มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 19 : วิลผู้อ่อนโยนกับไรอันผู้เกรี้ยวกราด

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 19 : วิลผู้อ่อนโยนกับไรอันผู้เกรี้ยวกราด

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-19-

 

ที่โรงเรียนเวทมนตร์

บรรดาหนุ่มสาวที่ใกล้จะจบหลักสูตร อาจารย์ปล่อยให้ไปที่บริเวณกว้างรอบโรงเรียน เพื่อลองอาคมกัน เพื่อฝึกให้คล่องแคล่ว

นักเรียนเวทมนตร์จับกลุ่มกันประลองคาถา

รุ่นนี้มี วิล เปเลส เซลิน่า ไรอัน ร่วมอยู่ด้วย

วิลที่โดดเด่นเป็นหัวหน้า กำลังประลองกับเปเลส

วิลร่ายคาถาปรากฏแจกันอยู่กลางอากาศ…

เปเลสกำลังร่ายคาถา แต่ช้าไป ช้ากว่าไรอัน ที่ร่ายคาถาได้เร็วกว่า แสดงว่าเหนือชั้นกว่าเปเลส

เปเลสร่ายคาถาเป็นดอกไม้ปักอยู่ในแจกัน

ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไรนัก ที่วิลจะถูกไรอันท้าทาย เพราะไรอันไม่เคยยอมแพ้แก่วิลเลยตั้งแต่เด็กแล้ว

เซลิน่าจะร้องห้ามพี่ชายที่เสียมารยาทเข้ามาแทรกเพื่อน แต่ถูกเปเลสห้าม

“ไม่เป็นไรหรอก ลิน่า ไรอันเป็นพี่ชายเธอ ฉันไม่อยากมีเรื่องกับคนในครอบครัวเธอ”

แล้วสายตาทั้งสองก็จับจ้องบนอากาศ

แจกันปักดอกไม้

วิลจึงร่ายคาถาให้มีผีเสื้อกางปีกสวยสดเกาะอยู่บนช่อดอกไม้

ใบหน้าไรอันแสดงถึงความโหดร้าย ร่ายคาถาให้มีนกตัวใหญ่บินโฉบมาเกาะและจับผีเสื้อเป็นอาหาร

แม้จะเป็นสัตว์คาถาที่เสกขึ้น วิลก็อยากช่วย แต่ไม่ทันเพราะนึกไม่ถึงไรอันจะรวดเร็วเช่นนี้

“เฮ้ย! ไรอัน…” วิลร้อง

ไรอันหัวเราะ

“เอาเลยสิ…จะเอามาสู้กับฉัน”

“เจ้า!”

“เสกมาเลย”

“เรื่องร้ายๆ ฉันไม่ทำ!”

“งั้นฉันทำเอง…เจ้าจงดูให้เป็นตัวอย่าง”

ไรอันใช้ความรวดเร็วเสกแมวให้กระโจนจับนกเป็นอาหาร

วิลร้องห้าม

“หยุดนะ…”

“เป็นวิถีธรรมชาติ อย่าทำเป็นใจอ่อนไปเลย”

“ไม่สมควร ถึงเป็นสัตว์เสก เจ้าก็ไม่ควรทำ”

“ดูต่อไปนะ”

ไรอันยังคงท้าทายวิล ร่ายคาถาเป็นงูตัวใหญ่ เขมือบกลืนแมวทั้งตัว

วิลสุดจะทนแล้ว

ถ้าไม่หยุด ไรอันจะต้องแสดงความโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ และสัตว์เสกจะต้องใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ

วิลร่ายคาถาให้งูใหญ่กลายเป็นพวงมาลัยดอกไม้พวงใหญ่มหึมากลางอากาศ แสดงถึงจิตใจอ่อนโยนของวิล

ไรอันกัดฟันกรอดๆ เขาไม่ยอมแพ้วิล กำลังจะร่ายคาถาทำลายพวงมาลัยก็มีเสียงดัง

“หยุดนะ!”

แม่มดอาวุโสทาฮิร่าที่วันนี้มาโรงเรียนเวทมนตร์และดูการฝึกของเหล่าเด็กใกล้จบ ถ้าไม่หยุดอาจจะบานปลายไปเรื่อยๆ

“อะไรกันเนี่ย ไรอัน เจ้าทำอะไร ใช้คาถาแบบสร้างสรรค์เป็นมั้ย มีแต่ทำลายล้าง!”

ไรอันหน้าเสียแต่ยังเถียง

“อย่าโลกสวยหน่อยเลย ยายทาฮิร่า สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยยายเป็นสาวๆ หรอกครับ ถ้ายังโลกสวยไม่ทันโลกมนุษย์ครับ”

แม่มดอาวุโสชะงัก

ดูมัน…ดูมันบังอาจให้เหตุผลแบบผิดๆ

“มองโลกในแง่ร้ายนะ เจ้า!”

พ่อมดหนุ่มแค่นหัวเราะ จากที่หน้าเสียเมื่อครู่ ตอนนี้เริ่มผยองแล้ว

“ร้ายสิครับ…เพราะดูทุกอย่างร้ายไปหมด ถ้าไม่ร้ายทำไมป้าอีเวอลีนของผมต้องหนีออกจากที่คุมขัง ถ้าไม่ร้ายทำไมตะเกียงแก้วของยายจึงหายไป ยายไม่เห็นหรือครับ ยายต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ผมจึงต้องฝึกไว้ไม่ยอมให้ความอ่อนแอเข้ามาครอบงำ จนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ยายถูกขโมยตะเกียงแก้วทำไมต้องเป็นฝ่ายถูกขโมย เป็นฝ่ายช่วงชิงแทนไม่ดีกว่าหรือครับ ยาย?”

ช่างเป็นคำถามที่ท้าทายเหลือเกิน

“หา! เจ้าว่าไงนะ เราเป็นฝ่ายช่วงชิง งั้นเราก็เป็นขโมยสิ”

“แล้วแต่ยายจะคิดครับ ผมไม่ยอมเป็นฝ่ายรับหรอก”

“นี่…นี่…ยังหนุ่มยังแน่น แต่มีความคิดแบบนี้ มันต้องมาเข้าห้องเรียนอบรมกันใหม่”

“โธ่…ยายจะห้ามความคิดของผมได้เรอะ”

“ต้องอบรม ลูกชายของพ่อมดฮูโก ต้องถูกอบรม”

“พ่อยังไม่เคยว่าผมเลย ยายเป็นใครจะมาอบรม”

“ตายแล้ว…เด็กรุ่นใหม่ ก้าวร้าว จะใช้ฐานะคนเป็นครู!”

“ไม่…ไม่…ไม่…ผมขอตัวก่อนดีกว่า” ว่าแล้วก็ร่ายคาถาจะหนี

แต่ยายทาฮิร่าเร็วกว่า ร่ายคาถาให้หยุด

ไรอันกำลังจะขี่ไม้กวาดหนี

หยุด!

หยุดอยู่กลางอากาศ ไม้กวาดนิ่ง ทำเอาพ่อมดหนุ่มหงุดหงิดเป็นกำลัง

ร่ายคาถาหมายจะเอาชนะยายทาฮิร่า…

ไร้ผล…คาถาเขายังสู้ยายอาวุโสไม่ได้

ไรอันเจ็บใจ…ใช่…รู้ว่าสู้ไม่ได้แต่อยากจะสู้ เป็นผู้อยากเอาชนะ ชนะวิธีไหนก็ได้ ไรอันได้รับนิสัยมาจากป้าอีเวอลีนมาเต็มๆ คือต้องชนะ…ชนะ…ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ได้ ร่ายคาถาสู้…สู้ทั้งที่สู้ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่ายาก ก็ยังพยายาม

ผู้เห็นเหตุการณ์ ณ ที่นั้นต่างส่ายศีรษะ รวมทั้งแม่มดเซลิน่าที่เป็นน้องสาวก็ยังต้องพูดขึ้น

“พี่ไรอัน ยอมยายทาฮิร่าเถอะค่ะ ยายท่านหวังดี”

พ่อมดไรอันบนไม้กวาดที่แข็งทื่อไม่ยอมขยับ กล่าวอย่างเจ็บใจ

“จะมาบังคับให้พี่ตามใจไม่ได้!”

“ยายท่านอยากเห็นพี่รู้จักคิดนะคะ”

“พี่คิดเป็น!”

“บางทีก็คิดผิดๆ”

“ถูกผิดเป็นเรื่องของพี่ เจ้าอย่ามายุ่ง เจ้าหัวอ่อนไปเพียงลำพังเถอะ พี่ไม่หัวอ่อนด้วยหรอก”

พ่อมดเปเลสสะกิดเซลิน่าและปรามว่า

“เรื่องพี่ของลิน่า คงต้องปล่อยไปล่ะนะ”

“พี่ชายของลิน่านะ ไม่ปล่อยง่ายๆ หรอก” เซลิน่าเสียงแข็ง

ทางด้านทาฮิร่าพูดกับไรอันว่า

“คงต้องพาเจ้าเข้าอบรมส่วนตัวสักสามวันหรือเจ็ดวัน”

“ไม่…ข้าไม่ยอมให้ยายบังคับ” ไรอันตะโกนดัง “ยายอย่ามารังแกเด็ก อย่าถือว่าอาวุโส ข้าไม่ยอม…ไม่…ยอม…”

“ต้องยอมล่ะ แต่วันนี้ยังไม่มีเวลาอบรมเจ้า วันข้างหน้าจะให้พ่อเจ้าส่งเจ้ามาอบรมสักเจ็ดวันจะดีมาก” แล้วหันมาถามวิล “เจ้าว่าอย่างไงบ้าง?”

แน่นอนว่าวิลไม่อยากจะตอบ ไรอันเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน พูดยาก ทั้งยังเป็นพี่ชายของเซลิน่า เพื่อนหญิงที่ตนสนิทที่สุด ถ้าพูดออกไปอาจเป็นการซ้ำเติมเพื่อน เรื่องคาถาอย่างไรไรอันยังสู้ตนไม่ได้ ยิ่งเทียบกับยายทาฮิร่า ยิ่งสู้ไม่ได้

“ปล่อยไรอันไปก่อนเถอะครับ ยาย รอวันเหมาะสมยายค่อยให้เขามาอบรมกับยายครับ”

“นะ…วิลนะ…อย่างไงก็ต้องปล่อยก่อน” พูดจบร่ายคาถาให้ไม้กวาดของไรอันเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

ไรอันขบฟันกรอดๆ ถูกปล่อยเป็นอิสระอย่างโกรธๆ มองหน้าด้วยความขุ่นเคืองทั้งยายทั้งวิล แล้วก็ร่ายคาถาขี่ไปกับไม้กวาด

เขามาถึงคฤหาสน์ด้วยความโกรธแค้น

เจ้าแมวเคทเทอร์คู่ใจมาคลอเคลียใกล้ๆ ก็ยังถูกเท้าใหญ่ๆ เตะจนกระเด็นไปชนกับกำพง เจ้าแมวร้องลั่นอย่างเจ็บปวด

“โอ๊ย…เจ็บ…”

“อย่ายุ่ง…อารมณ์เสีย…”

เจ้าแมวค่อยๆ พยายามลุกอย่างยากเย็น ไม่โกรธเจ้านายเพราะรู้นิสัยกันมา

“โมโหใคร เคทเทอร์ช่วยได้มั้ย?”

“อย่างแกเรอะจะช่วย เหมือนไม้ซีกงัดไม้ซุง ฉันยังสู้ไม่ได้เลย เจ็บใจ…เจ็บใจ!”

“ใครทำให้โกรธ?” ฮูโกเดินออกมาจากห้องแล้วถาม เมื่อเห็นท่าทางของบุตรชาย

“ยายทาฮิร่าครับ พ่อ”

“อีกแล้วเรอะ ยายทาฮิร่าอีกแล้ว ทำกับครอบครัวเราอีกแล้ว” ฮูโกกำมือแน่น

“ใช่ครับ…พ่อ ดูถูกคาถาของผม หาว่าผมไม่ดี ผมเลว จะให้ผมไปอบรมกับยายเจ็ดวัน จะจับผมเข้าคุกเจ็ดวันล่ะไม่ว่า ผมทำอะไรผิด แค่ลองฝีมือกับวิล วิลมันโลกสวยเสกคาถาให้ทุกอย่างสวยงาม ไม่เหมือนผมที่เห็นตามความเป็นจริง เมืองเราไม่ได้สวยงามอะไรเลย มันก็มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ ไม่อ่อนแอ!”

“เจ้าไม่อ่อนแอ…ไม่…ลูกของข้าต้องไม่อ่อนแอ”

“ผมจะอ่อนแอได้อย่างไง ผมชื่อไรอันเป็นลูกพ่อฮูโก เป็นหลานของอีเวอลีนที่สามารถหนีออกจากคุกได้ แต่ทำไมผมจึงอ่อนเรื่องคาถาเช่นนี้ ทำไม…ทำไม…”

“ไรอัน…อย่าท้อแท้สิ”

“ผมอยากชนะ!”

“เจ้าก็ต้องฝึกให้หนัก”

“คาถาที่โรงเรียนสอนก็แค่พื้นๆ”

“คาถาขั้นสูงก็มี”

“แต่เก็บให้พวกมีพรสวรรค์ฝึก ไม่ยุติธรรม คนอย่างไรอันไม่มีพรสวรรค์เรอะ เลวนักเรอะ หาว่าผมมีความคิดเลวร้าย พฤติกรรมน่ากลัว ผมไม่ยอม…ผมจะต้องเก่ง เก่งให้ได้”

“ไรอัน…นิสัยเจ้าชอบโวยวาย ร้อนใจก็เปล่าประโยชน์ อยากเก่งต้องฝึกอย่างเดียว”

“ไหนล่ะ ตำราคาถายอดเก่ง มีไหม…พ่อมีมั้ย?”

แล้วก็มีเสียงแว่ว…ดังขึ้น…จากเบาๆ แว่วมาแต่ไกลแล้วดังเมื่อมาใกล้

“ใครไม่มี…ข้ามี!”

เสียงมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงของอากาศ จากที่สงบก็มีลมหมุนเวียนอยย่างรวดเร็ว แม้อยู่ในบ้าน ลมยังพัดเป็นวงกลมจนข้าวของในบ้านลอยปลิวว่อน

เคทเทอร์ร้อง และวิ่งไปหลบใต้ตู้

“พายุถล่มบ้าน’

ลมพัดหมุนค่อยๆ เบาลง…จนสงบ

ฮูโกขมวดคิ้ว…ตอนแรกก็แปลกใจ แล้วใบหน้าที่เคร่งเครียดก็คลายลง กลายเป็นรอยยิ้ม เพราะได้กลิ่นบางอย่าง

กลิ่นที่เคยคุ้น กลิ่นของพี่สาว

“พี่อีเวอลีน!”

ไรอันตาโต

“อ้าว…ป้าอีเวอลีนเรอะ…”

“พี่สาวข้า โปรดปรากฏตัวเถอะ โปรดมาพบพวกเรา เราคิดถึงพี่”

คราวนี้สมใจฮูโก เพราะอีเวอลีนยอมให้พบตัวแล้ว ปรากฏร่างขึ้นแล้ว

ร่างของแม่มดวัยหกสิบเศษ…

อีเวอลีน…ยังดูสาว…ยังดูแข็งแกร่ง แข็งแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความแค้น และมุ่งมั่น ด้วยความไม่เคยยอมพ่ายแพ้

ฮูโกวิ่งเข้ามาสวมกอดพี่สาว

“พี่สาวข้า!”

อ้อมแขนของพี่น้อง ฮูโกร้องอย่างยินดีว่า

“มีวันที่พี่สาวข้าเป็นอิสระจนได้”

“เพราะข้าโชคดี โชคดีที่ค้นพบตำราคาถาที่ถ้ำคาร์ของบรรดานักโทษที่โกรธแค้น ศึกษามนต์ดำ ก่อนร่างสลายได้สลักอาคมไว้ที่กำแพง มีแต่ข้าที่ค้นพบ และศึกษาจนแตกฉาน ใช้พลังหนีออกมาได้ มาเคลียร์ปัญหาทั้งหมด!”

เคลียร์ปัญหาทั้งหมด…

ฟังแล้วหนาวสะท้าน…ยังไม่เท่านั้น…

“ข้ามาจัดการกับใครบางคนที่ทำกับข้า…กับลูกข้า…รีด้าลูกข้า…อยู่ไหน?”

พ่อมดฮูโกกลืนน้ำลายยากเย็น

“ข้าเสียใจนะพี่ ข้าไม่ได้ดูแลลูกสาวของพี่ ตอนนั้นมันกะทันหัน ตอนพี่ถูกทาฮิร่ากับพรรคพวกจับตัว…ตอนนั้นยังเห็นรีด้าเลย รีด้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ตอนนั้นสิบแปดแล้ว รีด้าหายตัวไปพร้อมกับที่พี่ถูกจับ ข้าก็พยายามจะตามหาตัวหลาน แต่ไม่พบ”

“เจ้าไม่พยายามมากพอ ฮูโก”

ฮูโกหลบสายตาพี่สาว สายตาที่ตำหนิ

“ข้าขอโทษ…”

“รีด้าลูกแม่ต้องเผชิญกับชีวิตโดดเดี่ยว…เจ็บปวด…เจ้าไม่รู้อะไรเลยเรอะ”

“เอ้อ…” ฮูโกอึดอัด ในขณะนั้นก็เหมือนกับเห็นแก่ตัว ต้องเอาตัวรอด เพราะพี่สาวกลายเป็นนักโทษ ตนถูกจับตามองจึงต้องอยู่อย่างสงบ เจียมตัว ปล่อยให้รีด้าเผชิญชีวิตตามลำพัง

“ข้ารู้ว่ารีด้าไปเป็นยิปซีเร่ร่อนที่เมืองมนุษย์ จนได้พบกับเจ้าของห้างซาร่า กลายเป็นเมียน้อย และมีลูกสาว…เรนี่!”

อีเวอลีนถึงจะเพิ่งหนีคุก แต่ก็รู้อะไรมาบ้าง มากกว่าที่ฮูโกตามหาหลานสาวมาเกือบยี่สิบปี

“ข้าขอโทษ…พี่อีเวอลีน”

“ข้าพึ่งพาเจ้าไม่ได้เลย ฝากลูกสาวไว้กับเจ้า แต่รีด้ากลับต้องทุกข์ทรมาน เป็นเมียน้อยคนโลกมนุษย์ พอมีลูกสาวซึ่งเป็นหลานสาวของข้าก็ต้องหนีออกจากบ้าน…ด้วยเหตุผลใด…ข้าก็ไม่รู้…ทำไม…ทำไม…”

“พี่สาวข้ามีเวทมนตร์วิเศษ…ย่อมรู้ได้…”

อีเวอลีนโคลงศีรษะ

“แปลก…แปลก…กับรีด้า ทำไมข้ายังมืดบอด ยังไม่เห็นอะไรแน่ชัด ตอนนี้รีด้าจะเป็นอย่างไง มีชีวิตอย่างไร ข้ากลับมองไม่เห็น…เห็นแต่หลานสาวข้า เรนี่…เรนี่…”

 

***

 

Don`t copy text!