มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 24 : ใครจะเป็นทายาทมนต์ดำ

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 24 : ใครจะเป็นทายาทมนต์ดำ

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-24-

 

แม่มดบาบาร่าคอย่น มองหญิงสาว

“เธอได้ยินหมด…”

หมายถึงเรนี่…กำลังฟังที่คณะของยายทาฮิร่ากำลังปรึกษาหารือกันโดย ‘เป้าหมาย’ ฟังอยู่ด้วยตาแป๋ว และงุนงง

แต่แก้ปัญหาง่ายมาก…

“เจ้าจะจำที่เราพูดกันไม่ได้!” ยายบาบาร่าร่ายคาถาใส่หญิงสาว ทำเอาเรนี่ตาปรือและล้มตัวลงนอน “หมดปัญหาแล้ว”

“ยายครับ…ในตัวเธอมีมนต์ดำ…”

ยายทาฮิร่าจึงเดินไปใกล้ร่างที่หลับสนิท และลองใช้มือแตะที่หน้าผากของเรนี่ ร่ายคาถา…

ครู่หนึ่ง…ยายทาฮิร่าสะดุ้งและรั้งมือกลับ

“มีจริงๆ…โอ๊ย…น่าสงสารมนุษย์สาวน้อยที่น่าสงสาร อยู่ๆ ทำไมเป็นแบบนี้”

“เพราะมีการถ่ายทอดพลังครับ” วิลบอก

“ไม่ควรเลย ไม่ควรทำร้ายผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่ง”

“เพราะเธอมีสายเลือดไม่บริสุทธิ์ค่ะ” เซลิน่าพยายามให้มองเรนี่ในแง่ลบมากกว่าแง่บวก “มองดูก็รู้แต่แรก เธอมีจิตใจโหดร้าย เธอไม่ใช่คนดี”

“ลิน่า…ของยาย…” บาบาร่ากล่าวอย่างอ่อนโยน “เราต้องให้โอกาส…ยายเองก็เคยผิดพลาด และเมืองนี้ก็ให้โอกาสกับยาย”

“แต่ลิน่ากลัวจะต้องสูญเสียเสียก่อน เพราะไม่รู้เธอจะใช้มนต์ดำเมื่อไหร่…และพวกเราจะรับมือเธอไหวหรือไม่”

“ยายจะช่วยถอนมนต์ดำออกจากตัวเรนี่…เพราะเพิ่งจะเริ่มต้นอาจถอนง่าย ถอยออกไป…ทั้งวิลและลิน่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยายเอง ยายเองก็เคยฝึกมนต์ดำมาระยะหนึ่ง ในช่วงชีวิตที่เคยหลงผิด”

ยายบาบาร่าเป็นผู้ยอมรับความจริง…

ผิดเป็นครู…สำนึกได้…ในเมืองเวทมนตร์จึงยกย่องยายบาบาร่า

เรนี่หลับไปเพราะคาถา

แม่มดบาบาร่าทรุดกายลงนั่งบนเก้าโซฟา และแตะที่มือสองข้างของหญิงสาว ร่ายคาถาในใจ ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง

ในช่วงชีวิตหนึ่งบาบาร่าก็เคยฝึกมนต์ดำต้องห้าม เคยผิดพลาดมาก่อน จึงรู้ว่ามนต์ดำมีอานุภาพมากแค่ไหน

หญิงสาวอย่างเรนี่ อ่อนไหวง่าย หัวอ่อนเรื่องคาถา และอาจรับสิ่งผิดๆ จะเป็นอันตราย

โดยเนื้อแท้เรนี่มีพรสวรรค์พิเศษ ถ้าสามารถ ‘รับ’ อะไรไว้จะมีความสามารถเหนือใครๆ เสมือนพ่อมดแม่มดที่มีพรสวรรค์จะไปได้ไกลกว่า

พรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวตน ใช่ว่าจะมีกันได้แบบปกติ

ในกายของเรนี่มีมนต์ดำจริงๆ

น่าสงสาร เด็กสาวที่น่ารัก

เจ้าเป็นใครกัน จึงตกเป็นเครื่องมือของยิปซีคนนั้น?

สืบไม่ยากแต่จำเป็นต้องรู้ หากขณะนี้ต้องช่วยหล่อนก่อน พยายามร่ายคาถาดึงมนต์ดำออกจากร่างหล่อน

เพราะเรนี่ไม่ได้ฝึกมนต์ดำ เป็นเพราะมีใคร ‘ถ่ายทอด’ พลังให้หล่อน…จึงลองใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ถ่ายทอดพลังร้ายเข้าไป ใช้วิธีดึงพลังร้ายออก

ยังดีที่ร่างกายของหล่อนมี ‘พลัง’ ไม่มาก’ จึงง่ายต่อการจัดการ

ระหว่างที่ยายบาบาร่ากำลังดำเนินการนั้น เจ้าไทเกอร์สงสัยถามชิกเก้นว่า

“ดึงพลังมนต์ดำออกจากตัวเรนี่ แล้วมนต์ดำที่ร้ายกาจไม่เข้าตัวยายบาบาร่าเรอะ” เพราะไทเกอร์ห่วงเจ้านายของตัวเองด้วย “กลัวว่ายายของไทเกอร์จะร้ายกาจไม่เหมือนตอนนี้ที่ใจดีสุดๆ”

เจ้าชิกเก้นจึงดุเพื่อนแมว

“ยายบาบาร่าระดับไหนแล้ว เพื่อน อาวุโสแห่งเมืองนี้แล้วนะ แค่มนต์ดำจิ๊บจ๊อย ทำอะไรยายบาบาร่าไม่ได้หรอก”

“เออ…น่าจะจริง”

“จริงแน่แท้ อย่ากังวลเลย”

“ไทเกอร์ไม่อยากเปลี่ยนนาย”

“กังวลเกินแมวล่ะ เพื่อน”

แล้วยายบาบาร่าก็ทำสำเร็จ ค่อยๆ ยกมือตัวเองออกจากมือขาวนวลของเรนี่ หันมากล่าวว่า

“เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ ถ้ารับสิ่งดีจะดีมาก ถ้ารับสิ่งไม่ดี ก็จะกลายเป็นมารร้ายได้เลย”

“งั้นก็อันตรายน่ะสิ” ยายทาฮิร่าพูด

“ต้องดูแลให้ดี”

“มนุษย์กับโลกเวทมนตร์ เราดูแลไม่ได้ดีหรอก”

“พยายามกันแล้วกัน”

“อะไรจะเกิดมันต้องเกิดนะยายนะ” เจ้าไทเกอร์ว่า

บาบาร่าหันมาตำหนิแมวคู่ใจ

“ไม่ได้! เจ้าพูดแบบนั้นไม่ได้ ถ้าเราสามารถกันได้ ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ไม่ให้เกิดพวกมารหรืออสูรในดินแดนแห่งนี้ รวมทั้งโลกมนุษย์ด้วย”

“แต่ปัจจุบัน พวกมนุษย์ก็มีจิตมาร จิตอสูร จิตปิศาจกันทั้งนั้น…ยาย รัก โลภ โกรธ หลง และตีฟันฆ่ากันตายง่ายๆ ทำบาปทำกรรมไม่กลัวกันเลย”

บาบาร่าถอนใจยาว

“กิเลสไงล่ะ อยากไงล่ะ ระงับความต้องการไม่ได้ไงล่ะ” แล้วหันมาพูดกับทาฮิร่า “บางทีเจ้ากับข้าต้องเหนื่อยกันอีกรอบแล้ว”

“บาบาร่า เพื่อนรัก แล้วมันต้องผ่านให้ได้ ไม่ว่าเราจะเผชิญกับอะไร ข้าก็ยังเชื่อเต็มร้อยว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม”

“สาธุ…” เจ้าชิกเก้นลากเสียงยาว “เปิดอบรมธรรมะกันมั้ย…ยายทั้งสอง…”

“อย่าทำเป็นเล่น ซีเรียสนะ” ยายทาฮิร่าพูด “สังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องร้ายๆ ในเมือง เพราะอีเวอลีนล่ะ”

“แถมถ้ามีทายาทอสูรอย่างเรนี่…ยิ่งสนุก” ชิกเก้นประชดทั้งที่กลัว แต่ยังปากเก่ง

“นี่…นี่…เจ้าอย่าพูดมาก”

“เพราะแม่มดอีเวอลีนตนเดียว” บาบาร่าตำหนิ “ถ้าไม่หนีออกมา ก็ไม่มีเรื่อง”

“มันเป็นชะตาลิขิต”

“คราวนี้ถ้าจับอีเวอลีนได้ ไม่ใช่แค่จับคุมขัง ต้องทำให้ร่างแตกสลายไปเลย!”

“แม่มดร้ายที่ไม่สำนึก ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไงนะ”

“จับลงโทษขั้นสูงสุด ไม่ให้มีชีวิตต่อ ไม่ปรานีคุมขังให้มีโอกาสออกมาทำผิดซ้ำๆ ซากๆ ข้าจะลงโทษด้วยมือตัวเอง!”

เปเลสที่ปกติจะเงียบ…เงียบที่สุด มองหน้าเซลิน่าอย่างเห็นใจ…รู้ว่าเซลิน่าต้องลำบากใจมากแค่ไหน

ตลอดเวลาเปเลสไม่พูดอะไรเลย ได้แต่มองหน้าเพื่อนสาวที่ตนแอบหลงรัก

เซลิน่าเป็นแม่มดที่ดี แต่ก็เป็นหลานของแม่มดอีเวอลีน…แม่มดร้ายที่ทุกคนกล่าวถึง

ถึงเซลิน่าจะตรง จะซื่อสัตย์ และตำหนิความร้ายของป้า…ส่วนลึกอย่างไรก็เป็น…ป้า

จะมีใครเข้าใจจิตใจหล่อนบ้าง…นอกจากเปเลสที่โพล่ง

“แม่มดอีเวอลีนเป็นป้าของลิน่านะครับ”

เตือนสติ…ให้ระวังคำพูดสักนิด แต่เซลิน่ากลับพูดว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ…ไม่เป็นไร ลิน่าไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำของแม่มดอีเวอลีน บอกตามตรงถึงเป็นป้า…ลิน่าก็ไม่อยากยอมรับ ถ้าทำผิด…ก็คือผิด จะป้าจะใคร…ก็ถือว่าผิด!”

แม่มดบาบาร่าพูดกับแม่มดสาวสวยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“ลิน่า…เจ้าเป็นแม่มดแสนดี อาจได้รับเลือดดีมาจากแม่เจ้า ให้รักษาความดีไว้…แม่เจ้าเป็นแม่มดที่ดีจริงๆ เสียดายอายุสั้น เมืองเวทมนตร์ก็มีเรื่องบุญกรรม ไม่ต่างจากเมืองมนุษย์หรอกจ้ะ”

“ลิน่าจะไม่ยอมฝึกมนต์ดำค่ะ”

“ดีแล้วล่ะ”

“อย่างไงก็ช่วยดูให้พวกเราด้วย อีเวอลีนเป็นป้าเจ้า” ทาฮิร่าพูดขึ้น “มีข่าวอีเวอลีนช่วยบอกเราด้วย”

“ค่ะ…ยาย…”

แล้วทาฮิร่าก็พูดกับวิล

“ส่งเรนี่กลับโลกมนุษย์ด้วย ยายลบความทรงจำในช่วงนี้ของเรนี่หมดแล้ว…แต่เรนี่คนนี้มีอะไรพิเศษ ถึงจะลบไป บางครั้งอาจจะจำได้ชั่วครั้งชั่วคราว…เรนี่…มีอะไรพิเศษจริงๆ…ตะเกียงแก้วของยายน่าจะอยู่กับเธอ…คนนี้…แต่…แต่…”

แม่มดอีเวอลีนนั่งหน้าขรึมต่อหน้าฮูโกน้องชายและไรอันหลานชาย

ไรอันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่พบกับผู้เป็นป้า ตำราคาถามนต์ดำเล่มหนึ่งที่ป้าให้ตนศึกษา มันทำให้เขารู้สึกมีวิชาแก่กล้าขึ้น ทำให้เขารู้สึกเก่งขึ้น

มนต์ดำมันวิเศษขนาดนี้

แม้แต่เจ้าเคทเทอร์ แมวของเขายังเอ่ยปาก

“โอ้โฮ้…เจ้านาย คาถารุดหน้าเหลือเกิน”

ยัง…ยัง…มันยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น มนต์ดำพื้นฐานเขาต้องการขั้นสูงจากผู้เป็นป้า เพราะฉะนั้นเมื่อป้ามาเคหาสน์ เขาต้องรีบเสนอหน้ามาฟังป้าคุยกับบิดา

ฮูโกถามพี่สาวว่า

“วิลมันพาเรนี่หนีไป ด้วยเวทมนตร์ของพี่อีเวอลีนเหนือกว่าวิลนัก ทำไมพี่ไม่ตาม?”

ดวงตาคมของอีเวอลีนเปล่งประกายเจิดจ้า

“เด็กรุ่นหลาน มันยังเด็กและผยองเกินไป ยังไม่ถึงเวลา อีกอย่าง วิลมีความปรารถนาดี เรนี่ หลานข้า ยังช่วยเรนี่ได้หลายเรื่องในโลกมนุษย์ เก็บไว้ก่อน เรนี่…หลานข้า…อ่อนแอ…ยังไม่ถึงเวลา…”

“พี่อีเวอลีนจะเลือกเรนี่เป็นทายาทของพี่หรือ?”

“ข้ามีแต่เรนี่…สายเลือดข้า…”

“แล้วรีด้าล่ะ?”

“ลูกสาวข้ายังไม่พบ…ไม่พบ…รีด้าช่างลึกลับนัก”

“แต่เรนี่ก็เป็นแค่ลูกครึ่ง”

“นั่นล่ะ…เป็นแค่ลูกมนุษย์กับลูกสาวข้า เรนี่จะมาฝึกมนต์ดำคงจะช้าเกินไป ข้าจะใช้วิธีถ่ายทอดพลังให้เรนี่…ทีละนิด…ทีละนิด…”

ฮูโกกลืนน้ำลายยากเย็น

“ด้วยวิธีนี้…ในเมืองเวทมนต์ไม่ทำกันนะครับ เมืองเวทมนตร์ต้องฝึกคาถาด้วยตัวเอง”

“แต่ข้านี่ล่ะ…จะใช้พลังถ่ายทอด…”

“พี่อีเวอลีน ย่อมรู้ผล…ที่ตามมา”

“ข้ารู้…”

“พี่ต้องรู้ว่า การถ่ายทอดพลังนั้น พี่เองจะสูญเสียด้วย…พี่จะอ่อนแอด้วย จนสุดท้ายเมื่อถ่ายทอดหมด…พี่อาจต้องแตกสลาย”

“ข้ารู้…”

“พี่ยังจะทำ!”

“เพื่อเรนี่…หลานสาวข้า จะมาแทนที่ข้า”

“อย่างไงเธอก็มีเลือดมนุษย์…เธอรับไม่ได้เต็มที่และยังไม่เคยมีแม่มดตนใดทำแบบนี้มาก่อน”

“ข้าจะทำ!”

ฮูโกถอนใจยาว…มองหน้าพี่สาว

“มันอันตรายทั้งเรนี่ และพี่…”

“พอเถอะ…สิ่งที่ข้าตั้งใจ ข้าจะต้องทำ!”

“ถ้ารีด้าปรากฏตัวล่ะ?”

“รีด้าจะเป็นตัวแทนเรนี่”

“รีด้าอาจได้มากกว่าเรนี่…พี่อีเวอลีน รอก่อนดีมั้ย?”

“รอ…รอ…ข้าทนทุกข์ทรมานมานานในคุก ข้าออกมาแก้แค้นมาเพื่อทำลาย ข้าจะไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีก”

แมวเคทเทอร์พูดกับเจ้านายหนุ่ม หลังจากฟังฮูโกคุยกับพี่สาวมาพักใหญ่ว่า

“เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน ถ่ายทอดพลังคาถา เคทเทอร์ก็เพิ่งรู้และจะได้เห็นเป็นบุญตากับเขาบ้าง”

ไรอันพูดเบาๆ

“นั่นสิ…แบบมาทายาท…ถ่ายทอดให้ทายาท”

“เป็นแบบทายาทอสูรเลยใช่มั้ย?”

“ทำนองนั้นล่ะ แต่นี่มันเมืองเวทมนตร์…ไม่นิยมเรื่องถ่ายทอด…คือแบบว่ามี…ทำได้ ปกติไม่ทำกัน พ่อมด แม่มด ฝึกคาถาด้วยตัวเองจึงจะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”

“แต่นี่มันมนต์ดำ ที่ไม่มีที่นี่…ที่ไม่ฝึกกัน”

“ก็เฉพาะนอกกรอบไงล่ะ”

“แม่มดอีเวอลีนนอกกรอบ”

“ใช่…ป้าข้ามีความคิดไม่เหมือนใคร แบบข้านี่ล่ะ ข้าชอบ…ชอบมาก…”

คิดแล้วก็โพล่งบอกกับป้าอีเวอลีนว่า

“ทำไมป้าไม่เลือกข้าเป็นทายาทล่ะ ข้าเป็นหลานป้า ข้ารับได้และเต็มใจจะรับครับ”

อีเวอลีนมองหลานชายอย่างหมิ่นๆ

“เจ้ายังอยู่นอกสายตาข้า ยังไม่ใช่…ข้าให้ตำราเจ้าไปฝึก เจ้าควรพอใจแค่นั้น!”

พ่อมดหนุ่มหน้าเสียแต่ยังไม่ยอมแพ้

“ท่องคาถามันอาจช้าไปครับ ถ้าถ่ายทอดพลังโดยตรงจะรวดเร็วกว่า และข้าอาจช่วยงานป้าได้นะครับ”

ป้าอีเวอลีนแค่นหัวเราะ

“ก็ลองดูก่อน…ลองช่วยข้าดูก่อน เผื่อข้าจะเห็นความสำคัญของเจ้า…”

“ข้าจะช่วยป้าเต็มที่”

“ถ้าผลงานเจ้าน่าพอใจ ข้าอาจพิจารณาเจ้าเป็นพิเศษ และยังมีตำราเวทมนตร์ดำขั้นสูงรอเจ้าอยู่ด้วย”

พ่อมดหนุ่มยิ้มอย่างยินดี และเต็มไปด้วยความหวัง หวังจะเก่งกาจ เก่งกล้าเหมือนป้า แม้รู้ว่าคาถาของป้าเป็นคาถาต้องห้ามในเมืองนี้

ยิ่งต้องห้าม ยิ่งชวนหลงใหลในสายตาพ่อมดไรอัน ซึ่งปรารถนาจะยิ่งใหญ่เหนือใครอื่น

 

***

 

Don`t copy text!