พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 14 : บาดตา บาดใจ

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 14 : บาดตา บาดใจ

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-14-

 

 ภาพบาดตาที่ตุนทรัพย์จับมือพราวจันทร์ในร้านอาหารถูกส่งมาถึงมยุเรศทางโทรศัพท์ ไฮโซสาวเลือดขึ้นหน้า

“อีดอกไม้จันทน์!”

“อุ๊ย! อะไรคะคุณนกยูง” สมใจถามพลางชะโงกหน้ามามองอย่างถือวิสาสะ

มยุเรศขึงตาใส่จนอีกฝ่ายหน้าเจื่อนจ๋อย เธอก้มลงอ่านข้อความซึ่งปาหนัน หุ้นส่วนทางธุรกิจพิมพ์มาในห้องสนทนาซึ่งมีสมาชิกอยู่เพียงสามคน ได้แก่ ปาหนัน นวลตอง และตัวเธอเอง ทั้งสามเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา ต่อมามยุเรศกับนวลตองเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในคณะเดียวกัน ขณะที่ปาหนันย้ายไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา เมื่อมยุเรศกับนวลตองเรียนจบ พวกเธอจึงตามไปเรียนระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยใกล้ๆ กับที่เพื่อนอยู่ และเห็นช่องทางในการทำธุรกิจเป็นผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์ดังอย่างเป็นทางการ ทั้งสามจึงร่วมหุ้นกันตั้งแต่นั้น

แม้จะเป็นเพื่อนกันมานาน มยุเรศก็สนิทใจที่จะคบกับนวลตองมากกว่าปาหนันที่มักมีความเห็นขัดแย้งกับเธออยู่เสมอ โดยเฉพาะในพักหลังๆ จนกลายเป็นปัญหาในการทำงาน

ปาหนันอิจฉาเธอ เพราะเธอสวย รวย เก่ง มีชื่อเสียงโดดเด่น ขณะที่ปาหนันเป็นแค่ลูกเศรษฐีโนเนมทางภาคใต้ หน้าตาธรรมดา และเป็นเด็กท้ายห้องมาตั้งแต่สมัยเรียน เธอไม่ได้อยากคบหากับปาหนัน แต่เป็นเพราะนวลตองสนิทกับเจ้าหล่อนมาก่อนที่จะรู้จักเธอ มยุเรศจึงเลี่ยงปาหนันไม่ได้

อันที่จริงนวลตองก็คงอิจฉาเธออยู่เล็กน้อย เพื่อนคนนี้เป็นบุตรสาวเจ้าของสถานีโทรทัศน์ช่องดัง มีฐานะร่ำรวย ชาติตระกูลสูงมาแต่กำเนิด ทว่าเรื่องรูปลักษณ์และสติปัญญา มยุเรศมั่นใจว่าตนชนะขาดลอย

นวลตองเรียนหนังสือได้แค่เกรดสามต้นๆ ทำกิจกรรมน้อยกว่าเธอมาก และต้องอาศัยใบบุญของการเป็นลูกเจ้าของสถานีโทรทัศน์ กระโดดข้ามหัวทุกคนไปอยู่ในตำแหน่งบริหารสถานี ขณะที่มยุเรศทำกิจกรรมมากกว่า แต่ก็คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาครอง มยุเรศสร้างชื่อเสียงด้วยตนเองจากการเป็นเนตไอดอลและบิวตี้บล็อกเกอร์ที่ได้รับความนิยม การร่วมหุ้นทำกิจการกับเพื่อนๆ ก็อาศัยชื่อเสียงและหน้าตาของเธอถึงได้จูงใจให้ผู้คนสนใจและพากันใช้ตาม บวกกับพันธมิตรทางธุรกิจของครอบครัวนวลตอง เพราะสินค้าแบรนด์แรกๆ ที่พวกเธอเลือกเป็นตัวแทนยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยในสมัยนั้น

หากนวลตองกับปาหนันไม่มีบิดามารดาคุ้มหัว ก็ไม่เหลืออะไรที่จะสู้กับมยุเรศได้เลย เธอเป็น ‘Queen of Everything’ ไม่มีอะไรในโลกในนี้ที่มยุเรศทำไม่ได้

มยุเรศเผยอยิ้ม…ปาหนันอิจฉา จึงทำเป็นส่งรูปตุนทรัพย์กับพราวจันทร์มา คงหวังว่าจะเห็นเธอโกรธ แต่เสียใจด้วย มยุเรศไม่ใช่คนที่จะเต้นเร่าให้ใครขบขัน แม้เธอจะโกรธจริงๆ ก็ตาม

‘ขอบใจที่ส่งรูปมานะปาหนัน แต่นั่นลูกน้องพี่ตุลย์ เขาพามาให้ฉันรู้จักแล้ว ชื่อพราวจันทร์ เป็นพี่ซันไชน์ โตมากับพี่ตุลย์ ก็เลยสนิทกัน ไม่มีอะไรหรอก’ มยุเรศพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนไป

‘งั้นก็แล้วไป’ คราวนี้นวลตองเป็นคนพิมพ์ข้อความ

‘เธอเจอเขาที่ไหน’  มยุเรศถามต่อ

‘ทำไม เธอจะมา?’ ปาหนันย้อนถามหลังจากที่บอกชื่อสถานที่

‘เจ้านายกับลูกน้องคุยงานกัน ฉันไม่ไปยุ่งหรอก’

มยุเรศแก้ตัวไปอย่างนั้นทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่สบายใจ ความสนิทชิดเชื้อระหว่างตุนทรัพย์กับพราวจันทร์สะดุดใจเธอมาตลอดหลายวันแล้ว ณ ขณะนี้มยุเรศอยู่ในห้างสรรพสินค้า เธอเดินไปยังประตูทางออกไปลานจอดรถพลางคิดคำนวณระยะทางจากที่แห่งนี้ไปยังร้านอาหารซึ่งตุนทรัพย์พาพราวจันทร์ไป

“กว่าเราฝ่ารถติดไปถึง  สองคนนั้นก็คงไปแล้ว”

“สองคนไหนคะ” สมใจหันมาถามด้วยใบหน้าโง่ๆ ที่เธอเห็นแล้วหงุดหงิด

“พี่ตุลย์กับนังดอกไม้จันทน์น่ะสิ” ไฮโซสาวบอกชื่อร้านด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

“แถวออฟฟิศคุณตุลย์นี่คะ ไกลนะคะนั่น”

“คุณนกยูงถึงได้รีบอยู่นี่ไง เธอไปเอารถมาสิ”

“ค่ะๆ แต่สมใจขับซิ่งไม่เป็นนะคะ เดี๋ยวโรคหัวใจกำเริบ”

“เออน่า เธอไปเอารถมาก่อน เดี๋ยวคุณนกยูงขับเอง เอ๊ะ! ช้าจริง ฉันเดินไปด้วยเลยแล้วกัน เธอจอดไว้ที่ไหน”

“โน่นค่ะ อุ๊ย! มีรถมาจอดขวาง สมใจเรียกยามก่อนนะคะ” เลขานุการกวักมือเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ช่างชักช้าไม่ทันใจเอาเสียเลย

เสียงเตือนว่ามีข้อความใหม่ดังขึ้นมาเรื่อยๆ มยุเรศเปิดดูและเห็นภาพตุนทรัพย์กับพราวจันทร์เดินหันหลังออกไปที่ประตู ตามด้วยการรายงานของเพื่อนว่าพวกเขานั่งรถคันเดียวกัน

“เราไปกันได้แล้วค่ะคุณนกยูง” สมใจกลับมายืนอยู่ข้างๆ

“ไปกับผีสิ เขาออกไปจากร้านแล้ว ไปไหนต่อก็ไม่รู้ เพราะเธอมัวแต่ชักช้า”

“สมใจขอโทษ “พรุ่งนี้สมใจจะพาคุณนกยูงไปหาคุณตุลย์แต่เช้าเลยดีมั้ยคะ…เอ่อ…ไม่ดีเหรอคะ…งั้น…ไปหาเดี๋ยวนี้ก็ได้ คุณนกยูงลองถามเขาสิคะว่าอยู่ไหน สมใจจะพาไป”

“เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เขาจะบอกฉันทำไมว่าอยู่ที่ไหน”

“ก็…ก็เผื่อไว้…มันอาจไม่มีอะไรก็ได้…ถ้ามีเวทมนตร์สมใจก็อยากเสกให้คุณตุลย์วาร์ปมาตรงนี้นี่เลย เราจะได้ไม่ต้องเอาแต่ไล่ตามเขา”

ความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นในหัวของมยุเรศ

“ให้พี่ตุลย์มาตรงนี้เหรอ…จริงด้วยยายสมใจ เราต้องให้พี่ตุลย์มาที่นี่!” มยุเรศมองไปรอบๆ หยุดสายตานิ่งที่รถคันหรูของตัวเอง “ฉันรู้แล้ว..เรียกยามกลับมาซิ”

“ยาม…” สมใจถามด้วยใบหน้าโง่ๆ อีกตามเคย

“ไปเรียกยามคนนั้นมา เดี๋ยวนี้!”

“โอ๊ะ! ค่ะๆ” สมใจวิ่งจี๋ไปทำตามคำสั่ง

“ครับคุณผู้หญิง” รปภ. วิ่งกลับมา

มยุเรศหยิบธนบัตรสีเทาออกมา  แล้วเผยอยิ้ม

“ฉันมีอะไรให้เธอทำ”

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ตุนทรัพย์กับพราวจันทร์กำลังเดินทางกลับบ้านตอนที่มยุเรศโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ ยางรถยนต์ของเธอแบนไปล้อหนึ่ง หญิงสาวอยู่คนเดียวในห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ปิดทำการประจำวัน เลขานุการสาวใหญ่ไม่ได้มาด้วย เธอไม่รู้จะพึ่งใครได้นอกจากตุนทรัพย์

พราวจันทร์จำต้องตามไปด้วย แม้ว่าหญิงสาวยืนยันว่ากลับบ้านเองได้ พวกเขาฟันฝ่าการจราจรในกรุงเทพฯ นานนับชั่วโมงกว่าจะไปถึงห้างสรรพสินค้าที่มยุเรศรออยู่

สาวไฮโซเจ้าปัญหาทำหน้าเศร้าจนพราวจันทร์เกือบจะสงสาร แต่เมื่อเธอเห็นดวงตาเต้นระริกของมยุเรศที่ซ่อนไว้ในยามที่ตุนทรัพย์กับเก่งกาจง่วนอยู่กับการช่วยกันเปลี่ยนยางอะไหล่ รวมถึง รปภ. ของห้างฯ ที่หลบเลี่ยงสายตา ทำเป็นไม่เห็นพวกเขา และศีรษะซึ่งโผล่ว่อบแว่บอยู่ตามเสา คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเลขานุการที่มยุเรศอ้างว่าไม่ได้มา พราวจันทร์ก็เข้าใจ

“นกยูงกลัวค่ะพี่ตุลย์ ไม่รู้ว่าที่ยางแบนเนี่ยเพราะมีใครมาแกล้งรึเปล่า เกิดมันมาดักปล้นกลางทาง หรือทำมิดีมิร้ายที่น่ากลัวกว่านั้น คุณนกยูงจะทำยังไง” มยุเรศยังทำตัวมีปัญหาแม้กระทั่งตอนที่สองหนุ่มเปลี่ยนยางรถเสร็จ

“ผมขับไปส่งคุณนกยูงให้เองครับ” เก่งกาจอาสา

“จะดีเหรอ” มยุเรศชำเลืองมองตุนทรัพย์อย่างลังเล

“ถึงหน้าตาไอ้เก่งดูไม่น่าไว้ใจ แต่มันไว้ใจได้ครับ ไม่งั้นพี่จะให้มันอยู่ข้างตัวเหรอ” ตุนทรัพย์ช่วยรับรองให้ เก่งกาจสะดุ้งในประโยคแรกของเจ้านาย ก่อนจะยิ้มแต้ในช่วงท้าย

“คุณแม่สอนว่าเป็นผู้หญิงยิ่งต้องระวัง อย่าไปไหนกับผู้ชายสองต่อสองในยามวิกาล ถ้าคุณแม่ทราบ นกยูงต้องถูกดุแน่เลย” มยุเรศพูดเสียงอ่อย

“จันทร์จะว่าอะไรไหมจ๊ะถ้าพี่จะแวะไปส่งนกยูงก่อน แล้วค่อยไปส่งจันทร์ทีหลัง” ตุนทรัพย์นิ่วหน้า มองพราวจันทร์อย่างลำบากใจ

“จันทร์จะว่าพี่ตุลย์ได้ยังไงล่ะคะ จันทร์บอกแล้วว่ากลับบ้านเองได้ พี่ตุลย์ไปส่งคุณนกยูงเถอะ”

“ไม่ได้หรอก พี่จะปล่อยให้จันทร์กลับบ้านคนเดียวได้ยังไง เราไปด้วยกันนี่แหละ”

ตุนทรัพย์ตัดบทด้วยการสรุปให้ทำตามแผนที่เขาวางไว้ พร้อมกับสั่งให้เก่งกาจเอายางที่แบนไปจัดการซ่อมแซม โดยไม่ฟังคำทัดทานของใครอีกเลย

 

มยุเรศมองตามท้ายรถที่เพิ่งแล่นออกจากประตูบ้าน

เก่งกาจเอารถเธอมาส่ง และกลับไปประจำที่ในยานพาหนะของผู้เป็นนาย ตุนทรัพย์จึงนั่งคู่กับพราวจันทร์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นักธุรกิจหนุ่มนั่งกับเธอมาตลอดทางที่เขาเป็นคนขับรถ มยุเรศกระหยิ่มยิ้มย่องที่เบียดพราวจันทร์กระเด็นไปนั่งข้างหลังคนเดียวได้สำเร็จ

ไฮโซสาวมองประตูบ้านที่ปิดลง ความสะใจก็จบสิ้นลงด้วยเช่นกัน

ตุนทรัพย์สนิทสนมกับพราวจันทร์เกินไปแล้ว ที่ผ่านมามยุเรศรู้ว่าชายหนุ่มพูดคุยกับผู้หญิงหลายคนรวมทั้งตัวเธอเอง แต่ไม่จริงจังกับใคร ตุนทรัพย์ให้ความสำคัญแก่งาน บิดามารดา และมีโลกส่วนตัวที่ไม่ยอมให้ใครล่วงล้ำ

มยุเรศเคยมั่นใจว่าจะเจาะเข้าไปถึงกลางใจเขาได้ในที่สุด เพราะเธอวางแผนมาดี

หญิงสาวได้ยินชื่อของชายหนุ่มมาตั้งแต่เขาเรียนจบปริญญาโทและเข้าทำงานใหม่ๆ โชคร้ายที่เธอกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งคู่สวนทางกัน แต่เธอไม่เลิกล้มความตั้งใจ

มยุเรศหลงใหลในทุกองค์ประกอบของตุนทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ชาติตระกูล ฐานะ หน้าที่การงาน เขาช่างสมบูรณ์แบบอย่างที่เธอเพียรตามหามาตลอดชีวิต

ตุนทรัพย์คือบุคคลที่จะดึงเธอให้สูงขึ้นไปถึงดวงดาวที่อยู่สูงสุดบนท้องฟ้า จะไม่ใครดูถูกเธอได้อีกเลยหากมยุเรศคว้าใจเขามาครองได้

หญิงสาวเฝ้าศึกษาข้อมูลของตุนทรัพย์ พาตัวเองเข้าสู่เส้นทางการงานของเขาอย่างช้าๆ ผ่านการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เธอใช้การเป็นอดีตดาวเด่นของมหาวิทยาลัยให้เป็นประโยชน์ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศมยุเรศก็สร้างตัวตนในโซเชียลมีเดีย อาศัยเพื่อนอย่างนวลตองเป็นใบเบิกทางเข้าสู่สังคมไฮโซและแวดวงบันเทิงทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมเยียนประเทศไทย

ในสายตาของคนนอกที่ไม่เคยรู้ชาติกำเนิดของมยุเรศมาก่อน พวกเขาเชื่ออย่างที่เธอสร้างภาพไว้ว่า มยุเรศเป็นคุณหนูไฮโซทายาทนักธุรกิจจิวเวลรี่ดัง มีนามสกุลใหญ่โต และเป็นอดีตเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยดัง ซึ่งไปใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนอก ถ่ายภาพสวยๆ อินสตาแกรม บิวตี้บล็อก และยูทูบชาแนลของตนเอง

มยุเรศนำผลิตภัณฑ์ในบริษัทของตุนทรัพย์มารีวิวให้ผู้ชมได้ดูกันบ่อยๆ รวมไปถึงตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ดัง หญิงสาวชื่นชมผลิตภัณฑ์ โดยไม่ลืมว่าจะต้องแกล้งบ่นเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

ผลจากการดำเนินยุทธวิธีมัดใจตุนทรัพย์ด้วยผลิตภัณฑ์ของเขา บริษัทของชายหนุ่มสนใจเธอ เชิญไปร่วมงานอีเวนต์ทันทีที่มยุเรศเรียนจบ กลับเมืองไทย หญิงสาวจึงได้พบตุนทรัพย์สมดังหวัง

ซีอีโอหนุ่มชอบผู้หญิงทำงานเก่ง ฉลาด รักพ่อแม่ของเขา และแน่นอนว่าต้องสวย แต่ทำไมเขาจึงไม่รักเธอเสียที ก่อนหน้านี้มยุเรศมีศัตรูหัวใจตัวสำคัญก็แค่ตะวันฉายที่ตุนทรัพย์เอื้อเอ็นดูเกินใครจนน่าหมั่นไส้

ทว่าพราวจันทร์มาแรงกว่า

ตลอดเวลาที่อยู่ในรถ ตุนทรัพย์เอาแต่มองพราวจันทร์ทางกระจกส่องหลัง แถมยังนัดแนะจะไปไหนๆ ด้วยกันโดยไม่สนใจเธอที่นั่งเคียงข้าง ตุนทรัพย์ปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำเมื่อเธอขอไปเยี่ยมโรงงานของเขาพร้อมพราวจันทร์

‘ขอโทษด้วยนะครับ เราไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปในโรงงาน มันเป็นกฎ’ ถ้อยคำของตุนทรัพย์ยังก้องอยู่ในหู เช่นเดียวกับรอยยิ้มสุภาพ ซึ่งแตกต่างจากตอนเขายิ้มให้พราวจันทร์

มยุเรศตระหนักถึงความจริงในวันนี้ว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่ตะวันฉาย แต่เป็นพี่สาวของเจ้าหล่อน แล้วตะวันฉายรู้เรื่องนี้หรือไม่?

“ใครมาส่งแก อีนก!”

เสียงเข้มงวดซึ่งดังมาจากคนที่อยู่ในห้องรับแขกทำให้มยุเรศสะดุ้ง ครั้นเพ่งมองเธอจึงเห็นว่าเป็นมารดาซึ่งยังแต่งตัวหรูหราเหมือนเพิ่งกลับจากงานเลี้ยง ใบหน้าฉาบเครื่องสำอางราวกับสวมหน้ากากตัวละครดุดันซึ่งไม่เคยพอใจอะไรสักอย่าง แต่กระนั้นมยุเรศก็รักดวงหน้าบึ้งบูดนี้

“คุณแม่…นกยูงตกใจหมดเลยค่ะ”

“ย่ะ แม่คนขวัญอ่อน”

มยุเรศเบือนหน้าไปทางสาวใช้เพื่อจะได้ไม่ต้องทนเห็นสีหน้าแดกดันของมารดา เธอหยิบถุงใบหนึ่งออกจากมือสาวใช้

“นกยูงซื้อบัวลอยงาดำที่คุณแม่ชอบมาด้วยค่ะ” หญิงสาวชูถุงบรรจุขนมโปรดของมารดา เธอเดินไปซื้อในห้างฯ เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอตุนทรัพย์ หลังจากที่ได้จ้าง รปภ. ปล่อยลมยางรถยนต์จนแบนไปล้อหนึ่ง

“ใครจะกินตอนนี้ อ้วนตายชัก” มารดากล่าวห้วนๆ

หัวใจของมยุเรศปวดแปลบยิ่งกว่าตอนที่เห็นรูปตุนทรัพย์กับพราวจันทร์เสียอีก

“คุณแม่ก็เอาไว้กินตอนเช้าไงคะ”

“ไม่ละ ฉันจะเก็บไว้ให้ตานกเหยี่ยวกิน เขาไปทำรายงานบ้านเพื่อน กลับมาคงหิวแย่”

มุมปากของคนเป็นแม่แต้มยิ้มเหมือนเช่นทุกคนครั้งที่ศกุนตลาพูดถึงบุตรชายคนโปรดซึ่งยังเรียนมหาวิทยาลัย ตรงข้ามกับมยุเรศที่อยากตะโกนดังๆ ว่าไม่ได้ซื้อมาให้เขา และที่ศกุนตลายังไม่รู้ก็คือน้องชายไม่ได้ไปทำรายงาน เขาน่าจะมั่วอยู่กับพวกเพื่อนเหลวแหลกมากกว่า

เธอเกลียดน้องชาย เขาแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเธอไป แต่ความรู้สึกของเธอก็ขัดแย้งเมื่อตระหนักดีว่าตนมีบ้านคุ้มหัวและทุนทรัพย์ให้ก่อร่างสร้างตัวได้ก็เพราะนกเหยี่ยว หรือชื่อจริงว่าอินทรี ชีวิตของสองแม่ลูกที่เคยลำบากจบสิ้นลงตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์น้องชายต่างบิดา

ในอดีตศกุนตลา หรือชื่อเดิมคือบังอร เป็นแม่หม้าย สามีคนแรกเสียชีวิตหลังจากกิจการที่เขาสร้างล่มจมด้วยพิษเศรษฐกิจ ชีวิตของเด็กหญิงนกฟ้าพลิกผัน จากที่เคยเป็นคุณหนูลูกเศรษฐีในจังหวัด มีรถส่วนตัวและพี่เลี้ยงพาไปโรงเรียนก็กลายเป็นลูกยาจก ต้องนั่งรถสองแถว ถูกเพื่อนล้อ บิดาต้องหาเงินใช้หนี้ เขากลายเป็นคนติดเหล้าและตายในอุบัติเหตุระหว่างการทำงานในโรงงาน

บังอรต้องออกหางานทำ และหาเงินใช้หนี้ไปด้วย เธอฝากลูกให้ญาติห่างๆ ช่วยเลี้ยง นกฟ้าต้องผจญการดูถูกและใช้ชีวิตราวกับคนรับใช้ในบ้านญาติคนนั้น  โชคดีที่บังอรพบรักกับนักธุรกิจซึ่งมาพักในรีสอร์ตซึ่งเธอทำงานอยู่ และตั้งท้องลูกของเขา ชายหนุ่มจึงจดทะเบียนสมรสกับเธอและพาสองแม่ลูกมาอยู่กรุงเทพฯ

นกฟ้าเปลี่ยนชื่อเป็นมยุเรศ หรือนกยูง นกที่เธอชอบ และใช้นามสกุลบิดาเลี้ยง ขณะที่บังอรเปลี่ยนชื่อเป็นศกุนตลา ทั้งคู่หันหลังให้แก่อดีตราวกับไม่เคยมีบังอรหรือนกฟ้าที่ใครๆ พากันดูถูกมาก่อน

ชีวิตของมยุเรศเปลี่ยนไปราวกับเป็นเจ้าหญิง พ่อเลี้ยงดีกับเธอ แต่ไม่เท่ากับที่เขารักบุตรชายที่เพิ่งเกิด ชีวิตสมรสระหว่างมารดากับบิดาเลี้ยงดำเนินไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ เนื่องจากคนทั้งคู่แตกต่างกันเกินไป ครอบครัวของชายหนุ่มไม่พอใจสะใภ้ และศกุนตลาก็ไม่ใช่คนที่ยอมก้มหัวให้ใคร

อินทรีเป็นเครื่องมือต่อรองชั้นดีที่ทำให้บิดาเลี้ยงยอมสยบให้ศกุนตลา เธอจึงทะนุถนอมกล่อมกลมบุตรชายจนหลงลืมบุตรสาวคนแรกไป มยุเรศรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เสมอ และยิ่งหลังจากที่บิดาเลี้ยงประสบอุบัติเหตุรถยนต์จนเสียชีวิตหลังจากเขาพรวดพราดออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับภรรยา สถานการณ์ก็เลวร้ายลง

ทุกคนต่างโทษศกุนตลา ครอบครัวของชายหนุ่มยึดธุรกิจของตระกูลไปบริหารต่อ แทบจะตัดการติดต่อและการให้ความช่วยเหลือ ศกุนตลากับบุตรทั้งสองไม่ได้ลำบากเนื่องจากมีเงินทองและทรัพย์สินตามสิทธิ์ที่ทายาทในมรดกพึงได้ นานๆ ทีญาติทางผ่านบิดาเลี้ยงจะมารับอินทรีไปสังสรรค์ภายในตระกูล บางครั้งที่มยุเรศตามน้องชายไปด้วย เธอรู้สึกถึงสายตาดูถูก ไม่มีใครยอมรับในตัวเธอ เพราะเหตุนี้เธอจึงต้องเอาชนะเหนือทุกคนให้ได้

“แกยังไม่ตอบฉันเลยว่าใครมาส่ง ฉันเห็นรถอีกคันที่ไม่ใช่ของแก”

“พี่ตุลย์ค่ะ รถนกยูงยางแบน เขาเลยช่วยเปลี่ยนยางให้ พี่ตุลย์น่ารักมากเลยนะคะ ขับรถมาส่งนกยูงเอง ส่วนรถของนกยูงก็ให้คนรถขับ”

“แต่ฉันเห็นผู้หญิงอีกคน” มารดาหรี่ตามอง

“ลูกน้องพี่ตุลย์ค่ะ เขาไปประชุมแล้วเอายายนั่นติดรถไปด้วย ยังไม่ทันกลับไปถึงออฟฟิศ ก็บึ่งมาช่วยนกยูงก่อน เพราะเป็นห่วงที่นกยูงรถเสียอยู่ในห้างคนเดียว ยายนี่ก็เลยต้องมาด้วย”

“อ้าว สมใจไม่ได้อยู่กับแกเรอะ”

“วันนี้ไม่ค่ะ นกยูงให้เขาไปตรวจสาขาแทน”

“อ้อ ดี แต่แกอย่าไว้ใจมันมากนักนะ ไอ้พวกหุ้นส่วนของแกด้วย ยิ่งเรื่องเงินเรื่องทองด้วยแล้ว ยิ่งไม่เข้าใครออกใคร”

“เรื่องเงิน คุณแม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณแม่สอนนกยูงมาดี” มยุเรศยิ้มประจบ สำหรับคนที่ไม่เคยมีเงิน การบริหารเงินเป็นทักษะที่เราต้องฝึกฝนอย่างดีที่สุด

มารดาพยักหน้าทำให้มยุเรศโล่งใจที่ไม่โดนตำหนิ ศกุนตลาไม่ชอบความผิดพลาด ทุกอย่างต้องดีเลิศ ลูกสาวต้องเป็นที่หนึ่ง มยุเรศเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก เกรดเอทุกวิชาและการสอบได้ที่หนึ่งเท่านั้นที่มารดาต้องการ หากทำไม่ได้ เธอจะถูกขัง และหากร้องไห้เพราะโดนขัง เธอจะถูกตี

ลูกสาวของศกุนตลาไม่ได้รับอนุญาตให้ยอมแพ้หรือก้มหัวให้แก่ใคร มีครั้งหนึ่งตอนที่บิดาแท้ๆ ล้มละลาย มยุเรศถูกเพื่อนในโรงเรียนล้อ ศกุนตลาวิ่งแจ้นไปเอาเรื่องเพื่อนคนนั้นจนเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว มยุเรศกลับบ้านด้วยความซาบซึ้งใจที่มารดาปกป้องตน ทว่าเธอกลับถูกศกุนตลาตบหน้า โทษฐานที่ไม่รู้จักสู้กลับและยอมก้มหัวให้ศัตรูง่ายๆ

นับจากนั้นมยุเรศก็เรียนรู้ว่าชีวิตคือการต่อสู้ การปกป้องตนเองอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกรังแกคือต้องข่มขวัญคนเหล่านั้นก่อน ให้รู้ว่าใครที่เหนือกว่า

เธอจะต้องเป็นที่หนึ่งในทุกๆ ทางเพื่อให้มารดายิ้ม แม้จะยากแสนเข็ญ มยุเรศก็ทำได้ เธอสอบได้ที่หนึ่ง เธอได้เป็นตัวแทนสำคัญในงานกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย คำชมของมารดาคือความปรารถนาสูงสุด

“จำไว้นะ ถ้าแกจะมีผัว อย่าเลือกแค่เพราะมันหล่อ พ่อรวย แกต้องเอาคนที่ทำมาหากินเองเป็นด้วย อย่างพี่ตุลย์ของแก ฉันให้ผ่าน เอาไปอวดใครที่ไหนก็ไม่อาย แกควรจะรีบๆ ได้แล้ว”

“นกยูงยังสนุกกับการทำงานอยู่เลยค่ะ นี่แบรนด์ของเราก็กำลังจะจัดชะ…”

เสียงแตรรถที่ดังมาจากหน้าบ้านทำให้ศกุนตลาหันขวับไปมองด้วยรอยยิ้มกว้าง

“นกเหยี่ยวกลับมาแล้ว!” มารดาวิ่งรี่ไปที่หน้าประตู ไม่สนใจบุตรสาวซึ่งยังอ้าปากค้าง เล่าเรื่องไม่ทันจบ

มยุเรศยืนมองเจ้าของร่างท้วมซึ่งสวมกอดบุตรชายพลางหอมแก้มซ้ายขวาราวกับไม่เจอเขามาเป็นปีๆ ทั้งที่เพิ่งจากกันเมื่อเช้า

วูบหนึ่งที่ความเงียบยามราตรีแทรกเข้ามาครอบงำจิตใจ ราวกับราหูที่อมพระจันทร์เข้าไปทั้งดวง ก่อให้เกิดความมืดมิด เยียบเย็น และอ้างว้าง จนหญิงสาวมองไม่เห็นหนทางเบื้องหน้า ทั้งยังไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอ

ไหล่ที่เคยผึ่งผายลู่ลงประดุจนักรบซึ่งเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ในศึกสงครามอย่างเดียวดายมาช้านาน บางครั้งนักรบก็ต้องการพันธมิตรมาร่วมต่อสู้ หรือไม่ก็เพียงแค่รับฟังความอัดอั้นทดท้อ สำหรับมยุเรศแล้ว เธอไม่มีใครเลย

แต่เธอไม่ใช่คนขี้แพ้!

เพื่อให้ได้การยอมรับจากมารดา ตุนทรัพย์ ผู้ชายที่เพียบพร้อมจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ไม่ว่าเขาจะมีพราวจันทร์ ตะวันฉาย หรือผู้หญิงหน้าไหน มยุเรศก็จะกำจัดออกไปให้สิ้นซาก!

 

*********

 

Don`t copy text!