พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 19 : ฝากไว้ให้คิด   

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 19 : ฝากไว้ให้คิด  

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-19-

 

ไยตาณจะไม่รู้ว่าพราวจันทร์จะแก้ปัญหาความรักสามเส้าระหว่างตนเอง น้องสาว และตุนทรัพย์อย่างไร

เขารู้จักเพื่อนดี พราวจันทร์ถูกฝังหัวให้มีความรับผิดชอบต่อทุกคน โดยเฉพาะครอบครัว เมื่อเธอเปิดรับตะวันฉายเข้ามาในใจแล้ว ความสุขของน้องสาวถือเป็นความรับผิดชอบของเธอ ตุนทรัพย์เจอด่านนรกโลกันตร์อย่างแน่นอนแล้ว

ตาณยังไม่เคยเจอตุนทรัพย์ เขาจึงไม่สามารถตัดสินได้ว่าผู้ชายคนนั้นมีความจริงใจต่อเพื่อนรักของตนมากแค่ไหน เขาจึงตอบรับพราวจันทร์ทันทีที่เธอชวนให้ไปที่บ้านนับทรัพย์มหาศาลเพื่อประชุมกับซีอีโอหนุ่มและรับงานเป็นที่ปรึกษาของร้านอาหารประจำพิพิธภัณฑ์ วันนี้แหละเขาจะได้รู้จักตุนทรัพย์เสียที

สำหรับตะวันฉาย หลายวันที่ผ่านมาตาณได้ทำความรู้จักกับเธอจนต่างก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคยต่อกัน เพราะที่พักอยู่ใกล้กัน เขาจึงไปรับประทานอาหารที่บ้านของพราวจันทร์ทุกวันให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันมานาน ตะวันฉายคอยเกาะติดเขากับพราวจันทร์ราวกับต้องการจับผิดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ ตาณเคยหมั่นไส้พวกเน็ตไอดอลแบบพิมพ์นิยม คุณหนูลูกคนรวย แต่งตัวสวยไปวันๆ ดัดเสียงเล็กๆ เหมือนลูกแมวที่ยังไม่หย่านม แต่ตาณก็แปลกใจที่ไม่รำคาญตะวันฉายเหมือนตอนแรกๆ เธอน่าแกล้ง ขี้งอน ขี้โวยวาย เขาสนุกเวลายั่วโมโหให้เจ้าตัวกะบึงกะบอนเล่น

เชฟหนุ่มอมยิ้มยามก้าวออกจากอพาร์ทเมนต์มายังลานจอดรถ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นทันทีที่เห็นรถมินิคุ้นตากับสาวน้อยที่เขากำลังนึกถึง

“เฮ้ ตะวัน มารอผมเหรอ” ตาณยิ้มเผล่ให้กับหญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือเพื่อถลึงตาใส่เขา

“ใครว่า” เธอเชิดคางขึ้น

“โอเค คุณไม่ได้รอผม งั้นผมไปก่อนนะ” เขาโบกมือลา

“เดี๋ยวค่ะคุณตาณ พี่จันทร์สั่งให้ฉันมารับคุณ” เธอปราดเข้ามาขวาง

“จันทร์น่ะเหรอสั่ง” ตาณหรี่ตามองและเห็นว่าเจ้าหล่อนเสมองไปที่อื่น มีพิรุธชัดๆ

“อืม คุณจะไปบ้านนับทรัพย์ฯ ไม่ใช่เหรอคะ ขึ้นรถสิ” เธอถึงกับเปิดประตูรถให้เขา

“จันทร์ไม่เห็นบอกผมเลยว่าจะให้คุณมารับ”

“เราเพิ่งคุยกัน ฉันจะไปหาพี่จันทร์พอดี เขาก็เลยฝากให้มารับคุณไปด้วย คุณต้องไปคุยงานกับพี่ตุลย์ไม่ใช่เหรอคะมิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊ก” ตะวันฉายทำเสียงหวานใส่อย่างจงใจ

“อ้อ ที่แท้คุณก็อยากไปจับผิดว่าผมเป็นเขารึเปล่า”

“แล้วใช่มั้ยล่ะคะ”

ตาณยิ้มกริ่ม ที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับสำหรับตะวันฉายและเพื่อนของเธออีกต่อไป แต่เรื่องอะไรจะยอมรับกันง่ายๆ เก็บไว้แกล้งเธอเล่นสนุกกว่า

“รู้มั้ยว่าคุณปิดบังฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันฉลาด คุณคือเชฟหน้าหม้อ เอ๊ย มิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊กผู้ลึกลึบคนนั้น ชัวร์!”

“ผมคือเขาหรือไม่ มันสำคัญกับคุณมากเลยเหรอ ยังไงผมก็คือตาณ เอ๊ะ! หรือว่า…คุณแอบชอบผม อะฮ้า! ชอบกันก็ไม่บอก” ตาณยิ้มกรุ้มกริ่ม

“บ้า! ใครชอบคุณกัน เพื่อนๆ ฉันอยากรู้ ฉันก็แค่อยากรู้ตามเพื่อนเท่านั้นเอง”

“จริงอะ”

“จริงสิคะ ฉันจะโกหกคุณทำไม ขึ้นรถได้แล้วค่ะ เดี๋ยวก็ไปสายหรอก พี่ตุลย์รอคุณอยู่นะ เวลาของพี่ตุลย์เป็นเงินเป็นทอง รู้มั้ย” ตะวันฉายสั่งเสียงแข็ง แก้มแดงก่ำจนทะลุสีบรัชออนเลยทีเดียว

“ก็ได้ๆ นี่เห็นแก่เวลาเป็นเงินเป็นทองของคุณพี่ตุลย์เขาหรอกนะถึงยอม”

เมื่อเห็นตะวันฉายเข้าไปนั่งคอแข็งในรถ ตาณก็อมยิ้ม เขาก้มลงไปเตรียมจะนั่ง ทว่าบนเบาะข้างคนขับมีตุ๊กตาหน้าพิลึกนอนเค้เก้อยู่สองตัว จึงคว้ามันขึ้นมา

“ว้าย! เบาๆ สิคะ”

“อะไร” ตาณงงงวย

“ลูกฉันค่ะ”

“ลูก…” เขามองใบหน้าถมึงทึงของหญิงสาวสลับกับตุ๊กตาปัญญาอ่อนทั้งสอง

“ใช่ค่ะ ลูกของฉัน!” ตะวันฉายแย่งตุ๊กตาไปกอดไว้อย่างหวงแหน “คนนี้ไตตัน แล้วนี่ก็ติ๊ต่าง โถ ลูกขา ลุงเขาจับหนูแรงไปใช่มั้ยคะ เจ็บรึเปล่าคะลูก ไม่เป็นไรนะ อยู่กับแม่แล้ว โอ๋ๆ”

ท่าทางขึงขังที่เธอดุเขา แล้วหันไปเห่กล่อมตุ๊กตาราวกับมันเป็นทารกน้อยๆ สร้างความพิศวงให้แก่ตาณจนเขาแทบอยากยกมือขึ้นมาขยี้ตา ก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่นรถ

“นี่ลูกคุณเหรอตะวัน โอ๊ย ขำ ตุ๊กตาลูกเทพรุ่นใหม่เหรอคุณ ฮ่าๆ”  ชายหนุ่มหัวร่อจนน้ำตาไหล

“ถ้าคุณยังไม่หยุดหัวเราะก็ลงไปจากรถเลยนะ ยังอีก!” ตะวันฉายทำตาเขียวปั้ด

“หยุดแล้วๆ ขอโทษ” ตาณยกมือยอมแพ้ กลั้นหัวเราะสุดความสามารถ

หญิงสาวตีหน้ายักษ์ เธอวางตุ๊กตาทั้งสองไว้บนตักอย่างทะนุถนอม แล้วสตาร์ทรถ ขับออกไปโดยไม่พูดกับเขาแม้แต่คำเดียว ไม่ว่าตาณจะเพียรพยายามชวนคุย

“คุณยังไม่หายโกรธอีกเหรอ ผมไม่ล้อแล้วน่า ดีกันเถอะนะ” ชายหนุ่มได้ยินเสียงดังชิจากคนข้างตัว เขากลั้นหัวเราะ เหล่มองตุ๊กตาทั้งสองอย่างอารมณ์ดี

“ถ้าไอ้สองตัว เอ๊ย! เด็กสองคนนี้เป็นลูกคุณ แล้วใครเป็นพ่อของพวกเขาล่ะครับ พี่แจ็กสัน หวังเหรอ” เขาแกล้งเดาจากที่เห็นเธอคลั่งไคล้ไอดอลเกาหลีเชื้อสายฮ่องกงคนนี้มากในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ

“คุณรู้ได้ไงว่าฉันชอบเฮียหวัง” ตะวันฉายหันขวับมา

“เอ๊า! ทำไมจะไม่รู้ ก็คุณเล่นโพสต์แต่เรื่องเขาเต็มเฟซฯ ไปหมด”

“นี่คุณแอบส่องเฟซฯ ฉันเหรอ” หญิงสาวทำตาโต

“ไม่เห็นต้องแอบเลย คุณเพ้อถึงเขาทุกห้านาที เฟซบุ๊กมันก็ขึ้นเตือนมา ว่าไงครับ ตกลงเขาเป็นพ่อของลูกคุณใช่มั้ย” เขาไม่มีวันยอมรับหรอกว่าแอบเข้าไปดูเฟซบุ๊กของตะวันฉายอยู่บ่อยๆ เพื่อทำความรู้จักน้องสาวของพราวจันทร์ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก

“ไม่ใช่ คุณห้ามขำนะคะถ้าฉันบอกว่าเขาเป็นใคร”

“โอเค สัญญาเลย” เธอแอบชอบดารานักร้องคนไหนอีกล่ะนี่ ตาณขบขันอยู่ในใจ

“พ่อของลูกฉันน่ะ ไม่ใช่เฮียหวังหรอก แต่เป็นพี่ตุลย์ต่างหาก” ตะวันฉายตอบอุบอิบ แก้มแดงซ่าน

“หะ!” ตาณหัวเราะพรวดด้วยความคาดไม่ถึง

“เอ๊ะ! ฉันบอกว่าห้ามขำ” เธอโวยวาย

“ก็มันตลก…” เห็นดวงตาเขียวปั้ดของเธอ ตาณจึงหุบปากฉับ “โอเคๆ ผมจะไม่หัวเราะอีกแล้ว”

“ถ้าขืนคุณยังหัวเราะอีก ฉันจะไล่ลงจากรถจริงๆ”

“หยุดแล้ว” ตาณกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก

“ห้ามหัวเราะในใจด้วย!” ตะวันฉายทำเสียงเข้ม เธอหักพวงมาลัย เลี้ยวออกจากซอยไปสู่ถนนใหญ่

ตาณมองเสี้ยวหน้าบึ้งตึงและปากยื่นๆ อย่างแสนงอนของเจ้าหล่อนด้วยความเอ็นดู ‘เด็กน้อยเอ๊ย!’…ชายหนุ่มคิดในใจ ถ้าเขาพูดดังๆ เธอคงด่า

“พี่ตุลย์ของคุณรู้มั้ยว่าเขาเป็นพ่อของลูกสองตัว เอ๊ย! สองคนนี้”

“ฉันไม่กล้า”

“อ้าว! แปลว่าเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าคุณชอบเขามากถึงขนาดอยากให้เป็นพ่อของลูก”

“บ้า!” เธอตีขาเขาดังเผียะ แม้ตะวันฉายไม่หันมา ตาณก็เห็นแก้มแดงๆ จากความขวยอาย

“ผมพูดผิดตรงไหน” ชายหนุ่มลูบขาป้อยๆ พร้อมทำหน้ายู่

“ก็ฉันเขินนี่”

“คุณเขิน แล้วมาทำร้ายผมเนี่ยนะ แผลบนหนังหน้าเพิ่งหายได้ไม่ทันไรเอง”

“แหม ฉันขอโทษ เราลืมๆ เรื่องนั้นกันไปเถอะนะคะ”

“ผมไม่มีวันลืมส้นรองเท้าของคุณหรอก” ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบใบหน้า

“ขี้บ่นจัง สู้พี่ตุลย์ก็ไม่ได้ ไม่ว่าฉันจะซนแค่ไหน เขาก็ไม่เคยว่าฉันเลย”

“คุณเคยเอารองเท้าส้นสูงฟาดหน้าเขามั้ยล่ะ”

“ใครจะกล้า พี่ตุลย์เขาเป็นที่สุดของที่สุดของที่สุด ฉันเทิดทูนเขาไวบนหิ้ง”

“นี่คือเหตุผลที่คุณชอบเขาเหรอ”

“คุณก็รู้นี่คะว่า พี่ตุลย์เขาหล่อขั้นเทพ เก่ง ฉลาด ใจดี แต่งตัวสะอาดเนี้ยบ  พูดจาไพเราะ อ่อนโยน สุขุม มีอารมณ์ขัน ผู้หญิงคนไหนไม่ชอบเขาก็โง่ตาย”

“ไอ้ความดีงามของพี่ตุลย์ขาที่คุณบอกมา มันอาจจะเป็นแค่ภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้นก็ได้ ในชีวิตจริงการที่เราจะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนมีรายละเอียดยิบย่อย ลึกซึ้งกว่านั้นตั้งเยอะ”

ตะวันฉายอึ้งไปกับความตรงไปตรงมาของเขา ก่อนที่เธอจะพยักหน้าอย่างขรึมๆ

“ฉันรู้ค่ะและฉันก็มั่นใจว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขาได้ เรารู้จักกันมาตั้งแต่ฉันเกิด พี่ตุลย์ดีกับฉันจะตาย”

“คนเราจะปฏิบัติตัวต่อคนอื่นอย่างหนึ่ง และต่อคนรักอีกอย่างหนึ่ง”

“ฉันก็รอให้เขาปฏิบัติต่อฉันอย่างคนรักมาตลอดแหละ” เธอขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย

“เอาเป็นว่าคุณชอบเขา แล้วเขารู้ตัวมั้ย”

“ฉันไม่แน่ใจ” ตะวันฉายขบริมฝีปาก

“คุณไม่เคยบอกเขาเหรอครับ” ตาณถามอย่างอ่อนโยน

“บอกสิคะ ฉันบอกเขามาตั้งแต่เด็กจนโตว่ารักเขา”

“คุณบอกเขายังไง”

“ฉันบอกเขาตัวต่อตัว และเขียนบอกในการ์ดวันเกิด ปีใหม่ ตรุษจีน วันวาเลนไทน์ หรือบางทีก็ส่งสติกเกอร์บอกไปในไลน์ว่า…รัก…อ๊าย! คุณน่ะ ให้ฉันพูดอะไรก็ไม่รู้”

“แล้วเขาว่ายังไง”

“ก็ไม่ว่ายังไงหรอก…เขาไม่บอกรักตอบเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ตอนที่ฉันขอเป็นเจ้าสาวของเขาในสมัยเด็กๆ พี่ตุลย์ก็แค่หัวเราะ แล้วก็ยีหัวฉันจนเละไปหมดเลย แต่ไม่เป็นไรหรอก วันหนึ่งฉันจะทำให้เขายอมรับเองว่าฉันเป็นคนพูดจริงทำจริง”

“ตอนนั้นคุณอายุกี่ขวบ”

“หกเจ็ดแปดขวบค่ะ ฉันบอกเขาไปตั้งสามครั้ง”

“หลังจากนั้นคุณก็ไม่ได้บอกเขาอีก”

“ไม่ค่ะ เพราะหลังจากนั้นพี่ตุลย์ก็มีแฟนคนโน้น คนนี้ คนนั้น ฉันเป็นคนมีจรรยาบรรณว่าจะไม่แย่งแฟนใครเลยได้แต่รอ รอไปรอมา เขาก็ไม่ว่างสักที แล้วก็ไปเรียนต่อเมืองนอกเฉยเลย พอเขากลับมาก็มีแฟนเป็นยายอากิโกะ…เฮ้อ…โชคดีที่ตอนนี้พี่ตุลย์โสด แล้วฉันก็โสดเหมือนกัน มันคงถึงเวลาของฉันแล้วละ”

ตาณมองวงหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของคนพูด ที่หลอกถามมาทั้งหมดก็เพื่อเก็บข้อมูลไปประเมินสถานการณ์หัวใจของเพื่อนรัก ไม่ใช่เพราะต้องการข้อมูลส่วนตัวของตะวันฉายเลย

“คุณคิดจะทำอะไร แค่รุกเขาไปเรื่อยๆ แบบที่ทำอยู่น่ะเหรอ”

“ฉันคงทำได้แค่นี้แหละค่ะ ฉันเป็นผู้หญิงนะ จะให้พูดกันโต้งๆ ว่าขอเป็นเจ้าสาวของเขาแบบตอนเด็กได้ยังไง แล้วอีกอย่างหนึ่ง…ฉันยังทำตามความฝันไม่สำเร็จเลย ฉันยังแต่งงานไม่ได้หรอก บางทีฉันอาจจะรักตัวเองมากกว่าที่รักเขาก็ได้”

ตะวันฉายผินหน้ามา ดวงตาที่สบประสานชวนให้ตาณนึกถึงดวงตาของตนเองยามที่เขามองกระจกเงา

“ผมเข้าใจ คุณเองก็เป็นเหมือนผม เรามีความฝันที่ต้องทำให้เป็นจริง แต่ในเมื่อคุณไม่เห็นเขาสำคัญไปกว่าความฝัน คุณเคยคิดมั้ยว่าอาจมีคนอื่นที่เหมาะกับเขามากกว่าคุณ”

“ใจร้าย! คุณอย่าพูดแบบนี้อีกนะ”

“ผมพูดความจริง พี่ตุลย์ของคุณอายุตั้งสามสิบกว่าแล้ว เป็นช่วงวัยของผู้ชายที่พร้อมจะลงหลักปักฐาน สร้างครอบครัว ใจคอคุณจะปล่อยให้เขารอคุณทำตามความฝันไปเรื่อยๆ จนอายุสี่สิบห้าสิบปีเหรอ น้ำยาหมดพอดี”

“พี่ตุลย์เพิ่งสามสิบสี่เองนะคะ ฉันอาจจะเก่งบวกเฮงจนใช้เวลาอย่างมากสุดก็แค่ห้าปีเท่านั้นก็ได้เป็นเมกอัปอาร์ติสแถวหน้าของโลกแล้ว ถึงตอนนั้นพี่ตุลย์ก็สามสิบเก้าย่างสี่สิบ”

“ผมรู้ว่าคุณเก่ง ผมมั่นใจว่าคุณทำได้ แต่ลองนึกตามความเป็นจริงสิ ในช่วงระยะเวลาห้าปีนั่นเขาอาจพบรักกับผู้หญิงคนไหนก็ได้”

“ฉันต้องขอดูก่อนว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ดีกว่าฉันรึเปล่า ฉันยอมรับได้มั้ย”

“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่คุณยอมรับได้หรือไม่ได้หรอกนะ ถ้าพี่ตุลย์ของคุณเลือกผู้หญิงคนนั้น ใครหน้าไหนไม่เกี่ยว” ตาณโยนระเบิดลงไป

“แต่ฉันจะไม่ยอม!”

“เรื่องของคุณสิ เขาไม่แคร์คุณหรอก ความรักบังคับกันได้ที่ไหน บางคนเจอกันมาตั้งแต่เกิด แต่ถ้าเขาไม่รักก็คือไม่รัก ขณะที่บางคนเจอกันปุ๊บก็คลิกปั๊บ”

ตาณสบตาตะวันฉายอย่างขึงขัง เขารู้ว่าความตรงไปตรงมาอาจโหดร้ายสำหรับเธอ แต่หากไม่มีใครสะกิดเตือนตะวันฉายบ้าง เธอจะไม่ฉุกคิด และจะเจ็บปวดสาหัสเมื่อรู้ความจริงว่าที่แท้ตุนทรัพย์หมายปองใครอยู่

“คุณต้องจำไว้อย่างหนึ่งนะตะวัน เราควบคุมหัวใจของใครไม่ได้หรอก แม้แต่หัวใจตัวเราเอง”

“ฉันเข้าใจที่คุณพูดนะคะ แต่ในเมื่อตอนนี้พี่ตุลย์ยังไม่มีใคร ฉันก็ยังมีสิทธิ์ทำให้เขารัก ฉันเชื่อว่าพี่ตุลย์จะใจกว้างพอที่จะรอ เพราะฉันก็ยังไม่เห็นเขาอยากแต่งงานกับใครเลย”

“ถ้าเขาเจอใครบางคนแล้วล่ะ”

“คุณพูดอย่างกับรู้ว่าเขามีใคร” ตะวันฉายนิ่วหน้า

“ผมก็เดาไปเรื่อยๆ ผู้ชายอายุปูนนี้จะไม่มีใครเลยจริงๆ เหรอ” ตาณหันไปมองนอกถนน

“ตราบใดที่เขายังไม่พามาแนะนำให้ฉันรู้จัก ก็แปลว่าเขายังไม่มีใคร”

“ดื้อจัง” ตาณพึมพำ

“ฉันได้ยินนะ” ตะวันฉายเตือน

“ก็อยากให้ได้ยินนั่นแหละ ถือว่าผมฝากไว้ให้คิดก็แล้วกัน” เชฟหนุ่มยิ้มยียวนพร้อมกับใช้ปลายนิ้วชี้เคาะตรงขมับข้างขวาเบาๆ

“วันนี้คุณเป็นอะไรคะถึงได้มาคาดคั้นฉันนัก เราเพิ่งรู้จักกันเองนะ”

“ขอโทษ พอดีผมเป็นคนชอบเผือกน่ะ แล้วผมก็อดเป็นห่วงคุณไม่ได้” ตาณสบตาเธออย่างจริงใจ เขาเห็นประกายวูบไหวในดวงตากลมที่จ้องตอบมาพร้อมกับสีหน้าขัดเขินของเธอ

“คุณจะมาห่วงฉันทำไม”

“คุณเป็นน้องของจันทร์” เขาตอบตามความจริงและได้ยินตะวันฉายทำเสียงดัง ‘หึ!’

“ไม่เห็นต้องห่วงฉันเลย ฉันสิต้องเป็นห่วงเรื่องคุณกับพี่จันทร์มากกว่า ฉันต้องเป็นฝ่ายคาดคั้นคุณสิถึงจะถูก”

“คาดคั้นมาเลย ผมยังไม่มีแฟน โสดร้อยเปอร์เซ็นต์” ตาณยักคิ้วหลิ่วตา

“โสด แต่หัวใจไม่ว่างใช่มั้ยล่ะ”

“ทำไมครับ ถ้าหัวใจผมว่าง คุณสนใจจะจับจองเหรอ”

“อย่าหลงตัวเองค่ะ ฉันถามเพื่อพี่จันทร์ต่างหาก ถ้าคุณชอบพี่สาวฉัน คุณก็ควรจะทำตัวให้ดีๆ อย่าเอาความหน้าหม้อมาใช้เรี่ยราดกับผู้หญิงคนอื่น โดยเฉพาะฉันซึ่งเป็นน้องสาวของพี่จันทร์”

“เฮ้ย คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมกับจันทร์เป็นเพื่อนกันเท่านั้น ไม่มีอะไรในกอไผ่เลย จันทร์ก็บอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“บอก แต่การกระทำมันไม่ใช่นี่ พี่ตุลย์ยังสงสัยเลย”

“คุณคุยกับเขาเรื่องนี้ด้วยเหรอ” ตาณหัวเราะ

“แน่ละ พี่ตุลย์เป็นห่วงพี่จันทร์พอๆ กับฉันนั่นแหละ”

“ผมดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น”

“ดีจงดีใจอะไรคะ เราสองคนไม่เห็นว่าคุณจะเหมาะสมกับพี่จันทร์เลยแม้แต่นิดเดียว”

“ผมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ค่ะ คุณชอบทำตัวลึกลับ ติสต์แตก กวนประสาท ฉันบอกตรงๆ นะว่าไม่คิดว่าพี่จันทร์จะชอบคนแบบนี้”

“แล้วถ้าจันทร์ชอบคนแบบผมขึ้นมาจริงๆ ล่ะ” เขาแกล้งยั่ว หัวเราะเมื่อตะวันฉายถอนใจแรงๆ ชายหนุ่มมั่นใจว่าจะได้ยินคำประกาศศึกจากเธออย่างแน่นอน

ทว่าตะวันฉายขบริมฝีปากนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำให้ตาณประหลาดใจ

“ถ้าพี่จันทร์หลงผิดขนาดนั้น ฉันจะทำอะไรได้ล่ะคะนอกจากต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา พี่จันทร์รู้จักคุณมานานกว่าฉัน เขาบอกว่าคุณคอยดูแล ปกป้องเขามาตลอดตั้งแต่คุณกับพี่ฉันยังเป็นเด็กอนุบาลจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อันที่จริงฉันอยากจะขอบคุณคุณด้วยซ้ำที่อยู่เคียงข้างพี่จันทร์เสมอตลอดช่วงเวลาที่ฉันไม่มีโอกาสได้ทำอะไรให้พี่ฉันเลย ถ้าวันหนึ่งพี่จันทร์เลือกคุณมาเป็นพี่เขย ฉันก็จะยอมรับโดยไม่โต้แย้งอะไรเลย แต่ฉันขอร้องคุณอย่างหนึ่งได้มั้ยคะ”

น้ำเสียงจริงจังของหญิงสาวทำให้ตาณต้องหันไปมองเธอ และเห็นดวงตาอันเคร่งเครียด

“คุณตาณ พี่จันทร์เกลียดผู้ชายเจ้าชู้ คุณอย่านอกใจพี่ฉันนะ พูดจาเล่นหัวกับผู้หญิงคนอื่นอย่างที่คุณชอบทำใส่ฉันก็ไม่เอา ถ้าคุณรักพี่จันทร์ คุณต้องเปลี่ยนตัวเองในเรื่องนี้ คุณทำได้มั้ย”

“ว้าว!” เชฟหนุ่มมองเธอด้วยความทึ่ง  เมื่อคุณหนูช่างฝันกลายเป็นผู้ใหญ่มีเหตุผล และช่างปกป้องคนที่เธอรัก เขาชอบนะ

“นี่คุณ ฉันซีเรียสนะคะ” ตะวันฉายทำปากยื่น

“ผมกำลังดีใจแทนจันทร์ที่คุณรักเขาขนาดนี้” ตาณยิ้มละไม

“แหงสิ พี่ฉันนี่ คุณจะทำตามคำขอร้องของฉันมั้ย อย่าเจ้าชู้ อย่าหน้าหม้อ อย่านอกใจพี่จันทร์ ถ้าคุณทำให้พี่ฉันเสียใจ คุณจะไม่ได้ตายดีแน่ ว่ายังไงคะ ตกลงรึเปล่า”

“ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้ ผมใช้หม้อทำอาหาร แต่ไม่ใช่คนหน้าหม้อ แต่เรื่องที่จะไม่นอกใจจันทร์น่ะ ผมคงทำไม่ได้” ตาณส่ายหน้าและยิ้มกริ่ม

“หมายความว่าอะไร คุณจะมีคนอื่นเหรอ แล้วจะพูดทำไมว่าไม่เจ้าชู้ ไม่หน้าหม้อ” ตะวันฉายทำตาพอง

“เพราะผมกับจันทร์ไม่ได้รักกันแบบแฟนไง เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนแท้ๆ เพื่อนซี้ เพื่อนตาย เราบอกคุณไปตั้งหลายทีแล้ว คุณช่วยเชื่อสักทีเถอะ” ตาณหัวเราะ

“แน่นะ” ตะวันหรี่ตามอง

“แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง ถ้าคุณไม่เชื่อผม คุณก็ควรเชื่อพี่สาวตัวเองนะ”

“ชั้นเชื่อพี่จันทร์ แล้วชั้นก็อยากให้พี่ของฉันมีความสุข”

“ผมก็อยากให้จันทร์มีความสุข แต่ปัญหาของจันทร์คือเขาไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมให้มีความสุข เขาถูกฝังชิปส์ให้แบกรับหน้าที่และความรับผิดชอบต่อคนอื่นไว้เสมอ เขาไม่เชื่อว่าคนเราจะมีความสุขได้ หรือไม่ก็ไม่กล้าที่จะเชื่อ”

“นั่นคือเหตุผลที่พี่จันทร์รักษาระยะห่างจากฉันอยู่เสมอเหรอคะ”

“ใช่ครับ แต่เขาก็เปิดใจให้คุณมากขึ้นแล้วนะ เขากำลังเรียนรู้ที่จะรักคุณเหมือนที่คุณรักเขา”

“คุณรู้เหรอคะว่าฉันรักพี่จันทร์”

“รู้สิ คุณเป็นน้องที่ดี”

“แหม คุณชมฉัน ฉันไม่ชินเลย”

“งั้นก็ชินไว้หน่อยเถอะ เพราะเรื่องนี้ผมเอาใจช่วยคุณอยู่นะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ต้องมาทำซึ้งหรอก ผมแค่หวังว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พี่สาวคุณชอบใคร ขอให้คุณยอมรับในการตัดสินใจของจันทร์ ยอมให้เขามีความสุข”

“แน่นอนสิ ความสุขของพี่จันทร์ก็คือความสุขของฉันเหมือนกัน”

“ดี จำคำพูดนี้ของคุณไว้ให้ดีนะครับ”

“ฉันจะจำให้ขึ้นใจเลยค่ะ แต่ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคุณ ฉันอาจจะต้องคิดหนัก” เธอย่นจมูก

“เพราะคุณหลงเสน่ห์ผมแล้วสินะ”

“เอ๊ะ! บอกว่าไม่ใช่ๆ อย่ามาขี้ตู่นะ”

ตาณหัวเราะ ที่จริงตะวันฉายก็น่ารักเหมือนกัน เธอยอมเปิดใจคุยกับเขาได้โดยง่าย  เขาได้แต่หวังว่าปัญหารักสามเส้าระหว่างพี่น้องจะไม่รุนแรงอย่างที่กลัว และอีกไม่ช้าเขาก็จะได้เจอตุนทรัพย์ หากผู้ชายคนนั้นไม่ดีพอสำหรับพราวจันทร์ เขาก็จะได้เขี่ยเจ้าหมอนั่นออกไป

เขาจะไม่ปล่อยให้พราวจันทร์ต้องเสียใจเหมือนตอนที่เธออกหักจากบรมอีกแล้ว

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

พราวจันทร์ประชุมเตรียมงานกับฝ่ายต่างๆ มาตลอดทั้งวันจนเพิ่งมีเวลามองดูนาฬิกา ใกล้ถึงเวลาที่เธอนัดให้ตาณมาประชุมกับตุนทรัพย์และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ห้าเดือนเศษที่พิพิธภัณฑ์จะเปิดทำการ ทุกอย่างจึงเร่งรัดไปหมด

ท่ามกลางความกดดันในหน้าที่การงาน พราวจันทร์รู้สึกแปลกๆ ทั้งดีใจและอึดอัดใจที่จู่ๆ ตะวันฉายก็บอกจะมาเยี่ยมพร้อมกับอาสาจะพาตาณมา น้องสาวอาจอยากมาเจอตุนทรัพย์ ซึ่งเขาก็เข้ามาในวันนี้พอดี แต่ตอนนี้ตุนทรัพย์คงจะยุ่งอยู่กับมยุเรศที่มาขอคำปรึกษาในเรื่องธุรกิจและขนขนูกขนมมาให้เขามากมาย เจ้าตัวอวดอ้างว่าทำเองกับมืออีกเช่นเคย

ภัณฑารักษ์สาวยิ้มหยันด้วยความหมั่นไส้ ขุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แต่การมาของมยุเรศก็ช่วยเธอได้มาก หญิงสาวตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเลี่ยงตุนทรัพย์ให้มากที่สุด เธอต้องขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับตนเอง ตุนทรัพย์จะคิดอะไรเกินเลยกับเธอไม่ได้

พราวจันทร์เดินออกมารอตาณด้านนอกของอาคารสำนักงาน  เธอมองคฤหาสน์ที่ได้รับการบูรณะปรับปรุงจนเกือบเสร็จสมบูรณ์ ระหว่างปีกขวาของคฤหาสน์กับอาคารหลังเล็กที่เดิมเป็นร้านหมอของฮงเริ่มมีการคืนชีวิตให้แก่สวนสมุนไพรเสมือนตอนที่ฮงยังมีชีวิตอยู่ ทีมออกแบบปรับปรุงด้านในของอาคารตามภาพถ่ายเก่าและตามความทรงจำของนับทองกับเจตน์ บิดาผู้ล่วงลับของพราวจันทร์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายในชีวิตไปกับการรื้อค้นของเก่าจากห้องเก็บของ ทั้งยังตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ กับทีมงานเพื่อหาของที่ขาดไปมาจัดแสดงเพิ่ม

ครอบครัวของตุนทรัพย์ลงทุนรื้อโกดังเก็บสินค้าออกเนื่องจากมันมีขนาดใหญ่เทอะทะ ไม่เข้ากับอาคารอื่นๆ หากมองจากถนนจะเห็นว่าโกดังบดบังร้านหมอของฮงไปหมด พวกเขาสร้างอาคารหนึ่งชั้นขึ้นมาแทน เลียนแบบสถาปัตยกรรมของคฤหาสน์ เพื่อทำเป็นร้านรวงต่างๆ

“พิพิธภัณฑ์ของเราเป็นรูปเป็นร่างสักทีนะครับ” ยอดธงเดินเข้ามาหาหญิงสาว

พราวจันทร์พยักหน้า ทั้งสองมายืนอยู่กลางสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ บ่อน้ำพุซึ่งถูกสร้างตามฮวงจุ้ยได้รับการซ่อมแซมและทดลองเปิดใช้งานเป็นวันแรก หญิงสาวแหงนมองสายน้ำที่พุ่งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า หยาดน้ำสะท้อนแสงแดดจนเกิดประกายรุ้ง

“ถ้าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์คงจะสวยมากเลยนะคะ” กระบอกตาของหญิงสาวร้อนผ่าวยามคิดถึงความทรงจำอันงดงามที่มีทั้งบิดามารดาอยู่พร้อมหน้ากันในที่แห่งนี้

“ครับ มันจะต้องสวยมาก ถ้าพี่เจตน์ได้มาเห็นก็คงดี” ยอดธงกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“พ่อคงจะมองดูอยู่” เธอยิ้มเศร้า

“มองอยู่แล้วละครับ พี่เจตน์ทุ่มเทกับที่นี่มาตั้งแต่ต้น เขาย่อมต้องเฝ้ารอความสำเร็จไปพร้อมกับพวกเรา”  น้ำเสียงของยอดธงคล้ายคนที่คัดจมูก

พราวจันทร์ผินมองเขาผ่านดวงตาซึ่งมีน้ำตารื้นขึ้น คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นละอองน้ำในดวงตาของเขาเช่นกัน

“ผมดีใจนะที่คุณจันทร์มาสานงานต่อจากเขา พี่เจตน์คงส่งคุณมาให้พวกเรา คุณเหมือนเขามาก ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่เป็นความมุ่งมั่น ความทุ่มเท แล้วก็ความรักที่พวกคุณมีต่อที่นี่ ผมเห็นพี่เจตน์อยู่ในตัวของคุณ”

“ขอบคุณค่ะ”

จู่ๆ ท่าทางซึมเซาของยอดธงก็เปลี่ยนไป เขาคลี่ยิ้มและทำความเคารพใครสักคนที่อยู่ข้างหลัง พราวจันทร์เหลียวตามไป และสบประสานดวงตาคมของคนซึ่งก้าวเข้ามา ยอดธงค่อยๆ หลบฉากออกไป

“คุณนกยูงกลับไปแล้วเหรอคะ” ภัณฑารักษ์สาวแทบจะกัดลิ้นตนเองที่เผลอหลุดคำถามนั้นออกไป

“กลับแล้วครับ ถ้าจันทร์สงสัย พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยนะ นกยูงเป็นแค่ลูกค้า”

“จันทร์ไม่ได้สงสัยอะไรสักหน่อย” เธอทำเป็นมองนาฬิกา “ใกล้เวลาประชุมแล้ว ทำไมตาณยังไม่มาอีกนะ”

“เพื่อนของจันทร์มากับตะวันไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็คงถึงแหละ ตะวันเป็นคนตรงเวลา”

พราวจันทร์เดาว่าชายหนุ่มคงคุยกับตะวันฉายมาก่อนกระมัง เขาถึงได้รู้

“นั่นไงพูดถึงก็มาพอดี” ตุนทรัพย์บุ้ยปากไปทางประตูรั้ว

พราวจันทร์มองรถมินิที่จอดอย่างคล่องแคล่ว เจ้าของรถก้าวลงมาแทบจะพร้อมกับผู้ชายตัวโตที่นั่งคู่กัน หญิงสาวโบกมือให้เพื่อนรัก ตาณยิ้มกว้าง โบกมือตอบ ส่วนตะวันฉายนั้นยกมือไหว้ตุนทรัพย์แต่ไกล ก่อนจะวิ่งถลาเข้ามาหาเขาราวกับเด็กๆ

และเมื่อตุนทรัพย์กับตาณปะทะสายตากัน สงครามเย็นก็บังเกิด

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!