พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 5 : สมบัติของพ่อ

พราวจันทร์ตะวันฉาย บทที่ 5 : สมบัติของพ่อ

โดย :

พราวจันทร์ตะวันฉาย เรื่องราวของพราวจันทร์ ผู้หญิงเชยๆ ที่มีฝันอยากเป็นคิวเรเตอร์มือหนึ่งแต่ไม่กล้าไขว้คว้าจนตะวันฉาย น้องสาวต่างมารดาเข้ามาในชีวิต…พระจันทร์กับดวงตะวันไม่เคยอยู่คู่ฟ้าในเวลาเดียวกัน แล้วทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไหม นวนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้ โดย แพรณัฐ…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………

-5-

 

สิ่งที่พราวจันทร์เห็นในลังพลาสติกอยู่เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง…

หญิงสาวหยิบอัลบัมรูปซึ่งมีอยู่มากมายตั้งแต่ปกเก่าจนห่อพลาสติกที่หุ้มมีรอยขาดตรงมุม ไปจนถึงอัลบัมซึ่งยังใหม่เอี่ยม พราวจันทร์เปิดดู แล้วตะลึง

มันเป็นรูปของเธอตั้งแต่เกิด และอาจจะตลอดยี่สิบเก้าปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ มีวันเดือนปีและสถานที่เขียนกำกับด้วยลายมือซึ่งอาจเป็นของบิดา

แต่เขาให้ใครถ่าย…หรือว่าจ้างนักสืบให้คอยตามดูเธอ

หัวใจของพราวจันทร์เต้นแรง เธอเปิดอัลบัมเล่มแล้วเล่มเล่ามาดูอย่างละเอียด รูปต่างๆ ถูกถ่ายทุกสามถึงสี่เดือน คล้ายจะมีหนึ่งหรือสองวันที่ช่างภาพตามติดเธอและถ่ายรูปมาแทบทุกอิริยาบถ

เล่มนี้เป็นรูปของพราวจันทร์สมัยที่ไปอยู่ลำพูนใหม่ๆ เข้าเรียนในโรงเรียน กลางเล่มเป็นภาพเธอกับตาณขี่จักรยานเล่น จบด้วยเธอไปตลาดกับแม่และยาย เล่มต่อๆ มายังเป็นรูปสมัยพราวจันทร์เป็นนักเรียน จนกระทั่งเป็นนักศึกษา ส่วนเล่มที่หญิงสาวเปิดอยู่ในขณะนี้คือรูปงานรับปริญญา เธอหอบช่อดอกไม้จนเต็มอ้อมแขน ยิ้มกว้างที่สุดตั้งแต่เคยยิ้มมา นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเธอทำงานในพิพิธภัณฑ์ โดยนั่งหัวเราะอยู่ท่ามกลางพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย รวมถึงรูปที่เธอยืนอธิบายประวัติศาสตร์ของชุมชนให้ผู้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฟัง จบลงด้วยภาพที่พราวจันทร์นั่งพับเพียบพิงเสา หลับตาด้วยความอ่อนเพลีย แต่มีรอยยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปาก

จากการวิเคราะห์ของพราวจันทร์ ช่างภาพน่าจะมีหลายคน แต่ในช่วงหลังๆ ช่างภาพอาจเป็นคนเดียวกัน เพราะมุมกล้องและอารมณ์ความรู้สึกที่เขาต้องการถ่ายทอดมีความคล้ายคลึง ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม พราวจันทร์ก็นับถือในความสามารถอันสูงส่งที่เขาดึงความงามละมุนละไมซึ่งเธอไม่เคยมีให้บังเกิดขึ้นในภาพได้

ทำไมพ่อจึงมีรูปของเธอมากมายขนาดนี้ล่ะ

พราวจันทร์เปิดกล่องใบสวยบนเตียง ไม่มีอัลบัมรูปอยู่ในนั้น มันอัดแน่นไปด้วยจดหมายซึ่งถูกมัดเป็นปึกๆ จ่าหน้าซองด้วยลายมือเดียวกับคนเขียนข้อมูลรูปภาพในอัลบัม ระบุชื่อผู้รับเพียงคนเดียวคือ พราวจันทร์!

หญิงสาวหยิบจดหมายฉบับเดียวซึ่งไม่ได้ถูกมัดรวมกับจดหมายอื่น แต่วางไว้บนสุดราวกับมีคนต้องการให้เธออ่านเป็นฉบับแรก สภาพกระดาษยังใหม่เอี่ยม น่าจะเพิ่งถูกเขียนมาไม่นานนี่เอง ในซองมีความหนาและหนัก ไม่น่าจะมีแค่จดหมาย นอกจากนี้ตัวอักษรก็โย้เย้ น้ำหนักของการลงปากกาไม่สม่ำเสมอ คล้ายกับลายมือของคนที่เขียนหนังสือไม่ถนัด หรืออาจมือสั่น ไม่มีแรง และน่าจะต้องใช้ความพยายามสูง

พราวจันทร์เปิดออกดู ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่า นอกจากจะมีกระดาษเขียนจดหมายซึ่งถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว ยังมีสมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นชื่อของเธอในขณะยังเป็นเด็กหญิง จำนวนเงินสูงถึงหลักล้านทีเดียว

ก้อนสะอื้นจุกอยู่ตรงลำคอ พราวจันทร์กวาดสายตาไปตามข้อความในจดหมายด้วยใจเต้นรัว

 

บ้านพราวจันทร์ตะวันฉาย วันที่ 9 กรกฎาคม 2561

 

นี่มันไม่กี่วันก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตไม่ใช่หรือ…หญิงสาวกัดเล็บพร้อมกับอ่านต่อไป

 

จันทร์ ลูกรักของพ่อ

พ่อกำลังนั่งมองพระจันทร์จากหน้าต่างห้องนอน เห็นไม่ค่อยชัด เพราะเป็นแค่จันทร์เสี้ยวในคืนข้างแรม แต่อีกไม่กี่วันพระจันทร์ก็จะกลับมาเป็นดวงโตๆ เหมือนเดิมแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นพระจันทร์ข้างขึ้นหรือข้างแรม พ่อก็อุ่นใจเสมอที่ได้มองมัน เพราะเป็นพระจันทร์ดวงเดียวกับที่ลูกอาจมองอยู่เหมือนกันก็ได้

ไม่รู้ว่าจันทร์จำได้ไหม ตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน พ่อมักอุ้มลูกมาดูพระจันทร์ด้วยกันตรงนี้ บนระเบียงห้องนอนนี่แหละ ลูกชอบมาก ให้พ่อเล่าเรื่องกระต่ายบนดวงจันทร์ซ้ำๆ เรามองหากระต่ายด้วยกัน ทุกครั้งที่พ่อคิดถึงลูก พ่อก็จะแหงนมองพระจันทร์และฝากกระต่ายข้างบนนั้นไปบอกลูกว่าพ่อรักลูกมากแค่ไหน

จันทร์อาจจะไม่เชื่อ แต่พ่อขอยืนยันว่าไม่มีวันไหนที่พ่อไม่คิดถึงลูก

เป็นความผิดของพ่อเองที่ทำให้แม่เสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอพาลูกออกไปจากชีวิตของพ่อตลอดกาล มีหลายครั้งที่พ่ออยากใช้สิทธิ์ของการเป็นพ่อตามกฎหมายพาลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ทำไม่ลง เพราะรู้สึกผิดต่อแม่ พ่อเคยสัญญากับเธอและคุณตาว่าจะไม่แย่งลูกคืนมา พ่อเคยเป็นไอ้หน้าตัวเมียมาแล้ว หลงผิดจนทิ้งลูกเมีย แล้วยังทำผิดซ้ำๆ สุดท้ายความรักที่แม่เคยมีต่อพ่อจึงกลายเป็นเกลียดจนไม่สามารถให้อภัยได้อีก

พ่อกลับมาคิดดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดที่เห็นแก่ตัวกับพิมพ์เหลือเกิน เธอต้องทิ้งตายายของลูก เพื่อนฝูง ความฝัน และแทบทุกอย่างในชีวิตเพื่อมาอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อหลังเราแต่งงานกัน พิมพ์อยากทำงาน พ่อก็ไม่ยอม ให้เธอเป็นแม่บ้าน แต่ไม่เคยมีเวลาให้เธอ เอาแต่ทำงาน สนุกสนานไปกับชีวิตนอกบ้านที่มีสีสันกว่า พิมพ์ต้องอยู่คนเดียว คงเหงามาก พ่อเพิ่งเข้าใจความเหงาแบบนั้นหลังลูกจากไป พ่อเองก็เกือบตาย สมน้ำหน้าตัวเองที่ไม่รู้จักพอ สักแต่ว่ารำคาญใครก็ผลักออก สุดท้ายพ่อนี่แหละที่ผลักตัวเองออกจากชีวิตของลูกและพิมพ์

ตลอดเวลาที่พ่อทำตัวเลวระยำ พิมพ์ก็ยังคอยดูแลลูกไม่ขาดตกบกพร่อง เธอเป็นแม่ที่ดีจนพ่อยิ่งละอายใจ แต่ตอนนี้เธอไม่อยู่แล้ว พ่อเป็นห่วงลูกมาก คิดว่าจะได้ใช้โอกาสนี้แก้ตัว แต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ซึ่งคงจะเกิดขึ้นด้วยกรรมที่พ่อเคยก่อไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อารวิเสียชีวิตอย่างกะทันหัน และเรื่องที่พ่อเองก็ไม่ค่อยสบาย

มันน่าเบื่อที่ร่างกายไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย อะไรที่พ่อเคยทำได้เมื่อก่อน ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ เอาแค่เดินให้ได้สักสิบก้าว พ่อก็ต้องพักหายใจแล้ว มันเหนื่อยเหลือเกินเมื่อเรามีปอดเหลืออยู่แค่ข้างเดียว วันนี้พ่อก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ แต่ลูกไม่ต้องห่วง พ่อจะรีบหาย จะได้ไปหาลูกที่ลำพูนด้วยตัวเองเสียที

จันทร์คงสงสัยว่า ทำไมพ่อไม่ไปหาหนูเสียตั้งนานแล้ว ไม่โทร.ไปด้วย พ่อไม่อยากเป็นภาระของลูกไง จันทร์ต้องดูแลปรนนิบัติตา ยาย และแม่มานาน ซึ่งเป็นสิ่งสมควรและพ่อก็ภูมิใจในตัวลูกมาก แต่ไม่ต้องการให้ลูกต้องมาลำบากหรือไม่สบายใจต่ออาการเจ็บป่วยของไอ้พ่อเลวๆ คนนี้อีก เมื่อพ่อไปหาลูก พ่อจะต้องแข็งแรงและสดใสที่สุด ไม่ใช่เอาภาระไปให้

    

หยาดน้ำตาหยดเผาะลงบนมือของพราวจันทร์ กระจกแว่นตาปรากฏฝ้าขาวจนหญิงสาวต้องถอดออกมาเช็ดกับชายเสื้อ ก่อนจะอ่านต่อ

 

คืนนี้พ่อทำได้แค่เพียงภาวนากับพระจันทร์เสี้ยวขอให้ตัวเองแข็งแรงไวๆ อย่างน้อยก็ให้มีแรงมากพอที่จะพูดกับลูกได้ยาวๆ จะได้โทร.หาลูกเสียที พ่อไม่เคยรู้มาก่อนว่าการพูดธรรมดาๆ มันจะเหนื่อยขนาดนี้ แล้วพ่อก็มีเสมหะเยอะ ไอบ่อย ลูกจะรำคาญเอา การเขียนก็ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย แต่พ่อมีความสุขกับมัน

จันทร์รู้ไหม พ่อจัดกระเป๋าเตรียมไปหาลูกไว้ตั้งนานแล้ว พร้อมเมื่อไหร่พ่อจะพาตะวันไปด้วย มีของไปให้ลูกด้วยสองอย่าง หนึ่งคือสมุดบัญชีเงินฝากในชื่อลูก พ่อทำไว้ให้หลังจากลูกไปลำพูนได้สักปีหนึ่ง โปรดอย่าหาว่าพ่อเอาเงินไปฟาดหัวลูกเลยนะ พ่อไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่พ่อฝากเงินไว้ในชื่อลูกก็เพราะแม่ไม่ยอมรับค่าเลี้ยงดู พ่อเลยต้องเก็บเงินนั้นไว้เอง เอาเข้าบัญชีให้ลูกทุกเดือน นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่พ่อพอจะทำให้ลูกได้

อย่างที่สองที่พ่อเตรียมไปด้วยก็คือ โฉนดบ้านหลังที่เราเคยอยู่ด้วยกันตอนจันทร์ยังเด็ก ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่สามารถรักษาครอบครัวของเราเอาไว้ได้ แต่ความรักที่มีต่อลูกไม่เคยหายไป ความทรงจำที่มีอยู่ในบ้านหลังนั้น พ่อรักษาไว้เหมือนเดิมทุกอย่างเสมือนว่าลูกยังอยู่ที่นั่น หวังว่าลูกจะจำมันได้เหมือนกัน

คืนนี้พ่อคงต้องพอเท่านี้ก่อน สงสัยว่าการมาเขียนจดหมายนอกระเบียงมืดๆ ทำให้ต้องเพ่งสายตาจนปวดหัว พรุ่งนี้พ่อจะเขียนถึงลูกใหม่ในตอนเช้า

พ่อขอฝากพระจันทร์ไปจุ๊บแก้มลูก และบอกลูกว่า รักลูกเสมอ…พ่อ

 

น้ำตาไหลมากบตาจนหญิงสาวต้องถอดแว่นออกมาเช็ด เธอกอดจดหมายไว้ชั่วครู่ สุ่มหยิบฉบับอื่นมาอ่านต่อ

 

บ้านพราวจันทร์ตะวันฉาย 12 มีนาคม 2561…วันนี้พ่อดีใจมากที่ได้เห็นรูปลูกตอนทำงานในพิพิธภัณฑ์ ลูกดูมีความสุข ยิ้มเสียกว้างเชียว พ่อไม่ได้เห็นลูกยิ้มอย่างนี้มานานมากแล้ว พ่อดูแล้วก็พลอยยิ้มไปกับลูกด้วย…

 

พราวจันทร์ยิ้มทั้งน้ำตา นี่คงเป็นจดหมายที่บิดาเขียนหลังได้รับภาพจากตากล้องปริศนาซึ่งแอบถ่ายรูปเธอในพิพิธภัณฑ์ หญิงสาวอ่านข้อความต่อจากนั้นไปพร้อมน้ำตา สะอื้นไห้เป็นห้วงๆ แล้วจึงหยิบจดหมายฉบับอื่นมาอีก

 

โรงพยาบาล  11 ธันวาคม 2560…คุณตุลย์เพิ่งกลับไปเมื่อกี้ ตะวันเข้าไปอาบน้ำ พ่อเลยนอนดูพระจันทร์อยู่บนเตียงโรงพยาบาลเงียบๆ แสงไฟในกรุงเทพฯ สว่างซะจนพ่อเกือบมองไม่เห็นพระจันทร์ พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน…การให้คีโมทำให้พ่อเหนื่อย แล้วก็อ้วกแทบทั้งวัน ไม่รู้เมื่อไหร่ความทรมานจะจบลงเสียที นี่พ่อขอบอกจันทร์คนเดียวเลยนะว่า กลัว ก็ไอ้เรื่องที่มะเร็งมันลามไปต่อมน้ำเหลืองอย่างที่พ่อเคยเล่าในจดหมายฉบับก่อนๆ ไงจ๊ะ แต่พ่อจะอดทนกับคีโมและทุกๆ อย่างต่อไปนะลูก เพื่อเราจะได้เจอกันซะที…

 

พราวจันทร์กัดเล็บจนกุดไปอีกนิ้วหนึ่ง จริงหรือที่พ่อเห็นเธอสำคัญถึงขนาดยอมระบายความอ่อนแอให้รับรู้ ทั้งที่ในความเป็นจริงพราวจันทร์ไม่เคยทราบ เขาไม่เคยส่งจดหมายเหล่านี้มาให้…เพราะอะไรเล่า

หญิงสาวอ่านจดหมายไปเรื่อยๆ เธอพบว่า เจตน์หรือใครที่เป็นคนผูกริบบิ้นมัดจดหมายเหล่านี้ ได้เรียงวันที่จากฉบับใหม่สุดไปสู่เก่าสุด เธออ่านย้อนลงไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่เจตน์รู้ว่าเป็นมะเร็งที่ปอดหลังรวิวรรณเสียได้ไม่กี่เดือน เขาตัดปอดไปข้างหนึ่ง แต่มะเร็งลามไปสู่ต่อมน้ำเหลือง

วันก่อนที่เจตน์จะเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด เป็นวันเดียวกับที่เขาเคยโทรศัพท์หาพราวจันทร์ แต่เธอกลับแสดงความเย็นชาใส่ด้วยการถามคำตอบคำ

ความรู้สึกผิดอัดท้นอยู่ในอก เธอห่อตัวด้วยความเจ็บปวด กอดจดหมายของบิดาจนกระดาษยับยู่พร้อมกับร้องไห้สลับกับอ่านจดหมายฉบับอื่นต่อ ดูคล้ายคนบ้าเต็มที และเป็นคนบ้าที่เกลียดตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากเจตน์จะเล่าเรื่องชีวิตประจำวันและการทำงานกับครอบครัวของตุนทรัพย์แล้ว เขาก็เขียนระบายความทุกข์ตรมหลังรวิวรรณเสียชีวิต ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบิดารักรวิวรรณมากแค่ไหน แม้เจตน์จะพยายามเลี่ยงไม่เขียนถึงภรรยาใหม่มากนักเพราะอาจเกรงว่าพราวจันทร์จะไม่พอใจ แต่ในวันที่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากตาย เจตน์ก็แทบแตกสลายตามไปด้วย แต่เขาจำเป็นต้องเข้มแข็ง เพราะมีตะวันฉายซึ่งล้มทั้งยืนตอนได้รับแจ้งข่าวร้าย เจตน์ขอพลังใจจากพระจันทร์บนท้องฟ้าและพราวจันทร์ให้เขามีความเข้มแข็งพอจะเป็นที่พึ่งให้ตะวันฉายได้

พราวจันทร์ไม่อยากรับรู้ถึงความเศร้าอีกต่อไป เธอเปลี่ยนไปอ่านจดหมายในปึกอื่นๆ บ้าง และพบการ์ดแสดงความยินดีในวันเรียนจบ

    

พ่อภูมิใจในตัวบัณฑิตเกียรตินิยมคนนี้เหลือเกิน ลูกของพ่อเก่งที่สุดในโลก ถึงตัวพ่อจะไม่ได้ไปเพราะแม่ของลูกคงไม่พอใจ ซึ่งจะทำให้บรรยากาศในวันที่น่ายินดีนี้ต้องเสียไป พ่อจึงส่งคนไปถ่ายภาพและเอาดอกไม้ไปให้ลูก พ่อเห็นในรูปแล้ว ลูกถือดอกไม้ของพ่อไว้ในมือเกือบตลอด พ่อปลื้มมากเลยรู้ไหม อารวิก็ด้วย พ่อจะเอารูปลูกในวันนี้ไปใส่กรอบติดไว้ที่ห้องรับแขกด้วย ห้องทำงานด้วย จะอวดให้หมดทุกคนเลยว่า นี่ไง จันทร์ลูกสาวคนเก่งของพ่อเอง!

 

ดอกไม้ช่อไหนหรือที่บิดาส่งมาให้ พราวจันทร์อ่านรายละเอียดของดอกไม้ช่อนั้น ลักษณะที่บิดาอธิบายในย่อหน้าต่อไป มันเหมือนช่อดอกไม้ที่บรมอ้างว่าเป็นคนเอามาให้

ไม่ใช่ดอกไม้ของเขา แต่เป็นดอกไม้ของพ่อหรอกหรือ

พราวจันทร์ขบคิด เธอนึกออกแล้วว่าเด็กคนหนึ่งวิ่งมาพร้อมดอกไม้ช่อนี้ หญิงสาวถามว่าใครให้ เด็กไม่ตอบ แต่ไม่ถึงสิบนาทีบรมก็มาถึง เธอถามเขาว่าเป็นเจ้าของดอกไม้ช่อนี้หรือเปล่า เขามีท่าทางอึกอัก ก่อนจะตอบรับ พราวจันทร์จึงเข้าใจมาตลอดว่าบรมลงทุนซื้อดอกไม้ให้ตน

บ้าที่สุด!

หญิงสาวอยากโทรศัพท์ไปด่า แต่มันคงเสียเวลาที่จะพูดกับคนพรรค์นั้น เธอจึงอ่านจดหมายฉบับต่อๆ ไป โดยเลือกปึกที่อยู่ล่างๆ

 

จันทร์ลูกรัก นี่เป็นวันที่ 5 ธันวาคม หลังจากที่พ่อไปหาลูกที่บ้านแม่ พ่อขอโทษที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น จนลูกต้องไล่พ่อออกมา พ่อผิดเองที่ไปกวนใจ แต่สารภาพว่าพ่อแอบดีใจนะ ลูกพ่อเริ่มโตเป็นสาวแล้ว มีแววสวยเสียด้วย ตะวันกลับมาก็พูดถึงพี่จันทร์ตลอดเลย หวังว่าในอนาคตเราจะได้เจอกันใหม่นะลูกรัก ถึงแม้ว่าวันนี้พ่อจะพาตะวันกับอารวิไปพบหนู แต่ขอให้เชื่อพ่อเถอะ ไม่ว่าพ่อจะมีครอบครัวใหม่ ความรักที่มีต่อลูกยังคงอยู่เสมอ นับวันจะมากขึ้นด้วยซ้ำ พ่อไม่ได้รักตะวันมากไปกว่าลูกเลย และจะไม่มีวันนั้นด้วยเช่นกัน

 

เธอไม่รู้ว่าควรเชื่อบิดาหรือไม่ แต่ลึกๆ ในใจนั้น เธอปรารถนาจะเชื่อเขาเหลือเกิน หญิงสาวสุ่มอ่านต่อไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาถึงฉบับเกือบล่างสุด วันเดือนปีที่ระบุคือปีแรกที่เธอย้ายไปอยู่ลำพูน

 

วันนี้พ่อโกรธแม่มาก พ่อเอาสมุดบัญชีชื่อลูกไปให้เป็นค่าเล่าเรียนของลูก แม่กลับด่าพ่อแล้วฉีกมันทิ้งเสียด้วย หาว่าพ่อไปดูถูกและเอาเงินไปฟาดหัวเพื่อจะได้เจอลูก ทำไมพ่อจะเจอลูกบ้างไม่ได้ล่ะ ลูกไม่ได้เกิดมาเพราะแม่คนเดียวซะหน่อย พ่อรู้ว่าตัวเองมันเลว แต่ก็พยายามแก้ตัวแล้วไง ทำไมแม่ถึงเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้วะ!

เจตน์ขีดฆ่าคำว่า ‘วะ!’ แต่ยังเห็นร่องรอยแห่งความคับแค้นใจ

จันทร์รู้ไหมว่าไม่ใช่แค่สมุดบัญชีเท่านั้นหรอกนะ ใบทะเบียนสมรสเอย จดหมายที่พ่อเขียนถึงลูกเอย สมุดระบายสี ของเล่นที่ลูกน่าจะชอบ แล้วอะไรๆ อีกหลายอย่าง แม่ฉีกมันเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าพ่อเลย พี่ปากอ้าของลูกก็เกือบถูกแม่ฆ่าตายด้วย พ่ออุตส่าห์เอาไปให้หนู รีบเก็บกลับมาแทบไม่ทันแน่ะ

พ่อขอโทษที่บ่นแรงไปหน่อย ที่จริงไปโกรธแม่ก็ไม่ถูก พ่อมันเลวเองแหละ สมควรแล้วที่จะโดนด่า

ถ้าพ่อไม่มัวเหลวไหลไปกับการชื่นชมดาวดวงนั้นดวงนี้ พ่อก็คงไม่ต้องสูญเสียพระจันทร์ดวงเดียวของพ่อไป  เมื่อไหร่พ่อถึงจะได้เจอลูกอีก หรือพ่อจะขาดใจตายก่อนได้เจอก็ไม่รู้

พ่อนี่มันโง่จริงๆ ไม่ควรสัญญากับแม่เลยว่ายอมให้สิทธิ์ขาดแก่แม่ในเรื่องลูกหลังจากที่เราหย่ากัน พ่อไม่รู้นี่นาว่าไอ้สัญญานั่นมันหมายถึงพ่อจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกอีกแล้ว ถึงแม้ว่ามันเป็นแค่สัญญาปากเปล่าระหว่างพ่อกับแม่และคุณตา พ่อจะเรียกร้องทางกฎหมายก็ได้ แต่ทำไม่ลง

พ่อเกือบทำไปแล้วละ ลูกนั่นแหละที่ทำให้พ่อเปลี่ยนใจ ล่าสุดที่เราเจอกันเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนพ่อแอบไปหาหนูที่โรงเรียน หน้าลูกตอนมองพ่อ มันเหมือนลูกกำลังด่าพ่ออยู่ อาการเครียดของลูกนั่นก็อีก ครูบอกพ่อเหมือนกับที่หมอเคยบอกว่าลูกเครียดมากเกินไป นอกจากจะปวดท้อง ปวดหัว อาเจียน ต้องพาส่งโรงพยาบาลโดยไม่มีสาเหตุอยู่บ่อยๆ ลูกยังติดกัดเล็บจนนิ้วเยินไปหมดแล้ว พ่อไม่อยากเป็นสาเหตุให้ลูกไม่สบายใจ เอาเป็นว่าจะคอยแอบดูลูกอยู่เงียบๆ ไปก่อนก็แล้วนะจ๊ะ

จดหมายฉบับนี้ พ่อเขียนแทนฉบับแรกๆ ที่แม่ฉีกทิ้ง พ่อจะเก็บมันไว้ก่อน เพราะถ้าส่งไปทางไปรษณีย์ แม่ก็คงเอาไปทิ้งทำลายก่อนถึงมือลูกอยู่ดี ไว้เมื่อไหร่ที่เราได้เจอกัน พ่อค่อยเอาให้ลูก

 

พราวจันทร์ส่ายศีรษะอย่างไม่อยากเชื่อว่ามารดาจะกีดกันตนกับบิดา แม้ในใจลึกๆ มีเสียงยืนยันหนักแน่นว่าเป็นไปได้สูง

เธอหยิบจดหมายทุกปึกออกมาจากกล่อง เห็นซองหนึ่งซึ่งอยู่เป็นเอกเทศตรงเกือบก้นกล่อง ดูใหม่เอี่ยมพอๆ กับจดหมายฉบับแรกที่เธออ่าน กระดาษก็เหมือนกันอีกด้วย ครั้นเปิดออกอ่าน หญิงสาวจึงเห็นวันที่ซึ่งแสดงว่ามันถูกเขียนขึ้นสามวันหลังจดหมายฉบับนั้น

ที่สำคัญคือลายมือบิดาช่างโย้เย้คล้ายคนเขียนไม่มีแรงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

โรงพยาบาล 12 กรกฎาคม 2561 พ่อมีไข้สูง เข้า รพ. เหนื่อย คิดถึงลูกมาก อยากโทร.ไปหา แต่ปวดหัวเหลือเกิน ขอนอนแป๊บหนึ่ง คืนนี้อาจโทร.

พระจันทร์เสี้ยวบางๆ วันนั้นเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นกว่าเดิมแล้ว พ่อนอนดูอยู่บนเตียงกับตะวัน อยากให้ลูกมาอยู่ตรงนี้ด้วยเหลือเกิน ถ้าข้างหนึ่งเป็นลูก แล้วอีกข้างหนึ่งเป็นตะวัน มันจะดีขนาดไหนกันนะ รอพ่อหน่อยนะจันทร์ พ่อจะรีบหาย แล้วจะพาน้องไปทำความรู้จักกับลูกอีกครั้ง

พ่อไม่เคยมีพี่น้อง ปู่ย่าก็ตายไปตั้งแต่พ่อยังเด็ก มันถึงได้เหงาอย่างนี้ไง ถ้าลูกได้รู้จักตะวัน ต่างคนก็จะได้ไม่เหงา วันข้างหน้าที่พ่อไม่อยู่แล้ว ลูกก็จะยังมีกันและกัน

ถึงแม้ว่าพระจันทร์กับดวงตะวันจะไม่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลาเดียวกัน แต่พราวจันทร์กับตะวันฉายลูกพ่อคงจะอยู่ด้วยกันได้…ใช่ไหม?

รักลูกเสมอ…พ่อ

 

คำถามของบิดาคล้ายกับคำขอร้องเสียมากกว่า หากดูจากวันที่ นี่น่าจะเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายซึ่งบิดาเขียนถึงตน พราวจันทร์กอดมันไว้ สะอื้นไห้อย่างไม่อายที่จะอ่อนแอ นานทีเดียวกว่าหญิงสาวจะสงบลง เธอเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำอย่างซึมเซื่อง ก่อนจะกลับมาดูจดหมายที่ยังมีอยู่ตรงส่วนลึกสุดของกล่อง

น่าแปลก…ซองจดหมายเรียบๆ ธรรมดากลายเป็นลายการ์ตูน กระดาษที่ใช้สีหวานราวกับลูกกวาด ลายมือไม่ใช่ของเจตน์ แต่ตัวเท่าหม้อแกงเหมือนลายมือเด็กอนุบาล

พราวจันทร์หยิบซองเหล่านั้นมาดู มันเป็นของตะวันฉายซึ่งเขียนถึงเธอ แถมยังวาดภาพครอบครัวที่มีบิดา รวิวรรณ ตะวันฉายเอง และพราวจันทร์ โดยระบายด้วยสีเทียน สีไม้ บ้างก็สีเมจิก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น พราวจันทร์ยังไม่ทันเอ่ยปากอนุญาต ตะวันฉายก็แง้มเข้ามาเสียแล้ว

Don`t copy text!