พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 16 : การมาของพี่ลูกตาล

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 16 : การมาของพี่ลูกตาล

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-16-

 

พราวจันทร์กดรับวิดีโอคอลล์ของเพื่อนรักทันทีที่เห็นชื่อเขาปรากฏบนจอโทรศัพท์

เธอโบกมือตอบเพื่อนที่ยิ้มร่าทักมา ชายหนุ่มเล่าว่าเขากำลังจะไปสนามบิน และจะมาถึงกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ตอนเย็นๆ เขาไม่ให้พราวจันทร์ไปรับ แต่จะเดินทางมาที่บ้านเธอเอง

หลังจากนัดแนะกันเรียบร้อย หญิงสาวก็รีบเล่าความสงสัยในพฤติกรรมของตุนทรัพย์ให้เพื่อนรักฟัง ใบหน้าของตาณเคร่งขรึมลงเรื่อยๆ

“เธอพลาดแล้วที่บอกเขาไปว่าไม่มีแฟน คราวนี้แหละเขาจีบเธอแน่”

“ไม่หรอกมั้ง…” หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อย

“นี่ยายบื้อ คนปกติอะนะ เขาไม่เที่ยวถามคนอื่นหรอกว่ามีแฟนรึยัง พอรู้ว่าไม่มี ก็รีบบอกว่าตัวเองไม่มีเหมือนกัน นี่มันเป็นการประกาศจีบชัดๆ แล้วคนปกติก็คงไม่โทร. ชวนใครดูพระจันทร์หรอก”

“เขาอาจจะเห็นเราเป็นน้อง เป็นเพื่อนตอนเด็ก เหมือนเรากับเธอไงตาณ”

“เฮอะ! เหมือนตรงไหนวะ ตั้งแต่คบกันมาเราเคยชวนเธอไปนั่งชมพระจันทร์ข้างขึ้นข้างแรมสักครั้งมั้ย”

“ไม่เคย” เธอยิ้มเจื่อน

“นั่นไง เราถึงได้บอกว่าเขาจีบเธอชัวร์ นี่เธอไม่ระแคะระคายบ้างเลยรึไง”

“ตอนนั้นเรายังไม่รู้นี่ พอสงสัยเราก็รีบมาถามเธอเลยนะ ตั้งแต่เกิดมา เราเคยถูกจีบที่ไหนเล่า”

ตาณชะงักไป แค่นหัวเราะ แล้วบ่นงึมงำ

“ใครว่าไม่เคย เธอซื้อบื้อจนไม่รู้เองต่างหาก”

“เธอว่าอะไรนะ”

“เราแค่นึกเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาได้ ช่างมันเหอะ” ตาณยักไหล่ “กลับมาที่เรื่องของเธอดีกว่า เราอยากเจอเขา จะได้รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง”

“เธอได้เจอเขาอยู่แล้วละ เราบอกเธอแล้วไงว่าจะให้เธอไปช่วยเซ็ตเมนูอาหารในร้านของพิพิธภัณฑ์ เธออาจจะต้องไปลองชิมอาหารที่บ้านพี่ตุลย์…ฉันหมายถึงบ้านเจ้าสัวกับนายหญิงน่ะ”

“ดีเลย เราอยากรู้จักทุกคนในสังคมใหม่ของเธออยู่พอดี เราจะได้รู้ว่าควรวางใจแค่ไหนที่ปล่อยเธอไว้กับพวกเขา”

“เธอทำอย่างกับเป็นพ่อแม่เราแน่ะตาณ”

“แหงละ เราสัญญากับแม่เธอไว้นี่ว่าจะคอยดูแลเธอ”

“ขอบใจนะ”

“ไม่ต้องขอบใจหรอก เราแค่ไม่อยากเห็นเธออกหัก เพราะเราต้องมาคอยปลอบเธอ แล้วเราก็ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจเพราะผู้ชายแบบเดียวกับไอ้บรมห่วย ความรักในที่ทำงานมันเสี่ยงจะตาย เธอก็รู้”

“รู้ซึ้งเชียวแหละ เราเข็ดแล้ว เธอพูดถูก เรามันโง่เรื่องความรัก ขนาดเรารู้จักพี่บรมมาตั้งหลายปี ก็เพิ่งเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา และต้องเสียงานไปด้วยสาเหตุโง่ๆ เราไม่อยากเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว” เธอถอนใจ

“ตาณ…พี่ตุลย์จีบเราจริงๆ เหรอ เธออาจเข้าใจผิดก็ได้”

“ขอให้เราได้เจอเขาก่อน แล้วเราจะบอก ผู้ชายมักจะดูกันออก ถ้าเขาจีบเธอจริง เราก็ต้องมาดูว่าเขาจริงใจกับเธอมั้ย และถึงจะจริงใจ เขาจะดีพอสำหรับที่เธอจะฝากชีวิตไว้ได้รึเปล่า แต่เธอก็ต้องถามตัวเองด้วยว่าชอบเขามั้ย”

“ฉันชอบเขาไม่ได้หรอก” พราวจันทร์ส่ายศีรษะ

“ทำไมล่ะ ชอบไม่ได้ มันต่างจากไม่ได้ชอบนะ”

“ไม่เห็นจะต่างกันเลย ถึงยังไงฉันก็จะไม่ชอบเขา เพราะตะวันชอบพี่ตุลย์”

“เออ พูดเรื่องน้องเธอ เขารู้รึยังว่าเราเป็นใคร” ตาณเปลี่ยนเรื่องอย่างฉับพลัน

“เขารู้ว่าเธอเป็นเพื่อนซี้ของเรา แต่ไม่รู้ว่าเป็นเชฟหน้าหม้อที่เขาชอบด่า” พราวจันทร์อมยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องนี้

“ดี เธออย่าไปบอกเขานะ เราไม่อยากให้ใครรู้”

“แน่นอน ความลับของเธอก็คือความลับของเรา…เอ่อ…แต่พี่ตุลย์รู้แล้ว” หญิงสาวเล่าให้เพื่อนฟังต่อ

“เราบอกแล้วว่าเขาสนใจเธอ ผู้ชายอย่างเขาดูไม่คนที่ชอบเสือกเรื่องใคร เราหมายถึงเขาไม่น่ามีเวลาว่างระดับนั่งไล่ดูเฟซบุ๊กคนอื่นหรอก” ตาณวกเข้าสู่เรื่องเดิมที่พราวจันทร์กลัดกลุ้มใจอย่างยิ่ง

“น่ากลัวจัง เราอยากให้เธอรีบมาแล้วละ” พราวจันทร์ทำหน้ามุ่ย

“พรุ่งนี้เย็นๆ ค่ำๆ ก็ได้เจอกันแล้ว ทนหน่อยนะ เราอยากเจอทั้งเธอ ทั้งเขา แล้วก็น้องสาวของเธอด้วย มันจะต้องสนุกแน่!”

 

วันเสาร์อาจเป็นวันหยุดของคนทั่วไป แต่ไม่ใช่สำหรับน้องสาวของพราวจันทร์

ตะวันฉายออกมาทำงานตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นและยังมีงานต่อไปถึงค่ำ ทันทีที่เสร็จงานแรกของวัน เธอก็วางมือจากเจ้าสาวและญาติๆ ซึ่งเธอเพิ่งแต่งหน้าสำหรับพิธีมงคลสมรสตอนเช้าให้ หญิงสาวทำความสะอาดเครื่องมือ เก็บอุปกรณ์ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาดู

มีข้อความส่งมามากมาย ตะวันฉายตอบเรื่องงานซึ่งด่วนและสำคัญเป็นอันดับแรก ก่อนจะเปิดอ่านข้อความจากอาวุธและบัณนรี สองคนนั้นเอาแต่ตื่นเต้นที่เชฟซึ่งพวกเขาชอบเขียนไว้ในแฟนเพจว่ากำลังจะกลับเมืองไทย

พวกเขาระริกระรี้มาตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเชฟผู้นั้นเป็นเพื่อนของพราวจันทร์ ตรงข้ามกับตะวันฉายที่ไม่สนใจ เธอจดจ่อรอพบ ‘พี่ลูกตาล’ มากกว่า หญิงสาวขอคำปรึกษาจากคนทั้งคู่ว่าควรซื้อของขวัญใดเป็นการต้อนรับเพื่อนสนิทของพราวจันทร์ซึ่งจะมาค้างที่บ้านในคืนนี้ อาวุธกับบัณนรีผลัดกันออกความเห็นที่หนักไปทางตลกขบขันและไร้สาระเกินกว่าจะทำให้เป็นจริง ตะวันฉายไม่ได้ขอคำปรึกษาพี่สาว เพราะอยากให้ของขวัญต้อนรับชิ้นนี้เป็นการเซอร์ไพรส์

หญิงสาวขำตัวเองที่เคยเข้าใจผิดอยู่ตั้งนานว่า ‘ลูกตาล’ เป็นผู้หญิง เธอเพิ่งเข้าใจถ่องแท้ในสิ่งที่พี่สาวบอกใบ้ว่า ‘พี่ลูกตาล’ ก็เหมือน ‘เอวี’ มิน่าเล่าเขาถึงมีชื่อหวานน่ารัก

ตะวันฉายขบขันทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เธอจะได้เจอเพื่อนสนิทของพี่สาวเสียที ส่วน ‘เชฟหน้าหม้อ’ ซึ่งมากดติดตามแฟนเพจของเธอในโซเชียลมีเดียนั้น ตะวันฉายไม่อยากรู้จัก อาวุธเคยขอให้พราวจันทร์หารูปที่มีใบหน้าชัดๆ ของเชฟหนุ่มมาให้ดู พี่สาวบ่ายเบี่ยงว่าเขาเป็นคนขี้อาย มีโลกส่วนตัวสูง เธอต้องขออนุญาตเขาก่อน หลังจากนั้นไม่กี่วันอีตาเชฟก็ส่งรูปมาให้

มันเป็นภาพของผู้ชายสวมเสื้อยืดคอกลมสีตุ่น กับกางเกงยีนขาดๆ ไม่มีใครได้เห็นหน้าเขาอีกเช่นเคย เพราะอีตาเชฟเอาฝาชีครอบศีรษะ!

เพื่อนทั้งสองหัวเราะชอบใจ ตรงข้ามกับตะวันฉายที่หมั่นไส้จนไม่อยากคบหา เชฟหน้าหม้อจะมีสามหู สี่ตา ห้าจมูก หรืออย่างไรก็เรื่องของเขา เธอไม่ขอยุ่งกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว

ตะวันฉายยกกระเป๋าบรรจุอุปกรณ์อันหนักอึ้งขึ้นมา พร้อมเดินทางไปตามหาของขวัญที่น่าจะเหมาะกับ ‘พี่ลูกตาล’

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ไม่เพียงแต่น้องสาวที่วุ่นวาย พราวจันทร์เองก็ยุ่งอยู่กับการออกไปเตรียมหาเสบียงมาใส่ให้เต็มตู้เย็นก่อนที่ตาณจะมาถึง เธอทราบจากแม่บ้านว่าตะวันฉายแวะเข้าบ้านมาครู่หนึ่ง และออกไปทำงานต่อ พวกเธอจึงสวนกันเพียงนิดเดียว เจ้าตัวสั่งว่าจะกลับมาถึงตอนดึก

ไม่รู้เมื่อใดที่หญิงสาวชินกับการมองเข้าไปในบ้านและโรงรถของน้องสาว  หากมีรถจอดอยู่ พราวจันทร์ก็จะอุ่นใจ แต่ถ้าโรงรถว่างเปล่า เธอมักจะลืมตัวแอบเข้าไปสอดแนมในโซเชียลมีเดียเพียงเพื่อจะได้เห็นว่าน้องสาวกับเพื่อนๆ ‘เช็กอิน’ อยู่ที่ใด

ความลับที่หญิงสาวจะไม่แพร่งพรายเป็นอันขาดก็คือ เธอนอนไม่หลับถ้าตะวันฉายยังไม่กลับบ้าน และเธอมักจะเหงาเมื่อต้องอยู่คนเดียวในบ้านหลังนั้น พราวจันทร์เฝ้ารอให้ตะวันเดินมาหา มาชวนคุยเล่น แม้คู่สนทนาแย่ๆ อย่างเธอจะถามคำตอบคำ และนั่งเงียบเป็นส่วนใหญ่ เจ้าหล่อนก็ไม่ละความพยายาม

ตะวันฉายเป็นเฉกเช่นดวงอาทิตย์ที่ไม่เคยหยุดส่องแสงและมีอิทธิพลต่อทุกสรรพสิ่ง ยามกลางวันแม้เราจะหลบแดดแรงกล้าเข้าไปในอาคาร ปิดประตูหน้าต่าง รูดม่านบังอีกชั้น แสงอาทิตย์ก็ลอดผ่านมาตามช่องเล็กช่องน้อยได้อยู่ดี

ในตอนกลางคืนดวงตะวันลาลับไปจากสายตา ดวงจันทร์สุกสกาวขึ้นมาแทนที่บนท้องฟ้าได้ก็เพราะอิทธิพลจากพระอาทิตย์ที่สว่างโรจน์อยู่ใจกลางของระบบสุริยจักรวาล แล้วสะท้อนแสงมาบนผิวของดวงจันทร์ ดาวบริวารดวงเล็กๆ นี้จึงงดงามได้ทั้งที่มันไม่มีแสงในตัวเอง

แม้ตะวันฉายจะไม่อยู่ตรงหน้าให้เห็น ก็เสมือนอยู่ ดังเช่นตอนนี้ที่พราวจันทร์เปิดประตูเข้าไปในบ้านของตัวเอง ดอกไม้สีสันสดใสเฉิดฉายอยู่ในแจกันที่น้องสาวจัดวางไว้ทั่วทุกแห่งหน แม้แต่ในห้องนอนก็มีดอกบัวสีชมพูที่พราวจันทร์ชอบ วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ใกล้กันนั้นมีกล่องของขวัญห่อกระดาษซึ่งทำจากกากเพชรสีม่วง

“To พี่ลูกตาล

ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเราค่ะ

Love you จุ๊บๆ

Sunshine”

คนเดียวที่เรียกตาณด้วยชื่อหวานราวกับผู้หญิงมีแค่ตะวันฉาย พราวจันทร์เคยคิดจะแก้ชื่อเรียกให้เหลือแค่ตาณ  แต่สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย

จะเป็นอย่างไรบ้างนะ เมื่อคนทั้งสองมาพบกัน อีกไม่นานเธอคงได้รู้เสียที

 

ดึกมากแล้วตอนที่ตะวันฉายกลับถึงบ้าน หญิงสาวไม่อยากปลุกสาวใช้ เธอเปิดประตูรั้วด้วยตัวเอง แล้วขับรถมาจอดในโรงรถ

บรรยากาศยามดึกสงัดและเงาต้นไม้ซึ่งสะบัดไหวไปตามแรงลมให้ความรู้สึกราวกับเงาของภูตผีที่ร่ายรำบูชาซาตานอยู่ในความมืด  ตะวันฉายกลืนน้ำลาย กราดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง

ร่างเพรียวรีบจ้ำกลับไปเปิดท้ายรถ ซึ่งมีกระเป๋าเครื่องสำอางแบบเคสอันหนักอึ้งนอนรออยู่ท่ามกลางกล่องรองเท้าที่หญิงสาวเอาติดรถไว้เพื่อเปลี่ยนให้เหมาะกับทุกสถานการณ์

ตามปกติแล้วตะวันฉายไม่ขนอุปกรณ์การแต่งหน้าไปมากขนาดนี้ แต่ตลอดบ่ายจนถึงค่ำวันนี้เธอรับงานใหญ่คือการสาธิตการแต่งหน้าแฟนซีโดยตีโจทย์จากตัวละครในการ์ตูนเรื่องต่างๆ ตะวันฉายจึงกวาดเครื่องสำอางไปเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดในบ้าน ตอนยกกระเป๋าขึ้นรถเธอต้องช่วยกันกับสาวใช้ และเมื่อไปถึงสตูดิโอที่ทำงานก็ผู้ชายแรงดีมาช่วยกัน

แต่ตอนนี้เธอจะทำอย่างไร

ตะวันฉายทดท้อใจ กระเป๋ามีล้อลากก็จริง ปัญหาคือเธอยกมันออกจากรถไม่ไหว  และหวงเครื่องสำอางเกินกว่าจะทิ้งไว้ในรถยนต์ หญิงสาวออกแรงดึงกระเป๋าอย่างทุลักทุุเล มันขยับเพียงเล็กน้อย แต่ตะวันฉายนั้นถึงกับเหนื่ิอยหอบ เหงื่อแตกพลั่ก

ตอนนั้นเองที่เธอเห็นเงาดำมืดของใครบางคนพาดผ่านมาจากด้านหลัง เสียงใบไม้ถูกเหยียบดังกรอบแกรบ เธอเรียกชื่อสาวใช้ ตามด้วยชื่อพี่สาว แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ ทั้งที่เงาใกล้เข้ามา

ผี หรือว่า…โจร!

หัวใจของตะวันฉายเต้นรัว เธอไม่กล้าหันไป แต่จับหูกระเป๋าเคสแน่น

“ให้ผมช่วยมั้ย”

เสียงผู้ชาย บ้านเธอไม่มีผู้ชายนี่นา…โจรแน่ๆ!

จากหางตา เงาของมันเข้ามาใกล้มากแล้ว หญิงสาวมองหาอาวุธที่อยู่ใกล้มือที่สุด คว้ามันขึ้นมา เธอหมุนตัวกลับ จังหวะเดียวกับที่คนร้ายเข้ามาประชิด

ตะวันฉายเงื้อแขนขึ้น รองเท้าส้นสูงในมือโดดเด่นอยู่กลางแสงจันทร์ ดวงตาของไอ้โจรชั่วเบิ่งกว้างขึ้น เธอฟาดรองเท้าส้นสูงใส่ไอ้โจรชั่วสุดแรง ได้ยินเสียงร้อง เธอก็ยิ่งโจมตีไม่ยั้ง

“เฮ้ย! เจ็บนะคุณ ทำอะไรเนี่ย”

“ก็ฆ่าแกน่ะสิ!”

“โอ๊ย!”

โจรร่างใหญ่เอี้ยวตัวหลบ เสื้อคลุมผ้าขนหนูสีน้ำทะเลสะบัดพะเยิบพะเยิบ มีเงือกน้อยแอเรียลว่ายน้ำเคียงคู่ไปกับปลาหน้าตาตลก

เดี๋ยวก่อน…แอเรียลหรือ…นี่มันเสื้อคลุมที่เธอซื้อเป็นของขวัญให้แก่เพื่อนสนิทของพี่สาวนี่นา!

ตะวันฉายเบิ่งตามองผู้ชายตัวสูงใหญ่ ขัดกับเสื้อคลุมลายการ์ตูนซึ่งสั้นเต่อเมื่ออยู่บนร่างอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามราวกับนักมวย ใบหน้าของคนซึ่งตัดผมทรงสกินเฮดมีบาดแผลและเลือดไหลซิบด้วยฤทธิ์ของส้นรองเท้า

เขาดูโหดร้ายราวกับคิงคองกระหายเลือด ซึ่งพร้อมขย้ำเหยื่อให้ตายคามือ

อาการตะลึงงันของตะวันฉายส่งผลให้เจ้าของร่างใหญ่โตได้โอกาสตอบโต้ เขาฉวยข้อมือเธอ บิดมันจนรองเท้าส้นสูงหล่นตุ้บลงพื้น

ตะวันฉายอุทาน หวีดร้องดังขึ้นเมื่อถูกวงแขนแกร่งกอดรัด ดันเธอจนหลังชนกับรถมินิฯ คู่ใจ

“ปล่อยนะ ไอ้บ้า!”

“ไม่ มาพูดกันดีๆ ก่อน”

ใบหน้าสกปรกห่างจากวงหน้าเธอเพียงแค่คืบ ใกล้จนตะวันฉายได้กลิ่นคาวคลุ้งของโลหิต ดวงตาคมวาวถลึงมองมาอย่างข่มขู่ ก่อนที่เลือดจากบาดแผลบนศีรษะจะไหลผ่านไรคิ้ว หางตา โหนกแก้ม…

“กรี๊ด! ช่วยด้วย ขโมยขึ้นบ้าน ช่วยหนูด้วย พี่จันทร์” ตะวันฉายแผดเสียงเรียกสาวใช้ไปจนถึงเพื่อนบ้าน

“เฮ้ย! เดี๋ยวคนก็ตื่นหมดหรอก” เขาเอื้อมมือมาปิดปากเธอ

ตะวันฉายร้องเสียงอู้อี้ ดิ้นรนเตะถีบ ไอ้คิงคองยักษ์สบถและรัดร่างกลมกลึงให้แน่นกว่าเดิม กักตะวันฉายไว้ตรงกลางระหว่างตัวเขากับรถยนต์ หญิงสาวพยายามเงื้อขาขึ้นหมายจะกระทืบลงบนหลังเท้าของคู่ต่อสู้ แต่การขยับตัวช่างลำบาก ไอ้คิงคองบ้าดันขาเธอประชิดติดรถจนแทบเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้

“ปล่อย!”

“ไม่!”

“ปล่อยสิโว้ย!”

“ปล่อยก็โง่ดิ!”

“งั้นมาดูกันว่าใครกันแน่ที่โง่” เธอยิ้มเหี้ยม

หัวคิ้วของไอ้คิงคองโหดกระตุกเข้าหากัน ดวงตาฉายแววฉงน

“แก…ตาย!”

ตะวันฉายตะโกนพร้อมกับเอาหัวโหม่ง กระแทกปลายจมูกของเขา  ชายหนุ่มสบถเสียงลั่น เขาปล่อยเธอทันที เอามือกุมจมูก หลับตาปี๋ด้วยความเจ็บปวด

ประตูบ้านเปิดผางออก พราวจันทร์กับสาวใช้กรูกันออกมาด้วยใบหน้าแตกตื่น

“พี่จันทร์!” ตะวันฉายโผกอดพี่สาว ร้องไห้โฮอย่างเสียขวัญ “ไอ้ชั่วนั่น…มันจะ…ข่มขืนหนู พี่รีบโทร. เรียกตำรวจเลยนะคะ เร็วเข้า เดี๋ยวมันหนีไป โทรศัพท์อยู่ไหน…โทรศัพท์…”

“ใจเย็นๆ ก่อนนะตะวัน” พราวจันทร์ลูบหลังเธอเบาๆ

“ใจเย็นก็ตายสิคะ พี่ดูมันสิ ว้าย! มันมาแล้ว”

ไอ้คิงคองกระหายเลือดย่างสามขุมเข้ามา ตะวันฉายกรีดร้อง พราวจันทร์เอามือมาปิดปากเธอ เสียงที่หลุดลอดจึงอู้อี้อยู่ในลำคอ

“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด นี่ตาณไง”

พี่สาวพูดอะไรไม่รู้ เธอมัวโกรธจนควันออกหูเมื่อเห็นไอ้โจรชั่วมายืนจังก้าอย่างท้าทาย ตะวันฉายสลัดตัวออกจากการเกาะกุมของพราวจันทร์  ผู้เป็นพี่จึงตะโกนใส่

“ตั้งสติหน่อยตะวัน เขาไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นเพื่อนพี่ ตาณไง พี่ลูกตาลของเธอ!”

ตะวันฉายหยุดชะงัก

“เธอไม่เห็นเสื้อคลุมลิตเติลเมอร์เมดที่ซื้อให้เขาเหรอ ตาณใส่อยู่นั่นไง”

ตะวันฉายตวัดสายตากลับไปมองเสื้อคลุมลายการ์ตูนน่ารัก สลับกับผู้ชายร่างยักษ์ที่สวมใส่มัน เธออยากแกล้งนอนตายเหมือนเวลาเข้าป่าแล้วเจอหมี

หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างลืมตัวเมื่อชายหนุ่มขยับมายืนประจันหน้า เขายิ้มเหี้ยม เลือดไหลลงมาบนซีกแก้มช้าๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับน้องตะวัน นี่…พี่ลูกตาลเอง!”

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!