นิลนาคินทร์ บทที่ 12 : อยู่เหนือชั้นกว่าล่ะไม่ว่า!

นิลนาคินทร์ บทที่ 12 : อยู่เหนือชั้นกว่าล่ะไม่ว่า!

โดย : อลินา

นิลนาคินทร์ หนึ่งในนิยายชุด นวหิมพานต์ นิยายออนไลน์ แนวแฟนตาซีเหนือจริง ภายใต้นามปากกา อลินา เรื่องราวสุดจินตนาการที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

นาคจากหิมพานต์ทั้งสามตะลึงงันกับคำบอกกล่าวง่าย ๆ นั้น

ไม่ใช่อัคคิมุขะหรือ เป็นไปไม่ได้!

ลูกทุกตนของท่านอุกฤตและรานีกันทราล้วนแต่เป็นอัคคิมุขะ ไม่มีผู้ใดถือกำเนิดต่ำชั้นกว่านั้น พ่อแม่เป็นพญานาค ลูกจะกำเนิดเป็นนาคชั้นต่ำกว่านี้ได้อย่างไร

“เหลวไหลสิ้นดี เจ้าจะไม่ใช่อัคคิมุขะได้อย่างไร” อุรเคนทร์ร้องขึ้นอย่างอดไม่อยู่

คู่แฝดของเขา ผู้ที่ถือกำเนิดร่วมกันในไข่ลูกยอด เป็นเหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน เขาเป็นอัคคิมุขะระดับสูง แล้วน้องชายร่วมเปลือกไข่จะไม่ใช่ได้อย่างไร

“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”

“ถึงแม้ผมจะเติบโตในนวหิมพานต์ แต่พ่อบุญธรรมสั่งสอนมาไม่ขาดตกบกพร่อง รู้ดีว่าลำดับชั้นของนาคีมีความสำคัญเพียงใด ผมไม่กล้าล้อเล่นแน่ เมื่อบอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ หรือว่าต้องการพิสูจน์” อรุษเอ่ยอย่างขึงขัง

การพิสูจน์นั้นง่ายมาก เพียงแค่ใช้ชีวิตหนึ่งทดสอบพิษเท่านั้น แค่พ่นพิษหรือกัดเพียงครั้งเดียว…

หากแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีการพิสูจน์มาก่อน อย่างที่อรุษเอ่ยไว้ นาคนั้นเคารพเรื่องลำดับชั้นเป็นอย่างมาก นาคทุกตนจะถูกปลูกฝังให้ยอมรับและภาคภูมิใจในลำดับฐานะของตน

ไม่มีทางที่นาคจะโกหกในสิ่งที่ตนเป็นหรือไม่ได้เป็น

ดังนั้น พวกนาคหิมพานต์จึงสบตากันอย่างตะลึง คาดไม่ถึง พวกอสูร เทพและหนึ่งนรสิงห์ก็พลอยหน้านิ่วคิ้วขมวดไปด้วย

มีเพียงหฤษรเทวีที่มองนึกแปลกใจว่าทำไมไม่มีใครสังเกตเลยหรือว่า อรุษที่กำลังยิ้มดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าไม่ได้โกหก แต่เขาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด

นาคหนุ่มเคยบอกว่าพิษของเขารุนแรงมาก หมอสาวเองก็เคยลิ้มรสความร้ายกาจของพิษเขามาแล้ว ขนาดยามนั้นเขาเป็นเพียงแค่เด็กน้อยถูกพ่อเลี้ยงที่เป็นหมองูใจร้ายรีดพิษอย่างสม่ำเสมอจนแทบไร้พิษติดกาย ร่างกายอ่อนแอถึงขีดสุด ส่วนหล่อนเป็นอสุรีชั้นสูงที่แข็งแกร่งกว่าพวกมนุษย์หรือคนธรรพ์หลายเท่า ร่างกายยังรู้สึกเหมือนไฟเผาผลาญจากภายใน เจ็บปวดทรมานยิ่งนัก

แล้วพิษอย่างนั้นจะต่ำชั้นกว่าอิคคิมุขะได้อย่างไร

อยู่เหนือชั้นกว่าล่ะไม่ว่า!

ระหว่างนั้นนาคเจ้าเล่ห์ก็ทำเสียงเหมือนหนักอกหนักใจยามย้ำหนักแน่นว่า

“คงเพราะเกาะเมืองใต้อยู่ห่างจากหิมพานต์มาก พลังโบราณส่งไปไม่ถึง นาคที่เกิดและเติบโตที่นั่นถึงได้ไม่มีผู้ใดเป็นนาคชั้นสูงเลย ผมรับประกันได้ว่าไม่มีอัคคิมุขะในนวหิมพานต์แม้แต่ตนเดียว”

นายไม่ได้เกิดในนวหิมพานต์เลยไม่นับใช่ไหม หฤษรเทวีนึกในใจ

ที่ไหนได้ ตัวดำมองมาด้วยดวงตาที่เหมือนหัวเราะได้ เขาเหมือนจะตอบว่า

ก็ไม่ได้โกหกเลยสักคำใช่ไหมล่ะ

ระหว่างที่เทวีและนาคหนุ่มพูดคุยกันโดยผ่านสายตา สองผู้ติดตามของอุรเคนทร์สบตากัน ต่างฝ่ายต่างคิด…

หรือเพราะเกิดเป็นแฝดร่วมไข่ลูกยอด พี่ชายจึงดึงศักดิ์ฐานะชั้นสูงไป ทิ้งแต่ความอ่อนด้อยกว่าให้น้องชาย

หรือเพราะสายเลือดต้องสาปจริงตามที่ได้รับการบอกกล่าวมา พี่ชายเลือดแท้จึงมีฤทธิ์สูงศักดิ์ น้องชายเลือดต้องสาปเลยต่ำชั้นกว่า ไม่เท่าเทียมพี่น้องร่วมบิดามารดา

น่าเวทนานัก…

ทว่าในความเวทนาเจือหมิ่นแคลนนั้นกลับมีความโล่งใจพาดผ่านอยู่ เป็นแค่กฎฐะมุขะก็ดีหรือต่ำชั้นกว่านี้ก็ดีกลับเข้าหิมพานต์ไปจะได้ไม่เกิดปัญหา พญาอัคนี ราชันอุกฤตและบรรดาพวกผู้เฒ่าของเผ่าพันธุ์ที่ชอบตั้งข้อสังเกตจะได้สิ้นสงสัยและเลิกคาดหวังกับนาคจากไข่ลูกยอดอีกตนเสียที ท่านอุรเคนทร์ก็จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำ เป็นราชันของเผ่าพันธุ์โดยปราศจากข้อกังขาใดๆ

ความคิดของผู้ติดตามทั้งสองเกือบจะตรงกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าอุรเคนทร์นั้นคิดอ่านเช่นใด หากเขาแสดงออกอย่างเหมาะสมด้วยการพยักหน้านิดหนึ่ง เอ่ยเหมือนพี่ชายปลอบน้องชายว่า

“ไม่เป็นไร ไม่ว่าน้องจะเป็นนาคฐานะใด น้องก็ยังคงเป็นบุตรจากไข่ลูกยอดของท่านพ่อและท่านแม่ และเป็นน้องพี่เสมอ”

อรุษยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายกระจ่าง หน้าตาปลาบปลื้มเหมือนซาบซึ้งในคำปลอบโยนนั้นเสียเต็มประดา ผิดกับหฤษรเทวีที่อยากจะทั้งถอนใจและกลอกตาอย่างอ่อนใจ

ทำไมนาคจากหิมพานต์ถึงได้เชื่อน้ำคำผู้อื่นง่ายดายเพียงนี้หนอ แค่นาคเจ้าเล่ห์แห่งนวหิมพานต์ทำหน้าซื่อๆ น้ำเสียงเซื่องๆ ก็เชื่อง่ายๆ แถมยังมารยาทงามไม่กล้าถามไถ่สักคำว่าถ้าไม่ใช่อัคคิมุขะแล้วเจ้าตัวเป็นนาคระดับชั้นใด

น่าจะถามสักคำ จะได้ดูว่านาคหน้าหนาหน้าทนตนนี้จะหลบเลี่ยงความจริงอย่างไร!

แต่จะให้อสุรีเทวีอ้าปากถามเอง นั่นใช่เรื่องของหล่อนไม่ อีกอย่างยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร พี่ชายคนรองที่ถือว่าไม่ต้องระวังท่าทีและคำพูดเหมือน ‘บรน่าเบื่อ’ ทั้งสองก็โพล่งขึ้นมาว่า

“ถ้าในนวหิมพานต์ไม่มีนาคที่เป็นอัคคิมุขะ ฆาตกรก็ต้องมาจากหิมพานต์สินะ”

“ไร้เหตุผล ทำไมนาคจากหิมพานต์ถึงต้องการฆ่าหมองูชาวนวหิมพานต์ด้วย” ศิราพันธ์… หนึ่งในผู้ติดตามของอุรเคนทร์แย้งขึ้นทันที

“คำถามนี้เห็นทีคงต้องถามตัวฆาตกรกระมัง ถามตรงนี้ใครจะตอบได้” อรุษว่า

“ว่าแต่น้องแน่ใจนะว่าในนวหิมพานต์นี้ไม่มีอัคคิมุขะ” อุรเคนทร์ถามย้ำ

“ไม่มี ผมรู้จักนาคทุกคนในนวหิมพานต์…” ไม่เพียงรู้จัก แต่นาคทุกตนในดินแดนนี้รวมถึงเกาะน้อยใหญ่ล้วนแต่อยู่ใต้อาณัติเขาทั้งสิ้น! “ดังนั้นอัคคิมุขะที่ลงมือสังหารคนธรรพ์ทั้งสาม… หรือมากกว่านั้นย่อมต้องออกมาจากหิมพานต์อย่างแน่นอน”

“อย่างที่ศิราพันธ์เอ่ยไว้ มีเหตุผลอะไรที่นาคจากหิมพานต์ต้องมาสังหารหมองูในนวหิมพานต์” อุรเคนทร์สงสัย

“เรื่องนี้คงต้องถามตัวฆาตกรเอง เพราะผมตอบไม่ได้จริง ๆ” นาคนวหิมพานต์เอ่ยยิ้มแย้ม

อุรเคนทร์นิ่วหน้า เขานึกถึงกลิ่นเจือจางคุ้นเคยที่สัมผัสได้จากบริเวณที่ค้นพบร่างไร้วิญญาณของหมองูรายที่สาม

ไม่น่าจะใช่ นาคที่เขาคุ้นเคยล้วนแต่อยู่ในหิมพานต์ ไม่มีตนใดมีเหตุผลที่จะออกมาไล่ล่าผู้ที่ทำอาชีพเป็นปรปักษ์กับเผ่าพันธุ์แบบนี้

ระหว่างนั้นบรเทพก็เอ่ยขึ้นอย่างไตร่ตรองว่า

“ถ้านี่เป็นฝีมือของนาคจากหิมพานต์จริงๆ เขาออกมาจากหิมพานต์ทางไหน ต้องไม่ใช่รอยแยกด้านอุดรพนาแน่นอน เพราะพวกกินรหวงแหนถิ่นมาก ไม่มีทางปล่อยนาคหรือเผ่าพันธุ์ใดจากหิมพานต์ออกมาง่ายๆ แน่ อย่างน้อยก็ต้องมีการแจ้งมาทางเรา”

“พายัพมณฑล” อรุษและหฤษรเอ่ยขึ้นเกือบจะพร้อมๆ กัน

“พายัพมณฑลเป็นที่พบร่างของคนธรรพ์รายแรก รอยแยกของกำแพงมนตร์ต้องเกิดแถวนั้น อีกอย่างมีข่าวลือมานานตั้งแต่ษรยังเด็กว่าสะดือบึงมรกตกลางพายัพมณฑลเป็นประตูสู่วังพญานาค แต่อันที่จริงน่าจะเป็นรอยแยกกำแพงมนตร์ที่เชื่อมไปยังหิมพานต์มากกว่า” อสุรีสาวอธิบาย

และนาคหนุ่มก็สนองรับด้วยการบอกง่ายๆ เช่นเคยว่า

“มันไม่ใช่ข่าวลือ สะดือบึงมรกตเคยเป็นและยังเป็นรอยแยกของกำแพงมนตร์ เพียงแต่มันไม่ได้เปิดตลอด ไม่ได้เคลื่อนที่ และไม่ได้เปิดบ่อยครั้งเหมือนรอยแยกบนบก ท่านพ่อบุญธรรมและนาคตนอื่นๆ ออกจากหิมพานต์ทางนั้น” เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนยอมรับ “ผมก็คงถูกส่งตัวออกมาจากหิมพานต์ทางนี้เช่นกัน”

รุทรถอนใจนิดหนึ่ง อยากจะเอ่ยปากเหลือเกินว่า จะมาจะไปทำไมไม่แจ้งทางการเทพอสูรเลย ลักลอบเข้าเมืองแบบนี้ผิดกฎนวหิมพานต์อย่างรุนแรง

แต่บอกไปเตือนไปคงไม่มีผู้ใดรับฟัง ทำได้เพียงแค่ให้อสูรรักษาเมืองตรวจตราบึงมรกตให้เข้มงวดกว่านี้ ส่วนนาคที่อาศัยอยู่ในนวหิมพานต์นั้น… อรุษนำรายชื่อทั้งหมดมาส่งให้เขาเพื่อความบริสุทธิ์ใจ และรุทรรับปากว่าจะไม่เปิดเผยรายชื่อเหล่านี้ให้ผู้ใดได้รับรู้ แม้บรรดาพวกเทพหรืออสูรอาวุโสก็ไม่สามารถเข้าถึงรายชื่อนี้ได้ มีเพียงสองบรผู้ร่วมปกครองนวหิมพานต์เท่านั้นถึงจะสามารถเปิดข้อมูลดูได้

ระหว่างนั้นอรุษก็เอ่ยต่อ แต่น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น

“ประมาณครึ่งเดือนก่อน คนของผมรายงานว่ารอยแยกกำแพงมนตร์ที่บึงมรกตมีความเคลื่อนไหว คาดว่ารอยแยกคงจะเปิดหลังจากปิดมานาน ผมสั่งให้เขาจับตามองแล้วค่อยรายงาน แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ขาดการติดต่อเงียบหายไป ผมกับคนของผมถึงได้เดินทางมายังนวหิมพานต์”

“แล้วเจอตัวไหม” ภวัคค์ถาม

นาคหนุ่มส่ายหน้า

“ไม่เหลือร่องรอยอะไร คาดว่าจุดจบคงไม่ต่างจากคนธรรพ์ทั้งสาม แต่โชคร้ายกว่าเพราะฆาตกรไม่ยอมเหลือให้เห็นแม้แต่ซากร่าง”

“เสียใจด้วย” ศิวนฤบดีผู้มารยาทงามเสมอเอ่ยพร้อมก้มศีรษะน้อยๆ อย่างถูกต้องตามแบบแผน ผิดกับพี่ภรรยาที่หันไปทางอุรเคนทร์ถามตรงๆ ว่า

“ช่วงก่อนหน้านี้ในเผ่าพันธุ์ของคุณมีข่าวหรือความเคลื่อนไหวอะไรผิดปกติหรือเปล่า”

“ไม่…” อุรเคนทร์ตั้งท่าเหมือนจะปฏิเสธ ทว่าวินาทีถัดมาเขาเหมือนจะชะงักก่อนเอ่ยช้าๆ ว่า “ถ้าก่อนหน้านั้นสักสี่เดือนก่อนมีข่าวเรื่องนาคในนวหิมพานต์ พวกงูน้อยที่หลงผ่านรอยแยกกำแพงมนตร์เข้าไปในหิมพานต์เอ่ยถึงนาคที่อาศัยอยู่ที่นี่ รวมถึงผู้นำกลุ่มของนาคที่มีหน้าตาคล้ายผมมาก ทำให้ท่านพ่อท่านแม่มีความหวังว่าน้องชายที่คิดว่าละสังขารไปตั้งแต่อายุไม่กี่วันอาจจะยังมีชีวิตอยู่ และพอท่านรุทรขอคำแนะนำจากพวกเราผ่านทางท่านเทพ ท่านพ่อจึงมอบหมายให้ผมออกมาเป็นทั้งที่ปรึกษาพวกท่านและตามหาน้องชายด้วย”

อรุษเองก็นิ่งไปเช่นกัน เขารู้ว่าคู่แฝดออกจากหิมพานต์มาตามหาตัวเขา แต่ไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์นาคในหิมพานต์รู้ได้อย่างไรว่าเขายังมีชีวิตอยู่ คิดไม่ถึงเลยว่าเป็นเพราะงูน้อยหนึ่งหรือสองตัวที่ส่งข่าว…

เกือบทั้งชีวิตนาคหนุ่มอาศัยอยู่ที่เกาะเมืองใต้เป็นหลัก มีเพียงสี่เดือนก่อนที่เขาเดินทางมานวหิมพานต์เพื่อดูลู่ทางขยายตลาดเกาะเมืองใต้ จากนั้นเขาก็พบ ‘เพื่อนเก่า’ โดยบังเอิญ ปาราวตีลากพี่สาวไปเดินตลาดชมดูของแปลกตาเพื่อจับจ่ายไว้สำหรับงานวิวาห์ของพี่ชายคนรอง หฤษรมัวแต่ออกความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลกับมหาเทพีเรื่องข้าวของที่จะใช้ในงานเลี้ยงรับรอง หล่อนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าถูกลอบมองจากผู้ใด

หลังจากวันนั้น อรุษซื้อคฤหาสน์หลังเก่าขนาดใหญ่ใกล้ตลาดไว้ ทุ่มเงินไม่น้อยตกแต่งใหม่พร้อมกับมีคำสั่งให้คนของเขาสืบทุกอย่างเกี่ยวกับหมอสาวและครอบครัวของหล่อน

นาคหนุ่มจำต้องกลับเกาะเมืองใต้เพื่อไปแก้ปัญหาบางอย่าง แต่เขาตั้งใจไว้ว่าถ้าพร้อมเมื่อไรจะรีบกลับมายังนวหิมพานต์เพื่อสานต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนเก่า อรุษเพลิดเพลินในการคิดหาวิธีนำตัวเองเข้าไปในชีวิตของตัวยุ่งอีกครั้ง

ทว่าสารพัดวิธีที่คิดไว้ไม่ได้ใช้

กลับกลายเป็นซากร่างของคนธรรพ์หมองูไร้ศีลธรรมผู้หนึ่งเป็นตัวเชื่อมต่อเขากับหล่อนเข้าด้วยกันอีกครั้ง

ซากร่างที่อาจจะเกิดจากข่าวลือในหมู่นาคหิมพานต์ ข่าวที่ถูกคาบผ่านรอยแยกกำแพงมนตร์ไปโดยงูน้อยปากมากหนึ่งหรือสองตัวที่เคยพบเจอเขาเมื่อหกเดือนก่อนหน้านี้

อรุษอดรู้สึกไม่ได้ว่าบางครั้งชะตาชีวิตก็คล้ายกับงูกินหาง เหตุหนึ่งส่งผลถึงอีกเหตุเสมอ

สุดแล้วแต่เทพชะตาจะชักพาไป…

หากทว่าคู่แฝดผู้มองโลกอย่างงดงามของเขากลับย้ำว่า

“คงจะไม่ได้เกี่ยวกันกับเรื่องการตายในนวหิมพานต์กระมัง”

นาคหนุ่มแค่ยิ้ม จะเปรยถามเขาทำไม เขาไม่ใช่นาคฆาตกรผู้นั้นเสียหน่อย…

ส่วนพวกเจ้าบ้านนั้นไม่ออกความเห็นอะไร นวหิมพานต์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวภายในหิมพานต์อยู่แล้ว พวกเขาสนเพียงแค่ว่า

“ตอนนี้เหตุผลเป็นเรื่องรอง เราคงต้องรีบหาตัวฆาตกรให้ได้ก่อนที่เขาจะลงมืออีกครั้ง” รุทรเอ่ยอย่างไตร่ตรอง

“การจะหานาคสักตนในเมืองใหญ่อย่างนวหิมพานต์ไม่ใช่เรื่องง่าย นาคจำแลงกายได้ เรายังเป็นงูใหญ่… นาคีระดับสูงถือกำเนิดมาพร้อมมนตร์สะกดเหยื่อ นอกจากเทพอสูรและพวกระดับอาวุโสหรือผู้นำเผ่าพันธุ์แล้ว นาคระดับอัคคิมุขะสามารถควบคุมเหยื่อที่อ่อนแอกว่าในเวลาชั่วครู่ได้อย่างง่ายดาย ช่วงเวลานั้นถ้าสั่งให้ลืมหรือสั่งให้ทำอะไรเหยื่อมักไม่อิดเอื้อน ฉะนั้น การกลบเกลื่อนการมาไล่ฆ่าหมองูในนวหิมพานต์จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร”

พวกเทพและอสูรฟังแล้วหนักใจ จุดอ่อนของการ ‘ไม่มี’ คือไม่มีประสบการณ์และบทเรียนมาก่อน ความรู้มีเพียงผิวเผินจากการบอกเล่าของบรรพบุรุษ และไม่เคยมีการกระตือรือร้นจะค้นคว้าเผ่าพันธุ์อื่น ไม่รู้ข้อเด่นข้อด้อย มีปัญหาอะไรค่อยถามพ่อเฒ่าคนธรรพ์หรือภวัคค์ ดังนั้น จึงเหมือนเป็นการคอยไล่ตามปัญหา ไม่ใช่การเตรียมรับมือ

“แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ” นาคหนุ่มเอ่ยเสียงเอาอกเอาใจ “เดี๋ยวผมจะให้คนของผมประสานกับอสูรรักษาเมืองเพื่อตามหาฆาตกรรายนี้ สักกะและคุณพิทยาธรไม่ต้องเป็นห่วง”

พวกพี่ชายหรี่ตามองกับทีท่าเอาใจนั้น ผิดกับศิวนฤบดีที่ ‘ผ่านกำแพง’ พี่ชายขี้หวงมาก่อนแล้วจึงเอ่ยถามเรียบๆ ว่า

“คุณส่งคนไปเฝ้าระวังที่บึงมรกตแล้วใช่ไหม”

“ครับ” อรุษตอบรับสั้น ๆ

“หลังจากเดินทางไปเกาะเมืองใต้ คุณกลับไปที่พายัพมณฑลบ่อยแค่ไหน” รุทรถาม

“ครั้งเดียวเมื่อหลายสิบปีก่อน” นาคหนุ่มยิ้มเล็กน้อยยามเสริมว่า “แต่คาดว่าคงได้ไปอีกครั้งเร็วๆ นี้”

 

ริมทะเลสาปอโนดาตจำลองเงียบสงบ นอกจากเสียงลมที่พัดผ่านไม้ชายน้ำและทำให้ผิวน้ำเป็นระลอกคลื่นแล้วไม่มีเสียงอื่นใด ร่างดำลัดเลาะจากเรือนพักหลังใหญ่ลงมายังร่มไม้ริมทะเลสาบ เขาร่ายมนตร์โบราณเพื่อเรียกหาอสรพิษ

ไม่นานงูน้อยสองสามตัวก็เลื้อยอย่างเชื่องช้ามารอรับคำสั่งอยู่ตรงหน้า ผู้ร่ายมนตร์บิดปากอย่างรังเกียจ

เมืองนี้กันดารยิ่ง เรียกหาทั่วบริเวณกลับมีงูเล็กอ่อนแอปรากฏเพียงหยิบมือ

หากเขาไม่มีทางเลือกมากนัก เลือกงูที่ดูปราดเปรียวแข็งแรงที่สุดออกมาตัวหนึ่ง ยื่นเกล็ดสีขาวใสประดุจเพชรให้ได้รับรู้กลิ่นและสัมผัส ก่อนถ่ายทอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้อย่างรวบรัดแล้วส่งงูน้อยลงทะเลสาบ

เขามองงูตัวเล็กว่ายน้ำจากไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าที่เครียดเคร่งปรากฏรอยหยันอย่างอดไม่อยู่

เสียทีที่เกิดเป็นหนึ่งในไข่ลูกยอดขององค์ราชัน ดันเกิดเป็นเพียงนาคต่ำศักดิ์ เสียแรงที่วิตกกันไปเปล่าๆ ช่างไม่คู่ควรเลยเสียจริงๆ!

ร่างของนาคจากหิมพานต์หายลับกลับไปทางเรือนที่พักแล้ว ‘งูใหญ่’ ที่พรางกายพรางเดชอยู่บนคาคบไม้ไม่ห่างไปเท่าไรก็ทิ้งตัวลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล

ใบหน้าที่งดงามกลางแสงจันทร์นั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เต็มไปด้วยความดูแคลนเสียยิ่งกว่าผู้ที่เพิ่งจากไป!

 

 

Don`t copy text!