มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 16 : อีเวอลีนตามหาลูกสาว   

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 16 : อีเวอลีนตามหาลูกสาว   

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-16-

 

แม่มดอีเวอลีนหลบอยู่ในบ้านพัก

เคหาสน์เก่าที่ทำด้วยไม้เก่าๆ และแฝงตัวอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบลึก

ดินแดนแห่งสัตว์ร้ายและความลับแห่งพงไพรในแดนเวทมนตร์ที่บรรดาคนในเมืองต่างไม่ชอบสถานที่นี้ พากันหลีกเลี่ยง

และเป็นเหตุให้อีเวอลีนใช้เป็นแหล่งเก็บตัว ใช้คาถาปกปิดอย่างที่สุด

ในความเงียบและมืด…อีเวอลีนเต็มที่กับคาถาที่ศึกษามาอย่างผิดๆ

ลูกข้า…ลูกของข้า…

รีด้า…เจ้าอยู่ที่ไหน?

รีด้า…ลูกสาวคนเดียวของข้า

รีด้า…ลูกแม่ วันที่แม่ถูกยายทาฮิร่าจับคุมตัว วันที่ตนพลาดท่ากับยายทาฮิร่า ส่วนหนึ่งเพราะตนพะวักพะวนเป็นห่วงลูกสาวในตอนนั้นด้วย

ตอนนั้นรีด้าอายุสิบแปด กำลังสาวสวยสะพรั่ง

ตนหนีการจับกุมจากทาฮิร่าได้เสมอ…จนวันสุดท้ายที่ถูกจับ

ยายทาฮิร่ามาพร้อมตะเกียงแก้วสุดวิเศษ

วันนั้น…ทำไมตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่าจึงได้เปล่งประกายโดดเด่นนัก

ตะเกียงแก้วที่ใครๆ ก็รู้ว่ายายจะเก็บรักษาเพื่อให้หลานที่ยายรักและมีวาสนาผูกพันกันมาได้อยู่อาศัย

วันนั้น…อีเวอลีนจำได้แม่น ตะเกียงแก้วกลับกลายเป็นอาวุธวิเศษที่จับตนได้

รีดา…แอบซ่อนตัว…และรีด้าเห็นทุกอย่าง

อีเวอลีนเห็นแววตาลูกสาว

แววตา…รีด้า…ตื่นตระหนก หวาดกลัว เจ็บปวด เสียใจ และน้ำตาคลอเบ้าตา

คิ้ว…ภาพสุดท้าย…ของสาวน้อยของแม่

ก่อนอีเวอลีนจะขาดอิสรภาพเป็นเวลานานแสนนานในคุกถ้ำคาร์

ตอนนี้แม่เป็นอิสระแล้ว เห็นภาพลูกสาวไปอยู่เมืองมนุษย์ ไปอยู่กับครอบครัวเจ้าของห้างซาร่า

รู้แต่ว่า…ลูกสาวไปอยู่ชั่วคราว

ด้วยเวทมนตร์ตนเอง ส่วนใหญ่ศึกษาแต่มนต์ดำทำลายล้าง ตนไม่อาจเห็นลูกสาวชัดๆ

หรือรีด้าใช้คาถาปิดบังตัวเองอยู่ด้วย

รีด้า…แม่อยากพบเจ้า

รีด้า…รีด้า!

แม่มดอีเวอลีนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด…

เสียงที่แฝงด้วยมนต์ดำสามารถดังไปถึงหู…พ่อมดฮูโก

พ่อมดฮูโกสะดุ้ง…ในความเงียบ

“พี่อีเวอลีน!”

“ฮูโก…ลูกสาวข้าไปไหน…รีด้าอยู่ที่ไหน…” คำถามที่ลอยมาตามสายลม

พ่อมดฮูโกมองไปรอบๆ ยังไม่ปรากฏร่างของพี่สาว มีแต่เสียงมาอีกตามเคย

“ข้าไม่รู้…ตั้งแต่พี่ถูกจับ รีด้าก็หายสาบสูญไปพร้อมกับตัวพี่เลย”

“เมื่อข้ากลับมาได้ ข้าจะต้องพบลูกสาวข้า รีด้า…ลูกข้า”

“ด้วยเวทมนตร์ของพี่สาวข้า จะตามหารีด้าไม่ยากเลย”

“แต่ข้าทำไม่ได้ ทำไมข้าทำไม่ได้ เกิดอะไรกับรีด้า ทำไมข้าไม่รู้ว่ารีด้าอยู่ที่ไหน”

“พี่อีเวอลีน ข้าจะช่วยพี่…”

และอีกมุมหนึ่งของเมืองเวทมนตร์ เสียงกรีดร้องเรียกหาลูกสาวของอีเวอลีน ดังมาถึงเคหาสน์ของยายทาฮิร่า

ยายทาฮิร่ากำลังสนทนาปรึกษากับยายบาบาร่า รวมทั้งพ่อมดวิลที่มารายงานความคืบหน้ากับยายทาฮิร่า

แค่วิลเริ่มต้นพูดว่า

“ผมได้ปะทะกับเงาดำของแม่มดอีเวอลีน…พลังทำลายสูงมากครับ และ…”

ยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องมาตามลม

เงียบสนิททันที…ฟัง

เสียงกรีดร้อง เจ็บปวด เรียกหา ‘ลูก’

กรีดร้องด้วยคาถาและพลังทั้งรัก ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ อารมณ์ปะทุสับสน

ยายทาฮิร่าเบิกตากว้าง

“เสียงแม่มดอีเวอลีน!”

“โอ้โฮ้! เสียงมีพลังเหลือเกิน” ยายบาบาร่าต้องยอมรับถึงพลังมหาศาล

รู้ว่ากำลังเผชิญกับศัตรูที่ร้ายกาจ…ศัตรูที่แอบฝึกคาถามนต์ดำเพิ่มเติมจากที่คุมขัง

อะไรจะช่างบังเอิญ และส่งเสริมแม่มดอีเวอลีนเช่นนี้

ลำพังก็ดุร้ายอยู่แล้ว ยังมีเหตุการณ์และสาเหตุที่เพิ่มพลังให้กับอีเวอลีนอีก

ประจวบเหมาะหรือ บังเอิญหรือ หรือเป็นชะตาลิขิตของเมืองเวทมนตร์ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายอีกครั้ง

เมืองเวทมนตร์ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ดูจะเลวร้ายที่สุด และยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้

“แม่มดอีเวอลีนเรียกหาลูกสาวของเธอ” แมวชิกเก้นพูดอย่างกลัวๆ

“ลูกสาวที่ชื่อรีด้า…ตอนนั้นอายุสิบแปดแล้วนี่ ตอนนี้ก็ต้องสามสี่สิบแล้ว…รีด้าไปอยู่ที่ไหน” เจ้าไทเกอร์ถามลอยๆ

“นั่นสิ…ไปอยู่ที่ไหน?”

คือคำถาม…ที่ยังหาคำตอบไม่ได้

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ภาพ ‘แม่อีเวอลีน’ ถูกจับกุม ยายทาฮิร่ารู้ว่าอาจจะทรมานใจสาวน้อยอย่างรีด้า และยายก็เห็นแววตารีด้าเจ็บปวด ใครจะไม่เจ็บปวดถ้าแม่ถูกจับ

ยายทาฮิร่าอยากอธิบายให้แม่มดน้อยเข้าใจว่าอะไรคือความถูกต้อง แต่แม่มดน้อยก็หนีไปโลกมนุษย์ และขาดการติดต่อกับเมืองเวทมนตร์ จนยายทาฮิร่าก็ลืมรีด้าไปด้วย

จนวันที่รู้ว่าอีเวอลีนหนีออกจากที่คุมขัง จนอีเวอลีนกรีดร้องหา ‘ลูกรีด้า’ จึงได้รับรู้ว่า สายเลือดเข้มข้นแค่ไหน

อีเวอลีนจะเลวร้ายเพียงไรก็ตาม ก็ยังมีสัญชาตญาณของความเป็นแม่เข้มข้น

คนรักลูก สัตว์รักลูก แม่มดก็รักลูก

“เสียงร้องน่ากลัว” ทาฮิร่าเอ่ยขึ้น “รีด้าควรปรากฏตัวเผื่อจะช่วยให้อีเวอลีนมีสำนึกที่ดีขึ้น”

“อย่าหวังเลย อีเวอลีนฝึกคาถามนต์ดำเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปีศาจไปแล้ว” บาบาร่าว่า แล้วหันมาถามวิล “วิล…เจ้าว่าไงล่ะ เจ้าได้ปะทะกับพลังมาแล้ว”

“ครับ ผมยังไม่ได้ปะทะตรงๆ ผมยังแทบรับไม่ไหวครับ พลังรุนแรง มีอำนาจสูง ถ้าปะทะตรงๆ ผมคงแย่เหมือนกันครับ”

“ว้าย! เจ้ายังหนุ่มยังแน่นและฝึกคาถาเหนือกว่าพ่อมดรุ่นเดียวกัน เจ้าว่าแย่ แล้วใครจะสู้ไหวล่ะ”

“ใครจะให้พ่อมดวิลสู้ลำพังล่ะ ถ้าเจอกับภัยแบบนี้ ต้องร่วมมือกัน”

“ผมไปบ้านเรนี่มาแล้วครับ” วิลกล่าวเรื่องสำคัญอีกเรื่อง

“แล้วไง…ไง…ตะเกียงแก้วอยู่ใช่ไหม กับเรนี่ใช่มั้ย?” ยายทาฮิร่าละล่ำละลักถามอย่างตื่นเต้น “ยายอยากได้คืน…”

“ผมอธิบายยากครับ สัมผัสและคาถาของผมสัมผัสได้ครับ แต่กลับหาไม่พบ”

“อะไรนะ!”

“หาไม่พบครับ”

“อ้าว! ทำไมเป็นแบบนี้?”

“ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรครับ แต่ที่แน่ๆ มีอะไรที่ห้องนั้น มีอะไรที่ช่วยเรนี่ มีอะไรอยู่เบื้องหลังผู้หญิงคนนั้น มีอำนาจพิเศษคอยช่วยเหลือเรนี่”

“อำนาจพิเศษ?” ทาฮิร่ากลืนน้ำลายยากเย็น “คงไม่ใช่เรื่องดีแน่”

“ไม่ดีเลยครับ อำนาจนั้นทำผมอึดอัด หายใจลำบาก ไม่ใช่มนต์ขาวหรอกครับ”

“แย่แล้ว…ต้องเผชิญกับแม่มดอีเวอลีนยังไม่พอ มาเจอกับแม่นั่น สาวชาวโลกเรนี่ที่มีพลังพิเศษอีก ตะเกียงแก้วก็หายไป รู้มั้ย ตะเกียงแก้วของยายตอนนี้ไม่ธรรมดาแล้วนะ อาบคาถามานาน  อยู่กับยายมานาน พลังอำนาจตะเกียงจึงพิเศษเป็นทวีคูณ ตกอยู่ในมือคนเลวจะเป็นภัยต่อพวกเรา”

“กับเรนี่ ผมจะคอยจับตามองเธอครับ ไม่ให้เธอทำนอกลู่นอกทาง ผมจะหาโอกาสค้นหาตะเกียงแก้วต่อไป ผมไม่เชื่อว่าอำนาจนั้นจะเหนือความดี…อำนาจนั้นจะทำให้เราไม่พบตะเกียงแก้ว มนต์คาถาย่อมมีความเสื่อมเป็นบางขณะ เผื่อเราจะได้พบตะเกียงแก้ว และหาคนที่อยู่เบื้องหลังความเลวร้ายครับ”

“วิล…พ่อหนุ่มของยาย ช่วยยายด้วยนะ ลำพังยายแก่ๆ กับยายบาบาร่า ต้องพึ่งพาคนหนุ่มสาว ต้องให้คนหนุ่มสาวขึ้นมาแทนที่ มาช่วยปกป้องเมืองเวทมนตร์ให้สงบสุขตลอดไป”

“เมืองเวทมนตร์ของเราสงบสุขเสมอมา” บาบาร่าเสริม “เมืองเราไม่วุ่นวาย และสับสนเหมือนเมืองมนุษย์ เรามีคุณธรรมนำทางมากกว่า เราไม่โลภเท่าที่นั่น แต่ว่าเมืองเวทมนตร์จะเป็นแบบนี้ได้ก็เพราะพวกพ่อมดแม่มดหนุ่มสาวช่วยกันนะ”

เจ้าไทเกอร์คอย่นพูดกับชิกเก้นว่า

“อยู่ๆ ยายของพวกเราก็พูดแบบปลงๆ ซะแล้ว ระยะหลังรอพึ่งลูกพึ่งหลานเสมอ”

“ก็แบบนี้แหละ อยู่มานานอาจอยากพักบ้างแล้ว พักแบบไหนกันนะ อย่าพักแบบถาวรก็แล้วกัน” ชิกเก้นว่า

ยายทาฮิร่าได้ยินหันมาพูดเสียงเข้ม

“นี่…นี่…พวกแกจะรู้ดีกว่าข้าเกินไปแล้ว ข้าไม่พักถาวรหรอก ยังอยากมีลมหายใจเพื่อดูความสงบสุขของเมืองเวทมนตร์อยู่ ข้าไม่แตกสลายง่ายๆ หรอก”

“แหม…แหม…ยายพูดแบบนี้ ชิกเก้นค่อยเบาใจ เพราะชิกเก้นยังไม่อยากเปลี่ยนนาย”

“เหตุผลแกแค่นี้เองเรอะ?”

“เปล่า…เปล่า…เพราะยายดี…แสนดี ชิกเก้นชอบ…ชอบ…”

ทาฮิร่าโคลงศีรษะ

“อยากจะสาปแก…แต่คิดอีกที ไม่มีแกข้าคงเหงา”

“อย่า…อย่า…สาป ชิกเก้นไม่อยากกลายเป็นตัวประหลาด”

พอคุยธุระเสร็จแล้ว พ่อมดวิลกับพ่อมดเปลเสก็กลับออกมา แค่ก้าวพ้นเคหาสน์ของทาฮิร่า แม่มดเซลิน่าก็อยู่ตรงหน้าแล้ว

ใบหน้าบูดบึ้ง ไม่พอใจ ต่อว่าวิล

“วิล…เจ้าให้เปเลสมาถ่วงเวลาลิน่า แล้วเจ้าก็ไปบ้านของเรนี่ เจ้าเล่ห์เหลือเกิน”

“ฉันไปทำงานให้ยาย”

“ลิน่าอยากไปด้วย”

“ไม่ได้…ไม่สะดวก”

“ไม่ใช่เหตุผล”

“ใช่สิ ลิน่า…ใช่แน่นอน ทำอะไรโดยลำพังสะดวกกว่า ฉันกลัวลิน่าจะทำให้เสียงาน”

แม่มดสาวเบิกตากว้าง

“อ๋อ…นี่…นี่…วิลเห็นลิน่าเป็นตัวเสียงานไปแล้ว”

“คือว่า…” จะพูดอธิบายอย่างไร เพศหญิงมักจะเรื่องมากกว่าปกติอยู่แล้ว “เอาเป็นว่าฉันพูดผิด ฉันจะทำอะไรตามลำพังย่อมสะดวกรวดเร็วกว่า”

“ลิน่าไม่ถ่วงหรอก”

“ถ้ายายทาฮิร่าให้ลิน่าทำงาน ฉันจะไม่วุ่นวายกับลิน่าแน่ เราต้องแยกระหว่างเพื่อนกับงานสิ”

“เพื่อน…” เซลิน่าพึมพำ

ใช่สิ…เราเป็นแค่…เพื่อน…เพื่อน…

วิลมีแต่ความเป็นเพื่อน

“ฉันมีธุระ ต้องไปก่อนล่ะ” ว่าแล้วก็เหาะขึ้นไม้กวาดไป เหลือพ่อมดเปเลสที่ทำหน้าขรึม กล่าวว่า

“อย่าโกรธวิลเลย”

“เจ้าแน่ะตัวดี!” เซลิน่าหันมาแว้ดๆ ใส่เปเลส “เจ้าไม่บอกลิน่าว่าวิลไปบ้านเรนี่

“เพราะวิลไปทำงานให้ยายทาฮิร่า”

“ทำงาน…ทำงาน…ลิน่าสังหรณ์ใจประหลาด เรนี่ต้องมีความสำคัญมาก…มาก…”

“เพราะเจ้าเห็นเรนี่สวยใช่มั้ย?”

“ใช่…ใช่…”

“ความสวยไม่ได้ช่วยสรุปได้ทุกอย่างนะ ลิน่า เจ้าคิดมากไปเอง”

“อย่างไรก็ตาม เรนี่ต้องมีความสำคัญ มีอำนาจประหลาด มีความสามารถครอบครองตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่า ถ้ายายทาฮิร่าไม่อนุญาต ใครจะกล้าครอบครองล่ะ”

“อย่าเพิ่งสรุปสิ เรนี่ยังเป็นปริศนา เรายังไม่รู้อะไรเป็นอะไร”

“เพราะอย่างงั้น เราถึงต้องช่วยวิล ช่วยยายทาฮิร่าสืบหาความจริง ไม่ใช่มากันท่าลิน่าแบบนี้ เจ้าช่างเฉื่อยชาไม่กระตือรือร้นเหมือนวิลเลย”

พ่อมดเปเลสหน้าเสีย แต่ยังฝืนยิ้ม

“พวกเรามีดีคนละอย่าง อย่างฉันมีความจริงใจ มีความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ฉันมีความรักและจะไม่เปลี่ยนแปลง”

แม่มดเซลิน่าถึงกับต้องถอนใจยาว

“อย่าพยายามเลย เปเลส ลิน่าก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกเหมือนกัน พวกเราคือเพื่อน…เพื่อนสนิท เพื่อนรัก ลิน่าซาบซึ้งที่เปเลสดีต่อลิน่า แต่ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่”

“เวลายังอีกยาวไกล รอได้ครับ”

“เปเลส!”

“รอได้ครับ!”

“จะพูดอย่างไรดี เข้าใจบ้างสิ”

พ่อมดหนุ่มกลับยิ้มกว้าง ข้อดีของเขาคือไม่คิดมากด้วยและถือคติ ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก จึงตั้งใจจะตื๊อต่อไป…ต่อไป และต่อไป หวังว่าสักวันจะสมหวัง

Don`t copy text!