอนสวดบทเมตตาใหญ่ แล้วนั่งสมาธิภาวนา สัมมา อะระหัง แล้วสิ่งชั่วร้ายจะเข้ามาทำอันตรายใดๆ เราไม่ได้ บอกพวกวิญญาณที่บ้านด้วยนะ”

หลวงตากล่าวกับทุกคนพร้อมถอนใจ ราวกับรู้ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เอาเถอะนี่อาจจะเป็นการสิ้นสุดของเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งปวงเสียที การสูญเสียนั้นย่อมมีขึ้นอย่างแน่นอน ทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม

 

กังไสนำเรื่องการทำบุญที่บ้านของน้ำทองมาบอกกับพ่อครูสะยามิน เขาเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้เรียบร้อย เมื่อคนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ดร.ลงยา น้ำทอง เจ้าสัวคีรี เทียมจันทร์ มาอยู่รวมกัน อีกทั้งเป็นการรวมวิญญาณในบ้านทั้งสองหลัง แล้วยังจะพ่ออินกับแม่จันทร์อีก คราวนี้พ่อครูจะได้รวบยอดจัดการกับคนและผีพวกนี้เลยทีเดียว

“พ่อครูครับ อาทิตย์หน้าที่บ้านน้ำทองจะมีงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณทั้งหมด ดร.ลงยา เจ้าสัวคีรี กับเทียมจันทร์ก็จะมาด้วย ผมว่าเราควรใช้โอกาสนี้จัดการกับพวกมันนะครับ”

“ดีสิ เดี๋ยวข้าจะได้จดรายการให้ไปหาของมาทำพิธี วันงานไม่ต้องพาข้าไปด้วยหรอกนะ แต่จะเสกของให้เอ็งเอาไปไว้ในบ้านเรือนไทย เมื่อข้าร่ายพระเวทแล้วเอ็งจะได้เห็นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น” พ่อครูตอบยิ้มๆ เขารู้ว่าจะได้ปะทะกับหลวงตาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้มีอาคม หากแต่พ่อครูคิดว่าหลวงตาจะไม่สามารถสู้กับมนตราและอาถรรพณ์ของเขาได้อย่างแน่นอน

“ได้เลยครับพ่อครู จดรายการมาเลย ผมอยากจะเห็นเหมือนกันว่าพวกนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง มันสะใจจริงๆ” กังไสสนองตอบ

“แล้วเอ็งจะได้เห็นเต็มๆ ตา” พ่อครูกล่าว

วันรุ่งขึ้นพ่อครูจดรายการของที่ต้องใช้ยาวเหยียดให้กังไสไปจัดหามา พ่อครูจะเริ่มบริกรรมหุ่นอาคมเพื่อเอาไปป่วนในพิธีทำบุญ กังไสเห็นรายการของแล้วถึงกับขมวดคิ้ว เพราะของเหล่านี้เขาต้องวิ่งไปคนละมุมเมืองเพื่อจัดหามาให้ได้ บางสิ่งก็หาซื้อไม่ได้ หากแต่ต้องไปจ้างคนไปขุดไปเก็บมาให้ เช่น ดินปากหลุมศพผีตายทั้งกลมที่ป่าช้าวัดดอน ดอกไม้จากฮวงซุ้ยที่เพิ่งทำพิธีใหม่ๆ ที่บางพระ ชลบุรี ตะปูตอกฝาโลงผีตายโหงที่เพิ่งงัดโลงก่อนจะเผา น้ำเหลืองจากศพที่ตายมาแล้วสามวัน ยังไม่รวมของอัปมงคลต่างๆ อีก นี่เขากำลังทำอะไรอยู่กับใครกันแน่ ทำไมมันจึงยากเย็นเช่นนี้ พ่อครูเห็นกังไสทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะของที่ให้ไปหามานั้นมันยาก ก็กล่าวกับเขา

“ทรัพย์สมบัติที่เอ็งปรารถนานั้น มีค่าพอที่เอ็งจะเหนื่อยยากไปหาของเหล่านี้มาให้ข้าทำพิธีหรือเปล่าล่ะ ถ้าเอ็งคิดว่ามันไม่คุ้มก็ไม่ต้องไปหามาหรอก ลืมมันไปซะ” พูดจบพ่อครูก็เดินเข้าเรือนไป

วิธีที่ดีที่สุดเท่าที่หนุ่มตี๋คิดได้ในตอนนี้ก็คือหาคนช่วย แต่ใครจะช่วยเขาหาของพิลึกพิลั่นเช่นนี้ได้เล่า แล้วถ้ามีคนถามเขาจะตอบใครได้อย่างไรว่าจะเอาของพวกนี้มาทำไม เรื่องหาคนช่วยจึงต้องพับไป หนุ่มตี๋จอมขี้โกงขับรถตระเวนหาของที่ต้องการตั้งแต่เช้าจนค่ำ เขาใช้เงินหว่านกับเหล่าสัปเหร่อวัดเพื่อให้ได้ของเหล่านั้นมาโดยไม่ต้องลงมือเอง กังไสซื้อกล่องพลาสติกใบใหญ่มารวมของต่างๆ เหล่านั้นไว้ด้วยกันที่ท้ายรถด้วยความขยะแขยงสะอิดสะเอียน ของอัปมงคลบางสิ่งก็ต้องไปหามาจากสถานอโคจร เช่น เลือดประจำเดือนและคราบไคลจากซอกขาหญิงสาว เขาก็ไปที่สถานบริการที่ใช้บริการอยู่เป็นประจำ เพื่อขอซื้อบริการจากหญิงสาวที่มีรอบเดือน ทีแรกก็ไม่มีใครยอมแต่ด้วยเงินจำนวนมากที่เขาหว่านโปรยลงไป ก็มีหญิงสาวรายหนึ่งจำใจยอมขึ้นห้องกับเขา หนุ่มตี๋จอมขี้โกงจำต้องทนเห็นภาพที่ไม่น่าดูที่หญิงสาวคนนั้นทำเพื่อที่จะให้ได้สิ่งที่พ่อครูต้องการ กว่าจะได้ทุกสิ่งครบเขากลับเข้ามาถึงบ้านตอนตีสองพอดี

กังไสถือกล่องใส่ของมาที่หน้าเรือนของพ่อครู ฝ่ายนั้นยังไม่นอน หากแต่กำลังตั้งโต๊ะหมู่บูชาราวกับกำลังรอคอยการกลับมาของเขาอยู่  พ่อครูรับกล่องของจากมือเขาไป พร้อมเสกน้ำเหย่สิ่นให้กังไสเอาไปอาบล้างเนื้อ ล้างตัว เพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลออกจำตัวชายหนุ่ม

“เอาน้ำเหย่สิ่นนี่ไปอาบและประพรมให้ทั่วรถที่ขนของมา แล้วไปพักผ่อนได้แล้ว ต่อจากนี้ไม่ต้องมาหาข้าที่นี่ อีกเจ็ดวันเอ็งค่อยมาเอาหุ่นอาคมไปจัดการตามที่ข้าสั่ง” พ่อครูกล่าวกับกังไส ชายหนุ่มรีบรับน้ำเหย่สิ่นจากมือพ่อครูไปจัดการกับรถและตัวเองทันที

เขารู้สึกว่าวันนี้มันช่างยาวนานเสียเหลือเกินกับเส้นทางการเดินทางไปหาของเพื่อทำพิธีให้กับพ่อครู  แต่ก็เอาเถอะเพื่อที่จะได้ครอบครองทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากมายมหาศาลเหล่านั้น ต่อให้ยากเย็นกว่านี้เขาก็ยินดีจะแลกเพื่อให้ได้มันมา กังไสจัดการเอาน้ำเหย่สิ่นไปประพรมที่รถ เสร็จแล้วนำที่เหลือเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย จากนั้นก็เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว เขาสั่งทำตุ๊กตาพ่อหมี แม่หมีขึ้นมาใหม่ โดยเอาเศษซากของตุ๊กตาตัวเก่ายัดใส่เข้าไปข้างใน แค่นี้บรรยากาศอันแสนอบอุ่นในอ้อมอกพ่อแม่ก็กลับคืนมา เสียงมิวสิกบอกซ์คลอเบาๆ กังไสก็หลับไปได้ท่ามกลางความอบอุ่น โดยไม่รู้เลยว่าพ่อครูสะยามินแอบมาดูเขาอยู่อย่างเงียบเชียบ…

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ดร.ลงยามีบรรยายเกี่ยวกับเรื่องเครื่องเบญจรงค์ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ โดยเทียมจันทร์อาสาติดสอยห้อยตามมาช่วยดูแล เดี๋ยวนี้เขาไม่เคร่งครัดเรื่องการต้องเอาสำรับจากบ้านมารับประทานเองอีกต่อไป คุณคำนึงก็ไม่ต้องติดตามเขาออกมานอกบ้านอีก ชายหนุ่มกำลังพยายามทำชีวิตให้เป็นปกติ ให้เข้ากับความเป็นไปของสังคมในปัจจุบันและพยายามพึ่งพาวิญญาณในบ้านให้น้อยที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าอีกไม่นาน วิญญาณทุกดวงที่อยู่แวดล้อมตัวเขานั้นจะได้ไปสู่สัมปรายภพที่ดีงาม วันนี้เหล่านักศึกษาจึงได้เห็นอาจารย์ดอกเตอร์ลงยาของพวกเขาแต่งกายชุดไทยเต็มยศนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่แคนทีนของมหาวิทยาลัย ซึ่งปกติภาพนี้จะไม่เคยปรากฏ เทียมจันทร์วิ่งเป็นธุระซื้ออาหารให้กับ ‘จารย์ฮะ’ ของหล่อน

“จารย์ฮะ รับประทานอะไรดีฮะ เทียมจันทร์ไปดูมาแล้วอาหารไทย แบบข้าวราดแกงก็มี เดี๋ยวจะบอกให้เขาจัดเป็นสำรับมาให้นะฮะ”

“ไม่เป็นไรหรอกเทียมจันทร์ ขอบใจมาก วันนี้ผมว่าจะลองรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ดู เห็นมีของคณะคหกรรมที่เขามาตั้งบูธขายน่ารับประทานมีแบบขนมปังดำด้วย ของผมขอดับเบิลชีสเบอร์เกอร์นะครับ เทียมจันทร์จะรับประทานด้วยกันไหมน่าอร่อยดีจริง อะเอาเงินนี่ไปซื้อมารับประทานกัน”

ดร.ลงยาหยิบธนบัตรส่งให้สาวทอมที่ยืนอ้าปากค้างราวกับได้พบสิ่งมหัศจรรย์  ไม่น่าเชื่อ ‘จารย์ฮะ’ ของหล่อนจะกินแฮมเบอร์เกอร์ หล่อนจึงถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

“เอาแน่นะฮะ จารย์ฮะ”

อาจารย์หนุ่มยิ้มพร้อมพยักหน้าให้กับลูกศิษย์คนสนิท อีกฝ่ายรีบวิ่งไปจัดการซื้ออาหารตามที่อาจารย์สั่งและของตัวเองมานั่งรับประทานกันอย่างออกรส เทียมจันทร์สังเกตท่าทางการรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ของ ดร.ลงยา ก็ดูคุ้นเคยไม่เคอะเขินราวกับว่าชายหนุ่มในชุดราชปะแตนผู้นี้มิใช่ผู้ที่เคยนั่งสำรวม เปิบข้าวด้วยมือตะล่อมเพียงสามนิ้ว อันเป็นภาพคุ้นตาที่เจ้าหล่อนได้เห็นเป็นประจำ ไม่ใช่มานั่งกัดแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตแล้วดื่มโค้กกระป๋องเยี่ยงนี้  นี่ถ้าอาจารย์ของหล่อนเปลี่ยนชุดมาใส่แจ็กเกตทับเสื้อกางเกงยีนส์แบบร่วมสมัยแล้วละก็ เขาจะเป็นชายหนุ่มที่น่ามองขึ้นอีกสักเท่าใดหนอ เพียงแค่นี้เทียมจันทร์ก็หลงรักจะแย่แล้ว ถ้า ‘จารย์ฮะ’ เปลี่ยนลุคไปขนาดนั้นแล้วเทียมจันทร์จะทำอย่างไรดี ถึงจะได้เข้าไปกระชับพื้นที่ในหัวใจของดอกเตอร์สุดหล่อผู้นี้ เคยมีใครคนหนึ่งพูดถึงการแอบรักเอาไว้ว่า แค่ได้แอบรักใครสักคนก็มีความสุขแล้ว ไม่จำเป็นต้องครอบครองเขาเอาไว้หรอก อันนี้เทียมจันทร์เถียงสุดใจขาดดิ้นเลยจริงๆ ถ้ารักแล้วต้องหลบซ่อนแอบรัก บอกไม่ได้ให้อึดอัดใจอยู่อย่างนี้ แล้วเห็นคนที่เราแอบรักไปมีใจให้คนอื่น มันเศร้านะจ๊ะตัวเธอ

เทียมจันทร์รู้สึกมีความสุขกับภาพตรงหน้าเสียจนอดใจไม่ไหว จึงแอบบันทึกภาพของ ‘จารย์ฮะ’ ขณะกำลังเอ็นจอยกับแฮมเบอร์เกอร์เอาไว้เป็นที่ระลึก วันนี้อาจารย์ของเธอดูผ่อนคลายสบายอารมณ์จนสาวทอมต้องถามออกมา

“จารย์ฮะ วันนี้ดูอารมณ์ดีจังเลยนะฮะ”

อาจารย์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มรับ โอย…รอยยิ้มเยี่ยงนี้ ราวกับมีคมศรพุ่งมาปักฉึกที่กลางหัวใจสาวทอมเสียยิ่งแล้ว เทียมจันทร์ถึงกับหน้าแดงเมื่อเจอยิ้มหวานของดอกเตอร์หนุ่ม

“วันนี้ผมอารมณ์ดีจริงๆ ด้วยละเทียมจันทร์ เพราะมีสาวเขานัดเลี้ยงอาหารเย็น” อาจารย์ของเธอบอก โดยไม่รู้หรอกว่าประโยคบอกเล่าอย่างอารมณ์ดีนั้นมันช่างประหารหัวใจดวงน้อยของสาวทอมให้แหลกสลายไม่มีชิ้นดีเลยทีเดียว

“สาวที่ไหนเหรอฮะ” เทียมจันทร์ฝืนใจยิ้มแห้งๆ แล้วถามกลับไป

“คุณน้ำทอง โทรมาเมื่อสักครู่ ว่าจะขอเลี้ยงอาหารเย็นผมเป็นการตอบแทน แต่จะเลี้ยงแบบปิกนิกในสวนสาธารณะ แค่คิดถึงการปิกนิกก็สนุกมากแล้วผมเลยอารมณ์ดีไงล่ะ” ดอกเตอร์ลงยาตอบลูกศิษย์คนสนิท

“ฮะ อาจารย์ ขอให้สนุกนะฮะ” เทียมจันทร์ทำเสียงอุบอิบอยู่ในลำคอแล้วก้มหน้าก้มตารับประทานแฮมเบอร์เกอร์ของเธอต่อไปอย่างฝืดคอ อาการแบบนี้ซดโค้กตามอีกสักลังก็คงไม่หายฝืดคอ

เมื่อได้เวลาเลิกงาน น้ำทองรีบออกจากออฟฟิศ ขับรถขึ้นทางด่วนข้ามมุมเมืองมาลงย่านศรีสมาน ปากเกร็ด เพื่อจะมารับอาหารชุดพิเศษที่เจ้าหล่อนสั่งเอาไว้เพื่อเป็นมื้อเย็นสำหรับเลี้ยงตอบแทน ดร.ลงยา ที่เชิญไปรับประทานอาหารที่บ้านเมื่อหลายวันก่อน แต่จะให้เลี้ยงกันแบบธรรมดา แกงส้ม แกงเลียง น้ำพริกพร้อมเครื่องแนมครบชุด แบบที่เคยๆ รับประทานกันทั้งที่บ้านหล่อนและที่คฤหาสน์ของ ดร.ลงยานั้นมันดูจำเจน่าเบื่อเกินไป  เจ้าหล่อนจึงโทร.สั่งพิซซ่าโฮมเมดแสนอร่อย พร้อมสลัดแซ่บ และปีกไก่รสเด็ดจากบ้านศิลปินนักร้องคนดัง ที่เปิดขายพิซซ่าและของว่างเป็นอาชีพเสริม  หญิงสาวขับรถมาจอดหน้าบ้านศิลปินหนุ่มด้วยความคุ้นเคย  บ้านเล็กๆ น่ารักแสนอบอุ่นหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นพิซซ่าและขนมอบ วันนี้เจ้าของบ้านออกมาส่งพิซซ่าให้หล่อนด้วยตัวเอง หนุ่มน้อยหน้าใสเสียงดีออกมาส่งกล่องพิซซ่า สลัดและไก่อบให้หล่อนด้วยท่าทีที่แสนสุภาพน่ารัก

“ขอบคุณพี่น้ำทองมากๆ เลยนะครับที่มาอุดหนุนพิซซ่าบ้านโพรงกระต่าย ชิมแล้วอร่อยไม่อร่อยยังไงโทรมาบอกกันได้นะครับ ผมกับแม่และน้องสาวยินดีรับคำติชมครับ”

“แหม พิซซ่าอร่อยเลิศอยู่แล้วละ ยิ่งหน้าไก่แซ่บกับหน้าคอหมูย่างจิ้มแจ่วนี่ทีเด็ดสุด ไปดีกว่าเดี๋ยวอดใจไม่ไหวเปิดกล่องชิมมันหมดตรงนี้ไม่ได้เอาไปเลี้ยงเพื่อนพอดี พี่ไปก่อนนะจ๊ะ”

“ครับพี่ สวัสดีครับ” หนุ่มน้อยโบกมือให้น้ำทอง

หญิงสาวขับรถเข้ามาที่สวนสาธารณะย่านปากเกร็ดอันเป็นจุดนัดพบของหล่อนและ ดร.ลงยา หล่อนเห็นเขามาจอดรถคอยอยู่แล้วเธอจึงหอบกล่องพิซซ่า หิ้วถุงสลัดและไก่อบลงมาจากรถ วันนี้เขาแลดูผ่องใสมากในชุดเสื้อผ้าลินินสีขาว กางเกงผ้าไหมสีน้ำตาลเข้ม ท่าทางสะอาดสำอางราวกับเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ

“สวัสดีค่ะคุณลงยา รอนานไหมคะ พอดีดิฉันแวะเข้าไปรับอาหารที่บ้านน้องแถวๆ นี้ แล้วถึงเข้ามาค่ะ วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศมารับประทานพิซซ่ากันนะคะ” หญิงสาวทักเขาก่อนด้วยเสียงร่าเริง

“สวัสดีครับคุณน้ำทอง มาผมช่วยถือ หอบมาเยอะเลย จะรับประทานกันหมดไหมครับนี่” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เข้ามาดึงของในมือมาช่วยถือ

“ดีเลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันไปเอากระติกน้ำแข็งกับกาแฟในรถมาก่อนนะคะ โอยัวะแสนอร่อยฝีมือป้ามาลีที่คุณลงยาติดใจไงคะ”

สองหนุ่มสาวจัดแจงช่วยกันจัดอาหารออกจากกล่องมารับประทานกันอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง อาหารรสชาติอร่อยอยู่แล้ว ก็ออกรสชาติยิ่งขึ้นเมื่อได้รับประทานกับคนที่ถูกใจ นี่คือสิ่งที่ ดร.ลงยาคิด

“พิซซ่านี่รสชาติดีจริงๆ นะครับ แป้งเป็นแป้งพายบางกรอบหอมเนยมากๆ มีหน้าคอหมูย่างจิ้มแจ่วด้วยแซ่บเชียวผมเพิ่งเคยรับประทาน”

“ลองทานสลัดด้วยสิคะ เป็นสลัดผักสดง่ายๆ แต่เค้าเอาน้ำจิ้มซีฟู้ดมาตัดเลี่ยนของมายองเนส ทานแล้วสดชื่นมากๆ เลยค่ะ” หญิงสาวพูดพลางตักสลัดให้ชายหนุ่ม ดร.ลงยาถึงกับตาโตเมื่อได้ชิมสลัดคำแรก

“โหย เข้าใจทำมากเลยนะครับนี่ ไหนๆ อย่างนี้ต้องชิมไก่อบอีกอย่าง” พูดจบชายหนุ่มคว้าปีกไก่มาแทะอย่างเอร็ดอร่อย

น้ำทองมองอย่างคาดไม่ถึง หมดกัน ดอกเตอร์เก้งสุดเนี้ยบ ตอนนี้กลายเป็นเด็กผู้ชายจอมซนที่กำลังเอร็ดอร่อยกับของกินที่ถูกใจ ไม่มีการกรีดมือเพื่อเปิบข้าวเข้าปาก ไม่มีการล้างมือในน้ำลอยดอกไม้ หากแต่กลับคว้ากระป๋องทิชชู่เปียกมาเช็ดมืออย่างง่ายๆ  ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นหญิงสาวมองยิ้มอยู่ จึงถาม

“คุณน้ำทองขันอะไรผมเหรอครับ หรือผมรับประทานมูมมาม น้ำสลัดหรือซอสเปื้อนตรงไหนบอกได้นะครับ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ทุกอย่างยังสะอาดเรียบร้อย ที่ยิ้มเพราะนึกไม่ถึงว่าคุณลงยาจะสามารถมานั่งรับประทานอาหารง่ายๆ แบบไม่มีพิธีรีตองอย่างนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ ดิฉันเห็นคุณลงยาเคร่งครัดเรื่องการรับประทานมาก วันนี้ดิฉันยังแอบกังวลเลยค่ะว่าคุณจะรับประทานได้หรือเปล่า”

หญิงสาวตอบด้วยใบหน้ายิ้มละไม วันนี้ภาพความสำรวยสวยกราก เนี้ยบ จนหล่อนนึกว่าเขาเป็นเพศที่สาม ไม่รู้หายไปทางไหนหมด ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าหล่อนนี่แสนจะสุภาพอ่อนโยน มีความเป็นแมนที่จับต้องได้ ที่ผ่านมาที่น้ำทองรู้สึกว่าเขาเป็นนั่นคือภาพลวงตาที่หล่อนมโนขึ้นมาเองสินะ นึกถึงตอนที่เขาเรียกหล่อนว่า ‘คนดี’ แล้วแสนจะอบอุ่น นี่เธอรู้สึกดีกับตาดอกเตอร์นี่ได้ขนาดนี้เชียวหรือน้ำทอง

ดร.ลงยาเห็นน้ำทองนั่งเหม่ออมยิ้มเหมือนอยู่ในภวังค์ ขณะที่เขากำลังจะตอบสิ่งที่หล่อนถามมาจึงเรียกหล่อนเบา ๆ

“คุณน้ำทองครับ นั่นแน่แอบเหม่อด้วย จริงๆ ผมชื่นชมที่จะใช้ชีวิตที่ประณีตละเมียดละไมแบบที่เป็นอยู่ แต่พอผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาได้ ผมเลยตั้งใจว่าจะเดินสายกลาง ทำตัวให้ง่ายขึ้น ไม่สุดโต่งกับการดำเนินชีวิตมากเกินไป เอาความเป็นไทยและความเป็นไปในโลกยุคใหม่มาใช้ในชีวิตให้กลมกลืนขึ้น น่าจะอยู่ได้อย่างมีความสุขมากกว่า คุณน้ำทองเชื่อไหมครับ ว่าเมื่อกลางวันผมก็รับประทานแฮมเบอร์เกอร์กับเทียมจันทร์มาแล้ว”

“ดีจังเลยค่ะ ดิฉันชื่นชมสิ่งที่คุณคิด แต่อย่าเปลี่ยนแปลงจนเสียความเป็นตัวตนของตัวเองนะคะ เดี๋ยวความสุขและความสุนทรีย์ในชีวิตจะพลอยหายไปด้วย เดินทางสายกลางแบบที่พระพุทธองค์ท่านว่า มัชฌิมาปฏิปทา ดีที่สุดค่ะ” หญิงสาวและชายหนุ่มส่งสายตาแสนอบอุ่นให้แก่กัน นี่คงเป็นอีกหนึ่งวันดีๆ ที่มีความหมายของเขาและหล่อน โดยไม่รู้ว่าจะต้องไปพบกับเหตุการณ์ที่ยากจะคาดเดาได้ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!