พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 17 : ใจแลกใจ

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 17 : ใจแลกใจ

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-17-

 

ตะวันฉายนั่งกระสับกระส่ายมองพราวจันทร์ทำแผลให้ ‘พี่ลูกตาล’ ซึ่งไม่เหมือนในจินตนาการแม้แต่นิดเดียว

เขาไม่ใช่ผู้ชายแบบเดียวกับอาวุธ ไม่ใช่ ‘เพื่อนสาว’ ที่ผู้หญิงทุกคนจะอยู่ด้วยได้อย่างสนิทใจ เขาเป็นผู้ชายแท้ ดูห่ามๆ อันตราย ตะวันฉายแทบจะได้กลิ่นฮอร์โมนเพศชายที่แผ่กำจายออกมาตัวเขา นี่เธอยังไม่กล้านึกไปถึงภาพตอนที่เขาใช้ผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าประทินผิวว่าจะสยดสยองแค่ไหน

วงหน้าคร้ามแดดรกไปด้วยเคราครึ้มและบาดแผลสด แม้จะเช็ดเลือดออกไปแล้ว ตาณก็ยังคล้ายนักเลงโตหรือยากูซ่า ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงขาสั้น ส่วนเสื้อคลุมนั้นเปื้อนเลือดจนสาวใช้ต้องเอาไปซัก ตะวันฉายจึงได้เห็นรูปร่างบึกบึนราวกับนักมวยปล้ำ

“น้องเธอแอบมองเราว่ะ”

เสียงห้าวกระชากสติของตะวันฉายออกจากภวังค์ เธอขึงตาใส่ตาณที่ยิ้มยียวน

“ฉันกำลังสงสัยว่านี่คนหรือคิงคอง”

“คิงคองที่ไหนจะหล่อขนาดนี้ โอ๊ย!”

“อยู่นิ่งๆ สิ ไม่งั้นจะพาไปโรงบาล” พราวจันทร์ดุ

“ไม่เอา” ตาณปฏิเสธเสียงหลง

“งั้นก็นั่งดีๆ” พราวจันทร์เทยาเบตาดีนใส่สำลีแผ่นใหม่

“ครับแม่” ชายหนุ่มยักคิ้วยั่ว ก่อนจะสูดปากเพราะเจ็บแผลที่อยู่เหนือคิ้ว

“สมน้ำหน้า”  พราวจันทร์ยิ้มเยาะพลางยื่นสำลีชุบยาไปทาแผลนั้น

“เบาๆ นะ”

“รู้น่า แผลลึกเหมือนกันนะเนี่ย เธอไม่ไปโรงพยาบาลจริงๆ เหรอตาณ” พราวจันทร์ยื่นหน้าเข้าไปเพ่งพินิจ ความแสบของยาส่งผลให้ชายหนุ่มนั่งตัวเกร็ง สีหน้าเหยเก

“ไม่”

“แต่ถ้าแผลติดเชื้อล่ะ น่ากลัวออก”

“เราน่ากลัวกว่าเชื้อโรค มันทำอะไรเราไม่ได้หรอก”

“ยกเว้นแต่ว่ามันเป็นเข็มฉีดยา”

“เฮ้ย! เราไม่ได้กลัวเข็ม เราแค่ไม่ชอบมันเว่ย”

“เหมือนกันแหละ เธออย่าไปโวยวายเรื่องนี้ที่ไหนนะ อายเขา ตัวโตเสียเปล่า กลัวเข็มฉีดยา”

“คนเราต้องมีจุดตายกันคนละเรื่องแหละน่า บางเรื่องไม่ใช่จุดตาย แต่ก็ทำให้เกือบตายได้ ไอ้เรารึก็อุตส่าห์จะไปช่วยขนของ เห็นเขางึกๆ งักๆ อยู่หลังรถตั้งนาน ถ้ารู้ว่าต้องมาเจ็บตัวแบบนี้  เราเป็นคนไม่มีน้ำใจเสียยังดีกว่า” ตาณบ่นพลางปรายตามาทางตะวันฉาย

หญิงสาวทำปากยื่น อยากเถียงกลับ ทว่าบาดแผลบนใบหน้ากับแขนของชายหนุ่มก็ทำให้เธอรู้สึกผิด

“ฉันขอโทษ”

“โวะ!” ตาณสะดุ้งอย่างตกใจเกินเหตุ เขายกมือขึ้นป้องหู “เธอได้ยินอะไรมั้ยจันทร์”

พราวจันทร์ส่ายนิ้วชี้ในอากาศเป็นเชิงปราม

“นั่นไง เธอก็ไม่ได้ยินเหมือนกัน”

“อย่าแกล้งน้อง”   พราวจันทร์ปิดพลาสเตอร์ลงบนบาดแผลที่ใบหน้าของชายหนุ่มแรงๆ จนเขาร้องโอดโอย

“สองพี่น้องนี่เป็นอะไรกันนะ สมคบคิดกันฆาตกรรมเรารึไง”

“ก็เพราะเธอทำปากดีอย่างนี้น่ะสิ ใครๆ ก็หมั่นไส้” พราวจันทร์เก็บอุปกรณ์ทำแผล โดยมีสาวใช้มาช่วย เจ้าหล่อนเพิ่งกลับจากการเจรจากับเพื่อนบ้านว่าไม่มีขโมย แต่เป็นการเข้าใจผิด

“แต่ตอนที่เราไปช่วยน้องเธอ เราไม่ได้ปล่อยหมาในปากออกไปแม้แต่ตัวเดียว” เขาวกกลับมาที่ตะวันฉายอีกแล้ว

“ฉันไม่รู้นี่ว่าคุณคือ พี่ลูกตาล” ตะวันฉายนิ่วหน้า

“พี่ลืมส่งไลน์บอกตะวันว่าตาณมาถึงแล้ว” พราวจันทร์ทรุดกายลงบนเก้าอี้ข้างๆ เพื่อนรัก

“หนูควรจะรู้ได้เองว่าเขามาถึงแล้ว แต่ที่หนูไม่รู้ก็คือ…เขาเป็นผู้ชายแท้ๆ เลย” ตะวันฉายทำหน้ามุ่ย

“อ้าว!” ตาณแสร้งเกาหัว

“หนูคิดว่าเขาจะเหมือนเอวี ผู้ชายอะไรชื่อลูกตาล แถมยังมาสก์หน้าด้วย”

“มาสก์หน้าอะไร” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“มาสก์โคลนที่แม่ฮ่องสอนไง เราเล่าให้ตะวันฟัง” พราวจันทร์อธิบาย

“อ้อ แล้วทำไมผู้ชายจะมาสก์หน้าไม่ได้ มีกฎข้อไหนไม่ทราบครับคุณซันไชน์”

“ไม่มีค่ะ แต่ผู้ชายก็ไม่ควรชื่อลูกตาล” ตะวันฉายสะบัดเสียง

“ผมชื่อตาณ แค่ตาณเฉยๆ ต. เต่า สระอา ณ. เณร ตาณ ไม่ใช่ลูกตาล”

“อ้าว” เธอเข้าใจผิดอีกแล้วหรือนี้ แต่เธอจะไม่ยอมรับหรอก! “ตอนนั้นทำไมคุณไม่บอกฉันล่ะคะ”

“อย่างกับคุณจะเปิดโอกาสให้ผมพูดแน่ะ”

“ฉันตกใจนี่ ใครให้คุณย่องเข้ามาทางข้างหลังของคนอื่นเล่า”

“ผมก็แค่เดินมาตามทางที่เขาปูพื้นเอาไว้ มันก็ต้องมาจากทางด้านหลังของคุณอยู่แล้ว คุณต้องโทษคนเทปูนสิ ไม่ใช่ผม”

“ทีหลังคุณควรจะส่งเสียงบอกฉันตั้งแต่ตอนเดินออกจากบ้านมาเลย จะได้ไม่เจ็บตัวฟรี”

“นี่คุณคิดจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ ผมไม่เอาด้วยหรอก แค่นี้ก็ไม่รู้จะเสียโฉมรึเปล่า ดีนะที่ตาไม่บอด จมูกไม่หัก ไม่งั้นล่ะแย่เลย”

“ฉันก็ขอโทษไปแล้วไงคะ  จิมมี่ชูว์ของฉันก็เกือบส้นหักเหมือนกันแหละ หายนะพอๆ กับแป้งแตกคาตลับ ฉันยังไม่บ่นเลย”

“นี่น่ะเหรอไม่บ่น คุณเอาส้นรองเท้ามาเทียบกับจมูกผมได้ยังไง”

“ฉันขอโทษ แต่มันไม่ใช่แค่รองเท้า มันคือจิมมี่ชูว์น้อยๆ ที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของฉัน”

“รองเท้าก็คือรองเท้าวันยังค่ำนั่นแหละคุณ”

“เลิกเถียงกันเป็นเด็กๆ ได้แล้ว ทั้งสองคนเลย!” พราวจันทร์แทรกทะลุเข้ามากลางปล้อง “ตาณ ตะวันขอโทษเธอแล้ว เราขอให้มันจบเถอะ”

“ได้สิ อะไรที่จันทร์ขอ เรายกให้หมดอยู่แล้วจ้ะ” ตาณรับคำเสียงหวาน แถมตาก็หวานเกินเหตุ ตะวันฉายเขม้นมองเขาอย่างกังขา

“ขอบใจนะตาณ” พราวจันทร์ผินหน้ามาทางเธอ “ตะวันจ๊ะ พี่ขอโทษแทนเพื่อนด้วยที่เขาทำให้เธอตกใจ แถมยังพูดจาปากหมาใส่เธออีก”

“อ้าวเฮ้ย! เธอด่าเราทำไม” ตาณถามเสียงหลง

พราวจันทร์ไม่สนใจและยังมองมาที่น้องสาวอย่างเคร่งขรึม ตะวันฉายคลี่ยิ้ม เอื้อมไปจับมือผู้เป็นพี่

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่จันทร์ ถือว่าตะวันกับเขาหายกัน หนูเข้าใจผิดก่อนเลยทำเขาเจ็บตัว ถ้าเขาจะโกรธหนู มันก็สมควรแล้ว ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะคุณตาณ” เธอสบตาชายหนุ่ม

“อืม…ผมเองก็ขอโทษเหมือนกันครับ” ตาณกล่าวอย่างเป็นการเป็นงาน และดูจริงใจเหมือนคนที่สำนึกผิดจริงๆ

ตะวันฉายพยักหน้ารับ เป็นอันว่าเธอกับเขาเซ็นสัญญาสงบศึกกันแล้ว แต่…ประกายวิบวับที่ผุดขึ้นในดวงตาของชายหนุ่มหมายถึงอะไร

“ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยตะวัน ผลิตภัณฑ์ลิตเติลเมอร์เมดที่คุณให้ผมเป็นของขวัญต้อนรับไงครับ ผมชอบมากเลยนะ มันน่ารักมุ้งมิ้งเหมาะกับคนหน้าตาดีอย่างผมจริงๆ” ชายหนุ่มยักคิ้วแผล็บ

ตะวันฉายอายจนแทบอยากหายตัวหนีเข้าไปในฝาผนัง เธอไม่ได้ซื้อแค่เสื้อคลุม แต่มีทั้งแปรงสีฟัน แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ตลอดจนของใช้ส่วนตัวอีกสองสามอย่าง

“ยินดีค่ะ” เธอได้แต่กัดฟันตอบไป

“พี่ลูกตาลสัญญาค่ะว่าจะใช้ทุกอย่างให้ครบ ไม่ให้น้องตะวันต้องผิดหวังเลย”

หญิงสาวอยากกรีดร้อง เธอเกลียดท่าทางกวนโมโหนี้ที่สุด นี่น่ะหรือเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตของพี่สาว…แค่ ‘เพื่อน’ เท่านั้นหรือ

ไม่เลย เธอไม่ไว้ใจตาณ และจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าคนทั้งคู่คบหากันแบบใด

 

หลังเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนรัก อาวุธกับบัณนรีก็แทบยกโขยงมาหาตะวันฉาย หญิงสาวรีบห้าม ทั้งสองจึงยอมอดทนรอให้ถึงวันรุ่งขึ้นเพื่อมาช่วยเพื่อจับผิดตาณ

ตะวันฉายไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เธอชิงปฏิบัติการตามลำพังในคืนนั้นเอง

ตาณนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ตะวันฉายค่อยโล่งอกที่เขาไม่ขึ้นไปใช้ห้องนอนของบิดากับภรรยาคนแรก หากกระนั้นเธอก็ไม่วางใจ  หญิงสาวหอบสมบัติมานอนค้างกับพราวจันทร์โดยไม่สนใจว่าพี่สาวจะอนุญาตหรือไม่

ตะวันฉายดูออกว่าตาณเองก็ไม่ไว้ใจในตัวเธอ  เขามักจะมองมาอย่างประเมินในเวลาที่ไม่คิดว่าเธอเห็น และเมื่อถูกจับได้ชายหนุ่มก็ยิ้มยียวนชวนโมโห ขนาดเธอขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกับพี่สาวเป็นครั้งแรกในชีวิต ใบหน้ากวนประสาทของตาณยังตามมายั่วโทสะ

เสียงพลิกตัวของพี่สาวทำให้นอนตะแคงมองดู พราวจันทร์หลับไปแล้ว เธอจึงมีโอกาสพิศมองเสี้ยวหน้างามละมุนซึ่งมีแสงจันทร์นวลจากหน้าต่างส่องผ่านมาอาบไล้ วงหน้าส่วนที่เหลือซุกซ่อนอยู่กลางความมืด ไม่ต่างจากจันทราบนท้องฟ้าที่เร้นกายในยามราตรี เผยเพียงบางส่วนให้ผู้คนเฝ้าสงสัยในความลี้ลับที่ซ่อนอยู่

แม้ดวงอาทิตย์มีแสงแรงกล้า ก็ไม่อาจสาดส่องดวงจันทร์ได้ทุกเศษเสี้ยว เช่นเดียวกับตะวันฉายที่ไม่เคยเข้าไปได้ถึงจิตใจของพี่สาว

พราวจันทร์เก็บความรู้สึก และสงวนท่าทีอยู่เสมอ ไม่ว่าตะวันฉายจะเพียรพยายามอย่างสูงเพียงไรที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องให้เกิดขึ้นเหมือนที่เธอวาดฝันมาตั้งแต่เด็ก เปรียบประดุจแสงอาทิตย์ที่พากเพียรมอบแสงสว่างให้แก่โลก ทว่าพราวจันทร์กลับสร้างบ้าน มุงหลังคาหนาทึบ ปิดประตูและม่านมิดชิด จนแสงตะวันลอดเข้าไม่ได้

ตะวันฉายยิ้มปลอบตนเอง พี่สาวคือครอบครัวคนเดียวที่ตะวันฉายเหลืออยู่ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้พราวจันทร์ยอมเปิดทาง รับแสงสดชื่นของดวงอาทิตย์เข้าสู่หัวใจ

ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของคนที่มีความรัก เมื่อเราให้ใจไปแก่ใครไป เราก็จะได้ใจตอบกลับมา ถึงไม่ได้ทั้งหมด สักเสี้ยวเล็กๆ ก็ยังดี

ตะวันฉายเชื่ออย่างนั้น

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

เพื่อนของตะวันฉายไม่ทันได้พบตาณ พราวจันทร์พาชายหนุ่มออกมาจากบ้านตั้งแต่เช้าหลังจากที่ตาณกับตะวันฉายเปิดศึกใส่กันทันทีที่ตื่นนอน

น้องสาวของพราวจันทร์เดินลงไปที่ห้องนั่งเล่นซึ่งตาณยึดโซฟาเป็นที่นอน ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำมาพอดีด้วยสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไร ตะวันฉายกรีดร้องลั่นบ้าน ยิ่งเขาเห็นเธอเต้นเร่า ชายหนุ่มยิ่งแกล้งยั่ว หากพราวจันทร์ไม่ลงมาห้ามทัพ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“น้องสาวเธอขวัญอ่อน เราไม่ได้โป๊สักหน่อย”

“เธอนุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว จะเรียกว่าไม่โป๊ได้ยังไง”

“ผืนเดียวที่ไหน เราสวมหมวกคลุมผมเงือกน้อยเข้ากับผ้าเช็ดตัวด้วยนะเฟ้ย” เขายิ้มอวดๆ จิ้มคอหมูย่าง เข้าปากคำโต ก่อนจะหลับตาพริ้ม เคี้ยวช้าๆ อย่างดื่มด่ำ

“ไม่มีอาหารอะไรอร่อยไปกว่าอาหารข้างถนนในเมืองไทยอีกแล้ว คอหมูย่างด้วยเตาถ่าน รสชาติบ้านๆ ที่ใช่ รสสัมผัสเวลาเราเคี้ยวก็นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ไม่ต้องจิ้มแจ่วก็อร่อย” ชายหนุ่มทอดถอนใจอย่างเคลิบเคลิ้ม

พราวจันทร์อมยิ้ม เธอนั่งอยู่ตรงกันข้ามเพื่อนรักในเพิงขายอาหารอีสานริมถนน หญิงสาวพาเขาไปตระเวนหาอพาร์ทเมนต์และบ้านเช่าในละแวกเดียวกับบ้านของเจตน์  ตาณยังไม่ตัดสินใจ ทั้งสองจึงแวะรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนจะไปดูสถานที่อื่นในภาคบ่าย

“เรากินอะไรที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ากินกับเธอ”

“จริงอะ เราคิดว่าเธอน่าจะเอ็นจอยอีตติ้งกับพี่ตุลย์ขามากกว่าเราซะอีก…ดินเนอร์กลางแสงจันทร์ เอะอะชวนดูพระจันทร์ เขาทำงานอยู่องค์การนาซ่ารึไงวะ”

“บ้า! เรามาคิดๆ ดูแล้ว เขาไม่น่าจะจีบเราหรอก”

“ไม่จีบ แต่ชวนดูพระจันทร์อีกแล้วเมื่อคืนเนี่ยนะ สองคืนติดกันแล้วนะโว้ย”

“แต่เขาคือคุณตุนทรัพย์ นับทรัพย์มหาศาลเชียวนะ”

“เกี่ยวอะไรด้วยวะ”

“เขาเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก แต่เธอดูเราสิ เราเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งเอง”

“ผู้หญิงธรรมดาแล้วไง ถ้าเราชอบใครสักคน คนธรรมดาก็กลายเป็นคนพิเศษสำหรับเราขึ้นมาทันที เรื่องแบบนี้เขาใช้ใจมอง” ตาณทุบหน้าอกซ้ายดังปั้กๆ

“แย่จัง…”

“แย่อะไร เธออาจจะได้ลงจากคานซะที” ตาณแค่นยิ้ม

“ลงคานบ้าอะไรเล่า พี่ตุลย์เป็นของตะวัน เขาไม่ควรคิดอะไรกับเรา”

“เธอจะไปสนใจอะไรกับยายคุณหนูเงือกน้อยนั่น น้องสาวเธอคงดูการ์ตูนดิสนีกับหนังเกาหลีมากไป ถึงได้ช่างเพ้อเหมือนขี่ยูนิคอร์นอยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์” ตาณเปิดฝากระติ๊บ ใช้ปลายนิ้วจกข้าวเหนียวอุ่นๆ ออกมา

“แต่ตะวันจองพี่ตุลย์ไว้ก่อนแล้ว ฉันไม่แย่งผู้ชายกับน้องของตัวเองหรอก”

“ทั้งหมดนี่ พวกเธอถามพี่ตุลย์เขาบ้างรึยัง ใครจะไปจองใครได้ถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอม” ชายหนุ่มจิ้มข้าวเหนียวลงไปในน้ำส้มตำปูปลาร้า

“ถึงอย่างนั้นเราก็ว่าตะวันเป็นคนชัดเจนและกล้าหาญดีที่รู้ว่าตัวเองชอบใคร เขาทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งเพอร์เฟ็กต์ เหมาะกับพี่ตุลย์ดีออก” พราวจันทร์เอ่ยด้วยความรู้สึกน้อยใจ หากกระนั้นก็ชื่นชมตะวันฉายอย่างจริงใจ

“คนสวย เก่ง เพอร์เฟ็กต์ ไม่ได้หมายความว่าเขาเหมาะกับคนทุกคนสักหน่อย และไอ้คุณสมบัติทั้งสามข้อนี้ก็ไม่เหมือนกันเลยในมุมมองของคนแต่ละคน สำหรับเรา น้องเธอเป็นพวกคุณหนูพิมพ์นิยม สวยไปวันๆ อาจจะเก่ง แต่ไม่ใช่ในเรื่องที่เราสนใจ…เพอร์เฟ็กต์มั้ย…เราว่าเขาก็ดี ไม่มีข้อเสีย แต่ไม่เห็นมีอะไรแตกต่าง ไม่มีอะไรที่น่าค้นหา”

“แค่กับเธอคนเดียวน่ะสิ ใครๆ ก็ชอบตะวันกันทั้งนั้น”

“เขาคงแค่ชื่นชมเพราะน้องเธอหน้าตาน่ารักดี แต่ไม่ได้หมายถึงว่าคนพวกนั้นจะรักตะวันได้ พี่ตุลย์ของเธอคงเป็นอย่างนั้น ถ้าเขาชอบตะวัน เขาน่าจะจีบไปนานแล้วรึเปล่าวะ ทำไมต้องรอมาถึงป่านนี้ เท่าที่เธอเล่ามา เขาก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กับน้องเธอเลยนี่ เธอยังเจอเขาบ่อยกว่าอีก”

“แต่ไม่ว่าจะยังไง เราก็ไม่อยากมีปัญหากับใครในเรื่องนี้หรอกนะ เรามาทำงาน เราไม่อยากเสียงานไปเพราะเหตุผลโง่ๆ แบบคราวนี้แล้ว”

“ใจเย็นๆ ก่อน มันอาจไม่เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้ เราจะช่วยดูอีกแรง โอเคมั้ย”

“อืม” หญิงสาวพยักหน้า “ในเบื้องต้นเธอว่าเราเชื่อใจตะวันได้รึเปล่า ถ้าไม่นับเรื่องพี่ตุลย์”

“ทำไมเธอถึงคิดว่าไม่ควรเชื่อใจน้องตัวเองล่ะ”

“เขาเป็นน้องคนละแม่กับเรานะ เขาจะจริงใจกับเราเหรอ เราไม่อยากผิดหวัง แล้วเราก็ไม่กล้าสนิทกับตะวัน เพราะกลัวจะอกตัญญูต่อแม่ แค่เราให้อภัยพ่อ เราก็รู้สึกผิดมากแล้ว” พราวจันทร์ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

“เอาอีกแล้วยายเบ๊อะ แม่ไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว เธอต้องก้าวไปข้างหน้าสิ น้องเธอได้ไม่เกี่ยวอะไรกับปัญหาของผู้ใหญ่ เขามีบุญคุณต่อเธอด้วยซ้ำ เธอลองนึกตามเรานะ ตะวันไม่ต้องบอกเธอก็ได้ว่าพ่อตาย ไม่ต้องเอาพินัยกรรมกับสมบัติให้ด้วย เขาอยากฮุบก็ฮุบได้ แล้วเขาก็ไม่เห็นต้องชวนเธอไปทำพิพิธภัณฑ์เลย มันไม่ใช่เรื่องของเขาด้วยซ้ำ ชีวิตเขามีทุกอย่างพร้อม เพอร์เฟ็กต์อย่างที่เธอบอก ตะวันไม่จำเป็นต้องมีเธอ แต่เขาก็เลือกที่จะเปิดใจรับเธอเข้ามา”

หญิงสาวคิดตามที่เพื่อนรักบอก เป็นครั้งแรกที่มีคนชี้ให้พราวจันทร์เห็นเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ จริงของตาณ ตะวันฉายไม่จำเป็นต้องมีเธอ แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะเปิดประตูต้อนรับพี่สาวต่างมารดา

“เธอทำดีกับคนอื่นได้ แล้วทำไมเธอจะทำดีกับน้องตัวเองไม่ได้ล่ะ ความสัมพันธ์มันต้องมีสองทางนะ น้องเธอเปิดประตูให้เธอเข้าไปในใจเขาแล้ว มันขึ้นอยู่กับเธอแล้วละว่าจะเปิดประตูทางฝั่งของเธอให้เขาเข้ามาด้วยรึเปล่า” ตาณตักคอหมูย่างใส่จานหญิงสาวหลังจากพราวจันทร์นิ่งงันไปนาน

“กินซะ ชิ้นนี้ไม่ค่อยมีมัน”

“ขอบใจ เธอลองชิมลาบดูสิ ไม่เหมือนลาบคั่วบ้านเรา แต่ก็อร่อย” หญิงสาวตักอาหารใส่จานเขาบ้าง

เพื่อนรักส่งลาบเข้าไปในปากพร้อมกับหลับตาพริ้ม เธอจึงรับประทานคอหมูย่างชิ้นนั้นซึ่งชุ่มฉ่ำและนุ่มลิ้น

“อร่อยมั้ย” เชฟหนุ่มถาม

“อร่อยมาก” พราวจันทร์ยิ้มรับ

“เห็นมั้ย เธอตักของโปรดให้เรา เราเองก็ตักให้เธอ อาหารธรรมดาก็อร่อยขึ้น ความสัมพันธ์ของคนเราก็เป็นแบบนี้ เธอรอกินอาหารจากคนอื่นอย่างเดียวไม่ได้หรอก  มันต้องเอามาแลกกัน เข้าใจรึยัง”

พราวจันทร์พยักหน้า เธอจะเปิดใจให้ตะวันฉายเสียที

ตะวันฉายเปิดประตูเข้าไปในบ้านของพี่สาวพร้อมกับเพื่อนรักทั้งสอง กลิ่นอาหารหอมฉุยลอยเข้าจมูก เธอได้ยินเสียงท้องร้องดังโครก

“ขอโทษ กลิ่นหอมน่ากินมากเลยแก” อาวุธยิ้มแห้งๆ ลูบท้องไปด้วย

พราวจันทร์ชวนทุกคนรับประทานอาหารเย็นฉลองการกลับมาของตาณ และงานใหม่ของพราวจันทร์ ตะวันฉายยังทราบอีกด้วยว่า ตาณได้อพาร์ทเมนต์แล้ว ในซอยติดกันนี่เอง หญิงสาวจึงโล่งอกขึ้นมาก เพราะหากตาณยังอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไป เธออาจฆ่าเขาตายในเร็ววัน

“มากันแล้วเหรอ พี่อยู่ในครัวเข้ามาสิ”

เสียงพราวจันทร์ดังมาจากห้องซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านใน ตะวันฉายและเพื่อนก้าวไปตามต้นเสียง

“ทำอะไรคะซิส หอมยั่วยวนกวนพยาธิในท้อง…โวะ!” อาวุธยกมือขึ้นปิดปาก

ตะวันฉายได้ยินเสียงของตนเองกับบัณนรีอุทานแทบพร้อมกัน คนที่ควรอยู่หน้าเตาไม่ใช่พราวจันทร์ แต่เป็นอีตาคิงคองยักษ์กับรอยยิ้มกวนประสาทของเขา

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!