เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 12 : บุญคุณพ่อกำนัน

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 12 : บุญคุณพ่อกำนัน

โดย : มาลา คำจันทร์

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก กับเรื่องราวของตำนาน ความเชื่อ และความรัก…มิตรภาพอันบริสุทธิ์ของเพื่อนรัก กับความรักที่มีต่อหญิงสาวคนเดียวกัน ความรักนั้นจะสะบั้นสายสัมพันธ์ของเพื่อนลงได้หรือไม่…ผลงานจาก อ. มาลา คำจันทร์ ในรูปแบบ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอาอยากให้ทุกคนได้ติดตามและ อ่านออนไลน์ ไปพร้อมๆ กัน

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-12-

 

ต้นไม้แปลกตาเริ่มมีให้พบเห็นมากขึ้น บางต้นเป็นหนามตั้งแต่โคนขึ้นไป ไม่ใช่หนามเดี่ยว แต่เป็นหนามหมู่ หนามแรกงอกออกมาก่อน แล้วแตกเป็นกิ่งปลายแหลม บางต้นเปลือกเป็นสีเทาหม่นเหมือนต้นมะกอก แต่เปลือกแตกออกเป็นร่องเป็นริ้วเหมือนต้นเหมือด ไม้บางต้นร่วงละใบไปหมด คงไว้แต่กิ่งแต่ก้านหงิกๆ งอๆ

เดินๆ ไป ลูกพ่อกำนันถามขึ้น

“มึงเคยพบต้นน่องไหมเสี่ยว เขาว่าเอายางมันทาปลายศร ยิงต้องเสือ เสือยังตาย”

“มึงไปรู้มาจากไหน โรงเรียนมึงก็สอนเรื่องอย่างนี้หรือ”

“คุณพ่อนิโคลาสเคยเล่า สมัยเมื่อท่านอยู่เมืองพม่า”

“คุณพ่อนิโคลาสเป็นชาวพม่าหรือ  โคตรพ่อโคตรแม่ทางใดของมึง”

“ไอ้ผีบ้า เดี๋ยวกูถีบ” ลูกชายกำนันหัวเราะ “ไม่ใช่โคตรพ่อโคตรแม่ทางใดของกู ท่านเป็นบาทหลวง เรียกกันว่าคุณพ่อ”

“บาตรหลวงหรือ ท่านเป็นพระหรือ มีบาตรแก่นหลวง”

“มึงนี่หนอ” ลูกพ่อกำนันโคลงหัว  “โง่ในเมืองพอๆ กับกูโง่ในป่าเลย บาทหลวงไม่ใช่บาตรหลวง ท่านเป็นนักบวชศาสนาคริสต์ คุณพ่อนิโคลาสเป็นผู้จัดการใหญ่โรงเรียนที่กูเรียน เป็นฝรั่ง ไม่ใช่พม่า แต่เคยอยู่เมืองพม่าก่อนจะมาอยู่เชียงใหม่เมืองเฮา  ใจดีนะมึง  แต่ดุ”

“เหมือนกับตุ๊หลวงไหม เป็นใหญ่ที่สุดในวัด”

“ก็คล้ายอย่างนั้น” ขยับขอบหมวกหนังปีกกว้างให้เข้าที่ “หมาน้ำล่ะมึง ป่าบ้านเรามีไหม”

“กูได้ยินครูกูเล่า จะเหมือนหมาน้ำคุณพ่อบาทหลวงมึงเล่าไหมไม่รู้นะ ครูกูว่าหมาน้ำไม่ใช่หมาทั่วไป  แต่มันเป็นกบอย่างหนึ่ง อยู่ตามห้วยตามหนองในป่าลึก เสียงมันร้องเหมือนหมาเห่าเลยเรียกกันว่าหมาน้ำ พิษมันยิ่งกว่างูจงอางด้วยซ้ำ  งูจงอางไม่กลัวเสือกลัวหมี แต่มันกลัวหมาน้ำ พ่อครูหนานเย็นว่าอย่างนั้น”

“คุณพ่อเล่าถึงคางคกภูเขา มันไล่กินงู ”

“คุณพ่อมึงรู้เรื่องป่าดีนะ เหมือนพรานเก่งๆ เลย”

“ท่านขลุกอยู่ในเขตป่าเขา ท่านอุทิศตัวเพื่อพระเจ้าของท่าน อาจเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัยบ้านเรา ไม่ใช่พราน แต่ผ่านป่าผ่านดงมากจึงรู้จักป่าดี”

“กูเองคิดๆ ฝันๆ วันหนึ่งวันใดใหญ่กล้ากว่านี้ กูอาจเข้าป่าดงหงใหญ่ไปรู้ไปเห็น ไปติดไต่ไล่ตามหาพ่อกู…”

“ยังอยู่หรือ แปดปีแล้วนะมึง กูว่า…อย่าโกรธนะ อาจตายไปแล้ว”

“ตากูเชื่อว่าพ่อยังอยู่ ยังมีชีวิต แต่กู…บางทีกูก็ว่าพ่ออาจตายไปแล้ว”

อยากสูบยา  นั่งลง วางปืน คลี่ไถ้ ลูกปรายพอมีอยู่ แต่ลูกโดดเหลือเพียงสี่ห้าเม็ดเท่านั้น  นึกๆ ก็เหน็ดเหนื่อย หลอมลูกปืนไม่เหนื่อยหรอกเพราะคล่องดีแล้ว แต่จืน (1) ที่จะเอามาหลอมนี่สิชวนเหนื่อย กว่าจะรวบรวมได้ก็ยากก็เย็น ในป่าช้าพอมี เป็นจืนเก่าเกิดจากจอก กระโถน หรือเครื่องใช้อื่นๆ ที่เขาเผาพร้อมศพ มันละลายแล้วตกค้างอยู่ตามกองฟอน  ในวัดก็พอมีอยู่บ้างจากเศษซากเครื่องใช้ที่พระเณรท่านทิ้งแล้ว ต้องไปหา ไปคุ้ย ไปเขี่ยแล้วเอามาคัด จะให้ง่ายก็คือซื้อเอา แต่เงินทองของเขียมก็หาได้ยากเหลือเกิน

“ครูมึงเคยข้ามไปถึงเขตประเทศพ่าไหมเสี่ยว”

“ไม่แน่ใจ กูเองกับครู ได้อยู่ร่วมกันสั้นนัก”

 

หมอกเหมยระเหยเหือดสิ้น สายๆ ตะวันยกสูง แดดกล้าขึ้น อากาศก็ค่อยอุ่นขึ้น   บ่ายๆ อบอ้าว ท้องฟ้าไม่เป็นสีครามเข้มเหมือนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ลมกิดกิ๋วหรือลมบิดเกลียวเกิดบ่อยขึ้น เริ่มแล้งลงไปเรื่อยๆ ผืนดินแห้งผาก เนื้อนาเริ่มแตกระแหงเป็นหลืบเป็นร่องลึก รากข้าวหยั่งลงไม่ถึงระดับที่ดินยังเหลือความชุ่มชื้น ก็หักพับแห้งตาย วัวควายหาหญ้ากินได้ยากขึ้น คนเลี้ยงควายมักต้อนควายไปทางป่าละเมาะที่ยังพอมีหญ้าสดให้มันแทะเล็ม หน้านี้งัวควายมักผอมเพราะไม่ได้กินอิ่มกินเต็ม เฟืองฟางที่เก็บไว้ทยอยเอาออกมาใช้เป็นอาหารสำรองของงัวควาย พอประทะประทังให้ผ่านช่วงแล้ง

ไอ้ดำดูผอมซูบลงไป ท่าทางก็หงอยๆ เงื่องๆ ไม่คึกคักเข้มแข็ง ได้แรงมันลากไถ จึงใส่ใจดูแลมันดี มีควายอยู่ตัวเดียว ไม่ได้ซื้อมา แต่อุ่นแสงพี่ชายเอาแรงเข้าแลก รับจ้างดูแลควายลุงส่งแต่เมื่อเรียนจบชั้นป.๔ ต่อมาพี่เข้าบวชเป็นเณร เขาเองดูแลควายลุงส่งสืบต่อ แล้วจึงได้ไอ้ดำตัวนี้เป็นค่าจ้าง   ได้อาศัยแรงมันไถนา จึงรักและรู้คุณมัน  มีนาทำอยู่สี่ห้าไร่  ไม่ใช่นาของพ่อแม่ แต่เป็นนาของพ่อกำนัน

พ่อกำนันมีบุญคุณล้นเหลือ หากไม่มีนาที่ท่านให้ทำ ตนกับแม่และพี่ชายน้องสาวคงทุกข์ยากลำบากกว่านี้อีกมาก พ่อไม่ทันได้ลงหลักปักฐานหนาแน่นก็หายไป  พ่อเองก็เป็นลูกจ้างเยียะนาผ่าเกิ่ง (2) ของพ่อกำนันมาก่อน ว่างงานนา พ่อเข้าป่าแบกปืน หาตัวกินได้มาใส่ปากใส่ท้องและแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองไว้ใช้จ่าย พ่อหากินเก่ง พ่อยิงปืนแม่น อุ่นแสงพี่ชายเองก็คงได้ความสามารถอันนี้มาจากพ่อ  เขาเองแม้ไม่เก่งทางป่าทางปืนอย่างพ่อกับพี่ แต่งานไร่งานนา หาปลาหาปูขุดแย้ดักนกก็เกินหน้าคนวัยเดียวกัน   อายุเท่ากัน คนอื่นอาจยังเป็นเด็ก แต่คำผุยคิดว่าเขาเป็นหนุ่มเต็มตัว

แต่หากเทียบกับพี่ชายเมื่ออายุเท่ากัน เขาด้อยกว่ามากมาย

อุ่นแสงพี่ชายเขาล้ำหน้าไปไกลกว่าเขามากมาย พี่ชายอายุเพียงยี่สิบ แต่ตาว่าทำมาหากินเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องได้เหมือนคนอายุสักสามสิบปี หากเป็นลูกบ้านอื่น พี่ชายเขาคงเข้าไปเป็นเขยเรือนอื่นแล้ว แต่เป็นลูกบ้านนี้ หากเข้าเรือนอื่นไปเป็นเขย แล้วใครจะมาเป็นหลักแก่เรือนนี้ เขาเองหรือ คงยังไม่ได้ คงอีกหลายปี อาจโน่นละกระมัง สี่ห้าปีข้างหน้า

อาจด้วยเหตุนี้เองกระมัง พี่ชายเขาจึงคิดจะถอดใจออกมาจากสาวคำแก้ว

“แม่เอ็งไปไหนเสีย ไม่อยู่เรือนหรือ”

มีเสียงทักถาม ไม่ต้องเหลียวไปดูก็รู้ว่าเป็นตา เรือนตากับเรือนพ่อร่วมเรือกเดียวกัน ไม่กั้นรั้วระหว่างกัน เพราะตายังไม่ได้ปันที่ปันแดนให้เป็นสิทธิ์ของพ่อกับแม่โดยเด็ดขาด ตาเพียงให้อาศัยอยู่เท่านั้น

“สองคนกับอีหล้าเอาครุเอาเอาข้องออกไปแต่เช้า เห็นว่าจะไปหะบวก (3) ตาถามหาแม่เยียะหยัง จะหื้อแม่เยียะหยังกา?”

“บ่หื้อเยียะหยัง แต่ตาเพิ่งนึกได้ เหมือนพ่อเอ็งจะเอาลานก้อมของตามาอ่าน เลยใคร่ถามแม่เอ็งว่าเคยเห็นไหม”

“เมื่อใด แต่เมื่อพ่อข้ายังอยู่เรือนหรือ เจ็ดแปดปีแล้วตา แม่จะจำได้หรือ”

“เผื่อแม่เอ็งเคยเห็น อาจค้างๆ คาๆ อยู่บนเรือนสู ลานผูกนั้นมีเรื่องสำคัญ หาที่ไหนบ่ได้แล้ว ต้นเค้ามันมาจากวัดใด จากพ่อน้อยพ่อหนาน จากตุ๊ลุงตุ๊ปู่ตนใดตาก็นึกบ่ออกแล้ว นี่ไอ้คำผุย ควายเอ็งมันผอม อาจมีพยาธิในท้อง หาฝักฉำฉามาให้มันกินเสีย นักๆ ยิ่งนักยิ่งดี ฝักฉำฉาเป็นยาถ่ายพยาธิควาย ไอ้อ้ายเอ็งล่ะ มันจะมาเมื่อใด”

“บ่ฮู้ บ่หันบอกว่าจะมาเมื่อใด”

มองไปทางตะวันตก ไม่เห็นหรอก ดอยหลวงดอยน้อยอันใดเพราะห่างไกลเกินไป

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ทอดทะมึน ทึมทึบ ดูแต่ไกลว่าใหญ่แล้ว เข้ามาใกล้ ดอยหลวงดูใหญ่โตเพิ่มมากขึ้น ลานหญ้าโล่งขวางกั้นอยู่ไกลลิบ กอแฝกกอเลาออกดอกขาวยื่นยาวเหมือนหอก   ยังเข้าไปยังไม่ถึงส่วนที่เป็นตีนดอยหลวงเลย แต่ก็คล้ายท่านส่งกลิ่นอายสัมผัสพิเศษบางอย่างมาตักเตือน

หนาวๆ เย็นๆที่ท้ายทอย  ขนลุกเป็นระลอก

ดงดอยรอบด้านสงบสงัด เหมือนจะมีเผตผีเพ่นพ่านแม้ในยามบ่ายแก่แดดกล้า  ดงหลวงคือดงดอยกว้างใหญ่ไพศาล กินที่กินแดนเลยเข้าไปในเขตประเทศพม่าที่เขายังสู้รบกันอยู่ จะกว้างใหญ่ จะไพศาลขนาดไหนสุดที่ตาคนจะมองเห็นได้ทั้งหมด คงมีแต่นกเท่านั้นกระมังที่รู้ว่ามันใหญ่แค่ไหน กว้างเท่าไร

ดงหลวงเป็นชื่ออาณาบริเวณทั้งหมด แต่ดอยหลวงเหมือนจะเป็นศูนย์กลางของพื้นที่  ผ่าป่าแฝกป่าแขมเข้าไป หวาดระแวงงูเห่างูจงอางอาจซ่อนซุ่ม ภาวนาคาถาหับปากสัตว์ตามความยึดถือ เอามีดหวดหญ้าใบยาวชูก้านดอกสูงเหมือนดอกอ้อย นกคุ่มนกหวักบินจากที่ซ่อน นกคุ่มหากินบนดอน นกหวักหากินในหนองน้ำ กลางดงแขมอาจมีหนองหรือแอ่งน้ำซ่อนอยู่ กระทั่งลัดพ้น มายืนอยู่อีกฟาก  ดอยหลวงกลางดงหลวงดูสูง ดูใหญ่ ดูทะมึนเป็นแท่งทึบขึ้นไปเสียบเมฆ  ส่วนที่เป็นยอดมองไม่เห็นแล้วเพราะมีเมฆหุ้มไว้

“อย่าปากกล้าสามหาว อย่ากล่าวคำคะนองว่าเล่นเลยนะเสี่ยว เราอาจจำเป็นต้องเข้าลึกถึงตีนดอยหลวง บอกกล่าวท่านก่อน”

“มันเหมือนมีเผตมีผีลอบแลเราอยู่นะเสี่ยว  ห้อมล้อมแวดวงเราไว้”

“ในดงหลวงแห่งนี้ มีที่ทางแห่งหนึ่งเรียกว่าโหล่งเผต คนห้วยห้อมเขาเชื่อถือกันอย่างนั้น”

ลูบขนตามแขนให้ราบลง โหล่งคืออาณาบริเวณที่กว้างๆ  โหล่งเผตเป็นแดนลึกลับ คล้ายมีอยู่จริง คล้ายไม่มีอยู่ ชาวห้วยห้อมว่าไม่ค่อยมีใครอยากข้องเกี่ยวยุ่มย่าม มีแต่คนห้าวกล้าบ้าบิ่น หรือคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมากเท่านั้นที่กล้าเข้ามา

ครูเขาเอง พ่อหนานเย็นบ้านสันกอเก็ดก็เคยเข้ามา เหมือนว่าพลาดท่าเสียทีบางอย่าง แต่ครูไม่ได้เอ่ยถึง

พ่อเขาเอง พ่อก็หายไป อาจเผลอข้ามเครือเขาหลงแล้วหลุดหลงเข้าสู่เมืองอันนั้น เมืองมืดดำก่ำเส้า แสงธรรมพระเจ้าไม่เคยส่องถึง ตอนนั้นเขายังเด็ก เด็กมากๆ ยังเป็นเณรน้อยอยู่ในผ้าเหลือง ไม่รู้หรอกว่าพ่อจะหมายอันใด งาช้างสะเดาะ หนังเสือโคร่ง หัวกระทิง หรือเขี้ยวแก้วหมูหิน เขาเองเข้าดงหลวงวันนี้ก็เพราะเพื่อนลากมา เมื่อแรกที่ขึ้นคร่อมท้ายมอเตอร์ไซค์สมัยสงครามญี่ปุ่นของมัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะพาไปไหน ต่อเมื่อมาถึงห้วยห้อม จึงรู้ว่ามันอยากหลบหน้าพ่อมันสักสามสี่ห้าคืน

มันทำสาวท้อง ชื่ออีแหวน บ้านปางไม้แดง แม่มันพาสาวปางไม้แดงไปรีดลูกออกจากท้อง มันกลัวพ่อมันด่าจึงหลบหน้ามา

“นั่งลงเสี่ยว นั่งเฉยๆ เงียบๆ กูจะบอกกล่าวปู่เจ้าดอยหลวง เจ้าที่เจ้าแดน มากปวงหลวงหลายที่เหมือนจะมองเราอยู่”

คนผอมบางหน้าตาซีดจางเล็กน้อยปลดผ้าโพกหัวมาพาดบ่า ท่าทางคล้ายพ่อน้อยพ่อหนานกำลังจะไหว้พระรับศีล คนล่ำหนาหน้าเข้มกว่านั่งถัดลงมาข้างหลัง เสยหมวกปีกกว้างเท่ๆ แบบคาวบอยขี่ม้ายิงปืนพ้นหัว เอามือเสยผมให้เข้ารูปเข้าทรง เข้าป่าเข้าดงดึกดำไม่มีสาวๆ แต่ยังห่วงหล่อ ถอดหมวกแต่ไม่ถอดรองเท้า  ถอดยากใส่ยากไม่เหมือนเกือกหนังควายของเพื่อน  ใส่แล้วก็คร้านถอด ถอดแล้วก็คร้านใส่

“กูจะใช้ไม้ขีดเพียงสามก้านเท่านั้นนะเสี่ยว ครูกูย้ำ ดอยดงแดนใด หากธูปไม่ติดในไม้ขีดสามก้าน อย่าเข้าเด็ดขาด ท่านไม่อนุญาต”

เอากรวยข้าวตอกดอกไม้ออกมาจากย่าม เอาเหล้าขวดเล็กออกมา ไม่ใช่เหล้าเศษเหล้าซากหรือเหล้าเหลือกิน เตรียมมาเป็นพิเศษ สำหรับเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางโดยเฉพาะ เอาข้าวห่อกับเนื้อย่างออกมา เป็นข้าวห่อพิเศษ ไม่ใช่ข้าวเศษข้าวซากหรือข้าวกินเหลือ จุดธูปสองดอก ไม่ใช้สามดอก ตาสอนว่าธูปสามดอกหมายถึงพระรัตนตรัยเท่านั้น ไหว้ผีไหว้สางใช้ธูปสองดอกก็พอ

ไม้ขีดก้านแรกไม่ติด นึกหนักใจ

“อีกสองก้านนะเสี่ยว หากธูปไม่ติด มึงไม่กลับ กูกลับ”

“มึงกลับกูก็กลับ”

“ไม่เอาแล้วหรือ เขี้ยวแก้วหมูหิน”

“บ่ได้ก็บ่เอา”

คนเจนดงจุดไม้ขีดอีกก้าน  ดับอีก ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย จุดก้านที่สาม องอาจเอามือมาช่วยป้องไฟ เอาเทียนมาต่อไฟแล้วค่อยเอาธูปมาจุด  ปักธูปลงกับดิน นั่งอยู่ยองๆ หลังคุ้มงอเล็กน้อย หยิบกรวยยกพนมเหนือหัว ว่ากล่าวถ้อยคำบำบวงตามคำครูสอน

“ตั้งจิตตั้งใจ  ว่ากล่าวตามกู”

ลมนิ่ง ภูไพรใหญ่กว้างสงบสงัด คล้ายเจ้าป่าเจ้าเขาท่านตั้งใจฟัง น้ำห้วยห้อมไหลเลาะระริก มีต้นห้อมที่เขาเอาไปหมักทำน้ำห้อมย้อมผ้าเป็นดงเป็นดำ ชื่อบ้านห้วยห้อมได้มาจากลำห้วยสายนี้ ไหลออกมาแต่ดอยหลวงโหล่งเผต  หากหลงทิศหลงทางให้ยึดห้วยห้อมเป็นแนวกำหนด พ่อหลวงว่าอย่างนั้น

ว่ากันถึงที่สุด  ไม่อยากเข้าดงหลวงเลย แต่พลั้งปากออกไปเสียแล้ว เอาคืนไม่ได้

พลั้งเพราะถ้อยคำเพียงคำเดียวของเพื่อน

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก

ดงใหญ่ดอยหลวงขนาดนี้ ครูสอนว่าให้สมาทานศีลห้าศีลแปดโดยเคร่งครัดอย่างน้อยหนึ่งวัน แล้วค่อยเข้า

แต่ก็ล่วงล้ำเข้ามาแล้วเพราะตื้นตันพลุ่งพล่านในน้ำใจใหญ่หลวงของเพื่อน ผู้เหมือนลูกเจ้ากินเมืองนั่งช้าง แต่ลงจากหลังช้างมาเดินดินร่วมตน

***

เชิงอรรถ 

(1)  จืน= ตะกั่ว

(2) เยียะนาผ่าเกิ่ง=  ทำนาแบบแบ่งครึ่งระหว่างเจ้าของนากับลูกจ้างทำนา เป็นระบบทำนาที่มีมาแต่ดั้งเดิมในสังคมพื้นบ้านล้านนาทั่วไป ยกเลิกไปในสมัยนายสัญญา ธรรมศักดิ์เป็นนายกรัฐมนตรี

(3) หะบวก= วิดปลา

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!