พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 20 : ประกาศสงคราม

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 20 : ประกาศสงคราม

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-20-

 

ในที่สุดตาณก็ได้พบกับผู้ชายซึ่งขึ้นชื่อว่ามาชอบผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา นอกเหนือจากมารดากับน้องสาว ภายใต้รอยยิ้มเป็นมิตร ตาณรู้ดี ทั้งเขาและตุนทรัพย์ต่างก็มองอีกฝ่ายเพื่อประเมินกันและกัน

ก่อนตาณจะมาที่นี่ เขาศึกษาข้อมูลของนักธุรกิจหนุ่มมาอย่างดี เรื่องงานทุกคนรู้อยู่แล้วจากข่าวสารในแวดวงธุรกิจ แต่เรื่องส่วนตัวนั้นตาณโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงซึ่งไว้วางใจได้ ชื่อเสียงของตุนทรัพย์ในสมัยหนุ่มๆ จัดว่าเนื้อหอมไม่เบา เขาเคยมีคนรักหลายคน แต่ยังดีที่คบทีละคน แม้แต่รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของตาณก็เคยเป็นแฟนเก่าเขา ตอนตุนทรัพย์ไปเรียนต่อที่เมืองนอก เขาเคยควงกับบุตรสาวของนักการทูตไทยประจำประเทศนั้น ตามด้วยสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นฝรั่งเศส คนหลังนี้คบกันหลายปีทีเดียว แต่ก็เลิกกันไปหลังจากตุนทรัพย์กลับมาอยู่เมืองไทย

ณ ตอนนี้ตุนทรัพย์ไม่ได้คบใครเป็นตัวเป็นตน เขาทำงานหนัก และยุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เจตน์อาการทรุดลงจนเสียชีวิต ทว่าก็มีสาวๆ ที่เทียวไปเทียวมาหาเขาอยู่บ้าง หนึ่งในไม่กี่คนนั้นก็คือ มยุเรศ ส่วนที่เหลือก็ค่อยๆ หายไป

ถ้าจะมีใครที่ตุนทรัพย์ให้ความสนใจในช่วงนี้เป็นพิเศษคงมีแค่พราวจันทร์

หากมองจากภายนอกตุนทรัพย์เป็นนักธุรกิจไฟแรง ทำงานจริงจัง มีความเป็นมืออาชีพสูง เขาไม่น่าเอางานมาเสี่ยงกับความรัก ที่สำคัญตุนทรัพย์นับถือเจตน์มาก เขายิ่งไม่น่าล้อเล่นกับความรู้สึกของคนที่เจตน์รัก

แต่ตราบใดที่ตาณยังไม่รู้จักตุนทรัพย์ดีพอ เขาก็ไม่อยากวางใจ

ชายหนุ่มก้าวไปประจันหน้ากับตุนทรัพย์ การยืนอยู่ใกล้กันทำให้เขาเห็นวงหน้าของคนที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ จริงจัง และมั่นคง ไม่ใช่คนเหลาะแหละ หลุกหลิก แบบบรม อย่างน้อยตุนทรัพย์ก็ไม่หลบตาตาณเลย ทั้งที่คนทั่วไปมักจะกริ่งเกรงใบหน้าโหดๆ ของเขา

“สวัสดีครับคุณตุนทรัพย์” เขายกมือไหว้ตามมารยาท

“สวัสดีครับคุณตาณ” ตุนทรัพย์ไหว้ตอบ “ขอต้อนรับสู่บ้านนับทรัพย์มหาศาล ผมได้ยินชื่อคุณมานานแล้ว จันทร์พูดถึงคุณบ่อยๆ ว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ”

“จันทร์เองพูดถึงคุณบ่อยๆ เหมือนกันครับว่าเป็นเจ้านายและเป็นพี่ชายที่เธอนับถือ จันทร์มาอยู่ที่นี่คนเดียว ผมก็เป็นห่วง ขอบคุณนะครับที่ดูแลจันทร์อย่างดี ผมเลยพอจะเบาใจลงบ้าง คุณแม่กับคุณตาของจันทร์ฝากเขาไว้กับผมน่ะครับ”

“คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับ จันทร์ก็เหมือนคนในครอบครัวผม คุณพ่อของเธอก็ฝากจันทร์ไว้กับผมเหมือนกัน” สองคนจ้องตากันอย่างไม่ยอมแพ้

“พี่จันทร์นี่โชคดีจังนะคะ มีญาติผู้ใหญ่ฝากฝังทั้งสองทางเลย แต่คนที่จะดูแลพี่จันทร์จริงๆ คือตะวันต่างหาก อย่ามาแย่งพี่สาวตะวันนะคะ” ตะวันฉายกอดแขนพี่สาวอย่างหวงแหน

“พี่ไม่ใช่เด็กแล้วนะตะวัน ทุกคนคะจันทร์ดูแลตัวเองได้ค่ะ”

“พี่จันทร์ดูแลคนอื่นมามากแล้ว ปล่อยให้น้องดูแลพี่บ้างเถอะค่ะ อ้อ แล้วตะวันก็จะดูแลพี่ตุลย์ด้วยนะคะ” ตะวันฉายช้อนตามองตุนทรัพย์พร้อมกับยิ้มหยาดเยิ้มชนิดที่ตาณเห็นแล้วรู้สึกขัดตา

“ดูแลตัวเองให้ดีๆ ก่อนเถอะเรา ผอมลงไปอีกแล้วนะ วันๆ เราได้ทานอะไรบ้างรึเปล่าเนี่ย” ตุนทรัพย์ย้อนถาม

“ทานค่ะ เอ่อ แต่หนูไดเอ็ต” ตะวันฉายยิ้มแหย

“เราจะไดเอ็ตไปทำไม ผอมกว่านี้ก็กุ้งแห้งแล้ว เดี๋ยวประชุมเสร็จ พี่จะพาทุกคนไปเลี้ยงข้าว เราจะได้กินเยอะๆ ผมขอเชิญคุณด้วยนะครับคุณตาณ”

“อุ๊ย ถ้าอย่างนั้นวันนี้ตะวันจะทานให้พุงแตกไปเลยค่ะ พี่จันทร์ เรามาล้มทับพี่ตุลย์กันนะคะ คุณตาณด้วย”

ท่าทางกระตือรือร้นของตะวันฉายทำให้ตาณอดหมั่นไส้ไม่ได้ เขาจับสังเกตตุนทรัพย์ไปด้วยว่ามีท่าทีต่อตะวันฉายและพราวจันทร์ต่างกันอย่างไร

“เราควรจะขึ้นไปข้างบนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคนอื่นๆ จะคอย” พราวจันทร์หันไปกล่าวกับตุนทรัพย์ แต่ไม่สบตาเขา

“จริงด้วย อ้อ คุณตาณครับ ผมดีใจนะครับที่คุณสนใจมาร่วมงานกับเรา จันทร์บรีฟคอนเส็ปต์ของร้านในพิพิธภัณฑ์ให้เขาฟังมาบ้างแล้วใช่มั้ยจ๊ะ” ประโยคหลังตุนทรัพย์ถามภัณฑารักษ์สาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาก็อ่อนหวานเสียจนตาณยังสังเกตเห็น

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับโดยไม่มองคนถาม

“ดีมากจ้ะ เราจะได้คุยกับคุณตาณง่ายขึ้น”

เชฟหนุ่มจับสังเกตคนทั้งคู่ เขาเหลือบมองตะวันฉาย เจ้าหล่อนมัวแต่ล้วงกระเป๋า หยิบโทรศัพท์มือถือ จึงไม่เห็นปฏิกิริยาของคนทั้งสอง คนหนึ่งก็มองอีกคนปานจะกลืนกิน ขณะที่คนถูกมองพยายามหลบตา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“จันทร์บรีฟมาละเอียดยิบเลยครับ แต่ก่อนที่เราจะคุยกัน ผมอยากทราบว่าคุณเสนองานนี้ให้ผมเพียงเพราะผมเป็นเพื่อนของจันทร์รึเปล่า”

“นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เราต้องการความเป็นมืออาชีพด้วย ผมเช็กโพรไฟล์คุณมาหมดแล้ว”

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ตุนทรัพย์ร่ายยาวถึงประวัติการศึกษา ตลอดจนประวัติการทำงานของตาณตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยวของครอบครัวไปจนถึงโรงแรมระดับหกดาวในกรุงเทพฯ ที่เขาเคยเป็นลูกมือเชฟชื่อดังของโลก เชฟถูกชะตาเขาจึงชวนให้ตาณติดตามกลับไปยังประเทศฝรั่งเศส และเสนองานในภัตตาคารของตนให้ ก่อนที่ตาณจะเข้าเรียนการทำอาหารอย่างจริงจังมากขึ้นที่โรงเรียนสอนทำอาหารอันเลื่องชื่อในเวลาต่อมา

ตาณเคยชนะการแข่งขันทำอาหารหลายรายการที่จัดขึ้นในทวีปยุโรป ฝีมือและการนำเสนอซึ่งผสานวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกันทำให้มีคนสนใจ ชักชวนเขาไปร่วมงาน ช่วงสองปีที่ผ่านมาชายหนุ่มได้เป็นผู้ช่วยเชฟส่วนตัวของบุคคลในวงการบันเทิงฝั่งยุโรป ก่อนจะข้ามไปในแถบฮอลลิวูด รวมถึงนักร้องนักแสดงชาวเอเชียอีกบางส่วน

ทุกสิ่งที่ตุนทรัพย์รู้มีมากกว่าที่สื่อต่างๆ รู้เสียอีก ตาณตระหนักได้วินาทีนั้นว่าไม่ได้มีแต่เขาที่คอยสืบหาข้อมูลของอีกฝ่าย

“ตกลงว่าคุณตาณก็คือมิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊กใช่มั้ยคะ เขาเป็นลูกเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เคยทำงานเป็นเชฟส่วนตัวของคนดัง ล่าสุดเพิ่งกลับจากยุโรป” ตะวันฉายยิ้มร่า

“คุณนี่รู้เรื่องมิสเตอร์อี๊ดอี๊ดกุ๊กกุ๊กดีจังเลยนะครับ ที่แท้ก็เป็นแฟนคลับเขา แล้วทำเป็นบอกว่าไม่ชอบ ใช่มั้ยๆ” ตาณลอยหน้าลอยตาล้อเลียน

“เอวีกับบันนี่ต่างหากที่ชอบ ไม่ใช่ฉัน ฉันบอกคุณแล้วไงคะ พี่ตุลย์ขาอย่าไปฟังเขานะคะ” ตะวันฉายโวย

ตุนทรัพย์หัวเราะโดยไม่ตอบรับ เขาหันไปพยักหน้าเป็นเชิงบอกพราวจันทร์กับตาณให้เดินตามไปยังห้องประชุมด้วยกัน

“พี่ตุลย์ขา ตะวันขอไปสังเกตการประชุมด้วยคนได้มั้ยคะ” ตะวันฉายวิ่งตามมาพร้อมกับมองตาณอย่างท้าทาย ตาณจึงยิ้มยียวนให้เธอ เขาไม่กลัวอยู่แล้ว

ตุนทรัพย์ยังไม่ทันได้ตอบ ผู้ชายสวมชุดซาฟารีคนหนึ่งก็เดินออกมาจากประตูสำนักงาน

“คุณตุลย์ครับ คุณนกยูงโทร. มาว่าทำของตกไว้ในออฟฟิศของเจ้านายครับ ผมไปหามาแล้ว ปรากฏว่าเป็น…”

“ทอม ฟอร์ด ลิป คัลเลอร์…ขอโทษนะคะคุณเก่ง” ตะวันฉายถือวิสาสะมาหยิบลิปสติกแท่งนั้นไปเพ่งพินิจมองใกล้ๆ “สีไวลด์จินเจอร์…ปากไม่แดง ไม่มีแรงเดินสินะ”

“เอ้อ ตอนที่คุณนกยูงกลับไป ผมก็เห็นว่าปากเธอยังแดงและมีแรงเดินอยู่นะครับ สงสัยเธอจะทาลิปสติกแล้วลืมเก็บ”

เสียงกระแอมของตุนทรัพย์ทำให้ลูกน้องคนสนิททำตาโต ยิ้มแห้งๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง

“คุณนกยูงบอกอีกว่าเธอกำลังวกรถกลับมาเอาครับ แล้วเลยอยากเชิญคุณตุลย์ไปดินเนอร์ด้วยกัน แต่ผมเรียนไปตามที่เจ้านายสั่งแล้วครับว่าท่านไม่ว่าง”

“ขอบใจมาก ฝากคุณจัดการต่อด้วย” ตุนทรัพย์สั่ง ไม่วายชำเลืองมองพราวจันทร์อย่างกังวล “พี่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงทำลิปสติกตกไว้ในห้องทำงานพี่ได้ เธอแค่เอาขนมมาฝากพี่แค่แป๊บเดียวเองนะ ตอนนั้นเก่งกาจก็อยู่ด้วยกันในห้อง ใช่มั้ยไอ้เก่ง”

“ใช่ครับนาย ผมอยู่ด้วยตลอดครับ”

เพื่อนรักต้องได้ยินแน่นอนอยู่แล้ว ทว่าพราวจันทร์มัวแต่สนใจน้องสาวที่ถลึงตามองแท่งลิปสติกพร้อมกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันราวกับมันคือตัวแทนของศัตรูคู่แค้น

ตุนทรัพย์รีบเปลี่ยนเรื่องด้วยการเชิญทุกคนเดินเข้าไปในลิฟต์ เขารอให้พราวจันทร์เข้าไปก่อน เธอจงใจที่จะยืนชิดติดมุมลึกสุดด้านใน ตุนทรัพย์จึงตามไปอยู่ข้างเธอ ตาณตามไปยืนข้างๆ ซีอีโอหนุ่ม เหลือเพียงตะวันฉายที่ยังยืนนิ่ง สีหน้าครุ่นคิด

“มาสิครับตะวัน ไปจับผิดผมกันเร็ว” ตาณแกล้งถาม

“ฉันมีธุระนิดหน่อยค่ะ พี่ตุลย์ขา หนูขอโทษด้วยนะคะ แล้วหนูจะรีบตามไปค่ะ”

“ตะวัน…” พราวจันทร์เรียกชื่อน้องสาวราวกับรู้ว่าเธอจะทำอะไร

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวหนูตามไป”

พราวจันทร์ลังเล แต่ก็ยอมปล่อยน้องสาว  ตุนทรัพย์ที่คงสังเกตเห็นความผิดปกติอยู่เหมือนกันจึงกำชับ

“รีบตามมานะตะวัน”

“ค่าพี่ตุลย์ขา” เจ้าหล่อนยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยิบ

ประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับความหมั่นไส้ของตาณ ปล่อยให้ตะวันฉายยืนอยู่กับเก่งกาจ และลิปสติกแท่งนั้น

“คุณขึ้นไปรอพี่ตุลย์ข้างบนเถอะค่ะ ทอมฟอร์ดแท่งนี้ ตะวันจัดการเอง” ตะวันฉายยิ้มอย่างมาดหมาย

 

ตะวันฉายรอนานเกือบชั่วโมงทีเดียวกว่ามยุเรศจะยุรยาตรมาถึง ไฮโซสาวเดินเชิดหน้า ทำเสมือนตะวันฉายเป็นเพียงอากาศธาตุ เธอรอให้ศัตรูคู่อาฆาตเดินเข้ามาใกล้ประตูทางเข้าสำนักงาน แล้วจึงค่อยเอ่ยทัก

“สวัสดีค่ะคุณนกยูง ถ้าคุณมาเพื่อเอาของที่ลืมไว้ มันอยู่นี่ค่ะ” ตะวันฉายยื่นลิปสติกให้

“เธอเก็บไว้เถอะ”

“ทำไมฉันต้องเก็บไว้ด้วย”

“ฉันไม่ไว้ใจความสะอาดของมัน เธออาจจะแอบใช้ไปแล้วก็ได้”

“คุณคะ ปากฉันชมพูพีชเสียขนาดนี้ มันมีแดงไวลด์จินเจอร์ผสมตรงไหนไม่ทราบ” ตะวันฉายชี้ปากให้ดู

“ฉันจะไปรู้เหรอ เอาเป็นว่าฉันให้เธอแล้วกัน ลิปสติกใช้แล้วแท่งเดียวเนี่ยคงจะช่วยให้เธอหากินไปได้สักพักหนึ่งเลยแหละ อย่าลืมรีวิวในเพจนะ ฉันจะไปกดไลก์ให้ แต่ไม่ต้องให้เครดิตขอบคุณฉันก็ได้” มยุเรศจีบปากจีบคอบอก

“ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ!”

มยุเรศแค่นหัวเราะ สะบัดหน้าจะเดินออกไป

“ถ้าคุณจะมาหาพี่ตุลย์ เขาประชุมอยู่ค่ะ” ตะวันฉายปราดไปขวางหน้าประตู

“ฉันรู้ ฉันถึงกะเวลามาให้ใกล้ๆ เขาประชุมเสร็จไง”

“งั้นคุณคงต้องรออีกนาน”

“ฉันรอได้ ฉันก็รอของฉันอย่างนี้มาตลอดแหละ”

“หนนี้คุณคงจะรอเก้อค่ะ เพราะมันเป็นการประชุมที่สำคัญมาก มีการทานข้าวเย็นต่อไปในที่ประชุมด้วย ไม่มีเวลาสำหรับคนนอก” ตะวันฉายแอบเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กันไว้ข้างหลังในฐานะที่พูดปด

“ฉันไม่ใช่คนนอกสำหรับพี่ตุลย์”

“ถ้าคุณไม่ได้ทำงานในนับทรัพย์มหาศาล คุณก็เป็นคนนอกสำหรับวันนี้ค่ะ”

“เธอก็ไม่ได้ทำงานที่นี่เหมือนกัน เธอเองก็เป็นคนนอก”

“ค่ะ ฉันอาจจะไม่ได้เป็นพนักงานประจำที่นี่ แต่คุณลืมไปแล้วเหรอคะว่าฉันเกิดและเติบโตที่นี่ ฉันก็เหมือนคนในครอบครัวของพี่ตุลย์ พิพิธภัณฑ์นี่พ่อฉันเคยหัวหน้าโปรเจ็กต์ และตอนนี้พี่สาวฉันก็มาทำต่อ ที่จริงถ้าฉันจะเข้าไปนั่งในห้องประชุมด้วยก็คงไม่มีใครว่า แต่พอดีฉันเป็นคนมีกาลเทศะน่ะค่ะ รู้ว่าตรงไหนควรอยู่ ตรงไหนไม่ควร”

“เธอกับฉัน มันคนละชั้นกันจ้ะ ฉันจะอยู่ตรงไหนก็ได้ที่ฉันต้องการ” มยุเรศเผยอยิ้ม ก้าวเดินต่อ

“คุณต้องการ แต่พี่ตุลย์ต้องการรึเปล่าก็ไม่รู้เนอะ คุณถึงต้องคอยตามเทียวไล้เทียวขื่อเขาอยู่ฝ่ายเดียวตลอดเวลา ฉันยังไม่เคยเห็นพี่ตุลย์ไปหาคุณก่อนบ้างเลย”

เห็นมยุเรศหยุดชะงัก ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ตะวันฉายก็ยิ่งยิ้มตาพราวด้วยความสนุก

“คุณวิ่งไล่ตามเขามากี่ปีแล้วคะ” ตะวันฉายแสร้งนับนิ้ว “นานแล้วเนอะ แต่เขาก็ยังไม่เห็นสนใจคุณเลย ลิปสติกที่คุณแกล้งทิ้งเอาไว้ เขายังให้คนอื่นเอามาคืนแทนเลย ฉันว่ากลยุทธ์ของคุณมันไม่ได้ผลแล้วละ คุณน่าจะพิจารณาวิธีการเสียใหม่ หรือไม่ก็พิจารณาตัวเองดูนะคะ”

“อีตะวัน!”

“ว้าย พี่ตุลย์ไม่ชอบผู้หญิงหยาบคายนะคะ แล้วเขาก็ไม่ชอบผู้หญิงเซ้าซี้ รบกวนเขาในเวลาทำงาน”

“แกเองก็คงจะชอบเขา แต่เขาก็ไม่ชอบแกเหมือนกันนั่นแหละ ไม่งั้นเขาคงไม่พาพี่สาวแกไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน จับไม้จับมือกัน หวานแหวว”

“อย่ามายุยงไร้สาระให้พี่กับฉันต้องแตกกันเลย ฉันกับพี่จันทร์รู้จักกับพี่ตุลย์มาตั้งแต่เด็ก พวกเรารักกันมาก เขาจะสนิทกับฉันหรือพี่ฉันมันก็ไม่แปลก แล้วไอ้เรื่องที่พี่สาวฉันไปทานข้าวกับพี่ตุลย์ ฉันก็รู้หมดแหละค่ะเพราะเราไม่มีความลับต่อกัน เดี๋ยวฉันก็ต้องไปดินเนอร์กับพวกเขาเหมือนกัน เพราะพี่ตุลย์ชวนฉันไว้แล้ว ฉันเป็นคนในน่ะค่ะ ไม่ใช่คนนอกแบบคุณ”

“อีตะวัน อย่าคิดว่าแกชนะฉัน!”

“ไม่คิดค่ะ เพราะฉันไม่ได้คิดจะแข่งกับคุณ”

“ไม่จริง แกอิจฉาฉัน อิจฉามาตลอด!”

“ไม่ได้อิจฉาค่ะ แต่ฉันไม่ชอบนิสัยของคุณที่เอาแต่ดูถูกคนอื่น คิดว่าตัวเองดีอยู่คนเดียว แต่ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณคุณนะคะที่เคยเป็นแรงผลักดันให้ฉันทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ฝีมือตัวเองให้ทุกคนเห็นว่าฉันไม่ใช่แค่เด็กเส้นที่ชอบเล่นแต่งหน้า ไม่คู่ควรกับหน้าแพงๆ ของคุณ”

“ถึงยังไงเธอก็ยังเป็นแต่ช่างแต่งหน้ากระจอกอยู่ดี”

“ช่างแต่งหน้ากระจอกคนนี้จะแต่งหน้าให้นางแบบในโชว์ของบริษัทที่คุณเป็นหุ้นส่วนด้วยค่ะ ไว้เจอกันในงานแฟชั่นวีกนะคะ” ตะวันฉายยิ้มสะใจ เธอยื่นแขนออกไป แบมือให้เห็นลิปสติกที่วางอยู่ตรงกลาง

“ลิปสติกคุณ เอาคืนไปเถอะค่ะ”

“ฉันไม่เอา!”

มยุเรศปัดมือตะวันฉายอย่างแรงจนลิปสติกลอยหวือ ตกกระทบพื้น ฝาหลุดกระเด็น แท่งลิปสติกสีแดงสดแหลกเละอยู่บนผืนแผ่นดิน

ตะวันฉายขึงตาใส่ศัตรูคู่แค้น การทำลายลิปสติกอย่างป่าเถื่อนต่อหน้าเธอ คือการประกาศสงครามที่แท้จริง!

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!