มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 33 : ทุกคนล้วนมีปัญหา

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 33 : ทุกคนล้วนมีปัญหา

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-33-

 

ทัศวรรณเดินออกจากห้องไปแล้ว

คนในห้องเงียบกริบชั่วขณะ จนเกศราพูดขึ้นว่า

“ป้าวรรณตั้งใจจะเชิญพวกเราไปงานวันเกิด เพื่อแสดงให้เห็นว่าชีวิตเธอรุ่งเรืองสมหวังแค่ไหน ป้าวรรณโชคดีเป็นบ้าที่แต่งงานกับลุงชัย ทำไมตอนนั้นไม่เป็นอากชของเราล่ะ เสียดายชะมัด!”

“พูดอะไรตอนนี้” วิชาตำหนิน้องสาว “พูดให้เกิดเรื่อง บ้าหรือเปล่าจะทำให้อากชไม่สบายใจเปล่าๆ เรื่องอะไรมันเป็นอดีตของพวกผู้ใหญ่”

คุณสุมิตไม่สนใจคำพูดของลูก กล่าวกับบงกชว่า

“เธอคงเหนื่อยเกินไป พักผ่อนเถอะ”

“กชยังห่วงเรื่องบริษัทค่ะ…พี่สุมิต”

“พี่รู้ เธอทำเต็มที่แล้ว”

“กชทำไม่สำเร็จ…ทำไม่ได้…”

“ค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหม”

แต่ปู่อำนวยกลับพูดว่า

“พ่อรู้ว่ากชพยายาม แต่แกต้องรู้ไว้นะ กช…พ่อจะไม่ยอมให้ห้างของเราล้ม ซาร่าเป็นชีวิตจิตใจของพ่อ พ่อสร้างมันมากับมือ พ่อไม่ยอมให้มันล้ม เมื่อแกหายดีแล้ว แกต้องสู้ต่อ หาทางต่อ แกทำได้ใช่มั้ย…กช!”

บงกชเลิกคิ้วอย่างงงๆ ใบหน้าซีดยิ่งซีดอีก เหมือนจะเป็นลม

พ่อคะ…พ่ออายุเท่าไหร่แล้ว…ปีนี้เจ็ดสิบกว่าแล้ว เหมือนพ่อกลับไปเป็นเด็ก เอาแต่ใจ และจะให้สำเร็จให้ได้

เงียบกริบ…บงกชพูดไม่ออก

ทำไมต้องเป็นหล่อนคนเดียว ที่รับภาระ

ในขณะนั้นเรนี่ก้าวเข้ามา หลังจากเลิกงาน และทันได้ยินปู่พูดกับอาบงกช

เรนี่จึงพูดแทนอาว่า

“คุณปู่คะ อากชป่วยนะคะ อย่าเพิ่งกดดันอากชเลยค่ะ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ คุณปู่มาเยี่ยมอากช น่าจะทำให้อากชสบายใจขึ้นนะคะ”

“แกอายุเท่าไหร่เอง ริจะมาสอนปู่”

“เรนี่สงสารอากชค่ะ”

“กชเป็นลูกของปู่ ต้องทำได้!”

“ได้หรือไม่ได้ อากชก็ไม่ใช่คนผิด และไม่ใช่เวลาจะพูดค่ะ”

“แกทำไม่ได้ก็อย่าริพูด!”

“ปู่คะ…ปู่มีเหตุผลหน่อยสิ”

“แกกล้าว่าปู่เรอะ?”

“เพราะปู่ไม่มีเหตุผลนี่คะ”

ยุวดีตาโตและกล่าวต่อว่าแทนปู่อำนวยว่า

“แหม…แหม…เรนี่ จะเก่งเกินไปแล้วนะ จะกล้าเกินไปแล้วนะกับคุณปู่ยังกล้าขึ้นเสียง”

“เรนี่แค่อยากให้อากชได้พักผ่อน นี่แห่กันมาเยี่ยมหรือมาซ้ำเติมกันแน่คะ”

“ตายแล้ว…ใครซ้ำเติม”

“ถ้ามาเยี่ยมก็ควรทำให้อากชสบายใจ”

“รู้ดีแทนอากชของเธอ”

“ขอให้อากชพักนะคะ เรนี่ขอ”

เกศราตวาดน้องสาวทันที

“แหม…ขอ…ขอ…แต่ดูเสียงของเธอสิ เหมือนคนขอร้องไหม เหมือนหาเรื่องชวนทะเลาะกัน”

“เรนี่ขอจริงๆ ค่ะ”

“ชอบทำตัวนอกคอก”

“เรนี่ทำเพื่ออากช”

“เด็กที่สุดในบ้าน ริจะเสียงดัง” วิชากล่าวขึ้น

“พี่วิชากับพี่เกศอายุมากกว่าเรนี่ น่าจะช่วยอากชได้มากกว่าเรนี่ แล้วช่วยได้มั้ยล่ะ”

“นี่…นี่…ยัยเรนี่ อย่าพูดอวดเก่ง อากชอยู่ฝ่ายการเงิน มีหน้าที่เรื่องเงิน พี่กับเกศอยู่แผนกอื่นก็ทำเต็มที่”

เรนี่เผลอเบ้ปาก

“เรนี่ไม่เคยเห็นทำเต็มที่ เอาเวลาไปเที่ยวเสียมากกว่า คนที่ห้างรู้ดี…หนีเที่ยวเวลางานประจำ!”

“อ้าว…นี่แกจะหาเรื่องพวกเราเรอะ เก่งจริง เป็นพวกอากชก็ช่วยอากชแก้ปัญหาเรื่องบริษัทให้ได้สิ ทำได้พี่จะกราบเลย!”

เรนี่หน้าร้อนผ่าว โพล่งอย่างเหลืออด

“ได้…ได้…เรนี่จะช่วยอากช!”

วิชาหัวเราะเยาะ

“เออ…เด็กเพิ่งจบ ริจะช่วยแก้ปัญหาห้าง!”

“เรนี่จะช่วยอากช…ช่วยอากช…ช่วยอากช!” หล่อนพูดด้วยอารมณ์กึ่งโกรธ กึ่งสับสน กึ่งๆ ไม่พอใจ

ด้วยอารมณ์ส่วนลึก…จิตใต้สำนึก

เสียงออกมาไม่ปกติ…และยิ่งไม่ปกติเพราะหล่อนไม่ใช่คนธรรมดา หล่อนมี ‘อะไร’ ผิดแปลกจากคนอื่น

เสียงสุดท้ายบาดลึก แทรกเข้าหูของคนฟังกึกก้องเกินระงับไหว ต้องรีบยกมืออุดหู

วิชาโบกมืออย่างเจ็บปวด

“พอ…พอ…เสียงเธอน่ากลัวเหลือเกิน แก้วหูพี่จะแตก”

ทุกคนก็มองเรนี่แปลกๆ โดยเฉพาะยุวดีที่กล่าวว่า

“พวกเรากลับกันเถอะ ดูท่าคนป่วยไม่ค่อยอยากพบพวกเรา ไม่ค่อยอยากให้พวกเรามาเยี่ยม”

ก่อนคุณสุมิตจะออกจากห้องพูดกับลูกสาวว่า

“ช่วยดูแลอากชด้วยนะ”

แล้วพากันออกไป เรนี่มองอาบงกช ที่นั่งเอนบนเตียง ดวงตาแดงเรื่อ

“อากชคะ…อากชร้องไห้หรือคะ?”

“เปล่า…อาปวดหัว”

“อากชร้องเพราะคนในครอบครัวของเรา ไม่น่าเลยนะคะ อย่าเก็บกดเลยค่ะ อยากร้องก็ร้อง”

“เรนี่…อาชอบแอบร้องไห้มากกว่าจะให้ใครเห็น”

หญิงสาวจับมืออาบงกชอย่างสงสารและรักเคารพ

“ทำไมทุกคนต้องโยนให้อากชรับผิดชอบคะ?”

ใช่สิ หล่อนง่ายเกินไปใช่ไหม หล่อนยอมเกินไปใช่ไหม หล่อนทำทุกอย่างเพราะรักครอบครัว แต่สิ่งที่ได้รับ ครอบครัวกดดันหล่อน ปราศจากความเห็นใจและเข้าใจ

ขอเพียงเห็นใจสักนิด…นิดเดียว หล่อนทำงานถวายหัวอยู่แล้ว

“เรนี่จะช่วยอากช จะช่วยอากช!”

“เธอทำไม่ได้หรอก”

“แต่เรนี่ต้องช่วยนะคะ”

“ขอบใจ…เธอทำให้อาชื่นใจได้…คนเดียว…”

“เรนี่ไม่อยากเห็นอาร้องไห้นี่คะ” แล้วโผกอดคนป่วยบนเตียง “อากชเหมือนแม่ของเรนี่ เป็นตัวแทนแม่ตั้งแต่เล็กจนโต อากชดูแลเรนี่แทนแม่ แม่ที่เรนี่ไม่เคยเห็นเลย แม่ใหญ่ไม่รักเรนี่ พ่อก็หาว่าเพราะเรนี่ทำให้แม่เรนี่หนีไป ปู่กับพี่ๆ ก็หาว่าเพราะแม่เรนี่ทำให้คุณพ่อล้มป่วยจนทำงานไม่เต็มที่ มีแต่อากชที่ไม่เคยว่าเรนี่ เรนี่จึงรักอากชที่สุดค่ะ”

มีใครคนหนึ่งยืนฟังอยู่

เขายืนอยู่หน้าห้อง…วิล

สงสารเรนี่ จริงๆ แล้วเธอก็มีจิตใจดีคนหนึ่งนะ แต่มีอำนาจทำลายล้างที่รุนแรง เพราะเหตุผลอื่น

วิล…สงสารหล่อน

เรนี่…ฉันจะช่วยเธออีกแรงนะ

แน่นอน…ผู้ที่ตามมาอีกสอง…แม่มดเซลิน่ากับพ่อมดเปเลส

แม่มดสาวเจ็บปวด เห็นภาพวิลที่แอบมองเรนี่ด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างอิจฉา จนทนไม่ได้ต้องหายวับไปทันที ไประบายเอากับต้นไม้ใบหญ้าที่สวนเมืองเวทมนตร์

ต้นไม้ใบหญ้าแหลกลาญไปแถบหนึ่ง

เปเลสร้องห้าม

“อย่าทำกับต้นไม้เลย สงสารมัน”

“จะให้ทำกับเธอแทนใช่ไหม?”

“ระบายกับฉันได้”

“ไม่…เปเลสไม่ผิด”

“ต้นไม้ใบหญ้าก็ไม่ผิด”

“ลิน่าผิดเอง ลิน่าผิดเอง ทำไม…ทำไมวิลต้องดีกับมนุษย์คนนั้น ทำไมต้องมองมันอย่างอ่อนโยน”

“อย่าลืมสิ มันก็คือญาติสนิทของลิน่านะ มัน…ก็คือกึ่งมนุษย์กึ่งแม่มด มีเลือดเมืองเวทมนตร์ครึ่งหนึ่ง เธอไม่ควรเรียกเรนี่ว่า…มัน”

เซลินากำมือแน่น

“ไม่…ไม่…ลิน่าไม่อยากนับญาติเลย ไม่อยาก…”

“เรนี่น่าสงสารออก”

แม่มดเซลิน่าตาโต

“อือ…เปเลสก็ใจอ่อนกับเรนี่อีกแล้ว เหมือนกับวิลไม่ผิดเลย ต่างชื่นชอบเรนี่ ชอบเรนี่!”

พ่อมดเปเลสกลืนน้ำลายยากเย็น

“ลิน่าอย่าเข้าใจผิดสิ ใจของฉัน ลิน่าน่าจะรู้ดีที่สุด”

“ไม่อยากรับรู้!”

พ่อมดเปเลสหน้าเสีย แต่เปเลสก็คือเปเลส ผู้รักมั่นและซื่อตรง อะไรก็เปลี่ยนหัวใจเขาไม่ได้ แม้จะไม่ได้รับความรักจากเซลิน่าก็ตาม เพียงขอให้หล่อนมีความสุข เขาก็มีความสุขด้วย

“ลิน่า…เธอต้องใจเย็นหน่อย วิลเป็นผู้รอบคอบ และมีเหตุผล ส่วนเธอยังมีโอกาสกับ…อนาคต”

แม่มดเซลิน่าตวาดเปเลส

“พูดมาก…ความรักไม่ใช่เรื่องของเหตุผล!”

“แต่วิลรู้ตัวเองแน่ๆ”

“อ๋อ…ใช่สิ รู้ว่าชอบเรนี่”

“วิลยังไม่ได้พูดเลยนะ”

“เปเลส…อย่าโง่เลยได้มั้ย มองด้วยตาก็รู้แล้ว”

“ครับ…โง่มาก” เสียงเปเลสเศร้า เน้นคำว่า ‘โง่’

แม่มดสาวเริ่มรู้ตัวว่าพูดรุนแรงกับเขามากไปแล้ว จึงแก้ตัวว่า

“ลิน่าไม่ได้ตั้งใจว่าเธอโง่ ขอโทษ”

พ่อมดหนุ่มยังยิ้มออก ไม่พูดอะไร

เขาอาจจะโง่จริงๆ โง่เพราะรัก โง่เพราะยอมทุกอย่าง และคงจะยอมโง่ต่อไป

หล่อนพูดถูก ความรักไม่ใช่เรื่องของเหตุผล เป็นเรื่องของอารมณ์ รักแบบไม่มีเหตุผล!

 

 

แม่มดอีเวอลีนกับพ่อมดฮูโก รับฟังไรอันพูดอย่างสงบ

ไรอันคุยอวดคุยโตว่า

“ได้ประลองฝีมือกับวิล โอ๊ย…สนุกและสะใจที่สุด ครั้งแรกเลยที่มันงงเป็นไก่ตาแตก มันสู้ข้าไม่ได้ พ่อ…ป้า…มันสู้คาถาของป้าไม่ได้”

ป้าอีเวอลีนยังสงบนิ่ง บิดาเป็นฝ่ายเอ่ยปาก

“วิลออมฝีมือให้หรือเปล่า”

“ไม่ครับ ไม่มีทาง เห็นมันร่ายคาถาหน้าซีด ตกใจ เห็นแล้วสะใจชะมัด”

“อย่าใช้มนต์ดำจนเป็นที่ผิดสังเกต อันตรายต่อตัวเอง”

“มนต์ดำของป้าที่ให้ข้าฝึก ข้าฝึกจนเจนจบแล้วครับ ข้าเห็นตัวเองก้าวหน้า ข้าอยากเก่งอีก เก่งให้มากกว่านี้”

“เจ้าประมาทไปนะ ไรอัน เจ้าอวดเก่งเกินไป วิลก็มีดีเหมือนกัน ใช่เจ้าจะเอาชนะง่ายๆ”

ไรอันตาโต

“พ่อไม่เชื่อข้าหรือไง ลองถามเจ้าเคทเทอร์ดูก็ได้ เจ้าเคทเทอร์ไม่โกหก” โบ้ยให้ถามแมวคู่ใจ

เจ้าแมวเจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากเจ้านายเลย พูดให้การสนับสนุนว่า

“เคทเทอร์เห็นกับตา ปะทะกันด้วยดาบก็สู้ไม่ได้ ลองด้วยคาถาวิลก็เกือบตาย”

ไรอันรีบพูดเสริมว่า

“ขนาดฝึกมนต์ดำขั้นต้นเท่านั้น ยอดเยี่ยม”

ชมตัวเองก็ได้ สุดท้ายแม่มดอีเวอลีนต้องเอ่ยปาก

“วิลไม่ได้ด้อยกว่าเจ้าหรอก เพราะตกใจกับความก้าวหน้าเล็กน้อยของเจ้าเท่านั้น จึงยังตั้งรับไม่ทัน คาถาที่ข้าให้เจ้าแค่ขั้นต้น”

ไรอันเบิกตากว้าง

“ถ้าเป็นอย่างงั้น ป้าก็ให้ขั้นสูงกับข้าสิ ให้ข้าฝึก”

“เจ้าเลือดร้อน เกรงจะใจร้อนเกินไป”

“ป้าครับ ผมกำลังร้อนวิชามากกว่า เห็นมั้ยครับ ผมใช้เวลาไม่นานผมก็สามารถก้าวหน้า ถ้าป้าให้ผมฝึกคาถาเพิ่ม ผมจะเป็นกำลังสำคัญของป้าเลยนะครับ ผมจะช่วยงานป้าได้ครับ”

แววตาของอีเวอลีนมองหลานชายอย่างหมิ่นๆ

“เจ้าหรือจะช่วยข้า?”

พ่อมดฮูโกสนับสนุนบุตรชาย เพราะเห็นแววตากระตือรือร้นของไรอันที่ขอร้องบิดาให้ช่วยพูด

“พี่อีเวอลีน ช่วยสนับสนุนหลานชายพี่ด้วยครับ”

“พ่อลูกใจร้อนเหมือนกัน”

“เห็นแก่ผมเถอะครับ ผมก็อยากเห็นลูกชายก้าวหน้า มันถูกใครๆ ดูถูกเพราะอ่อนหัด”

“อยากเก่งต้องพยายามด้วยตัวเองด้วย”

ไรอันรีบถามว่า

“ข้าต้องทำอย่างไรครับ ป้า?”

แม่มดอีเวอลีนแค่นหัวเราะ

“แสดงให้ข้าเห็นสิ แสดงสิ”

“ข้ามีชัยเหนือวิลแล้ว”

“ไม่จริงเลย นึกว่าข้าไม่รู้เห็นเรอะ บอกแล้วเพราะวิลไม่แสดงคาถาเต็มที่ ฝีมือเจ้าแค่พื้นฐาน”

“แต่ข้าฝึกมนต์ดำแล้ว”

“ก็แค่พื้นฐาน”

“ข้าจึงต้องการตำราขั้นสูงของป้าไงครับ”

“บอกว่าเจ้าต้องแสดงฝีมือก่อน แสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้ามีความสามารถ เจ้าเก่ง เจ้ากล้า เมื่อนั้นข้าจะให้เจ้าฝึกขั้นสูง!”

“อย่างไงล่ะครับ?”

“เอาคำพูดของข้าไปคิดเอง แสดงฝีมือ แสดงความสามารถ ให้ทุกผู้ในเมืองเวทมนตร์เห็น!”

พ่อมดไรอันต้องขบคิดอย่างหนัก

 

 

 

Don`t copy text!