มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 7 : ไปถ้ำคาร์หาหลักฐาน

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 7 : ไปถ้ำคาร์หาหลักฐาน

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

………………………………………….​

-7-

 

คุณทัศวรรณพึมพำในลำคอ

แต่งงานกับคุณวรชัยอย่างมีความสุข แล้วถามตัวเอง

มีความสุขจริงหรือ?

หล่อนรู้ว่าสามียังไม่เคยลืมบงกช ของขวัญทุกชิ้นที่บงกชให้ สามีไม่เคยทิ้งเลยสักชิ้น!

เก็บใส่กล่องอย่างดี ในห้องนอน!

บงกชจากสาวน้อยอายุยี่สิบ จนวันนี้เป็นสาวใหญ่วัยสี่สิบห้า ยังสวยสดงดงาม หุ่นยังดีเหมือนตอนเป็นสาวๆ ไม่เคยผ่านการมีลูก ส่วนตนมีลูกสามคน เพราะอยากมีลูกมากๆ เพื่อผูกมัดใจสามี มีลูกคนน้ำหนักก็เพิ่มขึ้น มีสามคนก็เพิ่มคูณสาม

หล่อนไม่สวยเท่าบงกช!

สิ่งเดียวที่จะยึดใจสามีไว้ได้คือ…ลูก

ยึดใจ…ไม่ใช่…ต้องยึดกายสิ

ใจของคุณวรชัยยังอยู่ที่บงกช!

คัทรียาเอาใจมารดาโดยกล่าวว่า

“คุณแม่อยากได้เครื่องเพชรของอาบงกช ยาจะช่วยให้คุณแม่สมหวัง ยาสั่งร้านเพชรไว้แล้วถ้าเอามาขายอีกก็รับซื้อไว้ แล้วยาจะไปเลือกอีกทอดหนึ่ง ยาจะจัดการให้คุณแม่นะคะ”

“จ้ะ…จ้ะ…ขอบใจลูกยามาก”

มองไปทางสามี คุณวรชัยออกอาการเคร่งขรึมเล็กน้อย จึงถามว่า

“ยังไม่เปลี่ยนใจใช่มั้ยคะ ยังต้องการห้างซาร่า ใช่มั้ยคะ?”

คุณวรชัยแค่นหัวเราะ

“ใช่! ต้องเป็นของเรา!”

อยากถามเหลือเกินว่า ที่โกรธแค้นอยากให้เป็นของเราเพราะแค้นปู่อำนวยหรือเพราะผิดหวังในตัวบงกชกันแน่

กลัวใจกับคำตอบ

ในขณะที่สามีปรึกษาเรื่องงานกับจักรภพและคัทรียา มีแต่รณชัยคนเดียวที่เงียบสนิท

คุณทัศวรรณจึงถามลูกชายคนกลาง

“ชัย…วันนี้เงียบจังลูก?”

รณชัยถอนใจยาว

“ผมกำลังกังวลครับ เป็นห่วงคุณเกศเหลือเกิน เมื่อวานเธอตกจากบันไดเลื่อนชั้นสี่ลงมาชั้นล่าง”

“แม่ก็ได้ยินข้างนอกลือกัน เท็จจริงอย่างไงจ๊ะ”

“ทางห้างซาร่าพยายามปิดข่าวครับ”

“นี่ถ้าตายคงดังเลยนะคะ” คัทรียาโพล่ง

รณชัยถลึงตาดุใส่น้องสาว

“เกศรานะ เป็นคนรักของพี่!”

คัทรียาคอย่น แต่ยังพูดอย่างร่าเริง ไม่ทุกข์ร้อน

“โอ๊ย…ลืมค่ะ ลืม…แต่ว่าคำว่า…คนรัก พี่ชัยคิดไปเองคนเดียว ทางนั้นญาติผู้ใหญ่ไม่อยากให้พี่ชัยคบกับลูกหลานเขาหรอก ไม่รู้อะไร หวงได้หวงดี หวงจนโสดขึ้นคาน!”

“เธอก็พูดเกินไป เพราะเราเป็นศัตรูการค้ากัน ปู่อำนวยไม่ค่อยชอบพวกเรา”

“ใช่ค่ะ แก่จนผมหงอกทั้งหัวแล้ว ยังโบราณอีก ไม่รู้จักแยกแยะว่างานกับส่วนตัวต้องแยกกันแบบไหน เออ…ก็ดี ให้ลูกหลานขึ้นคานกันหมดเลย!” พูดไปคัทรียาก็หัวเราะไป

คุณทัศวรรณไม่สนใจคำพูดลูกสาว ถามบุตรชายคนกลางว่า

“หนูเกศไม่เป็นไรมากใช่มั้ยจ๊ะ?”

“ครับ แค่นอนพักในห้องพยาบาลที่ห้าง ไม่ยอมไปโรงพยาบาล โชคดีที่เธอตกลงมาแล้วมีคนรองรับทัน”

“ทัน…จะบังเอิญขนาดนั้น”

“ครับ เธอโชคดีมาก”

“ผู้ชายคนนั้นต้องแข็งแรงมากจนรับผู้หญิงตกจากที่สูง แรงกระแทกแค่ไหน เป็นใครกันแม่รู้สึกสงสัย อยากเห็นตัวจริงๆ ว่าแข็งแรงขนาดไหน”

“เขาบอกว่าชื่อวิลครับ และไม่พบแล้ว ช่วยเสร็จก็ไปเลยครับ”

“เอาเป็นว่าถ้าหนูเกศไม่เป็นไร แกก็น่าจะสบายใจ”

รณชัยถอนใจยาว

“ผมห่วงเธอมากครับ รักมากก็ห่วงมาก แต่วันนี้ดูเธอ…เธอ…”

เธอแปลกๆ ไป

เขาห่วงมากแค่ไหน เกศรากลับแสดงท่าทางรำคาญ เขาก็น้อยใจเป็น…ถึงเป็นผู้ชายก็น้อยใจ

“ว่าไงลูก?”

“เอ้อ…ผมว่าเธออาจกำลังตกใจก็ได้ครับ เธอเลยแปลกๆ ไปหน่อย”

“แม่รู้ว่าแกรักเธอมาก รักก็ต้องทุ่มเทนะ”

“ครับ”

จักรภพกลับพูดว่า

“ทุ่มเทกับผู้หญิงคนเดียวไม่มีประโยชน์หรอก ต้องชนะใจปู่เธอให้ได้จึงจะสำเร็จ แต่ยากว่ะ เรากำลังจะฮุบห้างของท่าน ไอ้ชัยเอ๊ย…หนักหนาสาหัส”

รณชัยกลืนน้ำลายยากเย็น พยักหน้าก่อนจะกล่าว

“ตอนผมเริ่มคบกับคุณเกศ ผมก็รู้แล้วว่าผมต้องเจอปัญหาหนักและผมสัญญากับเธอว่าผมจะไม่ท้อแท้”

“เอาเลย…พี่เอาใจช่วย” ปากว่าเอาใจช่วยแต่ท่าทางก็เหมือนกับทุกคนในบ้านที่เห็นอนาคตริบหรี่ระหว่างรณชัยกับเกศรา

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

 

แม่มดทาฮิร่าเดินไปเดินมาในคฤหาสน์อย่างกระวนกระวาย โดยมีเจ้าชิกเก้นที่มองตามเท้าของยายจนต้องบ่น

“เดินไปเดินมาจนชิกเก้นปวดหัวแล้ว”

“ข้ายังหาแม่มดอีเวอลีนไม่พบเลย สองสามราตรีมานี้ข้าตระเวนไปทั่วที่ข้ารู้สึกว่าอีเวอลีนต้องไป ข้ารู้สึกได้ สัมผัสได้ แต่ทำไมข้าไม่พบ ข้างงจริงๆ ชิกเก้น หรือเวทมนตร์เกือบพันปีของข้ายังสู้แม่มดรุ่นลูกหลานอย่างอีเวอลีนไม่ได้”

เจ้าแมวเปอร์เซียหัวเราะ

“แหะ…แหะ…จะให้ตอบตามจริงหรือเปล่ายาย?”

“ตอบตามจริงสิ ข้าไม่ชอบพวกโกหก”

“ก็ยายกะป้ำกะเป๋อมานาน คาถาเลยกะป้ำกะเป๋อตามจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของยายไปแล้ว”

“แต่อีเวอลีนไม่น่าจะใช้คาถาปิดบังตัวเองได้ตลอดแบบนี้ จนไม่มีช่องว่างเลยที่ข้าจะ…เห็น…”

คาถาปิดบังตัวเอง…มี

แต่…คงไม่ตลอดไป เพราะต้องใช้คาถาขั้นสูง

ยายทาฮิร่ารอจะให้อีเวอลีนเผลอ ทว่าจนวันนี้ก็ยังหาช่องทาง ‘เห็น’ ไม่ได้เลย

เห็น…ว่าอยู่ที่ไหน?

“ไม่แน่นะ…ยาย…อาจจะ…เป็นไปได้”

“หา! ชิกเก้น แกคิดอย่างงั้นจริงๆ เรอะ?”

“ชิกเก้นเองก็สงสัย ระดับยายทาฮิร่าจะหาแม่มดนอกแถวสักตนหนึ่งไม่น่ายาก เคยจับได้ เคยปราบมาแล้ว อย่างไงก็อยู่มือยายแน่ๆ”

“แกพูดจนข้ารู้สึกละอายตัวเอง”

แล้วก็มีเสียงยายบาบาร่าแว่วมาก่อนตัวจะปรากฏ

“ข้ามาช่วยแล้ว”

พอพูดจบ ร่างก็ปรากฏที่หน้าต่าง พร้อมกับไทเกอร์

ทาฮิร่ามีท่าทางดีใจจนเห็นชัด

“มา…มา…เพื่อนบาบาร่า ได้ข่าวอีเวอลีนแล้วใช่มั้ย เร็วรีบบอก จะได้ไปจับตัวมาลงโทษตามเดิม”

“ใจเย็น…ใจเย็น…”

“ทุกวันนี้ข้ากินไม่ได้ นอนไม่หลับเลยนะ ไหนจะอีเวอลีนหนีจากที่คุมขัง ไหนตะเกียงแก้วของวิเศษประจำตัวหาย ข้าไม่เคยรู้สึกหนักใจเท่านี้มาก่อน”

“ข้ารู้ ข้าถึงหาทางช่วย และแปลกมากแม้แต่พลังและคาถาของข้าจะเฝ้าเพียรหาอีเวอลีนอย่างไรก็ไม่สำเร็จ อีเวอลีนมันมีอะไรที่แข็งแกร่งกว่าข้าและปิดบังตัวเองได้”

“นี่แหละที่เป็นปัญหา พูดแล้วก็อับอาย ข้าเองก็ไม่เห็นเลย ไม่ว่าใช้คาถา หรือใช้ลูกแก้ววิเศษก็ว่างเปล่า”

“จึงสรุปได้ว่าอีเวอลีนแกร่งและมีคาถาสูงกว่าเรา!”

แม่มดทาฮิร่าโคลงศีรษะ

“ไม่…ไม่…เป็นไปไม่ได้!”

“เราต้องสืบให้รู้แน่ชัด จึงมาหาเจ้า…ข้าคิดว่าเราต้องไปที่คุมขัง ไปดูกันหน่อยว่าอีเวอลีนหนีออกมาได้อย่างไร เพราะที่ถ้ำคาร์ที่คุมขังแม่มดมนต์ดำที่ร้ายกาจ ที่ฆ่าคน ฆ่าพวกเดียวกัน เป็นที่คุมขังที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว เราต้องไปหาหลักฐานเบื้องต้นที่นั่น”

“เจ้าพูดถูก เราต้องเริ่มต้นจากที่อีเวอลีนหนี”

ชิกเก้นรีบพูดว่า

“ไปด้วย!”

“อยากมาก็มา…” ยายทาฮิร่าอนุญาต เพราะถึงไม่อนุญาตถ้าเจ้าชิกเก้นอยากตามก็แอบตามจนได้

ส่วนไทเกอร์ต้องตามแม่มดบาบาร่าอยู่แล้ว จึงพยักพเยิดกับชิกเก้นพลางกล่าวว่า

“ว่ากันว่าถ้ำคาร์น่ากลัว ข้าแค่เคยไปถึงปากทางเข้า แต่ไม่เคยเข้า วันนี้จะได้เห็นข้างในเสียที”

ชิกเก้นพูดเสียงสั่นๆ เล็กน้อยว่า

“เข้าถ้ำคุกของเมืองเวทมนตร์ เราจะถูกขังมั้ยเนี่ย”

“เฮ้ย! ชิกเก้นอย่าพูดเป็นลางร้ายสิ”

“แสดงว่ากลัวเหมือนกัน”

แล้วทั้งหมดก็ขี่ไม้กวาดมาถึงบริเวณปากทางถ้ำคาร์

ยิ่งใกล้เท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งอึมครึม มันเป็นบรรยากาศที่น่ากลัวชวนขนลุก

รอบด้านเป็นต้นไม้ปกคลุมหนาทึบ อากาศเริ่มหายใจลำบากเพราะอิทธิฤทธิ์ของผู้ถูกคุมขัง กระแสแห่งความโกรธแค้น

ในความเป็นจริง เมืองเวทมนตร์ มีกฎหมายที่เคร่งครัด ทำผิดรู้สำนึกก็อภัย ยังยึดหลักเมตตาเสมอ

ทำผิดกลับตัว ถือว่าสำนึกได้ อภัยได้

ทำผิดหนักบางเรื่องต้องคุมขัง แต่เป็นอีกถ้ำ สำหรับสถานเบาให้เวลาสำนึก เฉพาะถ้ำคาร์ที่ลงโทษหนัก เฉพาะพวกมนต์ดำและจิตใจโหดร้าย ขืนปล่อยไปจะมีแต่ทำลายล้าง

ต้องถูกคุมขังจนร่างแตกสลายตามธรรมชาติเมื่อหมดอายุ

รายแล้วรายเล่า…

รายของอีเวอลีนว่าจะอยู่ได้เป็นร้อยปี แต่ก็หนีออกไปเสียก่อน

ความที่ถ้ำคาร์ขังพ่อมดแม่มดที่ใช้มนต์ดำมามากต่อมาก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอับ น่ากลัว น่าสยอง

กลิ่นของความชั่วร้าย ของพวกไม่รู้สำนึก

กลิ่นของความโกรธเกรี้ยว อาฆาต พยาบาท

กลิ่นของร่างแตกสลายอย่างไม่เต็มใจและเจ็บปวด

สุดท้ายกลิ่นแรงสุดคือ การสาปแช่ง!

ทุกตนมาอยู่หน้าถ้ำแล้ว

เจ้าไทเกอร์โพล่ง

“โอ๊ย! บรรยากาศไม่ชวนมาเลย”

“จะกลับทันมั้ยเนี่ย?” ชิกเก้นถาม

“ไม่ทันแล้ว ก็ตามยายมาเอง”

“ชิกเก้นอยากกลับบ้าน”

“ไหนไหนมาแล้ว อยู่ก่อนเถอะ”

“ชิกเก้นกลัว”

“มียายอยู่ตั้งสอง ทั้งยายบาบาร่า ทั้งยายทาฮิร่า พวกเราไม่เป็นไรหรอก” ไทเกอร์มั่นใจ

ยายบาบาร่าพูดขึ้นว่า

“เป็นสิ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ข้าก็เผ่นก่อน”

“อ้าว! ไหงเป็นงั้นล่ะ ยาย” ไทเกอร์ชักไม่มั่นใจบ้าง

“เออ! ข้าพูดเล่น มีอะไรข้ากับทาฮิร่าเอาอยู่”

“แก่ทั้งคู่ เอาอยู่จริงเรอะ”

และแล้วท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึม เหม็นอับ มืดมน ด้วยกลิ่นเลวร้าย ก็พลันมีแสงสว่างวาบขึ้น

ร่างของวิลมาปรากฏตัว กระโดดลงจากไม้กวาดวิเศษ

“อ้าว! วิล มาทำอะไรที่นี่?” ยายบาบาร่าทักอย่างดีใจ

วิลมาพร้อมแสงสว่างแห่งความดี ช่างเป็นพ่อมดที่มีบุญเหลือเกิน

ใครเห็น ใครรัก ใครชอบ

“ผมกำลังจะไปหายายสองคน แต่บังเอิญเห็นยายขี่ไม้กวาดออกจากเคหาสน์เลยขี่ตามมาครับ ไม่คิดว่ายายจะมาที่นี่”

“อ๋อ…เราจะมาหาหลักฐานการหนีไปของแม่มดดำอีเวอลีนแน่ะ พวกศึกษามนต์ดำแล้วยังถูกมนต์ดำครอบงำจนขาดสติ มนต์ดำใครๆ ก็ศึกษาได้ แต่ศึกษาเป็นความรู้ ไม่ใช่เอาไปใช้ทำลายล้างผู้บริสุทธิ์”

“ยังจับกลับไม่ได้หรือครับ”

“ยังเลย เงียบกริบเหมือนตะเกียงแก้วหายเลย หาหลักฐานไม่ได้สักอย่าง!”

“ผมขออนุญาตเข้าไปด้วยได้ไหมครับ?” พ่อมดวิลถาม

บาบาร่าจึงหันมาทางทาฮิร่า ให้เพื่อนตอบแทน

ยายทาฮิร่ายิ้มกว้าง ชื่นชอบในรัศมีความดีของพ่อมดวิลที่แผ่ออกมา ทำให้ตนสบายอกสบายใจ

สัมผัสได้ว่าพ่อมดวิลหนุ่มงามตนนี้คือผู้มีบุญ จะช่วยเหลือตนได้ทุกเรื่องที่ทุกข์ในขณะนี้

“มาเลยพ่อมดวิล มาช่วยกันหาหลักฐาน ยายอนุญาต”

พ่อมดวิลมีท่าทีดีใจ เขาเป็นพ่อมดที่กระตือรือร้น ใฝ่เรียนรู้ การได้มาเปิดหูเปิดตาที่ถ้ำคาร์นั้น ยากที่ใครจะมีโอกาส

ก่อนจะผ่านเข้าไปถึงประตูถ้ำ ต้องร่ายคาถาผ่านหลายขั้นตอน จนมาถึงก็ปรากฏผู้เฝ้าประตูอีกสองที่ขวางกั้น

“ใครบุกรุกถ้ำคาร์?” พ่อมดเฒ่าตะโกนถาม

“ข้าเอง ทาฮิร่า กับ บาบาร่า” ทาฮิร่าตอบ

พอพ่อมดเฒ่าที่เฝ้าบริเวณถ้ำเห็นสองยายอาวุโสจึงพยักหน้า

“ขอต้อนรับท่านทั้งสอง”

“เรามาสำรวจหาหลักฐานว่าอีเวอลีนหนีออกไปได้อย่างไร”

“ข้ารู้สึกผิดมาก” พ่อมดเฒ่าที่ดูแลบริเวณหน้าถ้ำกล่าวอย่างเสียใจ “ข้าเฝ้าตลอดเวลา แต่กลับพ่ายแพ้เวทมนตร์อีเวอลีน ที่สามารถเล็ดลอดออกไปโดยที่ข้ากับเพื่อนไม่สามารถล่วงรู้สักนิด”

“ต้องมีเหตุผลบางอย่าง ต้องมีแน่ จึงต้องมาสำรวจถ้ำคาร์สักหน่อย ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย ข้าจะพาคณะของข้าเข้าไปแล้ว อ๋อ ตอนนี้ในถ้ำคาร์ขังอยู่กี่ตน?”

“ตนเดียว เป็นพ่อมดมนต์ดำ…โอมิ ที่ขังอยู่ข้างห้องกับอีเวอลีน แต่โอมิปากแข็งไม่ยอมพูดอะไรเลย ไม่ยอมบอกความลับว่าอีเวอลีนหนีออกไปได้อย่างไร ขังอยู่ข้างห้องกัน ข้ามั่นใจพ่อมดโอมิต้องรู้ ต้องเห็น”

 

***

Don`t copy text!