มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 17 : คำทำนายยิปซีสามวันเป็นจริง

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 17 : คำทำนายยิปซีสามวันเป็นจริง

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-17-

 

อาทิตย์สุดท้ายสำหรับเรนี่แล้วที่จะทำเรื่องฝึกงาน

ถ้าไม่ฝึกงานให้ทันเดือนนี้ หล่อนจะจบไม่ทันเพื่อน และต้องเลื่อนวันจบเป็นปีหน้า เสียเวลาไปอีกเทอม

หล่อนไปพบบิดาที่ห้องส่วนตัวของท่าน ห้องนอน…และยังไม่ทันก้าวเข้าไป ประตูห้องเปิดแง้ม ได้ยินแม่ใหญ่คุยกับบิดาว่า

“ไม่ยอมนะคะ ไม่ยอมแน่ จะให้เอาที่ดินเอาเครื่องเพชรของยุไปขาย เพื่อช่วยพยุงบริษัท ยุไม่ยอม…ยุไม่ยอมจริงๆ ค่ะ”

เสียงบิดากล่าวว่า

“น่าจะช่วยบริษัทก่อน ตอนนี้ผมสงสารน้องกชมาก วิ่งหน้าดำทุกวันเพื่อหาเงิน”

“ช่วยไม่ได้ค่ะ”

“ครอบครัวเดียวกัน ต้องช่วยกัน”

“ครอบครัวเดียวกัน ต้องให้ล่มจมหมดตัวกันทุกคนเลยใช่มั้ยคะ ให้หมดเลยทุกคน ไม่เหลือบ้างเลย”

“คุณมีมาก”

“ใช่…มาก…แต่เป็นสมบัติของยุแล้ว ให้ยุมาตั้งแต่สาว ยุเก็บไว้ ยุอุตส่าห์เก็บเพื่อพวกเราในอนาคต จะให้เอาออกมาช่วยห้าง ยุไม่ยอม”

“ผมขอร้องล่ะ”

“ไม่ค่ะ…ยุตัดสินใจแล้ว”

“ช่วยห้างก่อน วันหลังถ้ามี พวกเราต้องคืนคุณแน่”

ยุวดีเบิกตากว้าง

“วันหลังถ้ามี…วันหลังจะมีวันนั้นหรือเปล่าคะ วันนั้นคือวันไหน ห้างขาดทุนมาตลอด เพราะอะไร…เพราะคุณมีเมียน้อย เพราะนังยิปซีบ้าคนนั้น ทำครอบครัวเราตกต่ำ คุณน่าจะรู้ดี พอมีมันคุณก็ล้มป่วย พอมีลูกคุณยิ่งป่วยหนัก มันเป็นใคร มันเป็นผีหรือเปล่าที่มาดูดวิญญาณคุณ คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ดีที่มันหนีไปเสียก่อน ถ้ามันอยู่ต่อ คุณอาจตายก็ได้”

คุณสุมิตโบกมือ

“อย่าว่าอแมนด้าแบบนั้น”

เรนี่ที่แอบได้ยินก็เจ็บปวดและแย้งในใจ

แม่ใหญ่…อย่าว่าแม่ของเรนี่เลย

เรนี่จดจำแม่ตัวเองไม่ได้ เพราะแม่จากไปตั้งแต่หล่อนเป็นทารก แต่ความเป็นแม่ลูก สายเลือด หล่อนต้องปกป้องท่าน

หญิงสาวจำต้องสะกดตัวเองให้นิ่ง…นิ่ง…นิ่งและฟังต่อ

“ยุจะว่ามัน…มัน…มันทำให้ยุเจ็บ มาแย่งคุณ”

“แต่อแมนด้าไปแล้ว”

“ทิ้งเรนี่ไว้ให้ดู ให้เป็นหนามยอกอก”

“อย่าเพิ่งนอกเรื่องเลย เรากำลังพูดเรื่องสมบัติส่วนตัวของคุณอยู่” คุณสุมิตรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจ “กชต้องการเงินสดไปหมุนเวียนอย่างเร่งด่วน”

“เอาเงินไปก็เท่ากับเอาทรายไปถมทะเล ถมอย่างไงก็ไม่เต็ม”

“เอาเถอะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า”

“ยุไม่ยอม!”

“ผมขอ…”

“ยุก็ไม่ให้!”

“เพื่อครอบครัวนะ…ยุ…อย่าทำแบบนี้สิ”

ยุวดีเชิดหน้าอย่างมั่นใจ

“ยุตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะไม่ยอม!”

“คุณทำให้ผมหนักใจนะ ผมจะอธิบายกับคุณพ่อกับน้องกชอย่างไง ว่าเมียผมเก็บสมบัติส่วนตัวมิดชิด ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมช่วยห้าง”

“คุณพ่อกับน้องกชต้องหาทางเอง ต้องให้ธนาคารช่วย ให้ไปกู้เพิ่มสิ”

“ทำเรื่องแล้ว กู้เพิ่ม…ย้ายธนาคาร เราพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่ธนาคารยังไม่อนุมัติ”

“รอต่อไป ติดต่อธนาคารอื่นสิคะ”

“คุณพูดเหมือนง่ายนะ มันยาก”

“เอาเงินยุก็ยากเหมือนกัน”

“คุณไม่เห็นแก่ผม…”

“ช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ” คุณยุวดียักไหล่ แตกหักเป็นแตกหัก หล่อนกลัวว่าสมบัติจะหมด “บอกตามตรงนะคะ ห้างล้ม ทุกคนเจ็บตัว แต่อย่างน้อยยุก็ยังพอมี จะได้มีกินไปจนตาย ไม่กอดคอกับพวกคุณตายก่อน ตายจริง!”

คุณสุมิตพยายามจะพูด…พูดและพูดเกลี้ยกล่อมให้ภรรยาเอาสมบัติส่วนตัวมาช่วยบริษัทก่อน แต่ไร้ผล

เรนี่เห็นว่าปัญหาบิดาหนักหนาแล้ว จึงถอยออกไปพบอาบงกชก็ได้…คนสุดท้ายที่หล่อนจะขอให้ช่วย

มาเจออาบงกชกำลังร้องไห้

บงกชอ่านข่าวหนังสือพิมพ์

ภาพข่าวที่วรชัยควงคู่กับทัศวรรณ แถลงข่าวจะจัดงานวันเกิดคุณวรชัยครบห้าสิบสามปีในเดือนหน้า

ภาพครอบครัวอบอุ่น…

คุณวรชัยกับภรรยาทัศวรรณ และลูกทั้งสาม…จักรภพ รณชัย และคัทรียา

ภรรยา…ของวรชัย…

ภรรยา…ควรเป็น…บงกช

ภรรยา…เขา…ต้องเป็นหล่อน!

แต่ภาพในหนังสือพิมพ์…ไม่ใช่…ยิ่งอ่านสัมภาษณ์ยิ่งเจ็บปวด…สัมภาษณ์ทัศวรรณที่ว่า สามีรักหล่อนมาก รักครอบครัวมาก ชีวิตทัศวรรณมีความสุขที่สุด

ทัศวรรณ…เพื่อนรักมีความสุขที่สุด

บงกช…กำลังทุกข์เหลือเกิน

บงกชปาดน้ำตา ยิ่งปาด น้ำตาก็ยิ่งไหล

เรนี่ก้าวเข้ามา…และห่วงใยอาสาว

“อากชคะ อากชร้องไห้…”

พยายามจะกลั้นน้ำตา พอมีคนทักน้ำตายิ่งทะลัก

“อา…อาอ่อนแอ…”

เรนี่มองข่าวในหนังสือพิมพ์…จึงรู้ ‘สาเหตุ’ ที่ทำให้อาบงกชเศร้า

“อาขา อย่าร้องไห้นะคะ”

“เรนี่รู้มั้ย…การผิดหวังเพราะความรักมันเจ็บเหลือเกิน เป็นแผลฝังลึก นานแค่ไหน อากลับไม่เคยลืม…อาอยากจะลืมนะ เรนี่ อยากจะลืมมาก…มาก…” น้ำเสียงยังสั่นเครือ

“เรนี่สงสารอาจัง”

“อาไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น”

“เรนี่ไม่บอกใครหรอกค่ะ”

“อาไว้ใจเรนี่เสมอ อาพูดกับเธอได้ทุกเรื่อง เรื่องที่ตัวเองเจ็บปวดเพราะความรัก อาไม่เคยเปิดใจพูดกับใคร ถ้าพูดกับคนอื่น อาจจะโกหก ยอมรับว่าอาโกหก ว่า…อาลืมเขาแล้ว ลืมความรักของเราแล้ว ลืมแล้ว เขาแต่งงานมีลูกตั้งสามคน อาต้องลืม ชีวิตของอาไม่มีวันสมหวังหรอก ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว”

หญิงสาวพลอยอยากร้องไห้ สะเทือนใจกับความรักและอดีตของอาสาว รู้มาตลอดว่าอาบงกชเสียสละเพื่อครอบครัว รู้ว่าปู่อำนวยใจร้ายกับอาบงกช

กีดกัน ขัดขวางความรัก เพราะเป็นคู่แข่งธุรกิจการค้า

เหตุผลไม่เข้าท่า!

ทำการค้าแบบเดียวกัน ใช่ต้องเป็นคู่แข่ง แต่ก็เป็น…

ห้างสรรพสินค้าแข่งขันกัน ธุรกิจชัดๆ ทำไมปู่ต้องใจร้าย ขัดขวางอาบงกชกับลุงวรชัย

อดีต…ทุกอย่างเป็นอดีต…

อาบงกชยังมีน้ำตา…เรนี่นั่งเป็นเพื่อนเงียบๆ เงียบๆ จริงๆ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดเรื่องฝึกงานแล้ว

เรนี่ยอมแล้ว…ไม่ฝึกงาน…ไม่จบก็ช่าง…ไม่จบก็ปีหน้า ไม่พูดหรอก เรื่องของหล่อนกลายเป็นเรื่องรอง ถ้าเทียบกับเรื่องของอาบงกช

 

***

 

พ่อมดวิลกำลังฝึกทบทวนเวทมนตร์ตามลำพัง

คาถาบทต่างๆ ต้องหมั่นฝึกและท่องทบทวนให้เป็นหนึ่งเดียวไปกับตน

ในดินแดนที่สงบเงียบ…เขามีที่ฝึกนอกเหนือจากที่โรงเรียนเวทมนตร์ที่เขายังไปร่ำเรียนสม่ำเสมอ ยังเป็นสถานที่นี้ สวนสงบ อาณาเขตกว้างขวาง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย จัดเป็นสถานที่พักผ่อนสบายๆ

วิลชอบที่นี่…สงบ เงียบ สวยงาม

พักจิตและพักใจ…

ทว่า…ทำไม…สถานที่สงบ ที่เขาชื่นชอบ ไว้เป็นที่พักผ่อนฝึกคาถากลับทำให้เขาร้อนรุ่ม กระวนกระวายใจ

มีบางอย่างเรียก…เรียก…

มีบางอย่างปรารถนาให้เขาเปลี่ยนสถานที่

มีบางอย่างขัดขวางการฝึกคาถา

เขาอยากจะฝืน…ฝืน…ต่อต้าน แต่…กลับทรมาน กระวนกระวายใจ

เสียงเรียก…

“ไป…ไป…ไปที่ห้างซาร่า…ไปห้างซาร่า ไปเมืองมนุษย์!”

เขางงงุน…จะไปทำไม…เขายังไม่มีธุระหรือเหตุผลจะไปที่นั่น…

วิลโคลงศีรษะ ตะโกนถาม

“ใคร…ใคร…สั่งข้า?”

“ไป…ไป…ห้างซาร่า!”

“ใครสั่งข้า ปรากฏตัวออกมาสิ”

“ไปเดี๋ยวนี้!”

“ข้าอยากรู้เหตุผล บอกเหตุผลมา…”

“ไป…จงไป…!”

กระแสเสียงบีบบังคับอย่างรุนแรง เกรี้ยวกราด และแฝงด้วยคาถาบังคับ ทำให้วิลทรมาน อึดอัด

ยิ่งฝืน ยิ่งต่อต้าน ยิ่งทรมาน

จงไป…ต้องไป!

ทรมานจนวิลทนไม่ไหว

“ก็ได้…ก็ได้…ข้าจะไป…จะไป…”

เมื่อยอมรับปากจะไป ความรู้สึกทรมานจึงลดน้อยลง…ค่อยๆ ลดลงจนเกือบเป็นปกติ

เขาต้องไป…จะเหตุผลใดก็ตาม…ลองดู เพราะไม่ได้ลำบากหรือจะเป็นเรื่องเสียหายแต่ประการใด

พ่อมดหนุ่มร่ายเวทมนตร์เรียกไม้กวาดวิเศษมาพาเขาไปยังเมืองมนุษย์

เขามายังห้างซาร่า…กวาดตาไปรอบๆ ภาพที่เห็น

เรนี่กับเกศรา…เขาจึงสังเกตหญิงสาวทั้งสองก่อน

เกศราดูท่าทางกังวลบางอย่าง พูดกับเรนี่ว่า

“วันนี้วันที่สามแล้ว…วันที่ยิปซีบอกว่าพี่จะได้พบคุณวิล ไหนล่ะ…วิล…ไหนล่ะ…เขา?”

เรนี่เลิกคิ้ว

“พี่เกศเชื่อขนาดนี้เชียว?”

“เชื่อสิ…เพราะคำทำนายของยิปซียังไม่เคยพลาดสักเรื่องเดียว เท่าที่ฟังมาจากพนักงานของเรา”

“บังเอิญมังคะ”

“ยิปซีกล้าระบุเจาะจงเลย พี่มั่นใจ”

“ตั้งแต่ทำนายพี่เกศ ยิปซีคนนั้นก็ยังไม่ปรากฏตัวเลยนะคะ หายไปจากหน้าห้างเรา”

“นั่นสิ…พี่มาหาคุณวิลทุกวัน ตั้งแต่วันแรก…วันที่สอง…จนวันที่สาม วันนี้พี่ไปที่หน้าห้าง ยิปซีไม่มาสามวันแล้ว”

“ไปหากินที่อื่นแล้วมังคะ”

“ทำเลหน้าห้างของเราดีจะตาย ใกล้ป้ายรถเมล์ด้วย คนไปมาเยอะเหมือนกันนะ เพราะต้องขึ้นรถเมล์แน่ะ”

“พี่เกศเชื่อขนาดนี้ ก็ไม่เห็นต้องกังวล ต้องมาฉุดเรนี่เป็นเพื่อนเพื่อตามหาหนุ่ม!”

“เราจะต้องพิสูจน์กันสองคน พิสูจน์ว่าแม่นหรือไม่ พี่อยากให้แม่น เชื่อว่าแม่น”

“ก็ดูเอาเถอะค่ะ ลูกค้าห้างน้อยมาก มองหาผู้ชายคนหนึ่งคงไม่ยากหรอกค่ะ!”

ผู้ชายคนหนึ่ง…วิล…

ทำไมเรนี่ต้องกระแทกเสียงด้วย หล่อนอธิบายอารมณ์ตัวเองไม่ถูก

กับ…วิล…หล่อนรู้สึกแปลกๆ บางครั้งก็คิดว่าเหมือนเขาจะไม่ใช่…คน…ธรรมดา

การปรากฏตัว ‘วิล’ แปลกๆ หล่อนฝันไปหรือเปล่า

เขาเคยมาหาหล่อน เคยมาถามหา ‘ตะเกียงแก้ว’ ถึงที่ห้องนอน!

ใช่…นั่นจริง หรือ ฝัน?

ฝัน…ที่เสมือนจริงเหลือเกิน

คำทำนายยิปซีสูงวัยที่ว่าเกศราจะพบวิลในสามวัน ทำเอาพี่เกศกินไม่ได้นอนไม่หลับ มารอพบวิลทุกวันในห้าง ไม่เป็นอันทำงานทำการ

และแล้ว…หรือว่ายิปซีจะตาทิพย์ ลูกแก้ววิเศษจะวิเศษจริงๆ

วิล…หล่อนเห็นเขาแล้ว เขาที่โดดเด่นเหนือคนธรรมดา เขาที่กำลังเดินอยู่กลางห้าง แต่งตัวธรรมดามาก เสื้อยืดกับกางเกงยีนลำลองเหมือนมาเดินเล่น ซื้อของ

วิลต้องมาเพราะเสียงเรียกที่ดังก้อง แถมเป็นคำสั่งให้มาที่นี่…ถ้าไม่มา…เขาจะรู้สึกทรมาน

เสียงเรียก…ยิปซี…เพื่อให้คำทำนายเป็นจริง!

ยิปซีสูงวัยทำไปเพราะจะสร้างความเชื่อถือให้กับเกศรา เพื่อชื่อเสียงความแม่นยำของตัวเอง

“เขามาจริงๆ ค่ะ พี่เกศ” เรนี่พึมพำเบาๆ แต่เกศราได้ยินชัดเจน…รอคำนี้อยู่แล้ว จึงเบิกตากว้าง และรี่ไปพบวิลทันทีแทบจะเป็นวิ่ง

“คุณวิล…คุณวิล…”

เกศราทำอะไร อารมดีใจวิ่งไปกอดเขา ทำเอาชายหนุ่มงุนงงมองหญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้านหลังเกศรา เขาเลิกคิ้วเหมือนจะถาม

อะไรกันครับ?

เรนี่ยักไหล่…ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ตอบด้วยสายตา

หมั่นไส้คนเสน่ห์แรง มีสาวกอดอยู่ นายคงชอบสินะ กอดแน่นขนาดนี้!

 

 

Don`t copy text!