พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 18 : เรื่องหนักใจ

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 18 : เรื่องหนักใจ

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-18-

 

“สวัสดีครับ นี่ต้องเป็นเอวีกับบันนี่แน่ๆ” ตาณทักทายด้วยรอยยิ้มเก๋

“ครับ นี่เอวี นั่นบันนี่ เราก็ได้ยินชื่อคุณตาณมานานแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” อาวุธแทบจะถลาเข้าไปหาชายหนุ่ม

“เรียกพี่ก็ได้ครับ พี่เป็นเพื่อนจันทร์ ถือว่าเป็นเป็นพี่ของน้องๆ ก็แล้วกัน”

“ว้าย งั้นเอวีไม่เกรงใจนะคะพี่ตาณ”

ตะวันฉายกลอกตามองบน จังหวะเดียวกับที่ตาณหันมาทางเธอ ชายหนุ่มแกะเอาพลาสเตอร์ปิดแผลออกหมดแล้ว เผยให้รอยแผลที่ได้จากเธอ หญิงสาวเกือบจะรู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้งหากไม่เห็นรอยยิ้มยียวนของเขา

“ตายแล้ว นี่รอยจิมมี่ชูของแกใช่มั้ย โถๆ เจ็บมั้ยคะพี่ตาณ” อาวุธปราดเข้าไปเอียงคอมองชายหนุ่มจนแทบประชิดตัว

“นิดหน่อยครับ” ตาณเหล่มองตะวันฉาย

“ดูแล้วไม่น่าจะนิดหน่อยเลยนะคะ แกมือหนักขนาดนี้เลยเหรอซันไชน์” บัณนรีทำหน้าสยดสยอง

“ฉันคิดว่าเขาเป็นขโมยนี่นา” ตะวันฉายแก้ตัว หงุดหงิดที่เพื่อนรักพากันแปรพักตร์

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ถือว่านี่เป็นการต้อนรับที่อบอุ่น ไม่ซ้ำใคร ประทับใจไม่รู้ลืม” ชายหนุ่มจงใจประชดชัดๆ แม้เขาจะยิ้มระรื่นก็ตาม ตะวันฉายไม่ชอบเขาเลยสักนิดเดียว

“พี่ตาณทำอะไรคะ ห้อมหอม” อาวุธชะโงกหน้าไปใกล้ๆ หม้อบนเตาไฟ

“ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยครับ จันทร์เขาชอบ”  รอยยิ้มที่ตาณส่งไปให้เจ้าของชื่อช่างอบอุ่นลึกซึ้งจนตะวันฉายรู้สึกสะกิดใจ

“ลำไย…” บัณนรีทวนคำ

“ครับ ลำไยอบแห้งจากลำพูน”

“แฟนหนูก็บอกจะทำก๋วยเตี๋ยวให้ดูเหมือนกัน อุ๊ย! เอวีหมายถึงมิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊กน่ะค่ะ พี่ตาณรู้จักมั้ย” อาวุธกับบัณนรีจับจ้องตาณอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ

“พี่เคยได้ยินชื่อ” ชายหนุ่มยิ้มในหน้า

“เขาเพิ่งกลับจากฝรั่งเศสเมื่อคืนนี้ค่ะ พี่ตาณล่ะคะ ไปทำงานที่ประเทศไหนมา” บัณนรีถามต่อ

“ตาณ เราซอยต้นหอมเท่านี้พอมั้ย” พราวจันทร์เอ่ยแทรก

“ไหนๆ ขอเราดูก่อน” ชายหนุ่มผละจากทุกคนไปหาหญิงสาว “เอาอีกสักนิดก็ดีนะ วันนี้สมาชิกเยอะ”

ตาณยืนคุมการซอยต้นหอมของเพื่อนรักราวกับเป็นงานยากทั้งที่พราวจันทร์ใช้มีดได้คล่องแคล่ว

“มิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊กของเราจะทำก๋วยเตี๋ยวอะไรน้า จะเป็นหมูตุ๋นลำไยแบบนี้รึเปล่า” อาวุธเปรย

“เรามารอดูกัน ไม่รู้เขาจะโพสต์ตอนไหน เพจเงียบกริบมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” บัณนรีเอ่ย จับตานิ่งที่ตาณ

“หอมซอยเรียบร้อยแล้ว น้ำซุปล่ะ พร้อมรึยัง” พราวจันทร์ถามขึ้นดังๆ

“พร้อมยิ่งกว่าพร้อมซะอีก ขอเชิญทุกคนไปนั่งที่โต๊ะอาหารนะครับ พี่จะเอาไปเสิร์ฟ เธอด้วยนะจันทร์ เราจัดการต่อเอง”

พราวจันทร์ล้างมือ แล้วกุลีกุจอต้อนคนทั้งสามไปประจำที่ จากตำแหน่งที่นั่งของตะวันฉาย หญิงสาวมองเห็นเจ้าคิงคองที่ถือกระบวยมองมาทางเธอพอดี

“พี่ขอเลี้ยงขอบคุณน้องๆ ที่ช่วยกันแปลงโฉมให้จันทร์กลายเป็นนางฟ้า เขาสวยมากจริงๆ ตั้งแต่รู้จักมา ขอบคุณนะครับ โดยเฉพาะตะวัน”

“พี่จันทร์เป็นพี่สาวคนเดียวของฉัน ยังไงฉันก็ต้องทำให้พี่ฉันสวยที่สุดอยู่แล้วค่ะ” ตะวันฉายเชิดคางขึ้น

“พี่ดีใจที่ตะวันรักจันทร์อย่างจริงใจ ขอยกก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นชามแรกให้แทนคำขอบคุณนะครับ” ตาณขยิบตา

“ขอบคุณค่ะ แต่ตามปกติแล้วฉันไม่ทานข้าวเย็น”

“นี่ไม่ใช่เวลาปกตินะครับ มันเป็นโอกาสพิเศษที่พี่กับจันทร์จะเลี้ยงขอบคุณน้องๆ แล้วก็ฉลองให้งานใหม่ของจันทร์ ฉลองการกลับมาเจอกันของพี่กับเขา ของจันทร์กับตะวัน และฉลองการพบกันครั้งแรกของเรา” ชายหนุ่มยิ้มทะเล้นใส่ตะวันฉายตอนที่เอ่ยคำว่า ‘เรา’

“เริดค่ะ อย่างนี้ต้องเบิ้ลแล้วเบิ้ลอีก ฉันหมายถึงก๋วยเตี๋ยว” อาวุธรีบอธิบายเมื่อบัณนรีแกล้งกระแอมใส่

“งั้นฉันขอให้เอวีทานแทนฉันได้มั้ยคะ ขอโทษด้วย แต่ฉันไม่อยากแหกกฎของตัวเอง” ตะวันฉายแข็งใจเล่นแง่ทั้งที่กลิ่นเครื่องเทศในน้ำซุปช่างยั่วยวนเหลือเกิน

“แหม แกจะมาสตริกต์อะไรตอนนี้ ปกติเธอเคร่งเรื่องมารยาทออกจะตาย พี่ตาณเขาอุตส่าห์ทำให้นะ” อาวุธเตือน

“ก็ฉันไม่กินข้าวเย็น” ตะวันฉายจิกตาใส่เพื่อน หวังว่าเขาจะรับมุก และเลิกตอแย แต่กลับทำให้บัณนรีร่วมวงต่อว่าด้วยอีกคน

“ไม่ใช่ข้าว นี่ก๋วยเตี๋ยว ทำไมวันนี้แกเรื่องมากจังวะ”

“มันเป็นคาร์บเชิงเดี่ยว แกก็รู้”

“ผมทำเกาเหลาให้คุณได้” ตาณขยุ้มมือหยิบผัก

“แต่ว่าหมู…”

“เธอเลือกหมูชิ้นที่ไม่ค่อยมีมันให้น้องสิตาณ ลองชิมหน่อยนะตะวัน พี่โตมาได้เพราะก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยสูตรลับตระกูลตาณ สืบทอดกันมาตั้งแต่คุณทวดเขาเลย” พราวจันทร์คะยั้นคะยอ

“ก็ได้ค่ะ เพราะพี่จันทร์นะเนี่ย หนูจะยอมแหกกฎวันหนึ่ง”

“ดีมาก แล้วเธอจะติดใจ”

รอยยิ้มทั้งปากทั้งตาของพี่สาวเป็นสิ่งที่ตะวันฉายไม่เคยเห็นมาก่อน พราวจันทร์สวยขึ้นด้วยฝีมือการแปลงโฉมของพวกเธอก็จริง แต่ไม่เคยมีวันไหนที่พี่สาวเปล่งประกายความงามมาจากภายในได้เท่าตอนที่เจ้าตัวยิ้มเต็มที่

ตาณมีอิทธิพลต่อความสุขของพราวจันทร์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

หญิงสาวมองเจ้าของแผ่นหลังบึกบึนซึ่งปรุงก๋วยเตี๋ยวด้วยความคล่องแคล่ว เธอรอไม่นานเลย ตาณก็ยกชามก๋วยเตี๋ยวมาเต็มสองมือ พราวจันทร์ช่วยรับมาส่งต่อ  ยกเว้นชามเกาเหลาของตะวันฉายที่ชายหนุ่มวางมันลงตรงหน้าเธอด้วยตนเอง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเพื่อนๆ

“เกาเหลาหมูตุ๋นลำไยครับ พิเศษตรงน้ำซุปที่พี่ใช้ลำไยอบแห้งมาตุ๋นกับซี่โครงหมูเพื่อให้น้ำซุปมีรสหวานกลมกล่อม ผสมด้วยเครื่องยาจีนและสมุนไทยสูตรลับของตระกูลให้มีความหอม ใช้เวลาเคี่ยวนานกว่าสองชั่วโมงจนเปื่อย นุ่มลิ้น  ลองชิมดูนะครับ”

ตะวันฉายจ้องอาหารในชาม กลืนน้ำลายอย่างลืมตัว

“สำหรับคุณนะตะวัน…”

เธอเงยหน้ามองคนตัวโตที่ยืนยิ้มแก้มตุ่ยอยู่ข้างๆ

“เกาเหลาหมูตุ๋น ผักทั้งหมดนี่ฝีมือการเตรียมของพี่สาวคุณ แคลอรี่ไม่สูงเท่าที่คุณคิดหรอก” ชายหนุ่มบอกปริมาณแคลอรี่ “ความรักที่จันทร์ใส่ลงไปในเกาเหลาชามนี้มีมากกว่านั้นเยอะ”

เขาทำให้เธอรู้สึกผิด ตะวันฉายชำเลืองมองพี่สาว เห็นพราวจันทร์ยิ้มในหน้า

“มันก็แค่ผักเอง เทียบไม่ได้กับหมูของเธอหรอกตาณ รีบกินเถอะตะวัน เดี๋ยวมันจะอืดหมดพอดี เธอก็เหมือนกันนะตาณ ไปทำของตัวเองมาเร็ว จะได้นั่งกินด้วยกัน”

“ครับคุณแม่” ชายหนุ่มหัวเราะ

ตะวันฉายตักผักกับน้ำซุปขึ้นมา มันอร่อยกลมกล่อมจนไม่จำเป็นต้องปรุง หญิงสาวชิมหมูที่แทบไม่ติดมันให้เธอต้องระคายตา หญิงสาวชะงักไปทันทีที่ตระหนักว่าเนื้อหมูนุ่มลิ้น เกือบจะละลายในปาก เธอปรับสีหน้าแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าตาณยิ้มมองมาอย่างผู้ชนะ

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

หลังมื้ออาหารเย็นเสร็จสิ้นลง พราวจันทร์ที่อาบน้ำเตรียมจะนอนแล้วก็นั่งกอดตุ๊กตาพี่ปากอ้าอยู่บนเตียงพลางนึกถึงตาณกับตะวันฉาย

ทั้งสองเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อ การมองดูพวกเขาให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในสนามเทนนิสซึ่งนักกีฬาผลัดกันหวดลูกใส่ฝ่ายตรงข้าม สลับกันแพ้ชนะ

ก๋วยเตี๋ยวฝีมือตาณอร่อยสมกับที่พราวจันทร์รอคอย แม้จะเป็นมื้อที่เหนื่อยเนื่ิองจากเธอต้องคอยรับมือกับอาวุธและบัณนรีซึ่งพยายามจับผิดให้ได้ว่าตาณคือมิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊ก เชฟหนุ่มเสียอีกที่กลับสนุกกับความท้าทายนั้น ตาณเป็นคนให้ชวนเพื่อนของตะวันฉายมารับประทานอาหาร เขารักความเป็นส่วนตัว แต่ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง

มีข้อความเข้ามา พราวจันทร์หยิบโทรศัพท์มาดู หัวใจเต้นโครมครามเมื่อเห็นว่าเป็นตุนทรัพย์

‘พระจันทร์คืนนี้ครับ’

เอาอีกแล้ว…พ่อหนุ่มนาซ่าที่ตาณตั้งชื่อให้… หากตุนทรัพย์จีบเธอเหมือนที่ตาณสันนิษฐาน เธอจะทำอย่างไรดี

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ น้องสาวแง้มประตู ยิ้มประจบ

“พี่นอนรึยังคะ”

พราวจันทร์ปิดแอปพลิเคชันไลน์ที่คุยกับตุนทรัพย์ทันที แล้วยัดโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนอย่างลวกๆ

“ยังจ้ะ เธอมีอะไรเหรอ”

“หนูมาขอนอนด้วยอีกค่ะ อยู่กับพี่แล้วหลับสบาย”   ตะวันฉายกระโดดผลุงเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต ในอ้อมแขนมีหมอนกับกระเป๋าใส่เครื่องใช้ส่วนตัว

พราวจันทร์นึกถึงคำพูดของเพื่อนรัก แต่เธอไม่ทันได้เปิดประตูรับน้องสาวด้วยซ้ำ ไม่เป็นไร เธอจะลองให้โอกาส ปล่อยประตูเปิดค้างไว้ เพื่อให้ตะวันฉายเข้ามาใกล้ใจเธอมากกว่าที่เคย

หญิงสาวเอนกายลง ดึงผ้าห่มมาคลุมให้น้องสาวและตัวเอง ไม่ชินกับการมีคนมานอนข้างๆ แต่ไม่รู้ทำไมเธอจึงหลับสบายในบ้านหลังนี้ยิ่งกว่าบ้านลำพูน โดยเฉพาะเมื่อคืน

ไม่รู้ว่าเพราะตาณกลับมา หรือตะวันฉายมานอนข้างๆ กันแน่

“พี่จันทร์ง่วงรึยัง”

“นิดหน่อย ทำไมเหรอ”

“หนูอยากถามไรพี่นิดหน่อย”

“ว่ามาสิ” หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องของตุนทรัพย์หรอกนะ พราวจันทร์แทบกลั้นหายใจระหว่างรอ

“เรื่องอีตา…เอ๊ย…คุณตาณ เพื่อนพี่น่ะค่ะ”

ชื่อของเพื่อนรักสร้างความประหลาดใจเสียจนเธอต้องพลิกตัวไปทางน้องสาว เห็นดวงตาแวววาวของตะวันฉายท่ามกลางแสงสลัว

“เขาไม่เหมือนพี่เลย ไม่น่าจะสนิทกันได้…เอ่อ…หนูหมายความว่าพี่จันทร์ดูเรียบร้อย เป็นกุลสตรี เป็นนักวิชาการ ถ้าเป็นนักเรียนก็น่าอยู่ในกลุ่มเด็กเรียน แต่เขากลับดูเหมือนพวกเด็กเกเรหลังห้องที่ชอบโดดเรียน ยกพวกตีกับชาวบ้าน พี่กับเขาสนิทกันได้ยังไงคะ”

คำเปรียบเปรยของตะวันฉายส่งผลให้คนฟังยิ้มขบขันอยู่ในความมืด

“มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่พี่ย้ายไปอยู่ลำพูนใหม่ๆ ตอนนั้นพี่ร้องไห้ทุกวัน เพราะถูกเพื่อนในโรงเรียนแกล้ง”

“เพื่อนในโรงเรียนอนุบาลน่ะเหรอคะ”

“จ้ะ เขาเรียนอยู่ห้องเดียวกับพี่ แต่เราไม่เคยคุยกัน พี่ตัวเล็กสุด อ้วนๆ เตี้ยๆ ทำอะไรก็ช้ากว่าใครเขา พวกผู้ชายเลยชอบแกล้ง มีครั้งหนึ่งพวกเขาเอากระเป๋านักเรียนพี่ไปแขวนไว้บนต้นไม้ พี่ร้องไห้แทบตาย ตาณเข้ามาช่วยไล่เด็กพวกนั้นไป แล้วเอาที่สอยมะม่วงของคนสวนมาสอยกระเป๋าลงจากต้นไม้ หลังจากนั้นเวลาที่พี่โดนแกล้ง ตาณก็เข้ามาช่วยตลอด เขาตัวโตกว่าเด็กอื่น แค่ถลกแขนเสื้อขึ้นเท่านั้น ทุกคนในรุ่นเดียวกันก็พากันกลัวจนหัวหด พี่ก็เลยยกให้เขาเป็นผู้พิทักษ์น่ะจ้ะ” พราวจันทร์อมยิ้ม เธอคงติดกับการมีพี่ชายอย่างตุนทรัพย์ จึงนิสัยเสีย ไม่ยอมต่อสู้ด้วยตนเอง

“โอ้โห! ไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนเด็กเขาจะเป็นคนดีขนาดนี้ พี่ก็เลยสนิทกับเขาไปเลยเหรอคะ”

“จ้ะ เราเรียนอนุบาล ประถม มัธยมด้วยกัน มาแยกกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย พี่อยู่เชียงใหม่ ตาณอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังติดต่อกันตลอด”

พราวจันทร์นึกถึงผู้พิทักษ์ประจำตัวที่ตนเกาะติดแจและคอยวิ่งตาม ตาณเฮี้ยวยิ่งกว่าตุนทรัพย์ เขามักจะเล่นแผลงๆ ปีนต้นไม้ ขโมยผลไม้ของชาวบ้าน โดยมีพราวจันทร์เป็นคนแอบดูต้นทาง จึงถูกทำโทษไปด้วยกัน ในยามมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว พวกเขาเข้าใจกันและกันมากที่สุด ทั้งคู่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย กอดคอร้องไห้มาด้วยกันแต่เด็กจนโต

“ถ้าสนิทกันมากขนาดนี้ ทำไมพี่ไม่เป็นแฟนกับเขาไปเลยล่ะคะ”

“เพราะเรารู้จักกันดีเกินไปไงล่ะตะวัน เราสนิทกันตั้งแต่เด็กจนโต ไม่มีมุมไหนของกันและกันที่เราไม่เคยรู้ แม้แต่ด้านมืดที่คนอื่นไม่เห็น ถ้าเราเป็นแฟนกัน มีหวังได้ทะเลาะและฆ่ากันตาย”

“พี่ไม่ชอบเขาแบบแฟน แต่เขาแอบชอบพี่รึเปล่า”

“ไม่มีทาง เพื่อนก็คือเพื่อน พี่กับตาณเป็นเพื่อนแท้ เพื่อนตาย แต่ไม่มีทางเป็นแฟนกันแน่นอน”

“โล่งอกไปที” ตะวันฉายผ่อนลมหายใจ “หนูกลุ้มอยู่ตั้งนานว่าถ้าเขาเป็นแฟนพี่ หนูคงนอนหลับไม่สนิทเลยสักคืน”

“ขนาดนั้นเชียวเหรอ” พราวจันทร์หัวเราะ ถ้าตาณได้ยินคำปรามาสนี้ เขาคงโวยวาย

“พี่จันทร์ไม่เหมาะกับเขาหรอกค่ะ พี่เขยของหนูน่าจะคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า อบอุ่นกว่า แล้วก็มีความมั่นคงกว่า

ใบหน้าของตุนทรัพย์ผุดขึ้นมาในความคิดของพราวจันทร์ หญิงสาวรีบสลัดออกไปจากหัว

“อีตา เอ๊ย! คุณตาณดูอันตรายเกินไป หนูไม่ชอบเขา พี่อย่าโกรธนะที่หนูพูดตรงๆ”

“ไม่โกรธ แต่พี่อยากให้ตะวันลองเปิดใจให้เขาสักนิด ตาณเป็นคนดีมากนะถึงเขาจะปากหมาและกวนตีนไปสักนิด แต่จริงๆ แล้ว เขาเป็นคนอบอุ่นและมีจิตใจที่ละเอียดอ่อนมากเชียวละ”

“ละเอียดอ่อนเหรอคะ หนูนึกภาพไม่ออกเลย”

“ตาณใส่ใจต่อทุกคนที่เขารัก เวลาอยู่กับแม่ เขาพูดคะขาด้วยนะ”

“ขนลุก” ตะวันฉายลูบแขนตนเอง “เขาทำแบบนั้นเป็นด้วยเหรอคะ”

“บ่อยเลยละ” พราวจันทร์หัวเราะ “ตาณรักแม่ของเขามาก อะไรที่เกี่ยวกับแม่คือที่หนึ่งสำหรับเขาเสมอ ตาณจบปริญญาตรีทางจิตวิทยามาเชียวนะ วิชาโทปรัชญา เขาเคยบวชเณรมาสองครั้ง บวชพระอีกครั้งหนึ่งนานตั้งหนึ่งพรรษา”

“หน้าตาอย่างนั้นน่ะเหรอคะ” ตะวันฉายถามเสียงสูง

“หน้าตาอย่างนั้นนั่นแหละจ้ะ”

สองพี่น้องคุยกันเรื่องตาณอีกพักหนึ่ง พราวจันทร์โล่งใจที่น้องสาวไม่ถามถึงอาชีพของเพื่อนรัก ทว่าตะวันฉายกลับพูดอีกเรื่องหนึ่ง

“ถ้าพี่คอนเฟิร์มว่าไม่ใช่แฟนก็แปลว่าไม่ใช่แฟนจริงๆ หนูจะได้ไปบอกพี่ตุลย์ให้สบายใจ

พราวจันทร์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตุนทรัพย์พูดถึงตนลับหลังกับน้องสาว

“พี่ตุลย์…เขาถามทำไม”

“เขาคงห่วงน่ะค่ะ เราไม่เคยรู้จักอีตาคุณตาณมาก่อน จะไว้ใจเขาได้ยังไง แต่ในเมื่อพี่จันทร์รับรองซะขนาดนี้ หนูก็พยายามวางใจในตัวเขาค่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะกวนโอ๊ยมากก็ตาม พี่ตุลย์ถามด้วยนะคะว่าอีตาคุณตาณหาบ้านได้รึยัง ถ้ายัง เขาจะได้ช่วยหา หนูบอกไปแล้วค่ะว่าหาได้แล้ว พี่ตุลย์นี่น่ารักจังเป็นห่วงพวกเราทุกคนเลย เขาทำหน้าที่สมกับที่พ่อฝากไว้จริงๆ”

“พ่อฝากพี่ตุลย์ให้ดูแลตะวันเหรอ”

“ค่ะ แต่ไม่ใช่หนูคนเดียวนะคะ พี่จันทร์ก็ด้วย”

อา…บางทีตุนทรัพย์อาจไม่ได้จีบเธอ เขาแค่ดูแลเธอเหมือนที่บิดาฝากฝังไว้ แต่ถ้าให้ดี เธอควรจะลองถามน้องสาวเพื่อความมั่นใจ

“ตะวัน พี่ขอถามบ้างสิ”

“ถามเยอะๆ ก็ได้ค่ะ”

“แค่คำถามเดียวเท่านั้นแหละ”

ดวงตาแป๋วที่จ้องตอบมาอย่างรอคอยทำให้พราวจันทร์รวบรวมความกล้า แล้วเอ่ย

“เคยมีผู้ชายคนไหนชวนตะวันดูดาว ดูพระจันทร์ หรือส่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ตอนกลางคืนมาให้ทุกวันบ้างมั้ย”

“ถ้ามีก็ดีสิคะ เอ๊ะ! ฮั่นแน่! หนุ่มคนไหนทำอย่างงั้นกับพี่คะ” ตะวันฉายยิ้มล้อ

“ไม่มี…ทำไมเธอคิดว่าเป็นพี่ล่ะ” พราวจันทร์สั่นศีรษะ ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงขอบตาล่าง

“พี่ของหนูเป็นคนสวยไงคะ ถ้าไม่มีหนุ่มมาจีบก็แปลก เขาเป็นใครคะพี่จันทร์”

“ไม่บอกหรอก นอนดีกว่า” พราวจันทร์แสร้งหันหลัง แล้วคลุมโปง

ตามนิสัยของตะวันฉาย หากตุนทรัพย์เคยชวนเจ้าหล่อนชมจันทร์ในยามราตรี เธอต้องเล่าให้ฟังแน่ๆ แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มไม่เคยทำเช่นนี้กับตะวันฉาย

ตุนทรัพย์ชวนเธอชมพระจันทร์เพียงคนเดียว โดยไม่ชวนตะวันฉายงั้นหรือ

‘เขาจีบเธอ’ เสียงของตาณดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

ความง่วงของพราวจันทร์หายไปในพริบตา หญิงสาวนอนไม่หลับเสียแล้ว ตรงข้ามกับตะวันฉายซึ่งพลิกตัวมานอนติดเธอราวกับเด็กน้อยที่หาความอบอุ่นจากมารดา

ใบหน้าของตุนทรัพย์ลอยมาในห้วงความคิดอีกครั้ง เธอควรทำอย่างไร

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!